Responsive image

Tuesday, 07 Feb 2023

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย

...

DP Survey ผนึกกำลังจับมือกับ Robinhood ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย และการสำรวจภัยให้แก่ลูกค้าประกันภัยรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วแก่ลูกค้าและเสริมสร้างความมั่นใจในการทำประกันภัยรถยนต์ นายจุมพล ริมสาคร ประธานคณะกรรมการ บริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด พร้อมด้วย นายกลพัฒน์ รัตนาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด หรือ DP Survey ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย และการสำรวจอุบัติเหตุรถยนต์กับ นายสีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด หรือ Robinhood ผู้นำการตลาดด้านการให้บริการรับ/ส่งอาหารและสิ่งของ ซึ่งมีพนักงาน Rider ครอบคลุมพื้นที่กทม.และปริมณฑล ถือเป็นผู้นำการตลาดด้านการให้บริการรับ/ส่งอาหารและสิ่งของ สำหรับ DP Survey ซึ่งเป็นผู้นำและเชี่ยวชาญด้านการสำรวจภัย ทั้งการสำรวจภัยอุบัติเหตุรถยนต์ และความเสียหายทรัพย์สิน รวมทั้งให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย นอกจากนี้ยังให้บริการด้านงานสำรวจอุบัติเหตุและประเมินความเสียหายในธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศด้วยเช่นกัน นายจุมพล กล่าวว่า บริษัท DP Survey ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจภัยที่อยู่ภายใต้บริษัท ทิพยไอเอสบี จำกัด ในเครือบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการสินไหมการประกันภัยทุกประเภทแบบครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจภัยและประเมินความเสียหาย การตรวจสภาพทรัพย์สินก่อนเอาประกันภัย การเรียกร้องคู่กรณี  และการดำเนินการทางกฎหมายให้กับบริษัทประกันภัยทั่วไป โดยใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัย และทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านสินไหมทุกประเภท นายกลพัฒน์ กล่าวว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการกับลูกค้าที่จะทำประกันภัยรถยนต์จึงได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน “I-Survey Super App” โดยเพิ่มฟังก์ชั่น MVIS (Mobile Vehicle Inspection System) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ให้กับลูกค้าในการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนรับประกัน ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น นายสีหนาท กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง Robinhood กับ DP Survey ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของ DP Survey ในการเข้าตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย และการสำรวจอุบัติเหตุรถยนต์ โดยพนักงาน Rider ของ Robinhood  ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้แก่ลูกค้า   สำหรับขั้นตอนการให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ ทาง DP Survey จะเป็นผู้ประสานวัน,เวลาและสถานที่ เพื่อนัดหมายลูกค้าเข้าตรวจสภาพรถยนต์ หรือเข้าสำรวจอุบัติเหตุรถยนต์  ซึ่งเจ้าหน้าที่ Robinhood จะเป็นผู้ดำเนินการถ่ายรูปรถยนต์ตามรูปแบบและเกณฑ์ตามมาตรฐาน รวมทั้งดำเนินการด้านเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับรถยนต์และเจ้าของที่รับบริการ โดยจะส่งข้อมูลทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งจะทราบผลการพิจารณาภายใน 15 นาที  และสำหรับงานสำรวจภัยรถยนต์นั้นเจ้าหน้าที่ Robinhood จะดำเนินการตามขั้นตอนการทำงานที่กำหนดไว้  ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของ บริษัท DP Survey ประจำห้อง PCC หรือห้อง Professional  Claim Control  เป็นผู้คอยให้คำปรึกษา และส่งข้อมูล Claim ทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชัน I-Survey Super App  ทั้งนี้ Robinhood มั่นใจในมาตรฐานการให้บริการของพนักงาน Robinhood และเทคโนโลยีของ DP Survey ว่าลูกค้าจะมีความพึงพอใจในการให้บริการ ที่สะดวกรวดเร็ว แม่นยำ  และในอนาคต Robinhood  จะขยายพื้นที่บริการ  เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้จะเริ่มให้บริการในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป

07 Feb 2023


...

เอไอเอ ประเทศไทย ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สโมสรชั้นนำของ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ จัดกิจกรรมแข่งขัน “AIA Thailand Championship 2023” ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมฟุตบอลเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายในระดับนานาชาติ ณ สนามฝึกซ้อม สโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับโอกาสได้ใกล้ชิดนักฟุตบอลคนดังของสโมสร อย่าง แฮร์รี เคน แบรนด์ แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของเอไอเอ รวมถึง ซน ฮึง มิน นักเตะดาวรุ่งทีมชาติเกาหลีใต้ และร่วมชมการแข่งขัน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ระหว่างสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กับสโมสรฟุตบอลเบรนท์ฟอร์ดแบบติดขอบสนาม   โดยมี นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนางสาวญดา วงศ์ทองคำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษและกิจกรรมลูกค้า เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมเป็นประธานการแข่งขัน เพื่อมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ พร้อมส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สนามฟุตบอล ฟิวเจอร์ อารีน่า รังสิต   ทั้งนี้ ทีมที่ชนะเลิศฝ่ายชาย ได้แก่ ทีม Forward United และทีมชนะเลิศฝ่ายหญิง ได้แก่ ทีมสมาคมฟุตบอลจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะได้บินลัดฟ้าไปร่วมการแข่งขัน AIA Championship 2023 ระดับนานาชาติ รอบสุดท้าย ในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยทีมชายจะพบกับทีมฟุตบอลจากประเทศสิงคโปร์  อินโดนีเซีย เกาหลี เวียดนาม และกลุ่มบริษัทเอไอเอ สำหรับทีมหญิงจะพบกับทีมฟุตบอลจากประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลี เวียดนาม และฟิลิปปินส์    

06 Feb 2023

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โดย คุณแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารองค์กร (คนขวา) คว้า 4 รางวัล แห่งความสำเร็จด้านทรัพยากรบุคคล ระดับเอเชีย ได้แก่ “Thailand Best Employer Brand” “Diversity Impact” “Managing Health At Work” “Talent Management” จากองค์กรระดับโลก World HRD Congress ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 รางวัลเหล่านี้ ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจยิ่งของบริษัทฯ ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดีเยี่ยม ผ่านความมุ่งมั่นและความตั้งใจอย่างยิ่งในการสร้างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นสถานที่ทำงาน ที่สนับสนุนให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานอย่างสูงสุด ในเรื่องสวัสดิการ การเติบโตในอาชีพ การพัฒนาศักยภาพ และความเป็นอยู่ของพนักงานที่ครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งครอบคลุมการดูแลครอบครัวของพนักงาน ภายใต้แนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม และยอมรับความแตกต่างที่หลากหลายของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร Inclusive Workplace ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของ AXA’s Employer Brand Promise คือ “ปลุกศักยภาพในตัวพนักงาน มุ่งสู่ความสำเร็จ” ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่พร้อมทั้งเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป          

06 Feb 2023

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ (CEO)  เผยว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา COVID – 19 เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เราพัฒนานวัตกรรมการบริการดิจิทัลที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงและรับบริการในทุกมิติตั้งแต่ซื้อประกันชีวิต ไปจนถึงการเคลม และการรับผลประโยชน์ต่าง ๆ แค่เพียงคลิกเท่านั้น และเพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Thailand 5.0 ในอนาคตอันใกล้ ที่สังคมและพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทุกด้านของชีวิตมนุษย์และจะสร้างประโยชน์อย่างมหาศาล ดังนั้น OCEAN LIFE ไทยสมุทร จึงไม่หยุดที่จะพัฒนาการบริการดิจิทัลเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า ล่าสุดได้เปิดบริการใหม่! “กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Policy” ขึ้น ซึ่งลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการได้รับกรมธรรม์เร็วขึ้น และความคุ้มครองทันทีที่รับกรมธรรม์ ลดระยะเวลาการรอคอยเอกสาร นอกจากนั้นยังช่วยให้สะดวกในการจัดเก็บ ลดความเสี่ยงจากการชำรุดสูญหาย ถึงน้ำท่วม ไฟไหม้ ปลวกขึ้นบ้าน กรมธรรม์ก็ยังอยู่ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ได้ง่ายจากมือถือในทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยลดโลกร้อนจากการลดใช้กระดาษ ลดใช้พลังงานจากการขนส่งในการออกกรมธรรม์อีกด้วย สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ใหม่กับ OCEAN LIFE ไทยสมุทร สามารถเลือกรับ “กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Policy” ได้แล้ววันนี้ โดยลูกค้าจะได้รับไฟล์เอกสารกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางอีเมล ซึ่งความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์เหมือนกรมธรรม์แบบกระดาษทุกประการ และลูกค้าสามารถใช้แทนกรมธรรม์กระดาษในการแจ้งเคลมประกันชีวิต หรือรับผลประโยชน์ต่าง ๆ ตามสัญญากรมธรรม์ที่ได้รับ และลูกค้ามั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของข้อมูลในกรมธรรม์ เพราะจะได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสก่อนเปิดข้อมูล และการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สนใจติดตามรายละเอียด คลิก  https://www.ocean.co.th/articles/oceanlife-epolicy OCEAN LIFE ไทยสมุทร เดินหน้าส่งมอบสุขภาพที่ดีให้คนไทยภายใต้แนวคิด OCEAN LIFE LOVE MINDSET ที่เรายึดมั่น และหนึ่งในนั้นคือ “Love your Health” การส่งเสริมให้คนไทยรักสุขภาพเพื่อให้ทุกคนพร้อมรับมือกับทุกวิกฤต โดยได้สร้างสรรค์นวัตกรรมการประกันชีวิต พร้อมการบริการที่เหนือความคาดหมาย ทำให้การประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.0 2207 8888

06 Feb 2023

...

กรุงเทพประกันชีวิต ปักธงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายการให้บริการด้านสุขภาพที่เป็นเลิศ (Excellent Health Services) เปิดตัวแบบประกันใหม่เน้นความคุ้มครองที่คุ้มค่า “แฮปปี้ โฮลไลฟ์ (มีเงินปันผล)” คุ้มครองตลอดชีพพร้อมโอกาสรับเงินปันผล “แฮปปี้ ซีไอ” สัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรงและโรคผู้สูงอายุ และขยายแผนความคุ้มครองสำหรับประกันสุขภาพเรือธง “บีแอลเอ   แฮปปี้ เฮลธ์” เพื่อการใช้ชีวิตที่อุ่นใจกว่าเคย จากแนวโน้มของโครงสร้างประชากรและการที่คนมีอายุยืนยาวขึ้น การวางแผนชีวิตทั้งในด้านครอบครัว การเงิน และสุขภาพ จึงเป็นสิ่งที่คนวัยทำงานในปัจจุบันควรเตรียมความพร้อมให้เร็วและมองให้ไกล เพื่อการมีชีวิตที่มั่นคงและยืนยาวอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงเวลา กรุงเทพประกันชีวิตจึงได้พัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการของ ‘สังคมอายุยืน’ ด้วย 3 ขั้นของความอุ่นใจ เริ่มจาก ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ “แฮปปี้ โฮลไลฟ์ (มีเงินปันผล)” ที่ช่วยวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคง และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลรายปีตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ปีที่ 2 เป็นต้นไป คุ้มครองนานถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทั่วไปหรือมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา รับเงิน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า และคุ้มครองเพิ่มพิเศษกรณีเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุรับเงิน 200% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมส่งต่อความมั่นคงให้กับคนที่คุณรัก     ตามด้วยอีกหนึ่งแบบประกันใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกัน สัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง “แฮปปี้ ซีไอ” ที่ชูจุดเด่นด้านผลประโยชน์ที่คุ้มค่า ทั้งในด้านความคุ้มครองที่ครอบคลุมโรคร้ายอย่าง กลุ่มโรคมะเร็งและเนื้องอก หัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดสมองและระบบประสาท ไต การติดเชื้ออย่างรุนแรง และยังรวมไปถึงกลุ่มโรคผู้สูงอายุที่พบมาก ได้แก่ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน รวมทั้งหมด 14 โรคร้ายแรง คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี สบายใจกับเบี้ยประกันภัยคงที่ตลอดสัญญา และเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยได้ทั้งแบบ 20 ปี หรือถึงอายุ 99 ปี นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรงระหว่างสัญญา หรือมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญาก็รับเงินก้อน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง แฮปปี้ ซีไอ สะสมตามจริง แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า และปิดท้ายด้วย สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ “บีแอลเอ แฮปปี้ เฮลธ์” ประกันสุขภาพยอดนิยมด้วยจุดเด่นด้านความคุ้มครองที่ครอบคลุมค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ ในระดับเบี้ยประกันภัยที่เข้าถึงได้ โดยบริษัทฯ ได้ขยายทางเลือกของแผนความคุ้มครองให้อุ่นใจยิ่งขึ้น ด้วยผลประโยชน์รวมสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อครั้ง และมาพร้อมกับความคุ้มครองอุบัติเหตุผู้ป่วยนอก สูงสุด 10,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกแผนความคุ้มครองที่เหมาะตามไลฟ์สไตล์ได้ ทั้งแบบไม่มีความรับผิดส่วนแรก และแบบมีความรับผิดส่วนแรกสำหรับผู้ที่มีสวัสดิการสุขภาพอยู่แล้ว เพื่อเติมเต็มความคุ้มครองให้อุ่นใจมากขึ้น ด้วยค่าเบี้ยประกันภัยที่ลดลง เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้เริ่มเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขในสังคมอายุยืน กรุงเทพประกันชีวิตจึงมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ด้วยแพ็คเกจสุดคุ้ม “แฮปปี้ มีเฮ” เมื่อซื้อประกันชีวิต “แฮปปี้ โฮลไลฟ์ (มีเงินปันผล)” คู่กับ สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ “บีแอลเอ แฮปปี้ เฮลธ์” และ/หรือ สัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง “แฮปปี้ ซีไอ” ผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และดาวน์โหลดพร้อมลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน BLA Happy Life ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2566 รับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาท เป็นต้นไป สำหรับเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปี ตั้งแต่ 30,000 บาท เป็นต้นไป และพิเศษสำหรับเบี้ยประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ทุก ๆ 100,000 บาท รับเพิ่ม บัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 5,000 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/Pro-HappyPack ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินกรุงเทพประกันชีวิต โทร. 02 777 8888 หรือดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ได้ที่เว็บไซต์กรุงเทพประกันชีวิต www.bangkoklife.com

05 Feb 2023

...

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษในการประชุมวิชาการประจำปี เวชศาสตร์ประกันชีวิตไทย Annual Thailand Insurance Medical Academic Conference 2023 (TIMAC 2023) เรื่อง “การส่งเสริมระบบประกันสุขภาพเอกชนของไทย” เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 ณ ห้องสุขุมวิท 1&2 โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การส่งเสริมระบบประกันสุขภาพเอกชนของไทย” มีใจความตอนหนึ่งว่า จากข้อมูลสถิติเบี้ยประกันภัยสุขภาพตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2565 พบว่า ทั้งธุรกิจประกันชีวิต และธุรกิจประกันวินาศภัยมีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นเกินร้อยละ 10 ในทุกปีและเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลสถิติไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 และไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 พบว่า ธุรกิจประกันชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนประกันวินาศภัยเติบโตแบบชะลอตัวลง อันเนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากการรับประกันภัยโควิด-19 อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วธุรกิจประกันภัยยังมีการเติบโต ซึ่งสวนทางกับสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลก ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเกิดกระแสการใส่ใจสุขภาพของคนรุ่นใหม่ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ประกอบกับปัจจัยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้คนเกิดการตื่นตัว เฝ้าระวังและป้องกัน รวมทั้งแสวงหาระบบประกันภัยสุขภาพเพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหากต้องเจ็บป่วยในอนาคต ทั้งนี้ จากการติดตามการทำประกันภัยสุขภาพ สำหรับภาคประชาชน ในปัจจุบันพบสภาพปัญหาและอุปสรรค (Pain Points) เช่น เบี้ยประกันภัยสุขภาพมีอัตราสูง บริษัทประกันภัยไม่รับต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย ประชาชนกลุ่มอาวุโสไม่สามารถเข้าถึงระบบการประกันภัยสุขภาพ ปัญหาความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัยสุขภาพในการรับประกันภัยสุขภาพในระยะยาว เป็นต้น ส่วนของภาคธุรกิจประกันภัย พบว่ามีความต้องการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้มีความหลากหลายรองรับวิทยาการทางการแพทย์และตอบโจทย์ของผู้เอาประกันภัยและตลอดจนความกังวลต่อความเสี่ยงโรคอุบัติใหม่ต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งขับเคลื่อนแนวทางสำหรับระบบประกันภัยสุขภาพตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2564 – 2568) ในยุทธศาสตร์ที่ 3 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านสุขภาพ และส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยสุขภาพมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการและรองรับลักษณะการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบัน และมุ่งหมายให้ประชาชนที่สมัครใจเข้าสู่ระบบการประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจ (Private Health Insurance) สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากการประกันภัยสุขภาพมากขึ้นในราคาที่เหมาะสม และยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการประกันภัยสุขภาพอย่างครอบคลุมและยั่งยืน โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ รวมทั้งการรองรับการดูแลรักษาสุขภาพระยะยาวเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างยั่งยืน  ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงให้ความสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องและเร่งด่วนเพื่อผลักดันให้มีการพัฒนากฎหมายด้านการประกันภัยสุขภาพ ซึ่งเป็นการดำเนินการในระยะยาวและสร้างมาตรฐานกระบวนการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยของบริษัทประกันภัย ซึ่งเป็นมาตรการรองรับทางกฎหมายระยะสั้น ในส่วนของมาตรการระยะสั้น จะเป็นการยกระดับการบริหารจัดการด้านประกันภัยสุขภาพ และช่วยบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพ โดยได้ดำเนินการส่งเสริมระบบประกันภัยสุขภาพเอกชนของไทยใน 5 เรื่องหลัก ๆ คือ เรื่องที่ 1 กำหนดกรอบแนวทางการทำงานของคณะกรรมการผลิตภัณฑ์ (Product Governance Committee) ของบริษัทประกันภัยให้มีความชัดเจน เช่น การกำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยของบริษัทประกันภัย การกำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัท โดยกำหนดให้ต้องมีความรู้และความเข้าใจในธุรกิจประกันภัย และผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่จะเสนอขาย การกำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อกลั่นกรองแบบและข้อความของกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัยให้มีประสิทธิภาพเพียงพอ ก่อนนำเสนอต่อนายทะเบียนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ การกำหนดคุณลักษณะของบริษัทที่ประสงค์จะขอแบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยที่คุ้มครองความเสี่ยงภัยอุบัติใหม่ (Emerging risk) เป็นต้น เรื่องที่ 2 การพัฒนาและปรับปรุงสัญญาประกันภัยสุขภาพมาตรฐานใหม่ เรื่องที่ 3 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพรูปแบบเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีความคืบหน้าและมีแผนจะออกคำสั่งนายทะเบียนได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เรื่องที่ 4 โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการ สำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Regulatory Sandbox) และ โครงการทดสอบนวัตกรรมทางด้านประกันภัย และผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สะท้อนความเสี่ยงเฉพาะราย (Product Innovation and Tailor-Made Sandbox) และเรื่องที่ 5 การแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาทางการแพทย์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สืบเนื่องจากคำสั่งสำนักงาน คปภ. แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดกลุ่มโรคป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Diseases) และหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยสุขภาพไปแล้วนั้น ยังไม่ครอบคลุมถึงภาระหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. ที่ต้องให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัย ในส่วนของมาตรการระยะยาว สำนักงาน คปภ. กำลังอยู่ในกระบวนการศึกษาและจัดทำร่างกฎหมายการประกันภัยสุขภาพ เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกันภัยสุขภาพรองรับการพัฒนาและยกระดับระบบประกันภัยสุขภาพของประเทศไทย โดยมีประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในหลักการจะมีการยกระดับมาตรฐานของระบบประกันภัยสุขภาพ ใน 2 มิติ คือมิติของประชาชน และมิติของอุตสาหกรรมประกันภัย ในมิติของประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการประกันภัยสุขภาพครอบคลุมและยั่งยืน รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ รวมทั้งการรองรับการดูแลรักษาสุขภาพระยะยาว เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมาตรการในคุ้มครองสิทธิของประชาชนในระบบประกันภัยสุขภาพ เช่น การชำระเบี้ยประกันภัยคงที่ การการันตีการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ สิทธิในการได้รับตามกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี เป็นต้น ในมิติของอุตสาหกรรมประกันภัยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจประกันภัยสุขภาพมีเสถียรภาพเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการประกันภัยสุขภาพ โดยมาตรการส่งเสริมเพื่อพัฒนาประกันภัยสุขภาพ เช่น การกำหนดให้บริษัทสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อป้องกันฉ้อฉลประกันภัยสุขภาพ การลดอุปสรรคในการส่งเสริมนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการประกันภัยสุขภาพ (Sandbox) การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัยสุขภาพเป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยไม่ต้องรอการตีความจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น “บริบทต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อการขับเคลื่อนและส่งเสริมระบบประกันภัยสุขภาพของไทยเป็นไปในทิศทางที่น่ายินดีและนับจากนี้ไปสำนักงาน คปภ. จะดำเนินการในเชิงรุกโดยจะเร่งบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านประกันภัยสุขภาพให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยโดยรวมและอย่างยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย  

05 Feb 2023

...

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวกลยุทธ์ “Happiness Reinvented : เพราะความสุขคือทุกอย่าง… ร่วมสร้างความสุขสไตล์คุณไปกับเมืองไทยประกันชีวิต” เน้นเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างความสุขให้แก่ทุกๆ คน ทั้งลูกค้า พนักงาน พาร์ทเนอร์ และสังคมโดยรวม ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ความคุ้มครองสุขภาพ การบริการอื่นๆ เพื่อส่งมอบความสุขแบบครบวงจรอย่างแท้จริง นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ในปี 2565 ถือเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายที่หลากหลาย จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ค่อย ๆ    ฟื้นตัว หลังจากการระบาดอย่างรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มาหลายปี  การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่เต็ม     ไปด้วยความท้าทาย เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความแข็งแกร่ง เพื่อการตอบโจทย์และเดินเคียงข้างลูกค้าคนสำคัญอย่างยั่งยืน โดยมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ที่ 10% และเบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ 7% โดยในปีที่ผ่านมา สำหรับธุรกิจในภูมิภาค CLMV มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ในด้านความแข็งแกร่งและด้านเสถียรภาพทางด้านการเงิน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) จาก S&P Global Ratings อยู่ที่ระดับ BBB+ โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ และจาก Fitch Ratings อยู่ที่ระดับ A- โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ที่ AAA(tha) โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ซึ่งถือเป็นอันดับเครดิตในระดับประเทศที่สูงที่สุด และยังมีความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งโดยสะท้อนจากอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงกว่า 300% ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรง ตามเกณฑ์ที่ 140% นายสาระ กล่าวว่า “ในปี 2566 นี้ ถือเป็นปีสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต ในการอยู่เคียงข้างสร้างรอยยิ้มแก่คนไทยครบ 72 ปี พร้อมกำหนดทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ของบริษัทฯ  ด้วยการตั้งเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติ ด้วยการดำเนินกลยุทธ์ “Happiness Reinvented” เพราะความสุขคือทุกอย่าง...ร่วมสร้าง ความสุขสไตล์คุณไปกับเมืองไทยประกันชีวิต  ประกาศปักธงเป็นอันดับหนึ่งในฐานะคู่คิดด้านชีวิตและสุขภาพที่ลูกค้าวางใจ (No.1 Most Trusted Life & Health Partner) ด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกไลฟ์สไตล์ และทุกบทบาทของชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกๆคน (Democratizing Insurance) โดยบริษัทฯ มุ่งดำเนินงานผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่ บุคลากร (People) พาร์ทเนอร์ (Preferred Partner) ลูกค้า (Customers) และ นอกเหนือจากลูกค้า (Beyond Our Customers) บริษัทฯ  มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรในทุกๆ มิติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะช่วยเชื่อมต่อการส่งมอบความสุขไปยังลูกค้า ผ่านการพัฒนาในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การส่งเสริมวัฒนธรรมที่เปิดกว้างทางความคิดและความหลากหลาย การพัฒนาทักษะรอบด้าน การปรับกระบวนการภายในให้มีความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถในการรองรับการขยายตัวของธุรกิจ การมีพื้นที่การทำงานที่ทันสมัยเพื่อรองรับการทำงานรูปแบบ Squad Team ไม่ว่าจะเป็นที่ศูนย์การเรียนรู้สรรค์สาระ The Garage และ 66 Tower นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความใส่ใจในการสร้างความสุขที่ยั่งยืนตลอดการทำงานและหลังการเกษียณอายุไปแล้ว  ผ่านกิจกรรมพัฒนาความรู้และสร้างเสริมทักษะรอบด้านทั้ง สุขภาพ ความมั่งคั่ง ทักษะแห่งอนาคต และทักษะอาชีพอื่น ๆ ให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง  เมืองไทยประกันชีวิต ยังมีที่ปรึกษาประกันชีวิต และพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งจากหลากหลายธุรกิจ (Preferred Partner) เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง (Democratizing Insurance) พร้อมสรรสร้างนวัตกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์ของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริการลูกค้า ผ่านแอปพลิเคชันและเครื่องมือดิจิทัลที่ล้ำสมัย ระบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติ และทีมสนับสนุนที่เชี่ยวชาญและมากความสามารถในด้านต่าง ๆ  อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนผ่านสุขภาพที่ดีในทุกมิติ ทั้งทางกาย ทางใจ และทางการเงินให้กับลูกค้า เมืองไทยประกันชีวิตยังดำเนินงานโดยยึดหลักการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และเงื่อนไขที่แตกต่างกันของชีวิตทุก ๆ คนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความคุ้มครองสุขภาพ ความคุ้มครองโรคร้ายแรง ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน และแอปพลิเคชันด้านสุขภาพอย่าง MTL Fit ที่เข้าถึงลูกค้าในแบบที่มีความเฉพาะตัวได้มากยิ่งขึ้น (Personalization) อีกทั้งเน้นการสร้างความแตกต่าง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเข้าถึง เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรม และครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในทุกเพศ ทุกวัย  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเน้นการส่งต่อความสุขสู่สังคม ซึ่งรวมถึงทุกๆ คนที่นอกเหนือจากลูกค้าของเรา (Beyond Our Customers) ด้วยการร่วมมือกับบริษัทฯ ในเครือต่างๆ ทั้งการเป็นพันธมิตรกับสตาร์ทอัพ ด้าน Insurtech และ Healthtech การนำเสนอและเปรียบเทียบประกันภัยออนไลน์ และการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างครบวงจร เพื่อร่วมกันนำเสนอทางเลือกที่เป็นมากกว่าประกันชีวิตแก่ ทั้งลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตและบุคคลทั่วไป พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังประกาศความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามนโยบายและเป้าหมายด้าน ESG อย่างครบถ้วนทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืนกับทั้งบริษัทและสังคมโดยรวมต่อไป” นายสาระ กล่าวว่า ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเข้าถึงและตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มให้มากยิ่งขึ้น เพราะทุกคนมีความต้องการที่แตกต่าง  “YOUnique Health เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกความต้องการในแบบคุณ” อีกทั้งได้เปิดตัวแคมเปญ “A True Story” เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของสุขภาพ และถ่ายทอดเรื่องราวด้านความคุ้มครองสุขภาพจากเมืองไทยประกันชีวิต ที่ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากลูกค้า ด้วยการเปิดมุมมองและประสบการณ์จากลูกค้าตัวจริง ถึงการให้ความสำคัญต่อการเลือกซื้อความคุ้มครองสุขภาพในยุค ที่ความเจ็บป่วยใกล้ตัวกว่าที่คิด และโรคอุบัติใหม่ที่มาได้แบบไม่ทันตั้งตัว โดยรูปแบบการทำเสนอในซีซั่นนี้ จะเต็มไปด้วยความสนุก และเล่าเรื่องราวเจาะลึกแบบเป็นกันเองเหมือนทุกท่านมาบอกเล่าประสบการณ์แบบ Exclusive ที่ไม่สามารถหาชมที่ไหนได้ง่าย ๆ เพราะไม่ว่าจะอาชีพอะไร ไลฟ์สไตล์ แบบไหน ...เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกความต้องการในแบบคุณ  โดยสามารถติดตามหลากหลายเรื่องราวแบบประกันที่ใช่กับสไตล์คุณ  “YOUnique Health & A True Story 2” ได้ที่ช่องทางเว็บไซต์ www.muangthai.co.th YouTube  Facebook Instagram Twitter และ LINE Official Account

05 Feb 2023

ECONOMY-FINANCE / เศรษฐกิจ-การเงิน

...

    นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% ต่อปี เป็น 1.50% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินจึงได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.30% ต่อปี เพื่อมุ่งส่งเสริมการออมให้ประชาชนผู้ฝากเงินได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และช่วยเพิ่มกำลังซื้อในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป และได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทในอัตรา 0.25% ต่อปี ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของตลาด ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งแรกของธนาคารในรอบกว่า 2 ปี หรือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ตามนโยบายของกระทรวงการคลังในการช่วยดูแลลูกค้าและประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ค่าครองชีพยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ

06 Feb 2023


...

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ ภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา โดยธนาคารจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อช่วยส่งเสริมการออมเงินในระยะยาวและให้ผู้ฝากเงินมีรายได้เพิ่มขึ้น ตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ ในอัตราสูงสุด 0.25% รวมถึงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR  MOR และ MRR 0.10% - 0.20% ต่อปี ซึ่งเป็นการส่งผ่านนโยบายและสะท้อนถึงต้นทุนทางการเงินที่แท้จริง ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2566 เป็นต้นไป นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ส่งผลต่อเนื่องมายังต้นทุนในระบบธนาคารที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม  ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของธนาคารไทยพาณิชย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยภายในประเทศ และสะท้อนต้นทุนทางการเงินในระบบที่สูงขึ้น ธนาคารจึงมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม แต่เพื่อช่วยบรรเทาภาระดอกเบี้ยของลูกค้าเงินกู้ ธนาคารจึงเห็นควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย MLR MOR และ MRR 0.10% - 0.20% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.520% เป็น 6.620%  ต่อปี อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.150% เป็น 6.350% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.745% เป็น 6.895% ต่อปี พร้อมกันนี้ เพื่อช่วยส่งเสริมการออมเงินในระยะยาวและให้ผู้ฝากเงินมีรายได้เพิ่มขึ้น ตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารจึงเห็นควรปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้น 0.05% - 0.25% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2566 เป็นต้นไป” ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าของธนาคารจากการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้ ดังนั้น ธนาคารจึงยังคงมาตรการพิเศษในการช่วยเหลือลูกค้าในด้านต่างๆ ต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ยังเปราะบาง โดยคำนึงถึงศักยภาพและโอกาสในการปรับตัวของลูกค้าในอนาคต สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือหรือคำปรึกษาสามารถติดต่อธนาคารได้ในช่องทางที่ลูกค้าติดต่ออยู่ หรือสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า SCB Call Center 02-777-7777

05 Feb 2023

...

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (The Government Financial Institutions Association : GFA) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมวันนี้ (25 มกราคม 2566) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% ต่อปี เป็น 1.50% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อโดยให้มีผลทันที ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 4 ติดต่อกัน รวมปรับขึ้น 1% ต่อปี นับตั้งแต่การปรับขึ้นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2565 สถาบันการเงินของรัฐยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ที่ระดับเดิมตลอดปี 2565 เพื่อให้ลูกค้าประชาชนได้มีเวลาปรับตัวรับกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในอนาคตและช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มที่ยังได้รับผลกระทบด้านรายได้จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVID-19 นั้น   สถาบันการเงินของรัฐ มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2566เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในตลาดและจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไปแล้วก่อนหน้านี้ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าวยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และจะไม่ส่งผลกระทบให้เงินงวดของลูกค้าส่วนใหญ่ต้องปรับขึ้นแต่อย่างใด สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสมาชิก ยังคงตระหนักถึงผลกระทบต่อลูกค้าและยังคงให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ที่รายได้ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบผ่านมาตรการความช่วยเหลือของแต่ละสถาบันการเงิน ที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม ตรงจุด และทันเหตุการณ์ ครอบคลุมทั้งการลดภาระทางการเงิน และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม โดยคำนึงถึงศักยภาพและโอกาสในการปรับตัวของลูกค้าในอนาคต การเสริมสภาพคล่องและการปรับโครงสร้างหนี้ต่าง ๆ ทั้งนี้ สถาบันการเงินของรัฐจะติดตามความคืบหน้าและประสิทธิผลของมาตรการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และพร้อมพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมหากมีความจำเป็นในระยะต่อไป โดยสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมปฏิบัติตามนโยบายและร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สาขาของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง หรือ ผ่านทาง Call Center, Line@, Facebook, Website และ Mobile Application  

29 Jan 2023

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารออมสินได้เปลี่ยนมาสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคมเต็มรูปแบบตั้งแต่กลางปี 2563 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ตอบรับนโยบายรัฐบาลในการเป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ส่งต่อความช่วยเหลือไปยังภาคธุรกิจและประชาชน โดยทำภารกิจสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact) ได้ในวงกว้าง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี มีผู้ได้รับประโยชน์เป็นรูปธรรมผ่านโครงการต่าง ๆ มากถึง 16 ล้านคน คิดเป็นเม็ดเงินที่ธนาคารให้การสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนแล้วกว่า 47,500 ล้านบาท ผ่านมิติความช่วยเหลือ 3 ด้าน ได้แก่ 1) มิติการช่วยลดต้นทุนการกู้ สร้างแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำและเป็นธรรม ผ่านโครงการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ โครงการลดดอกเบี้ยสินเชื่อครู โครงการดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาดทำให้ประชาชนมีทางเลือกการกู้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงคิดเป็นส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นเงินกว่า 32,800 ล้านบาท 2) มิติการช่วยลดภาระของลูกหนี้ ทั้งการออกมาตรการพักชำระหนี้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวิกฤติโควิด- 19 ซึ่งทำให้ธนาคารมีรายได้ลดลงกว่า 10,700 ล้านบาทจากการหยุดรับรู้รายได้ดอกเบี้ย และ 3) มิติการช่วยสนับสนุนงบประมาณ จำนวนกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพื่อสังคม เช่นโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ และโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกมากมายภายใต้กรอบแนวคิด ESG เป็นต้น จากผลการดำเนินงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรมตลอดเวลาเกือบ 3 ปี ทำให้ธนาคารออมสินได้รับรางวัลเกียรติยศจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติรวมทั้งสิ้น 55 รางวัล ในจำนวนนี้เป็นรางวัลระดับนานาชาติ 13 รางวัล และเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จตามบทบาทภารกิจเชิงสังคม จำนวน 33 รางวัล ​ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ธนาคารมียอดสินทรัพย์รวม 3,104,882 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2562) มีเงินฝากรวม 2,646,049 ล้านบาท(เพิ่มขึ้น 9.7% จากปี 2562) มีสินเชื่อรวม 2,296,928 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.7% จากปี 2562)และระดับความแข็งแกร่งพิจารณาจากอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 17.69% ขณะเดียวกัน ธนาคารยังสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ให้อยู่ในระดับ 2.55% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายควบคุม และมีเงินสำรองเพื่อรองรับความเสียหายจากหนี้เสีย รวม 101,878 ล้านบาท ซึ่งเป็นการแตะระดับแสนล้านบาทครั้งแรกเป็นประวัติการณ์ ช่วยเสริมแกร่งให้ธนาคารมีความมั่นคงในระยะยาว คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPLs (Coverage Ratio) สะท้อนความมั่นคงมีเสถียรภาพของธนาคารที่ระดับ 174.28% โดยธนาคารสามารถทำกำไรได้ในระดับที่เหมาะสม รวม 27,126 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา และสูงกว่าปี 2562 ก่อนเปลี่ยนจุดยืนเป็นธนาคารเพื่อสังคม ซึ่งผลกำไรเกิดจากการที่ธนาคารลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (Cost Reduction Program) เพื่อนำกำไรไปจัดสรรทำภารกิจช่วยสังคมตามนโยบายรัฐ และนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินจำนวน 17,349 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดนำส่งสูงสุดอันดับ 4 จากรัฐวิสาหกิจ 58 แห่ง​ สำหรับในปี 2566 ธนาคารออมสินมีแผนยกระดับการสร้างผลกระทบเชิงบวก Social Impact ผ่านมิติการดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่ 1) สร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม ผ่านบริการสินเชื่อที่ดิน “มีที่ มีเงิน” และบริการ Digital Lending ทั้งส่วนที่ให้บริการผ่านแอป MyMo และให้บริการผ่าน Non-Bank ที่จะเปิดตัวครั้งแรกในปี 2566 นี้2) พัฒนาศักยภาพให้เข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการสร้างผู้ประกอบการ สร้างชุมชนเข้มแข็ง และการสร้างความมั่นคงยามเกษียณแก่ประชาชน และ 3) การบูรณาการแนวคิดเพื่อสังคมลงในภารกิจสำคัญของธนาคาร (Social Mission Integration) ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product) ด้านกระบวนการดำเนินงาน (Process) และการทำโครงการพิเศษต่าง ๆ (Project) โดยธนาคารตั้งเป้าให้ความช่วยเหลือและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมได้ในระดับที่ลึกและกว้างขึ้น (Social Impact at Scale) และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบ SDGs ​  

25 Jan 2023

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าธนาคารที่ต้องการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2565 ที่ต้องการใช้สิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกับ ธอส. ได้แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขาของธนาคารผ่านช่องทาง Application : GHB ALL GEN และ GHB ALL ที่ฟังก์ชั่น “บริการอื่น ๆ” และเลือก “หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้” จากนั้นกรอกอีเมลที่ลูกค้าต้องการรับหนังสือ เพื่อให้ระบบส่งหนังสือรับรองดอกเบี้ยไปยังอีเมลที่ต้องการต่อไป หรือเข้าไปที่ เว็บไซต์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ www.ghbank.co.th คลิกที่แถบเมนูหลัก เลือก “บริการอิเล็กทรอนิกส์” และไปที่ "เว็บแอปพลิเคชัน" จากนั้นให้เลือก “ระบบพิมพ์หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมประจำปี” เพื่อเข้าระบบหรือลงทะเบียนการใช้งาน (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้งาน) เมื่อดำเนินการเรียบร้อยลูกค้าจะสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ทางเว็บไซต์ได้ทันที โดยเริ่มให้บริการผ่านช่องทาง Application และ เว็บไซต์ธนาคารได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2566 เป็นต้นไป    ทั้งนี้  ลูกค้าที่ทำสัญญากู้ยืมเงินตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป  หากประสงค์จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมประจำปี จะต้องแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิดังกล่าวกับธนาคารและยินยอมให้ธนาคารนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร  เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิขอหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของท่าน ซึ่งท่านไม่สามารถใช้หลักฐานเป็นหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมในการใช้สิทธิขอหักลดหย่อนภาษีเงินได้กับกรมสรรพากรได้ ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมผ่านทาง Application GHB ALL GEN / GHB ALL หรือเว็บไซต์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ https://cm01.ghbank.co.th/consentRD สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ www.ghbank.co.th

08 Jan 2023

...

เคทีซีเตรียมปรับใหญ่ปี 2566 สู่รากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง “A Transition to the New Foundation” พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและเท่าทันความคาดหวังของลูกค้า ตอกย้ำความเป็น Trusted Organization ตั้งเป้าปี 2566 ทำกำไรนิวไฮต่อเนื่อง ดันพอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 15% เกินแสนล้านบาท ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 10% พอร์ตสินเชื่อบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” โต 7% ยอดอนุมัติสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” เพิ่ม 9,100 ล้านบาท สินเชื่อกรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่งเพิ่ม 3,000 ล้านบาท และ NPL อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าปี 2022 พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรับผิดชอบเพื่อความยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาให้ดีขึ้นทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นายระเฑียร ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2566 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเคทีซี ทั้งโครงสร้างองค์กร กลยุทธ์ กระบวนการ เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อขับเคลื่อนเคทีซีไปสู่รากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ภายใต้แนวคิด “A Transition to the New Foundation” โดยเฉพาะการพัฒนา Mindset ของคนในองค์กรให้มีดีเอ็นเอเดียวกัน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่เราพยายามดูแลและพัฒนามาตลอดตั้งแต่เข้ามาร่วมงานกับเคทีซี โดยนอกจาก 3 ค่านิยมองค์กรหลัก (Core Value) ที่คนเคทีซียึดถือเป็นแนวทางในการทำงาน อันได้แก่ 1. กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง 2. ทำให้ง่าย ไม่ซับซ้อน และ 3.ทำสิ่งที่มีความหมายและเป็นประโยชน์ จากนี้เราจะมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความไว้วางใจ (Trusted Organization) ภายในองค์กรให้แกร่งยิ่งขึ้น เพื่อส่งต่อความไว้วางใจนี้ไปสู่สมาชิก องค์กร ผู้ถือหุ้นและสังคม”   “ในปี 2566 เคทีซีจะเริ่มปรับเปลี่ยนเพื่อเตรียมองค์กรให้เป็นโครงสร้างแบบแนวราบ (Flat Organization) และมีหน่วยงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อีกทั้งจะบูรณาการไอที (Information Technology) เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทั้ง 3 มิติ คือ Enterprise Architecture การจัดการโครงสร้างให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านธุรกิจ ด้านไอทีและระบบปฏิบัติการ Enterprise Skill Assets ส่งเสริมให้คนเคทีซีได้พัฒนาทักษะสำคัญด้านต่างๆ ที่สร้างความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเป็นประโยชน์กับองค์กร และ Enterprise Data Assets การบริหารจัดการข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผน การจัดเก็บ การเข้าถึงข้อมูลไปจนถึงการทำลายข้อมูล เน้นความปลอดภัย ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อให้เคทีซีมีฐานข้อมูลคุณภาพ สนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ” “สำหรับการดำเนินธุรกิจของเคทีซีจากนี้จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มธุรกิจหลัก (Existing) ได้แก่ ธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อไม่มีหลักประกันที่มีพอร์ตสินเชื่อในระดับหมื่นล้านบาทขึ้นไป กลุ่มธุรกิจใหม่ที่คาดว่าจะสร้างรายได้แบบก้าวกระโดด (New SCurve) ได้แก่ สินเชื่อรถแลกเงิน เคทีซี พี่เบิ้ม และสินเชื่อกรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง และกลุ่มโมเดลธุรกิจที่อยู่ในระหว่างการบ่มเพาะ (Incubator) เช่น MAAI - Loyalty Platform เป็นต้น”   นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า “ธุรกิจบัตรเครดิตยังเป็นธุรกิจหลักที่เคทีซีให้ความสำคัญมาตลอด โดยสถานการณ์ตอนนี้เกือบทุกหมวดใช้จ่ายมีการเติบโตสูงกว่าปี 2019 ซึ่งเป็นปีก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดรุนแรงของโควิด-19 สำหรับแผนกลยุทธ์การตลาดบัตรเครดิตในปี 2566 จะเน้นแนวคิด Less is MORE หรือการทำสิ่งที่สำคัญเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยปรับกระบวนการทำงานในทีมการตลาดให้กระชับคล่องตัวมากขึ้น บน 5 แกนสำคัญ คือ 1) การบริหารพอร์ตลูกค้าให้มีคุณภาพมากที่สุด ด้วยการสร้างสรรค์โปรแกรมการตลาดเพื่อให้ลูกค้าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และการนำระบบออโตเมชั่น (Automation) เข้ามาใช้ในกระบวนการของการบริหารความสัมพันธ์กับสมาชิกบัตร  2) การเน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 50,000-200,000 บาทขึ้นไป ด้วยสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ที่ตรงใจ  3) จัดโปรแกรมกระตุ้นการใช้จ่ายที่ตอบโจทย์ฐานสมาชิกบัตรเคทีซี เน้น 3 หมวดใช้จ่ายหลัก คือ หมวดร้านอาหารและร้านอาหารในโรงแรม (Dining & Hotel Dining) หมวดช้อปปิ้งออนไลน์และหมวดท่องเที่ยว นอกจากนี้เคทีซียังคงเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจอื่นๆ ที่มีเป้าหมายทางธุรกิจเดียวกัน ในการทำกิจกรรมการตลาดที่ตอบโจทย์ทุกหมวดใช้จ่ายสำคัญของสมาชิก และเพื่อสร้างการจดจำและผูกพันกับแบรนด์  4) ร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในการจัดแคมเปญการตลาดและกิจกรรมการขยายฐานสมาชิกบัตรในต่างจังหวัด 5) บริหารจัดการการสื่อสารการตลาด (Marketing Communications)ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยเน้นการทำคอนเทนท์ มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์เคทีซีให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยในปี 2566 ตั้งเป้ามีสมาชิกสมัครบัตรใหม่ 180,000 ใบ และคาดว่าจะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 10% จากปี 2565 หรือประมาณ 264,000 ล้านบาท” นางสาวเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อรถยนต์ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับธุรกิจสินเชื่อหลังจากการเปิดประเทศสู่ภาวะปกติ เราพบว่าผู้บริโภคมีความต้องการสินเชื่อสูงขึ้นต่อเนื่องเพื่อนำไปใช้ลงทุนและใช้จ่าย อีกทั้งยังมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอีกมากที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” และ “เคทีซี พราว” ในการเข้าไปเติมเต็มความต้องการของกลุ่มคนเหล่านั้น อย่างไรก็ดี เรายังต้องสังเกตสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดสินเชื่อมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและแข่งขันรุนแรงจากผู้ประกอบการธนาคารและนอนแบงค์ สำหรับแผนกลยุทธ์ของ “เคทีซี พี่เบิ้ม” ในปี 2566 จะเน้นขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ ทั้งการให้วงเงินใหญ่สูงสุด 1 ล้านบาท อนุมัติใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที และเปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่มีข้อจำกัดด้านเอกสารและรายได้ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น โดยธนาคารกรุงไทยกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ จะเป็นช่องทางหลักในการรับสมัคร ซึ่งเราได้ปรับรูปแบบบริการให้เจ้าหน้าที่ธนาคารฯ สามารถทำรายการผ่านแท็บเล็ตในการรับสมัครสินเชื่อให้กับลูกค้าและอนุมัติแบบครบวงจรภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมรับเงินทันที รวมทั้งจะเน้นการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ "เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ไปยังแพลทฟอร์มหลักต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด  สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเคทีซี พี่เบิ้ม ตามที่เราวางบทบาทเป็นสินเชื่อทางเลือกคนไม่ท้อ เราจึงเปิดรับทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะคนทำมาหากินที่สู้ชีวิต และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อก้อนใหญ่จากสถาบันการเงินอื่น โดยคาดว่าสิ้นปี 2566 จะมียอดอนุมัติสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” เพิ่ม 9,100 ล้านบาท” นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในส่วนของธุรกิจสินเชื่อบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” (KTC PROUD) เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้สินเชื่อได้ครบทุกฟังก์ชัน จนวันนี้บัตรใบเดียวก็สามารถทำได้ทั้งการเบิกใช้วงเงิน รูด โอน กด ผ่อน และแผนกลยุทธ์ในปี 2566 เราจะพัฒนาไปในทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อตอบรับกับพฤติกรรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เริ่มที่การเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อออนไลน์ได้ด้วยตนเองผ่านโมบายแอปฯ ในรูปแบบของใบสมัครออนไลน์ (Electronic Application) และช่องทางการเบิกถอนเงินสดออนไลน์ผ่านทางแอปฯ KTC Mobile ให้สะดวกขึ้น โดยเพิ่มบัญชีพร้อมเพย์ในการโอนเงิน นอกเหนือจากที่โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารได้ 15 แห่ง และเพิ่มช่องทางเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการใช้สินเชื่อด้วยต้นทุนรับสมัครที่ต่ำแต่ได้ผลดี รวมทั้งเดินหน้าสร้างความผูกพันระหว่างเคทีซีกับกลุ่มสมาชิก ด้วยการต่อยอดกิจกรรมสัมมนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ และการส่งเสริมวินัยในการชำระ ผ่านโครงการเคลียร์หนี้เกลี้ยง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เพราะเป็นความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า จากการศึกษาลูกค้าผ่านการทำ Empathy เราจึงจัดต่อเนื่องและจะครบ 14 ครั้ง ในปี 2566 และคาดว่าเมื่อสิ้นปี 2566 พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อบุคคลจะเติบโต 7% และมีสมาชิกใหม่ “เคทีซี พราว” 110,000 ราย” “นอกจากนี้ เคทีซีจะมุ่งบริหารต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้และเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยจะมีการระดมเงินกู้ยืมระยะยาวประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อรองรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2566 จำนวน 4,640 ล้านบาท รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเคทีซี ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อสิ้นปี 2566 เคทีซีจะมีสัดส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้นต่อเงินกู้ยืมระยะยาว (Original Term) 20:80 และต้นทุนการเงินอาจเพิ่มขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจากปี 2565 อยู่ที่ 2.5%-3.0%” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” กล่าวสรุปว่า “เคทีซียังเดินหน้าแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างรับผิดชอบ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับองค์กรให้แข็งแกร่ง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรคุณภาพและเคารพสิทธิมนุษยชน รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินธุรกรรมในยุคดิจิทัลให้กับสมาชิกและผู้บริโภค ตลอดจนสร้างโอกาสให้คนในสังคมสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเคทีซีได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของ THSI (Thailand Sustainability Investment) เป็นปีที่ 4 และติดอันดับ ESG 100 ตั้งแต่ปี 2559 อีกทั้งได้รับการจัดอันดับ MSCI ระดับ A และยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก “FTSE4 Good Index Series”  

04 Jan 2023

...

นายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย มอบหมายให้ นายวิทัย รัตนากร กรรมการในคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินฯ และผู้อำนวยการธนาคารออมสิน หาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน เติมสภาพคล่องช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งหนึ่งในแนวทางที่ธนาคารออมสินดำเนินการ คือ ได้ร่วมทุนจัดตั้ง บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เมื่อกลางปี 2565 ที่ผ่านมา ด้วยความตั้งใจบรรเทาปัญหาหนี้ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน รวมถึงเป็นช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนดอกเบี้ยที่ถูกลง เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย สำหรับการนำที่ดินมาเป็นหลักประกันการกู้เงินในแบบจำนองหรือขายฝาก ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มีหน่วยงานภาครัฐร่วมกันจัดตั้งบริษัทและถือหุ้นใหญ่ เป็นแหล่งเงินกู้แห่งใหม่เพื่อให้บริการสินเชื่อที่เข้าถึงได้ด้วยการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไม่สูงเกินไปบัดนี้ บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด พร้อมเปิดให้บริการสินเชื่อที่ดินแล้ว โดยให้เงินกู้เสริมสภาพคล่องยามฉุกเฉินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในยามเดือดร้อน มีความจำเป็นต้องการใช้เงินสดในยามฉุกเฉิน หรือเติมทุนหมุนเวียนกิจการที่กำลังหาเม็ดเงินเสริมสภาพคล่อง หรือต้องการต่อยอดธุรกิจ รวมถึง รีไฟแนนซ์เงินกู้เดิมเพื่อบรรเทาภาระดอกเบี้ย     สินเชื่อที่ดิน มีเป้าหมายช่วยเหลือธุรกิจ SMEs โดยเปิดรับจำนองที่ดิน และขายฝาก รีไฟแนนซ์ ให้กู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดา วงเงินกู้ 300,000 บาท ถึง 10 ล้านบาท และนิติบุคคล วงเงินกู้ตั้งแต่ 300,000 บาท จนถึง 50 ล้านบาท ให้วงเงินกู้สูงสุด 70% ของราคาประเมินที่ดินราชการ คิดอัตราดอกเบี้ย ปีแรก 6.99-8.99% ต่อปี ปีที่ 2 เป็นต้นไป MLR+สูงสุดไม่เกิน 2.85% ต่อปี (ปัจจุบัน MLR = 6.150% ต่อปี) ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี แบบลดต้นลดดอก พร้อมปลอดชำระเงินต้นนาน 1 ปี ที่สำคัญคือ ไม่เช็คเครดิตบูโร ไม่ตรวจสอบรายได้ และไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน โดยตั้งเป้าหมายปี 2566 คาดว่าจะมียอดปล่อยสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท สามารถช่วยเหลือประชาชนรายย่อยและผู้ประกอบการได้ประมาณ 4,000–5,000 ราย ทั้งนี้ ได้ให้บริการนำร่องไปแล้วในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ และเตรียมให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 พร้อมกับมีแผนขยายบริการไปตามหัวเมืองใหญ่ทุกภูมิภาค ในต้นปี 2566 และทั่วประเทศตั้งแต่กลางปี 2566 เป็นต้นไป โดยมีสาขาของธนาคารออมสินเป็นหลักในการให้บริการ     อนึ่ง บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เกิดขึ้นจากการผลักดันของธนาคารออมสิน ด้วยแนวทางที่ต้องการให้ธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝากในตลาดเกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงแหล่งเงินด้วยต้นทุนที่เป็นธรรมอย่างเท่าเทียม และเกิดความคล่องตัวในการให้บริการประชาชน จึงเกิดการร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสิน กับ บริษัท ทิพย เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด และ กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท เมื่อกลางปี 2565 ที่ผ่านมา.    

28 Dec 2022

BUSINESS-MARKETING / ธุรกิจ-การตลาด-ขายตรง-SME

...

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร เข้าพบ นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เพื่ออวยพร และรับคำอวยพร เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่ผ่านมา  รวมถึงหารือแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้ยกระดับสู่มาตรฐานบัญชีเดียว และเข้าถึงแหล่งเงินทุน และบริการด้านงานพัฒนาของ SME D Bank ที่จะช่วยให้เดินหน้าธุรกิจเติบโตสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ณ กรมสรรพากร เมื่อเร็ว ๆ นี้  

05 Feb 2023


...

นายณัฐสิทธิ์  สุนทราณู  ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ในปีนี้เคทีซีเตรียมรุกตลาดบัตรเครดิต ด้วยกลยุทธ์ Less is More โดยเน้นทำในสิ่งที่สำคัญ เป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของสมาชิกอย่างแท้จริง เพื่อให้สมาชิกเกิดความประทับใจและผูกพันกับแบรนด์เคทีซีผ่านประสบการณ์ตรงจากการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ โดยช้อปออนไลน์ถือเป็นหมวดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง แม้เมื่อเกิดวิกฤติจากโควิด-19 เพราะวันนี้ตลาดช้อปออนไลน์สามารถครอบคลุมทุกหมวดสินค้าอย่างไม่มีข้อจำกัด และยังช่วยเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนบางอย่าง ทำให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าที่ง่ายขึ้นและปลอดภัยด้วยวิธีการชำระที่เชื่อถือได้ และยังได้รับความคุ้มค่าที่มากกว่าการใช้เงินสด ทั้งคะแนน KTC FOREVER เครดิตวงเงิน การผ่อนชำระ ฯลฯ ส่งผลให้จำนวนกลุ่มนักช้อปออนไลน์ขยายตัวมากขึ้นต่อเนื่อง” “ในไตรมาสแรกนี้ เคทีซีจึงได้ผนึกความคุ้มค่าของคะแนนสะสมเคทีซี ซึ่งสมาชิกให้การตอบรับดีมาโดยตลอด เข้ากับช้อปปี้ (Shopee) อีคอมเมิร์ซยอดนิยมในไทย จัดโครงการให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถใช้คะแนนผ่านแอปฯ KTC Mobile แลกรับโค้ดส่วนลดจากช้อปปี้ 2 รูปแบบ คือ 1) แลกรับโค้ดส่วนลดสูงสุด Shopee 1,000 บาท เมื่อใช้ 5,999 คะแนน (ปกติ 10,000 คะแนน) และมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 5,000 บาท หรือรับโค้ดส่วนลด 300 บาท เมื่อใช้ 2,499 คะแนน หรือรับโค้ดส่วนลด 100 บาท เมื่อใช้ 999 คะแนน ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 – 30 เมษายน 2566  2) แลกรับโค้ดส่วนลดสูงสุด Shopee 2,000 บาท เมื่อใช้คะแนน 5,999 บาท (ปกติ 20,000 คะแนน) และมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 9,999 บาท หรือรับโค้ดส่วนลด 500 บาท เมื่อใช้ 1,699 คะแนน (ปกติ 5,000 คะแนน) และมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 2,500 บาท หรือรับโค้ดส่วนลด 200 บาท เมื่อใช้ 999 คะแนน (ปกติ 2,000 คะแนน) และมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 – 31 มกราคม 2566 โดยคาดว่ากิจกรรมการตลาดในครั้งนี้ จะมีสมาชิกมาแลกคะแนนไม่น้อยกว่า 30 ล้านคะแนน ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมคลิก  https://www.ktc.co.th/promotion/online/shopping/shopee” สนใจสมัครบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภทคลิก https://ktc.today/apply-card  หรือติดต่อ KTC Phone โทร. 0-2123-5000 หรือศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

29 Jan 2023

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อพัฒนาเอสเอ็มอีไทย จัดโปรแกรมพัฒนา รับเปิดศักราชใหม่  ตลอดเดือนมกราคม 2566 สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เข้าถึงแหล่งทุน เสริมสภาพคล่อง ยกระดับธุรกิจ ขยายตลาด เพิ่มยอดขาย ขับเคลื่อนกิจการสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1. ของขวัญปีใหม่ “3 แพคเกจส่งสุขจากใจ” รับสิทธิได้ตลอดเดือน ม.ค.66  ตามเงื่อนไขธนาคาร ได้แก่  ผ่อนดี มีรางวัล รับบัตรกำนัลมูลค่า 300 บาท, เติมทุน รับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 5,000 บาท และช้อปปิ้งของดี มีโปรโมชั่นจากสุดยอดเอสเอ็มอีทั่วไทย กว่า 300 ราย ผ่าน E-book ที่เว็บไซต์ www.smebank.co.th 2. “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ครั้งที่ 4 ภาคตะวันออก วันที่ 20-22 ม.ค.66 ณ บูธของ SME D Bank ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านสวน จ.ชลบุรี 3. “เติมทุนหนุน SMEs พัฒนาอย่างยั่งยืน” Speed Up To The Next งานสัมมนาสร้างความเข้มแข็ง SMEs ไทย วันที่ 25 ม.ค. 66 เวลา 09.00-15.30 น. ณ ห้องแก้ววิเชียร ชั้น 11 อาคาร SME Bank Tower 4. “SME D Success (ปั้นดาว)” กิจกรรม Work shop นำสินค้าเข้าสมัครรับการคัดเลือกกับฝ่ายจัดซื้อ CP ALL โดยความร่วมมือระหว่าง SME D Bank กับ บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) หรือ CP ALL วันที่ 27 ม.ค.66 13.30 -16.30 น. ณ Co-Working Space ชั้น1 อาคาร SME D Bank Tower 5. “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ครั้งที่ 5 ภาคใต้ วันที่ 27-29 ม.ค.66 ณ บูธของ SME D Bank หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา 6. “E-learning SME D Academy” หลักสูตรเติมความรู้ครบวงจร เรียนรู้ได้เองตลอด 24 ชม. ที่เว็บไซต์ wdev.smebank.co.th ทั้งนี้ ทุกกิจกรรมเข้าร่วมได้ฟรี รวมถึง SME D Bank พร้อมให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจในโครงการ SME D Coach แนะนำทั้งความรู้ยกระดับธุรกิจครบวงจรและเตรียมพร้อมเข้าถึงแหล่งทุน สมัครเข้าร่วมกิจกรรม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ โทร.02-265-3775, 02-265-4100 หรือ Call Center 1357  

07 Jan 2023

...

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำทีมคณะผู้บริหารและพนักงานเคทีซีร่วมกิจกรรม “KTC ZARA Day” ชวนพนักงานร่วมถ่ายภาพแฟชั่นโดยช่างภาพมืออาชีพ และโพสต์รูปผ่านช่องทาง Social Media ของพนักงาน เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์แคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟโปรโมชันระหว่างเคทีซีและแบรนด์ในเครือ ZARA ตลอดทั้งปี เพียงสมาชิกช้อปผ่านบัตรเครดิตเคทีซีครบ 5,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิปที่แบรนด์ในเครือ ZARA รับเครดิตเงินคืน 5% โดยไม่ต้องลงทะเบียน และไม่ต้องใช้คะแนน (จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 500 บาทต่อเซลส์สลิป) ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 - วันที่ 31 ธันวาคม 2566 แบรนด์ในเครือ ZARA ประกอบด้วย ZARA (ซาร่า) / ZARA Home (ซาร่า โฮม) / Massimo Dutti (มาสสิโม ดุตติ) / Ted Baker (เท็ด เบเกอร์) / Bershka (เบอร์ช์ก้า) / Pull & Bear (พูลแอนด์แบร์) และ OYSHO (ออยโซ่) กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่สำนักงานเคทีซี อาคารสมัชชาวาณิช 2 ต้นซอยสุขุมวิท โดยมีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 150 คน และร่วมใจโพสต์ข้อความประชาสัมพันธ์บนช่องทาง Social Media อย่างคับคั่ง

27 Dec 2022

...

เคทีซีชี้ธุรกิจบริการร้านค้ารับบัตรเครดิตเติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจพื้นตัว เร่งพัฒนาระบบบริการรับบัตรหลัก เพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่ต้องการระบบรับชำระที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล ชูจุดแข็งที่่ระบบเสถียร ปลอดภัย เงินเข้าบัญชีไว ใส่ใจ 24 ชั่วโมง คาดสิ้นปี 2565 ยอดรับบัตรเครดิตโต 20% ตามเป้า   นางสาวเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารร้านค้าสมาชิก “เคทีซี” หรือ บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธุรกิจร้านค้ารับบัตรเครดิตเคทีซี (Merchant Acquiring) ในปีนี้ (มกราคม –พฤศจิกายน 2565) มีปริมาณยอดรับบัตรเพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสถานการณ์โควิด – 19 เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้จ่ายผ่านการชำระเงินในรูปแบบสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มากขึ้น ทั้งช่องทางหน้าร้าน (Offline) และร้านค้าออนไลน์ (Online) โดยเราเห็นเทรนด์การเติบโตต่อเนื่องของทั้งสองช่องทางนี้ ดังนั้นหากร้านค้าสามารถปรับตัวหรือเปิดให้บริการควบคู่ทั้ง Online และ Offline (omni channel) จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี และคาดว่าในไตรมาสที่ 4 จะมียอดรับบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นช่วงฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยในเทศกาลพิเศษต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อร้านค้า และสะท้อนผลมายังเคทีซีให้สามารถเติบโตตามเป้าหมาย 20% ในสิ้นปี 2565” “เคทีซีจึงได้ศึกษาและพัฒนาบริการร้านค้ารับบัตรเครดิตอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวก และช่วยผู้ประกอบการร้านค้าเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการขายสินค้าและบริการผ่านระบบบริการร้านค้ารับบัตร 6 ประเภท ดังนี้  1. บริการเครื่องรูดบัตร EDC (Electronic Data Capture) เพียงแตะบัตรจ่าย (Contactless) นอกจากการเสียบบัตรกับเครื่อง  ทั้งสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยได้มาตรฐานสากลรองรับการชำระเงินได้ทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของทุกธนาคาร และล่าสุดรองรับการชำระด้วย Google Pay ในเครื่องเดียว สามารถชำระได้ทั้งรูดเต็มจำนวน และบริการผ่อนชำระ (สำหรับบัตรเครดิตเคทีซี) พร้อมรองรับบัตรได้หลายสกุลเงิน DCC (Dynamic Currency Conversion) แปลงสกุลจากเงินบาทเป็นสกุลเงินของประเทศผู้ออกบัตรได้ทั่วโลกถึง 30 สกุลเงิน  อีกทั้งยังรองรับระบบแลกซื้อสินค้า และบริการแลกคะแนนสะสม KTC FOREVER พิเศษ สำหรับร้านค้าที่สมัครใช้บริการกับเคทีซี ฟรีค่าประกันเครื่อง ติดตั้งเครื่องและกระดาษเซลสลิป   2. บริการ KTC Payment Gateway ระบบการรับชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต วีซ่า มาสเตอร์การ์ด เจซีบี ยูเนี่ยนเพย์ และบัตรเดบิต เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้าและชำระเงินบนเว็บไซต์ของร้านค้าได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย 3.บริการรับชำระผ่านลิงค์เพย์ (LINK PAY)  ระบบการชำระเงินที่ร้านค้าสามารถสร้างลิงค์การรับชำระเงินด้วยลิงค์ (LINK) หรือ คิวอาร์โค้ด (QR Code) และส่งให้กับลูกค้าเพื่อชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ผ่านช่องทางที่ร้านค้าติดต่อกับลูกค้า อาทิ โซเชียลมีเดีย และอีเมล  โดย LINK PAY จะมีอายุการใช้งาน 24 ชั่วโมง รองรับบริการรูดเต็มจำนวน และผ่อนชำระ (สำหรับบัตรเครดิตเคทีซี) บริการรับชำระผ่าน LINK PAY  มีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล และมีรหัสยืนยันการทำธุรกรรมออนไลน์แบบใช้ครั้งเดียว OTP (One Time Password) และร้านค้าสามารถตรวจสอบผลการทำรายการแบบเรียลไทม์ผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 4. KTC QR Pay บริการรับชำระค่าสินค้าบริการด้วยบัตรเครดิต หรือพร้อมเพย์ (PromptPay) เพียงลูกค้าสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ผ่านสมาร์ทโฟน ก็สามารถทำธุรกรรมจ่ายเงินได้ง่าย สะดวกสบาย ปลอดภัย ที่สำคัญร้านค้าไม่ต้องวิ่งหาเงินทอน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าบริการเครื่องรูดบัตร (EDC) ซึ่งบริการ QR Pay กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพียงร้านค้าตั้งป้าย QR Code หรือสร้าง QR Code ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน “KTC Merchant” ก็สามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว 5. KTC Recurring บริการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เพื่อให้ร้านค้าเรียกเก็บเงินค่าบริการจากผู้ถือบัตรได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เหมาะกับการหักค่าบริการรายเดือนหรือรายงวดตามที่ร้านค้ากำหนด อาทิ ค่าสาธารณูปโภค ค่าโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียมสมาชิก ค่าเบี้ยประกัน เงินบริจาคการกุศล ค่าส่วนกลางของอาคารที่อยู่อาศัย 6.บริการอาลีเพย์ (Alipay) ในเครือของ Alibaba ที่อำนวยความสะดวกให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวในไทย หรือชาวจีนที่อาศัยในไทย และมีบัญชี Alipay สามารถชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน Alipay ที่ร้านค้า ใช้งานง่าย ทันสมัย สะดวกและปลอดภัย อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการโฆษณาร้านค้าให้เป็นที่รู้จักบนแอปพลิเคชัน Alipay พร้อมมีเนวิเกเตอร์ช่วยให้ผู้ใช้บริการอาลีเพย์ค้นหาที่ตั้งร้านค้าได้ง่ายขึ้น”   นายธานี นาคเกยูร ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายสรรหาและบริหารร้านค้าสมาชิกออนไลน์ “เคทีซี” หรือ บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีการชำระเงินออนไลน์สะดวกและมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบมากขึ้น อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ซื้อของออนไลน์ก็เปลี่ยนไป โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดธุรกรรมมาจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ผู้ประกอบการร้านค้าจึงควรมองหาช่องทางการชำระเงินออนไลน์ที่เหมาะสมและมีทางเลือกให้กับผู้บริโภค บริการ KTC Payment Gateway เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถเติมเต็มและตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดใหญ่ได้ ด้วย 3 จุดแข็งหลัก (3S) ที่ทำให้พันธมิตรร้านค้าหลายแห่งเลือกใช้บริการคือ Service การบริการที่ตอบโจทย์ร้านค้า เงินเข้าบัญชีเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม ภายใน 1 วัน พร้อมบริการ 24 ชั่วโมง ครอบคลุม 7 วัน (24 x7) เป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการให้คำแนะนำกรณีร้านค้าจะมีการขยายธุรกิจ อาทิ เปิดเว็บไซต์ใหม่ เป็นต้น Stability ความเสถียรเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากต่อการทำธุรกรรมออนไลน์ หากระบบไม่เสถียรย่อมส่งผลกระทบต่อการซื้อขายของร้านค้าทันที เคทีซีจึงมีการลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับร้านค้าและผู้บริโภค Secure ความปลอดภัย คือหัวใจสำคัญของการให้บริการทางการเงินที่เคทีซีคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพื่อให้ทั้งร้านค้าและลูกค้าวางใจได้ว่าทุกธุรกรรมจะปลอดภัยด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งเคทีซีได้รับการรองรับจากหลายสถาบันทั้ง Card scheme, ISO รวมถึงมาตรฐาน PCIDSS ที่เป็นมาตรฐานสูงสุดของการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้กันในอุตสาหกรรมบัตรเครดิต” “เคทีซียังมีทีมงานบริการหลังการขายคอยช่วยเหลือร้านค้าและให้คำแนะนำด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมีทีม Fraud & Prevention ที่คอยมอนิเตอร์เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับร้านค้าและเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมของลูกค้า สำหรับร้านค้าที่สนใจใช้บริการธุรกิจร้านค้ารับบัตรเครดิตเคทีซี (Merchant Acquiring) สามารถสมัครได้ที่ www.ktc.co.th/merchant หรือ ติดต่อ Call Center ธุรกิจร้านค้า KTC โทร.0-2123-5700 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง”  

15 Dec 2022

...

ฯพณฯ มร. โจนาธาน คิงส์ (กลาง) เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ประธานเปิดงาน “การศึกษานิวซีแลนด์” (New Zealand Education Fair 2022) ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธเคทีซีโดยมีนางสาวพัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชร (ซ้าย) ผู้บริหาร KTC World Travel Service “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้การตอนรับร่วมด้วย นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล (ขวา) ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ณ สามย่าน มิตรทาวน์ นางสาวพัทธ์ธีรา กล่าวว่า “เคทีซีเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่สนับสนุนการสร้างโอกาสทางการศึกษามาตลอด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการพัฒนาด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศอันดับต้นๆของโลกในด้านคุณภาพชีวิตและการศึกษา การได้ร่วมกับการศึกษานิวซีแลนด์ถือเป็นความร่วมมือที่จะมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่สนใจส่งบุตรหลานไปศึกษาภาษาอังกฤษต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ จะได้รับสิทธิพิเศษเมื่อชำระค่าเล่าเรียนกับตัวแทนสถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการฯ จะได้รับคะแนน KTC FOREVER X 4” สำหรับข้อมูลการเรียนภาษาอังกฤษต่อ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.learnenglishnewzealand.com  หรือ LINE Official @nezenlish ตั้งแต่วันที่16 พฤษภาคม 2565 - 30 เมษายน 2566”ทั้งนี้ เคทีซียังมีข้อเสนอพิเศษให้นักเรียนรับสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบินเส้นทางนิวซีแลนด์ราคาพิเศษที่ “KTC WORLD” บริการข้อมูลการเดินทางและท่องเที่ยวทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02 123 5050 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/ktcworld  สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิก: https://ktc.today/apply-card                           

12 Dec 2022

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ปล่อยหนังสั้นส่งท้ายปี 2565 ชุด “แสงสว่าง” ความยาว 8 นาที ครึ่ง ให้กำลังใจผู้ที่กำลังต่อสู้กับทุกปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ลุงเอี่ยม หัวหน้าครอบครัวที่ประกอบอาชีพซ่อมรถมอเตอร์ไซค์หาเลี้ยงตนเองและครอบครัวมายาวนาน ซึ่งปัจจุบันลุงเอี่ยมพบว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพรุนแรง ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ แต่ด้วยบทบาทหน้าที่ของผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้ลุงเอี่ยมต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคไปให้ได้ พร้อมแง่คิด “ถ้าใจไม่มืด โลกก็ยังมีแสงสว่างให้เราเสมอ” โดยเนื้อหามีเค้าโครงจากเรื่องจริง ซึ่งได้รับการกำกับดึงซีนอารมณ์เรียกน้ำตาจาก นายครรชิต สพโชคชัย ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และ นายเกรียงไกร วชิรธรรมพร ผู้กำกับร่วมและผู้เขียนบทชื่อดัง ถือเป็นของขวัญสร้างแรงบันดาลใจส่งท้ายปี 2565 ให้แก่นักสู้ทุกคน สนใจรับชมหนังสั้นชุด “แสงสว่าง” ได้ผ่านช่องทาง YouTube หรือ Facebook เงินติดล้อ เยี่ยมชมข้อมูลเงินติดล้อเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tidlor.com และ Facebook Fanpage เงินติดล้อ หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการได้ที่ call center หมายเลขโทรศัพท์ 088-088-0880 ตลอด 24 ชม.

04 Dec 2022

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / ENERGY - พลังงาน

...

กบข. จัดส่งใบแจ้งยอดเงินประจำปีให้กับสมาชิก และเปิดให้สมาชิกดาวน์โหลด e-Statement แล้ว พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีกับกรมสรรพากร เพิ่มความสะดวกให้แก่สมาชิก ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารใบแจ้งยอดเงินสมาชิกประจำปี 2565 ให้กับสมาชิกทั่วประเทศแล้ว ทั้งในรูปแบบเอกสารผ่านหน่วยงานต้นสังกัด และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Statement) ตามที่อยู่อีเมลของสมาชิกที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอรับ e-Statement ไว้ โดยใบแจ้งยอดเงินสมาชิกจะแสดงข้อมูลรายละเอียดยอดเงิน ณ วันสิ้นปี 2565 ทั้งเงินสะสมที่สมาชิกนำส่ง เงินที่รัฐสมทบให้ และผลตอบแทนที่ กบข. นำเงินสะสมของสมาชิกและเงินสมทบไปลงทุน ซึ่งจะแจกแจงตามประเภทของเงินและตามแผนการลงทุน ซึ่งจะทำให้ได้รับทราบความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชี พร้อมทั้งมีเอกสารใบประมาณการเงิน กบข. เมื่อเกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นการประมาณการจากพฤติกรรมการออมและการลงทุนปัจจุบันของสมาชิก เพื่อกระตุ้นให้สมาชิกเห็นความสำคัญของการวางแผนเพื่อการเกษียณ และสามารถทดลองเปรียบเทียบคู่แฝดสมมติของตนเองได้ที่เมนู My GPF & My GPF Twins ที่แอป กบข. นอกจากนี้ กบข. ได้เชื่อมโยงข้อมูลการนำส่งเงินสะสมเข้ากองทุนกับทางกรมสรรพากร เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก เมื่อยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ จะแสดงข้อมูลเงินสะสม กบข. อัตโนมัติ โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนของยอดเงินสะสมระหว่างปี 2565 ซึ่งเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท   ทั้งนี้ กบข. ยังได้เปิดให้บริการดาวน์โหลด e-Statement ผ่าน 3 ช่องทางออนไลน์ ดังนี้ 1. My GPF Application ที่เมนู “ดาวน์โหลด e-Statement” 2. My GPF Website ที่เมนู “บัญชีของฉัน” และเลือก “ดาวน์โหลด e-Statement” และ 3. LINE กบข. @gpfcommunity เข้าผ่านสมาร์ตโฟน ที่เมนู “ดูใบแจ้งยอดเงินปีล่าสุด” ในเมนูหน้าแชท ซึ่งสมาชิกจะได้รับใบแจ้งยอดเงินเป็นไฟล์สกุล .pdf ที่มีรหัสผ่าน เป็นวันเดือนปี พ.ศ. เกิดของสมาชิก ดร. ศรีกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กบข. ขอเชิญชวนให้สมาชิกลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอรับ e-Statement เพื่อช่วยลดการตัดต้นไม้ ลดการใช้กระดาษ มีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “GPF Save Paper” และยังได้รับ e-Statement ก่อนการรับเอกสารผ่านหน่วยงานต้นสังกัดด้วย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. หรือ LINE กบข. @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร 1179

27 Jan 2023


...

ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับหน่วยงานและสถาบันการเงินต่าง ๆ รวม 13 แห่ง โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนาม ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 โดย กบข. จะให้การสนับสนุนข้อมูล พร้อมเผยแพร่ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพร้อมทั้งบูรณาการประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบต่อไป    

08 Jan 2023

...

กบข. ภาคภูมิใจได้รับ 2 รางวัล รางวัลรัฐบาลดิจิทัล 4 ปีซ้อน และรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ พร้อมมุ่พัฒนายกระดับบริการดิจิทัล กบข. ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของสมาชิก ตามนโยบายของรัฐบาล Thailand 4.0 ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2565 (Digital Government Awards 2022) หน่วยงานที่มีการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในระดับสูง จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ซึ่ง กบข. ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยในปีนี้มีหน่วยงานยื่นเข้าร่วมการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานทั่วประเทศทั้งสิ้น 1,889 หน่วยงาน นอกจากนี้ กบข. ยังได้รับรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่ง กบข. ได้ดำเนินงานตามนโยบายการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (Data.go.th) และได้เผยแพร่ข้อมูลมูลค่าหน่วยลงทุนของทุกแผนการลงทุน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ อัตราผลตอบแทน บนเว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้สมาชิกและประชาชนทั่วไปสามารถสืบค้นได้ กบข. มุ่งพัฒนาต่อยอดการให้บริการสมาชิกผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและยกระดับการให้บริการสมาชิกครอบคลุมทุกความต้องการตั้งแต่วันที่เข้ารับราชการ จนถึงวันที่เกษียณอายุราชการหรือพ้นสมาชิกภาพ ตลอดจนดูแลสมาชิกที่ใช้บริการออมต่อกับ กบข. เมื่อออกจากราชการ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน กบข. “My GPF Application” ซึ่งมีจำนวนสมาชิกใช้บริการแอปพลิเคชันกว่า 1.1 ล้านครั้งต่อปี สำหรับในอนาคต กบข. เตรียมเปิดให้บริการแบบจำลองคู่แฝดการบริหารเงิน (Digital Twins) เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินได้อย่างเข้าใจ ผ่านการจำลองเลือกแผนการลงทุนและสัดส่วนเงินออม ตลอดจนประมาณการยอดเงินในอนาคต ให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลังเกษียณของสมาชิก  

05 Dec 2022

...

กบข. พร้อมด้วย Shopee, LINE MAN Wongnai และ Minor Food ร่วมกันคัดสรรสิทธิประโยชน์ เพื่อมอบให้แก่ข้าราชการตำรวจ บน “แทนใจ” แอปพลิเคชันสวัสดิการตำรวจ มุ่งหวังพัฒนาคุณภาพชีวิตตำรวจไทย ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. มีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิก กบข. ที่เป็นข้าราชการตำรวจ ด้วยการเชื่อมต่อระหว่าง My GPF Application ของ กบข. และ แทนใจ แอปพลิเคชันสวัสดิการตำรวจ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้เข้าถึงบริการของ กบข. ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น โดย กบข. ได้พัฒนาระบบเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล เมื่อข้าราชการตำรวจที่เป็นสมาชิก กบข. เข้าใช้งานแอปพลิเคชันแทนใจ สามารถคลิกเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน กบข. “My GPF Application” ได้อัตโนมัติ และเป็นการเพิ่มช่องทางการดูยอดเงินบัญชีของสมาชิก นอกจากนี้ กบข. ยังได้คัดสรรสิทธิประโยชน์สำหรับข้าราชการตำรวจที่เป็นสมาชิก กบข. ทั้งประกันอุบัติเหตุฟรีจากทิพยประกันภัย ส่วนลดค่าน้ำมันจากปั๊ม PT ส่วนลดค่าสินค้าจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เทสโก้ โลตัส เป็นต้น พร้อมทั้งได้เพิ่มช่องทางการเรียนรู้ให้กับข้าราชการตำรวจในการบริหารเงินเพื่อการเกษียณและการบริหารจัดการหนี้ พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ 4 องค์กรใหญ่ นำโดย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) , Shopee, LINE MAN Wongnai และ Minor Food เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ร่วมพัฒนากับแอปพลิเคชัน แทนใจ (Tanjai) เวอร์ชั่น 2.0 เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์แก่บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบสิทธิประโยชน์ในการซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ ช้อปปี้ (Shopee) และ LINE MAN Wongnai รวมถึง การให้ผู้ใช้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ ของ กบข. และ Minor Food Group ผ่านแอปพลิเคชันแทนใจ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แอปพลิเคชัน แทนใจ (Tanjai) เวอร์ชั่น 2.0 ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพ เตรียมปล่อยให้บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัพเดท ในช่วงสิ้นเดือนกันยายน 2565 ทั้งทาง App Store และ Play Store ด้าน ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการ Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า การร่วมมือกับแอปพลิเคชั่นแทนใจ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก โดยทาง ช้อปปี้ (Shopee) จะนำส่วนลดสินค้าและบริการต่างๆ มาให้กับข้าราชการตำรวจ นอกจากนี้ ยังร่วมสนับสนุนด้านความรู้และการพัฒนาทักษะดิจิทัลที่เป็นประโยชน์ให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจผ่านหลักสูตร Shopee Bootcamp ที่จะสอนการจัดการร้านค้าบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ (Shopee) อีกด้วย ซึ่งการเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าว จะช่วยให้บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษในการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, ShopeeFood และ Shopee e-Service เป็นต้น โดยจะปรากฏอยู่ในหน้าสิทธิสวัสดิการของแอปพลิเคชัน แทนใจ ที่ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 200,000 คน นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธาน ฝ่าย Public Affairs ของ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ทาง LINE MAN มีความยินดีที่จะได้ร่วมมือกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในปัจจุบันนี้ Line Man มีให้บริการครบ 77 จังหวัดแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ผ่านการใช้สิทธิประโยชน์ของ LINE MAN ผ่านแอปพลิเคชั่น แทนใจ และในอนาคตทาง LINE MAN จะนำบริการซื้อของ, บริการแมสเซนเจอร์ และบริการแท็กซี่ เข้ามาช่วยสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป การร่วมมือกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ LINE MAN จะช่วยให้บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในการซื้ออาหารบนแพลตฟอร์ม LINE MAN และบริการอื่นอีกมากมายของ LINE MAN เพื่อมุ่งหวังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน ขณะที่ นางนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) ภายใต้การดำเนินการของบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการเริ่มต้นความร่วมมือครั้งนี้ ทางไมเนอร์ ฟู้ด มีแบรนด์ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่เรายินดีที่จะมอบสิทธิประโยชน์ให้กับบุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถใช้บริการได้ที่ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ทั่วประเทศ  

02 Oct 2022

...

ธ.ก.ส. มอบนโยบายสาขาในพื้นที่เร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุโนรู จัดถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อน สำรวจข้อมูลความเสียหาย พร้อมเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ย 0% 6 เดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงิน 12,000 ล้านบาท นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโนรู ทำให้เกิดวิกฤติน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและกำลังขยายมาในพื้นที่ภาคกลางส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ซึ่ง ธ.ก.ส.ได้เร่งดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรลูกค้า โดยมอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้าและนำถุงยังชีพไปมอบเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมถึงสำรวจข้อมูลความเสียหายและผลกระทบจากอุทกภัย โดยกรอบการดำเนินงานที่จะเข้าไปดูแลกรณีได้รับความเสียหาย ธ.ก.ส. จะผ่อนผันการชำระหนี้ออกไปไม่เกิน 12 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ และสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2565 เมื่อดำเนินการสำรวจพื้นที่การเกษตรแล้วพบว่า มีความเสียหายเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ธ.ก.ส. จะเร่งประสานงานส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชดเชยความเสียหายโดยเร็วต่อไป นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังพร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าใช้จ่ายจำเป็นฉุกเฉิน เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือน เดือนที่ 7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR คือ 6.50% วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 (ปัจจุบัน MRR = 6.50) จึงขอให้เกษตรกรอย่ากังวลในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดย ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และขอให้โปรดระมัดระวังมิจฉาชีพที่มักจะใช้โอกาสจากความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเข้ามาหลอกลวง โดยแอบอ้างใช้สัญลักษณ์โลโก้  ธ.ก.ส. เพื่อสร้างความเข้าใจผิด ให้เข้ามากู้เงิน หรือหลอกให้โอนค่าธรรมเนียม เพื่อแลกกับการใช้บริการสินเชื่อ หรือโอนค่าประกันภัยจาก ธ.ก.ส. ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายจ่ายสินเชื่อผ่านสื่อโซเซียลหรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ  ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่เท่านั้นหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center 02 555 0555    

02 Oct 2022

...

กบข. จับมือ สตช. ลงนาม MOU เชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นระหว่างหน่วยงาน เพื่อขยายการเข้าถึงข้าราชการตำรวจ ที่เป็นสมาชิก กบข. เพิ่มมากขึ้น หวังยกระดับความมั่นคงทางการเงิน ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่าด้วยการเชื่อมต่อ “Tanjai Application” กับ “My GPF Application” โดยมีพลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ลงนาม ซึ่งการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้เข้าถึงบริการของ กบข. ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และ กบข. ได้พัฒนาระบบเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล เมื่อข้าราชการตำรวจที่เป็นสมาชิก กบข. เข้าใช้งานแอปพลิเคชันสวัสดิการตำรวจ “Tanjai Application” สามารถคลิกเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน กบข. “My GPF Application” ได้อัตโนมัติ ทั้งนี้ กบข. หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ข้าราชการตำรวจเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ของ กบข. เพิ่มมากขึ้น และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับข้าราชการตำรวจ ซึ่งปัจจุบันข้าราชการตำรวจที่เป็นสมาชิก กบข. มีจำนวน 1.6 แสนราย แต่มีการเข้าถึงบริการของ กบข. อยู่ที่ 58% ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นการเพิ่มช่องทางในการดูยอดเงินในบัญชีสมาชิก ซึ่งระบบจะเชื่อมต่อตรงมายัง My GPF Application การรับสิทธิพิเศษส่วนลดร้านค้าต่าง ๆ มากมาย พิเศษเฉพาะสมาชิก กบข. ที่สามารถกดรับสิทธิพิเศษได้ทันทีบน Tanjai Application และยังสามารถเข้าเรียนในหลักสูตร GPF e-Learning เพื่อเสริมทักษะและเพิ่มความรู้ด้านการเงินการลงทุน นอกจากนี้ จะมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญของ กบข. ให้ข้าราชการตำรวจได้รับทราบผ่านช่องทาง Tanjai Application ด้วย พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในยุคที่ข่าวสารเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจเกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดจากการส่งต่อข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง ทำให้ข้าราชการตำรวจหลายนายเกิดความเข้าใจผิดในเรื่องของสิทธิและสวัสดิการของตนเอง เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลภายในองค์กรมีความรวดเร็วและความถูกต้อง จึงเป็นที่มาของการพัฒนาแอปพลิเคชันแทนใจ และปัจจุบันกำลังเข้าสู่การพัฒนาในเวอร์ชัน 2.0 ที่มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ หลายด้าน โดยสิ่งที่สำนักงานตำรจแห่งชาติ พยายามแก้ไขปัญหาให้กับข้าราชการตำรวจ คือ เรื่องหนี้สิน ซึ่ง กบข. เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุน มีการทำสื่อการเรียนรู้เผยแพร่เรื่องการวางแผนการเงิน การออม รวมถึงการลงทุน และ กบข. ได้ให้ความสำคัญกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการนำสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ ความรู้การวางแผนด้านการเงินผ่าน GPF e-learning มอบให้แก่ข้าราชการตำรวจผ่านช่องทาง Tanjai Application เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ  ดังที่กล่าวมา นอกจากนี้ กบข. และ สตช. ยังได้ร่วมกันจัดโครงการนำร่องส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของสมาชิก กบข. ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นที่ปรึกษาโครงการ เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของสมาชิก กบข. โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ เพื่อให้สมาชิกเข้าใจถึงหลักการออมเงินและการบริหารจัดการการเงินของตนเอง ให้มีความมั่นคง ทั้งในช่วงอายุที่ยังมีรายได้ และเมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยเกษียณในอนาคต

01 Oct 2022

...

ธ.ก.ส. เสริมแกร่ง Smart Farmer และผู้ประกอบการหัวขบวน เน้นเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตและลดต้นทุนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก BCG พร้อมเติมทุนต่อยอดธุรกิจสู่มาตรฐานระดับสากลผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน วงเงินรวมกว่า 1.5 แสนล้าน ทั้งสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย อัตราดอกเบี้ย 0.01 ต่อปี สินเชื่อเสริมแกร่ง SMEs เกษตร และสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ร้อยละ 4 ต่อปี นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมงานกลุ่มทักษิณ ปาล์ม ซึ่งดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจร ตั้งแต่ต้นกล้าปาล์มจนถึงโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ มีการนำระบบบริหารที่ลดปริมาณของเสีย (Zero Waste) และส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีคณะผู้บริหารและเกษตรกรสมาชิก ให้การต้อนรับ ณ บริษัท ทักษิณ ปาล์ม (2521) จำกัด ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งผลกระทบ ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาปัจจัยในการเติบโตจากสภาพอากาศ ธ.ก.ส. ตระหนักถึงความสำคัญในปัญหาดังกล่าว และพร้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพลูกค้า โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา เข้าไปเติมองค์ความรู้ ทั้งในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลากหลายเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย ที่เน้นสนับสนุนสหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านและกลุ่มเกษตรกรในการขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพื่อต่อยอดธุรกิจ สร้างรายได้ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ่านการแปรรูปผลผลิต วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี และมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เกษตรหัวขบวนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Smart Farmer) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักอาชีพเกษตรกรรม รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่พร้อมนำความรู้และประสบการณ์กลับไปพัฒนาและต่อยอดธุรกิจที่บ้านเกิดผ่านสินเชื่อเสริมแกร่ง SME เกษตร สินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพและสินเชื่อนวัตกรรมดีมีเงินทุน อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 4 ต่อปี วงเงินรวม 90,000 ล้านบาท เป็นต้น นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการดำเนินงานและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลัก BCG ด้วยการทำเกษตรแบบอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย  การใช้พลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาด รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) วงเงิน 15,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MRR – (0.5 – 1) ต่อปี เป็นต้น สำหรับกลุ่มทักษิณ ปาล์ม เป็นผู้ประกอบการหัวขบวนในโครงการการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ประกอบธุรกิจน้ำมันปาล์มครบวงจร โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต มีการจำหน่ายต้นกล้าปาล์มหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ พันธุ์ดามี พันธุ์ไนจีเรียแบล็ค  พันธุ์โกลเด้นเทอเนอร่า และพันธุ์ลาเม่ จนถึงการสกัดน้ำมันปาล์มดิบเพื่อจำหน่ายในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และการใช้ผลิตเป็นเชื้อเพลิง เป็นจุดรับซื้อปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรในราคาสูงกว่าตลาดเพื่อนำไปสกัดและจำหน่าย ซึ่งหลังจากกระบวนการสกัดน้ำมันแล้ว มีการนำเศษวัสดุที่เหลือจากการผลิตมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งถือเป็นการลดปริมาณของเสีย (Zero Waste) และส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ นอกจากนั้น ยังเป็นหัวขบวนที่ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนด้วยการสนับสนุนการรวมกลุ่มในรูปแบบของเกษตรแปลงใหญ่และบริหารจัดการแผนการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรมีตลาดรองรับในการจำหน่ายผลผลิต มีรายได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังจัดหาและจำหน่ายปุ๋ยให้กับเกษตรกรในราคาต้นทุน ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิต เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตไปสู่วิถีเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย เพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อนและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมของไทย

03 Sep 2022

SOCIETY - CSR / ภาพข่าว-กิจกรรมเพื่อสังคม

...

บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มเพื่อให้ธนาคารเลือดศิริราชมีจำนวนที่เพียงพอในการช่วยเหลือผู้ป่วยและต่อชีวิตให้ผู้อื่น กับกิจกรรม “NSI Blood Hero” เพื่อผู้ป่วยโรงพยาบาลศิริราช โดยเชิญชวนผู้บริหาร-พนักงานนำสินจิตอาสา ตัวแทน และผู้เช่าอาคาร มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ที่อาคารนำสินประกันภัย สำนักงานใหญ่ ทั้งนี้ กิจกรรม “NSI Blood Hero” เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องมาเป็นที่ 7 ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำความดีช่วยเหลือสังคมเมื่อมีโอกาสเพื่อชีวิตที่ยั่งยืนและดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน  

06 Feb 2023


...

ดร. สมพร สืบถวิลกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย  คุณวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่  พร้อมผู้บริหาร บมจ.ทิพยประกันภัย  และหน่วยหนุมานทิพยจิตอาสา จัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล "พลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 206" เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ณ วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่ 1)  โดยจัดพิธี “กงฮุก” ซึ่งถือเป็นพิธีที่มีความสำคัญ คือการถวายบูชาแด่พระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยการถวายบูชาด้วยอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา การถวายอามิสทั้ง 6 (หลักก่ง) ได้แก่ ธูปหอม ดอกไม้ ประธีป น้ำ ผลไม้และดนตรี เป็นต้น ส่วนการปฏิบัติบูชาได้แก่ การตั้งจิตระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ ทั่วสิบทิศ และการสวดหรือการฟังพระพุทธมนต์ ตลอดจนการร่วมอนุโมทนาบุญกุศลและแผ่บุญกุศลให้สรรพสัตว์ทุกภพภูมิอย่างอัปปมัญญา คือ ไม่มีจำกัดไม่มีประมาณ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด โดยได้รับความเมตตา จากพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต (เย็นงี้) ปลัดขวาจีนนิกาย เลขานุการเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ รักษาการเจ้าอาวาสวัดทิพยวารี มาเป็นประธานสงฆ์  ทั้งนี้คณะผู้บริหารและพนักงานยังได้ร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ปัจจัยบำรุงศาสนสถาน  และถวายภัตตาหารเพลเจแด่พระภิกษุสามเณรภายในวัดทุกรูปอีกด้วย      

05 Feb 2023

...

FWD ประกันชีวิต ร่วมกับ ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ประกาศผู้ชนะโครงการประกวด ไวรอลวิดีโอ (Viral VDO) ระดับมหาวิทยาลัย University Viral VDO IDEA Competition 2022 กับโจทย์ “Celebrate living: ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่…ในแบบที่เป็นตัวเอง” รางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท สร้างผลงานเป็นภาพยนตร์โฆษณาจริง ณ โรงภาพยนตร์ Enigma The Shadow Screen ชั้น 6 สยามพารากอน   นางสาวปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“FWD ประกันชีวิต”)  กล่าวว่า FWD ประกันชีวิต ให้ความสำคัญกับการให้พื้นที่คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเชิงนวัตกรรม สร้างความแตกต่างและทำให้เกิดขึ้นจริงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ในวันนี้เราขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะการประกวดฯ ที่นอกจากจะได้รับรางวัลแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมกับการทำงานจริง ตั้งแต่พัฒนาไอเดียจากแนวคิด “Celebrate living: ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่…ในแบบที่เป็นตัวเอง” ของตนเอง จนผลิตเป็นภาพยนตร์โฆษณาที่ใช้งานจริง ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของบริษัท ซึ่งถือว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิตด้วยกัน ด้านนายสง่า ฉัตรชัยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด กล่าวว่า การเปิดพื้นที่ส่งเสริมศักยภาพครั้งนี้เป็นความสำเร็จในการเฟ้นหาครีเอทีฟรุ่นใหม่ ที่เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันวงการโฆษณาและภาพยนตร์ไทยสู่ระดับสากล ตลอดการประกวดฯ ทุกทีมมุ่งมั่นและมีศักยภาพทางความคิดที่ปรับใช้ได้จริงในปัจจุบัน รวมทั้งมีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม หลังผ่านการอบรมกับผู้เชี่ยวชาญตลอด 3 เดือน จนวันนี้ เราได้ 3 ทีมสุดท้าย ที่เราจะเลือกนำไอเดียตั้งต้นไปผลิตเป็น Viral VDO ต่อไป ซึ่งไอเดียทั้งหมดนี้มีความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นตัวของตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจ และความแปลกใหม่ ที่น่าจับตามอง สำหรับทีมชนะเลิศ โครงการประกวด University Viral VDO IDEA Competition 2022 ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร ได้แก่ ทีม Flint กับผลงาน Copper รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร ได้แก่ ทีม Loose Goose กับผลงาน Abstract รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร ได้แก่ ทีม Delluna กับผลงาน ตัวเล็กๆ                                                                                                                       นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ Social Popular Vote รับเงินสด  50,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร ได้แก่ ทีม Flint กับผลงาน Copper โดย FWD ประกันชีวิต ยังมอบประกันอุบัติเหตุ “ประกันคนกล้า แมกซ์” ให้กับผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 8 คนอีกด้วย

05 Feb 2023

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย จัดโครงการ BKI ห่วงใยความปลอดภัย ใส่ใจชุมชน โดยมอบอุปกรณ์ถังดับเพลิงติดตั้งทุกจุดสำหรับใช้งานได้ทั่วถึงในพื้นที่ของชุมชนและสิ่งของที่จำเป็นเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมคนในชุมชนรอบข้างบริษัทฯ รวม 4 ชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งกรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการดูแลใส่ใจประชาชนที่อยู่ในชุมชนบริเวณใกล้เคียงให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีความปลอดภัย โดยมีนายยิ่งยศ แสงชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายสินไหมทดแทนยานยนต์ และนางอภิญญา จิตระดับ ผู้จัดการมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย เป็นผู้แทนบริษัทฯ พร้อมด้วยนายชาติชาย กุละนำพล ผู้อำนวยการเขตสาทร ร่วมมอบสิ่งของในโครงการดังกล่าว ได้แก่ ชุมชนหน้าสมาคมธรรมศาสตร์ รับมอบถังดับเพลิง 20 ถัง และถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มจำนวน 35 ชุด ชุมชนบ้านเอื้ออาทรสวนพลูพัฒนา รับมอบถังดับเพลิง 15 ถัง และถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มจำนวน 35 ชุด ชุมชนพัฒนสิน รับมอบถังดับเพลิง 15 ถัง และถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มจำนวน 35 ชุด ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู รับมอบถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มจำนวน 35 ชุด และเต็นท์ผ้าใบจำนวน 2 หลัง             โดยมีประธานชุมชนและผู้แทนชุมชน รับมอบ ณ บริเวณลานกิจกรรมชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566

05 Feb 2023

...

นายบดีศร กษมางกูร ผู้จัดการ สายงานกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม เป็นผู้แทนบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มอบเงินจำนวน 30,000 บาท และร่มสนาม จำนวน 16 คัน แก่ ฮัจยีประดิษฐ มิ่งสมร อิหม่ามประจำมัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญีรีน (ห้วยขวาง) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของมัสยิด ในงานดื่มน้ำชาการกุศล “ดารุ้ลสัมพันธ์ 2566” ซึ่งเป็นงานพบปะสังสรรค์ของชาวมุสลิมจากมัสยิดต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ณ มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญีรีน (ห้วยขวาง)

05 Feb 2023

...

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา  นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ ประธานจัดงานรับมอบโล่รางวัลที่สุดแห่งปี 2566  “CEO THAILAND OF THE YEAR 2023”  ได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศ “สุดยอดนักการเมืองแห่งปี 2566” แด่ ฯพณฯ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แทนรับมอบโล่รางวัลดังกล่าว  โดยในงานรับมอบโล่รางวัลที่สุดแห่งปีในครั้งนี้ ยังได้มีการมอบโล่รางวัล สุดยอดผู้บริหารแห่งปี / สุดยอดองค์กรแห่งปี / และ สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี ให้กับผู้บริหาร นักธุรกิจ  และบริษัท ห้างร้าน องค์กร อีกหลายรางวัล ซึ่งงานรับมอบโล่รางวัลดังกล่าว ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 18 ปี โดยบริษัทเอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด และกลุ่มสื่อ CEO THAILAND ณ ห้องเมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร                        

05 Feb 2023

...

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566 คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ร่วมแสดงความยินดีแก่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสที่ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งปี (Finance Minister of the Year 2023) ของภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก จากนิตยสาร The Banker ในเครือ Financial Times ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ด้านเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล ซึ่งนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้รับการยกย่องในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ อาทิ มาตรการคนละครึ่งที่ช่วยกระตุ้นการบริโภค การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการ มาตรการในการช่วยเหลือและเยียวยากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจต่าง ๆ การนำนโยบายการคลังที่ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบการชำระเงินของไทยไปสู่ระดับสากล และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Economy) ช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูและผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไปได้อย่างเข้มแข็ง รวมถึงมุ่งมั่นในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อรักษาวินัยด้านการเงินและการคลังของประเทศในระยะยาว ณ ห้องประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ชั้น 23 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร

30 Jan 2023

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา  นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ ประธานจัดงานรับมอบโล่รางวัลที่สุดแห่งปี 2566  “CEO THAILAND OF THE YEAR 2023”  ได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศ “สุดยอดนักการเมืองแห่งปี 2566” แด่ ฯพณฯ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แทนรับมอบโล่รางวัลดังกล่าว  โดยในงานรับมอบโล่รางวัลที่สุดแห่งปีในครั้งนี้ ยังได้มีการมอบโล่รางวัล สุดยอดผู้บริหารแห่งปี / สุดยอดองค์กรแห่งปี / และ สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี ให้กับผู้บริหาร นักธุรกิจ  และบริษัท ห้างร้าน องค์กร อีกหลายรางวัล ซึ่งงานรับมอบโล่รางวัลดังกล่าว ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 18 ปี โดยบริษัทเอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด และกลุ่มสื่อ CEO THAILAND ณ ห้องเมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร                        

05 Feb 2023

...

  บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้บริหารสายกลยุทธ์และบริหารจัดการลูกค้าและผู้มุ่งหวัง เข้ารับรางวัล “องค์กรประกันชีวิตที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมแห่งปี 2566” จากงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กร-ผลิตภัณฑ์แห่งปี 2566” จัดโดย นิตยสาร CEO THAILAND โดยมี พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน เป็นผู้มอบรางวัลแทน ฯพณฯ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ณ ห้องเมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็ว ๆ นี้  

27 Jan 2023

...

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา  ณ ห้องเมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต  ฯพณฯ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบโล่รางวัล “งานมอบโล่รางวัลที่สุดแห่งปี 2566  (CEO THAILAND OF THE YEAR 2023) สุดยอด “ผู้บริหาร-องค์กร-ผลิตภัณฑ์” แห่งปี  ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แทนมอบโล่รางวัล โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 18 ปี “CEO THAILAND” โดยบริษัทเอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด และกลุ่มสื่อ CEO THAILAND โดยมี นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ ประธานบริษัทฯ เป็นประธานจัดงานดังกล่าว ทั้งนี้มีผู้เข้ารับมอบโล่รางวัลทั้งสิ้น 39 รางวัล ประกอบด้วยรางวัล “สุดยอดผู้บริหารแห่งปี” จำนวน 20 รางวัล  “สุดยอดองค์กรแห่งปี” จำนวน 8 รางวัล และ “สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี” จำนวน 11 รางวัล        รางวัลสุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566 (CEO OF THE YEAR 2023) จำนวน 20 รางวัล 1) รางวัลสาขา นักการเมืองแห่งปี 2566 - ฯพณฯ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  2) รางวัลสาขา ผู้บริหารธุรกิจการเงินที่ส่งเสริมภาคธุรกิจ SME ยอดเยี่ยมแห่งปี2566 - คุณนารถนารี รัฐปัตย์  กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) 3) รางวัลสาขา ผู้บริหารประกันวินาศภัยยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 - ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 4) รางวัลสาขา ผู้บริหารประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 - คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 5) รางวัลสาขา ผู้บริหารหญิงประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 - คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 6) รางวัลสาขา ผู้บริหารขายตรงยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 - ผศ.ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด 7) รางวัลสาขา ผู้นำการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนแห่งปี 2566 - คุณวชิระวิชญ์ จารุพัฒนวาณิช ประธานกรรมการบริหาร BIOTECHNOLOGY INDUSTRY (THAILAND) CO.,LTD. 8) รางวัลสาขา ผู้ผลิตสมุนไพรแห่งปี 2566 - คุณธนัท อึ๊งล่ำซำ ประธานกรรมการ บริษัท อินโน แบรนด์ จำกัด  9) รางวัลสาขา ผู้บริหารธุรกิจ SME แห่งปี 2566 - คุณนิพัฒน์สิน ยิ้มแย้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีอี พลัส จำกัด และ บริษัท เอ็มพีซี ฟิวเจอร์ จำกัด 10) รางวัลสาขา นักธุรกิจเครือข่าย-ขายตรงดีเด่นแห่งปี 2566- คุณโสภณ ไชยด้วง  ประธานบริหาร บริษัท เอสพี เน็ตเวิร์ค จำกัด 11) รางวัลสาขา ผู้บริหารธุรกิจ 2566 - ดร.ภก.ณัฐพศุตม์ ภัทธิราสินสิริ ประธานกรรมการ บริษัท ฟาร์มาเน็กซ์ จำกัด 12) รางวัลสาขา ผู้บริหารและพัฒนาธุรกิจดีเด่น 2566 - คุณลี  กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด 13) รางวัลสาขา ตัวแทนประกันชีวิตดีเด่นแห่งปี 2566 - คุณศุภาวีร์ เดชสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย A พลัส MTLP 1 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) 14) รางวัลสาขา นักธุรกิจขายตรงดีเด่นแห่งปี 2566 - คุณธีรยุทธ พูลช่วย ผู้บริหารองค์กรกลุ่ม K- DRAGON by KINGHERB WORLD 1999 Co.Ltd.  บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด 15) รางวัลสาขา นักธุรกิจขายตรงดีเด่นแห่งปี 2566 - คุณสมปรารถนา ชัยนาม นักธุรกิจ บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด 16) รางวัลสาขา นักธุรกิจขายตรงดีเด่นแห่งปี 2566 - คุณบุญถอง บุญเลิศ นักธุรกิจ บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด 17) รางวัลสาขา นักธุรกิจขายตรงดีเด่นแห่งปี 2566 - คุณภัทพร จันตะเคียน นักธุรกิจ บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด 18) รางวัลสาขา นักธุรกิจขายตรงดีเด่นแห่งปี 2566 - คุณรุ่งทิวา จันทบุตร์ นักธุรกิจ  บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด 19) รางวัลสาขา นักธุรกิจขายตรงดีเด่นแห่งปี 2566 - MR. MEAN HENG นักธุรกิจ บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด 20) รางวัลสาขา บุคคลดีเด่นแห่งปี 2566 - คุณประสพโชค บุญมี  โฆษกอนุคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน     รางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี 2566 (ORGANIZATION OF THE YEAR 2023) จำนวน 8 รางวัล 1) รางวัลสาขา องค์กรผู้ส่งเสริมภาคธุรกิจ SME แห่งปี  – ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) 2) รางวัลสาขา บริษัทประกันชีวิตที่ยั่งยืน-ยอดเยี่ยมแห่งปี  - เอไอเอ ประเทศไทย 3) รางวัลสาขา บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่นสูงสุด - บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับโดย คุณรัชดา พุ่มสุวรรณ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ 4) รางวัลสาขา บริษัทประกันวินาศภัยที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด - บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับโดย ดร.ปราโมทย์ วิบูลย์กิจโชติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทฯ 5) รางวัลสาขา บริษัทประกันชีวิตที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมแห่งปี - บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับโดย คุณอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้บริหารสายกลยุทธ์และบริหารจัดการลูกค้าและผู้มุ่งหวังบริษัทฯ 6) รางวัลสาขา องค์กรผู้พัฒนานวัตกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี - BIOTECHNOLOGY INDUSTRY (THAILAND) CO.,LTD. รับโดย คุณวชิระวิชญ์ จารุพัฒนวาณิช ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ   7) รางวัลสาขา บริษัทขายตรงยอดเยี่ยมแห่งปี - บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด รับโดย คุณนันทยา ถิ่นทัพไทย ผู้บริหารองค์กรสมาชิกบริษัทฯ 8) รางวัลสาขา ผู้ผลิตสมุนไพรแห่งปี – บริษัท อินโน แบรนด์ จำกัด รับโดย คุณธนัท อึ๊งล่ำซำ ประธานกรรมการบริษัทฯ        รางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี 2566 (PRODUCT OF THE YEAR 2023) จำนวน 11 รางวัล 1) รางวัลผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแห่งปี 2566 “คอลดาต้า ซุปเปอร์ทรี” บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด  โดย ผศ.ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการบริษัทฯ 2) รางวัลผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Bio PROWELL บริษัท ไบโอ โปรเวล จำกัด โดย คุณรมิดา รัสเซลส์ มณีเสถียร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ 3) รางวัลผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 “OrganicWay” โดย คุณจิรญา ภูมิรัตนประพิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณสุชญา ภูมิรัตนประพิณ CMO และ คุณภาวิชญ์ ภูมิรัตนประพิณ CEO บริษัท Organic Way Innovation Ltd. 4) รางวัลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “เอสพี เซซามี ออยล์” บริษัท เอสพี เน็ตเวิร์ค จำกัด โดย คุณสมพงษ์ วิเชียรสรรค์ ประธานกรรมการบริษัทฯ 5) รางวัลผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพืช SP GOLD “เอสพี โกลด์” บริษัท เอสพี เน็ตเวิร์ค จำกัด โดย คุณโสภณ ไชยด้วง ประธานบริหารบริษัทฯ 6) รางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรแห่งปี “ยาดม ตราอินโน” บริษัท อินโน แบรนด์ จำกัด โดย คุณธนัท อึ๊งล่ำซำ ประธานกรรมการบริษัทฯ   7) รางวัลผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม “BJ Revive” บริษัท บีเจ รีไวฟ์ เซลล์ จำกัด โดย คุณมนพทธ์ สุริยะวงทอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ 8) รางวัลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแห่งปี 2566  OvaMax “โอว่าแมกซ์” บริษัท พีทีอี พลัส เวลเนส จำกัด โดย พญ.ปวริศา ยิ้มแย้ม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ 9) รางวัลผลิตภัณฑ์  “ออลไรซ์คริปโต” บริษัท พราวด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฟาร์มา จำกัด โดย คุณภาคภูมิ เจียมจรัส ประธานกรรมการบริษัทฯ 10) รางวัลผลิตภัณฑ์ แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติก 3 มิติ บริษัท ไอซอพติก จำกัด โดย คุณทิตย์ธิดา ธรรมพัชรนันท์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ 11) รางวัลผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มรังนกผสมคอลลาเจน ตรา “จินเนส” บริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด  -  โดย คุณลี กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ     

24 Jan 2023

...

  เมื่อวันที่ 20-22 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ ประธานบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด และกลุ่มสื่อ CEO THAILAND  เป็นตัวแทนองค์กรพันธมิตรจิตอาสา ประกอบด้วย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน  และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดโครงการต้านภัยหนาวปีที่ 4 (มอบผ้าห่มคลายหนาว) จำนวน 399 ผืน ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาว ในพื้นที่  อ.โนนดินแดง และ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ และที่อ.เสิงสาง และ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เพื่อบรรเทาภัยหนาวตามพันธกิจโครงการที่ได้จัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา  

08 Jan 2023

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
    เตรียมจัดงาน CEO THAILAND OF THE YEAR 2023  มอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566”  ในวันที่ 14 มกราคม 2566   เนื่องในโอกาสครบรอบ 18 ปี (ก้าวสู่ปีที่ 19) ของสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2566 สื่อ CEO THAILAND ได้เตรียมการจัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566” และ “สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดีรังสิต สำหรับรางวัลที่จัดขึ้น 2 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลสุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566 (CEO OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารที่มีความโดดเด่นในการบริหารองค์กร ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างผลงานการบริหารองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายปีที่ผ่านมา  รวมทั้งการทำกิจกรรมและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม 2. รางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี 2566 (ORGANIZATION OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับองคกรที่สร้างผลงาน/ผลประกอบการได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายที่ผ่านมา ทั้งในแง่ยอดขาย ผลกำไร และการคืนกำไรสู่สังคม ผมในฐานะผู้บริหารสื่อ และผู้จัดงานมอบรางวัลในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้จากผู้สนับสนุนเป็นอย่างดีเหมือนกับในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้ทำงานร่วมกับบริษัท ห้างร้าน และพันธมิตรธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมา ในการมอบรางวัลครั้งแรก เราไม่ได้จัดงานเพราะพิษโควิด-19 โดยหวังว่าปี 2566  คงจะไม่มีอุปสรรคเรื่องโควิด-19 และการจัดงานคงจะลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้ที่สนับสนุนสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ด้วยดีอีกครั้ง สำหรับองค์กรหรือบุคคลท่านใด ที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ โทร. 081-345-8999 , ID Line 0813458999 , Email : ake_vara@hotmail.com , สื่อออนไลน์ CEO THAILAND : www.ceothailand.net   ขอแสดงความนับถือ นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner