Responsive image

Monday, 02 Mar 2026

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

นางอาฑิตยา พูนวัตถุ ผู้บริหารด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธุรกิจนายหน้าประกันภัยของกลุ่มบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยมียอดเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 11,247.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% (YoY) ซึ่งเติบโตสูงกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมนายหน้าประกันวินาศภัยที่เติบโตเฉลี่ยราว 3% ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการมีระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง (TIDLOR Ecosystem) ช่วยให้สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 กลุ่มบริษัทยังคงมุ่งเน้นดำเนินธุรกิจผ่านแบรนด์ ประกันติดโล่ (Shield Insurance Broker) แบรนด์อันดับ 1 ด้าน Face-to-Face ซึ่งมีพนักงานมืออาชีพมากกว่า 5,000 คน พร้อมให้บริการอย่างใกล้ชิด ผ่านสาขาเงินติดล้อ 1,873 แห่งทั่วประเทศ และยังมุ่งขยายฐานธุรกิจนายหน้าประกันภัยอย่างมีคุณภาพผ่าน 3 กลยุทธ์หลักสำคัญ ได้แก่ 1. InsurTech Platform การใช้จุดแข็งจาก InsurTech Platform เทคโนโลยีด้านนายหน้าประกัน ซึ่งให้บริการผ่านแบรนด์ อารีเกเตอร์ (Areegator) แพลตฟอร์มสำหรับนายหน้าประกันอิสระ และแบรนด์ เฮ้ กู๊ดดี้ (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล 2. Omni-Channel กลยุทธ์การตลาดและการขายที่ผสานช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ด้านบริการที่ดีแบบไร้รอยต่อ ทั้งการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาเงินติดล้อ ช่องทางออนไลน์แพลตฟอร์ม และ Call Center 3. Service Excellence ยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าด้วยการพัฒนา “Call Center ประกันติดโล่ 1501” ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชม. เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านประกันภัยอย่างครบวงจร มุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาที่อยู่เคียงข้างลูกค้าทุกช่วงเวลาที่ต้องการ เพื่อให้ลูกค้าสบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม   นางอาฑิตยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างรายได้กลุ่ม Tidlor Holdings และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการความเสี่ยงและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ และที่สำคัญการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม Tidlor Holdings ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรมและโปร่งใส (The Leading Financial Inclusion Service Provider) ในการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tidlorinvestor.com

01 Mar 2026


...

ไทยประกันชีวิตเผยผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิแข็งแกร่ง 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% สะท้อนความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท และกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท ขณะที่ Comprehensive Equity เติบโต 16.6% อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท หรือ 19.9 บาทต่อหุ้น พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น   นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% ขณะที่มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่ากำไรในระยะยาว โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เติบโต 12.4% เป็นผลจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่มีมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลตามความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท เติบโต 5.8% ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 10,883 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 9,247 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด มีการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Comprehensive Equity อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% จากปีก่อนหน้า แสดงถึงการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio อยู่ที่ 555.9% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กำหนดไว้อยู่ที่ 140% เป็นสิ่งยืนยันถึงสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเพื่ออนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจากผลกำไรในปี 2568 ในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งเงินปันผลจะจ่ายหลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และสำนักงาน คปภ. เรียบร้อยแล้ว นายไชย ไชยวรรณ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นความสำคัญในด้านการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว โดยได้ต่อสัญญาความร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารหรือ Bancassurance อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับโซลูชันด้านการเงินและประกันชีวิต และเป็นกลไกสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันบริษัทฯ จะพัฒนาช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต โดยยกระดับตัวแทนฯ สู่การเป็น Life Advisor ที่ปรึกษาวางแผนดูแลชีวิต ภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” (Care with Heart) เพื่อมอบการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว พร้อมกับการติดอาวุธตัวแทนฯ ด้วยเครื่องมือดิจิทัล “แอปพลิเคชัน TL SMART” เพื่อสนับสนุนการขาย การบริหารทีมงาน และการดูแลลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการพัฒนาช่องทางการขาย ไทยประกันชีวิตยังพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์และบริการที่สะดวกรวดเร็ว ผ่าน “แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต” ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการด้านประกันชีวิต สุขภาพ และการวางแผนการเงินได้อย่างสะดวก ครบวงจร และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การชำระเบี้ยประกันภัย การติดตามสถานะการพิจารณารับประกันภัย การยื่นเคลมสินไหม การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี การรับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ  รวมถึงบริษัทฯ ได้เปิดตัวฟีเจอร์ต่างๆ บนแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง อาทิ บริการ “Live Chat” ซึ่งสามารถช่วยเหลือลูกค้าแบบเรียลไทม์และให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมด้านต่าง ๆ โดยตรงจากเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้เอาประกัน (Call Center) หรือบริการ e-Document การลงทะเบียนรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนั้น บริษัทฯ เปิดตัวบริการ “ไทยประกันชีวิต AI Chat” เพื่อนผู้ช่วยเรื่องประกัน โดยให้บริการผ่าน Line Official Account ของบริษัทฯ : @ThaiLifeInsurance ที่สามารถตอบทุกคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไทยประกันชีวิต รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำประกันภัย ข้อมูลด้านการบริการ ด้วยข้อมูลและภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น พร้อมรองรับการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง “จากวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ไทยประกันชีวิตจึงผนวกการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ การได้รับรางวัล Most Trusted Insurance Company Thailand 2025 จาก World Business Outlook Awards และรางวัล Most Innovative Customer Experience in Life Insurance – Thailand 2025 จาก International Finance Awards รวมถึงได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2025 ในระดับ “AA” และได้รับ FTSE4Good Certification ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน” นายไชยกล่าว

01 Mar 2026

...

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล “Best Sponsored Stickers” กลุ่มธุรกิจประกันภัย จากเวที LINE THAILAND AWARDS 2025 จาก LINE Sticker ชุด “ไทยจิ ดูแลคุณด้วยหัวใจ จากไทยประกันชีวิต” ซึ่งมียอดการใช้งานกว่า 13.5 ล้านครั้ง สะท้อนถึงความสำเร็จในการสื่อสารแบรนด์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่สามารถครองใจผู้ใช้งาน และสื่อสารอัตลักษณ์แบรนด์ได้อย่างโดดเด่น โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ   รางวัล LINE THAILAND AWARDS จัดขึ้นโดย LINE ประเทศไทย เพื่อเชิดชูองค์กรและแบรนด์ที่ใช้โซลูชันของ LINE ได้อย่างสร้างสรรค์และโดดเด่น โดยรางวัล “Best Sponsored Stickers” มอบให้แก่แบรนด์ที่สร้างสรรค์สติกเกอร์ยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี โดยพิจารณาจากยอดดาวน์โหลดสูงสุด การใช้งานจริง (Usage) และความสามารถในการถ่ายทอดภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

01 Mar 2026

...

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพองค์กรคุณภาพและความแข็งแกร่งของภาวะผู้นำ ด้วยการคว้า 3 รางวัลจาก Future Trends Awards 2026 อย่างต่อเนื่อง ทั้งรางวัลสำหรับบุคคลซึ่งเป็นผู้นำองค์กรที่โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคต และ รางวัลการบริหารองค์กรมีความโดดเด่นในด้านวิสัยทัศน์ สะท้อนความเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่โดดเด่นทั้งด้านวิสัยทัศน์ การบริหารจัดการ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมขับเคลื่อนเทรนด์และสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน   รางวัล “Leader of Business” (รางวัลผู้นำเทรนด์อนาคตด้านธุรกิจ) และ รางวัล “Leader of Leader” (รางวัลผู้นำเทรนด์อนาคตด้านภาวะผู้นำ) ซึ่งมอบให้แก่นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของผู้นำที่สามารถนำองค์กรเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ ด้วยการผสานกลยุทธ์เชิงนวัตกรรม เทคโนโลยี และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยให้ความสำคัญทั้งด้านการสร้างคุณค่าระยะยาวต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรทุกระดับร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน   ในขณะเดียวกัน เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับรางวัล The Most Beloved Employer Awards -Student Love 18–22 Years Old (รางวัลองค์กรที่ดึงดูดใจนักเรียน นักศึกษา อายุ 18-22 ปีที่สุด) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนภาพลักษณ์ของเมืองไทยประกันชีวิตในฐานะองค์กรที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจและเชื่อมั่น โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย เปิดกว้าง และสนับสนุนการเติบโตอย่างรอบด้าน การเสริมสร้างทักษะผ่านประสบการณ์หลากหลายมิติขององค์กร รวมถึงโครงการ Young MTL Internship ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงาน โดยมี  นางสาวสาริศา  ล่ำซำ  ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร  นางสาวสินีวร เจริญพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนางสาวกมลรัตน์ ทัตติพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ร่วมรับมอบรางวัล     ความสำเร็จจากการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการพัฒนาองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต ด้วยการยกระดับนวัตกรรม การบริหารจัดการ และการพัฒนาคนอย่างสมดุล เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ลูกค้าพนักงาน และสังคม พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง  #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

01 Mar 2026

...

(จากซ้ายไปขวา) 1. นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 2.นายวิญญู ไชยวรรณ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 3.นางวรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 4.นายไชย ไชยวรรณ   กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 5.พลเอกวินัย ภัททิยกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 6.นายฮิเดกิ นากาจิมะ Director, President, Representative Executive Officer, and Group CEO บ.เมจิยาสุดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ 7.นายไดสะคุ ชินทาคุ Senior Managing Executive Officer บ.เมจิยาสุดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ 8.นายชินยะ ยามะคาวะ Managing Executive Officer บ.เมจิยาสุดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ 9.นายโนบุยูกิ มากิโนะ General Manager, Europe & Asia Markets, International Business Department บ.เมจิยาสุดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์   พลเอกวินัย ภัททิยกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ นายฮิเดกิ นากาจิมะ Director, President, Representative Executive Officer, and Group CEO บริษัท เมจิ ยาสุดะ ไลฟ์อินชัวรันส์ ร่วมเปิดงานประชุมใหญ่ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “MISSION TO WIN” ยุทธการสู่ความเป็นหนึ่ง ครองใจ ครองไทย เพื่อประกาศนโยบายก้าวสู่ความเป็นหนึ่งของไทยประกันชีวิต พร้อมมอบเป้าหมายการดำเนินงานให้แก่บุคลากรฝ่ายขายทั่วประเทศ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง จาก บมจ.ไทยประกันชีวิต และบริษัท เมจิ ยาสุดะ ไลฟ์อินชัวรันส์ ร่วมงาน ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี   ไชย ไชยวรรณ  กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)   

28 Feb 2026

...

คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต ได้รับรางวัล “Leader of Leader” ผู้นำเทรนด์อนาคต ด้านภาวะผู้นำ ในงาน Future Trends  Awards 2025 รางวัลสุดยอดผู้นำเทรนด์แห่งปี สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการบริหารงานท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ โดดเด่นด้วยภาวะผู้นำที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังความรัก และแนวคิด ‘Love Mindset’ พลังความรักทั้ง 3 มิติสำคัญ ได้แก่  1. Love Your Health: รักสุขภาพกายใจให้แข็งแรง ทั้งตัวเองและคนที่รัก 2. Love Your Wealth: รักการออมและวางแผนการเงิน ปิดความเสี่ยง เพื่อความมั่นคงในอนาคต 3. Love the World: รักษ์โลกและดูแลสังคมในทุกมิติอย่างยั่งยืน    นอกเหนือจากทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ยังส่งเสริมการสร้างบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกคน   นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต สำหรับ การมอบรางวัลในครั้งนี้จัดโดย Future Trends สื่อชั้นนำด้านเทคโนโลยีการตลาดและนวัตกรรม เพื่อยกย่องบุคคลที่เป็นต้นแบบในการนำเทรนด์มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยสาขา “Leader of Leader” เป็นรางวัลที่มอบให้แก่บุคคลที่มีประวัติประสบความสำเร็จหลากหลายครั้ง (Successful Achievements) บุคคลที่ได้รับความเคารพและการยอมรับจากบุคคลอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Industry Recognition) บุคคลที่มีการบุกเบิกแนวคิด กลยุทธ์ ที่สามารถนำไปขับเคลื่อนธุรกิจได้ (Innovation & Vision) และบุคคลที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรม และสามารถสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงมีอิทธิพลในเชิงบวกให้กับบุคคลอื่นๆ (Inspiration & Influence)   OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Ocean Life ไทยสมุทรประกันชีวิต LINE Official: @OceanLife  เว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503 ./  

28 Feb 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ POEM แบรนด์แฟชั่นไทยชื่อดัง เป็นปีที่ 2เปิดตัว สูท AIA MDRT 2027 ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับภาพลักษณ์และความเป็นมืออาชีพของตัวแทน MDRT ที่เอไอเอ ประเทศไทย ครองแชมป์อันดับหนึ่ง MDRT มากที่สุดในประเทศต่อเนื่องกว่าทศวรรษ พร้อมตั้งเป้าเติบโตระยะยาวสู่ 7,500 MDRT ภายใน 3 ปี เพื่อเดินหน้าส่งมอบการดูแลและช่วยคนไทยวางแผนชีวิต สุขภาพ และการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และยูนิต ลิงค์ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives   คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของตัวแทนประกันชีวิต รวมถึงที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ให้มีความรู้ความสามารถและทักษะรอบตัวที่สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด โดยมุ่งสร้างตัวแทนมืออาชีพผ่านโครงการ AIA Financial Advisor (AIA FA) ซึ่งจากสถิติ 5 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของตัวแทน MDRT ของเอไอเอมาจาก FA เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเพิ่มจาก 45% มาเป็นกว่า 60% ดังนั้นในปีนี้เราจึงยังมุ่งเน้นในการส่งเสริม FA ให้ก้าวสู่ MDRT เพื่อเป็นเครื่องหมายที่การันตีถึงความเป็นมืออาชีพและความพร้อมในการดูแลคนไทย ให้มีความมั่งคั่งและมั่นคงในชีวิตระยะยาว   “ซึ่งปีนี้เราจะเน้นสร้าง MDRT First Timer หรือผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT ครั้งแรก โดยเราจะมีโครงการจัดตั้ง Pre MDRT Club เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ในการสนับสนุนให้ตัวแทนของเราสามารถพิชิต MDRT เป็นครั้งแรก โดยโครงการเป็นรูปแบบการฝึกอบรมเฉพาะทาง และการโค้ชชิ่งโดย MDRT Ambassadors รวมถึงกิจกรรมการเชิดชูเกียรติและรางวัลพิเศษ ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ตัวแทนสามารถเติบโต และก้าวสู่ MDRT ได้เป็นครั้งแรก   “ที่สำคัญและเป็นธรรมเนียมในการเชิดชูเกียติ MDRT คือ สูท AIA MDRT ที่ปีนี้เรายังคงได้พาร์ตเนอร์ด้านแฟชั่นมืออาชีพแบรนด์ไทยอย่าง POEM มาออกแบบเสื้อสูท AIA MDRT 2027 ให้เป็นปีที่ 2 โดยมีรายละเอียดของดีไซน์สูทที่ยังคงสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในความสำเร็จ ในฐานะ AIA MDRT ซึ่งถือเป็นคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”   คุณชวนล ไคสิริ หรือ ณอน ดีไซน์เนอร์เจ้าของแบรนด์ POEM เผยว่า “ทาง POEM รู้สึกยินดีมาก ๆ ที่สูทดีไซน์โดยแบรนด์ไทยได้รับการยอมรับจากตัวแทนระดับสากล ในคอลเลกชันใหม่นี้ผมจึงตั้งใจที่อยากถ่ายทอดให้สูทตัวนี้มีความพิเศษและมีความหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับสูท MDRT 2027 ผมตั้งใจทำให้เป็น Signature Design for Corporate เพราะต้องการยกระดับสูทให้เป็นมากกว่ายูนิฟอร์มแต่เป็น Signature ที่สะท้อนตัวตนและความสำเร็จ จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์ The Code of Precision ผมตั้งใจให้ตัวสูทมีความหมายซ่อนอยู่ภายใต้ความสวยงาม การได้ออกแบบสูท AIA MDRT เป็นปีที่ 2 ทำให้ผมอยากปรับแต่งและยกระดับคอนเซ็ปต์ให้ลึกขึ้น โดยเลือกใช้เนื้อผ้ามี Texture เป็นเอกลักษณ์ ถ้ามองใกล้ ๆ  จะยิ่งเห็นเป็นคำว่า AIAMDRT เรียงกัน  นอกจากนี้ยังมีการใช้สี Ombre ที่เป็นเอกลักษณ์ของ POEM โดยสีของสูทเป็นสีแดงไล่ลงมาดำซึ่งสีแดงคือความเชื่อมโยงกับสีแดงของเอไอเอ ผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ใช้สีของแบรนด์ และเอกลักษณ์ของ POEM รวมเข้าด้วยกัน ผมตั้งใจออกแบบเพื่อให้สูทตัวนี้มีความพิเศษกับผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 2027 ทุกท่าน เป็นคุณค่าทางจิตใจ และเป็นสูทที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของตัวแทนทุกคนในสายอาชีพจริง ๆ ครับ”  

28 Feb 2026

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี ดังนั้น SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15%    เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (Minimum Loan Rate : MLR) อยู่ที่ 7.050% ต่อปี  อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR) อยู่ที่ 7.025% ต่อปี  และ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate : MOR) อยู่ที่ 7.150% ต่อปี     มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป    ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 ต่อเนื่อง  ตั้งแต่ปี 2568  สะท้อนความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง  ให้ลดภาระต้นทุนทางการเงิน และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวม     สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก SME D Bank ยังคงตรึงไว้เช่นเดิม เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าธนาคาร ทั้งกลุ่มนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ตลอดจนหน่วยงาน องค์กร สถาบัน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีทางเลือกในการหาแหล่งฝากเงินผลตอบแทนเหมาะสม และมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด นอกจากนั้น SME D Bank พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง และยกระดับกิจการ เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” เปิดโอกาสเพื่อผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท  สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  มุ่งยกระดับพัฒนาศักยภาพธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท และ สินเชื่อ “SME Green Productivity” ส่งเสริมก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ควบคู่มอบบริการพัฒนาธุรกิจครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ให้เอสเอ็มอีปรับตัวทางธุรกิจได้ทุกสถานการณ์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ รับบริการจาก SME D Bank ได้ผ่านทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Mar 2026


...

บริษัท เงินดีดี จำกัด บริษัทในเครือธนาคารออมสิน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เปิดตัว “กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน” ชูจุดขายสินเชื่อดิจิทัลรายแรกของไทยที่ใช้เทคโนโลยี Dual-AI Engine ประเมินสภาพรถและเอกสารผ่านแอปพลิเคชันเต็มรูปแบบ ปลดล็อกข้อจำกัดด้านเวลาจากเดิม 5–7 วัน เหลือทราบผลเบื้องต้นภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 12% ต่อปี ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท ใน 3 ปีแรก ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 ระบุว่า ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมีมูลค่าสินเชื่อคงค้างรวมกว่า 3.82 แสนล้านบาท ในขณะที่อัตราการเข้าถึงสินเชื่อต่อจำนวนรถจดทะเบียนสะสมอยู่ที่เพียง 6.2% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและผู้มีรายได้อิสระที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการประเมินคุณภาพลูกหนี้และความผันผวนของราคารถมือสอง บริษัทฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนำทะเบียนโดยนำเทคโนโลยีมาเป็นกลไกหลักเพื่อให้เป็นทางเลือกแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม สอดคล้องกับพันธกิจของธนาคารออมสินในการเป็นธนาคารเพื่อสังคม   สินเชื่อ กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน นำโมเดลธุรกิจบนแอปพลิเคชันมาผนวกกับนวัตกรรม AI เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินผ่าน 3 แกนหลัก: 1. นำเทคโนโลยี Dual-AI Engine มาใช้ตรวจรถเป็นครั้งแรก: พลิกโฉมการตรวจสภาพรถด้วยนวัตกรรมที่ผสานพลังของ Vision AI และ Multimodal LLM เข้าด้วยกัน ทำให้ระบบสามารถประเมินสภาพรถจากรูปถ่ายร่วมกับการใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ข้อมูลแวดล้อมของรถรุ่นนั้นๆไปพร้อมกัน ลูกค้าสามารถทำรายการทุกขั้นตอนด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน ลดความยุ่งยากในการขอสินเชื่อแบบเดิม เพิ่มความแม่นยำในการประมวลผล และร่นะยะเวลาพิจารณาจาก 5-7 วัน ให้ทราบผลเบื้องต้นได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง 2. ประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ไร้รอยต่อ: แพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจรช่วยขยายบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้ระบบที่มีความเสถียร ปลอดภัย และตรวจสอบสถานะการยื่นขอสินเชื่อได้ทันที เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก 3. ดอกเบี้ยตามความเสี่ยงอย่างเป็นธรรม (Risk-Based Pricing): ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเครดิตและพฤติกรรมทางการเงินจากหลายแหล่ง (Multi-sources Data Analytics) และข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคลอย่างละเอียด นำไปสู่การเสนออัตราดอกเบี้ยที่ยุติธรรมและสอดคล้องกับลูกค้าแต่ละราย ตามเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อจูงใจให้เกิดวินัยทางการเงินและลดภาระหนี้ในระยะยาว   นางสาวสิรินันท์ จิรดิลก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เงินดีดี จำกัด กล่าวว่า “โจทย์ท้าทายที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ ‘สินเชื่อในระบบ’ เข้าถึงง่ายและมีต้นทุนต่ำที่สุด ‘กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน’ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพลิกโฉมกระบวนการเดิมที่ซับซ้อน โดยบุกเบิกนำเทคโนโลยี AI มาตรวจสอบสภาพรถผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยสลายอุปสรรคเรื่องการเดินทางและประหยัดเวลา ให้ลูกค้าเข้าถึงเงินทุนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” “ความท้าทายของการให้บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ คือการรักษาสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและมาตรฐานความปลอดภัย เราจึงออกแบบระบบที่ทำงานรวดเร็ว ควบคู่ไปกับกระบวนการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่รัดกุม และดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย” “หัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจเราคือ ‘Efficiency to Equity’ หรือการเปลี่ยนประสิทธิภาพเทคโนโลยีให้เป็นความเท่าเทียมในสังคม เมื่อเราใช้ระบบดิจิทัลบริหารจัดการเต็มรูปแบบ ต้นทุนการดำเนินงานจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงนำส่วนต่างนั้นส่งต่อเป็นความคุ้มค่าคืนสู่ลูกค้าในรูปแบบของ ‘อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม’ นี่คือกลไกธุรกิจเพื่อสังคมของกู๊ดมันนี่ ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการมอบสภาพคล่องให้ประชาชนนำไปต่อยอดอาชีพ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดประสานกับพันธกิจของธนาคารออมสินในการเป็นธนาคารเพื่อสังคม” สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและยื่นขอสินเชื่อ “กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน” ผ่านแอปพลิเคชัน Good Money by GSB ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android  

24 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ร่วมมือกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลก กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (Department of Trade and Industry: DTI) ของประเทศฟิลิปปินส์ และ Security Bank ธนาคารชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ ลงนามบันทึกข้อตกลงและความเข้าใจ (MOU) เดินหน้าเสริมสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ MUFG Innovation Partners (MUIP) บริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital: CVC) ในเครือ MUFG และ กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุนในเครือกรุงศรี นายบุนเซอิ โอคุโบะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมุ่งมั่นสนับสนุนการขยายธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นและไทยในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นมากกว่า 1,600 แห่งดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมแนวโน้มการเข้ามาของสตาร์ทอัพที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความยั่งยืน รวมถึงการลงทุนจากภาคธุรกิจไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจาก “Krungsri ASEAN LINK” บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนลูกค้าในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน และการจัดงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair อย่างต่อเนื่องแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกรุงศรีและพันธมิตรที่จะช่วยพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับอาเซียน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของฟิลิปปินส์ และส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายมาซามิ โยชิทาเกะ, Managing Director, Country Head of Philippines, MUFG Bank, Ltd. กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นในการผลักดันนวัตกรรมและความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน คือรากฐานของการเติบโตในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และไทยในการร่วมกันสร้างโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าถึงตลาด ความรู้ และเครือข่ายระดับภูมิภาค โดย MUFG พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของระบบนิเวศผู้ประกอบการในอาเซียน และทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมโยงทุน ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกันในอนาคต” นายฮิโรฟุมิ อุเมโนะ, Board Director, Executive Vice President and Alliance Segment Head, Security Bank กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนถึงพันธสัญญา BetterBanking ของ Security Bank ในการสร้างคุณค่า มอบประสบการณ์ที่มีความหมาย และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เป้าหมายร่วมกันของเราคือการเปลี่ยนความร่วมมือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวทั้งในภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก” นายจอห์น แครี่ อ็อง, Executive Vice President and Wholesale Banking Segment Head, Security Bank กล่าวว่า “Security Bank ภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DTI) รวมถึงพันธมิตรทางการเงินระดับภูมิภาคและระดับโลกจากญี่ปุ่นและไทย ซึ่งแต่ละองค์กรต่างมีจุดแข็งเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นความเป็นผู้นำเชิงนโยบาย เครือข่ายระดับโลก ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และประสบการณ์ที่แข็งแกร่งในธุรกิจฟินเทค เมื่อร่วมมือกันจุดแข็งเหล่านี้ยิ่งทวีคูณ นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังสอดคล้องกับพันธสัญญาของธนาคาร BetterBanking ที่มุ่งสร้างคุณค่าและเปิดโอกาสสู่การเติบโต ภายใต้ความร่วมมือนี้ Security Bank มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงสตาร์ทอัพกับองค์กรขนาดใหญ่ สนับสนุนโครงการ ความร่วมมือ และการลงทุน เพื่อนำไปสู่การขยายผลและสนับสนุนการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” ผู้ช่วยรัฐมนตรี ไนลา ริซซา โบทิสตา, Supervising Head of Competitiveness and Innovation Group, Department of Trade and Industry (DTI) of the Philippines กล่าวว่า “MOU นี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านสตาร์ทอัพระหว่างฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ไทย และประเทศอื่นๆ ในอาเซียน กระทรวงส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DTI) และพันธมิตรจะสนับสนุนการเข้าถึงตลาด การแลกเปลี่ยนสตาร์ทอัพ โครงการส่งเสริมการเติบโต (Accelerator programs) และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ พร้อมทั้งเสริมบทบาทของ AI and Startup Center ในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมระดับภูมิภาค ข้อตกลงนี้จึงเป็นเวทีความร่วมมือระยะยาว ที่จะเชื่อมตลาด ขยายโอกาส และผลักดันนวัตกรรมทั่วทั้งภูมิภาค” นายอัตซึชิ อิชิฮารา, Deputy CEO of MUFG Innovation Partners (MUIP) กล่าวว่า “MUIP มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมแบบเปิดและส่งเสริมความร่วมมือที่มีความหมายระหว่างสตาร์ทอัพและกลุ่มธุรกิจของ MUFG ในระดับโลก ภายใต้ MOU ฉบับนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสร้างเรื่องราวความสำเร็จใหม่ๆ ระหว่างฟิลิปปินส์ ไทย และญี่ปุ่น เพื่อเสริมพลังให้ผู้ประกอบการ เร่งการสร้างนวัตกรรม และร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็งและเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ยั่งยืนทั่วเอเชียและในระดับโลก” ด้านนางสาวปาลิดา อธิศพงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า “Krungsri Finnovate เชื่อว่าการสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่ง ต้องเริ่มจากการเชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับโอกาสทางธุรกิจจริง ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเปิดประตูให้สตาร์ทอัพจากฟิลิปปินส์ ไทย และอาเซียน สามารถเข้าถึงตลาด เงินทุน และเครือข่ายระดับภูมิภาค เพื่อขยายธุรกิจและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ การลงนามในข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดย มุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การส่งเสริมสตาร์ทอัพฟิลิปปินส์ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดสากลผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่งของกรุงศรีและ MUFG (2) การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ Accelerator Program และ Exchange Program เพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน และ (3) การจัดกิจกรรม Business Matching ระดับนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสด้านการลงทุนและความร่วมมือทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพทั้งในฟิลิปปินส์และภูมิภาคอาเซียน  

17 Feb 2026

...

นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จได้รับรางวัล International Finance Awards 2025 สาขา “Most Innovative ESG Framework – Social Development” จาก International Finance Magazine (IFM) สื่อธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกจากสหราชอาณาจักร สะท้อนความสำเร็จในการบูรณาการแนวคิด ESG เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) รวมถึงการริเริ่มใช้นวัตกรรมการเงิน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) การเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน การส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยขับเคลื่อนภารกิจธนาคารเพื่อสังคมผ่าน 4 บทบาทหลัก ได้แก่ การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน งานพัฒนาสังคม ชุมชน และการส่งเสริมการออม และการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส สำหรับผู้ไม่เคยมีประวัติทางการเงิน โครงการยกหนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและภาวะเศรษฐกิจ การจัดตั้ง ARI-AMC การนำ ESG Score มาใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาทักษะอาชีพและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีการติดตามและประเมินผลเป็นประจำ รวมทั้งมีการเผยแพร่ผลการดำเนินงานผ่านรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จัดทำตามมาตรฐาน GRI บนเว็บไซต์ของธนาคาร ส่งผลให้ในปี 2567 ธนาคารสามารถสร้าง Social Impact ให้แก่ประชาชนกว่า 4.2 ล้านราย คิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินกว่า 15,900 ล้านบาท   สำหรับ International Finance Awards เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้แก่องค์กรการเงินซึ่งมีความโดดเด่นและทันสมัยในด้านการดำเนินงานตามกรอบ ESG โดยพิจารณาจากความคิดริเริ่มเชิงนวัตกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนการให้ความสำคัญกับบทบาทในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน การได้รับรางวัลดังกล่าวจึงสะท้อนการยอมรับในระดับโลกต่อธนาคารออมสิน ในฐานะสถาบันการเงินที่นำนวัตกรรมและกรอบ ESG มาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนภารกิจธนาคารเพื่อสังคม และช่วยพัฒนาสังคมไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

14 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมในพิธีรับเสด็จพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระสังฆนายกจากประเทศศรีลังกาได้อัญเชิญมาประดิษฐานในประเทศไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชน   ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคุณจิตติมา ศรีถาพร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ด้านบริหาร เข้าร่วมในพิธีรับเสด็จและร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับเกียรติให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ชั้น 25 ระหว่างวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569   ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พระบรมสารีริกธาตุจะอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามกำหนดการ การจัดพิธีในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งส่งเสริมคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยอย่างยั่งยืน จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ชั้น 25 ระหว่างวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 -17.00 น. โดยพร้อมเพรียงกัน  

01 Mar 2026


...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ Mr. Daisuke MATSUE Deputy-Director for Traffic Safety Policy Directorate for Promoting Cohesive and Mutual Assistance Society ในโอกาสนำคณะผู้บริหารและนักวิชาการด้านงานนโยบายความปลอดภัยทางจราจร สำนักงานคณะรัฐมนตรี รัฐบาลญี่ปุ่น เข้าร่วมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน และการบริหารจัดการข้อมูลอุบัติเหตุในประเทศไทย     โดยบริษัทฯ ได้เสนอการดำเนินงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี อาทิ โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ โครงการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในกลุ่มเด็กและเยาวชน โครงการแก้ไขจุดเสี่ยงเพื่อลดอุบัติภัยทางถนนด้วยการนำฐานข้อมูลอุบัติเหตุมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสนับสนุนประกันภัยภาคบังคับ เพื่อเสริมสร้างกลไกการคุ้มครองประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ณ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ     สำหรับ การหารือดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนระหว่างสองประเทศ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก สำนักงานคณะรัฐมนตรี รัฐบาลญี่ปุ่น (Cabinet Office) สมาคมนานาชาติด้านวิทยาการจราจรและความปลอดภัย (IATSS) และบริษัท CTI Engineering International ทั้งนี้ วิริยะประกันภัย ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนสังคมแห่งความปลอดภัย ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG)   

01 Mar 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าโครงการเชิงรุกเพื่อสังคม จัดกิจกรรม กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ภายใต้แนวคิด ยินดีที่ได้รู้ใจ เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุภาภรณ์ ศิวกีรัตตนะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และนายทัศพงศ์ บุศยพลากร ผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้ารายย่อย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ RBAC Hall มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เมื่อเร็วๆ นี้   โดยภายในงานมุ่งเน้นไปยังการสร้างความเข้าใจเชิงลึกเพื่อนำไปสู่การตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ การมีสุขภาพจิตที่ดี การทำความเข้าใจต่อภาระทางจิตใจ ซึ่งอาจเกิดจากการถูกคาดหวังหรือความต้องการการยอมรับในโลกโซเชียล การจัดการกับสภาวะอารมณ์ของตัวเอง และการดูแลคนรอบข้างอย่างเหมาะสม ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้แบบ Interactive และสื่อวิดีโอกราฟิกที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 คาแรกเตอร์ ได้แก่ น้องรู้ใจ น้องใส่ใจ น้องเปิดใจ และน้องเบาใจ นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาที่เจาะลึกทั้งการดูแลสุขภาพกายและใจ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ตรง ได้แก่ แพทย์หญิงญานิกา วลีอิทธิกุล รองผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญจุดพักใจ และ หมอฟรัง นรีกุล เกตุประภากร นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษา   แพทย์หญิงญานิกา วลีอิทธิกุล กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างอารมณ์เศร้าปกติกับโรคซึมเศร้า รวมถึงข้อควรระวังในการวินิจฉัยโรคเองจากโซเชียลมีเดียว่า “อารมณ์เศร้าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเคยเจอเวลามีเรื่องกระทบจิตใจ แต่โรคซึมเศร้าคือสภาวะที่เศร้าต่อเนื่องยาวนานจนกระทบต่อร่างกาย ความคิด และอารมณ์ ยิ่งตอนนี้วัยรุ่นใช้เวลาอยู่ในโลกโซเชียลค่อนข้างเยอะ ปัญหาคือคนเรามักจะมองหาจุดเชื่อมโยงว่า อาการที่เกิดขึ้นเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าตามที่ได้ทราบมา ทั้งที่จริงอาจเป็นเพียงความเศร้าชั่วขณะ หากสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ เราแนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอคำแนะนำแทนการรีบตีตราตัวเองว่ามีความผิดปกติ” ส่วนศัพท์ใหม่อย่างเทรนด์ Bed Rotting หรือการนอนเปื่อยอยู่บนเตียงทั้งวัน ซึ่งวัยรุ่นต่างบอกว่ามันคือการชาร์จแบต แต่ผู้ใหญ่กลับมองว่าขี้เกียจ แพทย์หญิงญานิกาแสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าทำในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมองก็ถือว่ามีประโยชน์และช่วยชาร์จพลังได้ แต่ไม่ควรทำติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียให้สมองสับสน โดยสมองจะแยกไม่ออกว่าเตียงคือที่นอนหลับหรือที่พักผ่อน หรือหากทำติดต่อกันนานๆ อาจกลายเป็นการนอนเพื่อหนีปัญหา ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง ร่างกายเฉื่อยชา จนสมองแยกไม่ออกระหว่างการพักกับการหนี ไม่เพียงเท่านั้น การนอนนานๆ ยังทำให้ความตื่นตัวลดลง ร่างกายเฉื่อยชา ความกระตือรือร้นหรือความอยากทำสิ่งต่างๆ หดหาย และอาจกลายเป็นคนหมดไฟได้ในท้ายที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดว่าทำเพื่อผ่อนคลายและต้องทำอย่างพอเหมาะ ข้อสำคัญคือต้องไม่กระทบความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน หากทำแล้วหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ อีกทั้งยังจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้ใหญ่ที่มีต่อการกระทำนี้จากความขี้เกียจให้เข้าใจว่าเป็นการพักผ่อนที่มีคุณภาพด้วย”   เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กล่าวถึงสาเหตุที่โซเชียลมีเดียส่งผลให้เกิดนิสัย People Pleasing การยอมตามใจคนอื่นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งมีที่มามาจากกลไกทางจิตใจและความกดดันทางสังคมว่า “โซเชียลมีเดียสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ฉันต้องเก่ง ต้องดัง และต้องเพอร์เฟกต์ เมื่อไม่สามารถทำได้ตามภาพที่เห็นจึงเกิดเป็นความกดดันต่อตัวเองอย่างหนัก คนที่มีแนวโน้มเป็น People Pleaser มักจะผูกคุณค่าและความรู้สึกดีของตัวเองไว้กับการถูกยอมรับ แต่ก็แฝงไปด้วยความกลัวว่าจะไม่ถูกรัก โซเชียลมีเดียจึงกลายเป็นพื้นที่ที่คนกลุ่มนี้พยายามทำทุกอย่างให้คนอื่นชอบและมองว่าตนเองเก่ง ทั้งหมดเพื่อใช้เสียงตอบรับจากคนอื่นเป็นเหมือนกระจกสะท้อนยืนยันคุณค่าในตัวเอง” นอกจากนี้ เขื่อนได้เสริมถึงการดูแลสุขภาพใจของตัวเองว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องมีภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันตัวเอง บางคนภายนอกดูยิ้มแย้มแต่ข้างในพังทลาย สิ่งนี้เรียกว่า Smiling Depression หรืออีกคำที่นิยมใช้คือ Duck Syndrome เปรียบเหมือนเป็ดที่กำลังลอยน้ำอย่างสง่างาม แต่ขาต้องตะเกียกตะกายอย่างหนักอยู่ใต้น้ำ ซึ่งมักพบในคนที่มีภาวะเครียด ซึมเศร้า หรือ Burnout สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความกดดันในสังคมโซเชียลมีเดีย ซึ่งจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้ สำหรับการเป็นมนุษย์คนหนึ่ง การรู้สึกไม่ไหวหรือรู้สึกไม่ดีพอ ถือเป็นเรื่องปกติมาก ถ้าเรารู้สึกว่าใจเราไม่ไหวแล้ว เราสามารถเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย เพราะการเอ่ยปากขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย” หมอฟรัง นรีกุล เกตุประภากร บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลใจและมุมมองต่อความสำเร็จของคนในยุคนี้ที่มักมาพร้อมความกดดันว่า “เราควรหันมาโฟกัสตัวเองมากกว่าเสียงรอบข้าง เพราะสุขภาพใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เดิมทีเราก็เคยเป็นคนที่กดดันตัวเองและพยายามทำให้ทุกคนพอใจ จนตัวเองเป็นทุกข์ แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าในวันที่ทุกข์ที่สุด คนที่อยู่กับเราก็คือตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพร้อมปล่อยวางผลลัพธ์ภายนอกที่ไม่เป็นดั่งใจอยู่เสมอ และเมื่อเจอปัญหา อย่ามัวแต่ Zoom In จนเห็นเพียงมุมมองแคบๆ แต่อยากให้ลอง Zoom Out ถอยออกมามองภาพกว้างเพื่อจะได้เห็นว่าชีวิตยังมีด้านดีอื่นๆ อีก เช่น ครอบครัว เพื่อน การมีสุขภาพดี หรือการมีอากาศหายใจ นอกจากนี้ เรายังควรดูแลร่างกาย กินอาหารดีๆ และนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะบางครั้งการตื่นมาด้วยความสดชื่นก็ช่วยเปลี่ยนมุมมองได้”   ในยุคที่สังคมกดดันให้ต้องรวยเร็วหรือประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย หมอฟรังมองว่า “ภาพความสำเร็จและความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องมีเงิน 100 ล้าน ตอนอายุ 30 เสมอไป เราควรถามตัวเองให้ชัดเจนว่า เป้าหมายจริงๆ คืออะไร การมีความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดีหากช่วยให้เราพัฒนาตัวเองและยังมีความสุขได้ แต่ความสุขไม่ควรอยู่ที่ปลายทางเพียงอย่างเดียว มันควรเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางด้วย และการเป็นคนธรรมดาก็ไม่ใช่เรื่องผิด บางทีความสำเร็จอาจเป็นเพียงการได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุขกับครอบครัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รักตัวเอง”    กรุงเทพประกันภัย มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเกราะป้องกันทางใจที่แข็งแกร่งให้แก่นักศึกษาและผู้ร่วมกิจกรรม รวมถึงได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมให้เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและมีความเข้าใจในเรื่องสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323  

01 Mar 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนายพิสิฐ คิดเจริญสุข (กลาง) รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสินไหมทดแทนยานยนต์ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบโล่พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) ภายใต้โครงการ “Old For New โดย SCGP RECYCLE”   ในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้รับเกียรติจากนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท​​ (ซ้าย) ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และนายดนัยเดช เกตุสุวรรณ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานใหญ่ SCG บางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณองค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ การให้บริการกรมธรรม์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) และการติดตามบริหารจัดการการใช้กระดาษอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถลดปริมาณการใช้กระดาษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และมีส่วนร่วมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

01 Mar 2026

...

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมสนับสนุนโครงการ “Give Blood Now – ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย” ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการดำเนินธุรกิจที่ตระหนักในคุณค่าของทุกชีวิต ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,000,000 บาท สำหรับจัดทำเสื้อยืดมอบให้แก่ผู้บริจาคโลหิตทั่วประเทศที่บริจาคโลหิตครบ 3 ครั้ง ในปี 2569 เพื่อส่งเสริมการให้ที่ยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต โดยมี นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนรับมอบ   ไทยประกันชีวิตได้ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รณรงค์รับบริจาคโลหิตจากผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขาย ตลอดจนประชาชนทั่วไปทุก 3 เดือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ได้รณรงค์รับบริจาคโลหิตภายใต้โครงการ “Love for Life ให้รักดูแลชีวิต ให้โลหิตดูแลผู้ป่วย” สามารถจัดหาปริมาณโลหิตได้รวมกว่า 2,000,000 ซีซี

01 Mar 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สองจากซ้าย) ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล (ซ้าย) และ นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส (ขวา) พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กลาง) และ นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) (สองจากขวา) ร่วมเปิดงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park เฉลิมฉลองความสำเร็จในพันธกิจการดูแลสุขภาพควบคู่การขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ณ สวนเบญจกิติ เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรด้านความยั่งยืนอย่าง กรุงเทพมหานคร และศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) จัดงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ณ สวนเบญจกิติ ภายใต้แนวคิดการผสานสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมดูแลตนเองทุกมิติไปพร้อมกับการดูแลโลก งาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ปีที่ 2 กับสโลแกน “AIA+ พลัสชีวิตดี ๆ ให้คุณ” ซึ่งรณรงค์การทำธุรกรรมแบบไร้กระดาษ โดยเชิญชวนให้ลูกค้าสมัครใช้บริการ e-Document เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Receipt ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแอปพลิเคชัน AIA+ เพื่อช่วยลดการใช้กระดาษ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างสะดวกและปลอดภัย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมและทำถูกต้องตามกติกา จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพของโครงการ ตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเมืองสีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง   นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมในสวนสาธารณะจึงไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนเมืองได้ออกมาพักผ่อนและดูแลสุขภาพกายใจเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป สวนเบญจกิติถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สามารถประสานธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของคนเมืองได้อย่างลงตัว กรุงเทพมหานครขอขอบคุณ เอไอเอ ที่ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เช่นนี้เพื่อคนเมือง พร้อมทั้งสนับสนุนการเพาะกล้า 10,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีสุขภาวะที่ดี และยั่งยืนในระยะยาว”   นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ เชื่อว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากสิ่งแวดล้อมที่ดี แคมเปญ AIA+ Go Green จึงมุ่งบูรณาการการดูแลสุขภาพกายและใจเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน งาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขและพลังบวก ชวนทุกคนมามีส่วนร่วมในการดูแลตัวเองและโลกไปพร้อมกัน อีกทั้งเฉลิมฉลองความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ปีที่ 2 ซึ่งสามารถลดการใช้กระดาษได้มากกว่า 1.5 ล้านแผ่นต่อปี และเพาะกล้าเพิ่มอีก 10,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทางกรุงเทพมหานครฯ ตามเป้าหมายที่วางไว้”     นอกจากกรุงเทพมหานคร และ EEC แล้ว งาน  AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรอื่น ๆ ได้แก่ Layers of emotions, Aura, Absolute Boutique Fitness Studio, FORM Recovery, Yolo, McDonald's และสมิติเวช เปิดโอกาสให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านสุขภาพและความยั่งยืนอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น Yoga in the Park โดย Absolute Boutique Fitness Studio ที่ให้ทุกคนได้ผ่อนคลายร่างกายท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมเพาะกล้า 100 ต้น เพื่อมอบให้กรุงเทพมหานคร กิจกรรมเชื่อมต่อธรรมชาติผ่านประสบการณ์หลากหลายประสาทสัมผัส กิจกรรมร้อยสร้อยข้อมือจากลูกปัดรีไซเคิล และกิจกรรมบำบัด EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing) แบบตัวต่อตัว เพื่อดูแลสุขภาพใจอย่างลึกซึ้ง รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะร่วมกับแพลตฟอร์มผู้เชี่ยวชาญอย่าง Recycle Day การเลือกใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน       อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ Go Green Talk เวทีเสวนาที่รวบรวมมุมมองด้านความยั่งยืนจากผู้เกี่ยวข้องหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน   นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส กล่าวว่า “หนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในปัจจุบัน คือการใช้ทรัพยากรโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือพลังงาน เทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราเห็นปัญหาเหล่านี้ชัดเจนขึ้น และเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่แนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในระดับองค์กรและในชีวิตประจำวัน สำหรับ เอไอเอ เรานำดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการลดการใช้ทรัพยากร ผ่านโซลูชันต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม AIA+ ที่ช่วยให้ลูกค้า ตัวแทน และพนักงานเอไอเอ เปลี่ยนจากกระดาษสู่ดิจิทัลได้อย่างสะดวกและปลอดภัย แคมเปญ AIA+ Go Green เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว ทั้งต่อผู้ใช้งานและต่อสิ่งแวดล้อม ผมเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากทุกคน เพียงเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ เช่น การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือการลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เมื่อสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งต่อโลกและคุณภาพชีวิตของเราเอง”   ด้านพันธมิตรหลักอย่าง นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) กล่าวว่า “ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทั้งอากาศที่หายใจ น้ำที่ใช้ อาหารที่กิน และขยะที่เราสร้าง หากสิ่งแวดล้อมดี สุขภาพและคุณภาพชีวิตของเราก็ดีตามไปด้วย แต่ถ้าสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม สิ่งแรกที่ได้รับผลกระทบก็คือชีวิตประจำวันของเราเอง ความยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของโลก แต่คือเรื่องของความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน ซึ่งเริ่มต้นได้จากการปรับความคิด และการลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเลือกสนับสนุนแนวทางและองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน”   นางสาวอีฟ เครือวิทย์ นักสะกดจิตบำบัด RTT ทางคลินิก และผู้เชี่ยวชาญด้าน EMDR กล่าวว่า “พฤติกรรมของเรา ส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยจิตใต้สำนึกที่หล่อหลอมจากอารมณ์ ความเคยชิน และแรงกดดันรอบตัว เมื่อคนเมืองใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ เรามักหลุดออกจากการรับรู้ความรู้สึกของตัวเองและใช้ชีวิตในโหมดอัตโนมัติ โดยไม่ทันสังเกตว่าพฤติกรรมเหล่านั้นส่งผลต่อทั้งใจของเราและสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนจึงเริ่มจากการมีสติรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด และนิสัยของตัวเอง การลองหยุดเพื่อเชื่อมต่อกับตัวเอง และยอมรับความรู้สึกภายใน ช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าอะไรคือความจำเป็นจริง และอะไรคือความต้องการที่เกิดจากความเครียด เมื่อใจสงบและสมดุล เราจะใช้ชีวิตอย่างพอดี เห็นคุณค่าในสิ่งที่มี และลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความยั่งยืนอย่างแท้จริง”     ตลอดทั้งงานยังมีกิจกรรมจากบูธต่าง ๆ ที่ร่วมกันส่งเสริมแนวคิด Go Green เพื่อส่งมอบการเรียนรู้และผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวงลิปตา ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนเบญจกิติ สานต่อความสนุกของกิจกรรมดนตรีในสวน พร้อมกิจกรรม Lucky Draw* ที่ช่วยเติมสีสันและสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น นับเป็นการหลอมรวมความบันเทิง สุขภาพ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน   *หมายเหตุ: รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก แก้ไขรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่างๆ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท เลขที่ใบอนุญาต 271/2569  

28 Feb 2026

...

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เสิร์ฟความหวานฉลองวันวาเลนไทน์ ร่วมสนับสนุน คลั่งรักคอนเสิร์ต 2 (Crazy Love Vol.2) ซึ่งเป็นการรวมตัวศิลปินสายโรแมนติก 4 วงดัง เฟลโล่ว - เฟลโล่ว (Fellow Fellow) โน วัน เอลส์ (No One Else) ลิปตา (Lipta) และอีทีซี (ETC) โดยมีคุณนัทธกัญญ์ แซ่ก้วย(ที่ 4 จากขวา) ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายภาพและชมคอนเสิร์ต ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ ชั้น 8 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569     

28 Feb 2026

BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

  บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Tidlor Holdings (TIDLOR) เผยผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมีคุณภาพด้วยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจและการปรับตัวที่แข็งแกร่งท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ท้าทายในปี 2568 ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และภัยธรรมชาติที่รุนแรง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 16 นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ล่าสุด คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ถ่ายทอดแนวคิดและเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จภายใต้วิกฤตที่นอกเหนือจากตัวเลขในงบการเงิน ผ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ความยาว 21 หน้า โดยเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร คือทุนมนุษย์ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์นอกงบดุลที่มีคุณค่ามากที่สุด ผ่านการส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับสายงานเพิ่มขึ้น และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความรู้ความเข้าใจโลกดิจิทัล โดยมุ่งมั่นยกระดับความรู้เท่าทันดิจิทัลของบุคลากรทั้งองค์กร และปลูกฝังความเข้าใจด้าน AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอขององค์กร เพื่อให้พนักงานในทุกสายงานสามารถประยุกต์ใช้ AI ในการทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การพัฒนาระบบและโครงสร้างพื้นฐานไอที ไปจนถึงการตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้องครบถ้วน นอกจากนี้ จดหมายยังระบุถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งมีรายได้เติบโตเร็วกว่าธุรกิจสินเชื่อต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมไปถึงการตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มบริษัท โดยได้รับการยืนยันผ่านการปรับอันดับความน่าเชื่อถือจาก TRIS Rating และยังได้รับอันดับเครดิต “A-” จาก Japan Credit Rating Agency (JCR) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังมีเรื่องราวน่าประทับใจในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ดังจะเห็นได้จากจิตอาสา การเสียสละ ความสามัคคี และความกล้าหาญของพนักงาน ซึ่งมุ่งช่วยเหลือชุมชนอย่างเต็มกำลังแม้ทรัพย์สินส่วนตัวจะได้รับผลกระทบด้วยก็ตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มบริษัท Tidlor Holdings เป็นองค์กรที่ใส่ใจและดูแลผู้คนด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง เรื่องราวทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม Tidlor Holdings มีคุณลักษณะขององค์กรที่ “ยิ่งเจอความท้าทาย ยิ่งแข็งแกร่ง” ซึ่งไม่เพียงทนทานต่อวิกฤต แต่สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งพร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวเดินสู่ปี 2569 อย่างมั่นใจ สำหรับผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนที่สนใจสามารถติดตามเรื่องราวนอกเหนือจากงบการเงินในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ฉบับเต็มได้ที่ www.tidlorinvestor.com

01 Mar 2026


...

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตัวแทนแบรนด์ มิซูโน กอล์ฟ ไทยแลนด์ (Mizuno Golf Thailand) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์กอล์ฟอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดงานขอบคุณลูกค้าคนพิเศษ “Iceberg Experience Day” เพื่อมอบประสบการณ์ด้านกีฬากอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกระชับความสัมพันธ์อันดีกับพาร์ทเนอร์ โดยมี คุณพิสุทธิ์ บุนนาค รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิซูโน เอแพค (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณสาริศ รัตนาวะดี กรรมการบริหาร บริษัท สโตนฮิลล์ เอสเตท จำกัด พร้อมด้วยดารานักแสดง เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ, ยิหวา-ปรียากานต์ ใจกันทะ, ติ๊ก-วิลาสินี ธัญญวิเศษศิลป์ และ มาร์ค-ณฐริศร์ วรกรเลิศสิทธิ์ เข้าร่วมงานฯ ณ สนามกอล์ฟสโตนฮิลล์ (Stonehill) จังหวัดปทุมธานี    

21 Feb 2026

...

SME D Bank จัดโครงการ “D CEO Network” รุ่นที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Next Frontier” ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี จำนวน 100 กิจการ รับการพัฒนาหลักสูตรเชิงลึกในความรู้สำคัญ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม AI และการเงินเชิงกลยุทธ์ พร้อมเชื่อมโยงขยายเครือข่ายการค้าธุรกิจ  เปิดทางสู่แหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากทิศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างสูง  จำเป็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ   ซึ่งผู้นำองค์กรเอสเอ็มอีแต่ละแห่ง คือ ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนยกระดับธุรกิจตัวเองให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้เสมอ   ดังนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ  เพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จัดโครงการ “D CEO Network”  รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569  เพื่อส่งเสริมการยกระดับศักยภาพให้แก่ผู้นำองค์กรเอสเอ็มอี  โดยคัดเลือกลูกค้าธนาคารที่มีศักยภาพ  ทั้งที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือทายาทธุรกิจ จำนวน 100 กิจการ เข้ารับการอบรมหลักสูตรเข้มข้นเชิงลึกจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ  เน้นเติมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบบริหารจัดการและการเงินเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และเศรษฐกิจสีเขียว  เป็นต้น  ที่สำคัญ สนับสนุนการเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายในหมู่เจ้าของกิจการเอสเอ็มอี นำไปสู่ความร่วมมือจับคู่และต่อยอดธุรกิจร่วมกัน นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมยังได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษจาก SME D Bank  เช่น สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  อัตราเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น   สำหรับโครงการ “D CEO Network”  จัดต่อเนื่องทุกปี ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 4  ภายใต้แนวคิด  “ทะยานสู่ขอบฟ้าใหม่” (The Next Frontier) มุ่งเนื้อหาและหลักสูตรสอดคล้องกับปัจจุบัน ที่เน้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและแนวโน้มของโลกอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดจัด 5 ครั้ง  ทุกวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ถึงวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์  2569 ผ่าน 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.Vision & Future Game , Networking เปิดมุมมองอนาคตและแนวโน้มธุรกิจโลก เพื่อเอสเอ็มอีวางกลยุทธ์ได้เหมาะสม 2.Strategic Transformation  กลยุทธ์พลิกโฉมธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง 3.AI-Driven Transformation for SME Scaling เปลี่ยนองค์กรให้ขับเคลื่อนด้วย AI 4.New Market & Global Expansion โอกาสใหม่ในการขยายตลาดสู่เวทีโลก พร้อมรับความเสี่ยงด้านกฎหมาย-สงครามการค้า และ  5.SME Thailand Vision เปิดมุมมองผู้ประกอบการต่อโอกาสและความเสี่ยงธุรกิจ ตลอดจน สนับสนุนสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจคุณภาพ นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานในพิธีเปิด และ กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Thailand’s SME The Next Frontier: กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต”      “โครงการ D CEO Network รุ่นที่ 4 ต้องการสนับสนุนและยกระดับศักยภาพเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ผ่านการสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ก่อให้เกิดสังคมเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต นอกจากผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับองค์ความรู้และแนวคิดสมัยใหม่ในการบริหารธุรกิจแล้ว ยังได้ลงมือสร้างทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารการเงิน และกลยุทธ์การตลาด  ควบคู่โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” นายพิชิต กล่าว สำหรับโครงการ D CEO Network ใน 3 รุ่นที่ผ่านมา ประจำปี 2566 , 2567 และ 2568 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 356 ราย สามารถเชื่อมโยงโอกาสพาถึงแหล่งทุนนำไปยกระดับธุรกิจแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท     ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกท่าน  สามารถแจ้งความแจ้งประสงค์รับบริการต่าง ๆ จาก   SME D Bank ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน และด้านพัฒนาครบวงจร  ได้ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และ www.smebank.co.th เป็นต้น  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Feb 2026

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ชื่นชมความสำเร็จของผู้ประกอบการ 3 ราย ต้นแบบการปรับตัวทางธุรกิจ รับขยายตัวของการท่องเที่ยวเมืองรอง ได้แก่ “บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด” ผู้ผลิตและจำหน่ายลูกอมและขนมอบกรอบ ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น  คูก้า , พาเหรด, ซอฟท์ไลน์ และหนังไก่กรอบชิกกิ้น กระบวนการผลิตมาตรฐานสากล เหมาะซื้อเป็นของฝาก     “ข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา” ร้านอาหารชื่อดังที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากชุมชน โดยมีเอกลักษณ์การตกแต่งที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับเสน่ห์ท้องถิ่น ด้วยการใช้ไม้ไผ่ ใบจาก และเครื่องจักสาน รวมถึง มีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยว     และ “กระจิบ เบด แอนด์ เบรคฟาสต์” โรงแรมและคาเฟ่ บรรยากาศอบอุ่น เงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ       ทั้งนี้ SME D Bank พร้อมสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ยกระดับกิจการ คว้าโอกาสจากนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ผ่านแนวทาง “พัฒนาคู่เติมทุน” ได้แก่ ด้าน "การเงิน" พาเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท นำไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย หรือปรับปรุงกิจการ ควบคู่ “การพัฒนา” ธุรกิจครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม.  ช่วยให้กิจการเอสเอ็มอีเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอาชีพให้คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ณ จ.สมุทรสงคราม เมื่อเร็ว ๆ นี้     

23 Nov 2025

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ยกขบวนบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” เสิร์ฟผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพื้นที่ภาคใต้ ในงาน “พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์”   ในวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00-12.30 น. ณ  โรงแรมดารา จ.ภูเก็ต ภายในงานพบบริการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี  คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและทุกความต้องการของเอสเอ็มอี พร้อมทีมให้คำปรึกษา  ยื่นกู้ได้ทันทีภายในงาน  อีกทั้ง รับโปรโมชันเสริมพิเศษ อีก 2 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 เมื่อยื่นขอสินเชื่อและได้รับอนุมัติ รับบัตรกำนัล มูลค่า 500 บาท และ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์สมัครใช้บริการแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เพื่อยกระดับธุรกิจครบวงจร ฟรี! ห้ามพลาด ขอเชิญผู้ประกอบการ จ.ภูเก็ต และใกล้เคียง เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  ลงทะเบียนเข้าร่วมโดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

21 Aug 2025

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR โดย คุณฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล Best Financial Inclusion Initiative in Thailand จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2025 จากความสำเร็จของฟีเจอร์ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปเงินติดล้อ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและโปร่งใส ฟีเจอร์ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปเงินติดล้อ” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนยามฉุกเฉินได้สะดวกขึ้น ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้บัตร และไม่ต้องเดินทางไปสาขา ซึ่งผลตอบรับที่ผ่านมาลูกค้ามีการเบิกวงเงินสินเชื่อผ่านฟีเจอร์ดังกล่าวสูงถึง 70% เมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ และปัจจุบันมีผู้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วกว่า 480,000 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2568) นอกจากนี้ ยังได้นำแนวคิดการกระตุกพฤติกรรม (Nudge) มาปรับใช้ในขั้นตอนการถอนวงเงิน โดยออกแบบให้มีการแสดงข้อมูลประมาณการดอกเบี้ยรายเดือนที่ลูกค้าอาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้น หากมีการถอนเงินจากวงเงินสินเชื่อที่เหลืออยู่ โดยจะแสดงข้อมูลดังกล่าวบนหน้าจอก่อนถึงขั้นตอนยืนยันการทำรายการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ การปรับเปลี่ยนนี้แม้จะเล็กน้อย แต่มีผลต่อพฤติกรรมผู้ใช้ โดยจากข้อมูลพบว่าผู้ที่ตั้งใจจะถอนเงิน ใช้เวลาเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 7 วินาทีก่อนยืนยันรายการ สะท้อนถึงการคิดทบทวนก่อนก่อภาระหนี้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการส่งเสริมวินัยทางการเงินและการกู้ยืมอย่างเหมาะสม การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรมและโปร่งใส (The Leading Financial Inclusion Service Provider) พร้อมเดินหน้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของคนไทยอย่างยั่งยืน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งที่ผ่านมาอาจไม่สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและบริการจากธนาคารทั่วไปได้ (Underbanked) รางวัล The Asian Banker Thailand Awards 2025 จัดขึ้นโดย The Asian Banker สื่อในแวดวงการเงินการธนาคารชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เพื่อมอบรางวัลแก่สถาบันการเงินที่ได้มาตรฐาน มีศักยภาพที่โดดเด่น และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมข้อมูลและเรื่องราวของเงินติดล้อได้ที่ www.tidlor.com และ Facebook Fanpage เงินติดล้อ หรือติดต่อ Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 088-088-0880 ตลอด 24 ชม.

15 Aug 2025

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมใจปลุกพลังเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ จัดเต็มโครงการ “SME D Market” ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. สร้างโอกาส เพิ่มยอดขาย ขยายตลาดให้ลูกค้าธนาคาร   และผู้ประกอบการจากหน่วยงานพันธมิตร เปิดพื้นที่ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกขบวนสินค้าดีเอสเอ็มอีกว่า 50 ราย ออกบูธจำหน่ายสินค้าของดีของเด็ดทั่วไทย ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ และเครื่องประดับ พร้อมเสิร์ฟโปรโมชันสุดปัง ราคาดีมีคุณภาพให้ประชาชนในพื้นที่ เกิดการจับจ่ายใช้สอยคึกคัก แล้วพบกัน ณ บริเวณชั้น 1 สำนักงานใหญ่ SME D Bank อาคาร SME Bank Tower สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357  

27 Jul 2025

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. (ผู้บริหารสูงสุด) มีวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คราวละไม่เกิน 4 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569  โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารและการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร มีประวัติดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บริหารสูงสุดขึ้นไปของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป องค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนขององค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท คุณสมบัติโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศ กบข. เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th หรือสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข.” โทร 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. เว้นวันหยุดทำการของ กบข.  

27 Feb 2026


...

กบข. ร่วมกับ AIMC และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แสดงเจตนารมณ์เดินหน้าทำงานเชิงรุก ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเร่งบริหารจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (NDC) ตามข้อตกลงปารีสอย่างเป็นรูปธรรม   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า “ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ยึดมั่นในหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (PRI) กบข. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้าสู่กระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และสร้างมาตรฐานร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศของตลาดทุนไทย โดยที่ผ่านมา กบข. ได้เข้าหารือกับบริษัทจดทะเบียนในพอร์ตการลงทุนอย่างสร้างสรรค์ (Positive Engagement) ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน หนึ่งในประเด็นที่ กบข. ให้ความสำคัญคือการสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)  และการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งนี้หากมีกรณีที่บริษัทจดทะเบียนพบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กบข. พร้อมร่วมมือกับ AIMC ในการติดตาม แนะนำ และผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ผ่านการลงทุนที่มีความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน”   นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ในฐานะตัวแทนบริษัทจัดการลงทุนได้กล่าวว่า “ความยั่งยืนหรือ ESG เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในตลาดทุนไทย ซึ่งที่ผ่านมาเราเน้นการหารืออย่างสร้างสรรค์ (Positive Engagement) และได้เห็นพัฒนาการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนมาโดยตลอด สำหรับการก้าวไปข้างหน้าในมิติของ Climate Transition นั้น กลุ่มบริษัทจัดการลงทุนเองมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้าน ESG ภายใน บลจ. พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนพอร์ตการลงทุนไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Portfolio Emission) ให้บรรลุเป้าหมายของประเทศควบคู่ไปบริษัทจดทะเบียน เราจึงได้รวมพลังกันทั้งอุตสาหกรรมเพื่อทำ Climate Transition Engagement เป็นการเฉพาะ กำหนดมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหา จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมาย บจ.ตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด รวมถึงการวางแผนดำเนินงานในระยะยาวเพื่อติดตามความคืบหน้าของ บจ.ในการเปิดเผยและสอบทานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของ บจ.ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือเกิดปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ เราพร้อมจะร่วมกันดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติสากลในการทำ Positive Engagement ร่วมหารือกับบริษัทจดทะเบียนอย่างสร้างสรรค์ พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานของผู้จัดการกองทุนกรณีที่ปัญหาไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ นอกจากนั้นเพื่อให้เกิด Big Impact เรายังได้ผสานความร่วมมือกับ กบข. เพื่อให้การทำ Collective Action ของนักลงทุนสถาบันมีน้ำหนักยิ่งขึ้นและได้ร่วมมือกับทางตลท.เพื่อให้ระบบนิเวศน์ของการดำเนินการในการสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนก้าวผ่านการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาด้านภูมิอากาศสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะเป็นการสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและยาวได้อีกทางหนึ่งด้วย”   นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในตลาดทุน โดยเฉพาะบทบาทเชิงรุกของนักลงทุนสถาบันในการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนลงมือดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และดำเนินการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Climate Transition) ได้อย่างเป็นระบบ ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เครื่องมือ และการเสริมสร้างขีดความสามารถของตลาดทุน เพื่อส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามแนวทางสากล ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพข้อมูลให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน รวมถึงติดตามความคืบหน้าของบริษัทจดทะเบียนได้จริง” ในการนี้ทั้งสามองค์กรได้แสดงความเชื่อมั่นว่าการแสดงพลังของผู้ลงทุนสถาบันไทยที่ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ผู้จัดการกองทุนที่มีความรับผิดชอบ โดยการทำงานเชิงรุกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้ริเริ่มเพิ่มเติมขึ้นมาในครั้งนี้จะช่วยก่อให้เกิด Big Impact การมีส่วนร่วมของผู้ลงทุนสถาบันและทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ (NDC) ซึ่งที่สุดแล้วไม่เพียงแค่จะลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน แต่ต้องการสร้างแรงจูงใจให้บริษัทจดทะเบียนกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนที่ชัดเจนและดำเนินการตามแผน Climate Transition อย่างต่อเนื่อง  

21 Feb 2026

...

ประธานบอร์ด กบข. เผย คณะกรรมการฯ อนุมัติการลาออกของ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” จากตำแหน่งเลขาธิการ กบข. พร้อมเดินหน้าสรรหาเลขาธิการคนใหม่ สานต่อ ‘เกษียณมีสุข : Freedom for Living’ คาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2   นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กบข. มีมติอนุมัติการลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการฯ กบข. ของนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินต่อไป ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569   ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์   โดยคณะกรรมการ กบข. มีการหารือเรื่องการสรรหาตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนใหม่ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาคัดเลือกเลขาธิการ โดยมีนายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน ซึ่งคาดว่ากระบวนการคัดเลือกเลขาธิการ กบข. คนใหม่ จะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ “เกษียณมีสุข : Freedom For Living” ให้สมาชิกมีเงินใช้เพียงพอหลังเกษียณได้อย่างมีสุข  

18 Feb 2026

...

กบข. เผยผลตอบแทนปี 2568 เป็นไปตามคาดในแต่ละแผนการลงทุน พร้อมปรับกลยุทธ์ลงทุนและนิยามสินทรัพย์ใหม่ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน เดินหน้าปี 69 กระตุ้นออมเพิ่ม–เลือกแผนลงทุน เพื่อสมาชิกบรรลุเป้าหมายเงินก้อนเกษียณมีสุข   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจประเทศหลัก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กบข. จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขับเคลื่อนการลงทุนเชิงรุกด้วยการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งได้ปรับนิยามและมุมมองต่อประเภทสินทรัพย์การลงทุน จากเดิมที่แบ่งเป็นสินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์เสี่ยง มาเป็นการพิจารณาแนวการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุกและสินทรัพย์เชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก ส่งผลให้ในปี 2568 กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนกองสมาชิกได้ดีกว่าที่คาดหมาย   สำหรับผลตอบแทนรายแผนส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะแผนทองคำ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก65 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก นอกจากนี้ กบข. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกในระยะยาว โดยในปี 2568 กบข. สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณอย่างมีสุข ในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% ลดสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง   ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 กบข. จะเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ผ่านโครงการนำร่อง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย (Siver Economy) รวมถึงกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พร้อมพัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีแผนการลงทุนและสินทรัพย์ที่กำหนดผลตอบแทนให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข  

02 Feb 2026

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

ธ.ก.ส. หนุนสร้างเยาวชนเข้าสู่ภาคการเกษตรทดแทนผู้สูงอายุ มุ่งยกระดับจากเกษตรเพื่อการบริโภคเป็น “เกษตรการค้า” สร้างทักษะและองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรสมัยใหม่ให้นักเรียนอย่างครบวงจร ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ การบริหารจัดการเงิน วางแผนธุรกิจ การตลาด และการจัดพื้นที่สาธิตการเกษตร พร้อมนำผลผลิตไปจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้เยาวชนเห็นความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร พร้อมนำเยี่ยมชมโรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ จังหวัดสุโขทัย ตัวอย่างนำร่อง “โรงเรียนเกษตรธนากร”   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว และนายธารา ศรีหะมาศ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ณ โรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดย ธ.ก.ส. ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร เพื่อเติมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนก้าวเข้าสู่ภาคการเกษตรด้วยความมั่นใจ ทดแทนเกษตรกรสูงวัย โดยส่งเสริมองค์ความรู้และกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ ทั้งในด้านการบริหารการเงิน การออม การลงทุน การจัดจำหน่าย การตลาด และสร้างความเข้าใจในการทำ “เกษตรการค้า” สร้างเยาวชนให้สามารถเติบโตไปสู่การเป็นเกษตรกรหัวขบวน หรือผู้ประกอบการในภาคการเกษตรต่อไปในอนาคต โดยโรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 สนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 140 คน และได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ด้วยเงินทุนสนับสนุนจาก ธ.ก.ส. ที่นำไปพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในการทำการเกษตรภายในโรงเรียนให้มีสภาพที่เหมาะสม ทั้งการก่อสร้างและปรับปรุงโรงเรือน แปลงปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ กะเพรา กวางตุ้ง และผักบุ้ง แปลงเพาะเห็ด และแปลงผักยกแคร่ เงินลงทุนหมุนเวียนในการซื้อปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย อาหารสัตว์     รวมถึงยังได้พัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนให้สามารถเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงกบ และการทำปุ๋ยหมักจากเศษพืชผักและใบไม้ ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่ได้โรงเรียนจะนำไปใช้ในการประกอบอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนและอีกส่วนหนึ่งจะนำไปจัดจำหน่ายในตลาดชุมชนใกล้โรงเรียน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับนักเรียนนำกลับมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากิจการด้านการเกษตรของโรงเรียน รวมถึงนำมาเก็บออมตามแนวทางโครงการโรงเรียนธนาคารของ ธ.ก.ส. ทำให้นักเรียนมีทักษะด้านการทำการเกษตร การบริหารเงิน ออมเงินอย่างสม่ำเสมอ สร้างนิสัยการใช้เงินแบบมีเป้าหมาย ลดโอกาสในการเกิดภาระหนี้สินที่ไม่จำเป็นในอนาคต       ทั้งนี้ โครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ธ.ก.ส. จะให้การสนับสนุนโรงเรียนทั้ง 4 มิติ ได้แก่ 1. ด้านเงินทุน แบ่งเป็น      2 ส่วน คือ การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และเงินทุนหมุนเวียน 2. การส่งเสริมองค์ความรู้ ด้านการเกษตรในรูปแบบ  ต่าง ๆ โดยพนักงานของ ธ.ก.ส. และสื่อสังคมออนไลน์ทาง “Facebook : โรงเรียนเกษตรธนากร” 3. การพัฒนาระบบการออม ตามแนวทางโครงการโรงเรียนธนาคารของ ธ.ก.ส. และ 4. ช่องทางการตลาด และการจัดจำหน่าย อาทิ การนำผลิตภัณฑ์สินค้าของโครงการไปจำหน่ายที่ BAAC Outlet ในที่ทำการสาขาของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ตลาด BAAC Farmer Market ที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ โดยในปีบัญชี 2568 ธ.ก.ส. ได้นำร่องโครงการ จำนวน 27 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนเกษตรธนากร จำนวน 18 โรงเรียน และโรงเรียนสาธิตเกษตรธนากร จำนวน 9 โรงเรียน ครอบคลุมเยาวชนที่จะได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงกว่า 7,795 คน โดย ธ.ก.ส. จะสรุปผลการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่เยาวชน พร้อมเตรียมขยายผลโครงการไปทุกจังหวัดต่อไป นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสมทบทุนกับกองทุนโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร เพื่อมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดเยาวชนที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาภาคการเกษตรซึ่งเป็นฐานรากที่สำคัญของประเทศ รวมถึงสะท้อนความมั่นคงทางด้านอาหารที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาในทุก ๆ มิติ

20 Jan 2026

...

ดร.พัชทรา มณีสินธุ์  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงบริการวิจัยกับ นายสมยศ วัฒน์พานิช  กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด  ในโครงการพัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์  UHT เพื่อพัฒนากระบวนการรวบรวม และทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมปลายทาง โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ ซึ่ง วว. มีองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาด้านกรรมวิธีการผลิตสารเร่งตกตะกอนคอมโพสิทร่วมกับซีโอไลต์ชนิดโพลิอลูมินั่มซิลิเกตคลอไรด์ โดยใช้เครื่องซักล้างเกล็ดพลาสติกแบบต่อเนื่องระบบแปรงกวาดร่วมกับหัวฉีดละอองน้ำ  เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ ดร.เรวดี  อนุวัฒนา  ผู้อำนวยการ  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ  วว. ผู้บริหาร นักวิจัยและบุคลาการทั้งสองหน่วยงาน ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย ในวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท.  ชั้น 8 อาคาร RD 1  วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี   “...จากสถานการณ์ด้านขยะบรรจุภัณฑ์ของประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณขยะพลาสติกและกล่อง UHT ที่ยังถูกจัดการอย่างไม่ครบวงจร ทำให้เราต้องยกระดับระบบบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่ง วว. ได้ให้ความสำคัญและพัฒนานวัตกรรมด้านการคัดแยก การทำความสะอาด และการแปรรูปวัตถุดิบรีไซเคิลมาโดยตลอด ทั้งในพื้นที่นำร่อง “ตาลเดี่ยวโมเดล” จังหวัดสระบุรี รวมถึงการขยายผลในระดับพื้นที่อื่นทั่วประเทศ  ความร่วมมือครั้งนี้กับบริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นความร่วมมือที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ของ วว. เข้ากับศักยภาพภาคเอกชนผู้ประกอบกิจการรีไซเคิลอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการรวบรวมและทำความสะอาดกล่อง UHT ให้ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมปลายทาง พร้อมทั้งศึกษาระบบบำบัดน้ำเสียให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องต่อหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์...” ดร.พัชทรา  มณีสินธุ์   กล่าว   นายสมยศ  วัฒน์พานิช  กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด  กล่าวว่า  บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการด้านการรีไซเคิลเยื่อจากกระดาษใช้แล้ว รวมถึงบรรจุภัณฑ์คัพ สต็อก และกล่อง UHT รวมถึงมีเครือข่ายด้านธุรกิจรีไซเคิลในการรับซื้อและต่อยอดผลิตภัณฑ์รีไซเคิล โดยรับซื้อขยะรีไซเคิล จากครัวเรือน ชุมชน โรงเรียน ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า จากพื้นที่บริเวณโดยรอบจังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยเน้นการคัดแยกขยะแต่ละชนิด ได้แก่ ขยะพลาสติก กระดาษ กระป๋องอะลูมิเนียม และมีความสนใจในการพัฒนากระบวนการรวบรวมกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT และทำความสะอาดให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ร่วมกับการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสีย  จากกระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT จึงมีความประสงค์ให้ วว. พัฒนากระบวนการ เพื่อรวบรวมและทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT พร้อมระบบบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกรุงเทพฯ   ขอบเขตในการดำเนินงานโครงการ   ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน ประกอบด้วย  1) การจัดทำรูปแบบข้อมูลแสดงผลสำรวจการรวบรวมข้อมูลตัวอย่างกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและระยอง จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ตำบลเทศบาลเมือง ตำบลหนองแค ตำบลตาลเดี่ยวจังหวัดสระบุรี ตำบลบ้านฉางและตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง   2) พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่อง โดยใช้หลักการเดียวกับระบบซักล้างพลาสติกที่ติดตั้ง ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการจัดการชุมชนแบบครบวงจร อาคารคัดแยกขยะตาลเดี่ยว จังหวัดสระบุรี 3) ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการทำความสะอาดกล่อง UHT โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ และทดสอบคุณสมบัติของน้ำภายหลังการบำบัด ได้แก่ ความเป็นกรดด่าง ซีโอดี บีโอดี oil and greeze ค่าการนำไฟฟ้า ค่าความขุ่น ค่าของแข็งละลายน้ำ เป็นต้น  และ 4) ออกแบบระบบและติดตั้งระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT และระบบบำบัดน้ำเสียทางเคมีด้วยวิธีการรวมตะกอนที่เหมาะสมในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดราชบุรี เพื่อขยายผลระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT ไปยังเขตจอมทองกรุงเทพฯ     โครงการความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาขยะเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล และจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในการช่วยลดปริมาณขยะ เพิ่มคุณภาพวัตถุดิบรีไซเคิล และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

17 Jan 2026

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ประกาศจัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) รับต้นปี 2569 คัดทรัพย์ศักยภาพดี หลากหลายทำเลทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน รวม 25 รายการ มูลค่ารวมกว่า 96 ล้านบาท พร้อมจับมือ 6 พันธมิตรธนาคารชั้นนำมอบข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษ ทั้งนี้ ใน 2569 นี้ SAM ยังคงมุ่งเน้นการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้ได้คัดเลือกทรัพย์มือสองที่มีศักยภาพสูง ตั้งอยู่บนทำเลเด่นทั่วประเทศ มานำเสนอให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจ สำหรับทรัพย์ที่นำออกประมูลในรอบนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงโรงงานและโกดังสินค้า รวมทั้งสิ้น 25 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มทรัพย์ราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาท จำนวน 24 รายการ และทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท อีก 1 รายการ นอกจากตัวทรัพย์ที่มีความโดดเด่นแล้ว SAM ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด ได้แก่ โปรโมชัน “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” มอบค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM โดยให้ค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเงินทุน SAM ได้รับความร่วมมือจาก 6 ธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจด้วยเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 3.1 24 70 วันนี้ -16 ก.พ. 69 23 ก.พ. 69 3.2 1 26 วันนี้ - 2 มี.ค. 69 9 มี.ค. 69 รวม 25 96     ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) HL0688 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 72.3 ตร.ว. โครงการ สราญสิริ รามอินทรา 2  ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์  ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.39 ลบ.                 2) CL0117 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ชั้น 25 อาคาร A โครงการ แบงค์ คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ ถ.รัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารครบครัน ลิฟท์โดยสาร สระว่ายน้ำ รปภ. 24 ชม. กล้องวงจรปิด และบัตรเข้า-ออก  การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ ตลาดพลู ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.17 ลบ. 3) HL0457 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50.6 ตร.ว.  โครงการ โกลเด้นวิลเลจ อ่อนนุช-พัฒนาการ ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) HL0221 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 385 ตร.ว.  ถ.สายแม่จัน-เชียงแสน (ทล.1016) ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายในประกอบไปด้วยบ้านไม้ชั้นเดียว บ้านพักตึกชั้นเดียว และโรงจอดรถ ใกล้วัดปางหมอปวง โรงเรียนบ้านปางหมอปวง วัดดอยจำปี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.67 ลบ.  5) SL0027 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาเจาะทะลุถึงกันทุกชั้น เนื้อที่ 42 ตร.ว.ถ.นครไทย-ชาติตระการ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลชาติตระการ เทศบาลตาบลป่าแดง และที่ว่าการอำเภอชาติตระการ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.63 ลบ.  6) 3A0691 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 16 ไร่ 364 ตร.ว. ถ.บ้านแก่งโตน-บ้านสงเปลือย (พช.2013) ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  ทรัพย์ตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน ภายในประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยตึก 2 ชั้น 2 หลัง บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว โรงซ่อมบำรุง อาคารตึกชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม บ้านพักอาศัยครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว โรงจอดรถ โกดังเก็บของ อาคารเลี้ยงโคกระบือ และสำนักงานชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม ใกล้วัดแก่งโตน โรงเรียนบ้านแก่งโตน โรงเรียนบ้านน้ำสร้าง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  9.8 ลบ.  7) SL0180 อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 148.9 ตร.ว. ติด ถ.สุขุมวิท (ทล.3) ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ใกล้ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ห้างแหลมทอง ระยองและห้างโฮมโปร ระยอง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  26.5 ลบ.  ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

22 Feb 2026


...

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569     ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid  ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่  City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback) Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car) HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)   ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569 ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่ ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย   ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026 ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์:  www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand

21 Feb 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลเป็นครั้งที่ 23 ส่งท้ายปี 2568 ให้กับผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจและผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารสำนักงาน โชว์รูม และโรงงาน/โกดัง  จำนวน 41 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 296 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 23.1 38 149 วันนี้ - 15 ธ.ค. 68 23 ธ.ค. 68 23.2   3  147    วันนี้ -  30 ธ.ค. 68            7 ม.ค. 69 รวม 41 296       ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่ออยู่อาศัย 1) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.2 ตร.ว. โครงการเศรษฐสิริ วงแหวน รามอินทรา ซ.5 ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้สำนักงานเขตคันนายาว วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.4 ลบ. 2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.5 ตร.ว.โครงการซีรีน พระราม 2-ท่าข้าม ถ.เลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก  ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 3) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 41.5 ตร.ว. ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวกใกล้โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม โรงเรียนวัดลาดปลาเค้า วัดลาดปลาเค้า สถานีลาดปลาเค้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู และห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รามอินทรา ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.28 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 29.4 ตร.ว. โครงการอาร์ พี เพลส 2 ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี    ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดน้ำบางคูลัด เซ็นทรัล เวสต์เกต วัดเอนกดิษฐาราม โรงพยาบาลบางใหญ่ และโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รัตนาธิเบศร์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.89 ลบ. ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน 1) ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 4 ไร่ 44 ตร.ว. ถ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดสมรโกฏิ ห้างเซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ ท่าน้ำนนท์ และสถานีบางกระสอ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  98.48 ลบ.     2) อาคารสำนักงาน 4 ชั้นและอาคารโกดัง เนื้อที่ 249.5 ตร.ว. ถ.บูรพาใน ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ใกล้วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์-อุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 23.99 ลบ. 3) โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 11 ไร่ 335 ตร.ว. ถ.อุทัยธานี-บ้านไร่ (ทล.333) ต.หนองสรวง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ภายในประกอบด้วยบ้านพักอาศัย 2 ชั้น โกดัง 1 ชั้น 3 หลัง และบ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน การคมนาคมสะดวก เชื่อมต่อกับระบบขนส่งรวดเร็วเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง ใกล้โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ที่ว่าการอำเภอหนองฉาง สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง เทสโก้โลตัสหนองฉาง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 24.16 ลบ.    ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.1/2568) ภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.2/2568) ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 ม.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

10 Dec 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจ จำนวน 39 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 558 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารที่พักอาศัย ร้านอาหาร โรงงาน/โกดัง และโรงแรม/รีสอร์ท โดยมีไฮไลท์เด่นสำหรับการประมูลครั้งนี้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน 3 รายการ ได้แก่  โรงแรม/รีสอร์ท "บ้านพักขามเงิน" เนื้อที่ 5 ไร่ 160 ตร.ว. อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ติดถนนสายหลัก 2 ด้าน ภายในพื้นที่ประกอบด้วยร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศ จำนวน 13 หลัง  ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลชะอำ โรงเรียนเทศบาล 8 สวนสนชะอำ คริสตจักรชะอำ ชายหาดชะอำ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  169.26 ลบ. ร้านอาหาร บนเนื้อที่ขนาดใหญ่ถึง 7 ไร่ 167.4 ตร.ว. ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดโคกสมานคุณ โรงเรียนวัดโคกสมานคุณ และตลาดกิมหยง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 193.72 ลบ.  ที่ดินเปล่ากลางเมืองเชียงราย  เนื้อที่ 11 ไร่ 269.6 ตร.ว. ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ทำเลสวย ติดถนนสายหลักถึง 3 ด้าน ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดมิ่งเมือง ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย วิทยาลัยพาณิชยการเชียงราย ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.24 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์ราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1) โรงงาน/โกดัง 7 ชั้นพร้อมดาดฟ้า เนื้อที่ 200 ตร.ว. ถ.พุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ทรัพย์ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ล้อมรอบด้วยเส้นทางสายหลัก ทั้งจุดขึ้น-ลงทางด่วน ด่านสุขสวัสดิ์ สะพานภูมิพล ถ.กาญจนาภิเษก ถ.พระราม 2 และใกล้กับศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ สวนธนบุรีรมย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 16.68 ลบ.         2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมโรงจอดรถและศาลาพักผ่อน เนื้อที่ 115.5 ตร.ว. โครงการพรอเมนาด โฮม ธนบุรี ถ.พระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดรวยทรัพย์ 555 วัดเลา โรงเรียนรุ่งอรุณ และห้างโฮมโปร พระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.11 ลบ. 3) บ้านชั้นเดียว พร้อมอาคารโรงงาน โรงจอดรถ 2 หลัง ร้านค้า อาคารสำนักงานและอาคารพักอาศัย เนื้อที่ 1 ไร่ 90.6 ตร.ว. ถ.โพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และเกษตรกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงมะเดื่อ โรงเรียนวัดโพรงมะเดื่อ วัดโพรงมะเดื่อ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.42 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เนื้อที่ 22.4 ตร.ว. โครงการไพลิน ท่าอิฐ ถ.ท่าอิฐ-ไทรม้า (นบ.4005) ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีรถไฟฟ้าบางรักน้อยท่าอิฐเพียง 1.3 กม.เท่านั้น และยังใกล้ตลาดมณียา ท่าอิฐ สำนักงานเทศบาลตำบลไทรม้า ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.93 ลบ. 5) อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง เนื้อที่ 19.9 ตร.ว. ทำเลดี ติด ถ.สัจจกุล ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ห่างจากแยกสัจจกุลเพียง 600 ม. ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองหาดใหญ่ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.5 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.1/2568) ภายในวันที่ 15 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 24 ต.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.2/2568) ภายในวันที่ 30 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 พ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

13 Oct 2025

...

“เงินติดล้อ” โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) แจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสอง เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อบางรายนำรถติดสัญญาจำนำทะเบียนรถ ซึ่งมีบริการเสริมในการเบิกถอนวงเงินสินเชื่อ เช่น บัตรกดเงินสด หรือ แอปพลิเคชัน โดยนำรถไปหลอกขายกับเต็นท์รถแต่ไม่แจ้งปิดบัญชีสินเชื่อ ส่งผลให้เต็นท์รถไม่ได้รับเล่มทะเบียนรถตามที่ตกลงไว้กับผู้ขายรถ ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจ “เงินติดล้อ” ขอแนะนำผู้ประกอบการเต็นท์รถ ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1.ตรวจสอบว่ารถมีเล่มทะเบียนรถตัวจริงหรือไม่ 2.กรณีไม่มีเล่มทะเบียนรถ ตรวจสอบว่ามีสัญญาจำนำทะเบียนรถหรือไม่ 3.หากมีสัญญาจำนำทะเบียนรถ ควรตรวจสอบว่ามีบริการบัตรกดเงินสดหมุนเวียน หรือ แอปพลิเคชัน เพื่อใช้เบิกถอนวงเงินสินเชื่อหรือไม่ 4.กรณีเต็นท์รถตกลงจ่ายหนี้คงค้างส่วนต่างเพื่อปิดบัญชีให้ผู้ขายรถ ควรเน้นย้ำให้ผู้ขายรถดำเนินการแจ้งยืนยันปิดบัญชีสินเชื่อกับไฟแนนซ์ที่ใช้บริการอยู่ เพื่อดำเนินการปิดบัญชี และจัดส่งเล่มทะเบียนรถให้ตามที่อยู่ที่ตกลงไว้ได้ กรณีที่ใช้สินเชื่อกับเงินติดล้อ แนะนำให้เต็นท์รถและลูกค้า ติดต่อปิดบัญชีที่สาขาเงินติดล้อได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้ บัตรกดเงินสดหมุนเวียน ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สินเชื่อสามารถกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถของตนเองได้สะดวกผ่านตู้ ATM ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สินเชื่อสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนยามฉุกเฉินได้สะดวกยิ่งขึ้น

01 Sep 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ชวนนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจและผู้สนใจที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เข้าร่วมประมูลทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในทำเลดีทั่วประเทศ จำนวน 33 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 247 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย โดยมีไฮไลท์สำคัญสำหรับนักลงทุนเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง เนื้อที่ 20 ไร่  ประกอบด้วย สวนน้ำเป็นหอ 6 เหลี่ยม เครื่องเล่นสไลเดอร์ อโลฮ่า 2 ตัว  สระว่ายน้ำและสระน้ำวน จำนวน 3 สระ อาคารอาคารบริการ ร้านขายของที่ระลึก ศูนย์อาหาร 2 อาคาร  ห้องน้ำ 4 อาคาร ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และแหล่งท่องเที่ยว บน ถ.มหาดไทย ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี  จ.กาญจนบุรี  ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.41 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์เด่นราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1.บ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังมุม เนื้อที่ 57.8 ตร.ว. โครงการเซนโทร วิภาวดี ถ.ช่างอากาศอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้กับท่าอากาศยานดอนเมือง จุดขึ้นลงทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และห่างจากสถานีดอนเมือง รถไฟฟ้าสายสีแดงเพียง 2.7 กม.เท่านั้น นอกจากนี้ยังใกล้กับวัดพรหมรังษี โรงเรียนพระหฤทัย  ดอนเมือง และสำนักงานเขตดอนเมือง ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.71 ลบ. 2. บ้านเดี่ยว 2 ชั้นพร้อมบ้านพักคนงาน เนื้อที่ 267.8 ตร.ว. ถ.อนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมเข้าออกได้หลายเส้นทางใกล้ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 ห้างบิ๊กซี พระราม 2 ห้างโฮมโปร พระราม 2 วัดท่าข้าม โรงเรียนวัดท่าข้าม และวัดเลา ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  8.83 ลบ.     3. อพาร์ทเมนท์ 4 ชั้น รวม 84 ห้อง เนื้อที่ 131.6 ตร.ว.โครงการไทยธานีคอนโด ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย ใกล้ตลาดยิ่งเจริญพลาซ่า มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตสะพานใหม่  โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม ห่างจากสถานีสะพานใหม่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียง 2.3 กม. ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.34 ลบ. 4. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 86.3 ตร.ว. โครงการบ้านฟ้าลากูน ถ.เลียบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต โรงเรียนอนุบาลรังสิต ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.31 ลบ. 5. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 60.5 ตร.ว. โครงการออลสวีท ภูเก็ตซิตี้-พันวา ถ.ศักดิเดชน์ (ทล.4023) ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงเรียนบ้านอ่าวน้ำบ่อ  และโรงเรียนดาวรุ่งวิทยา  ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 4.71 ลบ.        6. อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา แบ่งเป็น 1 คูหา เนื้อที่ 22.5 ตร.ว. และ 2 คูหาติดกัน เนื้อที่ 45 ตร.วา ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านพาณิชยกรรม สาธารณูปโภคครบครัน ใกล้สถานีขนส่งหาดใหญ่ ห้างเซ็นทรัล หาดใหญ่ และห้างแม็คโคร หาดใหญ่ ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 20.68 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.1/2568) ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 9 ก.ย. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.2/2568) ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 22 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

30 Aug 2025

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำคอนโดมิเนียมมือสองจำนวนกว่า 500 รายการทั่วประเทศ ออกจำหน่ายในงาน“มหกรรมคอนโดมิเนียมออนไลน์ ราคาพิเศษ” ลดราคาสูงสุด 50% จากราคาปกติ ผ่าน Application : GHB ALL HOME ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 3 วันทำการ รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท ต่อที่ 2 : สำหรับลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท และ ต่อที่ 3 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและยื่นขอสินเชื่อภายใน 45 วัน นับถัดจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายมีสิทธิ์รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% คงที่นาน 2 ปีแรก นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. จัดงาน “มหกรรมคอนโดมิเนียมออนไลน์ ราคาพิเศษ” โดยนำคอนโดมิเนียมมือสองคุณภาพดี ออกจำหน่ายกว่า 500 รายการทั่วประเทศ ลดราคาสูงสุด 50% จากราคาปกติ ผ่าน Application :  GHB ALL HOME ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. โดยเป็นคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 361 รายการ  อาทิ คอนโดมิเนียม ชั้น 20 จาก 26 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 32.22 ตารางเมตร ในโครงการริชพาร์ค @เตาปูน เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,610,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่อยู่ในเขตเมือง เดินทางได้อย่างสะดวกและมีเส้นทางคมนาคมที่หลากหลาย และคอนโดมิเนียมในส่วนภูมิภาค จำนวน 145 รายการ อาทิ คอนโดมิเนียม ชั้น 3จาก 8 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 38.98 ตารางเมตร ในโครงการทรีบูทีคคอนโด 2  อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,700,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่เหมาะแก่การซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเป็นห้องพักตากอากาศ พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 3 วันทำการ รับบัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่า 1,000 บาท (รางวัลละ 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ) จำนวน 100 ใบ (แบ่งเป็นทรัพย์ในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล 50 ใบ และทรัพย์ในเขตภูมิภาค 50 ใบ) ต่อที่ 2 : สำหรับลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท (รางวัลละ 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ) และ ต่อที่ 3 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงาน และยื่นขอสินเชื่อภายใน 45 วัน นับถัดจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายมีสิทธิ์รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% คงที่นาน 2 ปีแรก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อออนไลน์ได้ที่ Application : GHB ALL HOME โดยสามารถรับชมภาพทรัพย์จริงได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือ www.ghbhomecenter.com ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทรัพย์ NPA ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ซึ่งลูกค้าที่จองซื้อบ้านมือสอง ธอส. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com, Mobile Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @GHBALLHOME

12 Aug 2025

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี ดังนั้น SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15%    เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (Minimum Loan Rate : MLR) อยู่ที่ 7.050% ต่อปี  อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR) อยู่ที่ 7.025% ต่อปี  และ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate : MOR) อยู่ที่ 7.150% ต่อปี     มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป    ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 ต่อเนื่อง  ตั้งแต่ปี 2568  สะท้อนความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง  ให้ลดภาระต้นทุนทางการเงิน และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวม     สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก SME D Bank ยังคงตรึงไว้เช่นเดิม เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าธนาคาร ทั้งกลุ่มนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ตลอดจนหน่วยงาน องค์กร สถาบัน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีทางเลือกในการหาแหล่งฝากเงินผลตอบแทนเหมาะสม และมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด นอกจากนั้น SME D Bank พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง และยกระดับกิจการ เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” เปิดโอกาสเพื่อผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท  สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  มุ่งยกระดับพัฒนาศักยภาพธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท และ สินเชื่อ “SME Green Productivity” ส่งเสริมก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ควบคู่มอบบริการพัฒนาธุรกิจครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ให้เอสเอ็มอีปรับตัวทางธุรกิจได้ทุกสถานการณ์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ รับบริการจาก SME D Bank ได้ผ่านทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Mar 2026

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. (ผู้บริหารสูงสุด) มีวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คราวละไม่เกิน 4 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569  โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารและการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร มีประวัติดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บริหารสูงสุดขึ้นไปของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป องค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนขององค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท คุณสมบัติโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศ กบข. เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th หรือสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข.” โทร 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. เว้นวันหยุดทำการของ กบข.  

27 Feb 2026

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner