Responsive image

Sunday, 01 Feb 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


SME D Bank ลุย ‘D CEO Network’ รุ่นที่ 4 ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ยกระดับด้วยเทคโนโลยี ขยายเครือข่ายธุรกิจ เข้าถึงแหล่งทุน ทะยานสู่เศรษฐกิจใหม่

Sun 01/02/2569


SME D Bank จัดโครงการ “D CEO Network” รุ่นที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Next Frontier” ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี จำนวน 100 กิจการ รับการพัฒนาหลักสูตรเชิงลึกในความรู้สำคัญ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม AI และการเงินเชิงกลยุทธ์ พร้อมเชื่อมโยงขยายเครือข่ายการค้าธุรกิจ  เปิดทางสู่แหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากทิศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างสูง  จำเป็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ   ซึ่งผู้นำองค์กรเอสเอ็มอีแต่ละแห่ง คือ ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนยกระดับธุรกิจตัวเองให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้เสมอ

 

ดังนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ  เพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จัดโครงการ “D CEO Network รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569  เพื่อส่งเสริมการยกระดับศักยภาพให้แก่ผู้นำองค์กรเอสเอ็มอี  โดยคัดเลือกลูกค้าธนาคารที่มีศักยภาพ  ทั้งที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือทายาทธุรกิจ จำนวน 100 กิจการ เข้ารับการอบรมหลักสูตรเข้มข้นเชิงลึกจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ  เน้นเติมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบบริหารจัดการและการเงินเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และเศรษฐกิจสีเขียว  เป็นต้น  ที่สำคัญ สนับสนุนการเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายในหมู่เจ้าของกิจการเอสเอ็มอี นำไปสู่ความร่วมมือจับคู่และต่อยอดธุรกิจร่วมกัน นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมยังได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษจาก SME D Bank  เช่น สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  อัตราเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น

 

สำหรับโครงการ “D CEO Network จัดต่อเนื่องทุกปี ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 4  ภายใต้แนวคิด  “ทะยานสู่ขอบฟ้าใหม่” (The Next Frontier) มุ่งเนื้อหาและหลักสูตรสอดคล้องกับปัจจุบัน ที่เน้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและแนวโน้มของโลกอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดจัด 5 ครั้ง  ทุกวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ถึงวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์  2569 ผ่าน 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.Vision & Future Game , Networking เปิดมุมมองอนาคตและแนวโน้มธุรกิจโลก เพื่อเอสเอ็มอีวางกลยุทธ์ได้เหมาะสม 2.Strategic Transformation  กลยุทธ์พลิกโฉมธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง 3.AI-Driven Transformation for SME Scaling เปลี่ยนองค์กรให้ขับเคลื่อนด้วย AI 4.New Market & Global Expansion โอกาสใหม่ในการขยายตลาดสู่เวทีโลก พร้อมรับความเสี่ยงด้านกฎหมาย-สงครามการค้า และ  5.SME Thailand Vision เปิดมุมมองผู้ประกอบการต่อโอกาสและความเสี่ยงธุรกิจ ตลอดจน สนับสนุนสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจคุณภาพ นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานในพิธีเปิด และ กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Thailand’s SME The Next Frontier: กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต” 

 

 

“โครงการ D CEO Network รุ่นที่ 4 ต้องการสนับสนุนและยกระดับศักยภาพเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ผ่านการสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ก่อให้เกิดสังคมเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต นอกจากผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับองค์ความรู้และแนวคิดสมัยใหม่ในการบริหารธุรกิจแล้ว ยังได้ลงมือสร้างทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารการเงิน และกลยุทธ์การตลาด  ควบคู่โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” นายพิชิต กล่าว

สำหรับโครงการ D CEO Network ใน 3 รุ่นที่ผ่านมา ประจำปี 2566 , 2567 และ 2568 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 356 ราย สามารถเชื่อมโยงโอกาสพาถึงแหล่งทุนนำไปยกระดับธุรกิจแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท  

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกท่าน  สามารถแจ้งความแจ้งประสงค์รับบริการต่าง ๆ จาก   SME D Bank ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน และด้านพัฒนาครบวงจร  ได้ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และ www.smebank.co.th เป็นต้น  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357


Tags : SME D Bank ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธพว. พิชิต มิทราวงศ์ เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โครงการ D CEO Network รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner