Responsive image

Saturday, 24 Jan 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ผ่านโยบายพรรค "พลังเพื่อไทย” กับภารกิจเพื่อพี่น้องคนไทย โปรดเลือกพรรค "พลังเพื่อไทย" หมายเลข 16 (บัตรเลือกตั้งสีชมพู) ทุกคูหาทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

Sat 24/01/2569


“เอกวรพงศ์” หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย/แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ชูนโยบาย  10 ภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่คำสัญญาแต่คือหน้าที่ของผู้แทน ลั่นขอโอกาสทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน โปรดเลือกพรรคพลังเพื่อไทย หมายเลข 16  (บัตรเลือกตั้งสีชมพู) ทุกคูหาทั่วประเทศ

 

(ภาพจากซ้าย) 1. นางสาวปิยรัช อารยเมธาเลิศ  2. นายภูมิพัฒน์ ถิรพัฒน์ภูวัต  3. นายกิตินันท์ หาญจิตรนภัสสร  4. นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์  5. ดร.ภคมินทรา อุปะโยคิน  และ 6. นางสาวจีรินันท์ ธนบดีโชติวัฒน์ 


พรรคพลังเพื่อไทย นำทีมผู้บริหารพรรค โดยนายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์  หัวหน้าพรรค/แคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พร้อมทีมผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ประกอบด้วย ดร.ภคมินทรา อุปะโยคิน แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 , นายกิตินันท์ หาญจิตรนภัสสร รองหัวหน้าพรรค , นายภูมิพัฒน์ ถิรพัฒน์ภูวัต รองหัวหน้าพรรค / ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 , นางสาวจีรินันท์ ธนบดีโชติวัฒน์ รองเลขาธิการพรรค / ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 3 , นางสาวปิยรัช อารยเมธาเลิศ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 4  และ นายธัชกฤช หอละเอียด ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดกาญจนบุรี

 

สำหรับนโยบายพรรคที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

“พรรคพลังเพื่อไทย” ชู 10 ภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชน ประกอบด้วย

ภารกิจที่ 1 :  ปรับเบี้ยผู้สูงวัยเป็นเดือนละ 1,500 บาท / ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1-3%

นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย  กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าในระบบของการรักษาพยาบาล และการดูแลสวัสดิการของภาครัฐ รวมทั้งระบบประกันสังคมและบัตรทองยังช่วยดูแลสุขภาพชีวิตคนไทยได้ไม่ครอบคลุม ดังนั้น พรรคพลังเพื่อไทย จึงขออาสาและมีนโยบายที่จะเข้ามาดูแลผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สมควรได้รับเบี้ยผู้สูงอายุมากขึ้นเป็นอัตราคนละ 1,500 บาท / เดือน  เพื่อให้เพียงพอกับภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุ ปั

ส่วนเรื่องการปลดหนี้ครัวเรือน พรรคจะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ/ลูกจ้างรัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ปรับเพิ่มขึ้น 1-3% ทั้งนี้ไม่ให้กระทบงบประมาณรัฐ และขอให้ปรับลดค่าใช้จ่ายบางเรื่องลดลง อย่างแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรรัฐ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องการสัมมนาดูงานต่างประเทศของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่-นักการเมืองลง

        

ภารกิจที่ 2 : นักศึกษาฝึกงานมีรายได้ วันละ 300 บาท มีงานทำ / สร้างงานสร้างอาชีพ
สำหรับนโยบายการลดหนี้ครัวเรือน พรรคมีนโยบายจะให้นักเรียน/นักศึกษาจากเดิมต้องฝึกงานก่อนจบการศึกษา นิสิต-นักศึกษาเหล่านี้ควรมีรายได้วันละ 300 บาท เพื่อปลดเปลื้องภาระครอบครัว ครัวเรือนลง ทั้งยังผลักดันให้บริษัทเอกชนรับนิสิต-นักศึกษาฝึกงานเข้าทำงานประจำต่อ ภายใต้โครงการสร้างงานสร้างอาชีพซึ่งเป็นนโยบายสร้างานให้คนไทยเพื่อลดภาระและสร้างรายได้ให้คนไทยและครัวเรือน

นอกจากนี้ โดยรวมแล้วประชาชนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาด้านการดำรงชีพ กล่าวคือรายได้ต่อหัวประชากรน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว หรือกระทั่งประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่สอดคล้องกับรายได้ประชาชน ด้วยการสร้างอาชีพให้คนในประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาทุนต่างชาติที่มาแย่งอาชีพคนไทย สกัดกั้น ทุนเทา และสแกมเมอร์

 

    ภารกิจที่ 3 : ต้านทุนเทา-ทำลายรังสแกมเมอร์ / รักษาอธิปไตยของชาติ

นโยบายด้านความมั่นคง พรรคพลังเพื่อไทยให้ความสำคัญในด้านความมั่นคง ความรักชาติ รักแผ่นดิน รักสถาบันหลักของชาติ อาทิ การต่อต้านการรุกรานของต่างชาติ เรื่องการสร้างกำแพงชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการสนับสนุนกิจการกองทัพ ต่อด้วยการต่อต้านทุนเทา /ทุนดำหรือทุนสแกมเมอร์ ที่เข้ามากินรวบประเทศไทย และกินรวบทั้งวงการการเมือง  นักการเมือง พรรคการเมือง ข้าราชการและสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยทุกรูปแบบ

 

ภารกิจที่ 4 : จัดหาเงินทุนสนับสนุน SMEs
สำหรับธุรกิจ SMEs พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาแหล่งทุนสนับสนุน SMEs  เพราะเป็นเส้นเลือดฝอยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ประกอบการรายย่อย หลายล้านราย ยังคงรอการสนับสนุนด้านเงินทุนจากสถาบันการเงินภาครัฐ และภาครัฐต้องจัดหาสถาบันการเงินมาส่งเสริม ให้ความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และช่วยจัดหาส่งเสริมการตลาดส่งออก หรือจำหน่ายสินค้าให้ ที่ผ่านมามีแค่ SME D Bank  กำลังทุนสนับสนุนและบุคลากรไม่เพียงพอ

 

ภารกิจที่ 5 : เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตเป็น 300,000 บาท

ธุรกิจประกันชีวิต พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบาย สนับสนุนสิ่งที่ภาคเอกชนร้องขอมายาวนานในธุรกิจประกันชีวิต คือ การเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีการทำประกันชีวิต จาก 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้คนไทยสร้างความคุ้มครองตัวเองมากขึ้นด้วยการซื้อประกันชีวิต น็น

ภารกิจที่ 6 : คุ้มครองสุขภาพชีวิตคนไทยด้วยรัฐสวัสดิการ

ด้านการสาธารณสุข ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของคนไทย เพราะทุกชนชั้น ทุกอาชีพ คนไทยยังได้รับบริการด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ไม่ดี ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องระบบสาธารณสุข ระบบสวัสดิการ การคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินและเมื่อประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ คนไทยจะอายุยืนยาวขึ้น คนวัยหลังเกษียณรวมทั้งครอบครัวกำลังมีปัญหารายรับไม่เพียงพอกับรายจ่าย  เพราะลำพัง บัตรทองประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตร 30 บาท) ประกันสังคม รวมทั้งเบี้ยผู้สูงวัย ยังไม่เพียงพอในการดูแลสุขภาพคนไทย พรรคจึงขอนำระบบรัฐสวัสดิการ ด้วยการนำระบบประกันภัยมาดูแลสุขภาพคนไทย    

ภารกิจที่ 7 : แก้หนี้เกษตรกร / ปลดหนี้ครัวเรือน

ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยล้วนเป็นหนี้สิ้น ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้สักที มีแต่โดนเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน /พ่อค้าคนกลาง ดังนั้น พรรคจึงมีนโยบายสร้างเกษตรกรให้เข้มแข็ง ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ด้วยการลดต้นทุนการผลิต การสร้างตลาด การแปรูปสินค้า แก้ปัญหาพ่อค้าคนกลาง หนี้นอกระบบ  เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องสนับสนุนสินเชื่อภาคเกษตรกรเพิ่มขึ้นและง่ายขึ้นด้วย

         

ภารกิจที่ 8 : ส่งเสริมบทบาทสตรี-คนด้อยโอกาสคืนสู่สังคม

ด้านสังคม พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบายเพิ่มบทบาทสตรีให้เข้ามามีบทบาทในพรรคและในสังคมไทยมากขึ้น ทั้งการเข้ามาเป็นผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค รวมทั้งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ขณะที่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม เด็ก ผู้หญิง คนชรา ผู้พิการ กลุ่มนี้รัฐต้องมีรัฐสวัสดิการดูแล  คนไร้บ้าน  กลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนคนพ้นโทษ สมควรมีที่ยืนในสังคม

คนกลุ่มนี้ขาดโอกาสทางสังคม ขาดสถานะ ไร้อาชีพ ไร้โอกาส ไร้ทางเดิน จึงต้องหวนกลับไปทำผิดซ้ำซาก รัฐบาลต้องส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้ มีงานทำ มีรายได้ ลดปัญหาทางสังคมลงได้ พรรคจะสนับสนุนผลักดันกฎหมายให้กลุ่มขาติพันธุ์ในประเทศ ให้ได้สิทธิ์มีบัตรประชาชนและมีสิทธิ์เข้าถึงสวัสดิการต่างๆ เหมือนกับคนไทยทุกประการ

ภารกิจที่ 9 :  จัดหาทุนเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย

ธุรกิจประกันวินาศภัย พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบายผลักดันและสนับสนุนในการจัดหาแหล่งเงินทุน หรือเงินสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือเจ้าหนี้กองทุนประกันวินาศภัยจำนวน 100,000 ล้านบาทให้กับเจ้าหนี้บริษัทประกันภัย ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตบริษัท

 

ภารกิจที่ 10 : ยกระดับธุรกิจขายตรง และนักธุรกิจอิสระ

ส่งเสริมธุรกิจขายตรง ที่เคยเติบโตมากในปี 2540 (ยุคฟองสบู่) ที่ผ่านมาเอกชนมีเสียงเรียกร้องให้ภาครัฐบาลเข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมและดูแลภาคธุรกิจ ให้ได้รับการยอมรับจากสังคม นักธุรกิจอิสระที่อยู่ในธุรกิจหลายล้านคน อยากได้รับสถานะ ได้รับเครดิตในการทำธุรกรรมทางการเงิน แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในระบบลูกจ้างรับเงินเดือน

 

เลือกพรรค "พลังเพื่อไทย"

พรรคของผู้รักประชาธิปไตย

ภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชน

“ไม่ใช่แค่คำสัญญาในนโยบายพรรค แต่ขอให้คำมั่นว่า ผมและพรรคจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากทุกท่านให้โอกาสพรรคพลังเพื่อไทย”

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

โปรดเลือกพรรค "พลังเพื่อไทย"  หมายเลข 16

(บัตรเลือกตั้งสีชมพู) ทุกคูหาทั่วประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Tags : พรรคพลังเพื่อไทย พลังเพื่อไทย เอกวรพงศ์อำนวยทรัพย์ สู้ศึกเลือกตั้ง หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้ง


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

...

  นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหารธนาคาร   ร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับ เข้าผลัดเวรเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569  

18 Jan 2026

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner