Responsive image

Friday, 03 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


เอไอเอ เปิดตัว AIA FA รูปแบบใหม่ “FA 4.0 : The Ultimate Success” ก้าวสู่ความสำเร็จและความมั่นคงที่เหนือกว่า ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง FA ในประเทศไทย

Sun 11/01/2569


เอไอเอ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมประกันชีวิตและสุขภาพ เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัว AIA FA รูปแบบใหม่ “FA 4.0 : The Ultimate Success” เดินหน้ากลยุทธ์สร้างตัวแทนใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐาน FA สู่บรรทัดฐานใหม่ของวงการประกันชีวิตไทย โดยโครงการ FA 4.0 มุ่งเน้นการพัฒนาที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพ ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ทักษะ (Skills), รายได้ (Income), และเส้นทางอาชีพ (Career Path) โดยผสานแนวคิดการเติบโตภายใต้สมการ “สร้าง x เสริม = สำเร็จยกกำลัง 2” เพื่อขยายฐานตัวแทนใหม่ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

 

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว Career Achievement Bonus (CAB) 5:10 ซึ่งเป็นกลไกสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับอาชีพ FA ด้วยการมอบโบนัส 5 ล้านบาทเมื่อทำงานครบ 5 ปี และ 10 ล้านบาทเมื่อครบ 10 ปี โดยเอไอเอ ประเทศไทย เป็นแห่งแรกที่ริเริ่มโครงการดังกล่าว และจ่ายโบนัสไปแล้วกว่า 860 ล้านบาท สะท้อนแนวคิด “เพิ่มความมั่งคั่ง บนความมั่นคงในอาชีพ FA” พร้อมออกแบบ Ecosystem เพื่อสนับสนุน FA แบบครบวงจร อีกทั้งยังเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรม ที่นำ AI Role Play มาใช้เป็นเครื่องมือฝึกทักษะการขายและการให้คำปรึกษาเสมือนจริง

 

คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา เอไอเอพัฒนาโครงการ AIA FA มาอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับการขยาย FA Center ให้ครอบคลุมเมืองหลัก ๆ ทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีทั้งสิ้นแล้ว 19 แห่ง พร้อมยังได้ต่อยอดนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ เช่น AI Role Play เพื่อฝึกทักษะการขายและการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ ซึ่งจากการที่เอไอเอไม่ได้มอง FA เป็นเพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นกลยุทธ์เชิงโครงสร้าง ในการสร้างตัวแทนคุณภาพ บทบาทของ FA จึงได้ถูกยกระดับจากการเป็นเพียงตัวแทนขายผลิตภัณฑ์ สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพอย่างครบวงจร เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการส่งมอบความคุ้มครองและช่วยลูกค้าในการวางแผนชีวิต สุขภาพ และการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ให้คนไทยได้มีความมั่นคงและมั่งคั่งอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยให้ทัดเทียมระดับโลก

 

 

“ซึ่งจากสถิติจำนวน FA ของเราเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมคุณภาพงานที่เพิ่มขึ้น กว่า 58% ของตัวแทนที่ได้รับคุณวุฒิ MDRT เป็นตัวแทน FA และกว่า 80% ของตัวแทนที่เติบโตสู่ตำแหน่งผู้บริหารหน่วยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มาจากโครงการ FA ที่สำคัญรายได้เฉลี่ยของ FA สูงกว่าตัวแทนทั่วไป และอัตราการอยู่ในอาชีพ (Retention) ยังอยู่ในระดับสูง

“อีกหนึ่งโครงการที่ถือเป็นกลไกส่งเสริมการเติบโตระยะยาวของอาชีพ FA นั่นคือ Career Achievement Bonus (CAB) หรือเรายกให้เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จแก่ FA ซึ่งที่ผ่านมาเอไอเอได้จ่าย โบนัส CAB 5 ปี 5 ล้านบาท ให้แก่ FA แล้วกว่า 172 ท่าน รวมมูลค่ากว่า 860 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเข้าสู่ปีที่ 4 ในปีนี้ โดยปีนี้สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ FA 4.0 เรามีแรงจูงใจให้มากขึ้น ด้วย CAB 5:10 ทำงาน 5 ปี รับ 5 ล้านบาท และทำงาน 10 ปี รับ 10 ล้านบาท สะท้อนแนวคิดเพิ่มความมั่งคั่ง บนความมั่นคงในสายอาชีพ”

 

คุณอลิสา กล่าวทิ้งท้ายว่า “เอไอเอเชื่อว่าการลงทุนใน FA คือการลงทุนระยะยาว ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าให้ทั้งองค์กร ตัวแทน และลูกค้า เรามุ่งเน้นที่การพัฒนาผู้นำและผู้บริหารหน่วย โดยผู้ที่เข้าหลักสูตร FA จะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้บริหารหน่วยที่มีประสบการณ์จริง และโค้ชผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาบุคลากรให้เติบโตสู่ระดับผู้บริหารโดยเฉพาะ ที่สำคัญเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น เน้นการออกภาคสนามและลงมือปฏิบัติ สามารถเรียนจบได้ภายใน 6 เดือน หรือเร่งจบได้ตามความต้องการ พร้อมกันนี้เรายังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem ทั้งระบบควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เอไอเอ ยังคงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม มีตัวแทนเป็นช่องทางขายหลัก และมีบุคลากรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ โดย FA 4.0 นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของอาชีพที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพให้กับประเทศ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”

 


Tags : เอไอเอ เอไอเอ ประเทศไทย กลุ่มบริษัทเอไอเอ AIA Financial Advisor อลิสา สิมะโรจน์ โครงการ AIA FA


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner