Responsive image

Monday, 02 Nov 2026

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

 กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) ประกาศผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) สำหรับไตรมาสที่ 3 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 อัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 คิดเป็น 4,627 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจที่รายงานผล ไม่รวมประเทศไทย มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในไตรมาสที่ 3 ลดลงร้อยละ 5 คิดเป็น 1,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนผลจากฐานเปรียบเทียบที่สูงเป็นพิเศษในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมของปีก่อน ในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ กลุ่มบริษัทกลับมาสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 25 ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งจะต่อเนื่องไปในไตรมาส 4 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการกลับสู่ภาวะปกติของฐานเปรียบเทียบ ตามที่ได้ประกาศไว้ในการรายงานผลประกอบการระหว่างกาลปี 2569 เราคาดว่าจะสามารถสร้างอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569 สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11   หน่วย : ล้านดอลลาร์สหรัฐ เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น 3 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 9 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 2569 2568 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนตามจริง) 2569 2568 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนตามจริง) มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) 1,415 1,476 (5)% (4)% 4,627 4,314 5% 7% อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) 63.5% 58.2% 5.3 จุด 5.3 จุด 58.9% 57.9% 0.8 จุด 1.0 จุด เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) 2,237 2,550 (13)% (12)% 7,892 7,492 3% 5%   นายหลี่ หยวน ซยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “เอไอเอสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 5 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 แม้ว่าการเติบโตในไตรมาสที่ 3 จะได้รับผลกระทบจากฐานยอดขายที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ในปีก่อน โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัทกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนกันยายน ด้วยอัตราการเติบโตมากกว่าร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน “เรายังคงเห็นโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจในทุกตลาดที่ดำเนินธุรกิจ โดยความต้องการผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านความคุ้มครองสุขภาพ การออม และการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุยังคงแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน เรายังคงลงทุนเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว อีกทั้งพื้นฐานช่องทางตัวแทนยังคงแข็งแกร่ง โดยจำนวนตัวแทนที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ตัวแทนใหม่ และผู้นำตัวแทนคนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน พร้อมกับความร่วมมือที่แน่นแฟ้นมากขึ้นกับพันธมิตรธนาคารของเรา “เราเข้าสู่ไตรมาสที่ 4 นี้ด้วยแรงส่งการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี และตามที่ได้ประกาศไว้ในการรายงานผลประกอบการระหว่างกาลปี 2569 เราคาดว่าจะสามารถสร้างอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ต่อหุ้นได้สูงกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 9 ถึง 11 ในช่วงปี 2566 ถึง 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่สร้างผลกำไรของเรา สามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตของกำไรและการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นต่อไป” สรุปไตรมาสที่สาม ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 กลุ่มบริษัทเอไอเอมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 1,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 5 โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่ชะลอตัวในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในตลาดอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัทที่รายงาน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 มีส่วนช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน ทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัทกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนกันยายน โดยขยายตัวมากกว่าร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เอไอเอ ฮ่องกง มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในไตรมาสที่ 3 ลดลงร้อยละ 3 โดยมีสาเหตุหลักจากฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในเดือนกรกฎาคม 2568 อย่างไรก็ตาม มูลค่าธุรกิจใหม่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนรวมกัน สามารถสร้างการเติบโตได้ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตในทุกกลุ่มลูกค้าและทุกช่องทางการจัดจำหน่าย กลุ่มลูกค้าในประเทศยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในระดับที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 จากการดำเนินกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ บางส่วนยังคงชะลอการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากการติดตามสถานการณ์และข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ความต้องการโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ในไตรมาสที่ 3 เติบโตในระดับเลขสองหลักยังคงสูงกว่าทุกไตรมาสของปี 2567 เอไอเอ ประเทศจีน รายงานมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ลดลงร้อยละ 33 ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยมีสาเหตุหลักจากฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงในปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากการที่ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ก่อนการปรับอัตราราคาทั่วทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ช่องทางตัวแทนสามารถกลับมาสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างโดดเด่นในเดือนกันยายน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากจำนวนตัวแทนที่มีผลงาน ทั้งตัวแทนปัจจุบันและตัวแทนใหม่ที่เพิ่มขึ้น และบริษัทคาดว่าแนวโน้มการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสที่ 4 สำหรับช่องทางการขายผ่านธนาคารมูลค่าธุรกิจใหม่ ลดลงในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งไตรมาส โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในเดือนกันยายนยังต่ำกว่าระดับของปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครอง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 46 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ผ่านช่องทางตัวแทนได้ช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ 3 เอไอเอ ประเทศไทย มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 9 ในไตรมาสที่ 3 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางการขายผ่านธนาคาร สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับผลิตภัณฑ์คุ้มครองแบบดั้งเดิมและผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 93 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เอไอเอยังคงรักษาสถานะผู้นำตลาดในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 50 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) อีกด้วย เอไอเอ สิงคโปร์ สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างโดดเด่นถึงร้อยละ 22 ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ และช่องทางพันธมิตร ขณะเดียวกันการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับผลิตภัณฑ์ด้านการออมและการบริหารความมั่งคั่งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูงทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่จากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เอไอเอ มาเลเซีย มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 10 ในไตรมาสที่ 3 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการขายผ่านพันธมิตรแบงก์แอสชัวรันส์กับ Public Bank Berhad ขณะเดียวกันการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ผ่านช่องทางตัวแทนยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 จากการสรรหาตัวแทนใหม่ที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพการดำเนินงานของตัวแทนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มตลาดอื่นของเรามีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในอินเดีย ไต้หวัน (จีน) และเวียดนาม ทั้งนี้ Tata AIA Life ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของเราในประเทศอินเดีย ยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างโดดเด่นในทุกช่องทางการขาย สำหรับช่วง 3 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 โดยรวม อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB Margin) เพิ่มขึ้น 5.3 จุด เป็นร้อยละ 63.5 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับสัดส่วนในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่เอื้อประโยชน์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) ลดลงร้อยละ 13 มาอยู่ที่ 2,237 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เป็น 12,892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับอัตรากำไรของมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) คงตัวอยู่ที่ร้อยละ 11 ทั้งนี้ ตามที่ได้ประกาศไว้ในผลการดำเนินงานระหว่างกาลของปี 2569 คาดว่าจะสามารถทำได้ดีกว่าเป้าหมาย] อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569 สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11 ภาพรวม แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันจะส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกมีความผันผวน แต่ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการเติบโตของภูมิภาคยังคงแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวย รายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น อัตราการเข้าถึงประกันภัยภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความครอบคลุมของระบบสวัสดิการสังคมที่ยังมีจำกัด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เอไอเอเชื่อมั่นว่าแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจยังคงโดดเด่น ด้วยความได้เปรียบในการแข่งขันที่แข็งแกร่ง การดำเนินธุรกิจที่กระจายตัวครอบคลุมหลากหลายตลาด และปัจจัยการเติบโตเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย โดยกลยุทธ์สำคัญของบริษัท คือการมุ่งใช้ประโยชน์จากโอกาสการเติบโตดังกล่าว เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจใหม่อย่างมีคุณภาพและสร้างผลกำไร อันจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของผลประกอบการในอนาคต ความสามารถในการสร้างเงินทุนส่วนเกิน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ตามที่ได้เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ในรายงานผลประกอบการระหว่างกาลปี 2569 ตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญของเอไอเอมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย ดังนั้น จากการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา เอไอเอประเมินว่า หากอัตราผลตอบแทนของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นพร้อมกันทุกช่วงอายุอีก 50 จุดพื้นฐาน จะส่งผลให้มูลค่าธุรกิจรวมของกลุ่มบริษัท ลดลงเล็กน้อยเพียงร้อยละ 1 และส่งผลเชิงบวกในระดับเล็กน้อยต่ออัตราส่วนเงินกองทุนของผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เอไอเอรับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่ในสกุลเงินท้องถิ่นของแต่ละประเทศที่ดำเนินธุรกิจ และบริหารจัดการให้สินทรัพย์และหนี้สินในสกุลเงินท้องถิ่นมีความสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ในการจัดทำงบการเงินรวมของกลุ่มบริษัท ผลการดำเนินงานจะถูกรายงานในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จึงอาจได้รับผลกระทบจากการแปลงค่าสกุลเงิน ทั้งนี้ บริษัทนำเสนออัตราการเติบโตและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานบนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Exchange Rates: CER) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น                    

02 Nov 2026


...

เอไอเอ ประเทศไทย โดย นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย คณะผู้บริหารสำนักงานคปภ. และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14 ในโอกาสนำผู้เข้าร่วมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14 เข้าศึกษาดูงานการดำเนินงานของบริษัท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมรับฟังการบรรยายในหัวข้อ “AI ในธุรกิจประกันภัย” และ “ความยั่งยืนของธุรกิจประกันสุขภาพ” ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นกำลังส่งผลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัย และจะช่วยจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ในการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และหลักการบริหารจัดการสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรและสังคมไทยต่อไป โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ เอไอเอ ลีดเดอร์ชิป เซ็นเตอร์ ชั้น 3 เมื่อไม่นานมานี้  

02 Nov 2026

...

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้นางสาววิไลรัตน์ แสงแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค ลงพื้นที่ร่วมกับนายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนำคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และสำรวจความเสียหายของประชาชนและผู้ประกอบการจากเหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมตรวจเยี่ยมจุดรับลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มของเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. มุ่งประสานการตรวจสอบความเสียหาย การแจ้งเคลม และการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิความคุ้มครองอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยมีนางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นางสาวดวงพร เฉินบำรุง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายธนาศักดิ์ จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) นางสาวกาญจนา ศรีรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต     เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัดภูเก็ต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจความเสียหายของที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยพบความเสียหาย ทั้งบ้านเรือน ร้านค้า และอาคารที่พักอาศัย นอกจากนี้ยังมีกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่และจัดทำแนวป้องกันดินเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ พร้อมกันนี้ยังได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ณ จุดรับลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเทศบาลเมืองป่าตอง   เพื่อติดตามขั้นตอนการให้บริการ รับทราบปัญหาอุปสรรคในการลงทะเบียน และประสานการช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน โดยสำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทประกันภัยในพื้นที่ เข้าตรวจสอบข้อมูลความเสียหายและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามความคืบหน้าการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง ภายใต้หลักการ “ทุกสิทธิต้องไม่ตกหล่น”     เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากอุทกภัย กำหนดการจ่ายเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท ภายใน 15 วัน เมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นเงินในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ส่วนระยะที่สองเป็นการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ภายในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาครบถ้วน โดยรวมวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติยังให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาทต่อคน และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จำนวน 200,000 บาทต่อคน โดยวงเงินความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงรวมกันไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ     สำหรับข้อมูลการลงทะเบียนแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 พบว่ามีการแจ้งเคลมรวมทั้งสิ้น 181 รายการ แบ่งเป็นอำเภอกะทู้ 130 รายการ อำเภอเมืองภูเก็ต 44 รายการ และอำเภอถลาง 7 รายการ โดยสำนักงาน คปภ. จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบความเสียหายและการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชนตามสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมติดตามปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเป็นรายกรณี เพื่อให้ประชาชนได้รับ    ความคุ้มครองอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และทั่วถึง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถแจ้งขอรับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thainatcat.org  2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทรศัพท์ 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ประสบภัย โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความช่วยเหลือในการลงทะเบียนและกรอกข้อมูลสำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์หรือไม่มีสมาร์ตโฟน เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิความคุ้มครองได้อย่างทั่วถึง สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยมอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานร่วมกับจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัย เพื่อให้การสำรวจความเสียหายและการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม รวมทั้งประสานบริษัทประกันภัยให้ดูแลการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายส่วนที่เกินจากวงเงินคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ในกรณีที่ประชาชนมีกรมธรรม์ประกันภัยอื่นที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามความคุ้มครองที่มีอยู่อย่างครบถ้วน หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิความคุ้มครอง หรือประสบปัญหาในการแจ้งเคลมและเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วน คปภ. 1186 และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”

01 Nov 2026

...

การท่องเที่ยวต่างประเทศกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนไทยในปัจจุบัน จากสถิติในปี 2568* มีคนไทยเดินทางไปต่างแดนสูงถึง 13.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.4% ขณะที่มีการใช้จ่ายรวมกว่า 5.59 แสนล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 29.5% หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 42,790 บาทต่อทริป ส่วนจีนยังคงครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยที่ราว 3.1 ล้านคน ตามด้วยมาเลเซีย 1.7 ล้านคน และลาว 1.4 ล้านคน ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวไทยราว 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15.7% สะท้อนความนิยมอย่างต่อเนื่อง ตลาดระยะไกลอย่างสหราชอาณาจักรเติบโตโดดเด่นถึง 39.7% ขณะที่เกาหลีใต้ลดลง 13.8% จากปัจจัยด้านความไม่แน่นอน โดยรวมสะท้อนว่าคนไทยยังนิยมจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก คุ้มค่า และมีความหลากหลายของประสบการณ์ เมื่อการเดินทางในต่างแดนเพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงระหว่างทริปก็ได้รับความสนใจมากขึ้นเช่นกัน *ข้อมูลสถิติ: Bnomics by Bangkok Bank, “คนไทยเที่ยวเมืองนอกสูงสุดเป็นประวัติการณ์”; ข้อมูลการเดินทางและการใช้จ่ายของคนไทยในต่างประเทศ ปี 2568 โดยอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.   โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ประกันภัยการเดินทางของ MSIG เติบโตประมาณ 24% และมีจำนวนกรมธรรม์รวม 606,461 กรมธรรม์ เติบโตประมาณ 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ขณะเดียวกัน สถิติการเคลมประกันภัยการเดินทางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 พบจำนวนเคลม คิดเป็น 12,560 รายการ สะท้อนว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างเดินทางไม่ใช่เรื่องไกลตัว และค่าใช้จ่ายที่ตามมาอาจสูงกว่าที่คาดคิด ทำไม “ประกันภัยการเดินทาง” จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด และเมื่อเกิดเหตุใด ๆ ที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงถึงหลักแสนหรือหลักหลายล้านบาท และจะเป็นภาระก้อนใหญ่หากต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือผ่าตัดในประเทศที่ค่ารักษาพยาบาลสูงหากไม่มีประกันภัยการเดินทาง นอกจากนี้ ประกันภัยการเดินทางยังคุ้มครองมากกว่าการเสียชีวิตหรือค่ารักษาพยาบาล แต่ยังครอบคลุมเหตุฉุกเฉินและความเสียหายระหว่างการเดินทางด้วย เช่น กระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินเสียหายหรือสูญหาย เที่ยวบินล่าช้า โดนปล้นทรัพย์ หรือมีเหตุรุนแรงจากการเจ็บป่วยที่ต้องใช้บริการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน สถิติการเคลมสะท้อน “ความถี่” และ “ความรุนแรง” ของความเสี่ยงที่ต่างกัน จากข้อมูลสถิติการเคลมของ MSIG ในช่วงเดือนมกราคม - มิถุนายนของปี 2026 พบการเคลม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่เคลมบ่อย กับกลุ่มที่เคลมไม่บ่อยแต่มีมูลค่าการเคลมสูง ในกลุ่มที่เคลมบ่อยพบว่า ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป อาจมีถึงเต็มจำนวนความคุ้มครอง ตั้งแต่พันกว่าบาทจนถึงหลายแสนบาท จากการเจ็บป่วยเล็กน้อย มีจำนวน 3,743 รายการ ขณะที่การเคลมกรณีกระเป๋าเดินทางและทรัพย์สินเสียหายหรือสูญหาย มีจำนวน 3,474 รายการ ส่วนเที่ยวบินล่าช้ามี 2,596 รายการ และกระเป๋าเดินทางล่าช้า 1,197 รายการ ส่วนกลุ่มที่เกิดขึ้นไม่บ่อยแต่มีมูลค่าสูง ได้แก่ การเจ็บป่วยรุนแรง อุบัติเหตุหนัก การเคลื่อนย้ายฉุกเฉินทางการแพทย์และการส่งศพกลับประเทศ โดยในช่วงครึ่งปีแรกพบยอดเคลมสูงสุดต่อเคสอยู่ที่ 5,000,000 บาท ประกันภัยการเดินทางไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “ความจำเป็น” นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า “สิ่งสำคัญที่สุดของการทำประกันภัยการเดินทาง ไม่ใช่เพียงวงเงินกรณีเสียชีวิต แต่คือค่ารักษาพยาบาล และค่าเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันในต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์สูงมาก ตัวเลขสถิติครึ่งปีแรกของเราสะท้อนให้เห็นว่า เคสเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุหนักสามารถมียอดเคลมสูงถึง 5 ล้านบาท เต็มจำนวนทุนประกันภัยได้ การเลือกประกันภัยการเดินทาง จึงควรพิจารณาจากความเสี่ยงของจุดหมายปลายทางและลักษณะการเดินทางเป็นหลัก ควบคู่กับระดับความคุ้มครองที่เหมาะสม”   รัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เมื่อเจ็บป่วยต่างแดน ค่าใช้จ่ายหลักล้านมีให้เห็นมากขึ้น เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นจากกรณีเคลมจริงของ MSIG เมื่อลูกค้ามีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดจนระบบอวัยวะล้มเหลว มีค่ารักษาพยาบาลจริงสูงถึง 20 กว่าล้านบาท แต่ด้วยความคุ้มครองจากแผนประกันภัย MSIG คุ้มครองและจ่ายสินไหมตามทุนประกันภัยสูงสุด 5 ล้านบาท หรือเคสลูกค้าประสบอุบัติเหตุตกเขาและมีอาการสาหัสในพื้นที่เขตปกครองพิเศษ MSIG Assist ประสานฝ่ายทหารเพื่อดำเนินการใช้ Air Ambulance (เครื่องบินเช่าเหมาลำ) เป็นกรณีพิเศษเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์และอุปกรณ์พร้อมและทำการเคลื่อนย้ายกลับมารักษาตัวต่อที่ประเทศไทยเมื่ออาการดีขึ้น โดยได้รับทุนประกันภัยเต็มจำนวน 2 ล้านบาท และในอนาคต บริษัทฯ กำลังออกแผนประกันภัยใหม่ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดในเร็ววันนี้ เลือกประกันภัยการเดินทางอย่างไรให้อุ่นใจตลอดทริป ก่อนเดินทางควรเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับจุดหมายปลายทางและลักษณะการเดินทาง โดยจะต้องเลือกวงเงินคุ้มครองจากความเสี่ยง ไม่ใช่ราคา โดยเฉพาะประเทศที่ค่ารักษาพยาบาลสูง ควรพิจารณาเลือกแผนประกันภัยการเดินทางที่วงเงินคุ้มครองเพียงพอ นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบกิจกรรมและทรัพย์สินที่ต้องการคุ้มครอง รวมถึงตรวจสอบระยะเวลาการเดินทาง เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมตลอดการเดินทาง หรืออาจจะเพิ่มวันเดินทางอีก 1-2 วัน เผื่อกรณีเครื่องบินดีเลย์หรือยกเลิก เพื่อให้ความคุ้มครองยังครบ ตัวช่วยฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จุดเด่นของ MSIG ประกันภัยการเดินทางของ MSIG มีบริการหลังการขาย อย่างเช่น MSIG Assist เป็นบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการเดินทางและการแพทย์ ประสานงานโรงพยาบาลและทีมแพทย์ในการเคลื่อนย้ายมารักษาต่อที่ประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีบริการปรึกษาแพทย์ไทยออนไลน์ (ผ่านแอปพลิเคชั่นหมอดี), MSIG Worldwide Cashless OPD บริการนัดหมายเข้ารับบริการผู้ป่วยนอกทั่วโลกโดยไม่ต้องสำรองจ่าย, สิทธิใช้ห้องรับรองสนามบินฟรีเมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 60 นาที หรือ MSIG Easy Lifestyle บริการผู้ช่วยส่วนตัว แนะนำและจองบริการในต่างประเทศตลอด 24 ชั่วโมง อุ่นใจทุกเส้นทาง เพราะโลกกว้างกว่าที่คิด ให้ MSIG ดูแลคุณในทุกย่างก้าว ด้วยความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยสูงสุด 5,000,000 บาท คุ้มครองการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาพยาบาลฉุกเฉินหรือกลับประเทศไทยสูงสุด 2,000,000 บาท และกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุคุ้มครองการส่งศพกลับประเทศไทยสูงสุด 2,000,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือซื้อประกันภัยการเดินทาง MSIG Travel Easy Plus ได้ที่เว็บไซต์ www.msig-thai.com หรือติดต่อ MSIG Contact Centre โทร 0 2007 9000 หรือ Line OA: @MSIGThailand

31 Oct 2026

...

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย เมืองไทยสไมล์คลับ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์และสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ เดินหน้าเติมเต็มไลฟ์สไตล์เหนือระดับให้กับสมาชิก ด้วยการรังสรรค์กิจกรรม “Muangthai Smile Exclusive Day-Trip SRT Royal Blossom” เส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน เพื่อนำสมาชิกระดับสถานะ The Ultimate และ Beyond Prestige ออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมเปิดสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารชั้นเลิศในบรรยากาศที่แตกต่างบนขบวนรถไฟสุดหรู SRT Royal Blossom ความพิเศษของทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแถวหน้าของประเทศ มาร่วมคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศและถ่ายทอดเป็นเมนูอาหารสุดพรีเมียมตลอดการเดินทาง เพื่อเปลี่ยนมื้ออาหารให้กลายเป็นประสบการณ์พิเศษ ท่ามกลางการบริการระดับ เฟิร์สคลาสบนรถไฟ SRT Royal Blossom โดยสมาชิกจะได้รับประทาน Box Set จากร้าน Man Hin by Chef Man พร้อมเครื่องดื่มจาก NaNa Coffee Roasters ลิ้มลองรสชาติความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์จากร้านไก่ย่างบางตาล ร้านเอ็กซ์ รวมถึงลอดช่องน้ำตาลข้น จากร้านกนกพรลอดช่อง และอาหารทะเลสไตล์ใต้แท้ ๆ จากร้านบ้านครูส่วน by ปลา     นอกจากนี้ ตลอดการเดินทางสมาชิกจะได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างรื่นรมย์ โดยรับประทานอาหารกลางวันบรรยากาศติดริมทะเลที่ร้านชมวิวซีฟู๊ดส์ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมเวิร์กชอปทำเทียนหอมสร้างความผ่อนคลาย และเดินชมความสวยงามทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันร่มรื่น ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เมืองไทยสไมล์คลับยังคงมุ่งมั่นคัดสรรกิจกรรมและสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความบันเทิง อาหาร การเดินทาง สุขภาพ และไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้พบกับประสบการณ์ใหม่ และใช้สิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิกได้ตรงกับความชอบและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ สมาชิกฯ สามารถติดตามรายละเอียดและสิทธิพิเศษอีกมากมายได้ผ่านทาง MTL Click Application ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ #เมืองไทยประกันชีวิต #muangthailife #เมืองไทยสไมล์คลับ  

31 Oct 2026

...

โค้งสุดท้ายของการวางแผนทางการเงินใกล้เข้ามาทุกที... จะดีกว่าไหมถ้าประกันลดหย่อนภาษีปี 2569 ของคุณ ไม่ใช่แค่การจ่ายเบี้ยทิ้งไว้ แต่เป็นการ "วางแผนภาษีและมีเงินคืนกลับมาใว้ใช้ทุกปี"   คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้แก่ชีวิต คือ การรู้จักกระจายความเสี่ยงและเลือกวางแผนการเงินที่มีความยืดหยุ่น สร้างกระแสเงินสดกลับคืนมาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คนในวัยทำงานสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตได้อย่างมั่นใจ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงชวนคุณมาเปลี่ยนเรื่องภาษีให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างความมั่นคง กับ “โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4” แบบประกันสะสมทรัพย์ออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นด้วยการจ่ายเบี้ยสั้นๆ เพียง 4 ปี แต่คุ้มครองยาวนานถึง 10 ปี ให้คุณวางแผนอนาคตได้อย่างสบายใจ สมัครง่ายด้วยตัวเองทุกขั้นตอน พร้อมรับผลประโยชน์สุดคุ้มที่ตอบโจทย์ชีวิตได้อย่างลงตัว ดังนี้ จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 4 ปี รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่อง 10 ปี ไม่ต้องจ่ายเบี้ยยาวนาน รับเงินคืนสูง 20% ทุกปี ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1–9 มีเงินคืนไว้ใช้ดูแลครอบครัว เติมเต็มความสุขในแต่ละปี หรือเก็บไว้ช่วยจ่ายเบี้ยปีต่อ รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 269% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา 449% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย  ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ช่วยให้วางแผนภาษีควบคู่กับการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตได้อย่างเหมาะสม ซื้อประกันออมทรัพย์ออนไลน์ง่าย วางแผนได้ด้วยตัวเอง OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสามารถศึกษารายละเอียด คำนวณเบี้ยประกัน และสมัคร โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ด้วยตัวเอง พร้อมจุดเด่นไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่กำลังมองหาประกันลดหย่อนภาษีปี 2569 หรือคนวัยทำงานที่อยากสร้างวินัยการออมพร้อมมีเงินคืนไว้ใช้ทุกปี โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนการเงิน เพื่อดูแลตัวเองและคนที่รัก ปีนี้ ไม่ต้องรอให้ถึงโค้งสุดท้าย! เริ่มวางแผนลดหย่อนภาษี พร้อมรับเงินคืนสูงทุกปี กับ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 สนใจดูรายละเอียด คำนวณเบี้ย และซื้อประกันออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ไทยสมุทรประกันชีวิต หรือโทร. 1503 หรือคลิก >> https://life.ocean.co.th/ejq  หมายเหตุ: • % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย • การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด • ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ • เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด • โปรดทำความเข้าใจเงื่อนไข ความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง ./

27 Oct 2026

...

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็น “โครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569” ณ ห้อง Amber โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting โดยมีคณะทำงานพื้นที่ต้นแบบทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด   รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง มุ่งยกระดับบทบาทสำนักงาน คปภ. สู่การเป็นองค์กรกำกับดูแลเชิงรุก (Smart Regulator) ที่ใช้ข้อมูลชี้นำนโยบาย (Data-driven Policy) หลังมาตรการที่สำนักงาน คปภ. ผลักดันในพื้นที่นำร่องจังหวัดปราจีนบุรีประสบความสำเร็จ ลดอัตราการเสียชีวิตและอุบัติเหตุลงได้เฉลี่ยมากกว่า 70% พร้อมมอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในฐานะภาคีวิชาการ ร่วมถอดบทเรียนสู่ “5 กลยุทธ์เชิงพื้นที่” ขยายผลสู่ 6 ชุมชนต้นแบบใน 4 จังหวัด มุ่งตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางควบคู่การคุ้มครองสิทธิ พ.ร.บ. อย่างครบวงจร   นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนแต่ละครั้งสร้างความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ต่อชีวิต สังคม และเศรษฐกิจครัวเรือน สำนักงาน คปภ. จึงปรับบทบาทเชิงรุกจากการกำกับดูแลการเยียวยาหลังเกิดเหตุ มาสู่ “การตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง” โดยมอบหมายให้ TDRI  ร่วมลงพื้นที่ศึกษาเชิงลึก ประสานพลังร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขับเคลื่อนงานผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ - ลดความเสี่ยงตรงจุดด้วยข้อมูล (Data-driven Prevention): ใช้ฐานข้อมูลอุบัติเหตุเชิงลึกชี้เป้าจุดอันตรายและพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อร่วมกับท้องถิ่นออกแบบวิศวกรรมจราจรและมาตรการควบคุมที่ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่ - สร้างเกราะคุ้มครองทั่วถึงและรวดเร็ว (Universal & Agile Protection): ผลักดันให้ประชาชนตระหนักรู้และเข้าถึงการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างต่อเนื่อง 100% พร้อมเชื่อมโยงระบบให้ผู้ประสบภัยสามารถเบิกจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเป็นธรรม - วัดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ (Measurable Outcomes): กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ทั้งการลดลงของ  จุดเสี่ยง ตัวเลขอุบัติเหตุ และอัตราการถือครองกรมธรรม์ พ.ร.บ. ในชุมชน     ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร่วมขับเคลื่อน “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569” ได้แก่ เทศบาลเมืองหนองกี่ และ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม (จังหวัดปราจีนบุรี) องค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา (จังหวัดนครนายก) เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี (จังหวัดสุพรรณบุรี) ตลอดจน เทศบาลนครนครสวรรค์ และ องค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี (จังหวัดนครสวรรค์) ด้าน ดร.สุเมธ องกิตติกุล รองประธานและผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ TDRI ได้นำเสนอผลการศึกษาหัวข้อ “ผลการศึกษาจากกิจกรรมชุมชนต้นแบบ สู่นโยบายและกฎหมายความปลอดภัยทางถนนโดยภาคประกันภัย” ระบุว่า แม้สถิติผู้เสียชีวิตทางถนนของไทยในปี 2568 จะลดลง 8% (เหลือ 16,078 ราย) แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทด้านความปลอดภัยทางถนน (ฉบับที่ 5) ขณะที่ข้อมูล e-Claim ของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สะท้อนว่าความรุนแรงของอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บสาหัสยังมีแนวโน้มสูง ซึ่งผลจากการติดตามมาตรการที่สำนักงาน คปภ. ริเริ่มในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี (ข้อมูลถึง 31 สิงหาคม 2569) แสดงผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ - จุดเสี่ยงทางลงเขาปู่โทน การติดตั้งระบบ GPS ควบคุมความเร็วรถเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ จำนวนผู้เสียชีวิตเฉลี่ยลดลงถึง 75% - จุดเสี่ยงหน้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี การกำหนดเขตจำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ร่วมกับการกวดขันวินัยจราจร ส่งผลให้ การเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยลดลงถึง 77% - การสร้างวินัยการขับขี่ในกลุ่มเยาวชน พบว่า เยาวชนในสถานศึกษาที่ดำเนินโครงการ มีอัตราผู้สอบผ่านใบขับขี่ เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยบนถนนต้นแบบปราจีนอนุสรณ์อย่างเข้มข้น   สำหรับการขยายผลโครงการในปี 2569 สำนักงาน คปภ. ได้มอบหมายให้คณะวิจัยต่อยอดสู่ 4 จังหวัด 6 ท้องถิ่น สังเคราะห์แนวทางเป็น “5 กลยุทธ์เชิงพื้นที่” ได้แก่ 1) กลยุทธ์สื่อสารลดเสี่ยงจักรยานยนต์ 2) เขตเมืองปลอดภัย 3) เส้นทางเลี่ยงเมืองปลอดภัย 4) พื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรมปลอดภัย และ 5) พื้นที่รอบสถานศึกษาปลอดภัย พร้อมเสนอเชิงนโยบายให้บรรจุทั้ง 5 กลยุทธ์เข้าสู่กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) บูรณาการงบประมาณจังหวัด กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และงบ CSR ของภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนเสนอให้สำนักงาน คปภ. ศึกษาแนวทางพัฒนากฎหมายให้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยสามารถสนับสนุนงานป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกได้อย่างคล่องตัว ไฮไลต์สำคัญของการประชุม คือเวทีเสวนาและรับฟังความคิดเห็นในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยไทย” ดำเนินรายการโดย คุณพีระพงษ์ เตชะทัชตานนท์ นักจัดการด้านข้อมูลและสื่อสารความรู้ “Data Hatch” ซึ่งเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจาก 5 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ ชีวรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ผู้แทนสำนักงาน คปภ. นายประยูร ภู่แส รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ผู้แทนภาคธุรกิจประกันภัย นายชอ พงษ์อ้อ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้แทนหน่วยงานด้านนโยบาย และ นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน     ทั้งนี้ เวทีรับฟังความคิดเห็นได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบ Zoom Meeting ร่วมแลกเปลี่ยน สะท้อนมุมมองและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอย่างกว้างขวาง เพื่อร่วมกันชี้เป้าปัญหาเชิงโครงสร้างในพื้นที่จริง ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย การเชื่อมโยงฐานข้อมูลอุบัติเหตุแบบไร้รอยต่อ และการบูรณาการงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะรวบรวมทุกข้อคิดเห็นเชิงปฏิบัติการจากพื้นที่ไปสังเคราะห์เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการปรับปรุงระเบียบกฎหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริงต่อไป สำนักงาน คปภ. มุ่งมั่นที่จะใช้พลังแห่งการบูรณาการและกลไกการประกันภัย เพื่อสร้างความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้เป้าหมายสำคัญ “ประชาชนเดินทางปลอดภัยขึ้น มีเกราะคุ้มครองจาก พ.ร.บ. อย่างต่อเนื่อง และได้รับการดูแลเยียวยาทันทีเมื่อเกิดเหตุ” ผู้สนใจสามารถติดตามสรุปผลการศึกษาและรับชมวิดีโอย้อนหลังการดำเนินโครงการใน 4 จังหวัด 6 พื้นที่ ได้ทางช่อง YouTube ของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ และ TDRI

26 Oct 2026

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

กบข. เตรียมจัดงาน GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ วันที่ 5 พ.ย. นี้ รวมความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และสุขภาพไว้ในงานเดียว พร้อมวิทยากรชื่อดังมาร่วมแบ่งปันแนวคิดสร้างความมั่นคงเพื่ออนาคต เปิดให้สมาชิกเข้าร่วมฟรี   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. มุ่งส่งเสริมให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการออมและการลงทุน จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมแห่งปี GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยสมาชิกจะได้ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้บริหาร กบข. การเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่ออนาคต พร้อมอัปเดตมุมมองการลงทุนและสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่ง กบข. ยังคงยึดแนวทางการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรรับเชิญชื่อดัง คุณพอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ ที่มาแบ่งปันแนวคิดการวางแผนการเงินตั้งแต่วัยทำงานสู่ชีวิตหลังเกษียณ ในหัวข้อ จากเดือนชนเดือน สู่เกษียณหลักล้าน และหมอจิมมี่ นายแพทย์สุทธิพจน์ ภัทรมงคลกาล ในหัวข้อ Health is the New Wealth ที่จะช่วยให้สมาชิกดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย     นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว ภายในงานยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการเงินและการวางแผนเกษียณรายบุคคล กิจกรรมสนุกๆ จากพันธมิตรสวัสดิการ กบข. รวมถึงบริการตรวจสุขภาพการเงินและสุขภาพกายจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อให้สมาชิกสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับใช้ในการวางแผนชีวิต มุ่งสู่การมีชีวิตที่มั่นคง สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมงาน จะได้รับ GPF Point จำนวน 20 Point พร้อมรับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 100 บาท และของที่ระลึกสุดพิเศษจาก กบข. ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนฟรีได้ที่แอป กบข. My GPF Application เมนูลงทะเบียนอบรม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร 1179      

29 Oct 2026


...

  กบข. ชี้การลงทุนกำลังเข้าสู่ยุคความเสี่ยงซับซ้อนมากขึ้น สินทรัพย์ต่างประเภทเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ส่วน AI ดึงเม็ดเงินลงทุนมหาศาลและสร้างทั้งโอกาสกับความเสี่ยงใหม่ พร้อมเร่งจับมือพันธมิตรนักลงทุนชั้นนำ เดินหน้าหาโอกาสลงทุนคุณภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในการประชุมโต๊ะกลมหัวข้อ“Southeast Asia in a Changing Global Economy: Mobilising Capital for Growth” จัดโดยองค์กรความร่วมมือด้านการเงิน การเงินการคลัง และสถาบันการเงินภาครัฐระหว่างประเทศ (OMFIF) โดยระบุว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของกองทุนบำเหน็จบำนาญในปัจจุบัน คือการสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่สินทรัพย์หลายประเภทมีความสัมพันธ์กันสูง ทั้งตลาดหุ้น ตราสารหนี้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงและการจัดพอร์ตลงทุนมีความซับซ้อนมากขึ้น   ทั้งนี้ กระแสการลงทุน AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ทำให้มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และระบบพลังงานในวงกว้าง ซึ่งนักลงทุนยังต้องพิจารณาความคุ้มค่าทางธุรกิจของโครงการต่าง ๆ รวมถึงติดตามความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าที่อาจสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีลักษณะการแข่งขันแบบผู้ชนะกินรวบ (Winner Takes All) อาจส่งผลให้ผลตอบแทนกระจุกตัวอยู่ในผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย สำหรับแนวทางการลงทุนของ กบข. ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้แก่สมาชิก ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์จริง (Real Assets) ที่มีศักยภาพสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของเงินลงทุนระยะยาวและช่วยเสริมเสถียรภาพของผลตอบแทนในระยะยาว   นอกจากนี้ กบข. ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับกองทุนนานาชาติ สถาบันการเงิน และนักลงทุนสถาบันชั้นนำในภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและระดมเงินทุนเข้าสู่โครงการที่มีศักยภาพ สนับสนุนการเติบโตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสร้างโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป  

25 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ภายใต้แนวคิด “Designing Capital for the Future” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางใช้ทุนสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พัฒนาคนและสังคม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน และเสริมความมั่นคงให้เศรษฐกิจพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง โดยได้รับเกียรติร่วมเสวนาในหัวข้อ “LeaderSHIFT Dialogue on Capital for Growth” สถาบันทางการเงินจะเปลี่ยนทุนให้กลายเป็นการเติบโตที่เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นอย่างไร? ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นในฐานะกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Official Side Event) ของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “Future-ready Thailand” และนายมาธิอัส คอร์มันน์ Secretary-General of the Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) กล่าวปาฐกถาเปิดงาน พร้อมด้วยผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมงาน ณ NEX Hall ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569   ในการเสวนา ธนาคารออมสินนำเสนอทิศทางสู่การเป็น “Smart Social Bank for All Lives” ที่มุ่งขยายโอกาสทางการเงินให้เข้าถึงประชาชนในแต่ละช่วงชีวิตได้มากขึ้น โดยเห็นว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สะท้อนความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดในการเข้าถึงทุนของประชาชนบางกลุ่ม การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี จึงควรดำเนินการไปพร้อมกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) ด้วยการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการเพิ่มผลิตภาพ ความยั่งยืน และความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ จึงให้ความสำคัญกับ Capital Inclusion หรือการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง เพื่อเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลูกค้าสร้างประวัติเครดิตและเข้าถึงเงินทุนในต้นทุนที่เหมาะสม พร้อมพัฒนาทักษะอาชีพ ให้ความรู้ในการบริหารเงิน และวินัยการออม เพื่อให้สามารถนำทุนไปประกอบอาชีพ ต่อยอดธุรกิจ สร้างรายได้ และวางรากฐานทางการเงินในระยะยาว   ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปัจจุบัน ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อยแล้วกว่า 1.86 ล้านคน ส่งเสริมวินัยทางการเงินและการออมแก่ประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน และสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรวมกว่า 220,000 ล้านบาท พร้อมพัฒนาทักษะอาชีพตามมาตรฐานให้ประชาชนกว่า 37,000 คน และส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์แก่ร้านค้ากว่า 10,000 แห่ง ช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% สะท้อนแนวทางการดำเนินงานของธนาคารที่สนับสนุนเงินทุนควบคู่กับการสร้างโอกาสผ่านการพัฒนาความรู้ ทักษะอาชีพ และการเข้าถึงตลาด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และต่อยอดธุรกิจ โดยในปี 2568 การดำเนินภารกิจเพื่อสังคม (Social Impact) ของธนาคาร สามารถสร้างประโยชน์แก่ประชาชนกว่า 3.7 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าผลประโยชน์ทางสังคมกว่า 22,000 ล้านบาท   สำหรับแผนยุทธศาสตร์ในระยะ 5 ปี ข้างหน้า ธนาคารออมสินมุ่งเป็นกระดูกสันหลังทางการเงินของประเทศ เพื่อสร้างฐานการเงินที่เข้มแข็งให้ประชาชนและผู้ประกอบการ ผ่านการส่งเสริมการออมและวินัยการเงิน ขยายโอกาสเข้าถึงทุนให้กลุ่มฐานรากและ SME ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินให้เหมาะกับความต้องการในทุกช่วงชีวิต พร้อมขยายความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และชุมชน เพื่อเชื่อมการสนับสนุนเงินทุนเข้ากับความรู้ การพัฒนาอาชีพ และช่องทางตลาด รวมถึงต่อยอดสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยให้ประชาชนและธุรกิจเข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีข้อจำกัดในการเข้าถึงทุน ให้สามารถสร้างรายได้และมีฐานการเงินที่มั่นคง ขณะที่ยังทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ตามจุดยืนการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”

21 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. จัดโปรโมชันพิเศษ พร้อมเสิร์ฟบริการทางการเงินครบวงจรในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13 Money Expo Udonthani อาทิ ฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง หรือชุดดิจิทัล Plus ตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป รับของที่ระลึก limited edition อาร์ตทอย ชุดมังแมว สายคล้องโทรศัพท์ หมอนอิง อาร์ตทอยชุด Agri Animal หรือกระเป๋าล้อลาก ขนาด 20 นิ้ว หรือเมื่อสมัครบัตรเดบิตเพชรน้ำหนึ่ง และ ฝากเงินตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับหมอนผ้าห่มคละสีหรือสมัครบัตรเดบิตพลอยไพฑูรย์ ฝากเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับเลยตุ๊กตาน้องหอมจัง พิเศษ! สำหรับลูกค้าใหม่ ที่มียอดธุรกรรมตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รับของที่ระลึกสุดพิเศษเพิ่มอีกตามยอดธุรกรรม นอกจากนี้ ในบูธ ธ.ก.ส. ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าแกลมเกษตรคุณภาพดีจากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาจัดจำหน่ายเฉพาะในงาน ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคมนี้ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดรธานี   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) พร้อมนำเสนอโปรโมชันสุดพิเศษและบริการทางการเงินครบวงจรให้บริการประชาชนในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13 Money Expo Udonthani เช่น โปรโมชันด้านผลิตภัณฑ์เงินฝาก – สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ประกอบด้วย สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง มูลค่าสูงสุด 20 ล้านบาท และยังมีรางวัลพิเศษ เสี่ยงหมวด รางวัลละ 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569 รวม 10 ล้านบาท เมื่อฝากครบกำหนด ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 1.15 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.115 ต่อปี และชุดดิจิทัล Plus หน่วยละ 50 บาท ลุ้นโชคมูลค่า 3 ล้านบาท จำนวน 12 ครั้ง และรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อายุสลาก 1 ปี  เมื่อฝากครบ จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี สำหรับผู้เข้าสู่วัยเตรียมเกษียณอายุ ธ.ก.ส. ยังมีเงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี) เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท รับดอกเบี้ยรายเดือนทุกเดือน เป็นขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.40 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 4 ปี เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก พิเศษเฉพาะในงาน เมื่อฝากสลากฯ ชุดกระด้งทองหรือชุดดิจิทัล Plus ตั้งแต่ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 99,900 บาท รับสิทธิ์จุ่มอาร์ตทอย ชุดมังแมว 1 จุ่ม ตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 499,900 บาท รับอาร์ตทอย ชุดมังแมว 1 ชุด (ครบเซต) ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 999,900 บาท รับสายคล้องโทรศัพท์ 1 ชิ้น ตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 4,999,900 บาท รับหมอนอิง จำนวน 1 ใบ ตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 9,999,900 บาท รับอาร์ตทอย ชุด Agri Animal 1 ชุด (จำนวน 8 ตัว) ตั้งแต่ 10,000,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าล้อลาก ขนาด 20 นิ้ว จำนวน 1 ใบ   นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรเดบิตเพชรน้ำหนึ่ง และฝากเงินตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับหมอนผ้าห่มคละสี หรือเมื่อสมัครบัตรเดบิตพลอยไพฑูรย์ ฝากเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับเลย ตุ๊กตาน้องหอมจัง จำนวน 1 ตัว พิเศษ! โปรโมชัน Top up สำหรับลูกค้าใหม่ที่มียอดธุรกรรมภายในบูธ ประกอบด้วย ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 499,999 บาท รับของที่ระลึกสุดพิเศษ หมอนปลาทู ขนาด 50 เซนติเมตร จำนวน 1 ใบ ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 999,999 บาท รับลำโพง BAAC จำนวน 1 ชิ้น ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป รับชุดแก้ว BAAC จำนวน 1 ชุด (เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ซึ่งถือเป็นทางเลือกในการออมเงินที่มาพร้อมความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ที่จัดโปรโมชันพิเศษมานำเสนอ ประกอบด้วย เมื่อสมัครกรมธรรม์ ธกส เพิ่มรัก3 12/10 อัตราการส่งชำระ 1,500 บาทต่อเดือนขึ้นไป และ ส่งชำระงวดแรกอย่างน้อย 12 เดือน (อย่างน้อยสุทธิ 17,280 ต่อปี) รับพัดลม Imarflex ขนาด 16 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องต่อกรมธรรม์ เมื่อสมัครกรมธรรม์ ธกส HUG (ฮัก) 10/5 อัตราการส่งชำระ 20,000 บาทต่อปีขึ้นไป รับพัดลม Imarflex ขนาด 16 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องต่อกรมธรรม์ สมัครกรมธรรม์ ธกส รักคุณ อัตราการส่งชำระตั้งแต่ 199 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าพับได้ (Shopping Bag) จำนวน 1 ใบ หรืออัตราการส่งชำระ 1,197 บาทต่อปี รับกระเป๋าผ้าแคนวาส BAACLife จำนวน 1 ใบ สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อ พบกับสินเชื่อที่หลากหลาย เช่น สินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่น สำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. ที่เป็นสมาชิก ฌกส. อสม. วงเงินกู้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท (นับรวมวงเงินกู้เดิมโครงการสินเชื่อเงินด่วนคนดีและโครงการสินเชื่อเงินด่วนกึ่งแสน) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพียงร้อยละ 0.50 ต่อเดือน สินเชื่อเคหะเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับข้าราชการและพนักงานองค์กรในหน่วยงานที่มี MOU กับ ธ.ก.ส. วงเงินกู้ขั้นสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อสัญญา และไม่เกิน 3 สัญญาต่อราย อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 เริ่มต้นร้อยละ 1.99 ต่อปี ปีที่ 2-3 ร้อยละ 2.83 ต่อปี และปีที่ 4-5 ร้อยละ 2.99 ต่อปี สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์ เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรที่มีอายุ 50 ปี (นับแบบปีชนปี) วางแผนชีวิตก่อนเกษียณเข้าสู่วิถีเกษตรแบบยุคใหม่ วงเงินกู้สูงสุด 8 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรก MRR-2 ต่อปี   นอกจากนี้ ภายในงาน ธ.ก.ส. ยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าแกลมเกษตรสุดพรีเมียมจากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. กว่า 100 รายการ มาจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจได้เลือกช็อปอย่างเต็มที่ เช่น ข้าวโพดมัมมี่ (freeze dried) จากศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษละโว้ธานี จังหวัดลพบุรี ที่นำข้าวโพดหวานมายกระดับเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยกระบวนการ freeze dried สามารถรักษาคุณค่าทางสารอาหารทั้งรสชาติ สี กลิ่น เก็บรักษาไว้ได้นานถึง 25 ปี โดยไม่ใส่สารกันบูด รวมทั้งมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์จนได้มาตรฐาน A-Product โจ๊กข้าวหอมภูเขาไฟ จากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. บุรีรัมย์ จำกัด โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิแท้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ที่ผลิตจากภูมิปัญญาและเต็มไปด้วยคุณภาพจากแหล่งปลูกข้าวบุรีรัมย์ อิ่มง่ายใน 2 นาที เพียงใส่น้ำร้อน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ แต่ยังได้รับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ข้าวหอมมะลิพร้อมทาน ตรา “อุ่นอิ่ม” 7 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวหอมนิล ข้าว กข 43 และข้าวกล้อง กข 43 ซึ่งผลิตโดยสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด จำกัด  สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สุรินทร์ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครปฐม จำกัด แล้วพบกันที่บูธ ธ.ก.ส. ในงาน Money Expo Udonthani ครั้งที่ 13 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดรธานี ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคมนี้ และสำหรับผู้ที่สนใจชิมและช็อปผลิตภัณฑ์แกลมเกษตรของลูกค้า ธ.ก.ส. สามารถเลือกชมและช็อปผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน BAAC Matching คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

11 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ธนาคารออมสินพร้อมขานรับนโยบายของกระทรวงการคลัง ในการดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ด้วยการ ประกาศพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าทันที ให้สามารถตั้งหลัก และมีเวลารับมือกับสถานการณ์หรือเรื่องจำเป็นตรงหน้า พร้อมจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษรองรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และใช้ในการฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ   "ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ "  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  ธนาคารยังจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก โดยสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เงินในช่วงวิกฤต ธนาคารมี สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนใช้จ่ายดำรงชีพในช่วงนี้ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน อีกทางเลือกคือ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.50% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 60 เดือน เมื่อถึงช่วงฟื้นฟู ผู้ที่ต้องซ่อมแซมเครื่องมือทำกินหรือใช้ทุนหมุนเวียนเพื่อกลับมาประกอบอาชีพ สามารถขอ สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย (Effective Rate) = 15.00% ต่อปี ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี ส่วนผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายและต้องการซ่อมแซม มี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.045% ต่อปี) พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สถานประกอบการได้รับความเสียหาย หรือจำเป็นต้องลงทุนในสิ่งป้องกันภัย ธนาคารมี สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย กรณีใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้ ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก = MLR – 2.65% ต่อปี ปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR (อัตราดอกเบี้ย MLR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.025% ต่อปี) ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ธนาคารออมสินพร้อมดูแลลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทั้งการแบ่งเบาภาระหนี้ในช่วงน้ำท่วม และสนับสนุนการฟื้นฟูบ้าน อาชีพ และกิจการเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตามภารกิจ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” และธนาคารออมสินขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนปลอดภัยและก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน ศึกษารายละเอียดมาตรการและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

28 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในการประคับประคองกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยกระทรวงการคลังได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อ AI นกกระซิบ เพื่อนำข้อมูลยอดขายจริงจากการค้าขายมาใช้เป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยเพิ่มโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเอกสารหรือข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้มากขึ้น ซึ่งได้มีการแถลงเปิดตัวโครงการดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินที่ร่วมดำเนินโครงการ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้แอปพลิเคชันถุงเงินภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส นำไปซื้อวัตถุดิบ เติมสินค้า หรือใช้จ่ายตามรอบการค้า   "ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์"  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.75% ต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 16.20% ต่อปี โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับร้านค้าที่มียอดขายและการรับชำระเงินจริงตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยใช้ข้อมูลสรุปการค้าขายของ AI นกกระซิบจากแอปถุงเงิน มาใช้เป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการพิจารณาสินเชื่อร่วมกับเกณฑ์ของธนาคาร ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าวเป็นวงเงินหมุนเวียนระยะสั้น สามารถเบิกใช้ได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และเมื่อชำระคืนแล้ววงเงินจะกลับมาใช้ได้อีกโดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ เพื่อให้มีเงินทุนพร้อมใช้สอดคล้องกับรอบการค้าและไม่สร้างภาระหนี้ระยะยาว สำหรับผู้ที่มีประวัติผ่อนชำระดีอย่างน้อย 6 เดือน มีโอกาสได้รับการพิจารณาขยายวงเงินและอาจได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร ผู้สนใจสมัครสินเชื่อ ที่ยังไม่มีแอปร้านค้าออมสิน มหาเฮง และแอป MyMo สามารถติดต่อธนาคารออมสินเพื่อสมัครใช้บริการก่อนลงทะเบียนขอสินเชื่อ โดยธนาคารจะเริ่มพิจารณาสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์สินเชื่อดังกล่าวเป็นการต่อยอดแนวทางของกระทรวงการคลังในการนำข้อมูลสรุปการค้าขายจริงจาก AI นกกระซิบ มาเป็นข้อมูลทางเลือกให้สถาบันการเงินนำไปใช้ในการพิจารณาสินเชื่อร่วมกับเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ พร้อมสร้างประวัติทางการเงินเพื่อต่อยอดโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมในอนาคต สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสิน ที่มุ่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

26 Sep 2026

...

กบข. เผย เตรียมนำส่งผลตอบแทนจากการบริหารเงินสำรองที่เกินเกณฑ์ตามกฎหมายประมาณ 1,789 ล้านบาท ส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดินในต้นเดือนตุลาคม 2569 นี้ พร้อมยืนยันไม่กระทบเงินออมของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. บริหารเงินสำรองของกระทรวงการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ จนส่งผลให้ปัจจุบันมูลค่าเงินสำรองมีจำนวนประมาณ 967,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นจำนวน 3 เท่าของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี 2569 ดังนั้นตามกฎหมาย กบข. จะนำส่งผลตอบแทนจากการบริหารเงินสำรองที่เกินกว่าระดับดังกล่าวจำนวนประมาณ 1,789 ล้านบาท ส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดินในต้นเดือนตุลาคม 2569 ทั้งนี้ กบข. จะยังคงรักษาระดับเงินสำรองให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้เพียงพอรองรับภาระการจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรณีเกิดวิกฤตตามวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีเงินสำรอง ปัจจุบัน กบข. มีการบริหารจัดการเงินของกองทุนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินส่วนสมาชิก และเงินสำรอง โดยมีการจัดทำบัญชี การกำกับดูแล และกำหนดนโยบายการลงทุนของเงินแต่ละส่วนแยกกันอย่างชัดเจน สำหรับ เงินส่วนสมาชิก ประกอบด้วยเงินสะสมที่หักจากเงินเดือนของสมาชิกนำส่ง กบข. ทุกเดือน รวมกับเงินสมทบ เงินประเดิม และเงินชดเชยจากรัฐ ซึ่ง กบข. มีหน้าที่บริหารจัดการและลงทุนตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิก ขณะที่ เงินสำรองของกระทรวงการคลัง เป็นเงินที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้ กบข. บริหาร เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญของข้าราชการในกรณีเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ “การส่งผลตอบแทนจากการบริหารเงินสำรองคืนเป็นรายได้แผ่นดินนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้ง กบข. ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อเงินกองส่วนสมาชิกแต่อย่างใด กบข. ขอให้สมาชิกมั่นใจได้ว่าเงินออมของสมาชิกทั้งหมดยังคงได้รับการบริหารจัดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวให้แก่สมาชิก และไม่ว่าสมาชิกจะออกจากราชการด้วยเหตุใด เงินส่วนของสมาชิกทั้งส่วนที่เป็นเงินต้นและส่วนที่เป็นผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนยังคงเป็นสิทธิของสมาชิก โดยสมาชิกจะได้รับคืนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด” ดร.ศรพล กล่าว กบข. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินภารกิจในการดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนอย่างมืออาชีพ ด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของสมาชิกเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณของสมาชิกอย่างยั่งยืนต่อไป

20 Sep 2026

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร พร้อมตัวแทนพนักงานร่วมพิธีเปิดกิจกรรม "ดอกไม้จันทน์ น้อมอาลัย ถวายพระพันปีหลวง" จัดโดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ภายใต้โครงการ “กรองดอกไม้จันทน์ กลั่นจากดวงใจ จากปวงลูกไทย ถวายแม่ของแผ่นดิน” ของกรุงเทพมหานคร ณ SPHERE GALLERY ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ทั้งนี้ ผู้บริหารและพนักงานจาก ไอ.ซี.ซี. ยังได้ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์รูปแบบ “ดอกคัทลียาควีนสิริกิติ์” เพื่อมอบให้แก่กรุงเทพมหานคร สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายความอาลัย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้     โดยกิจกรรมฯ ดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจสามารถร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.30–20.30 น. ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และสยามพารากอน ภายในงานฯ จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและสาธิตขั้นตอนการประดิษฐ์ให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดไว้พร้อมด้วยอุปกรณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมกิจกรรมโปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจในการสืบสานคุณค่าของการทำความดีเพื่อสังคม พร้อมร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความอาลัยอย่างสุดซึ้ง  

02 Nov 2026


...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานโล่ที่ระลึกแก่ นายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ กรรมการ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรผู้ทำคุณประโยชน์ ที่ให้การสนับสนุนการผลิตรายการสารคดีสั้น “พบหมอศิริราช” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านสาธารณสุขมูลฐานและความเข้าใจเกี่ยวกับโรคภัยใกล้ตัวแก่ประชาชน ตั้งแต่ปี 2529 จนถึงปัจจุบัน อันสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยประกันชีวิต ในการส่งเสริมสุขภาวะและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน

31 Oct 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด เข้าร่วมงานแถลงข่าว Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 งานวิ่งมาราธอนระดับโลก ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จัดขึ้นโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร  สมาคมกีฬาโลก พร้อมด้วยพันธมิตรภาคเอกชนและผู้จัดงาน Thailand Tri-League บริษัทฯ ในฐานะผู้สนับสนุนระยะแฟมิลี่รัน 4.5 กิโลเมตร พร้อมสนับสนุนสังคมที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกช่วงวัย สอดคล้องกับแคมเปญ “เพราะทุกวัยไม่ควรต้องเสี่ยง” ภายใต้แนวคิดต่างวัย แต่ใส่ใจสุขภาพได้ไม่ต่างกัน ที่เปิดโอกาสให้ทุกวัยหันมาใส่ใจกับการออกกำลังกาย โดยไม่มีข้อจำกัดของอายุ อีกทั้งมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ผ่านการออกกำลังกาย ด้วยความเชื่อที่ว่า สุขภาพที่ดีคือรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังได้จัด Running Clinic ให้กับนักวิ่ง ในวันที่ 31 ตุลาคม และวันที่ 7 พฤศจิกายน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสู่งาน Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026   สำหรับระยะแฟมิลี่รัน 4.5 กิโลเมตร จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 บริเวณถนนราชดำเนิน สอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุด ที่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้สำหรับท่านที่สนใจกิจกรรมดีๆ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท หรือบริการอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่ โทร.1159 หรือ www.krungthai-axa.co.th และท่านสามารถอ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมที่ https://ktaxa.live/ATMBKK_2026_Press_Conference

31 Oct 2026

...

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายประสิทธิ์ สุนะชูแสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดพิธีทำบุญและเปิดอาคารโรงพยาบาลช้าง ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า (อาคารกัญจนา ศิลปอาชา) ซึ่งดำเนินการก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานพยาบาลสำหรับตรวจวินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู และดูแลช้างที่เจ็บป่วยในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี คุณกัญจนา ศิลปอาชา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม จำนวน 60 แพ็ค เพื่อให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมพิธีฯ ณ โรงพยาบาลช้าง ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่   ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เดินหน้าสานต่อภารกิจด้านการอนุรักษ์ช้างไทยมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินงานภายใต้ “โครงการรักษ์ช้างยั่งยืน” ควบคู่กับความร่วมมือจากหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ ซึ่งครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพช้าง การสนับสนุนภารกิจด้านสัตวแพทย์ รวมถึงการฟื้นฟูแหล่งอาหารและระบบนิเวศ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเฝ้าระวังและลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการร่วมสร้างสมดุลระหว่างคน สัตว์ป่า และธรรมชาติ พร้อมขับเคลื่อนการอนุรักษ์ช้างไทยให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน    

30 Oct 2026

...

“ประกันติดโล่” โบรกเกอร์ บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายชาญฤทธิ์ สุกปลั่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ส่งต่อความช่วยเหลือโดยมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมปี 2569 ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ราชบุรี จำนวน 300 ชุด ประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นยามฉุกเฉิน เพื่อมีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน พร้อมส่งทีมงานลงพื้นที่ร่วมกับทีมสำนักงาน คปภ. เพื่อลำเลียงส่งมอบถุงยังชีพให้ถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ประกันติดโล่ตระหนักดีถึงความสูญเสียและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เราขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่พร้อมอยู่เคียงข้างผู้ประสบภัยด้วยบริการจากหัวใจ เพื่อประคับประคองให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตและกลับมาเริ่มต้นใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด หากต้องการความช่วยเหลือด้านการเคลมประกันภัย สามารถติดต่อประกันติดโล่ Call Center 1501 เรามีผู้เชี่ยวชาญรอรับสายและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง การร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของสำนักงาน คปภ. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่ม Tidlor Holdings ภายใต้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) โดยเฉพาะในมิติสังคม ที่เน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน (Social Impact) และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals – SDGs) อีกด้วย

29 Oct 2026

...

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยนายราเชนทร์ ผดุงพร ผู้อำนวยการสายงาน สายงานพัฒนาบุคลากร เป็นผู้แทนรับมอบประกาศนียบัตร “องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการ Financial Well-being in Workplace จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เป็นผู้มอบ ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต การได้รับประกาศนียบัตรดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยประกันชีวิตในการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการเงินและการลงทุน ควบคู่กับการเสริมสร้างสุขภาวะทางการเงินที่ดี (Financial Well-being) แก่บุคลากร ผ่านการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนดอย่างครบถ้วน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการวางแผนและบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน

28 Oct 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมงาน "พลิกวิกฤตฝุ่น ด้วยนวัตกรรมพลังชุมชนและประกันภัย สู่ลมหายใจที่ยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับภายใต้แนวคิด “Be a part of SOLUTION…Not POLLUTION ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาไม่ใช่สร้างมลภาวะ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ ประจำปี 2569   ภายในงานมี นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก เอไอเอ ประเทศไทย เป็นตัวแทนร่วมบริจาคเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่โครงการชุมชนพิทักษ์ป่า (Forest Guardians) เพื่อการป้องกันไฟป่าและลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยมีนายสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อโครงการเทใจ และผู้จัดการโครงการชุมชนพิทักษ์ป่า (Forest Guardians) เป็นผู้รับมอบ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ “กิจกรรมส่งเสริมการลดฝุ่น PM2.5 ของสำนักงาน คปภ.” เพื่อบูรณาการความร่วมมือร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดมลพิษทางอากาศ และมุ่งส่งเสริมการใช้กลไกประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยสอดรับกับแนวทาง Saraburi Sandbox ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และชุมชนเพื่อจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ทั้งการลดมลพิษจากต้นทาง การป้องกันความเสี่ยงจากไฟป่า และการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติ   นอกจากนี้ เอไอเอ ยังมอบเครื่องชั่งสปริงจำนวน 10 เครื่องให้แก่ตัวแทนผู้ประกอบการตลาดหัวปลี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG) มิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่พร้อมสนับสนุนให้ผู้คนและชุมชนได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้น ณ ตลาดหัวปลี อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

28 Oct 2026

BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

บริษัท สมุนไพร หนุมาน จำกัด เป็นบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ ความสะอาด และปลอดภัย ซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยได้มีการทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำของโลก ในการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพสากล จากสินค้าพื้นบ้าน สู่ Soft Power ไทยระดับโลก ด้วยเอกลักษณ์ไทยแท้ และคุณภาพที่พิสูจน์ได้ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สามัญประจำบ้านของคนไทย และกลายเป็นของฝากยอดฮิตในหลายประเทศ ด้วยความที่เป็นบริษัทผู้ผลิตสมุนไพรที่มีคุณภาพสู่ตลาดโลก และความปลอดภัยสู่ผู้บริโภค จึงได้รับการเชิดชูเกียรติให้ได้รับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี 2568-2569 (PRODUCT OF THE YEAR 2025-2026) จากบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด สื่อ CEO THAILAND  โดยได้รับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ ยาดมสมุนไพร แก้ลมวิงเวียน ตราหนุมาน (G 15259/65) และสุดยอดผลิตภัณฑ์ พิมเสนน้ำ ตราหนุมาน (G 215/52)     ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท สมุนไพร หนุมาน จำกัด ภายใต้แบรนด์ “หนุมาน” ซึ่งเป็นแบรนด์คุณภาพในระดับสากล มีสรรพคุณและสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนเป็นที่กล่าวขานของผู้บริโภคและได้รับการตอบรับจากสังคมเป็นอย่างดี จึงได้รับเกียรติให้ได้รับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี 2 ปีซ้อนในปี 2568-2569 เพื่อเป็นการการันตีถึงความเป็นแบรนด์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากหลายประเทศ./            

12 Oct 2026


...

บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Tidlor Holdings (TIDLOR) นำโดย นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นางสาวฉวีมาศ แย้มยิ้ม ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจสินเชื่อ และนายชาญฤทธิ์ สุกปลั่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย ผนึกกำลังทีมผู้บริหารระดับสูง และผู้นำองค์กร 480 คนทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน TIDLOR OPEN BOX 2026 งานประชุมผู้นำประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Beyond Execution: Take Ownership” เพื่อถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจก่อนเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมุ่งยกระดับบทบาทของผู้นำจากการลงมือทำสู่การร่วมเป็นเจ้าของความสำเร็จ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายในงาน นางอาฑิตยา ได้ถ่ายทอดแนวคิดสำคัญถึงผู้นำองค์กรว่า เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น พร้อมกับมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความหลากหลายขึ้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง คือการทำงานด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของ หรือ Ownership โดยไม่หยุดอยู่เพียงตัวชี้วัดหรือขอบเขตความรับผิดชอบของตนเอง แต่ต้องใส่ใจเรื่องงานให้เหมือนเป็นเรื่องของเราเอง และร่วมกันผลักดันให้เกิดผลลัพธ์จริง โดยยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ขององค์กรในการสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คน พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารได้ฉายภาพการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยกลุ่มบริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งธุรกิจสินเชื่อที่สามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ดี และธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลตอบรับที่ดีจากการขายประกันชีวิตซึ่งเปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจนายหน้าประกันภัยถือเป็นเครื่องยนต์ที่สองซึ่งมีส่วนสำคัญต่อภาพรวมการเติบโตของกลุ่ม Tidlor Holdings ไปพร้อมกับการสร้างโอกาสทางการเงินและส่งเสริมการเข้าถึงประกันภัยให้ประชาชน ตามเจตนารมณ์ขององค์กรที่วางไว้ นอกจากนี้ ยังได้บอกเล่าถึงการจัดตั้งแผนกกลยุทธ์องค์กรและบริหารการลงทุน พร้อมแนะนำ นายเธียรธรรม์ เฉลิมทรัพยากร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ แผนกกลยุทธ์องค์กรและบริหารการลงทุน ที่จะเข้ามาร่วมเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กลุ่ม Tidlor Holdings โดยจะนำความรู้และประสบการณ์มากกว่า 25 ปี มาสนับสนุนการบริหารงานด้านกลยุทธ์ การลงทุน การพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรอีกด้วย Tidlor Holdings ผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรม และโปร่งใส (The Leading Financial Inclusion Service Provider) เพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการเงินให้แก่คนไทยอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tidlorinvestor.com   

29 Sep 2026

...

SME D Bank  สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้คนอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ! จัดมหกรรม “FRANCHISE Day : เลือกแฟรนไชส์ที่ใช่ มีเงินทุนเตรียมให้พร้อม” วันที่ 24-25 ก.ย. 69 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank ระดมแฟรนไชส์คุณภาพชั้นนำมากกว่า 20 แบรนด์ ให้เลือกลงทุน ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษเฉพาะในงาน พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ยื่นกู้ได้ทันที เพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนาน 10 ปี กู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกลงทุนและเริ่มต้นธุรกิจที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งผู้ประกอบการ และประชาชน  เนื่องจากมีแม่แบบของกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากเจ้าของแบรนด์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” (Franchisor) ให้ดำเนินตามได้ทันที ช่วยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์ยังมีบทบาทสำคัญ ช่วยขยายการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง SME D Bank เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านกระตุ้นเศรษฐกิจ  เตรียมจัดมหกรรม  “SME D Bank FRANCHISE Day : เลือกแฟรนไชส์ที่ใช่ มีเงินทุนเตรียมให้พร้อม” ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน 2569 เวลา 08.30- 15.30 น. ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank (ติด BTS สถานีอารีย์ ทางออกที่ 2)  ระดมธุรกิจแฟรนไชส์คุณภาพชื่อดังมากกว่า 20 แบรนด์  ทั้งประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และบริการ มาให้ผู้สนใจได้เลือกเจรจาลงทุนธุรกิจ   พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะภายในงาน เช่น  กาแฟอินทนิล, ชาตันหยง , Tops  , ก๋วยเตี๋ยวราเมง, ร่ำรวยเย็นตาโฟ, เจ๊หุยสุกี้โบราณ, ข้าวมันไก่ห่าวซือ, ไอศกรีมปังปิ้ง เจปัง, DOU - โต้ว นํ้าเต้าหู้, ขนมบ้านอุ๋ม , Laundrybar , MATH TALENT,  CAT CARWASH และ WASHENJOY เป็นต้น   ที่สำคัญ ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงิน  สำหรับลงทุนแฟรนไชส์ ยื่นกู้ภายในงานได้ทันที ด้วย “สินเชื่อเถ้าแก่แฟรนไชส์” (ภายใต้โครงการ “สินเชื่อปลุกพลัง SME” และ “ สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME”)  รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน  และหากกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน    นอกจากนั้น มีบริการ “Franchise Corner” ให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว  เพื่อแนะนำการวางแผนลงทุนแฟรนไชส์อย่างถูกต้องและเหมาะสม  อีกทั้ง พิเศษในวันที่ 25 กันยายน 2569 พบกับกิจกรรม เสวนาพิเศษ “เปิดสูตรสำเร็จธุรกิจแฟรนไชส์” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และ Special Talk “อนาคตธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า” โดยคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์  กูรูด้านธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่งสำหรับร่วมกิจกรรมเสวนา เพียงสแกน QR Code บนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1357

22 Sep 2026

...

Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) นำทีมโดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) ร่วมต้อนรับผู้บริหารและพนักงานจาก 11 องค์กรชั้นนำในประเทศไทย จำนวน 17 ท่าน ในกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันแนวคิด องค์ความรู้ และประสบการณ์การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” ภายในงานทีมผู้บริหารและทีม Culture Gangster ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการบริหารจัดการองค์กร ทั้งการนำนวัตกรรมทางการเงิน (Financial Technology) และเทคโนโลยีนายหน้าประกันภัย (InsurTech Platform) มาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Education) แก่พนักงาน พร้อมนำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมบรรยากาศการทำงานของแผนกต่าง ๆ เพื่อสัมผัสค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการหลอมรวมพนักงานให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างมีคุณภาพและอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อโอกาสสู่ลูกค้าและสังคม ตามเจตนารมณ์ขององค์กรในการมุ่งสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คนในสังคม TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ Tidlor Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ เว็บไซต์ www.tidlor.com/academy โทร. 02-792-1990 รายชื่อหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัล พีเพิล ดีเวลลอปเม้นท์ เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท บี.บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สคูลดิโอ จำกัด บริษัท โซลูชั่น อะ โลจิค จำกัด บริษัท กวิน บราเธอร์ส จำกัด บริษัท นทลิน จำกัด บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด บริษัท ไลฟ์แอนด์เฮลท์ อินโนเวชั่น จำกัด (Data-Espresso) บริษัท เน็กซ์สกิล จำกัด บริษัท ซันซุโซลูชั่น จำกัด

12 Sep 2026

...

DAKS (แด็กซ์) แบรนด์แฟชั่นลักชัวรีระดับตำนานจากประเทศอังกฤษ ภายใต้การจัดจำหน่าย โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ DAKS Top Spender (แด็กส์ ท็อป สเปนเดอร์) สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อสินค้า DAKS สูงสุดจากห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัลและโรบินสัน พร้อมด้วยตัวแทนจากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งรสนิยม ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและเป็นส่วนตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “British Heritage Meets Local Flavour” ณ ร้าน ERR Urban Rustic Thai (เออ) สุขุมวิท 32 ดินเนอร์แห่งความประทับใจเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การออกเดินทาง เมื่อ DAKS ได้ร่วมกับ TTC Motor ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จัดบริการรถยนต์รับ-ส่งสำหรับแขกคนสำคัญ เพื่อสะท้อนความใส่ใจทุกรายละเอียด ก่อนนำทุกคนเข้าสู่ค่ำคืนแห่งรสนิยมและไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ DAKS     ไฮไลต์ของงานในครั้งนี้ ลูกค้าจะได้ลิ้มรสอาหารคอร์สพิเศษ โดยได้รับเกียรติจาก เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ดีกรีเชฟหญิงที่ดีที่สุดของเอเชีย ปี 2013 (Asia’s Best Female Chef 2013) มารังสรรค์เมนูอาหารผ่าน Exclusive Chef's Table จำนวน 9 อย่าง พร้อมจับคู่เครื่องดื่มอีก 9 รายการ อย่างพิถีพิถัน ซึ่งในแต่ละเมนูได้ผสมผสานแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมแบบอังกฤษเข้ากับวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่นของไทยได้อย่างกลมกลืน     นอกจากนี้ภายในงาน DAKS ยังถือโอกาสเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยการเผยโฉม “The Bauhaus Framework” คอลเลกชันประจำ AUTUMN / WINTER 2026 ความน่าสนใจอยู่ที่ House Check ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 50 ปี มาตีความใหม่ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะและปรัชญาการออกแบบของ Bauhaus ให้มีความโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัยยิ่งขึ้น พร้อมปรับโทนสีใหม่ โดยเน้นเฉดสีน้ำตาลและสีเขียว เติมความโมเดิร์นให้กับ House Check แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็น British Heritage ของ DAKS ไว้อย่างชัดเจน สำหรับงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของแบรนด์ ที่มุ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์และคุณค่า ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลงานในแต่ละฤดูกาล เพราะเราไม่ได้โดดเด่นเพียงงานออกแบบ หากยังนำเสนอโลกของแฟชั่นผ่านแรงบันดาลใจ และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ DAKS เพื่อให้แขกคนสำคัญได้สัมผัสผลงานอย่างใกล้ชิด    

11 Sep 2026

...

ELLE (แอล) แบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม ภายใต้การบริหารและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “ELLE Recycle Nylon Collection” หยิบเอาความร่วมสมัยมาผสานเข้ากับแนวคิด “ELLE Planet Chic” ที่เราเชื่อว่า “ความชิค” สามารถอยู่ร่วมกับ “ความใส่ใจโลก” ได้ เสน่ห์ของคอลเลกชันนี้อยู่ที่การนำเส้นใยไนลอนจากขวดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Nylon from Plastic Bottles) มาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋าแฟชั่นผ่านกระบวนการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และพัฒนาการใช้งาน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้หญิงยุคใหม่ เน้นความคล่องตัว น้ำหนักเบา ทนทาน เหมาะกับการเป็น Everyday Bag ที่สามารถหยิบมาใช้ได้ในหลากหลายโอกาส คงความเป็นดีเอ็นเอของ ELLE ได้อย่างลงตัว ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “ELLE เชื่อว่าแฟชั่นที่ดีไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่สามารถเดินไปพร้อมกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ จึงเป็นที่มาของคอลเลกชัน “ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมใหม่ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กระเป๋าทุกใบในคอลเลกชันนี้เราเลือกใช้วัสดุไนลอน ซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ผ่านการดีไซน์อย่างประณีตเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบต่างๆ มีทั้งทรงTote Bag, Mini Hobo Bag, Backpack และ Bucket Bag น้ำหนักเบา ทนทาน ใช้งานง่าย เพราะเราอยากให้การเลือกกระเป๋าสักใบเป็นมากกว่าเรื่องของแฟชั่น แต่เป็นการเลือกสิ่งที่สวย ใช้ได้จริง และมีความหมายมากขึ้นค่ะ”     ELLE Recycle Nylon Collection จึงสะท้อนอีกมิติของแฟชั่นร่วมสมัยที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวเบื้องหลังของสิ่งที่เราเลือกใช้ ผ่านการผสาน Style, Function และ Sustainability เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มองหาแฟชั่นที่สวย และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจโลก เพราะแฟชั่นที่ดี อาจไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เราเลือกใช้ในแต่ละวัน แต่ยังสะท้อนถึงสิ่งที่เราเลือกให้ความสำคัญด้วย     พบกับ “ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมแฟชั่นที่สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่  พร้อมใส่ใจโลกไปพร้อมกัน ช้อปได้แล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ ELLE ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ ICC Shopping, Lazada และ Shopee  

28 Aug 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาจับจ่ายใช้จ่ายสินค้าดีจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ในงาน “SME D Market” ประจำเดือนสิงหาคม 2569  จัดระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank (ติด BTS สถานีอารีย์ ทางออกที่ 2)  พบการออกบูธสินค้าดี จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มากกว่า 50 ร้านค้า ทั้งของกิน ของใช้ เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกาย เช่น ซาลาเปาโบราณ ร้านขนมจีบ , เค้กไข่ไต้หวัน ร้านกลีบลำดวน , ขนมปั้นขลิบ 12 รส ร้านบ้านขนมแม่สารภี , บิสกิตปลากะพง แบรนด์ MOEI และเครื่องประดับพลอยแท้ ร้านกนกเจมส์ เป็นต้น  โดยสามารถใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” จากร้านที่เข้าร่วมโครงการ  นอกจากนั้น ภายในงาน พบสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันราคาประหยัดจาก “ร้านค้าธงฟ้า”  ช่วยลดค่าครองชีพ  โดยความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์   สำหรับกิจกรรมดังกล่าว  SME D Bank จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่องมาหลายปี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ได้รับโอกาสมาออกบูธจำหน่ายสินค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  พร้อมช่วยประชาชนเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357    

24 Aug 2026

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินขานรับนโยบายรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เห็นชอบโครงการ Solar ภาคประชาชน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ธนาคารจึงจัดโครงการ “สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์ในที่อยู่อาศัยบนหลังคาได้ง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินตามหลักเกณฑ์โครงการ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ให้กู้ครอบคลุมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์ ทั้งติดตั้งใหม่และเพิ่มเติม ได้แก่ แผงโซลาร์ เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter) และแบตเตอรี่ (ถ้ามี) โดยวงเงินกู้รวมกับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลต้องไม่เกินค่าติดตั้งจริง ทั้งนี้ เงินสนับสนุน 50,000 บาท จะโอนเข้าธนาคารเพื่อลดยอดหนี้ เช่น ค่าติดตั้ง 140,000 บาท เมื่อหักเงินสนับสนุนแล้ว เหลือเงินต้นที่ต้องผ่อน 90,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินจะนำมาชำระหนี้ก่อนตามเงื่อนไขโครงการ โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสิทธิ์จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อนเลือกผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟน. หรือ กฟภ. และนำหลักฐานการได้รับสิทธิ์ ใบเสนอราคา ประวัติชำระค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่แน่นอน และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 สำหรับบ้านอยู่อาศัย เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารจะจ่ายเงินแก่ผู้ติดตั้งโดยตรงตามงวดงาน อย่างไรก็ตาม ธนาคารแนะนำให้ประชาชน ประเมินความคุ้มค่าจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงเทียบกับค่าติดตั้งและภาระผ่อนชำระก่อนตัดสินใจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้จากการติดตั้งโซลาร์ หรือสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ได้รับสิทธิ์จากภาครัฐสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 โดยธนาคารพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ สอบถามเพิ่มเติมที่ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115  

31 Oct 2026


...

ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี วงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 140,000 บาท เป็นงบสนับสนุนการติดตั้งจากรัฐบาล จำนวน 50,000 บาท มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทในการดูแลและสนับสนุนภาคเกษตรไทย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล เข้าร่วมโครงการ “โซลาร์ ภาคประชาชน” โดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และจัดทำสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท และรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสงค์ขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ได้แก่ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และผ่านการตรวจสอบรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อ 1 มิเตอร์ มีมิเตอร์ไฟฟ้าและสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้ ณ วันที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่เป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท เกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความเห็นชอบ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02 555 0555  

29 Oct 2026

...

กบข. ชี้หลายประเทศเจอโจทย์ใหญ่ คนแก่เพิ่มขึ้น และมีอายุยืนขึ้น ควรกระตุ้นประชาชนออมให้เร็ว วางแผนการเงินวัยเกษียณ ด้านแผนงาน กบข. ปรับเกมให้รู้จักสมาชิกมากขึ้น ผลักดันให้เงินออมทำงานต่อหลังเกษียณ สู่เป้าหมายเป็น Lifetime Partner ตลอดช่วงชีวิตของสมาชิก   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Demographics & Development: Aging Well in a Changing World” จัดโดยรัฐบาลญี่ปุ่น เวทีคู่ขนานการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยระบุว่าไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนประมาณ 20% ของประเทศ ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณและภาระทางการคลังในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มสมาชิก กบข. กว่า 2 แสนรายกำลังเข้าสู่วัยเกษียณในอีก 10 ปีข้างหน้า   โดยการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ควรปรับมุมมองสร้างคุณภาพชีวิตในสังคมอายุยืน (Longevity Society) ประชาชนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้ยาวนานขึ้น ซึ่งหลายประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบการออมระยะยาวตั้งแต่วัยแรงงาน ภายใต้หลักการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และลงทุนอย่างเหมาะสม เพราะเวลาเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต   ส่วน กบข. มุ่งยกระดับการดูแลสมาชิกผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากหลายแหล่ง (Financial Data Ecosystem) ร่วมกับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและออกแบบแผนการออมและการลงทุนเฉพาะบุคคล (Segmentation & Persona) ให้สอดคล้องกับพฤติกรรม เป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงของสมาชิกแต่ละราย ควบคู่กับการผลักดันการแก้ไขกฎหมาย กบข. ให้อดีตสมาชิกสามารถนำเงินกลับมาให้ กบข. บริหารต่อได้ เป็นแนวทางเปลี่ยนเงินออมเพื่อการเกษียณให้เป็นรายได้ที่ยั่งยืนตลอดช่วงชีวิต “บทบาทของ กบข. ไม่ควรสิ้นสุดลงในวันที่สมาชิกเกษียณอายุราชการ แต่จะเป็น Lifetime Partner ตลอดช่วงชีวิตของสมาชิก ช่วยให้เงินออมยังคงทำงานและสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง สร้างรายได้ที่มั่นคงเพียงพอรองรับการใช้ชีวิตของการมีอายุที่ยืนขึ้น” ดร.ศรพล กล่าว  

21 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026

...

SME D Bank ออกมาตรการด่วน ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถแจ้งความประสงค์พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ ให้กลับมาเดินหน้ากิจการได้โดยเร็ว     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมฉับพลัน กระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม  SME D Bank มีความห่วงใยลูกค้าและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างยิ่ง จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในเร็ววัน ได้แก่  มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด  เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย  สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท)  อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารเพื่อเร่งรัดช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน   นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท  2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนครั้งนี้เป็นทางเลือกโดยสมัครใจ ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการ แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ ,  LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์  www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เดินหน้าเร่งช่วยเหลือผ่านมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด และเตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าอยู่เคียงข้างเกษตรกรในการช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) 2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ขอส่งความห่วงใยไปยังประชาชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบและอย่ากังวลใจในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

01 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้านการเงินจากเวที Global Brand Awards 2026 ได้แก่ Best Financial Inclusion Bank 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน Bank of Social Impact Excellence 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการสร้างผลลัพธ์เชิงสังคม และ Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน จาก Global Brands Magazine นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจาก สหราชอาณาจักร ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รางวัล Best Financial Inclusion Bank 2026 มาจากผลงานด้านการขยายโอกาสให้ประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนในระบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนกว่า 1.4 ล้านราย สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ผู้กู้รายใหม่ซึ่งยังไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบกว่า 200,000 ราย เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบในระยะยาว   ส่วน รางวัล Bank of Social Impact Excellence 2026 ยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ Dual Missions ซึ่งมุ่งดำเนินภารกิจเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าทุกธุรกรรมกับธนาคารมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้แก่สังคม ขณะที่ รางวัล Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 สะท้อนถึงบทบาทการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านโครงการธนาคารโรงเรียนที่ดำเนินงาน มากว่า 28 ปี และพัฒนาสู่โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ปลูกฝังวินัยการออมให้แก่เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต รวมถึงแพลตฟอร์ม “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชัน “Coach Aom by GSB” ที่พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน พร้อมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออมและวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมายให้แก่ประชาชนในทุกช่วงชีวิต

16 Sep 2026

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” ด้วยภาพยนตร์โฆษณาชิ้นใหม่ ที่ชวนให้มองว่า เวลาที่ไม่ต้องหมดไปกับการรอ สามารถกลับมาเป็นเวลาสำหรับสิ่งที่เราอยากทำและให้ความสำคัญในชีวิตได้มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้ปรับมุมมองจากเรื่อง “การรอ” ไปสู่ “การใช้ชีวิต” เพื่อสะท้อนว่า เวลาที่ทุกคนมีในแต่ละวันสามารถนำไปใช้กับประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และเรื่องที่สำคัญในชีวิตประจำวันได้ ต่อยอดจากการสื่อสารในช่วงก่อนหน้าที่ชวนให้ผู้คนกลับมามองคุณค่าของเวลา ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นล่าสุดนำแนวคิดดังกล่าวมาตีความต่อ โดยไม่ได้มุ่งเน้นว่าเราต้องใช้เวลาไปกับการรอนานแค่ไหน แต่เลือกเล่าถึงสิ่งที่เราสามารถทำได้จากเวลาที่มี เพราะชีวิตมีอะไรให้ทำมากกว่าการรอ ภาพยนตร์โฆษณาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละครที่พร้อมใช้ทุกโอกาสในแต่ละวันไปกับกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย ผ่านการเล่าเรื่องที่รวดเร็วและสนุก เมื่อไม่ต้องเสียเวลาไปกับการรอ เราก็มีเวลาไปทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้มากขึ้น สำหรับบางคน เวลานั้นอาจหมายถึงการออกไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป ขณะที่สำหรับอีกคน อาจเป็นการใช้เวลากับคนที่รัก ทำสิ่งที่สนใจ จัดการเรื่องสำคัญในแต่ละวัน หรือเพียงแค่มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ภาพยนตร์โฆษณาจึงชวนให้ผู้ชมลองมองเวลาจากสิ่งที่เราสามารถทำได้ และกลับมาคิดว่า แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถมีความหมายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกใช้เวลากับอะไร แทนที่จะพูดถึง “การรอ” เพียงอย่างเดียว ภาพยนตร์โฆษณาจึงพาไปมองต่อว่า โอกาสที่เกิดขึ้นเมื่อเรามีเวลาให้กับสิ่งอื่นมากขึ้น พร้อมตอกย้ำแนวคิดว่า เมื่อชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกมาก ทุกนาทีจึงมีค่า   Nissan e-POWER คืนเวลาให้ชีวิตไปต่อ แคมเปญยังคงเดินหน้าภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” โดยเชื่อมโยงคุณค่าของเวลาเข้ากับประโยชน์ของ Nissan e-POWER ในชีวิตประจำวัน ที่มอบประสบการณ์การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางและจัดสรรเวลาในแต่ละวันได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งยังหมายถึงการมีอิสระมากขึ้นในการนำเวลานั้นไปใช้กับสิ่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลากับครอบครัว ทำสิ่งที่สนใจ จัดการเรื่องสำคัญ หรือออกไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” จึงไม่ได้พูดถึงเพียงเวลาที่เสียไปกับการรอ แต่ยังสะท้อนแนวคิดของนิสสันว่า เทคโนโลยีควรช่วยลดข้อจำกัดในการเดินทาง และทำให้ผู้คนมีเวลาไปกับสิ่งที่ต้องการได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นล่าสุดนำมาถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของตัวละครที่มีกิจกรรมหลากหลายในแต่ละวัน นิสสันยังคงชวนให้ผู้คนกลับมามองคุณค่าของเวลาในอีกมุม พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว สำหรับการสื่อสารในเฟสนี้ ภาพยนตร์โฆษณาจะถูกเผยแพร่ผ่านทั้งสื่อโทรทัศน์ ช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียของนิสสัน ตลอดจนแพลตฟอร์มเสียงดิจิทัลอย่าง JOOX และ Spotify เพื่อขยายการเข้าถึงและสร้างการจดจำสารของแคมเปญในกลุ่มเป้าหมาย พร้อมตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ทุกนาทีมีค่า เวลาที่มีควรถูกใช้ไปกับสิ่งที่เราอยากทำมากกว่าการรอ และสะท้อนแนวคิดของ Nissan e-POWER ที่พร้อมให้ “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ”

22 Sep 2026


...

  บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM นำทรัพย์สินรอการขาย (NPA) บนทำเลทองทั่วประเทศ ออกประมูลให้กับผู้สนใจที่มีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและนักลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ รวม 94 รายการ มูลค่ารวมกว่า 380 ล้านบาท ทั้งที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว    บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และห้องชุดพักอาศัย รวมถึงทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน เช่น โรงงาน/โกดัง ห้องชุดพาณิชยกรรม อพาร์ตเมนต์ และสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ SAM ยังร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บนเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น รวมถึงการจัดแคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” ที่มอบค่าตอบแทนสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ สำหรับผู้แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM ทั้งการประมูลและการซื้อตรง ภายใต้เงื่อนไขที่ SAM กำหนดอีกด้วย   ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 17.1 93 335 วันนี้ -  15 ก.ย. 69 22 ก.ย. 69 17.2 1 45 วันนี้ - 30 ก.ย. 69 7 ต.ค. 69 รวม 94 380       ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) CL0010 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 53.17 ตร.ม. โครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชดา 36  สูง 7 ชั้น ถ.รัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ห้างเมเจอร์รัชโยธิน และแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.72 ลบ.หรือ 32,462 บาทต่อตร.ม. 2) 3A0751 บ้านแฝด เนื้อที่ 36.8 ตร.ม. โครงการ พฤกษาวิลเลจ 27 ถ.ฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ใกล้วัดทิพพาวาส นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง วัดสุทธาโภชน์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.43 ลบ. 3) 8Z5734 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 79.9 ตร.ว. โครงการ บ้านราชธานี ถ.เลียบคลองหลวงฝั่งตะวันตก ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ใกล้สนามกอล์ฟอัลไพน์ วัดหัตถสารเกษตร และโรงเรียน   หัตถสารเกษตรวิทยาคาร ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.60 ลบ.               4) 3A0533 อพาร์ทเมนท์ 3 ชั้น 40 ห้องพัก เนื้อที่ 238.4 ตร.ว. ถ.รพช.โกรกกราก-วัดกำพร้า (4017) ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ใกล้โรงเรียนวัดสามัคคีศรัทธาราม วัดโกรกกราก และโรงเรียนเทศบาลวัดโกรกกราก ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.27 ลบ. 5) SL0127 อาคารพาณิชย์ 2 ชั้นพร้อมชั้นลอย 2 คูหาติดกัน ผนังภายในเปิดถึงกัน เนื้อที่ 30.2 ตร.ว. โครงการ พิมานชล 2 ถ.รอบบึงแก่นนคร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ใกล้ศาลเจ้าแม่สองนาง วัดศรีธาตุ วัดหนองแวง อารามหลวง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  6.90 ลบ.          6) 4T0284 อาคารพาณิชย์ 2.5 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 55.2 ตร.ว. โครงการ ตลาดวิชิตสิน ทำเลดี ติดถนน 2 ด้าน ถ.อรุณประเสริฐ (ทล.202) ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ใกล้โรงพยาบาลอำนาจเจริญ สวนสาธารณะมิ่งมงคล และที่ว่าการอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 9.12 ลบ. 7) SL0240 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เนื้อที่ 16.8 ตร.ม.  โครงการ เดอะบีช เซ็นเตอร์ กะตะ ภูเก็ต ถ.เหมือนใจอุทิศ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ใกล้สำนักงานเทศบาลตำบลกะรน  กะตะ ไนท์มาเก็ตและตลาดสดแม่สมจิตต์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 7.75 ลบ.                8) 3A1200 โรงงาน/โกดัง 2 ชั้น เนื้อที่ 5 ไร่ 77 ตร.ว.  ถ.เลี่ยงเมืองเชียงใหม่รอบนอก (ทล.121) ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ วัดไชยมงคล(วัดป่ากล้วย) วัดป่างิ้ว ตลาดนัดบ้านป่างิ้ว ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 45.22 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  กด 2 และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

19 Sep 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Connect” (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการบนทำเลศักยภาพสูงใจกลางย่านรัชดาภิเษก - พระราม 9 ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็น New CBD ของกรุงเทพมหานคร พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารสำนักงานยุคใหม่ด้วยแนวคิด “Home-Inspired Workplace” ผสานพื้นที่ทำงาน คุณภาพชีวิต เทคโนโลยี และความยั่งยืนไว้ในระบบนิเวศเดียวกันอย่างสมบูรณ์ การเปิดตัว “AIA Connect" ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวาระครบรอบ 88 ปีของเอไอเอ ประเทศไทย และสะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาวของ เอไอเอ ที่มุ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชีย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   ปักหมุดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม เชื่อมต่อคน เมือง และธุรกิจ “AIA Connect" อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่สะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย ที่เชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ที่ได้รับการจับตามองถึงการก้าวขึ้นเป็น New CBD ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ โดยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และองค์กรชั้นนำระดับโลก   นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA Connect ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Where Possibilities Connect” ที่เชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้ ผ่านการเชื่อมต่อ 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเชื่อมต่อเมือง และการเชื่อมต่อธุรกิจ “การเปิดตัว AIA Connect ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 88 ปีของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการเดินหน้าสร้างสรรค์สังคมไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการลงทุนครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เพราะนับเป็นอาคารสำนักงานแห่งที่ 4 แล้วภายใต้การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย โดย AIA Connect ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าอาคารสำนักงาน แต่เป็นระบบนิเวศแห่งศักยภาพที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางธุรกิจ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน”   เอไอเอ มองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว ดร. มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า การลงทุนใน AIA Connect สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งของเอไอเอ ต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวแม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน “ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่สามารถสร้างมูลค่าและผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในมิติประสบการณ์การใช้งาน ความยั่งยืน และสุขภาวะ” ดร. มาร์ค ระบุว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณพื้นที่ สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และสุขภาวะของผู้ใช้งาน ส่งผลให้อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับโลกยังคงได้รับความต้องการจากองค์กรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง “อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องสร้างคุณค่าได้มากกว่าพื้นที่ทำงาน ต้องช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน” ดร. มาร์ค กล่าว   A Home-Inspired Workplace นิยามใหม่ของอาคารสำนักงานยุค Hybrid Work AIA Connect ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน “Home-Inspired Workplace” ผสานทั้งความยืดหยุ่น สุขภาวะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่และวิถีการทำงานแบบ Hybrid Work ให้เป็นมากกว่าแค่ “สถานที่ทำงาน" และเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว   นายอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ออฟฟิศสำนักงานในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมกัน “ทุกพื้นที่ของ AIA Connect ผ่านการคิดและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workplace Experience หรือประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง ความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะและการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในยุคปัจจุบัน” AIA Connect ส่งเสริมการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน AIA Connect โดดเด่นด้วยพื้นที่สำนักงานแบบ Column-Free ขนาด 1,700–2,100 ตารางเมตรต่อชั้น ที่เปิดโอกาสให้องค์กรออกแบบพื้นที่ได้อย่างอิสระ พร้อม Knock-Out Panels สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้น รองรับการขยายตัวของสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้ง Innovation Hub ในอนาคต ภายในโครงการยังประกอบด้วยพื้นที่รีเทลกว่า 5 ชั้น ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศการทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร   นอกจากนี้ยังมีการผสานพื้นที่สีเขียวและองค์ประกอบด้านสุขภาวะเข้ากับการทำงานอย่างลงตัว ผ่านสวนแบบขั้นบันได ลู่เดินเพื่อสุขภาพ และพื้นที่พักผ่อนพร้อมวิวเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร AIA Connect ยังได้รับการรับรอง Pre-Certified จากทั้ง LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานอาคารระดับโลกที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาวะผู้ใช้อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนความพร้อมในการรองรับความต้องการขององค์กรชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจควบคู่กันไป   รัชดาฯ ในบทบาท "New CBD" แห่งใหม่ที่ดึงดูดองค์กรระดับโลก AIA Connect ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยตัวอาคารและการออกแบบ แต่ยังตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยตรงเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งอนาคตในปี 2571 เมื่อโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีส้มซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เปิดให้บริการ จะยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มศักยภาพให้ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ก้าวสู่ New CBD หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างเต็มรูปแบบ      ปัจจุบัน ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 กลายเป็นจุดหมายสำคัญขององค์กรชั้นนำ นักลงทุนที่กำลังมองหาทำเลศักยภาพสำหรับการเติบโตในระยะยาว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย การเชื่อมต่อที่สะดวก และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร รายล้อมด้วยศูนย์การค้า ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว AIA Connect ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม แต่เป็นหมุดหมายขององค์กรและบริษัทที่กำลังมองหาพื้นที่ทำงานแห่งอนาคต และยังตอกย้ำความเชื่อมั่นของ เอไอเอ ต่อตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว ผู้สนใจเช่าพื้นที่สำนักงานและร้านค้าภายในอาคาร สามารถสอบถามรายละเอียด หรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ โทร. 02-119-1500  

15 Jul 2026

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มทางเลือกในการมีบ้านให้คนไทย จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ต่อปี นานสูงสุด 2 ปี และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ   ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยมือสองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ธอส.จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้า จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส. พร้อมต่อเติมและซ่อมแซม อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% นานสูงสุด 2 ปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR - 3.00% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 1.05% ปีที่ 4 – 5 เท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR - 0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.145% ต่อปี) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด “บ้านมือสองได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากราคา ทำเล ความคุ้มค่า และคุณภาพสอดคล้องกับรายได้ในปัจจุบันของประชาชน โดย ธอส. มีทรัพย์บ้านมือสองให้เลือกมากกว่า 10,000 รายการทั่วประเทศ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อผ่านการจัดงานประมูลแบบ Onsite และ Online รวมถึงงานมหกรรมการขายทรัพย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยและผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรก รวมถึงนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธอส. สามารถจำหน่ายบ้านมือสองได้แล้วกว่า 3,100 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 4,500 ล้านบาท” ดร.มหัทธนะ กล่าว   ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และขอดูทรัพย์จริงหรือรับชมภาพทรัพย์ ได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือwww.ghbhomecenter.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง  

26 Jun 2026

...

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” มอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้ใช้งาน สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูมันนี่ในการใช้ดิจิทัลเพย์เมนท์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ทรูมันนี่ขับเคลื่อนกิจกรรมผ่านแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” เชิญชวนชาวไทยร่วมสนุกกับประสบการณ์การใช้จ่ายระหว่างการเดินทางในประเทศ เพียงสแกนจ่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบพร้อมเพย์บนแอปทรูมันนี่ที่ร้านค้าทั่วประเทศ ก็มีสิทธิ์รับ ทรูมันนี่ คอยน์ เพิ่ม หรือเงินคืน (Cashback) และโอกาสรับรางวัลพิเศษมากมาย เพิ่มความคุ้มค่าในทุกทริป ยิ่งไปกว่านั้น ทรูมันนี่ยังสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเต็มรูปแบบผ่านแอปทรูมันนี่และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการนำเสนอโปรโมชันและกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อขยายการรับรู้และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมันนี่เชื่อว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายใน ประเทศได้มากกว่าแค่การอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงิน ความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านโครงการ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569’ ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายในการใช้แพลตฟอร์มของทรูมันนี่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางมากขึ้น พร้อมกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายระหว่างทริปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในยุคดิจิทัล” อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในปี 2569 ที่มุ่งเน้นแนวคิด “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและรายได้มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิด “Amazing 5 Economy” โดยเฉพาะในมิติของ Platform Economy กับการใช้แพลตฟอร์มทางการเงินเป็นกลไกในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการใช้จ่ายได้อย่างไร้รอยต่อ โดยทรูมันนี่จะเข้ามาเป็นตัวกลางที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณค่าในอนาคต   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ทรูมันนี่ โดยเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล การผนึกกำลังร่วมกับทรูมันนี่ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการใช้จ่ายที่สะดวกและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวไทย พร้อมช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2569 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://tmn.app.link/PPWHEELPARTNER

21 Mar 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ประกาศจัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) รับต้นปี 2569 คัดทรัพย์ศักยภาพดี หลากหลายทำเลทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน รวม 25 รายการ มูลค่ารวมกว่า 96 ล้านบาท พร้อมจับมือ 6 พันธมิตรธนาคารชั้นนำมอบข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษ ทั้งนี้ ใน 2569 นี้ SAM ยังคงมุ่งเน้นการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้ได้คัดเลือกทรัพย์มือสองที่มีศักยภาพสูง ตั้งอยู่บนทำเลเด่นทั่วประเทศ มานำเสนอให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจ สำหรับทรัพย์ที่นำออกประมูลในรอบนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงโรงงานและโกดังสินค้า รวมทั้งสิ้น 25 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มทรัพย์ราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาท จำนวน 24 รายการ และทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท อีก 1 รายการ นอกจากตัวทรัพย์ที่มีความโดดเด่นแล้ว SAM ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด ได้แก่ โปรโมชัน “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” มอบค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM โดยให้ค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเงินทุน SAM ได้รับความร่วมมือจาก 6 ธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจด้วยเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 3.1 24 70 วันนี้ -16 ก.พ. 69 23 ก.พ. 69 3.2 1 26 วันนี้ - 2 มี.ค. 69 9 มี.ค. 69 รวม 25 96     ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) HL0688 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 72.3 ตร.ว. โครงการ สราญสิริ รามอินทรา 2  ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์  ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.39 ลบ.                 2) CL0117 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ชั้น 25 อาคาร A โครงการ แบงค์ คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ ถ.รัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารครบครัน ลิฟท์โดยสาร สระว่ายน้ำ รปภ. 24 ชม. กล้องวงจรปิด และบัตรเข้า-ออก  การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ ตลาดพลู ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.17 ลบ. 3) HL0457 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50.6 ตร.ว.  โครงการ โกลเด้นวิลเลจ อ่อนนุช-พัฒนาการ ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) HL0221 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 385 ตร.ว.  ถ.สายแม่จัน-เชียงแสน (ทล.1016) ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายในประกอบไปด้วยบ้านไม้ชั้นเดียว บ้านพักตึกชั้นเดียว และโรงจอดรถ ใกล้วัดปางหมอปวง โรงเรียนบ้านปางหมอปวง วัดดอยจำปี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.67 ลบ.  5) SL0027 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาเจาะทะลุถึงกันทุกชั้น เนื้อที่ 42 ตร.ว.ถ.นครไทย-ชาติตระการ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลชาติตระการ เทศบาลตาบลป่าแดง และที่ว่าการอำเภอชาติตระการ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.63 ลบ.  6) 3A0691 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 16 ไร่ 364 ตร.ว. ถ.บ้านแก่งโตน-บ้านสงเปลือย (พช.2013) ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  ทรัพย์ตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน ภายในประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยตึก 2 ชั้น 2 หลัง บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว โรงซ่อมบำรุง อาคารตึกชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม บ้านพักอาศัยครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว โรงจอดรถ โกดังเก็บของ อาคารเลี้ยงโคกระบือ และสำนักงานชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม ใกล้วัดแก่งโตน โรงเรียนบ้านแก่งโตน โรงเรียนบ้านน้ำสร้าง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  9.8 ลบ.  7) SL0180 อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 148.9 ตร.ว. ติด ถ.สุขุมวิท (ทล.3) ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ใกล้ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ห้างแหลมทอง ระยองและห้างโฮมโปร ระยอง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  26.5 ลบ.  ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

22 Feb 2026

...

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569     ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid  ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่  City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback) Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car) HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)   ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569 ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่ ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย   ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026 ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์:  www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand

21 Feb 2026

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินขานรับนโยบายรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เห็นชอบโครงการ Solar ภาคประชาชน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ธนาคารจึงจัดโครงการ “สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์ในที่อยู่อาศัยบนหลังคาได้ง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินตามหลักเกณฑ์โครงการ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ให้กู้ครอบคลุมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์ ทั้งติดตั้งใหม่และเพิ่มเติม ได้แก่ แผงโซลาร์ เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter) และแบตเตอรี่ (ถ้ามี) โดยวงเงินกู้รวมกับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลต้องไม่เกินค่าติดตั้งจริง ทั้งนี้ เงินสนับสนุน 50,000 บาท จะโอนเข้าธนาคารเพื่อลดยอดหนี้ เช่น ค่าติดตั้ง 140,000 บาท เมื่อหักเงินสนับสนุนแล้ว เหลือเงินต้นที่ต้องผ่อน 90,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินจะนำมาชำระหนี้ก่อนตามเงื่อนไขโครงการ โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสิทธิ์จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อนเลือกผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟน. หรือ กฟภ. และนำหลักฐานการได้รับสิทธิ์ ใบเสนอราคา ประวัติชำระค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่แน่นอน และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 สำหรับบ้านอยู่อาศัย เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารจะจ่ายเงินแก่ผู้ติดตั้งโดยตรงตามงวดงาน อย่างไรก็ตาม ธนาคารแนะนำให้ประชาชน ประเมินความคุ้มค่าจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงเทียบกับค่าติดตั้งและภาระผ่อนชำระก่อนตัดสินใจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้จากการติดตั้งโซลาร์ หรือสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ได้รับสิทธิ์จากภาครัฐสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 โดยธนาคารพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ สอบถามเพิ่มเติมที่ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115  

31 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี วงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 140,000 บาท เป็นงบสนับสนุนการติดตั้งจากรัฐบาล จำนวน 50,000 บาท มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทในการดูแลและสนับสนุนภาคเกษตรไทย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล เข้าร่วมโครงการ “โซลาร์ ภาคประชาชน” โดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และจัดทำสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท และรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสงค์ขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ได้แก่ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และผ่านการตรวจสอบรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อ 1 มิเตอร์ มีมิเตอร์ไฟฟ้าและสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้ ณ วันที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่เป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท เกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความเห็นชอบ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02 555 0555  

29 Oct 2026

...

กบข. เตรียมจัดงาน GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ วันที่ 5 พ.ย. นี้ รวมความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และสุขภาพไว้ในงานเดียว พร้อมวิทยากรชื่อดังมาร่วมแบ่งปันแนวคิดสร้างความมั่นคงเพื่ออนาคต เปิดให้สมาชิกเข้าร่วมฟรี   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. มุ่งส่งเสริมให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการออมและการลงทุน จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมแห่งปี GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยสมาชิกจะได้ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้บริหาร กบข. การเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่ออนาคต พร้อมอัปเดตมุมมองการลงทุนและสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่ง กบข. ยังคงยึดแนวทางการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรรับเชิญชื่อดัง คุณพอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ ที่มาแบ่งปันแนวคิดการวางแผนการเงินตั้งแต่วัยทำงานสู่ชีวิตหลังเกษียณ ในหัวข้อ จากเดือนชนเดือน สู่เกษียณหลักล้าน และหมอจิมมี่ นายแพทย์สุทธิพจน์ ภัทรมงคลกาล ในหัวข้อ Health is the New Wealth ที่จะช่วยให้สมาชิกดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย     นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว ภายในงานยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการเงินและการวางแผนเกษียณรายบุคคล กิจกรรมสนุกๆ จากพันธมิตรสวัสดิการ กบข. รวมถึงบริการตรวจสุขภาพการเงินและสุขภาพกายจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อให้สมาชิกสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับใช้ในการวางแผนชีวิต มุ่งสู่การมีชีวิตที่มั่นคง สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมงาน จะได้รับ GPF Point จำนวน 20 Point พร้อมรับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 100 บาท และของที่ระลึกสุดพิเศษจาก กบข. ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนฟรีได้ที่แอป กบข. My GPF Application เมนูลงทะเบียนอบรม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร 1179      

29 Oct 2026

...

โค้งสุดท้ายของการวางแผนทางการเงินใกล้เข้ามาทุกที... จะดีกว่าไหมถ้าประกันลดหย่อนภาษีปี 2569 ของคุณ ไม่ใช่แค่การจ่ายเบี้ยทิ้งไว้ แต่เป็นการ "วางแผนภาษีและมีเงินคืนกลับมาใว้ใช้ทุกปี"   คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้แก่ชีวิต คือ การรู้จักกระจายความเสี่ยงและเลือกวางแผนการเงินที่มีความยืดหยุ่น สร้างกระแสเงินสดกลับคืนมาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คนในวัยทำงานสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตได้อย่างมั่นใจ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงชวนคุณมาเปลี่ยนเรื่องภาษีให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างความมั่นคง กับ “โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4” แบบประกันสะสมทรัพย์ออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นด้วยการจ่ายเบี้ยสั้นๆ เพียง 4 ปี แต่คุ้มครองยาวนานถึง 10 ปี ให้คุณวางแผนอนาคตได้อย่างสบายใจ สมัครง่ายด้วยตัวเองทุกขั้นตอน พร้อมรับผลประโยชน์สุดคุ้มที่ตอบโจทย์ชีวิตได้อย่างลงตัว ดังนี้ จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 4 ปี รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่อง 10 ปี ไม่ต้องจ่ายเบี้ยยาวนาน รับเงินคืนสูง 20% ทุกปี ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1–9 มีเงินคืนไว้ใช้ดูแลครอบครัว เติมเต็มความสุขในแต่ละปี หรือเก็บไว้ช่วยจ่ายเบี้ยปีต่อ รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 269% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา 449% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย  ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ช่วยให้วางแผนภาษีควบคู่กับการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตได้อย่างเหมาะสม ซื้อประกันออมทรัพย์ออนไลน์ง่าย วางแผนได้ด้วยตัวเอง OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสามารถศึกษารายละเอียด คำนวณเบี้ยประกัน และสมัคร โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ด้วยตัวเอง พร้อมจุดเด่นไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่กำลังมองหาประกันลดหย่อนภาษีปี 2569 หรือคนวัยทำงานที่อยากสร้างวินัยการออมพร้อมมีเงินคืนไว้ใช้ทุกปี โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนการเงิน เพื่อดูแลตัวเองและคนที่รัก ปีนี้ ไม่ต้องรอให้ถึงโค้งสุดท้าย! เริ่มวางแผนลดหย่อนภาษี พร้อมรับเงินคืนสูงทุกปี กับ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 สนใจดูรายละเอียด คำนวณเบี้ย และซื้อประกันออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ไทยสมุทรประกันชีวิต หรือโทร. 1503 หรือคลิก >> https://life.ocean.co.th/ejq  หมายเหตุ: • % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย • การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด • ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ • เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด • โปรดทำความเข้าใจเงื่อนไข ความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง ./

27 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner