Responsive image

Sunday, 18 Jan 2026

หน้าแรก > ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร


วว. จับมือ อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Sat 17/01/2569


ดร.พัชทรา มณีสินธุ์  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงบริการวิจัยกับ นายสมยศ วัฒน์พานิช  กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด  ในโครงการพัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์  UHT เพื่อพัฒนากระบวนการรวบรวม และทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมปลายทาง โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ ซึ่ง วว. มีองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาด้านกรรมวิธีการผลิตสารเร่งตกตะกอนคอมโพสิทร่วมกับซีโอไลต์ชนิดโพลิอลูมินั่มซิลิเกตคลอไรด์ โดยใช้เครื่องซักล้างเกล็ดพลาสติกแบบต่อเนื่องระบบแปรงกวาดร่วมกับหัวฉีดละอองน้ำ  เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ ดร.เรวดี  อนุวัฒนา  ผู้อำนวยการ  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ  วว. ผู้บริหาร นักวิจัยและบุคลาการทั้งสองหน่วยงาน ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย ในวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท.  ชั้น 8 อาคาร RD 1  วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี

 

“...จากสถานการณ์ด้านขยะบรรจุภัณฑ์ของประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณขยะพลาสติกและกล่อง UHT ที่ยังถูกจัดการอย่างไม่ครบวงจร ทำให้เราต้องยกระดับระบบบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่ง วว. ได้ให้ความสำคัญและพัฒนานวัตกรรมด้านการคัดแยก การทำความสะอาด และการแปรรูปวัตถุดิบรีไซเคิลมาโดยตลอด ทั้งในพื้นที่นำร่อง “ตาลเดี่ยวโมเดล” จังหวัดสระบุรี รวมถึงการขยายผลในระดับพื้นที่อื่นทั่วประเทศ  ความร่วมมือครั้งนี้กับบริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นความร่วมมือที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ของ วว. เข้ากับศักยภาพภาคเอกชนผู้ประกอบกิจการรีไซเคิลอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการรวบรวมและทำความสะอาดกล่อง UHT ให้ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมปลายทาง พร้อมทั้งศึกษาระบบบำบัดน้ำเสียให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องต่อหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์...” ดร.พัชทรา  มณีสินธุ์   กล่าว

 

นายสมยศ  วัฒน์พานิช  กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด  กล่าวว่า  บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการด้านการรีไซเคิลเยื่อจากกระดาษใช้แล้ว รวมถึงบรรจุภัณฑ์คัพ สต็อก และกล่อง UHT รวมถึงมีเครือข่ายด้านธุรกิจรีไซเคิลในการรับซื้อและต่อยอดผลิตภัณฑ์รีไซเคิล โดยรับซื้อขยะรีไซเคิล จากครัวเรือน ชุมชน โรงเรียน ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า จากพื้นที่บริเวณโดยรอบจังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยเน้นการคัดแยกขยะแต่ละชนิด ได้แก่ ขยะพลาสติก กระดาษ กระป๋องอะลูมิเนียม และมีความสนใจในการพัฒนากระบวนการรวบรวมกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT และทำความสะอาดให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ร่วมกับการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสีย  จากกระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT จึงมีความประสงค์ให้ วว. พัฒนากระบวนการ เพื่อรวบรวมและทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT พร้อมระบบบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกรุงเทพฯ

 

ขอบเขตในการดำเนินงานโครงการ   ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน ประกอบด้วย  1) การจัดทำรูปแบบข้อมูลแสดงผลสำรวจการรวบรวมข้อมูลตัวอย่างกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและระยอง จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ตำบลเทศบาลเมือง ตำบลหนองแค ตำบลตาลเดี่ยวจังหวัดสระบุรี ตำบลบ้านฉางและตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง   2) พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่อง โดยใช้หลักการเดียวกับระบบซักล้างพลาสติกที่ติดตั้ง ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการจัดการชุมชนแบบครบวงจร อาคารคัดแยกขยะตาลเดี่ยว จังหวัดสระบุรี 3) ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการทำความสะอาดกล่อง UHT โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ และทดสอบคุณสมบัติของน้ำภายหลังการบำบัด ได้แก่ ความเป็นกรดด่าง ซีโอดี บีโอดี oil and greeze ค่าการนำไฟฟ้า ค่าความขุ่น ค่าของแข็งละลายน้ำ เป็นต้น  และ 4) ออกแบบระบบและติดตั้งระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT และระบบบำบัดน้ำเสียทางเคมีด้วยวิธีการรวมตะกอนที่เหมาะสมในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดราชบุรี เพื่อขยายผลระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT ไปยังเขตจอมทองกรุงเทพฯ

 

 

โครงการความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาขยะเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล และจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในการช่วยลดปริมาณขยะ เพิ่มคุณภาพวัตถุดิบรีไซเคิล และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน


Tags : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย วว. ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ สมยศ วัฒน์พานิช อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย ดร.เรวดี อนุวัฒนา


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหารธนาคาร   ร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับ เข้าผลัดเวรเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569  

18 Jan 2026

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner