Responsive image

Monday, 22 Jul 2024

LATEST NEWS

INSURANCE/ประกันภัย-ประกันชีวิต

...

บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัดในฐานะ สำนักงานประกันรถผ่านแดนแห่งชาติ และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการใช้ระบบการรับประกันภัยรถภาคบังคับผ่านแดนอาเซียน (ASEAN Compulsory Motor Insurance : ACMI) พร้อมให้บริการรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับแก่ผู้ใช้รถผ่านแดนที่มีความประสงค์เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ในรูปแบบกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (Online Real Time) “ตามที่ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ได้ร่วมลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน (ASEAN Framework Agreement on the Facilitation of Goods in Transit :  AFAFGIT) ประกอบด้วย 9 พิธีสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมด้านการค้าและอำนวยความสะดวกด้านการเคลื่อนย้ายสินค้าในภูมิภาคอาเซียนให้มีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการขนส่งแบบไร้พรมแดน เพื่อดำเนินการตามพิธีสาร 5 ของกรอบความตกลง AFAFGIT ว่าด้วยโครงการประกันภัยรถภาคบังคับของอาเซียน ที่ได้กำหนดให้ประเทศสมาชิกจัดตั้งสำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ (National Bureau of Insurance)  เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการรับประกันภัยรถผ่านแดน บริษัทกลางฯ จึงได้รับมอบหมายจากภาครัฐให้ทำหน้าที่เป็นสำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ (Thailand National Bureau of Insurance) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2545  เพื่อเป็นหน่วยงานศูนย์กลางในการขับเคลื่อนด้านการประกันภัยรถภาคบังคับผ่านแดนอาเซียน รวมถึงประสานงานกับบริษัทประกันภัยเพื่อดูแลช่วยเหลือด้านสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบภัย และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางและผู้ประกอบการขนส่งสามารถทำประกันภัยรถภาคบังคับได้อย่างสะดวกรวดเร็ว บริษัทกลางฯ และประเทศสมาชิกอาเซียนจึงได้ร่วมกันพัฒนา ระบบการประกันภัยรถภาคบังคับผ่านแดนอาเซียน ASEAN Compulsory Motor Insurance System  หรือ ACMI ขึ้น เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางในการออกกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ และบลูการ์ด    (Blue Card) ของทุกประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งการเชื่อมโยงผ่าน ASEAN ACMI platform ทำให้ National Bureau ของทุกประเทศ สามารถดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และประสานการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตลอดทุกเส้นทาง เมื่อรถผ่านแดนเกิดเหตุ ทั้งนี้ บริษัทกลางฯ ได้รับความร่วมมือจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในการเชื่อมต่อระบบ ACMI ซึ่งนับเป็นบริษัทแรกที่พร้อมให้บริการรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับแก่ผู้ใช้รถผ่านแดนที่มีความประสงค์เดินทางเข้ามายังประเทศไทย  โดยผู้ใช้บริการสามารถทำประกันภัยได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ www.aseancob.org และจะได้รับความคุ้มครองการทำประกันภัยภาคบังคับผ่านแดนทันที พร้อม Electronic Blue Card เพื่อใช้แสดงการมีประกันภัยต่อเจ้าหน้าที่เมื่อผ่านแดน ความร่วมมือระหว่างบริษัทกลางฯ กับบริษัททิพยประกันภัยในครั้งนี้นับเป็นการผสานความสามารถและความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทในการพัฒนาให้ระบบการรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับผ่านแดนอาเซียน มีประสิทธิภาพและพร้อมให้บริการแก่ประชาชนผู้ใช้รถและผู้ประกอบการที่ต้องการเดินทางผ่านแดนในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งทำให้การทำประกันภัยเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยการทำผ่านระบบออนไลน์ที่ทันสมัยและรวดเร็ว คุ้มครองทันที เพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง บริษัทกลางฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบงานต่างๆ เพื่อมอบการบริการที่เป็นเลิศทั้งทางด้านประกันภัยแก่ผู้เดินทางในอาเซียนและการช่วยเหลือด้านสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มีสาขาให้บริการในทุกจังหวัดทั่วประเทศ” ดูข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันภัยรถภาคบังคับผ่านแดนอาเซียนได้ที่ www.aseancob.org

21 Jul 2024


...

เอไอเอ ประเทศไทย ตอกย้ำการเป็นบริษัทประกันชีวิตและสุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทย[1] จัดทัพผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง ร่วมงาน วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Empowering Future Life+ พลัสความสบายใจให้ประกันชีวิตดูแล ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 21 กรกฎาคม 2567 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยในงานเอไอเอได้เตรียมนำผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ ตลอดจนประกันโรคร้ายแรง และประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ที่มีความน่าสนใจ อาทิ ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย “AIA Health Happy” และ “AIA Health Saver” รวมถึงประกันสุขภาพสำหรับเด็กตัวใหม่ล่าสุด “AIA Health Happy Kids” ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 25 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์[2] และผลิตภัณฑ์ประกันโรคร้ายแรง “AIA CI ProCare” ที่จะเป็นตัวช่วยในการวางแผนชีวิตได้อย่างมือโปรด้วยเบี้ยประกันแบบคงที่ คุ้มครองยาวนาน 99 ปี[2] ครอบคลุมโรคร้ายแรงทุกระดับการเจ็บป่วย และไม่ต้องจ่ายเบี้ยฯ ทิ้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพของเอไอเอทุกตัวจะมาพร้อมกับบริการด้านสุขภาพที่ลูกค้าจะได้รับแบบครบวงจร เพื่อช่วยเติมเต็มความคุ้มครองและสร้างความมั่นคงให้กับคนไทยทุกครอบครัว รวมถึงผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชีย ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives - เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ นอกจากนี้ เอไอเอยังได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษสุดให้สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงาน และพบกับ AIA Vitality Ambassador คุณหมาก ปริญ สุภารัตน์ ซึ่งจะมามอบความบันเทิงและสร้างรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม เวลา 13.50 – 14.50 น. ผู้ที่สนใจสามารถมารับคำแนะนำจากที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงินมืออาชีพจากเอไอเอ พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพที่หลากหลายได้ที่บูธเอไอเอ ในงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ในวันเสาร์ที่ 20 และวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม นี้ หมายเหตุ: [1] ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทย ณ เดือนพฤษภาคม 2567 [2] ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์  

18 Jul 2024

...

โฆษณาไทยประกันชีวิตแรงไม่หยุด หนังชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” คว้ารางวัลจากเวทีโฆษณาระดับโลก CANNES LIONS 2024 และ D&AD Awards 2024 บทพิสูจน์ความสำเร็จการสร้างสรรค์โฆษณา ตอกย้ำแนวคิดคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก ด้วยการส่งมอบคุณค่าในการใช้ชีวิตต่อผู้อื่น ควบคู่การเล่าเรื่องราวผ่านอารมณ์และความรู้สึก เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภค นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกๆ ที่ใช้ภาพยนตร์โฆษณาในการสร้างแบรนด์ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาของไทยประกันชีวิต ล้วนมีเนื้อหาและบริบทอยู่บนพื้นฐานของการสร้างแรงบันดาลใจ ให้แง่คิดกับผู้ชม ตามเจตนารมณ์ในการเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชอบและเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยและสังคมไทย โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก (Value of Life, Value of Love) พร้อมยกระดับสู่การสร้างและส่งมอบคุณค่าให้กับผู้อื่น เพื่อร่วมกันสร้างสังคมให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” จึงเป็นโฆษณาที่บอกเล่าเรื่องราวของ “การทำชีวิตให้มีคุณค่าต่อผู้อื่น” ได้รับการสร้างสรรค์โดยเอเจนซี่ โอกิลวี่ ประเทศไทย เป็นภาพยนตร์โฆษณาที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เปิดแสดงครั้งแรกในโครงการไทยประกันชีวิต Experience ณ อาคารไทยประกันชีวิต สาขาบางนา ล่าสุด ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการคว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติ ประเภท Film จากเวทีระดับโลก CANNES LIONS 2024 ได้แก่ Bronze Lion 1 รางวัล ในหมวด Culture & Context - Social Behavior & Cultural Insight และ 2 Shortlists หมวด TV/Cinema Film และ Online Film - Consumer Services/Business to Business จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดจากทั่วโลกทั้งสิ้นถึง 26,753 ผลงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ โฆษณาของไทยประกันชีวิตเคยสร้างชื่อเสียงมาแล้วครั้งหนึ่ง บนเวที CANNES LIONS 2019 จากโฆษณาชุด “แม่รู้อะไรบ้าง: Mother Knows Best” ในขณะที่ เวที D&AD Awards 2024 อีกหนึ่งสุดยอดเวทีแห่งวงการโฆษณาของประเทศอังกฤษ “ผิวของแม่: Under My Skin” ก็สามารถคว้ารางวัล Shortlist ในหมวด Casting – Film อีกด้วย ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” มีเนื้อหาของภาพยนตร์โฆษณาที่เข้ากับยุคสมัย เน้นความคิดสร้างสรรค์ สร้างการรับรู้ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก่สังคม จึงทำให้โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” กวาดรางวัลมาแล้วถึง 8 รางวัล จาก 3 เวทีประกวดผลงานโฆษณาระดับโลกอย่าง ADFEST 2024, Spike Asia 2024 และ Clio Awards 2024 ที่ผ่านมา ภาพยนตร์โฆษณาของไทยประกันชีวิตได้รับการการันตีความสำเร็จ จากการได้รับรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลมากมาย อาทิ สถาบัน International Business Awards หรือ Stevie Awards 2023 ประเทศสหรัฐอเมริกา จากโฆษณาชุดเชื่อในความดี, รางวัล London International Awards (LIA) จากโฆษณาชุด Until We Meet Again ฯลฯ ไทยประกันชีวิตมุ่งสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับผู้ชม สามารถติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาเรื่องอื่น ๆ ของไทยประกันชีวิต ได้ที่ YouTube Thailifechannel Playlist : The Original Sadvertising

17 Jul 2024

...

เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์ สมาร์ท แพลน มุ่งสนับสนุนคนไทยวางแผนอนาคตด้วยแบบประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมปกป้องความมั่งคั่งสำหรับครอบครัว และเตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณ หรือมอบให้เป็นของขวัญเพื่ออนาคตสำหรับลูกหลาน ซึ่งแบบประกัน กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์ สมาร์ท แพลน ได้ถูกออกแบบโดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของเอไอเอ ในฐานะผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ผสานกับความเข้าใจถึงความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริงของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อมุ่งส่งเสริมให้คนไทยเริ่มวางแผนทางการเงิน สำหรับอนาคตที่มั่งคั่งอย่างยั่งยืน นางสาวกมลวรรณ อิ่มฤทัยเจริญโชค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานผลิตภัณฑ์การลงทุนและผลิตภัณฑ์ลูกค้ารายย่อย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันทางการเงินที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งความร่วมมือกับเอไอเอในครั้งนี้นอกจากจะเป็นอีกทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการเพิ่มโอกาสด้านการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคตแล้ว ยังเติมเต็มช่องว่างระหว่างแผนที่เน้นความคุ้มครองและแผนที่เน้นผลตอบแทนอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุน กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์สมาร์ท แพลน ออกแบบมาให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้เอง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินที่วางแผนไว้ โดยสามารถเลือกระยะเวลาในการชำระเบี้ยประกันภัย และเลือกลงทุนผ่านสามกองทุนรวมของกรุงศรี  โดยเสนอขายผ่านสาขาของธนาคารกรุงศรีทั่วประเทศ ที่นอกจากจะให้ความสะดวกสบายแก่ลูกค้าแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกออกแบบแผนการประกันและการชำระเบี้ยได้เหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนทั้งในด้านความคุ้มครองและการลงทุน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าของเราได้มี “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้”  นางสาวศิริวรรณ มังกรกนก ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องการสร้างความมั่งคั่งเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับคนไทยทุกคน ซึ่งเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน เราจึงได้ร่วมมือกันออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ยูนิต ลิงค์ โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการประกันชีวิตของเอไอเอ ผนวกกับความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านความคุ้มครองชีวิต พร้อมสร้างโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในระยะยาว โดย กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์ สมาร์ท แพลน ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มีเป้าหมายหลากหลาย ทั้งกลุ่มที่ต้องการความคุ้มครอง หรือ กลุ่มที่ต้องการวางแผนเก็บเงินเพื่อการเกษียณสำหรับตัวเอง หรือกลุ่มที่ต้องการส่งต่อความมั่งคั่ง หรือให้เป็นของขวัญสำหรับบุตรหลาน ซึ่งเรามั่นใจว่าแบบประกันตัวนี้จะช่วยสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพชีวิตและสุขภาพการเงินที่ดีขึ้น สอดคล้องตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”  สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์ สมาร์ท แพลน เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถ ออกแบบแผนประกันให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะบุคคลและเหมาะสมกับยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะหากต้องการการวางแผนการเงินเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยสามารถออกแบบความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัยเพื่อตอบโจทย์แต่ละเป้าหมายการเงินของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป เช่น การออกแบบเพื่อส่งต่อความมั่งคั่งจะเป็นการให้ลูกค้ามีความคุ้มครองในระยะยาว พร้อมกับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน ส่วนแผนเกษียณ จะเป็นการออกแบบเป้าหมายทางการเงินที่ตอบโจทย์สำหรับตัวเองว่ามีเป้าหมายจะใช้เงินเกษียณเท่าไหร่ และควรจะชำระเบี้ยประกันประมาณเท่าไหร่ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการเกษียณของแต่ละบุคคล โดยประกันชีวิตควบการลงทุน กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์ สมาร์ท แพลน มีรายละเอียด ดังนี้ อายุรับประกันภัย ตั้งแต่อายุ 15 วัน ถึง 60 ปี  สามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยฯ ได้ทั้งแบบ 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี เบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครอง ขั้นต่ำ 30,000 บาท (รายปี) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด และสามารถเพิ่มจำนวนเงินลงทุนโดยการชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษได้ รับโบนัสเพิ่มเงินออม (Saving Booster Bonus) จำนวน 1 ครั้ง ในอัตราสูงสุด 40% ของเบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครองปีแรก เมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ เพิ่มโอกาสสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว โดยการลงทุนผ่านสามกองทุนรวมกรุงศรี The One สนใจ กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์ สมาร์ท แพลน สามารถติดต่อได้ที่ สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือ Krungsri Call Center 1572 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.krungsri.com หมายเหตุ: - ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการนำเสนอเท่านั้น ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง - ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์ - กรุงศรี ประกันยูนิตลิงค์ สมาร์ท แพลน เป็นชื่อทางการตลาดของแบบประกัน เอไอเอ สมาร์ทแพลน (ยูนิต ลิงค์) - การทำประกันชีวิตแบบยูนิต ลิงค์ ไม่ใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยง ผู้ขอเอาประกันภัยควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงศึกษา อ่าน และทำความเข้าใจในเอกสารประกอบการเสนอขายและหนังสือชี้ชวนของกองทุน ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยและลงทุน    

17 Jul 2024

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครและชำระค่าเบี้ยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบรายปีในปีแรก ตามแผนประกันที่เข้าร่วมรายการ ของ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผ่านสาขาธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 – 30 กันยายน 2567 และคำขอเอาประกันได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 จะได้รับเงินคืนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ตามรายละเอียดดังนี้   เบี้ยประกันชีวิต (บาท) ต่อ 1 กรมธรรม์ เงินคืนตามแผนประกัน (บาท) ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ร่วมรายการ ผลิตภัณฑ์ประกัน* 20/5(+), 20/10(+), 18/5, 90/5, 90/10 8,000 - 99,999 300 300 100,000 – 399,999 1,000 1,500 400,000 – 699,999 5,000 15,000 700,000 – 999,999 10,000 20,000 ทุก ๆ 1,000,000 25,000 50,000   นอกจากนี้ ยังจะได้รับสถานะ KRUNGSRI EXCLUSIVE หรือ KRUNGSRI PRIME เมื่อสมัครและชำระเบี้ยประกันชีวิตปีแรกตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้ -รับสถานะ KRUNGSRI EXCLUSIVE เป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมรับเอกสิทธิ์เทียบเท่าลูกค้ายอดเงินฝาก และ/หรือเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาท เมื่อสมัครและชำระเบี้ยประกันชีวิตปีแรก ตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ภายในปีปฏิทินเดียวกัน และภายใต้ชื่อผู้เอาประกันภัยเดียวกัน -หรือรับสถานะ KRUNGSRI PRIME เป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมรับเอกสิทธิ์เทียบเท่าลูกค้ายอดเงินฝาก และ/หรือเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท เมื่อสมัครและชำระเบี้ยประกันชีวิตปีแรก ตั้งแต่ 2 แสนบาทแต่ไม่ถึง 5 แสนบาท ภายใต้ชื่อผู้เอาประกันภัยเดียวกันและกรมธรรม์เดียวกัน              

14 Jul 2024

...

ดร.พลรัตน์ เอกโยคยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  นางสาวนนทิช์ญา ปานเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร โดยมี นายสมัย เจริญช่าง ประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร  และผศ.ดร.วิศรุต เลาะวิถี รองประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมลงนาม การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้  ส่งเสริมให้มุสลิมในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้เข้าถึงการใช้บริการทิพยตะกาฟุลประกันภัยระบบอิสลามอย่างเต็มรูปแบบที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามทุกขั้นตอนอย่างง่ายและสะดวกขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้มุสลิมตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยระบบอิสลาม โดยจะนำเงินสมทบส่วนหนึ่งจากกองทุนตะกาฟุล บริจาคเข้าบัญชีกองทุนสวัสดิการสังคม และนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนต่อไป  ความร่วมมือในครั้งนี้ยังมีส่วนในการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าชาวมุสลิมในการส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันตามพันธกิจของแต่ละองค์กร  พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ  

10 Jul 2024

...

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต โดยโครงการ “MTL Health Buddy” จับมือ โรงพยาบาลในเครือ BDMS ทั่วประเทศ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ  กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท ร่วมเติมเต็มความอุ่นใจด้วยการมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าในโครงการ MTL Health Buddy  ประกอบด้วย  บริการให้คำแนะนำและปรึกษาโดยแพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์  และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิเช่น ส่วนลดค่าห้อง  ค่ายา บริการขึ้นเยี่ยม และรับของที่ระลึกจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล รถส่งผู้ป่วยกลับบ้าน เป็นต้น   รวมถึงโปรโมชันแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษเพื่อการรักษาเฉพาะทาง 4 ด้าน ได้แก่ แพ็กเกจรักษาเกี่ยวกับหัวใจ แพ็กเกจสำหรับแม่และเด็ก แพ็กเกจสำหรับคุณผู้ชาย และแพ็กเกจการรักษากระดูกและข้อ โดยสิทธิประโยชน์ทั้งหมดข้างต้น สามารถรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567  ทั้งนี้ ลูกค้าในโครงการ MTL Health Buddy ที่สนใจใช้บริการดังกล่าวเพียงโทร. 0 2290 2424 กด 3 หรือผ่าน MTL Click Application ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 17.00 น. ยกเว้นวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่  MTL Health Buddy แจ้งความประสงค์ในการใช้บริการและรับบริการตามสิทธิประโยชน์พิเศษต่อไป “เมืองไทยประกันชีวิต เรายังคงเดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรม และเครือข่ายพันธมิตรที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ เพื่อสร้างความอุ่นใจและเติมเต็มชีวิตให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี  ภายใต้นโยบาย “Happiness, Your Way เพราะความสุขคือทุกอย่าง…ความสุขสไตล์คุณคือที่สุดของทุกสิ่ง” ในฐานะคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่คุณวางใจ (No. 1 Most Trusted Partner in Life & Health Planning) ที่พร้อมก้าวเคียงคู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต” นายสาระ กล่าว ทั้งนี้ โครงการ MTL Health Buddy ดูแลครบเครื่อง เรื่องสุขภาพ ผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร เป็นบริการพิเศษเฉพาะลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกท่าน ทั้งประกันรายบุคคล และประกันกลุ่ม สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญ แพทย์เฉพาะทาง ค้นหาแพทย์ที่เหมาะกับโรค พร้อมกับสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ  เพียงโทร. 0 2290 2424 กด 3 หรือผ่าน MTL Click Application และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่  www.muangthai.co.th  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1766   หมายเหตุ :   - เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต  และโรงพยาบาล กำหนด - การบริการนี้สำหรับให้คำแนะนำในการรักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ที่ไม่ฉุกเฉิน หรือไม่เร่งด่วน เท่านั้น  

10 Jul 2024

ECONOMY-FINANCE/เศรษฐกิจ-การเงิน

...

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) โดยให้การสนับสุนนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการไทยที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินธุรกิจสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปรับโมเดลธุรกิจ นำพาประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยหรือต้องการไปลงทุนในต่างประเทศเข้าถึงบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ตามความต้องการ และใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของทั้งสองหน่วยงาน โดยเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคมอุตสาหกรรม และบริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ EXIM BANK พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการในเครือข่ายสมาชิกหรือลูกค้าของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) สัมมนาอบรมความรู้ด้านการค้าและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ตลอดจนสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการค้าและการลงทุน ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ EXIM BANK นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินในอัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และดำเนินธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อปีในปีแรก สำหรับสินเชื่อ EXIM Green Goal และสินเชื่อ EXIM Solar D-Carbon Financing สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภายในกิจการ เช่น การติดตั้ง Solar Rooftop, Solar Farm และ Solar Floating พร้อมได้สิทธิในการขึ้นทะเบียนคาร์บอนและรับรองคาร์บอนเครดิต รวมถึงสินเชื่อ EXIM Extra Transformation สำหรับผู้ส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรม S-curve เพื่อยกระดับภาคการผลิตของไทย การลงทุนเพื่อซื้อหรือปรับปรุงเครื่องจักร อุปกรณ์ ต่อเติม/ปรับปรุง/ก่อสร้างอาคารโรงงาน พัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและยกระดับกิจการ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น นายนฤตม์ เปิดเผยว่า การลงนามใน MOU ระหว่าง BOI และ EXIM BANK ในวันนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังและประสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการดึงดูดกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในไทย โดย EXIM BANK เป็นธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ทั้งสินเชื่อในรูปแบบต่าง ๆ การประกันความเสี่ยง และบริการสนับสนุนการนำเข้า-ส่งออก ในขณะที่ BOI เป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนที่มีเครือข่ายนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่กว้างขวาง มีสำนักงานในต่างประเทศ 17 แห่ง และในภูมิภาค 7 แห่งที่พร้อมดูแลนักลงทุนในพื้นที่ อีกทั้งมีเครื่องมือสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในด้านต่าง ๆ เช่น การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การอนุญาตให้ถือครองที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และเงินอุดหนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ เป็นต้น นอกจากนี้ BOI ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทย เช่น หลักสูตรอบรม "สร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศ” ซึ่งได้จัดทุกปีรวมกว่า 21 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 740 คน และออกไปลงทุนต่างประเทศแล้วกว่า 300 ราย รวมทั้งมีการจัดงาน Thai Subcontractor Exhibition (Thai Subcon) และ Sourcing Day ร่วมกับบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร เพื่อส่งเสริมการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ Supply Chain ระดับโลก “BOI และ EXIM BANK มีภารกิจร่วมกันในการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งในแง่การขยายกิจการในประเทศและการออกไปแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย การผนึกกำลังความร่วมมือของ BOI และ EXIM BANK ในครั้งนี้จะช่วยประสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร เพื่อผลักดันให้เกิดโครงการลงทุนต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากยิ่งขึ้น” นายนฤตม์ กล่าว ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า EXIM BANK มุ่งสู่บทบาท Green Development Bank พร้อมเติมความรู้ เติมโอกาส และเติมเงินทุนให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยและโลกโดยรวม ผ่านบริการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทั้งการลงทุนของต่างประเทศในไทย (Foreign Direct Investment : FDI) และการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ (Thai Direct Investment : TDI) เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้เกิดการจ้างงานและการพัฒนาทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการทุกระดับตลอด Supply Chain โดยเฉพาะ Green Export Supply Chain  

14 Jul 2024


...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยทุจริตทางการเงินที่มีประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกมิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร ทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แม้ธนาคารและหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการเตือนภัยประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อช่วยลูกค้าประชาชนลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงเมื่อทำธุรกรรมผ่านบริการทางการเงินดิจิทัล ธนาคารออมสินจึงได้ยกระดับความปลอดภัยของบริการ Mobile Banking โดยการเพิ่มโหมดบริการ MyMo Secure+ ที่จำกัดการทำธุรกรรมเฉพาะบัญชีของตนเองเท่านั้น กรณีมือถือโดนแฮก หรือโดนควบคุมมือถือผ่านรีโมท มิจฉาชีพก็จะไม่สามารถโอนเงินของเราไปยังบัญชีอื่น หรือบัญชีบุคคลที่ 3 ได้ ถือเป็นการจำกัดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งธนาคารออมสินเป็นธนาคารแรกที่ริเริ่มติดตั้งโหมดปลอดมิจฉาชีพสำหรับให้บริการลูกค้าบนแอปพลิเคชัน MyMo Secure+ หรือ MyMo Secure Plus เป็นโหมดบริการบนแอป MyMo ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ง่าย ๆ และปลอดภัยมากขึ้น เหมาะสำหรับลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่อาจตกเป็นเหยื่อภัยทางการเงินได้ง่าย อาทิ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่รู้เท่าทันมิจฉาชีพ โดยเมื่อลูกค้าเปลี่ยนมาใช้โหมดบริการ MyMo Secure+ จะสามารถใช้บริการที่เน้นการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีของตนเองเท่านั้น โดยจำกัดการทำรายการเฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น การโอนเงินไปยังบัญชีตนเองภายในธนาคาร การโอนเงินไปบัญชีต่างธนาคารที่ได้ลงทะเบียนไว้ บัญชีสินเชื่อของตนเอง การชำระค่าสาธารณูปโภค รวมถึงจำกัดวงเงินในการทำธุรกรรมบัญชีตนเองต่างธนาคาร ไม่เกิน 100,000 บาทต่อวัน หรือถอนเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน เป็นต้น โดยลูกค้าเดิมที่ใช้แอป MyMo อยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนโหมดเป็น MyMo Secure+ ได้ด้วยตนเองโดยกดที่ปุ่ม MyMo Secure+ มุมขวาบน หรือจากแบนเนอร์หน้าโฮม หรือจากแถบตั้งค่า และเมื่อกดสมัครใช้งานแล้ว จะต้องยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ หรือการเปลี่ยนโหมด และมีการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า จึงสมัครใช้บริการสำเร็จ กรณีลูกค้าต้องการเปลี่ยนกลับไปใช้แอป MyMo รูปแบบทั่วไป สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา อนึ่ง การยกระดับแอป MyMo ให้มีโหมดความปลอดภัย เป็นการดำเนินงานโดยสอดคล้องกับมาตรการธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีการยกระดับมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน โดยขอความร่วมมือธนาคารต่าง ๆ ในการป้องกันความเสียหาย และมีผลิตภัณฑ์หรือบริการเพิ่มเติมเพื่อดูแลธุรกรรมของลูกค้าให้ปลอดภัยขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดปัญหาการถูกหลอกลวงออนไลน์ โดยธนาคารออมสิน ได้ให้ความสำคัญในมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของระบบการให้บริการที่ถือเป็นหัวใจหลักของการให้บริการ Mobile Banking มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO/IEC 27001 ในเวอร์ชัน ISO/IEC 27001:2022 (Information Security Management System : ISMS) ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน          

07 Jul 2024

...

ธ.ก.ส. เปิดรับฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดถุงเงิน เพิ่มโอกาสถูกรางวัลแบบรวยกระจาย เพียงหน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัลทุกเดือน รวม 36 ครั้ง และรางวัลพิเศษ 1 ล้านบาท ทุกปี รวมรางวัลมูลค่า 3,243 ล้านบาท ฝากครบ 3 ปี รับดอกเบี้ยทันที หน่วยละ 1.90 บาท เปิดรับฝากสลากแล้วผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ประเดิมออกรางวัลครั้งแรก วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้เปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดถุงเงิน” เพื่อรองรับเงินฝากที่ครบกำหนด สร้างฐานการออมที่ยั่งยืน และเพิ่มโอกาสในการ     ลุ้นโชค แบบรวยกระจายกับสลากถุงเงิน จำหน่ายในราคาหน่วยละ 100 บาท จำนวน 1,000 ล้านหน่วย โดยแบ่งเป็น 100 หมวด หมวดละ 10 ล้านหน่วย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท อายุการรับฝาก 3 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 1.90 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.633 ต่อปี พร้อมลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัล ทุกเดือน รวม 36 ครั้ง เมื่อรับฝากสลากเต็มวงเงิน และลุ้นรางวัลพิเศษ มูลค่า 1,000,000 ล้านบาท ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน (ปี 2567-2569) รวมทั้งหมด 3 ครั้ง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,243 ล้านบาท จับรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน ยกเว้นเดือนมกราคม ออกรางวัลในวันที่ 17 มกราคม และเพื่อความสะดวกสบายในการซื้อสลากของลูกค้า ธ.ก.ส. เปิดรับฝากผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีลูกค้าฝากสลากชุดถุงเงินแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจยังสามารถฝากสลากชุดถุงเงินได้แล้วผ่าน แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โดยออกรางวัลมอบโชคครั้งแรกในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้   ทั้งนี้ สามารถตรวจผลการออกรางวัลและรับชมการถ่ายทอดสดการออกสลากออมทรัพย์ได้ทางเว็บไซต์ www.baac.or.th Facebook Page ธกส BAAC Thailand และ ธกส บริการด้วยใจ Youtube Channel “BAAC Thailand” โดยธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดไปหลังจากวันออกรางวัลในแต่ละงวด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555  

02 Jul 2024

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เปิดบริการใหม่ “การลงทุนตรงในกองทุนรวมต่างประเทศ” (Direct Offshore Mutual Funds) จากหลากหลายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำระดับโลก ที่ผ่านการคัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญของกรุงศรี โดยคัดเลือกกองทุนที่มีศักยภาพโดดเด่นและยังไม่เปิดขายที่ไหนในไทย ทั้งกองทุนรวมตราสารตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม กองทุนรวมหุ้นและกองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก มาให้นักลงทุนได้เลือกกระจายพอร์ตการลงทุนตรง โดยไม่ต้องผ่าน Feeder Fund เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนที่หลากหลายและรับผลตอบแทนได้อย่างเต็มที่ ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำจากการลงทุนตรง พร้อมคำแนะนำการลงทุนแบบครบวงจรจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และรับสิทธิประโยชน์ด้านผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในอัตราพิเศษ เป็นต้น โดยในเฟสแรกเป็นการเปิดให้บริการสำหรับลูกค้า KRUNGSRI PRIVATE BANKING และ KRUNGSRI EXCLUSIVE ซึ่งลูกค้าที่สมัครรับบริการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2567 จะได้รับสิทธิพิเศษดังนี้ ต่อที่ 1 สำหรับยอดเงินลงทุนใหม่ รับสิทธิค่าธรรมเนียมการขายกองทุนที่ร่วมรายการในอัตราพิเศษ ค่าธรรมเนียม 0.75% สำหรับกองทุนประเภท Fixed Income Fund ค่าธรรมเนียม 1.00% สำหรับกองทุนประเภท Mixed Fund ต่อที่ 2 สำหรับยอดเงินลงทุนที่โอนย้ายมาบล. กรุงศรี ทุกๆ 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 รายการแจ้งโอน รับเงินคืน (Cash Back) มูลค่า 10,000 บาท สำหรับลูกค้า KRUNGSRI PRIVATE BANKING และ KRUNGSRI EXCLUSIVE ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ผู้จัดการการเงินส่วนบุคคลของท่าน หรือhttps://www.krungsri.com/th/promotions/private-banking/foreign-mutual-funds โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

28 Jun 2024

...

นางสาวนพวรรณ รัตนเวคิน รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน ภายใต้ภารกิจธนาคารเพื่อสังคม มีเป้าหมายดำเนินงานเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน การนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการหรือโครงการต่างๆ คำนึงถึงโอกาสในการเข้าถึงบริการของลูกค้าประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ล่าสุดธนาคารออมสินได้ร่วมกับ บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TIPlife หนึ่งในพันธมิตรของธนาคารออมสิน เปิดตัว บัตรเดบิต ออมสิน อุ่นใจ บัตรเดบิตใบแรกใบเดียวที่คุ้มครองชีวิต ซึ่งนอกจากตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายแบบสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ที่มีความปลอดภัยในการทำธุรกรรมแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองชีวิต ที่มากกว่าบัตรเดบิตที่มีความคุ้มครองเฉพาะกรณีอุบัติเหตุในตลาดปัจจุบัน โดยคุ้มครองจากการเสียชีวิตทุกกรณี ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกสถานที่ทั่วโลก ครอบคลุมการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุทั่วไป และอุบัติเหตุสาธารณภัย รวมสูงสุด 600,000 บาท ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มทุกวัย ทั้งวัยทำงาน และผู้สูงวัยที่ไม่สามารถทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันอื่นๆ ได้ แต่ต้องการเพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิต และความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเองและครอบครัว   บัตรเดบิต ออมสิน อุ่นใจ เป็นบัตรเดบิตที่มาพร้อมกับบริการเพิ่มความคุ้มครองให้กับผู้ถือบัตร โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มค่าเมื่อเทียบกับบัตรเดบิตแบบมีประกันอื่นๆ มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับบัตรใหม่ 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 1,599 บาท หรือคิดแล้วเฉลี่ยเพียงวันละ 4.38 บาท สำหรับบุคคลธรรมดาตั้งแต่อายุ 12 – 75 ปี คุ้มครองต่อเนื่องจนถึงอายุ 80 ปี โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย วงเงิน 400,000 บาท กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วไป วงเงิน 500,000 บาท และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสาธารณภัย ให้ความคุ้มครองสูงถึง 600,000 บาท และยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจริง วงเงิน 30,000 บาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ สามารถสมัครใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ   นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิพยประกันชีวิต เป็นพันธมิตรที่ดีของธนาคารออมสิน โดยได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาช่วยลดและกระจายความเสี่ยงของกลุ่มลูกค้าธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าสินเชื่อ ลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองชีวิต ลูกค้าที่ซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งบัตรเดบิต ออมสิน อุ่นใจ เป็นความตั้งใจของทั้งสององค์กรที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น ในราคาเพียง 1,599 บาท ด้วยความคุ้มครองถึง 2 ต่อ ต่อแรกจากธนาคารออมสินมอบความคุ้มครองทางด้านการเงิน จับจ่ายอย่างอุ่นใจและปลอดภัย ต่อที่ 2 จากทิพยประกันชีวิต โดยมอบความคุ้มครองชีวิตสูงสุดถึง 600,000 บาท สมัครได้ง่ายๆ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแค่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ณ วันที่ขอใช้บริการบัตร   “เราคาดหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้คนไทยเข้าใจและเข้าถึงประกันชีวิตมากยิ่งขึ้น ได้ใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจ ช่วยแบ่งเบาภาระ สร้างหลักประกันและความมั่นคง ภายใต้การใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยงต่างๆ ในปัจจุบัน ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต สุขภาพร่างกาย การงาน การเงิน ตลอดจนความมั่นคงต่างๆ และเมื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด ก็จะมีประกันชีวิตเข้ามาช่วยเหลือดูแลให้คนข้างหลังได้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างไม่ติดขัด”     ในวาระครบ 111 ปี ธนาคารออมสิน สำหรับผู้ที่สมัครและใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ออมสิน อุ่นใจ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2567 มีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลรถยนต์ไฟฟ้า BYD จำนวน 3 รางวัล และทองคำแท่ง หนัก 2 สลึง จำนวน 108 รางวัล โดยจะทำการจับรางวัลในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 อีกทั้ง ยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ จำนวนมากตลอดทั้งปี อาทิ ส่วนลดร้านอาหาร ช้อปปิ้งออนไลน์ และส่วนลดสั่งอาหารออนไลน์ เป็นต้น  

28 Jun 2024

...

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.50% ต่อปี จากถ้อยแถลงระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวอยู่ที่ 2.6% ในปีนี้ และ 3.0% ในปี 2568 โดยได้รับแรงส่งจากอุปสงค์ในประเทศที่สูงกว่าคาดในไตรมาสที่ 1 การขยายตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการเบิกจ่ายภาครัฐที่กลับมาเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 2 ขณะที่ภาคการส่งออกจะยังขยายตัวในระดับต่ำ สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและความท้าทายจากความสามารถในการแข่งขันที่ปรับลดลง ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มใกล้เคียงเดิมอยู่ที่ 0.6% และ 1.3% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม กนง. แสดงความกังวลต่อสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ดังนั้นจึงมุ่งสนับสนุนการใช้มาตรการที่ตรงจุด หลังการประกาศคงอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเล็กน้อยอยู่ระดับ 36.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยภาพรวมในปีนี้ค่าเงินบาทได้อ่อนตัวลง 7.3% ซึ่ง กนง. ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลจากความคาดหวังต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด และปัจจัยภายในประเทศ สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 21 สิงหาคม 2567 โดยจากท่าทีของการประชุมรอบนี้ คณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อ รวมถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว ขณะที่จะจับตาอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการฟื้นตัวจากของภาคส่งออกและมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ตอกย้ำการดำเนินนโยบายการเงินลักษณะ Outlook Dependent ซึ่งสนับสนุนมุมมองของกรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ว่า กนง. จะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้อยู่ที่ 2.50% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ หากแนวโน้มต่างๆไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ  

17 Jun 2024

...

ธ.ก.ส. เปิดรับฝากสลาก ธ.ก.ส. ชุดถุงเงิน เพียงหน่วยละ 100 บาท วงเงินรวม 1 แสนล้านบาท ลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัลทุกเดือน รวม 36 ครั้ง และรางวัลพิเศษ 1 ล้านบาททุกปี รวมมูลค่ารางวัล 3,243 ล้านบาท ฝากครบ 3 ปี รับดอกเบี้ยทันที หน่วยละ 1.90 บาท เปิดรับฝากผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile 17 มิ.ย. และที่เคาน์เตอร์ ธ.ก.ส. ทุกสาขา 1 ก.ค. นี้ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดถุงเงิน” รองรับเงินฝากที่ครบกำหนด โดยเพิ่มโอกาสในการออมและการลุ้นโชค แบบรวยถ้วนหน้ากับสลากถุงเงิน จำหน่ายในราคาหน่วยละ 100 บาท จำนวน 1,000 ล้านหน่วย แบ่งเป็น 100 หมวด หมวดละ 10 ล้านหน่วย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท อายุการรับฝาก 3 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 1.90 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.633 ต่อปี พร้อมลุ้นรางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัล ทุกเดือน จำนวน 36 ครั้ง เมื่อรับฝากสลากเต็มวงเงิน และยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ มูลค่ารางวัลละ 1,000,000 บาท ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งหมด 3 ครั้ง รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 3,243 ล้านบาท จับรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน ยกเว้นเดือนมกราคม ออกรางวัลในวันที่ 17 มกราคม ผู้สนใจสามารถเปิดบัญชีเงินฝาก และขึ้นทะเบียนสลากได้ที่เคาน์เตอร์ ธ.ก.ส. ทุกสาขา เพื่อป้องกันมิจฉาชีพและเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อสลากครั้งต่อไปแบบง่ายๆ บน มือถือ โดยจะเปิดรับฝากสลากผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายนนี้ และเปิดรับฝากผ่านเคาน์เตอร์  ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป และออกรางวัลครั้งแรกวันที่ 16 กรกฎาคมนี้   ทั้งนี้ สามารถตรวจผลการออกรางวัลและรับชมการถ่ายทอดสดการออกสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ได้ทางเว็บไซต์ www.baac.or.th Facebook Page ธกส BAAC Thailand และ ธกส บริการด้วยใจ Youtube Channel “BAAC Thailand” และแอปพลิเคชัน BAAC Mobile โดยธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัลในแต่ละงวด ที่สำคัญดอกเบี้ยและเงินรางวัลจากการฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยสำหรับบุคคลธรรมดา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ www.baac.or.th หรือ Call Center 02 555 0555  

12 Jun 2024

SOCIETY-CSR /ภาพข่าว-กิจกรรมเพื่อสังคม

...

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัลเกียรติยศ  “นักการเงินแห่งปี” ประจำปี 2566  จากวารสารการเงินธนาคาร โดยมี  ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานมอบ  ในพิธีมอบรางวัล MONEY & BANKING AWARDS 2024 โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการตัดสินรางวัลนักการเงินแห่งปีมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ครองตำแหน่งนักการเงินแห่งปี 2566 ซึ่งเป็นการครองตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 ด้วยคุณสมบัติของการเป็นนักการเงินแห่งปีครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การพิจารณาทั้ง 4 ด้าน เป็นนักการเงินมืออาชีพที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัย มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ สร้างความเติบโตยั่งยืนให้กับองค์กรรับผิดชอบต่อสังคมและทำคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม ในโอกาสนี้ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างมากมาย พิธีนี้จัดขึ้น ณ ห้องรีเจนซี่บอลรูม ชั้น 5 โรงแรม ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท    นับเป็นเวลา 41 ปีที่ วารสารการเงินธนาคาร ได้มอบรางวัลเกียรติยศ นักการเงินแห่งปี Financier of the Year เพื่อยกย่องผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ที่มีผลงานโดดเด่น มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทันสมัย สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตก้าวหน้าและยั่งยืนในทุกสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ นายสาระ ล่ำซำ เป็นผู้บริหารบริษัทประกันชีวิตคนแรกที่ได้รับรางวัล “นักการเงินแห่งปี” เมื่อปี 2556  และในปี 2566 นายสาระ ล่ำซำ ได้กลับมาครองตำแหน่ง “นักการเงินแห่งปี 2566” อีกครั้ง ด้วยผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาคธุรกิจประกันชีวิตได้เผชิญกับความท้าทายเป็นอย่างมาก.                  

21 Jul 2024


...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR โดย นายมิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร ผู้ช่วยผู้จัดการงานส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน (ซ้าย ล่าง) เป็นตัวแทนเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารและพนักงานจาก บริษัท บริหารสินทรัพย์ อัลฟาแคปปิตอล จำกัด จำนวน 10 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรม Financial Education Program for Social Impact เพื่อร่วมเรียนรู้ แนวคิด และวิธีการจัดกิจกรรมความรู้ทางการเงินให้กับประชาชน ผ่านการทำเวิร์กชอปที่เข้มข้น พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทีมงานอาสาอย่างใกล้ชิด เพื่อแชร์ประสบการณ์ตรงในการทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางการเงิน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการเงินของ บมจ.เงินติดล้อ ภายใต้โครงการ “นำความรู้สู่ชุมชน เพื่อชีวิตหมุนต่อได้” ให้กับชาวชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา กทม. ร่วมเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการจัดกิจกรรมจากสถานการณ์จริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการสร้างโครงการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินให้กับองค์กรของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ทั้งนี้ หลักสูตร Financial Education Program for Social Impact (ความรู้ด้านการเงินเพื่อชีวิตหมุนต่อได้) ถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรภายใต้ “TIDLOR Academy” จัดขึ้นสำหรับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สนใจและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้การเงินให้กับประชาชน ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในแบบฉบับเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่างๆ ในการส่งต่อโอกาสความรู้การเงินให้กับประชาชนเพื่อสังคมที่ดีขึ้นต่อไป สำหรับหน่วยงานผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-792-1990 หรือ Email Academy@tidlor.com และสามารถเยี่ยมชมข้อมูลเงินติดล้อได้ที่ www.tidlor.com หรือ Facebook Fan page เงินติดล้อ

18 Jul 2024

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) พร้อมคณะผู้บริหารและทีมพนักงานจิตอาสา ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน บริเวณแนวชายฝั่ง ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก บางปู  จัดโดยสมาคมประกันชีวิตไทย เนื่องในโอกาสวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ประจำปี 2567โดยได้รับเกียรติจากคุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน และให้กำลังใจกับผู้ร่วมกิจกรรมซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นการผนึกพลังคนประกันชีวิตร่วมส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม    และเป็นหนึ่งในภารกิจทำดีฉลองครบรอบ 75 ปี ของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ที่มุ่งมั่นใช้ศักยภาพด้านการประกันชีวิตสร้างโลกใหม่เพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้นของคนไทย ด้วยการเดินหน้าตามนโยบายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable with LOVE - รักคือพลังสร้างความยั่งยืน ที่มุ่งเน้นใช้พลังความรักร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสร้างอนาคตที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับทุกคน OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยึดมั่นในการใช้ความรักเป็นพลังในการขับเคลื่อนองค์กรมาเป็นเวลา 75 ปี พร้อมทั้งพัฒนาในทุกด้านเพื่อทำให้การประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงคนไทยได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลัง สนใจร่วมติดตามข่าวสาร และกิจกรรมดี ๆ ได้ที่  OCEAN CLUB APP / LINE / Facebook / Instagram / Youtube : oceanlife  เว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์  1503

17 Jul 2024

...

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีเปิดและแถลงข่าวโครงการ สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย ประจำปี 2567 ขึ้น เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 เพื่อส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ เป็นปีที่ 2 โครงการ สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นโดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ที่มีแผนงานรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยด้วยวินัยจราจรให้กับสังคมไทย ได้มีการกำหนดเป้าหมายลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ร่วมกัน ตามเป้าหมาย โดยใช้ข้อมูลการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ www.Thairsc.com และมีการสนับสนุนเงินรางวัลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจและหน่วยงานที่ปฎิบัติหน้าที่สายงานจราจรที่สามารถดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้  โดยการคัดเลือกและมอบรางวัลให้ข้าราชการตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ในงานจราจรและหน่วยงาน ในปี 2566 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของโครงการฯ ส่งผลให้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งประเทศ ได้ถึง 1,550 ราย จากค่าเฉลี่ยเป้าหมาย ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จึงได้ร่วมกันดำเนินการจัดทำโครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย ประจำปี 2567 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน โดยมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 จากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง บริษัทกลางฯ สนับสนุนเป็นเงินรางวัลในโครงการดังนี้ รางวัลประเภทบุคคลเน้นหลัก 5S ได้แก่ SMILE (ยิ้มแย้มแจ่มใส) , SMART (มีบุคลิกภาพที่ดี)  SALUTE (ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพให้เกียรติ) , SERVICE MIND (ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตบริการสาธารณะ) และ STANDARD (ยกระดับมาตรฐานการทำงาน ความรู้เทคโนโลยี ความเสมอภาค) รางวัลประเภทหน่วยงานเน้นการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดการเจ็บตายทางถนน โดยมีตัวชี้วัดจำนวนผู้เสียชีวิตต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5% ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ Thairsc,จำนวนการบังคับใช้กฎหมาย การตั้งด่านจากระบบ TPCC,จำนวนการกวดขันวินัยจราจรจากระบบ TPM มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และในปีนี้ยังมีการเพิ่มรางวัลพิเศษขึ้นมาได้แก่รางวัล“นวัตกรรมดีเด่น”เพื่อยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจให้กับหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นเครื่องมือในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และทำให้ประชาชนผู้สัญจรบนท้องถนนเดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยด้วยวินัยจราจรให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป  

15 Jul 2024

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาเสริมความรู้ให้แก่ลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินจากหลายภาคธุรกิจ โดยมีนางสาวปวีณา จูชวน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา และนายศุภณัฐ วทัญญูประชา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักประเมินความเสี่ยงภัย เป็นวิทยากร โดยการจัดงานสัมมนาครั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของข้อแนะนำการปรับปรุงความเสี่ยงภัยที่บริษัทฯ ได้ส่งมอบให้หลังจากเข้าสำรวจภัยเพื่อความปลอดภัยในสถานประกอบการ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้  

10 Jul 2024

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นางอรนุช สำราญฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายประกันชีวิต (ที่ 3 จากขวาบน) และ นางสาวจารุวรรณ ลิ้มคุณธรรมโม  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน (ที่ 4 จากขวาบน) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน รวมพลังใส่ใจช่วยเหลือสังคม ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อผู้ป่วยทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันประกันชีวิตแห่งชาติประจำปี 2567  ซึ่งเป็นโครงการที่กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญและร่วมกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้

08 Jul 2024

...

สิบเอก รักพงษ์ พูลคลองตัน หัวหน้าหมวดทางหลวงสมุทรสงคราม รับมอบไฟกระพริบจราจร ภายใต้ “โครงการแก้ไขจุดเสี่ยงเพื่อลดอุบัติภัยบนท้องถนน” จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายทรงโปรด เอียหาร ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนสมุทรสงคราม เป็นผู้แทนบริษัทฯ ส่งมอบ เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะมองเห็นจุดเสี่ยงได้ชัดเจน และลดความเร็วของการขับขี่ยานพาหนะลง เนื่องจากเป็นบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุรถหลุดโค้งและรถชนกันเป็นประจำ อันเป็นการเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนโดยรอบ ณ วงเวียนอัมพวา ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ทั้งนี้ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินโครงการแก้ไขจุดเสี่ยงเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ได้สำรวจและคัดเลือกจุดเสี่ยงทั้งหมด 61 จุด จากฐานข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการทดแทนของวิริยะประกันภัยที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม แล้วจึงดำเนินการปรับแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด    

07 Jul 2024

BUSINESS-MARKETING/ธุรกิจ-การตลาด-ขายตรง-SME

...

นายพีระพงศ์  พิตรพิบูลพาทิศ ผู้บริหารสูงสุด สายงานสำนักกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เคทีซีเตรียมจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี ครั้งที่ 33 ในวันอาทิตย์ ที่ 18 สิงหาคม 2567 ระหว่างเวลา 09.00-15.00 น. ณ ห้องทับทิมสยาม 4 - 5 ชั้น 5 โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ จังหวัดอุบลราชธานี โดยเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานระหว่างวันที่  5 มิถุนายน 2567 - 5 สิงหาคม 2567  โดยเคทีซีร่วมกับกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรรม กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง (KTBL) และบริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด จะลงพื้นที่สัญจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเคทีซีและลูกค้ากรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง (KTBL) ที่อาศัยในจังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียงในภาคอีสาน ได้รับโอกาสในการเจรจาชำระหนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยเพื่อหาแนวทางยุติคดี โดยที่ลูกหนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”   “ผู้สนใจเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยฯ สามารถลงทะเบียนได้โดยสแกน QR Code   หรือติดต่อเจ้าหน้าที่แผนกประนอมหนี้ โทร. 02-631-3399, 02-631-3668, 02-631-3600, 02-631-3666, 02-631-3700 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/mediation  สำหรับเอกสารประกอบการเจรจาที่ต้องเตรียมมาในวันงานมหกรรมไกล่เกลี่ยฯ ประกอบด้วย 1. สำเนาบัตรประชาชนของลูกค้า (รับรองสำเนาถูกต้อง) 2. กรณีรับมอบอำนาจไกล่เกลี่ยแทน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้ใช้บัตร (รับรองสำเนาถูกต้อง) และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (รับรองสำเนาถูกต้อง)” ทั้งนี้ ในการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยฯ ครั้งล่าสุดที่จังหวัดสุราฎร์ธานี มีลูกค้าเข้าร่วมงานและรับเงื่อนไขการชำระจำนวน 889 ราย  รวมเป็นภาระหนี้กว่า 85 ล้านบาท สำหรับผู้ประสงค์รับคำปรึกษาและรับการเจรจาชำระหนี้ทั่วไป สามารถติดต่อแผนกประนอมหนี้ได้ที่โทร. 02-631-3399 , 02-631-3668 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น. – 17.00 น.     

10 Jul 2024


...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เปิดเผยความคืบหน้าของแคมเปญ “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน” จัดคาราวานลงพื้นที่พบปะร้านค้าธุรกิจ SME ในย่านการค้า ตลาดขนาดใหญ่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้บริการแอปพลิเคชัน กรุงศรี มั่งมี ช้อป (Krungsri Mung-Mee SHOP) โดยตรง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา โดยมียอดธุรกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 30% และมีร้านค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงพื้นที่พบปะกับลูกค้าทั่วประเทศในแคมเปญ “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน” นี้ ทำให้เรามีโอกาสแนะนำและสร้างการรับรู้ให้กับร้านค้ารายย่อยมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยอดธุรกรรมและจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังได้รับข้อมูลเชิงลึก (Insight) จากลูกค้าที่เป็นประโยชน์นำมาใช้พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อตอบโจทย์ร้านค้าได้ดียิ่งขึ้น ทำให้แอปพลิเคชันกรุงศรี มั่งมี ช้อป เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ชีวิตพ่อค้าแม่ค้าง่ายขึ้น ตอกย้ำแนวคิดของกรุงศรี SME ที่พร้อมช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการร้านค้า SME ทุกระดับ ให้สามารถค้าขาย ทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัว “หนึ่งในฟีเจอร์ของแอปพลิเคชัน กรุงศรี มั่งมี ช้อป ที่ได้รับความสนใจจากร้านค้า คือ ความสามารถในการรองรับการจ่ายเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่าน WeChat และ Alipay ซึ่งทำให้เห็นถึงโอกาสในการขายสินค้าของตนเองได้มากขึ้น โดยธนาคารเริ่มเห็นปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่าน WeChat และ Alipay เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 3 เท่า สะท้อนถึงการพัฒนาฟีเจอร์และระบบรองรับการชำระเงินที่ดีมีประสิทธิภาพ ช่วยปิดการขายได้มากขึ้น” นางสาวดวงกมล กล่าว ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา กรุงศรี ได้จัดแคมเปญ “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน” นำคาราวานและขบวนพาเหรดลงพื้นที่พบปะร้านค้าธุรกิจ SME ในย่านการค้า ตลาดขนาดใหญ่ ที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ใน 6 จังหวัด ทั้งในกรุงเทพฯ ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี สมุทรสงคราม เชียงใหม่ และสงขลา ทำให้เข้าถึงร้านค้า SME จำนวนมาก โดยทีมงานได้แนะนำฟีเจอร์และบริการต่างๆ ให้กับร้านค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้ร้านค้าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเพิ่มยอดขายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น แอปพลิเคชัน กรุงศรี มั่งมี ช้อป เป็นระบบรับชำระเงินสำหรับร้านค้า SME ที่สามารถแก้ Pain Point ของลูกค้าได้ดีเยี่ยม นอกจากจะสามารถรับชำระเงินทั้งค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ผ่าน QR Codeได้จากหลากหลายช่องทาง ทำให้รับเงินได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังมีฟีเจอร์การแจ้งเตือนพร้อมเสียงพูดให้ทันที จึงวางใจจากภัยมิจฉาชีพ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้กรุงศรี มั่งมี ช้อป สามารถใช้บริการทั้งการขายหน้าร้าน การขายผ่านช่องทางออนไลน์และโซเชียลคอมเมิร์ซ โดยการสร้าง QR รับชำระเงินและส่งเรียกเก็บเงินทาง Facebook Messenger, Instagram และ LINE ได้ส่วนผู้ซื้อสินค้าและบริการจะจ่ายด้วยช่องทางการเงินแบบใดก็ได้ ทั้งสแกน QR จากโมบาย แบงก์กิ้ง แอปหรือจะใช้แอปพลิเคชันบัตรเครดิต Visa / Master Card นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวชาวจีนก็สามารถจ่ายได้ด้วยกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) Alipay, WeChat Pay, QR Code และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ กัมพูชา มาเลเซีย ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ ฮ่องกง สามารถสแกนจ่ายได้ Krungsri Mung-Mee SHOP จึงไม่ใช่แค่เป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ตอบโจทย์ลูกค้าคนไทย แต่ยังเปิดโอกาสทางการค้าสำหรับร้านค้าที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อมอำนวยความสะดวกด้านบัญชี โดยจะสรุปยอดขาย แยกยอดขายให้เห็นชัดเจน และตรวจสอบสลิปได้ในแอปเดียว ร้านค้าที่สนใจและมีบัญชีกรุงศรีและใช้งาน KMA krungsri app อยู่แล้ว สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungsri Mung-Mee SHOP สมัครใช้งานได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาของธนาคาร ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsri.com/th/personal/banking-services/e-solution/mungmee-shop หรือ Krungsri Call Center 1572 และสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ

07 Jul 2024

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จัดเต็มเรื่องการพัฒนา สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ได้รับความรู้ ยกระดับธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเข้าถึงแหล่งทุน จัดต่อเนื่องตลอดเดือนกรกฎาคม 2567  กระจายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ   ทุกโปรแกรมลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมได้ฟรี ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357 ทั้งนี้ มีกิจกรรมน่าสนใจ เช่น           1. เสิร์ฟสินเชื่อพร้อมติดปีกธุรกิจ ภายในงาน "SMART SME EXPO 2024"  จัดระหว่างวันที่ 4-7 ก.ค.67 ณ บูธ A10 อิมแพค เมืองทองธานี           2. ยกขบวนจัดเต็มโปรโมชั่นเติมทุนคู่พัฒนา เพื่อเอสเอ็มอีแดนใต้ ภายในงาน “MONEY EXPO 2024 HATYAI” จัดระหว่างวันที่ 5-7 ก.ค.67 ณ บูธ E1 หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่                      3. จับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ปูพรมพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสมาชิก ส.อ.ท. ถึงแหล่งทุน วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ภายในงาน “เปิดกล่องของขวัญเพื่อ SME ปี 2567”  ได้แก่ วันที่ 9 ก.ค.67 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ และ วันที่ 12 ก.ค.67 ณ โรงแรมฝ้ายขิด จ.อำนาจเจริญ           4. พารวยขยายตลาดด้วย “Tiktok” แพลตฟอร์มสุดฮอตในเวลานี้ ช่วยคว้าโอกาสจากกำลังซื้อมหาศาลของลูกค้าทั่วโลก  ได้แก่ วันที่ 11 ก.ค.67 ณ โรงแรมดวงตะวัน จ.เชียงใหม่ และ วันที่ 30 ก.ค.67 ณ โรงแรมเดอะพรรณราย จ.อุดรธานี           5. Workshop “เปลี่ยนสต็อกให้เป็นสตางค์” เรียนรู้กลยุทธ์และเคล็ดลับช่วยเพิ่มประสิทธิผลจัดการสต็อกสินค้า ดันเพิ่มยอดขายและกำไรให้ธุรกิจ ได้แก่ วันที่ 4 ก.ค.67 ณ โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง และวันที่ 11 ก.ค.67 ณ โรงแรมโคราช โฮเต็ล จ.นครราชสีมา           6. Workshop "Top Sale Online" สอนการทำตลาดออนไลน์ด้วยมือถือเครื่องเดียว วันที่ 17 ก.ค.67 ณ โรงแรมปุระนคร จ.นครศรีธรรมราช           7. สัมมนา “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ผนึกกำลังกรมสรรพากร เติมความรู้เรื่องภาษีคู่พาเข้าถึงแหล่งทุน ได้แก่ วันที่ 16 ก.ค.67 ณ ห้อง Siva 1 โรงแรมศิวา รอยัล พัทลุง จ.พัทลุง และวันที่ 18 ก.ค.67 ณ ห้องนครินทร์ บอลรูม โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง             8. สัมมนา “Digital Transformation” ร่วมกับสำนักงานคลังจังหวัดมหาสารคาม และ บริษัท Builk one จำกัด เสริมแกร่งเอสเอ็มอีรับเหมาก่อสร้างแดนอีสานด้วยดิจิทัล  วันที่ 25 ก.ค.67 ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 1 ห้องสันตรัตน์ โรงแรมตักศิลา จ.มหาสารคาม    

03 Jul 2024

...

เคทีซีตอกย้ำผู้นำด้านคะแนนสะสมเพื่อแลกไมล์สำหรับนักเดินทาง หลังสมาชิกสามารถโอนคะแนน KTC FOREVER แลกตั๋วเดินทางทั่วโลกกับพันธมิตรสายการบินชั้นนำ 11 สาย จาก 3 ค่ายหลักรวมกว่า 150 เส้นทาง ล่าสุดจับมือคาเธ่ย์ แบรนด์ด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ชั้นนำ มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกนักเดินทางสามารถโอนคะแนน KTC FOREVER เป็นเอเชีย ไมล์ (Asia Miles) ในอัตรา 4:1 (4 คะแนน KTC FOREVER เท่ากับ 1 เอเชีย ไมล์) ผ่านแอป KTC Mobile ได้ทันที โดยสมาชิกสามารถนำเอเชีย ไมล์ไปใช้แลกบัตรโดยสารสายการบิน สินค้าและบริการกับพันธมิตรได้มากกว่า 800 รายทั่วโลก (จากซ้ายไปขวา) นายโจนาธาน อึ้ง  หัวหน้าฝ่ายการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค , นางสาวพัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชร ผู้บริหาร KTC World Travel Service และการตลาดหมวดสายการบิน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ นางสาวเคอรี่ ลุย ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค   ความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่าง “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และคาเธ่ย์ เกิดขึ้นหลังศึกษาพฤติกรรมนักเดินทางให้ความสำคัญกับการใช้คะแนนเพื่อแลกรับสิทธิพิเศษให้ ทริปการท่องเที่ยวคุ้มค่าที่สุด เคทีซีและคาเธ่ย์จึงได้เปิดโอกาสให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER แลกเป็นเอเชีย ไมล์ (Asia Miles) ในอัตรา 4:1 กล่าวคือ สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER จำนวน 4 คะแนน แลกเป็นเอเชีย ไมล์ได้ 1 ไมล์ ผ่านช่องทางแอป KTC Mobile ได้ทันที จากนั้นสมาชิกสามารถนำเอเชีย ไมล์ไปใช้แลกบัตรโดยสารสายการบิน สินค้าและบริการกับพันธมิตรของคาเธ่ย์ ได้มากกว่า 800 รายทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกคาเธ่ย์ได้ที่ bit.ly/SignUptoCathay    ปัจจุบัน เคทีซีได้มีแคมเปญชื่อ “Travel with Points”  สมาชิกสามารถแลกคะแนน KTC FOREVER ท่องเที่ยวได้ตามใจทุกเส้นทางทั่วโลกกับพันธมิตรท่องเที่ยวชั้นนำ 11 สายการบินจาก 3 ค่ายหลัก ได้แก่  Oneworld / Star Alliance และ SkyTeam รวมถึง 5 เครือข่ายโรงแรม รวม 150 เส้นทางและมากกว่า 20,000 โรงแรมทั่วโลก ผู้สนใจสิทธิพิเศษด้านการเดินทางท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC World Travel Service โทรศัพท์ 02 123 5050 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ https://www.ktc.co.th/ktcworld สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ   หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

02 Jul 2024

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รุกธุรกิจลูกค้ารายย่อย ต่อยอดความสำเร็จจากการสร้างความเติบโตตามกลยุทธ์ ‘Krungsri One Retail’ ประกาศแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ ปี 2567-2569 ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยตอกย้ำการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน 1. สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ 2. เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ 3. ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อตอบทุกมิติทางการเงินสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยเดินหน้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี นับเป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการทางการเงินเพื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งเงินฝาก, การลงทุนผ่านกองทุนและหลักทรัพย์, สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต, สินเชื่อยานยนต์ รวมถึงประกันภัย จากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ Krungsri One Retail ที่มุ่งผสานความร่วมมือของทุกหน่วยงานในเครือกรุงศรีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเติบโตให้กับธุรกิจเป็นอย่างดี โดยฐานลูกค้าของกรุงศรีเติบโตกว่า 16%, ผู้ใช้บริการช่องทางดิจิทัลผ่านโมบายแอปพลิเคชันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของฐานลูกค้า, ขณะที่ฐานบัญชีเงินฝากก็เติบโตอย่างมาก ในปี 2566 มียอดบัญชีเงินฝากเปิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 27% ส่วนสินเชื่อก็ยังคงเติบโตโดยมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมและรักษาคุณภาพสินเชื่อได้ดี อีกทั้งยังมีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์และเข้าถึงง่ายเพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าว” ต่อยอดความสำเร็จ สร้างคุณค่าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายย่อย “ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคลของกรุงศรีจึงได้จัดทำแผนธุรกิจระยะกลางปี 2567-2569 ที่มุ่งสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ, เสริมความแข็งแกร่งให้การสร้างรายได้ของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณค่า ตรงใจลูกค้า เข้าถึงได้ง่าย และมีความปลอดภัยในการทำธุรกรรม พร้อมการให้คำแนะนำทางการเงินอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ”     สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ กรุงศรีมุ่งขยายฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มีจุดเด่น ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มและยกระดับกระบวนการสมัครใช้บริการให้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงนอกจากนี้ กรุงศรียังคงเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแอปพลิเคชันของกรุงศรี เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายทั้งด้านการเงินและการดำเนินชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งใช้จุดแข็งในด้านเครือข่ายพันธมิตร ในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใหม่ ๆ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบรอบด้าน   เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ กรุงศรีเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจใน 3 มิติ 1. การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจสินเชื่ออย่างยั่งยืนซึ่งจะมุ่งขยายสินเชื่อบนฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีคุณภาพ และขยายไปยังกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง โดยใช้ข้อมูลภายใต้ One Retail และข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ จากพันธมิตรในการวิเคราะห์ พร้อมทั้งปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมสำหรับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ กรุงศรียังคงยึดหลักการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Lending) ไม่ส่งเสริมให้ลูกค้าเป็นหนี้จนเกินตัว  2. การขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะบนธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งจะเน้นการยกระดับการทำวิจัยด้านการลงทุนเพื่อเพิ่มมุมมองและสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า, การเตรียมพร้อมผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์การลงทุนในแต่ละสถานการณ์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนที่เชื่อมต่อการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุน และก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนชั้นนำในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนแก่ลูกค้า และ 3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยเน้นการลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน และนำ Generative AI มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการและการดำเนินงานภายในองค์กรเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น   ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการทั้งบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ กรุงศรีมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าแบบผสมผสานผ่านทั้งช่องทางสาขาและโมบายแอปพลิเคชัน รวมถึงช่องทางของพันธมิตร เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการตามช่องทางที่ลูกค้าสะดวกและมีประสบการณ์ต่อเนื่องในการใช้บริการแต่ละช่องทาง โดยกรุงศรีมีแผนที่จะยกระดับการให้บริการบนช่องทางโมบายแอปพลิเคชัน ทั้งบน KMA krungsri app, UCHOOSE และ GO สู่การเป็น Super App เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมด้วยประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการยกระดับการทำ CRM และ Loyalty Programme ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับช่องทางสาขาก็ยังคงถือเป็นช่องทางให้บริการที่สำคัญ โดยกรุงศรียังคงเดินหน้าขยายการให้บริการในรูปแบบ One Retail Branch ที่ผสานความร่วมมือของธนาคาร, กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และกรุงศรี ออโต้ ให้มีบริการอยู่ในที่เดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมพร้อมบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำทางการเงิน ที่เหมาะสมแก่ลูกค้าในแต่ละราย เช่น การสร้างวินัยทางการเงินที่ดี การวางแผนออมเงินและลงทุนอย่างยั่งยืน รวมถึงเสริมความรู้ด้านการเงินดิจิทัล “กรุงศรี เชื่อมั่นว่าแผนการขับเคลื่อนธุรกิจดังกล่าว จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้บริการที่ง่าย สะดวก ตรงใจยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินในทุกช่วงชีวิต และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้กรุงศรีเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้ารายย่อยเลือกใช้บริการ และช่วยขับเคลื่อนกรุงศรีบรรลุเป้าหมายในภาพรวมทั้งหมด” นายพงษ์อนันต์ กล่าวสรุป

28 Jun 2024

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR โดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ เป็นตัวแทนชาวเงินติดล้อต้อนรับคณะผู้บริหารและพนักงานจาก บริษัท ซีพีเอฟ ไอทีเซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 31 ท่าน ร่วมกิจกรรม TIDLOR Culture Wow เพื่อบอกเล่า แนะนำ และแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร นอกจากนี้ยังได้มีการเยี่ยมชมกระบวนการทำงานของฝ่ายต่างๆ เพื่อสัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบ Work Smart และยังร่วมถาม-ตอบ (Q&A) อย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารและทีม Culture Gangster เกี่ยวกับแนวทางและวิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การสร้างวัฒนธรรมองค์กรไปยังองค์กรต่างๆ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจของ บมจ.เงินติดล้อ ในปัจจุบัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแก่หน่วยงานอื่นๆ ต่อไป กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ บมจ.เงินติดล้อ อาคารอารีย์ ฮิลล์ เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้หลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ TIDLOR Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กชอปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.tidlor.com/academy หรือสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-792-1990  

28 Jun 2024

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเติบโตยั่งยืน ร่วมทัพมอบบริการ “เติมทุนคู่พัฒนา” ในงาน “เปิดกล่องของขวัญเพื่อ SME ปี 2567” จัดโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกของ ส.อ.ท. และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ที่เตรียมไว้รองรับ วงเงินรวมมากว่า  20,000 ล้านบาท ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 15 ปี และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน ช่วยเสริมสภาพคล่อง ยกระดับธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน จัดครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง พฤศจิกายน 2567 ไฮไลท์จาก SME D Bank  “ด้านการเงิน” ได้แก่ สินเชื่อ “Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้” ผ่อนปรนเงื่อนไขสุดพิเศษ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำธุรกิจ 1 ปีก็กู้ได้  ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 6.50% ต่อปี นอกจากนั้น ยังมี สินเชื่อ “SME Refinance” อัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีแรกเพียง 2.99% ต่อปี ช่วยลดต้นทุนการเงิน ผ่อนหนักเป็นเบา, สินเชื่อ “BCG Loan” ยกระดับธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.75% ต่อปี ,  สินเชื่อ “เสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” สนับสนุนเข้าถึงงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี  พร้อมรับแคมเปญพิเศษ สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เคยใช้สินเชื่อของ SME D Bank มาก่อน เมื่อยื่นกู้สินเชื่อและใช้วงเงิน ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป รับ Cash Back ค่าวิเคราะห์โครงการ มูลค่าสูงสุด 5,000 บาท ขณะเดียวกัน ยังมอบบริการ “ด้านการพัฒนา” เสริมแกร่งธุรกิจครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  ซึ่งบูรณาการการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษากว่า 50 แห่ง มาไว้ในจุดเดียว ให้บริการฟรี มีฟีเจอร์สำคัญ เช่น Business Health Check ระบบตรวจประเมินสุขภาพธุรกิจ , E-Learning รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชม.  , SME D Coach ที่ปรึกษาและให้คำแนะนำธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ , SME D Activity ระบบจองเข้าร่วมกิจกรรมเติมความรู้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี , SME D Market ขยายตลาดด้วย E-marketplace และจับคู่ธุรกิจ  อีกทั้ง ยังมี  SME D Privilege สิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ ให้อีกมากมาย  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357     

24 Jun 2024

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / ENERGY - พลังงาน

...

  นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้ธนาคารออมสินเพิ่มมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย  สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสถาบันการเงินต่าง ๆ ตามที่ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันแล้วนั้น ล่าสุดธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามข้อสั่งการของรัฐบาล ประกาศลดดอกเบี้ยสินเชื่อกลุ่มครูเป็น 1% ต่อปี สำหรับลูกหนี้ผ่อนชำระดีของสินเชื่อโครงการสวัสดิการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เป็นระยะเวลา 6 เดือน (ก.ค. - ธ.ค. 2567) โดยเป็นการลดดอกเบี้ยอัตโนมัติไม่ต้องลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ และดอกเบี้ยส่วนที่ได้ลดเพิ่มเติมจะถูกนำไปตัดเงินต้นทำให้หมดหนี้เร็วขึ้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ประวัติการผ่อนชำระดี มีสถานะลูกหนี้ปกติ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ธนาคารได้ปรับลดดอกเบี้ยของแต่ละโครงการลง 0.5%, 0.75% และ 1% ต่อปีตามเงื่อนไข โดยคาดว่าจะมีลูกหนี้ได้รับประโยชน์จากการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ จำนวนกว่า 230,000 ราย และลดดอกเบี้ยรวมปีละ 1,600 ล้านบาท อนึ่ง ธนาคารออมสิน เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหาหนี้ครูผ่านโครงการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2542 อาทิ โครงการจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้แบบเบ็ดเสร็จ โดยการรวมหนี้ข้าราชการครูทั้งหมดมาอยู่ที่ธนาคารออมสินเพียงแห่งเดียว ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อบุคคลทั่วไปตามนโยบายรัฐ และไม่ได้มีการให้สินเชื่อสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มอีกตั้งแต่ปี 2558 แต่เน้นดำเนินการแก้ไขหนี้อย่างยั่งยืนแก่ลูกหนี้ อาทิ มาตรการ 4 ไม่ (ไม่ฟ้องแพ่ง ไม่บังคับ ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาด) และการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการครูเพื่อนำเงินไปรีไฟแนนซ์สินเชื่อครูที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงจากสถาบันการเงินอื่น เป็นต้น

04 Jul 2024


...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้าร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถาบันการเงินต่าง ๆ รวม 13 แห่ง ซึ่งนายสุจินดา สุขุม ผู้ช่วยเลขาธิการกลุ่มงานบริหาร เป็นตัวแทน กบข. เข้าร่วมในครั้งนี้ โดยมีพลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนาม ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 ในปี 2567 กบข. พร้อมให้การสนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ด้วยการช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ให้ข้าราชการครูใส่ใจการออมและการวางแผนทางการเงิน เผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวกับแผนการส่งเสริมการออมและการลงทุน ให้คำปรึกษาแนะนำการบริหารจัดการทางการเงิน บูรณาการประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ  ในโครงการ เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป โดยที่ผ่านมา กบข. ได้จัดอบรมให้ความรู้แก่ข้าราชการครูโดยเฉพาะ รวมถึงเปิดหลักสูตรออนไลน์ โดยมีเป้าหมายให้ข้าราชการครูมีความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน และสามารถนำไปวางแผนการเงินในชีวิตได้ จัดทำรายการ กบข.ใกล้ครู ที่มีเนื้อหาการเงินการลงทุน เหตุและสิทธิสมาชิก กบข. ที่ได้เผยแพร่ผ่านทางสถานีโทรทัศน์การศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBEC Chanal) เป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง  

12 Jun 2024

...

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของโครงการบัตรเงินฝากสีเขียว (Green Certificate of Deposit) ซึ่งธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) มีแผนเสนอขายภายในปี 2567 เป็นครั้งแรก มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงประเทศชาติและโลกโดยรวม นับเป็นครั้งแรกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์บัตรเงินฝากสีเขียวภายใต้ Sustainable Finance Framework ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลโดย DNV (Thailand) Co., Ltd. เพื่อระดมทุนไปใช้สนับสนุนธุรกิจการค้าและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยทั้งในและต่างประเทศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ ทำให้รัฐบาลหลายประเทศต่างออกมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นถึงราว 18,000 มาตรการ เฉลี่ยปีละ 16% ในช่วงปี 2556-2565 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดส่งออกสำคัญของไทย อาทิ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 51% ของมูลค่าส่งออกรวมในปี 2566 ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยยังส่งออกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวนไม่มากนัก ในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ 7.6% ของมูลค่าส่งออกรวม เทียบกับสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงในประเทศอื่น เช่น เยอรมนี 15.4% ญี่ปุ่น 15% จีน 10.4% และเกาหลีใต้ 10.2% จึงถึงเวลาแล้วที่ผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับตัวและปฏิบัติตาม เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดการค้าโลก ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินต้องเร่งขยายบทบาทช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับปรับตัวดังกล่าว ซึ่งทั่วโลกยังต้องการการสนับสนุนทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) อีกมาก จากข้อมูลพบว่า Climate Finance ของโลกเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าตัวเลขประเมินความต้องการทางการเงินเพื่อป้องกัน Climate Change เฉลี่ย 8.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือต่ำกว่าอยู่ราว 6 เท่าตัว โดยความต้องการทางการเงินดังกล่าวเป็นการประเมินการลงทุนด้านต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส นั่นหมายความว่า การลงทุนของโลกเพื่อป้องกัน Climate Change ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะหยุดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามเป้าหมาย ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า โครงการบัตรเงินฝากสีเขียวของ EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินสีเขียวเพื่อร่วมกันเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2608 โดยนับจากนี้ เราจะเริ่มเห็นความสำเร็จเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้นของการสร้าง Green Export Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นับตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาเงินทุน วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และส่งมอบสินค้า ตลอดจนโลจิสติกส์ที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น   ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมทางการเงินสีเขียว (Greenovation) ภายใต้บทบาท Green Development Bank เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน EXIM BANK มีแผนจะเสนอขายบัตรเงินฝากสีเขียวภายใต้ Sustainable Finance Framework ที่รับรองโดย DNV (Thailand) Co., Ltd. เป็นครั้งแรกในประเทศไทย วงเงินรวม 5,000 ล้านบาทภายในปี 2567 โดยเริ่มออกเสนอขายรุ่นแรกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาจำนวน 1,300 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ ประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปน.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค โลจิสติกส์ และที่สำคัญคือ Climate Finance ที่จะนำไปสู่การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเริ่มต้นและขยายธุรกิจรายย่อยจากระดับชุมชนเชื่อมโยงกับ Supply Chain การส่งออกสู่ตลาดโลกได้ เงินที่ได้จากการออกบัตรเงินฝากสีเขียวในครั้งนี้ EXIM BANK จะนำไปใช้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแก่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจสีเขียว รวมถึงกิจการที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการผลิต ผ่านบริการต่างๆอาทิ EXIM Green Start, Solar D-Carbon Financing และ Green Guarantee เพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทั้ง Ecosystem มากที่สุด

11 Jun 2024

...

นางสาวปภากร รัตนเศรษฐ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าบทบาทธนาคารเพื่อสังคม บนเส้นทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ผ่านการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจที่คำนึงถึงผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด (Green Finance) ซึ่งเป็นครั้งแรกของธุรกิจธนาคารที่มีการนำเอา ESG Score มาประกอบการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ โดยเริ่มต้นดำเนินการสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อพร้อมเงื่อนไขพิเศษลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับกิจการที่มีคะแนน ESG ดี มีการทำธุรกิจอย่างใส่ใจและคำนึงถึงสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อด้วยการใช้ ESG Score แล้วกว่า 48,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีกิจการที่มีคะแนนดีเยี่ยม ได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ คิดเป็นวงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว และ Thailand Green Taxonomy ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อความยั่งยืน เปลี่ยนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามนโยบายของรัฐบาล     โดยล่าสุด ธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อตามโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี จำนวน 4 ราย วงเงินรวม 7,850 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น และปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5 ที่จะช่วยลดปัญหามลภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นไปตามนโยบายสู่การเป็นโรงงานสีเขียว (Eco Factory) บริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด วงเงิน 1,300 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการติดตั้งระบบ Solar ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Private PPA) มุ่งเน้นการจัดการพลังงานให้กับลูกค้าในเครือซีพีเป็นหลัก เป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขันและพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงลดการปล่อยคาร์บอน และสร้างโอกาสคาร์บอนเครดิต ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด      บริษัท เอ็นพีเอส โซลาร์ จำกัด วงเงิน 900 ล้านบาท ลงทุนและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในสวนอุตสาหกรรม 304 ปราจีนบุรี สนับสนุนการใช้ไฟฟ้าพลังงานสีเขียวแก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม และ บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด วงเงิน 650 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินลงทุนในโครงการติดตั้งระบบโซลาร์ของบริษัท หรือบริษัทในเครือ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Private PPA) มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050  

28 May 2024

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผยผลการดำเนินงาน 4 เดือนแรกของปี 2567 ปล่อยสินเชื่อใหม่ช่วยเหลือคนไทยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ถึง 37,282 บัญชี คิดเป็นวงเงิน 47,784 ล้านบาท มียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,716,015 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 1,808,118 ล้านบาท เงินฝากรวม 1,557,356 ล้านบาทหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 5.63% ของยอดสินเชื่อรวม คาดว่าสิ้นปี 2567 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 242,544 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรสร้างความแข็งแกร่งของระบบ Ecosystem เพื่อพัฒนาองค์กรมุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า  ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดย ณ วันที่ 30 เมษายน 2567 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่จำนวน 37,282 บัญชี คิดเป็นวงเงิน  47,784 ล้านบาท หรือ  20% ของเป้าหมาย ในปี 2567 ที่ตั้งไว้ 242,544 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับลูกค้าที่ต้องการวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางถึง 24,476 ราย โดยมีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,716,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.14% เมื่อเทียบ ณ สิ้นปี 2566 สินทรัพย์รวม 1,808,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.26% เงินฝากรวม 1,557,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.08% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 5.63% ของยอดสินเชื่อรวม โดยมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จำนวน 153,182 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL สูงถึง 158.55% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ระดับแข็งแกร่งที่ 15.30% สูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.5%  “ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ในช่วง 4 เดือนแรกได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวประกอบกับมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ในการลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 0.01%  และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01% รวมถึงการจัดทำผลิตภัณฑ์ 9,523  ล้านบาท  (2) สินเชื่อบ้าน Happy Life มียอดนิติกรรมสูงถึง 7,607  ล้านบาท และ (3) โครงการบ้าน ธอส. เพื่อคุณ ปี 2567 สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำของธนาคาร ทำให้ลูกค้าตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีลูกค้าเลือกใช้บริการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ (1) สินเชื่อบ้านลูกค้าสวัสดิการ ธอส. มียอดนิติกรรมสูงถึง  4,101 ล้านบาท ดังนั้น จึงคาดว่าสิ้นปี 2567 ธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมาย 242,544 ล้านบาท” นายกมลภพ กล่าว   ขณะเดียวกันธนาคารได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการสนับสนุนคนไทยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ขาดโอกาสในด้านต่าง ๆ ให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น ด้วยการจัดทำสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่อง อาทิ สินเชื่อบ้าน Happy Home สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เท่ากับ 3.00%  ต่อปี ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ารับรหัสเข้าร่วมโครงการ ผ่าน Mobile Application : GHB ALL GEN แล้ว จำนวน 11,923 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 21,461 ล้านบาท และได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 4,741 ล้านบาท, สินเชื่อบ้าน Happy Life สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 คงที่ เท่ากับ 1.95% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 2.98%) โดยธนาคารได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อแล้ว 10,250 ล้านบาท, สินเชื่อบ้าน Mild Home สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคามากกว่า 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 1.90% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 2.90%) มีลูกค้าได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 710 ล้านบาท, โครงการสินเชื่อสำหรับผู้สูงอายุ อาทิ โครงการสินเชื่อ Senior Home 2U ปี 2567 สำหรับการซื้อ ที่อยู่อาศัยจากผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.00% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 3.42%) และโครงการสินเชื่อ Senior Home 4U ปี 2567 สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อัตราดอกเบี้ยปีแรกเท่ากับ 2.90% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 3.30%) ขณะเดียวกัน ธอส. ยังให้ความสำคัญในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ให้ยังคงรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป ด้วยการจัดทำมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน ปี 2567 ประกอบด้วย มาตรการ HD1 : สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ SM ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเดือนที่ 1-3 จำนวน 1,000 บาท  อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี มาตรการ HD2 : สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ SM ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเดือนที่ 1 - 3 คำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90% +100 บาท และ มาตรการ HD3 สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ NPL ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเดือนที่ 1 – 4 จำนวน 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี โดยปัจจุบันมีลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการแล้ว จำนวน 25,798 บัญชี คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือ 29,966 ล้านบาท สำหรับในปี 2567 ธอส. ได้ขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรของธนาคาร เพื่อร่วมกันสร้างระบบ Ecosystem ตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร ในปี 2567 ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น อาทิ โครงการ Resale Home Ecosystem : การร่วมมือกับพันธมิตรในการขยายฐานสินเชื่อ มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าบ้านมือสอง, โครงการ Green Loan ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในการขยายฐานสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการคลังในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ โครงการสนับสนุนผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้เข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย และโครงการ สนับสนุนตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมด มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์กรมุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน

26 May 2024

...

“ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” เลขาธิการ กบข. พร้อมขับเคลื่อนกองทุนให้มั่นคง หวังสร้างผลตอบแทนที่ดีให้สมาชิก เพื่อให้สมาชิกมี “Freedom for Living” เกษียณมีสุข ไร้ความกังวล ภารกิจแรกทบทวนความเพียงพอของเงินเกษียณ และศึกษาทางเลือกรับผลตอบแทน วางรากฐานการบริหารกองทุนให้มั่นคง   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ได้กำหนดแผนงานวางรากฐานการบริหารกองทุน ในการขับเคลื่อน กบข. ให้เป็นกองทุนที่มีความมั่นคง สร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีในระยะยาว มากกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2% ต่อปี และเพิ่มระดับความไว้วางใจของสมาชิกที่มีต่อ กบข. เพื่อให้สมาชิกมุ่งสู่การมี “Freedom for Living เกษียณมีสุข” โดยภารกิจแรกที่จะดำเนินงาน คือ การทบทวนความเพียงพอของเงิน ณ วันเกษียณ โดยเพิ่มตัวแปรหนี้สิน การมีอายุยืนยาวของคนไทย และระดับความเพียงพอของสมาชิกแต่ละกลุ่มอาชีพเข้ามาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ระดับความเพียงพอมีค่าเป็นปัจจุบันมากที่สุด และนำผลศึกษามาปรับปรุงแผนการจัดสรรการลงทุนของ กบข.   ภารกิจที่สอง คือ การศึกษาเพิ่มทางเลือกในการรับผลตอบแทนรูปแบบอื่นให้กับสมาชิก โดยทางเลือกในการรับผลตอบแทนรูปแบบอื่นออกแบบสำหรับส่วนเพิ่มเงินออมที่สมาชิกเพิ่มเติมจากภาคบังคับ เนื่องจากความต้องการของสมาชิกในการออมเพิ่มนั้นอาจมีลักษณะผลตอบแทน อาทิ ต้องการรับเงินปันผลระหว่างทาง ต้องการทางเลือกในการออมเพิ่มเติม และอาจรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น สิทธิ์ในการใช้บริการ Retirement Home & Care เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ และอาจต้องมีการปรับปรุงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ นอกจากนี้ เนื่องด้วยการเพิ่มขึ้นของกลุ่มประชากรสูงวัย (Aging Society) จะมีส่วนในการปรับปรุงการลงทุนในอนาคตด้วย  สำหรับผลการดำเนินงานปี 2566 กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนแผนหลักได้ 1.46% (หลังหักค่าใช้จ่าย) โดยได้รับผลดีจากการลงทุนทั้งในและต่างประเทศในตราสารหลากหลายประเภท และการจัดการติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด   ส่วนปี 2567 นี้ มีปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นได้ทันการณ์ ทั้งสงครามตะวันออกกลาง ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน และความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ผลการเลือกตั้งและแนวนโยบายในหลายประเทศ โดยเฉพาะประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ และแนวนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยที่คงอยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา จะลดทอนความสามารถในการใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง เงินเฟ้อปรับตัวลดลงแบบชะลอตัวและยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวของธนาคารกลาง ส่วนเศรษฐกิจไทย ยังต้องติดตามการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งนี้มีความเชื่อมั่นในการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว และการกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง โดยปีนี้มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าปี 2566 ที่ผ่านมา    

26 May 2024

...

กบข. ลงนาม MOU ร่วมกับ องค์กรการลงทุนเพื่อบริหารทุนสำรองของบรูไนฯ หวังส่งเสริมการลงทุน โดยร่วมกันศึกษาโอกาสจัดตั้งข้อตกลงพันธมิตรการลงทุน ภายใต้กรอบร่วมมือ 2 ปี    สมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง (MOU) ในการริเริ่มสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนที่มีศักยภาพ ระหว่างกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และองค์กรการลงทุนเพื่อบริหารทุนสำรองของบรูไนดารุสซาลาม (Brunei Investment Agency : BIA) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. และ BIA จะเป็นคู่ภาคี (Parties) ในการศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือเพื่อจัดตั้งข้อตกลงพันธมิตรการลงทุน (Investment Partnership Agreement) ภายใต้กฎหมาย ข้อบังคับ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของทั้งคู่ภาคี โดยการศึกษาร่วมกันในครั้งนี้ จะมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมที่มีความสนใจร่วมกัน ได้แก่ อาหารและการเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว ธุรกิจด้านสุขภาพ ยา พลังงานทดแทน เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน มีเป้าหมายในการสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจ และสร้างความร่วมมือที่มีศักยภาพอย่างแข็งแกร่ง เพื่อผลตอบแทนที่คาดหวัง (expected return)   “กบข. และ BIA มีเป้าหมายการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน คือ ต้องการส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้ง 2 องค์กร ที่จะเกิดความร่วมมือและเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ เรามุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาโครงการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายร่วมกัน ขับเคลื่อนผลตอบแทนและสร้างผลกระทบเชิงบวกในภูมิภาค” นายทรงพล กล่าว ทั้งนี้ MOU ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันนี้ (29 เม.ย. 67) มีระยะเวลา 2 ปี และจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2569 อนึ่ง กบข. และ BIA ได้ร่วมมือด้านการลงทุนมาแล้ว 2 ครั้ง คือ การร่วมจัดตั้งกองทุนไทยทวีทุน 1 และกองทุนไทยทวีทุน 2 รวมมูลค่าประมาณ 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

05 May 2024

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครและชำระค่าเบี้ยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบรายปีในปีแรก ตามแผนประกันที่เข้าร่วมรายการ ของ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผ่านสาขาธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 – 30 กันยายน 2567 และคำขอเอาประกันได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 จะได้รับเงินคืนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ตามรายละเอียดดังนี้   เบี้ยประกันชีวิต (บาท) ต่อ 1 กรมธรรม์ เงินคืนตามแผนประกัน (บาท) ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ร่วมรายการ ผลิตภัณฑ์ประกัน* 20/5(+), 20/10(+), 18/5, 90/5, 90/10 8,000 - 99,999 300 300 100,000 – 399,999 1,000 1,500 400,000 – 699,999 5,000 15,000 700,000 – 999,999 10,000 20,000 ทุก ๆ 1,000,000 25,000 50,000   นอกจากนี้ ยังจะได้รับสถานะ KRUNGSRI EXCLUSIVE หรือ KRUNGSRI PRIME เมื่อสมัครและชำระเบี้ยประกันชีวิตปีแรกตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้ -รับสถานะ KRUNGSRI EXCLUSIVE เป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมรับเอกสิทธิ์เทียบเท่าลูกค้ายอดเงินฝาก และ/หรือเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาท เมื่อสมัครและชำระเบี้ยประกันชีวิตปีแรก ตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ภายในปีปฏิทินเดียวกัน และภายใต้ชื่อผู้เอาประกันภัยเดียวกัน -หรือรับสถานะ KRUNGSRI PRIME เป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมรับเอกสิทธิ์เทียบเท่าลูกค้ายอดเงินฝาก และ/หรือเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท เมื่อสมัครและชำระเบี้ยประกันชีวิตปีแรก ตั้งแต่ 2 แสนบาทแต่ไม่ถึง 5 แสนบาท ภายใต้ชื่อผู้เอาประกันภัยเดียวกันและกรมธรรม์เดียวกัน              

14 Jul 2024

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยทุจริตทางการเงินที่มีประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกมิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร ทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แม้ธนาคารและหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการเตือนภัยประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อช่วยลูกค้าประชาชนลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงเมื่อทำธุรกรรมผ่านบริการทางการเงินดิจิทัล ธนาคารออมสินจึงได้ยกระดับความปลอดภัยของบริการ Mobile Banking โดยการเพิ่มโหมดบริการ MyMo Secure+ ที่จำกัดการทำธุรกรรมเฉพาะบัญชีของตนเองเท่านั้น กรณีมือถือโดนแฮก หรือโดนควบคุมมือถือผ่านรีโมท มิจฉาชีพก็จะไม่สามารถโอนเงินของเราไปยังบัญชีอื่น หรือบัญชีบุคคลที่ 3 ได้ ถือเป็นการจำกัดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งธนาคารออมสินเป็นธนาคารแรกที่ริเริ่มติดตั้งโหมดปลอดมิจฉาชีพสำหรับให้บริการลูกค้าบนแอปพลิเคชัน MyMo Secure+ หรือ MyMo Secure Plus เป็นโหมดบริการบนแอป MyMo ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ง่าย ๆ และปลอดภัยมากขึ้น เหมาะสำหรับลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่อาจตกเป็นเหยื่อภัยทางการเงินได้ง่าย อาทิ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่รู้เท่าทันมิจฉาชีพ โดยเมื่อลูกค้าเปลี่ยนมาใช้โหมดบริการ MyMo Secure+ จะสามารถใช้บริการที่เน้นการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีของตนเองเท่านั้น โดยจำกัดการทำรายการเฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น การโอนเงินไปยังบัญชีตนเองภายในธนาคาร การโอนเงินไปบัญชีต่างธนาคารที่ได้ลงทะเบียนไว้ บัญชีสินเชื่อของตนเอง การชำระค่าสาธารณูปโภค รวมถึงจำกัดวงเงินในการทำธุรกรรมบัญชีตนเองต่างธนาคาร ไม่เกิน 100,000 บาทต่อวัน หรือถอนเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน เป็นต้น โดยลูกค้าเดิมที่ใช้แอป MyMo อยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนโหมดเป็น MyMo Secure+ ได้ด้วยตนเองโดยกดที่ปุ่ม MyMo Secure+ มุมขวาบน หรือจากแบนเนอร์หน้าโฮม หรือจากแถบตั้งค่า และเมื่อกดสมัครใช้งานแล้ว จะต้องยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ หรือการเปลี่ยนโหมด และมีการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า จึงสมัครใช้บริการสำเร็จ กรณีลูกค้าต้องการเปลี่ยนกลับไปใช้แอป MyMo รูปแบบทั่วไป สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา อนึ่ง การยกระดับแอป MyMo ให้มีโหมดความปลอดภัย เป็นการดำเนินงานโดยสอดคล้องกับมาตรการธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีการยกระดับมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน โดยขอความร่วมมือธนาคารต่าง ๆ ในการป้องกันความเสียหาย และมีผลิตภัณฑ์หรือบริการเพิ่มเติมเพื่อดูแลธุรกรรมของลูกค้าให้ปลอดภัยขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดปัญหาการถูกหลอกลวงออนไลน์ โดยธนาคารออมสิน ได้ให้ความสำคัญในมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของระบบการให้บริการที่ถือเป็นหัวใจหลักของการให้บริการ Mobile Banking มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO/IEC 27001 ในเวอร์ชัน ISO/IEC 27001:2022 (Information Security Management System : ISMS) ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน          

07 Jul 2024

...

อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ เรซอัพ เวิร์ค ประกาศความพร้อมเตรียมจัดงานวิ่งแห่งปีที่ทุกคนรอคอย Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024 ภายใต้แนวคิด “World Run World Heritage” งานวิ่งของคนรักษ์โลก “อนุรักษ์มรดกไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เชิญชวนนักวิ่ง วิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ ในบรรยากาศสุดคลาสสิก ชิมอาหารเลิศรส และช้อปสินค้าท้องถิ่น วันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา(ศาลากลางเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “งาน “Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024” ถือเป็นงานวิ่งที่แฟนรายการ Allianz World Run ทุกคนต่างรอคอย เพราะเป็นงานวิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในการคัดเลือกเส้นทางวิ่งท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศดี วิ่งสนุก เดินทางสะดวก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังได้สนับสนุนสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นต่างๆของไทยอีกด้วย ในปีนี้ก็เช่นกัน อลิอันซ์ อยุธยา ได้คัดสรรพื้นที่สุดพิเศษในการจัดงาน โดยได้เปลี่ยนบรรยากาศการวิ่งเข้ามาในพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญของไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ผู้ร่วมงานได้มีโอกาสชมเส้นทางประวัติศาสตร์ ผ่านจุดสำคัญของเมืองเก่าอยุธยา และพิเศษสุดปีนี้ เราได้เพิ่มระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อให้นักวิ่งหน้าใหม่ที่อาจจะเพิ่งเริ่มวิ่ง ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเริ่มต้นออกกำลังกายไปด้วยกัน ที่จะได้ทั้งความสุขและสุขภาพที่ดีกลับไป สำหรับงาน “Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 และวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 โดยแบ่งระยะการแข่งขันเป็น 4 ประเภท ได้แก่ แฟมิลี่ฟันรัน 3 กิโลเมตร ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และระยะทาง 5 กิโลเมตร ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซน Expo อิ่มอร่อยกับอาหาร Local สุดอร่อย และสินค้าจากชุมชน ให้ได้เลือกช้อป พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดนิยม  บริเวณลานกิจกรรมหน้าศาลากลางเก่า สำหรับงานวิ่งนี้ยังคงเป็นงานวิ่งรักษ์โลก โดยเหรียญและโล่รางวัลทำมาจาพลาสติกรีไซเคิล เหมือนเช่นเคย นอกจากนี้เรายังได้เตรียมของที่ระลึกสุดพิเศษ สำหรับ Finisher อีกด้วย” คุณพัชรา กล่าวทิ้งท้าย Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024 เปิดจำหน่ายบัตรราคา Ealry bird ตั้งแต่วันนี้ – 10 กรกฎาคม 2567 ในราคา 850 บาท สำหรับ การวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ราคา 650 บาท สำหรับ การวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร 600 บาท สำหรับ 5 กิโลเมตร พิเศษ! สำหรับนักวิ่งแฟนพันธุ์แท้ ที่เคยร่วมวิ่งกับ Allianz World Run ในระยะ 10 กิโลเมตร และ 21.1 กิโลเมตร รับส่วนลดon top เพิ่มอีก 50 บาท หากคุณเป็นผู้รักสุขภาพ รักการวิ่ง อย่ารอช้า ข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครวิ่งได้ที่ https://race.thai.run/worldrun2024 และสนใจติดตามรายละเอียดงานทั้งหมดได้ที่ Facebook: Worldrun Thailand

05 Jul 2024

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จัดเต็มเรื่องการพัฒนา สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ได้รับความรู้ ยกระดับธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเข้าถึงแหล่งทุน จัดต่อเนื่องตลอดเดือนกรกฎาคม 2567  กระจายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ   ทุกโปรแกรมลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมได้ฟรี ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357 ทั้งนี้ มีกิจกรรมน่าสนใจ เช่น           1. เสิร์ฟสินเชื่อพร้อมติดปีกธุรกิจ ภายในงาน "SMART SME EXPO 2024"  จัดระหว่างวันที่ 4-7 ก.ค.67 ณ บูธ A10 อิมแพค เมืองทองธานี           2. ยกขบวนจัดเต็มโปรโมชั่นเติมทุนคู่พัฒนา เพื่อเอสเอ็มอีแดนใต้ ภายในงาน “MONEY EXPO 2024 HATYAI” จัดระหว่างวันที่ 5-7 ก.ค.67 ณ บูธ E1 หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่                      3. จับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ปูพรมพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสมาชิก ส.อ.ท. ถึงแหล่งทุน วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ภายในงาน “เปิดกล่องของขวัญเพื่อ SME ปี 2567”  ได้แก่ วันที่ 9 ก.ค.67 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ และ วันที่ 12 ก.ค.67 ณ โรงแรมฝ้ายขิด จ.อำนาจเจริญ           4. พารวยขยายตลาดด้วย “Tiktok” แพลตฟอร์มสุดฮอตในเวลานี้ ช่วยคว้าโอกาสจากกำลังซื้อมหาศาลของลูกค้าทั่วโลก  ได้แก่ วันที่ 11 ก.ค.67 ณ โรงแรมดวงตะวัน จ.เชียงใหม่ และ วันที่ 30 ก.ค.67 ณ โรงแรมเดอะพรรณราย จ.อุดรธานี           5. Workshop “เปลี่ยนสต็อกให้เป็นสตางค์” เรียนรู้กลยุทธ์และเคล็ดลับช่วยเพิ่มประสิทธิผลจัดการสต็อกสินค้า ดันเพิ่มยอดขายและกำไรให้ธุรกิจ ได้แก่ วันที่ 4 ก.ค.67 ณ โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง และวันที่ 11 ก.ค.67 ณ โรงแรมโคราช โฮเต็ล จ.นครราชสีมา           6. Workshop "Top Sale Online" สอนการทำตลาดออนไลน์ด้วยมือถือเครื่องเดียว วันที่ 17 ก.ค.67 ณ โรงแรมปุระนคร จ.นครศรีธรรมราช           7. สัมมนา “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ผนึกกำลังกรมสรรพากร เติมความรู้เรื่องภาษีคู่พาเข้าถึงแหล่งทุน ได้แก่ วันที่ 16 ก.ค.67 ณ ห้อง Siva 1 โรงแรมศิวา รอยัล พัทลุง จ.พัทลุง และวันที่ 18 ก.ค.67 ณ ห้องนครินทร์ บอลรูม โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง             8. สัมมนา “Digital Transformation” ร่วมกับสำนักงานคลังจังหวัดมหาสารคาม และ บริษัท Builk one จำกัด เสริมแกร่งเอสเอ็มอีรับเหมาก่อสร้างแดนอีสานด้วยดิจิทัล  วันที่ 25 ก.ค.67 ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 1 ห้องสันตรัตน์ โรงแรมตักศิลา จ.มหาสารคาม    

03 Jul 2024

Banner Banner Banner

Banner
  ทิศทาง ceothailand.net ในปี 2567  “สื่อออนไลน์ CEO THAILAND”   ในปี 2567 จะเป็นปีที่ผม “นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์” จะมาทำหน้าที่บรรณาธิการบริหารสื่อ CEO THAILAND และผู้บริหารสื่อออนไลน์ ceothailand.net อย่างเต็มที่ หลังจากที่ผ่านมาได้ไปเดินแผนงานทางด้านการเมือง แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้งไปแล้วที่ผ่านมา จึงทำให้ช่วงเวลานี้มีเวลาที่จะมาวางแผนในการเดินหน้าธุรกิจสื่อได้มากขึ้น และในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีนับจากนี้ จึงขอเข้ามารับหน้าที่สื่อมวลชน ในการเขียนบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องราวในแวดวงเศรษฐกิจ-การเงิน และการประกันภัย ในฐานะของคอลัมนิสต์ ตลอดเวลาที่ผมเข้าไปทำงานทางการเมือง ต้องยอมรับว่าวงการข่าวและสื่อสารมวลชนเปลี่ยนไปเร็ว ตลอดเวลา 5 ปี  สื่อออนไลน์ที่รวดเร็วเข้ามาแทนที่สื่อหลักอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ (ออฟไลน์)  เราต้องยอมรับในเรื่องความรวดเร็ว แต่ต้องไม่ลืมจุดด้อยของสื่อออนไลน์ คือข้อผิดพลาดในการกลั่นกรองข่าวสาร รวมทั้งบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ที่หายไป และข่าวที่ออกมามีความเหมือนกัน  ไม่แตกต่าง และเป็นเชิงภาพข่าว และกิจกรรมเท่านั้น ดังนั้นในปี 2567 นี้  ในหน้าสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ท่านผู้อ่านจะได้สัมผัสกับข่าวสารเชิงวิเคราะห์ เจาะลึกแบบออนไลน์ต่อเนื่องในสื่อ CEO THAILAND รวมทั้งการจัดทำเป็น E-Magazine ใน www.ceothailand.net รวมทั้งการจัดทำเป็นรูปเล่มฉบับพิเศษสลับไปบ้างในเรื่องที่สำคัญๆ น่าสนใจ และเป็นประโยชน์กับประชาชนและสังคม ขอขอบพระคุณท่านลูกค้าและผู้สนับสนุนสื่อด้วยดีเสมอมา ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา และขอขอบพระคุณทุกท่าน รวมทั้งผู้อ่านที่ติดตามสื่อ CEO THAILAND ด้วยดีเสมอมาใน www.ceothailand.net   นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา) บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner