Responsive image

Tuesday, 21 May 2024

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

สมาคมประกันวินาศภัยไทย แถลงผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ ในรอบ 1 ปี ในการขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัย พร้อมมุ่งมั่นผลักดันพันธกิจหลักทั้ง 4 ด้าน ให้เกิดผลสําเร็จ ย้ำเดินหน้าทำแผน Quick Win สร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจประกันวินาศภัยไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2566 เป็นต้นมา คณะกรรมการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย ประจำปี 2566-2568 ได้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์สมาคมฯ ที่กำหนด โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ยึดนโยบายในการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารความเสี่ยงมืออาชีพให้กับภาครัฐและภาคเอกชน เน้นความเป็นมืออาชีพ สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจโปร่งใส ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคมในมิติต่าง ๆ โดยการดำเนินงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เราสามารถขับเคลื่อนสมาคมฯ และธุรกิจประกันวินาศภัยสู่การเปลี่ยนแปลง ก้าวหน้า และสร้างคุณค่าตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รวมถึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ดําเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้เกิดผลสําเร็จตามพันธกิจทั้ง 4 ด้าน เพื่อทําหน้าที่ขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัยไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนี้ พันธกิจที่ 1 ส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยมีภาพลักษณ์ที่ดีเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจด้านการประกันวินาศภัยและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเป็นที่ยอมรับให้ประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องมากขึ้น ตลอดจนขับเคลื่อน ESG (Environment, Social and Governance) ในธุรกิจประกันวินาศภัย ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้ให้เห็นความจำเป็นของการประกันภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความเข้าใจด้านการประกันวินาศภัยและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเป็นที่ยอมรับให้ประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องมากขึ้น ประกอบด้วย การแถลงข่าวประจำปีของสมาคมฯ และประเด็นสำคัญ ๆ ของธุรกิจประกันวินาศภัย การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนทางออนไลน์ ในรูปแบบสื่อ infographic ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวนมาก การขับเคลื่อน ESG (Environment Social and Governance) ในธุรกิจประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้จัดทำแนวทางการประยุกต์ใช้ ESG ในมิติต่าง ๆ ให้เข้ากับกิจกรรมในธุรกิจประกันวินาศภัย และกำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อให้ ESG เข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร รวมถึงศึกษาข้อมูล และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับ Carbon Credit เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจประกันภัย โดยการสร้างความเข้าใจผลกระทบของการซื้อขายปริมาณก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนเครดิต) ที่มีต่อภาคขนส่งและโลจิสติกส์ พร้อมติดตามผลการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และขยายผลการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำใต้ดินในพื้นที่แห้งแล้งที่อยู่นอกเขตชลประทาน แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตร เปลี่ยนพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่แห้งแล้งเป็นทุ่งกุลายิ้มได้ที่มีน้ำใช้ในการเกษตรอย่างเพียงพอและยั่งยืน พันธกิจที่ 2 ยกระดับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารความเสี่ยงมืออาชีพให้กับภาครัฐ และเอกชน สมาคมประกันวินาศภัยไทย สนับสนุนให้เกิดศูนย์กลางข้อมูลและการใช้ข้อมูลด้านการประกันวินาศภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประชาชน สนับสนุนแนวคิดและผลักดันให้เกิดการกำกับดูแลกันเองของภาคธุรกิจและการมุ่งสู่การเปิดเสรีในบางมิติ และการผลักดันให้ภาครัฐมีมาตรการต่าง ๆ ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการทำประกันวินาศภัยในทุกระดับและทุกมิติเพื่อช่วยในการบริหารความเสี่ยงและแบ่งเบาภาระของรัฐบาลได้แก่ 1. โครงการประกันภัยพืชผล ปีการผลิต 2567/68 โดย สมาคมฯ ได้จัดทํากรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี (ขั้นตอนอยู่ระหว่างการดำเนินการ) ปีการผลิต 2567 และยื่นขอรับความเห็นแบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัย ไปยังนายทะเบียน สํานักงาน คปภ. ซึ่งได้นําเสนอรูปแบบการประกันภัยที่ได้ประโยชน์สูงสุดและเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม รวมถึงเพื่อเป็นการสนองนโยบายของภาครัฐ ในการส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการทําประกันภัยพืชผล 2. โครงการประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย จากนโยบายการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ Thailand Traveller Fee (TTF) หรือที่เรียกว่า ค่าเหยียบแผ่นดิน โดยสมาคมฯ ได้นําเสนอความคุ้มครองประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติฯ ไม่น้อยกว่ากองทุนเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้มีการยกเลิกไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะสรุปและนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนกรกฎาคม 2567 นี้ โครงการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบการจัดทำประกันภัยรถภาคบังคับ ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก โดยคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ ซึ่งได้ติดตามการนำส่งข้อมูลจากบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อนำส่งข้อมูลเข้าระบบการรายงานข้อมูลการรับประกันภัยรถภาคบังคับ CMIS แบบเรียลไทม์อย่างใกล้ชิดเพื่อรองรับการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการรับประกันภัย พ.ร.บ. โดยกรมการขนส่งทางบกได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบภัยจากรถและข้อมูลการทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้วยการใช้ระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระบบประกันภัยพืชผล ระหว่าง กรมส่งเสริมการเกษตร สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยการนำเทคโนโลยีดาวเทียม ระบบการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และระบบ AI & Machine Learning มาใช้ในการประกันภัยพืชผล โดยการวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจสอบความเสียหายเพื่อดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในโครงการประกันภัยพืชผล ซึ่งได้เริ่มนำร่องในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น นครราชสีมา นครสวรรค์ นครศรีธรรมราช ร้อยเอ็ด สุโขทัย และได้มีการขยายพื้นที่การทดสอบเพิ่มเป็น 16 จังหวัด โครงการ Utilization of Insurance Bureau System Data เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System: IBS) ในการพัฒนาระบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยและการให้บริการลูกค้า รวมถึงประชาชนในหลากหลายมิติ โดยผลักดันให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล IBS เพื่อนําข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ภาพรวมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจประกันวินาศภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่ง สมาคมฯ และ สํานักงาน คปภ. ได้ร่วมกันจัดงาน Kickoff การใช้ข้อมูลจากระบบ Non-Life IBS และพร้อมส่งมอบรายงานให้กลับบริษัทสมาชิก พันธกิจที่ 3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรในธุรกิจประกันภัยให้เป็นมืออาชีพที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในธุรกิจประกันภัยให้เป็นมืออาชีพที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ส่งเสริมให้บุคลากรให้เข้าสู่ระบบธุรกิจประกันวินาศภัย และพัฒนาบุคลากรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และการปรับเปลี่ยนให้สมาคมฯ เป็นองค์กรที่ทันสมัย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การพัฒนาบุคลากรในธุรกิจประกันภัย ผ่านโครงการ Insurance Professionalism & Self-Empowering Project (IPSP) การอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารธุรกิจประกันวินาศภัย รุ่นที่ 27 (IMDP 27) การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย ด้านกฎหมาย และมาตรฐานทางด้านบัญชี ผ่านการอบรมและสัมมนาต่าง ๆ การเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และแนวทางการวางระบบกำกับดูแลข้อมูลสำหรับธุรกิจประกันภัย การอบรม E-Learning หลักสูตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของสถาบันการเงิน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรของสมาคมฯ ในการทํางานเชิงรุก ทั้ง Soft Skill & Hard Skill เพื่อนําองค์กรไปสู่ “Modern & Smart Organization” พันธกิจที่ 4 เสริมสร้างระบบนิเวศประกันภัยที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย สนับสนุนให้เกิดศูนย์กลางข้อมูลและการใช้ข้อมูลด้านการประกันวินาศภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประชาชน โดยสนับสนุนแนวคิดและผลักดันให้เกิดการกำกับดูแลกันเองของภาคธุรกิจ พร้อมจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติ (Guideline) ผู้ประกอบการธุรกิจประกันภัยของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และแนวทางปฏิบัติของภาคธุรกิจประกันวินาศภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ครอบคลุมทุกด้าน (PDPA Guideline for Non-life Insurance Industry) เพื่อสร้างความเข้าใจให้บริษัทสมาชิกสามารถปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างสมบูรณ์   นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้เตรียมความพร้อมในการใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 (TFRS17) ผลกระทบทางด้านภาษีอากรจากมาตรฐาน TFRS 17 ของธุรกิจประกันวินาศภัยให้กับบริษัทสมาชิก และผลักดันการพัฒนาระบบการจัดการฉ้อฉลและแก้ไขปัญหาการฉ้อฉลประกันกัยของธุรกิจประกันวินาศภัย จัดทำโครงการพัฒนาระบบแผนที่และแบบจำลองการประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว รวมถึงจัดทำระบบศูนย์กลางตรวจสอบเพื่อป้องกันการฉ้อฉลประกันภัยสุขภาพ พร้อมศึกษาพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ กรมธรรม์ประกันภัยรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (BEV) และจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยชดเชยผลประโยชน์จากอุบัติเหตุหรือการใช้รถยนต์ (Motor Add on) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัย สมาคมฯ ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการบริหารฯ ประจําปี 2566-2568 ได้ร่วมกันขับเคลื่อนแผน Quick Win ตามทิศทางของแผนยุทธศาสตร์สมาคมฯ ซึ่งเห็นผลก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมตามที่กําหนด ทั้งการควบรวมสํานักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย (Insurance Premium Rating Bureau: IPRB) และบริษัท ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท จํากัด (Thai Insurers Datanet Co., Ltd.: TID) เป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัยไทย จํากัด หรือ TIRD การผลักดันให้เกิดการกํากับดูแลกันเองของภาคธุรกิจประกันวินาศภัยและการเปิดเสรีธุรกิจประกันวินาศภัยในบางมิติ การทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันวินาศภัย (Regulatory Guillotine) กับ สํานักงาน คปภ. การควบคุมค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลของการประกันภัยสุขภาพ และศึกษามาตรการเพิ่มเติมในการลดหย่อนภาษี รวมถึงการจัดตั้งคณะแพทย์ที่ปรึกษาให้กับธุรกิจประกันวินาศภัยไทย และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจประกันวินาศภัยในเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ตลอด 1 ปี ในการขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัย สมาคมฯ มุ่งมั่นเดินหน้าสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ โดยมีคณะกรรมการประกันภัยสาขาต่าง ๆ รวม 8 สาขา ที่ร่วมกันดําเนินการส่งเสริมผลักดันมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งบริษัทสมาชิก ประชาชน สังคม หน่วยงานกํากับดูแล หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยผลในการดําเนินงานที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นแนวทางและเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงชะตา โอกาส และเป้าหมายในการก้าวไปสู่การเติบโตก้าวหน้าของธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งสมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัยให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป  

19 May 2024


...

  บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) เผยว่าในวาระ 75 ปีของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร เรามุ่งใช้ศักยภาพทุกด้านช่วยลูกค้าทุกคนก้าวสู่โลกยุคใหม่ด้วยความมั่นใจ พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนรอบด้าน โดยเฉพาะในสภาวะที่โลกการเงินการลงทุนเต็มไปด้วยความผันผวน ทางออกที่ดีคือการเตรียมพร้อมปรับเปลี่ยนให้ทันท่วงทีเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ที่ดีที่สุด ทำให้คนส่วนใหญ่มองหาทางเลือกในการออมเงินและการลงทุนระยะสั้นในรูปแบบประกันชีวิต ด้วยเหตุนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทร จึงได้ส่งแบบประกันสะสมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้ที่มองหาความพร้อมทุกโอกาสในการสร้างเงิน ด้วย “โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท โกล 5/3”  ที่ให้ครบทั้งความคุ้มครองชีวิต และมีเงินคืนระหว่างสัญญา จ่ายเบี้ยประกันสั้น ๆ เพียง 3 ปี ให้ความคุ้มครอง 5 ปี ระหว่างปีกรมธรรม์ที่ 3 – 5 รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 300% พร้อมเงินคืน 2.5% ระหว่างสัญญา ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 – 4 และเมื่อครบกำหนดสัญญารับเงินก้อน 310% รวมรับเงินผลประโยชน์ตลอดอายุสัญญาสูงสุด 320%     “โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท โกล 5/3” สามารถขอทำสัญญาเพิ่มเติมได้ทั้งสัญญาคุ้มครองสุขภาพ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง สัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายได้รายวัน หรือสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองอุบัติเหตุ ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี รับประกันภัยบุคคลอายุตั้งแต่ 30 วัน – 75 ปี  รายละเอียดแบบประกันเพิ่มเติม คลิก https://oceanlifeth.co/DsLET3Xt OCEAN LIFE ไทยสมุทร ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรมายาวนาน 75 ปี โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตมากที่สุด เราพร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503

18 May 2024

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงานฉลองยิ่งใหญ่ “วันแห่งเกียรติยศของพลังนักขาย” Bangkok Life Agency Annual Awards ประจำปี 2023 “THE HONOR OF SUCCESS” เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผู้รับรางวัล “เพชรน้ำเอก” รวมถึงผู้รับรางวัลคุณวุฒิสำคัญ และผู้พิชิตรางวัลอันทรงเกียรติ  โดยมี ดร.ศิริ การเจริญดี ประธานกรรมการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และนายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมแสดงความยินดี โดยมี นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร ดร.ณัฐพัชร์  เจียรวงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้ งาน Bangkok Life Agency Annual Awards  ถือเป็นงานสำคัญประจำปีที่กรุงเทพประกันชีวิต ให้ความสำคัญและจัดขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกท่านที่ได้สร้างผลงานอันเป็นเลิศด้วยความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในตัวลูกค้า จนได้รับความไว้วางใจและสามารถบรรลุเป้าหมายด้วยรางวัลแห่งความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกคน โดยในงานคณะผู้บริหารระดับสูงได้ร่วมกันมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินที่ประสบความสำเร็จในปีนี้จำนวนทั้งสิ้น 543 ท่าน รวมรางวัลทั้งสิ้น 959 รางวัล แบ่งเป็น 9 ประเภท ได้แก่ รางวัลเกียรติยศ เพชรน้ำเอก  รางวัลถ้วยเกียรติยศท่านประธานกรรมการ รางวัลคุณวุฒิไตรมาส รางวัลเกียรติชนเรือนล้าน รางวัล TNQA/IQA รางวัล MDRT Annual Meeting 2023, Vancouver, Canada รางวัล Bangkok Life Annual Trip 2022, England รางวัล Bangkok Life GAMA Challenge และ รางวัลคุณวุฒิสโมสรผู้นำ นอกจากนี้ ยังถือโอกาสแสดงความยินดีกับการแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งของผู้บริหารฝ่ายขายระดับสูง คือ Vice President, Deputy Vice President, Assistant Vice President ประจำปี 2567 ด้วย กรุงเทพประกันชีวิต มีความเชื่อมั่นว่าความสำเร็จเกิดขึ้นจากการวางเป้าหมายที่ท้าทาย และการร่วมมือร่วมใจในการทำงานของทั้งตัวแทน ทีมงานเบื้องหลัง รวมถึงองค์กรที่คอยสนับสนุน สร้างความมั่นใจให้กับตัวแทนทุกคน การมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ เพื่อเป็นแบบอย่างของความภาคภูมิใจ และเป็นพลังในการทำงานพร้อมบอกเล่า ส่งต่อความรู้สึกนี้แก่ตัวแทนรุ่นต่อ ๆ ไป และขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินทุกท่าน ที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างผลงาน และพร้อมที่จะเดินเคียงคู่ไปกับองค์กรเพื่อร่วมพิชิตเป้าหมายการเติบโต 2 เท่าไปด้วยกัน

18 May 2024

...

ทิพยประกันภัย เชิญชวนร่วมงาน Money Expo 2024  พบกับโปรโมชันและสิทธิพิเศษเพียบ !!  ลด รับ ชิง…ได้จริง 3 ต่อ โปรโมชันประกันภัยที่คุ้มสุดคุ้ม เพื่อคุณเท่านั้น  อาทิ ประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุ ประกันภัยสัตว์เลี้ยง และประกันภัยประเภทอื่นๆ อีกมากมาย  พร้อมมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและบริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ ครบจบทุกประกันภัย ✅ ลด...เบี้ยประกันภัย สูงสุด 23% ✅ รับ...ของสมนาคุณ* รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ✅ ชิง...ทองคำ รวมมูลค่ากว่า 180,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทประกันภัยที่กำหนด) 💝 พิเศษ! 💝 ลูกค้าต่ออายุ รับบัตร Lotus’s สูงสุด 1,000 บาท พบกันที่ บูธทิพยประกันภัย (K8) ในงาน Money Expo 2024  ตั้งแต่ 16 - 19 พ.ค. 67 อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี #MoneyExpo2024 #ทิพยประกันภัย #DhipayaInsurance    

17 May 2024

...

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  เมืองไทยประกันชีวิต เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 “Money Expo 2024 Bangkok” ระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “DIGITAL FINANCE  FOR  ALL การเงินดิจิทัล เพื่อทุกคน” ซึ่งบริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ การบริการและโปรโมชันที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าอย่างครบถ้วน พร้อมด้วยกิจกรรมมากมายและจัดเตรียมกลุ่มผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์  โดยผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นไฮไลท์ในงาน ได้แก่ “ShieldLife - ตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป…” เริ่มต้นวางแผนการสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ด้วยแบบประกันชีวิตที่คุณเลือกได้ ทั้งประกันชีวิตแบบตลอดชีพ  (Whole Life) ประกันชีวิตแบบคุ้มครองภายในระยะเวลา (Term) หรือประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life)  คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วย เลือกจ่ายเบี้ยได้ทั้งแบบสั้นหรือแบบยาว วงเงินความคุ้มครองเลือกได้ตามความต้องการ และเบี้ยประกันภัยยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ตอบโจทย์ผู้ซื้อได้ใช้ชีวิตอย่าง  Worry Free โดยไม่เป็นภาระให้คนข้างหลัง ด้วยการสร้างและส่งต่อมรดกให้ครอบครัว เป็นตัวช่วยสภาพคล่องทางการเงิน หรือเป็นทุนการศึกษาสำหรับลูก หรือเป็นทุนเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้ใช้ชีวิตต่อได้แบบที่ต้องการ หากมีหนี้สิน จะเป็นตัวช่วยผ่อนภาระหนี้สิ้น ไม่ว่าจะเป็น หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้ธุรกิจ หรือหนี้อื่นๆ  ที่สุดคือการได้สร้างความสุขให้ตัวเองและไม่ทิ้งภาระให้กับใคร   นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ในงานไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชันสำหรับโครงการ ShieldLife, เมืองไทย สมาร์ท ลิงค์ โปร 10/1 (Global), สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ  ดี เฮลท์ พลัส,  อีลิท เฮลท์ พลัส  และ ซีไอ เพอร์เฟค แคร์ รวมถึงลูกค้าที่ชำระเบี้ยประกันภัยต่ออายุกรมธรรม์ภายในงาน  ซึ่งลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชันได้ภายในบูธเมืองไทยประกันชีวิต พร้อมบริการด้านการวางแผนประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพที่ออกแบบได้ตามความต้องการ  โดยนักวางแผนประกันชีวิต และที่ปรึกษาทางการเงิน จากเมืองไทยประกันชีวิต สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ พบกับสิทธิพิเศษมากมาย ภายในบูธจุดบริการเมืองไทยสไมล์คลับ และสำหรับท่านสมาชิกฯ ที่มีคะแนนสไมล์พ้อยท์ สามารถนำคะแนนสไมล์พ้อยท์ แลกคะแนนสะสมเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหรือรับบัตรกำนัล หรือ e-Voucher อาทิเช่น คูปองวัคซีนไข้หวัดใหญ่  Smile Point to Invest ส่วนลดสำหรับซื้อกองทุนรวมผ่าน MTL myFund, บัตรกำนัลห้องพัก Relaxing Smile 2024  ลุ้นโชคกับเมืองไทยสไมล์มอบโชค 2567  หรือแลกรับของที่ระลึก  ต่างๆ อาทิ บัตรกำนัลเซ็นทรัล 1,000 บาท  บัตรเติมน้ำมัน ปตท. 1,000 บาท และ บัตรกำนัลสตาร์บัค 500 บาท เป็นต้น พิเศษ สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับที่เปิดบัญชีกองทุนและแลกคะแนนในโครงการ Smile Point to Invest เพื่อซื้อหน่วยลงทุนรับ Starbucks e-Coupon มูลค่า 200 บาท (จากปกติ 100 บาท) หรือสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับที่มีบัญชีกองทุนแล้วสามารถแลกคะแนนในโครงการ Smile Point to Invest เพื่อซื้อหน่วยลงทุนรับ Starbucks e-Coupon มูลค่า 100 บาท จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (สำหรับผู้เข้าร่วมรายการสูงสุด     1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์ต่อวัน)  และอีก 1 บริการพิเศษสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมกับ CareCover Clinic รับสิทธิ์ฟรี Physical Analysis Program โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางกายภาพเบื้องต้น หรือจะรับบริการ/ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จุดบริการของ CareCover Clinic ภายในบูธได้ ทั้งนี้ ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตที่สนใจสมัครบัตรเมืองไทยสไมล์เครดิตการ์ด พิเศษเฉพาะผู้ที่มาร่วมงานสามารถยื่นใบสมัครบัตรเครดิตฯ ได้ที่บูธเมืองไทยสไมล์คลับภายในงานได้เลย โดยผู้ที่ถือบัตรเมืองไทยสไมล์เครดิตการ์ดระดับ Pink และ Pink Gold จะได้รับสิทธิพิเศษมากมายทั้งจากธนาคารกสิกรไทย  และเมืองไทยประกันชีวิต   อาทิ รับเครดิตเงินคืน 0.25% เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยของ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต แบบไม่จำกัดจำนวนเงินคืน, ส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อใช้บัตรเมืองไทยสไมล์เครดิตการ์ดชำระค่าสินค้าและค่าบริการตามเงื่อนไขที่กำหนดจากโรงพยาบาลหรือร้านค้าพันธมิตรที่มีมากกว่า 10 แห่งทั่วประเทศ แล้วพบกันที่ บูธเมืองไทยประกันชีวิต งานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 “Money Expo 2024 Bangkok” ระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  

17 May 2024

...

ทิพยประกันภัย จับมือ ทิพยประกันชีวิต ร่วมออกบูธในงาน Money Expo 2024 โดยมี ดร.ภากร  ปีตธวัชชัย  กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ประธานพิธีเปิดงาน  นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานการจัดงาน พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  นางสาวสุภาพ ประดับการ  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการขายและการตลาด 1  และคณะผู้บริหารบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดบูธอย่างเป็นทางการในงาน Money Expo 2024 BANGKOK ภายใต้แนวคิด “Digital Finance for All การเงินดิจิทัล เพื่อทุกคน” สอดรับกับนโยบายการเงินของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย ทิพยประกันภัย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันภัย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและออกแบบให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ TIP Lady ประกันภัยที่เข้าใจผู้หญิง, TIP Rainbow ประกันภัยที่เข้าใจความเป็นคุณ, TIP Up to mile ประกันภัยสำหรับคนใช้รถน้อย, TIP Pet Lover ประกันภัยคนรักสัตว์เลี้ยง เป็นต้น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน พร้อมการให้บริการที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกระดับภายในบูธ ทิพยประกันภัย ยังมีโปรโมชันและสิทธิพิเศษอีกมากมาย ให้คุณได้ "ลด รับ ชิง ได้จริง 3 ต่อ" ดังนี้   -  ลด...เบี้ยประกันภัย สูงสุด 23% -  รับ...ของสมนาคุณ* รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท -  ชิง...ทองคำ รวมมูลค่ากว่า 180,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทประกันภัยที่กำหนด)    พิเศษ!  ลูกค้าต่ออายุ รับบัตร Lotus’s สูงสุด 1,000 บาท   นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษจาก TIP Society ให้ร่วมสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใช้ Point แลกสิทธิพิเศษและกิจกรรมตู้ถ่ายรูป AI ท่านที่สนใจพบกับบูธทิพยประกันภัย (บูธ K8) ในงาน Money Expo 2024 ณ ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 16 - 19 พฤษภาคม 2567     

17 May 2024

...

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่กรุงเทพประกันชีวิต และ ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมกันให้บริการวางแผนความคุ้มครองและการออมผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เพื่อสร้างความสำเร็จให้ลูกค้ากว่า 1.2 ล้านราย  จนเป็นที่มาของการจัดงาน Age of Happiness: Thank You Event for Our Valued Customers เพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้าธนาคารกรุงเทพที่ให้ความไว้วางใจให้ทั้งสององค์กรได้มีส่วนในการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น ให้บรรลุเป้าหมายของแต่ละครอบครัว โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารระดับสูงจากสององค์กรร่วมให้การต้อนรับลูกค้าที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ความสำคัญของงาน Age of Happiness: Thank You Event for Our Valued Customers ยังตอกย้ำถึงพลังความร่วมมือระหว่างสององค์กรที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เหมาะสมให้กับลูกค้าจนเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้ามาอย่างยาวนานผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตพ Credit 1st สำหรับคุ้มครองสินเชื่อธุรกิจ และ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต Home 1st คุ้มครองสินเชื่ออยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ Gain 1st  ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และได้รับความไว้วางใจในการทำประกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   (ภาพจากซ้าย) คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , คุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “ผมขอขอบคุณลูกค้าที่มอบความไว้วางใจให้ธนาคารกรุงเทพและกรุงเทพประกันชีวิต ได้ดูแลความมั่นคงและธุรกิจของครอบครัวของท่านตลอดมา และเราพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างเพื่อสนับสนุนลูกค้าทุกท่านให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินของครอบครัวและของธุรกิจ รวมถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี” คุณชาติศิริกล่าว และด้วยวิสัยทัศน์ของ ธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งเป็นธนาคารที่ให้บริการด้านการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายใต้เจตนารมณ์ที่จะเป็น “เพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้าน”  ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความมั่นคงของครอบครัว การสั่งสมและส่งต่อ Wealth จากรุ่นสู่รุ่น ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการสืบทอดธุรกิจของครอบครัว และเหนืออื่นใด ธนาคารยังมุ่งมั่นดูแลลูกค้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ในปีนี้จึงได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ายิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “3 Gens Solution” เช่น ผลิตภัณฑ์  Home 1st Extra ที่มีจุดเด่นในด้านการคุ้มครองสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการเตรียมความคุ้มครองไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่ครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยด้วย 44 โรคร้ายแรง  รวมทั้ง กรุงเทพประกันชีวิตยังมอบสิทธิประโยชน์ใหม่ 5 ด้าน สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ ภายใต้ BLA Happy Life Club เพื่อส่งมอบความสุขได้ในทุกวัน ด้วยแนวคิด Elevating Your Happiness โดยมีสิทธิประโยชน์ดีๆ ในทุกไลฟ์สไตล์  โดยเฉพาะด้านสุขภาพ   บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยลูกค้าคนพิเศษ ที่แต่ละท่านสละเวลามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญ ที่ทั้งสององค์กรใส่ใจร่วมกันจัดขึ้นภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น โดยมีไฮไลท์คือช่วง Special Talk “เปิดมุมมองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่กับนาย ณภัทร เสียงสมบุญ” นักแสดงมากฝีมือ ที่มาร่วมสร้างความสดใสและแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ รวมทั้งแชร์เรื่องราวในฐานะพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ Gain1st มาต่อเนื่องหลายปี ทั้ง Gain1st 650  Gain1st Simple Gain1st 424 และ Gain1st 10/5 รวมทั้งยังเป็นลูกค้าตัวจริงของธนาคารกรุงเทพและกรุงเทพประกันชีวิต ซึ่งได้เลือกซื้อ Gain1st ผ่านโมบายแบงกิ้งของธนาคารกรุงเทพเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการออมด้วยเช่นกัน อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ ลูกค้ายังได้รับฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เคล็ดลับสู่ความมั่งคั่งเมื่อฮวงจุ้ยโลกเข้าสู่ยุค 9”  โดย “อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม” ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลกที่มาแนะนำเรื่องการจัดฮวงจุ้ยเพื่อความมั่งคั่งทั้งทำเลที่ตั้งบ้าน อาคารสำนักงาน หรือการจัดที่นั่งสำหรับผู้บริหาร พร้อมตอบคำถามแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างความสุขให้ทุกคนจนจบงาน   “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตมีความใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ให้เป็นแบบประกันที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดี และมีเบี้ยประกันฯ ที่เหมาะสม ภายใต้แนวคิดประกันชีวิตที่ใส่ใจและให้ความรู้สึกดี โดยธนาคารกรุงเทพมีส่วนสำคัญในการแนะนำเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต หรือ การสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อที่ต้องการให้ธุรกิจและสินทรัพย์นั้นยังคงอยู่กับครอบครัวและทายาทได้ และไม่เป็นภาระให้กับคนรุ่นหลัง ผมจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณลูกค้าและธนาคารกรุงเทพ ที่ไว้วางใจให้กรุงเทพประกันชีวิตส่งมอบความคุ้มครองสู่ลูกค้าของธนาคารกรุงเทพทุกท่านครับ” คุณโชนกล่าว

14 May 2024

ECONOMY-FINANCE / เศรษฐกิจ-การเงิน

...

EXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2567 ส่งสัญญาณฟื้นตัว เครื่องยนต์สำคัญขยายตัวพร้อมกันในรอบ 6 ปี ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน การท่องเที่ยว ตลอดจนการส่งออกซึ่งมีโอกาสขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ Gadgets และสินค้ารักษ์โลก ที่มีมูลค่าเพิ่มและผู้บริโภคทั่วโลกยินดีจับจ่าย EXIM BANK ในฐานะ Green Development Bank เสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเงิน (Greenovation) เป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับ Suppliers ผู้ผลิต และผู้ซื้อ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอด Supply Chain การส่งออกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศและสังคมคาร์บอนต่ำ   ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2-3% เนื่องจากเครื่องยนต์สำคัญกลับมาขยายตัวพร้อมกันในรอบ 6 ปี ได้แก่ การบริโภคและการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การท่องเที่ยว ตลอดจนเครื่องยนต์สำคัญอย่างการส่งออกซึ่งหดตัวในปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวช้าของภาคการผลิต และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ทั้งนี้ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกและการค้าโลกในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 3.2% และ 2.8% ตามลำดับ ราคาน้ำมันโลกและราคาโภคภัณฑ์ต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาสินค้าส่งออกปรับตัวสูงขึ้นตาม กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดโลก โดยยกระดับคุณภาพและมูลค่าสินค้าเพื่อเจาะตลาดที่มีความต้องการสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ Gadgets และสินค้ารักษ์โลก ขณะเดียวกันต้องติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมในการส่งออกไปตลาดสำคัญของโลก เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งคิดเป็น 51% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทยในปี 2566 ทั้งนี้ ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ในปี 2564 สัดส่วนการส่งออกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของไทยอยู่ที่ 7.6% ของมูลค่าส่งออกรวม ต่ำกว่าหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี (15.4%) ญี่ปุ่น (15%) จีน (10.4%) และเกาหลีใต้ (10.2%) EXIM BANK จึงได้พัฒนา Greenovation ที่มุ่งยกระดับสินค้าส่งออกของไทยเป็นสินค้ารักษ์โลกหรือ Green Products ควบคู่กับการสร้าง Green Export Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยมลภาวะ บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ และการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด เป็นต้น นับเป็นธนาคารแรก ๆ (Lead Bank) ที่มี Solution ทางการเงินช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ครบทุก Scope ทั้ง 1-2-3 กล่าวคือ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สะอาดขึ้น การใช้พลังงานหมุนเวียน และการช่วยให้ Suppliers ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย EXIM BANK สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ Green Export Supply Chain  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 3.85% ต่อปี ให้แก่ Suppliers และผู้ซื้อปลายทางของผู้ประกอบการตลอด Supply Chain ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำได้ โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ (Sponsors) ได้รับ สำหรับผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ในเดือนมกราคม-มีนาคม 2567 EXIM BANK สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกและขยายการค้าและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับธุรกิจไทยให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน • สนับสนุนธุรกิจไทยสู่เวทีโลก : มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่ 5,853 ล้านบาท มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพัน 174,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,474 ล้านบาท หรือ 7.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน   • ส่งต่อความยั่งยืนเพื่อสังคม : มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันที่เป็น ESG 67,310 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 38.64% ของยอดทั้งหมด และเพิ่มขึ้นถึง 55.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็น SMEs จำนวน 12,475 ล้านบาท • สร้างโอกาสการลงทุน : มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันเพื่อการลงทุน 127,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในโครงการระหว่างประเทศทั้งสิ้น 50,210 ล้านบาท เมื่อจำแนกเป็นรายตลาดที่สำคัญ EXIM BANK สนับสนุนธุรกิจไทยให้ขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในกลุ่ม CLMV และ New Frontiers จำนวน 43,257 ล้านบาท • เสริมเกราะป้องกันความเสี่ยง : EXIM BANK มีปริมาณธุรกิจบริการประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ 54,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 EXIM BANK มีจำนวนลูกค้า 5,607 ราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้า SMEs มากถึง 81.15% นอกจากนี้ EXIM BANK ยังสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ผ่านการบ่มเพาะ/ให้ความรู้ จับคู่ทางธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางการเงิน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 EXIM BANK ได้ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสะสมประมาณ 19,840 ราย ขณะเดียวกัน EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) จำนวน 8,600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 เท่ากับ 4.99% และมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) จำนวน 15,972 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) 185.72% ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 EXIM BANK มีกำไรจากการดำเนินงาน 805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท “ปี 2567 EXIM BANK เดินหน้า Go the Extra Mile ชูบทบาท Green Development Bank สร้าง Greenovationช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจใน Green Export Supply Chain ให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษโดยอ้างอิงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ พัฒนาสินค้ารักษ์โลกของไทยสู่ตลาดโลก เร่งเครื่องภาคส่งออกของไทยขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate เทียบเท่า MRR รวม 0.40% ต่อปีนับแต่ต้นปีนี้ เหลือ 6.35% ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีที่ต่ำที่สุดในระบบธนาคาร ช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs อีกทั้งยังพัฒนา Greenovation อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับชุมชน ประเทศชาติ และโลกโดยรวม” ดร.รักษ์ กล่าว               

18 May 2024


...

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมด้วยผู้บริหาร EXIM BANK ให้การต้อนรับนายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร และประธานการจัดงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 (Money Expo 2024) ณ บูท EXIM Greenovation ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ทั้งนี้ งาน Money Expo 2024 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร โดยมี ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ “Digital Finance for ALL การเงินดิจิทัล เพื่อทุกคน” ระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอดรับกับนโยบายการเงินของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไทยก้าวสู่ยุคการเงินดิจิทัล (Digital Finance) ตอบสนองความต้องการใช้บริการทางการเงินและเข้าถึงการเงินดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม โดย EXIM BANK จัดโปรโมชันพิเศษเพื่อผู้ประกอบการ SMEs และบุคคลทำธุรกิจที่สนใจเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ • สินเชื่อ EXIM GREEN START ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.10% ต่อปี วงเงินสินเชื่อสูงสุด 200 ล้านบาท แถมวงเงิน Forward Contract สูงสุด 1 เท่าของวงเงินสินเชื่อ พิเศษ! ลงทะเบียนในงาน ลดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 0.25% ต่อปี • สินเชื่อ EXIM First Step Export Financing ดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.35% ต่อปี วงเงินสินเชื่อสูงสุด 10 ล้านบาท แถมวงเงิน Forward Contract สูงสุด 1 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูงสุดไม่เกิน 1.25% ต่อปีของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ พิเศษ! ผู้ประกอบการ Size S ที่ลงทะเบียนในงาน ลดดอกเบี้ยปีแรก 0.25% ต่อปี • บริการประกันส่งออก EXIM for Small Biz ป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อต่างประเทศ อัตราความคุ้มครอง 70% ของมูลค่าความเสียหาย พิเศษ! ลงทะเบียนในงาน รับฟรี! จำนวนจำกัด ค่าเบี้ยประกันผู้ซื้อ 1 ราย มูลค่า 8,000 บาท วงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาท บูท EXIM Greenovation ได้รับการออกแบบโดยเลือกใช้วัสดุรักษ์โลกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 32 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) เมื่อเทียบกับการใช้วัสดุทั่วไป และได้รับการรับรองรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อยืนยันความเป็น Green Development Bank ที่มีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) นอกจากนี้ EXIM BANK ยังเปิดบูทจำหน่ายสินค้าคุณภาพส่งออกของผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าของ EXIM BANK ในราคาย่อมเยา เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้าจากวัตถุดิบในชุมชนที่มีกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

18 May 2024

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 Money Expo 2024 ด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าและผู้เข้าร่วมชมงานภายในงานนี้เท่านั้น โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Providing value TOWARDS a sustainable FUTURE : มอบคุณค่า สู่การส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยเอาใจผู้ที่รักการออมกับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 111 วัน ดอกเบี้ยแบบ Step up สูงสุด 21% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 4.70% ต่อปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากได้สูงสุด 500,000 บาทต่อราย โดยสามารถจองสิทธิ์ภายในงานนี้เท่านั้น จำนวนจำกัดวันละ 200 สิทธิ์ และ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ นอกจากนี้ ยังแจกรางวัลเพิ่มต่อเนื่อง ฉลอง 111 ปี ลุ้นรับทองคำแท่ง 10 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 26.5 ล้านบาท เพียงรางวัลเดียว สำหรับผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ 1 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 เริ่มรับฝากตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม - 15 กรกฎาคม 2567   สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธนาคารมีมาตรการรีไฟแนนซ์ ภายใต้โครงการ “สินเชื่อออมสินรีไฟแนนซ์เพื่อสังคม” รับรีไฟแนนซ์หนี้เดิม อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดภาระแก่ลูกหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ สินเชื่อออมสิน Re P-Loan สำหรับลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 100,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี สินเชื่อออมสิน Re-Nano สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย สินเชื่อ Nano Finance อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 200,000 บาท ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 8 ปี ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการค้ำประกันการกู้ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการกู้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น สามารถเลือก สินเชื่อออมสิน Re-Home วงเงินกู้ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีแรกอยู่ที่ 1.95% ต่อปี (เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95% ต่อปี กรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันฯ) พร้อมเงื่อนไขผ่อนต่ำ ปีที่ 1 ผ่อนชำระเงินงวดล้านละ 3,000 บาท/เดือน และสินเชื่อธุรกิจ GSB Re-Biz+ สำหรับผู้ประกอบการทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ต้องการ รีไฟแนนซ์/รวมหนี้มาผ่อนชำระกับธนาคาร คิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก 3.49% ต่อปี วงเงินกู้เท่ากับวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท   นอกจากนี้ ได้จัดโปรโมชันสินเชื่อเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ชุดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และผู้ประกอบการเกิดสภาพคล่องมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ได้แก่ สินเชื่อบ้านออมสินเพื่อคนไทย สำหรับซื้อหรือปลูกสร้างบ้าน วงเงินกู้ไม่เกิน 7 ล้านบาท ผ่อนชำระปีแรกเพียงล้านละ 2,500 บาท/เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.95% ต่อปี (เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95% ต่อปี) และสามารถกู้เพิ่มเติมเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย โดยใช้ สินเชื่อ Top Up อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกคงที่ 3.49% ต่อปี หลังจากนั้น MRR-0.25% และสามารถเลือกชำระเงินงวดแบบผ่อนต่ำปีที่ 1-3 ล้านละ 4,000 บาท/เดือนได้ เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ภายในงาน และจัดทำนิติกรรมสัญญาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 จำนวน 111 รายแรก จะได้รับ Central Gift Card มูลค่า 1,000 บาท ต่อวงเงินกู้สินเชื่อเคหะ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารได้จัด สินเชื่อ GSB D-HOME สร้างบ้านเพื่อคนไทย และสินเชื่อ GSB D-HOME กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกู้ไม่จำกัดวงเงิน และระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 4 ปี พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ พร้อมนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกับ “ออมสินเมตาเวิร์ส : GSB Metaverse” บูทธนาคารออมสินเสมือนจริง โดยลูกค้าสามารถเล่นกิจกรรมเก็บเหรียญภายในห้องต่างๆ ในโลกออมสินเมตาเวิร์ส ให้ครบ 20 เหรียญ และลงทะเบียนลุ้นรับของรางวัลส่วนลด Code Shopee มูลค่า 100 บาท วันละ 111 รางวัล รวมถึงยังมีกิจกรรมและของรางวัลพิเศษจำนวนมากตลอดทั้งงาน สำหรับงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 Money Expo 2024 ภายใต้แนวคิด “Digital Finance for All การเงินดิจิทัล เพื่อทุกคน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 19 พฤษภาคม 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  

17 May 2024

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ประกาศแต่งตั้ง นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด  โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายอธิศมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสายงานการตลาด และการเงินการธนาคารมากว่า 25 ปี โดยก่อนได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ นายอธิศดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และยังได้ความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ได้ร่วมงานกับกรุงศรี คอนซูมเมอร์ นายอธิศได้นำประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเป็นมืออาชีพมาบริหารงานบริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด โดยมีผลงานที่โดดเด่นมากมาย อาทิ การพัฒนาและผลักดันให้เกิดการให้บริการบัตรเครดิตค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่สร้างประสบการณ์ช้อปปิงที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าภายใต้แบรนด์ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รวมถึงการได้รับความไว้วางใจจากบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ให้ดูแลด้านการบริหารบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของทั้งเครือภายใต้แบรนด์ “เซ็นทรัล เดอะวัน” ในฐานะประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ นายอธิศจะดูแลและรับผิดชอบการขับเคลื่อนกลยุทธ์และบริหารธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ทั้งหมด เพื่อครองความเป็นผู้นำในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง นายอธิศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทรนท์ (Trent University) ประเทศแคนาดา โดยได้รับทุนการศึกษาจาก Canadian International Development Agency (CIDA) และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    

13 May 2024

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จัดบริการตอบครบความต้องการเอสเอ็มอีไทย ในงาน มหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 (MONEY EXPO 2024 BANGKOK) ระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 ณ ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หมายเลขที่บูธ L8 และ K1 ยกทัพจัดเต็มโปรโมชั่น “เติมทุนคู่พัฒนา” ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ไฮไลท์ คือ สินเชื่อ SME Refinance อัตราดอกเบี้ยถูก ปีแรกคงที่ 2.99% ต่อปี เมื่อรีไฟแนนซ์มาแล้ว ขอกู้เพิ่มได้ วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ใช้ได้ทั้งลงทุน ขยาย หมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง ผ่อนสบายนานสูงสุด 15 ปี ควบคู่โปรโมชั่นด้าน “การพัฒนา” ผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th) รวบรวมบริการและสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา อัพสกิลเสริมศักยภาพเอสเอ็มอีไทยสู่ยุคดิจิทัล ครบถ้วนในจุดเดียว ห้ามพลาด! กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยใช้บริการสินเชื่อจาก SME D Bank มาก่อน เมื่อยื่นกู้และได้รับการอนุมัติ ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป รับแคมเปญ Cash Back สูงสุด 5,000 บาท อีกทั้ง สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยทุกท่านที่ยื่นขอสินเชื่อ “จิ๋วสุดแจ๋ว” เมื่อเข้าเรียนหลักสูตรเสริมแกร่งธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front End Fee) 1.0% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ นอกจากนั้น ภายในบูธยังนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ชื่อดัง เปิดโอกาสเจรจาการค้าแก่ผู้ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจแบรนด์ดัง  ไม่ว่าจะเป็น “Otteri Wash & Dry” ร้านสะดวกซักครบวงจร , “DOUBLE NOUR” ส้มตำเงินล้าน ,   “Kari Kori” ร้านน้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่น และ “โกโก้ ไอ้ต้น” ร้านโกโก้ไอเดียขายความสนุก อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลมากมาย  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357

12 May 2024

...

  นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดย  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมายธนาคารออมสินให้ช่วยเหลือลูกหนี้โครงการสินเชื่อ  เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) กลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงทำให้ยังไม่สามารถฟื้นตัวและผ่อนชำระหนี้ได้ไหว จนกลายสถานะเป็นหนี้เสีย หรือ NPLs ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้เร่งช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวให้หลุดพ้นสถานะ NPLs เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกหนี้เสียประวัติเครดิต และยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อีกในอนาคต โดยให้ธนาคารนำงบประมาณชดเชยค่าเสียหายจากหนี้เสียที่รัฐบาลจัดสรรให้สำหรับโครงการสินเชื่อดังกล่าว มาใช้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ไตรมาส 1/2567 ล่าสุดธนาคารได้ดำเนินการเพิ่มเติมอีกกว่า 90,000 ราย ทำให้สามารถช่วยเหลือลูกหนี้แล้วเป็นจำนวนกว่า 720,000 ราย ภายในระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่เริ่มมาตรการ ทั้งนี้ คาดว่าในไตรมาส 4/2567 จะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้เพิ่มอีกจำนวนกว่า 100,000 ราย เมื่อได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล อนึ่ง มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สถานะ NPLs ของโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ดำเนินการเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน โดยรัฐบาลมีนโยบายผลักดันการแก้ปัญหาหนี้ประชาชนทุกกลุ่มให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ

10 May 2024

...

ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายเร่งรัดการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และได้สั่งการให้ธนาคารออมสินหาแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนลดภาระการผ่อนชำระหนี้ที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะผู้มีหนี้ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องอันเป็นผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐ และสอดรับกับบทบาทธนาคารเพื่อสังคม ธนาคารจึงพิจารณาออกมาตรการรีไฟแนนซ์ ภายใต้โครงการ “สินเชื่อออมสินรีไฟแนนซ์เพื่อสังคม” รับรีไฟแนนซ์หนี้เดิม (ไม่ใช่การปล่อยสินเชื่อใหม่) เพื่อช่วยลดภาระแก่ลูกหนี้ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ลูกหนี้บัตรเครดิต 2) ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ Personal Loan (P-Loan) 3) ลูกหนี้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) 4) ลูกหนี้สินเชื่อบ้าน ซึ่งการเปิดให้รีไฟแนนซ์สินเชื่อด้วยหลักเกณฑ์ดอกเบี้ยต่ำ พร้อมเงื่อนไขพิเศษอื่นครั้งนี้ ตั้งเป้าช่วยเหลือประชาชนลดภาระการชำระหนี้ ผ่อนสบายมากขึ้น หรือผู้ที่รีไฟแนนซ์แล้วแต่ประสงค์ผ่อนชำระเงินงวดเท่าเดิม ก็จะตัดเงินต้นมากขึ้นเพราะดอกเบี้ยลดลง ทำให้ปิดหนี้ได้เร็วขึ้น โดยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์ทั้ง 4 มาตรการ ดังนี้    1. Re-Card : รับรีไฟแนนซ์สำหรับลูกหนี้บัตรเครดิต ที่ต้องการกู้เงินเพื่อไปชำระหนี้บัตรเครดิตของสถาบันการเงิน หรือ Non-Bank อื่น โดยการรีไฟแนนซ์/รวมหนี้บัตรเครดิตมาผ่อนชำระกับธนาคารออมสินในรูปแบบเงินกู้ระยะยาว (Long Term Loan) ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจากเดิม 16% ต่อปี ลงเหลือ 8.99% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น) วงเงินกู้ไม่เกิน    5 เท่าของรายได้รวม สูงสุดไม่เกินรายละ 500,000 บาท และไม่ต้องมีหลักประกัน ซึ่งการรีไฟแนนซ์จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ลูกหนี้ ยกตัวอย่างกรณีเป็นหนี้บัตรเครดิต 100,000 บาท ปัจจุบันต้องจ่ายดอกเบี้ย 16% ต่อปี และผ่อนชำระขั้นต่ำ 8% ซึ่งเท่ากับ 8,000 บาทต่อเดือน เมื่อรีไฟแนนซ์มาเป็นเงินกู้ระยะยาว ธนาคารให้ผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 7 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 8.99% ต่อปี ทำให้ลดเงินงวดเหลือ 1,700 บาทต่อเดือนเท่านั้น     2. Re P-Loan : รับรีไฟแนนซ์สำหรับลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan : P-Loan) ที่ต้องการกู้เงินเพื่อไปชำระหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล P-Loan ของสถาบันการเงิน หรือ Non-Bank อื่น ซึ่งเมื่อรีไฟแนนซ์/รวมหนี้มาผ่อนชำระกับธนาคาร จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจากเดิมประมาณ 25% ต่อปี ลงเหลือ 15% ต่อปี วงเงินให้กู้ตามภาระหนี้คงเหลือของสัญญากู้เดิม สูงสุดไม่เกินรายละ 100,000 บาท และไม่ต้องมีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี 3. Re-Nano : รับรีไฟแนนซ์สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย ที่ต้องการปลดหนี้สินเชื่อ Nano Finance ที่กู้ไปเพื่อลงทุนในการประกอบอาชีพ ซึ่งเมื่อรีไฟแนนซ์/รวมหนี้มาผ่อนชำระกับธนาคาร จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจากเดิม 33% ต่อปี ลงเหลือ 18% ต่อปี วงเงินให้กู้ตามภาระหนี้คงเหลือของสัญญากู้เดิม สูงสุดไม่เกินรายละ 200,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 8 ปี โดยธนาคารออมสินร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการค้ำประกันการกู้ 4. Re-Home : รับรีไฟแนนซ์สำหรับลูกหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่ต้องการกู้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น วงเงินกู้ 1-5 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรีไฟแนนซ์มาผ่อนชำระกับธนาคาร จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยตามสัญญาเดิมที่ประมาณ 6 - 7% ต่อปี ลงเหลือ 1.95% ในปีที่ 1 (ปีที่ 2 = 2.95% ปีที่ 3 = 3.95%) คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.95% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขผ่อนต่ำ ปีที่ 1 ผ่อนชำระเงินงวดล้านละ 3,000 บาท/เดือน ปีที่ 2 ล้านละ 4,000 บาท/เดือน และปีที่ 3 ล้านละ 5,000 บาท/เดือน อนึ่ง ธนาคารสนับสนุนนโยบายรัฐในการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนของประชาชน ให้สามารถมีเงินเหลือใช้สอยดำรงชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ รวมถึงส่งเสริมการปลูกฝังทัศนคติการกู้เงินเท่าที่จำเป็นและผ่อนไหว ทั้งนี้ มาตรการสินเชื่อรีไฟแนนซ์ “โครงการสินเชื่อออมสินรีไฟแนนซ์เพื่อสังคม” เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เปิดให้ยื่นขอกู้ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 และจัดทำนิติกรรมสัญญาภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567  

21 Apr 2024

SOCIETY - CSR / ภาพข่าว-กิจกรรมเพื่อสังคม

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมออกบูทงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 Money Expo 2024 ภายใต้แนวคิด Digital Finance for All  การเงินดิจิทัลเพื่อทุกคน  โดยมีนางสาวลสา โสภณพนิช (ที่ 3 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ นางสาวปวีณา จูชวน (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ให้การต้อนรับนางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานการจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo โดยมีผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นางสาวพจณี คงคาลัย (ที่ 2 จากขวา) ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ให้เกียรติร่วมเปิดบูทกรุงเทพประกันภัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับผู้ที่ทำประกันภัยภายในงาน ทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยคอนโด  ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยโรคมะเร็ง  ประกันภัยสุขภาพ ฯลฯ พร้อมรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยสุดคุ้ม และของสมนาคุณมากมายที่จัดเตรียมมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ โดยลูกค้าและประชาชนที่สนใจปรึกษาด้านการประกันภัยได้ที่บูทกรุงเทพประกันภัย  K3  อาคารชาเลนเจอร์ 2-3  อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567

18 May 2024


...

  นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO และ นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม ให้เกียรติเปิดบูธ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ภายใต้ธีม “LIVE LIFE FOR ALL” ส่งมอบคุณค่าการใช้ชีวิตของคนทุกวัย ด้วยการยกทัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบรอบด้าน พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะ ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 “MONEY EXPO 2024 BANGKOK” โดยมี นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ และนายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต รองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Marketing Officer ให้การต้อนรับ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

17 May 2024

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. จัดงานสัมมนาผู้แทนสมาชิก ภายใต้ธีม Freedom for Living : เกษียณมีสุข เพื่อแสดงวิสัยทัศน์การดำเนินงานของเลขาธิการฯ ให้ผู้แทนสมาชิกได้รับทราบเป็นครั้งแรก ภายหลังที่รับตำแหน่งมาตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2567 โดยมีเป้าหมายให้สมาชิกได้มีเงินที่เพียงพอในวันเกษียณอย่างมีอิสรภาพ รวมถึงเปิดเผยแนวทางการดำเนินงานทั้งด้านลงทุน บริการสมาชิก และองค์กร เพื่อให้ผู้แทนสมาชิกมีความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานของ กบข. และสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่ได้รับในงานสัมมนาในครั้งนี้แก่สมาชิกในสังกัดได้   นอกจากนี้ เลขาธิการฯ และผู้บริหาร กบข. ได้ร่วมชี้แจงตอบทุกคำถามจากผู้แทนสมาชิก เพื่อคลายความสงสัย พร้อมทั้งรับข้อเสนอแนะจากผู้แทนสมาชิก เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานองค์กรต่อไป โดยงานสัมมนาฯ จัดขึ้น ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ มีผู้แทนสมาชิกเข้าร่วม 343 ราย    

16 May 2024

...

นางศรัณยา  เทียนถาวร (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ดร. คริสเตียน โรแลนด์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล นายโจฮัน  ดีทอย (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน นางสาวอมราพร  รัญเสวะ (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัล และนายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส ร่วมเปิดตัว AIA Goodie Foodie Truck เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางศรัณยา  เทียนถาวร (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ร่วมด้วย นายโจฮัน  ดีทอย (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน   ดร. คริส-เตียน โรแลนด์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล และ นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เดินหน้าจัดกิจกรรม AIA Food Fighter เพื่อมุ่งลดปัญหาขยะอาหารล้นโลก (Food Waste) ซึ่งปัญหาขยะอาหารถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ อีกทั้งยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาก๊าซเรือนกระจก     โดยเอไอเอ ได้ชวนพนักงานเอไอเอ ประเทศไทย ร่วมแคมเปญกู้โลกรณรงค์การบริโภคอาหารแต่พอดี พร้อมเปิดตัวรถต้นแบบ “AIA Goodie Foodie Truck” สำหรับแบ่งปันอาหาร ขนม และผลไม้ให้กับเพื่อนพนักงานที่ปฎิบัติงานอยู่ ณ อาคาร เอไอเอ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนอาหารที่รับประทานไม่หมดแต่ยังสะอาดและมีคุณภาพดีให้เป็นอีกหนึ่งมื้ออร่อยของผู้อื่น ซึ่งนับเป็นเป้าหมายสำคัญของเอไอเอ ที่ต้องการมีส่วนในการสร้างโลกให้น่าอยู่และยั่งยืนสำหรับพวกเราคนไทยทุกคนด้วยอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ อย่างการช่วยลดขยะอาหาร ตลอดจนยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG และสอดคล้องตามพันธกิจของเอไอเอ ในการสนับสนุนให้ผู้คนกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’    

12 May 2024

...

พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก รับมอบเงินสนับสนุนโครงการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่กำลังพลกองทัพบกที่ปลดพิการทุพพลภาพและครอบครัว ประจำปี 2567 จากนายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมอาชีพ พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการให้มีความเท่าเทียมในสังคม ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยในปี 2567 บริษัทฯ ให้การสนับสนุนกำลังพลฯ และครอบครัวรวม 31 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,711,320 บาท ในโอกาสนี้ ทางกองทัพบก ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่บริษัทฯ ในฐานะที่ร่วมสนับสนุนโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน

12 May 2024

...

(แถวยืนซ้าย คนแรก)  นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์  หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย  พรรคพลังเพื่อไทย จัดประชุมใหญ่พรรคสมัยสามัญประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 ณ เอ็มเจรีสอร์ต จ.กาญจนบุรี  โดยมีแกนนำพรรค สมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุม 275 คน การประชุมครั้งนี้มีสื่อมวลชนจากส่วนกลาง ผู้ร่วมสังเกตการณ์ เข้าร่วมสังเกตการณ์และทำข่าวสาร รวมทั้งมีวิทยากรจากโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ และโครงการเกษตรสัญจร ร่วมให้ความรู้กับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกพรรค (ช่วงเวลาก่อนและหลังการประชุมใหญ่) โดยมีนายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย เป็นประธาน   ทั้งนี้การประชุมใหญ่ปีนี้ พรรคมีการรับรองผลการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2566 รับรองงบการเงินปี 2566 รับรองโครงการรณรงค์ส่งเสริมประชาธิปไตยใน 5 สาขาพรรคในภูมิภาค นอกจากนั้นยังมีการแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่พรรคก่อตั้งมาครบ 6 ปี โดยมีสาขาพรรค 5 สาขา และตัวแทนพรรค 3 ตัวแทน    

12 May 2024

...

  บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ เป็นประธานในพิธีจับรางวัลครั้งที่ 1 แคมเปญ “OCEAN LIFE ไทยสมุทร 75 ปี แจกทอง 75 บาท”  สำหรับลูกค้าผู้โชคดีจากการจับรางวัลครั้งแรกจะได้รับรางวัลทองคำโอชิ น้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 75 รางวัล  สำหรับแคมเปญ “OCEAN LIFE ไทยสมุทร 75 ปี แจกทอง 75 บาท” ยังเหลือการจับรางวัลอีก 3 ครั้ง หากสนใจลุ้นรับโชค เพียงทำประกันชีวิตตามเงื่อนไข ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับทองคำโอชิหนัก 1 สลึง จำนวน 300 รางวัลตลอดปี  มูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านบาท ขั้นตอนแรกเมื่อลูกค้าทำประกัน OCEAN LIFE แบบประกันใดก็ได้ ที่มีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 10,000 บาทขึ้นไป (นับเบี้ยรวมสัญญาเพิ่มเติม) จะได้รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัล  หรือ หากมีการแนบสัญญาเพิ่มเติมทุกๆ 5,000 บาท ได้รับเพิ่มอีก 1 สิทธิ์ ขั้นตอนสุดท้ายจะต้องลงทะเบียน OCEAN CONNECT ผ่าน LINE : @oceanlife หรือ OCEAN CLUB APP เท่านี้ก็เตรียมลุ้นรับทองได้ตั้งแต่ วันนี้ - 31 ธันวาคม 2567 สามารถติดตามรายละเอียดการจับรางวัล และการประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่าน OCEAN CLUB APPLICATION / LINE : @oceanlife / Facebook : oceanlifepage และเว็บไซต์ www.ocean.co.th (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และข้อกำหนดต่าง ๆ ของแคมเปญโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า) สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1503  

10 May 2024

BUSINESS - MARKETING / ธุรกิจ - การตลาด - ขายตรง - SME

...

เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง (บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด) และ กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการนำนวัตกรรมของเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง ผสานกับความเป็นผู้นำภาคการเงินเพื่อความยั่งยืนของกรุงศรี เร่งดำเนินการสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Green House Gas Emissions) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือระหว่างสององค์กรในครั้งนี้มีเป้าหมายร่วมกันที่จะศึกษา พัฒนา สรรหา และให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Net Zero Building Materials ของวัสดุก่อสร้าง และโซลูชันต่างๆ ตลอดจน Construction Platform ที่เหมาะสมกับประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ทั้งในแง่ของการ Decarbonization ของวัสดุก่อสร้าง และการพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่เป็น Carbon Sink Based Product ตลอดจนการพัฒนาระบบการก่อสร้างที่จะทำให้มี Carbon Footprint ในองค์รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะได้นำผลของการดำเนินการต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการให้ครบทั้ง Ecosystem เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับการอยู่อาศัยของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น   นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง กล่าวว่า “สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ สอดคล้องกับกลยุทธ์ ESG ในการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีโดยตรง ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงมุ่งเสาะหา และพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ โซลูชันการอยู่อาศัยที่ทำให้เจ้าของบ้าน หรือเจ้าของโครงการลดการใช้พลังงาน รวมถึงกระบวนการก่อสร้างทางเลือกที่ทำให้การก่อสร้างในอนาคตลดการปล่อยคาร์บอนได้มากขึ้น” “การลงนามในวันนี้เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ กรุงศรี ในการใช้จุดแข็งของทั้ง 2 ธุรกิจมาพัฒนาต่อยอดสู่เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นพันธกิจของสังคมโลก เราหวังว่าแผนงานสำคัญที่ได้จากโครงการนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ ยกระดับศาสตร์การใช้วัสดุก่อสร้างเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น และสนับสนุนให้เกิดการผลิตวัสดุคาร์บอนต่ำมากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการผลักดันให้เกิดนโยบาย หรือแผนงานที่มุ่งสู่ความเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญเพื่อโลกที่ยั่งยืนให้กับหลายๆ หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ต่อไปในอนาคต” นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย ด้านนายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของกรุงศรีสู่การเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย กรุงศรี ยินดีอย่างยิ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายในการช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างสรรค์โซลูชันรูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน” “กรุงศรีในฐานะผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน (ESG Finance) จะช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาวะวิกฤตทางสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ผ่านกิจกรรมส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองบริษัทให้คำแนะนำแบบครบวงจรเกี่ยวกับโซลูชันด้านการก่อสร้างและการเงินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับบุคคลทั่วไป และผู้ประกอบการในห่วงโซ่ธุรกิจ การสนับสนุนการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ผ่านเครือข่าย MUFG เพื่อขยายโอกาสในการทำธุรกิจ และเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ รวมไปถึงการร่วมแสวงหาโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน เพื่อช่วยสนับสนุนความสำเร็จในการลดการปล่อยคาร์บอนทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ทั้งสองบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทย และขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป”

14 May 2024


...

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” ผู้ให้บริการหนังสือและสื่อความรู้ทั่วประเทศไทย นำโดย นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ เปิดตัวสาขาใหม่รูปแบบ STAND ALONE ในภาคตะวันออก “ซีเอ็ด สาขาตราด” เพื่อเป็นแหล่งความรู้ของชาวตราด และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการ จังหวัดตราด จำนวนรวมทั้งสิ้น 10 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสรพงษ์ ขันทอง รองนายกเทศมนตรีเมืองตราด ทพญ.วิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด นพ.วินัย บรรจงการ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลตราด นายวรรณวิจักษณ์ กุศล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดตราด นายจิรพงค์ ร่มเงิน ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคตราด นายปรีดี โสโป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด ดร.พิจิตร พรหมจารีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด เขต1 ร่วมมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษา และองค์กรในท้องถิ่น จังหวัดตราดในครั้งนี้อีกด้วย     ซีเอ็ดเอาใจชาวตราดในโอกาสเฉลิมฉลองเปิดร้านใหม่ เพียงแวะ CHECK-IN ที่ร้านซีเอ็ด สาขาตราด รับหนังสือฟรีท่านละ 1 เล่ม พร้อมด้วยโปรโมชั่นช้อปสินค้าครบ 300 บาทขึ้นไป รับฟรี! บัตรสมาชิก SE-ED x SESAME STREET คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยโปรโมชั่น ซื้อครบรับฟรี! ของพรีเมียมสุดชิค     ร้านหนังสือซีเอ็ด สาขาตราด ตั้งอยู่เลขที่ 75-77 ถนนตัดใหม่ ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด 23000 ติดกับห้างทองสมประสงค์ เยื้องกับตลาดสดเทศบาล เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร. 039-510-915

27 Apr 2024

...

นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม  ผู้บริหารสูงสุด – สายงานสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในเดือนเมษายนและพฤษภาคมเป็นช่วงของเทศกาลวันหยุดยาว และใกล้เปิดเทอม ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจมีความต้องการเงินสดเพื่อใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น     เคทีซีจึงได้จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้สมัครขอสินเชื่อบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” และได้รับการอนุมัติระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2567 – 31 สิงหาคม 2567 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 19.99% ต่อปี สำหรับเงินกู้ก้อนแรกที่โอนเข้าบัญชี 50,000 บาทขึ้นไป และเลือกผ่อนชำระรายเดือน (ตั้งแต่ 12 เดือนถึง 60 เดือน) สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครสินเชื่อบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” จะต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นพนักงานประจำของบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาทต่อเดือน โดยสามารถสมัครสมาชิกสินเชื่อบัตรกดเงิน “เคทีซี พราว” ได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” และธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิก https://ktc.today/KTC-PROUD  ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว”    “บัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” โดดเด่นด้วยฟังก์ชันครบทั้งรูด-โอน-กด-ผ่อน โดยสามารถช้อปออนไลน์ได้ทุกร้านค้า ทุกที่ ทุกเวลา รวมทั้งสามารถโอนเงินเรียลไทม์ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” เข้าบัญชีธนาคารได้ถึง 13 ธนาคาร และกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีค่าธรรมเนียมการกดเงิน  นอกจากนี้ยังใช้ผ่อนสินค้า 0% ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ”  

21 Apr 2024

...

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ซูเลียน (Zhulian) ผู้ดำเนินธุรกิจตลาดเครือข่าย (Multi-Level Marketing) ประกาศจุดยืนความตั้งใจเป็นที่หนึ่งธุรกิจตลาดเครือข่าย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้มากที่สุด วางทิศทางการทำงานปี 2024 ปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ให้ผู้จัดจำหน่ายของซูเลียน บรรลุถึงผลสำเร็จ สามารถขยายเครือข่ายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว มีรากฐานที่มั่นคง พร้อมมุ่งรักษาคุณภาพสินค้า และพัฒนาสินค้าใหม่ตอบโจทย์สุขภาพ เดินหน้าสร้างฐานสมาชิกใหม่เสริมเทคโนโลยี นำช่องทางการขาย “Zhulian Shopping Online”เชื่อมต่อการทำธุรกิจออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อยกระดับชีวิตที่มีคุณภาพ และโอกาสทางธุรกิจให้ก้าวอย่างไม่หยุดยั้ง ก้าวสู่ปีที่ 27 พร้อมการเติบโตอย่างยั่งยืน   ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวย้อนถึงจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจตลาดเครือข่าย (Multi-Level Marketing) ของ ‘ซูเลียน’ ว่า เกิดจากความตั้งใจในการเสริมสร้างสังคมให้มีสุขภาพแข็งแรง ด้วยสินค้าดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน ทั้งยังมุ่งมั่นสร้างโอกาสสร้างงาน และกระจายรายได้ผ่านการจัดจำหน่ายสินค้าโดยผู้จัดจำหน่ายซูเลียน ปัจจุบัน ซูเลียนประสบความสำเร็จจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจขายตรง ที่มีสมาชิกรวมกันกว่า 5 ล้านรหัส และตัวแทนจำหน่ายร่วม 100 กว่าแห่งทั่วประเทศ   “ตลอดระยะเวลาการทำงานเข้าสู่ปีที่ 27 นี้ บุคลากรของซูเลียนทุกคนดำเนินงานภายใต้คำขวัญเดียวกัน นั่นคือ ‘ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม’ บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า เราให้ความสำคัญ และจริงใจต่อทุกผลิตภัณฑ์ มีการคัดสรร สรรพคุณอันเป็นประโยชน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสุขภาพที่ดีที่สุดภายใต้เครื่องหมายการค้าซูเลียน”   ดร.ปิยะวัฒน์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในปัจจุบัน ซูเลียนมีอัตราการเติบโตประมาณ 20% หลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤติโควิด ขณะนี้บริษัทมียอดขายโดยรวมอยู่ที่กว่า 4 พันล้านบาทต่อปี  และคาดการณ์ว่าตลาดโดยรวมจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ  โดยซูเลียนได้ขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้ง ลาว , กัมพูชา และเมียนมาร์   ซึ่ง นายณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวสนับสนุนหลักคิดดังกล่าวว่า ซูเลียนวางทิศทางการทำธุรกิจในปี 2024 ไว้หลายด้าน ประการแรกเรายังมุ่งรักษาคุณภาพสินค้าด้วยมาตรฐานระดับสูง ไปพร้อมกับการพัฒนาสินค้าใหม่ อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Health Product) จากส่วนประกอบธรรมชาติ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้คนในปัจจุบันควบคู่กับสินค้าที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว ทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มบ้านและที่อยู่อาศัย (Home Care), ผลิตภัณฑ์เพื่อร่างกาย (Personal Care), เข็มขัด M-belt ส่วนในด้านการสนับสนุนผู้จัดจำหน่ายซูเลียน ยังคงรักษาระบบการสร้างคุณค่าด้วยมูลค่าจากผลลัพธ์ของการทำงาน โดยมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสรรสร้างผู้จัดจำหน่ายที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น มีการจัดฝึกอบรมในด้านทักษะการเป็นผู้นำ เพื่อยกระดับชีวิตที่มีคุณภาพ และโอกาสทางธุรกิจให้ก้าวอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ และโอกาสทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปอย่างยุติธรรม การันตีได้ว่าการเป็นผู้จัดจำหน่ายของซูเลียน คือโอกาสทางธุรกิจที่ให้หลักประกันความมั่นคงทางการเงินได้ในระยะยาว   “ซูเลียนมีการวางรากฐานระบบเครือข่ายที่แข็งแกร่งมาร่วม 2 ทศวรรษ ด้วยการกระจายความมั่นคงผ่านฐานผู้บริโภคที่มีตัวตนจริงในพื้นที่ดูแลของเอเจนซี่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน เราได้ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในปัจจุบันเช่นกัน โดยมีโจทย์เพิ่มฐานนักธุรกิจรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงต่อการเติบโตในอนาคต เป้าหมายที่เราวางไว้ มีทั้งสิทธิในการส่งต่อธุรกิจไปยังรุ่นลูก รวมถึงมีการปรับภาพลักษณ์ การลงทุนใหม่ ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กร เช่น ลงทุนพัฒนาคนผ่านการอบรมทางวิชาชีพ การเสริมประสิทธิภาพระบบจัดส่งสินค้าที่ทันสมัย “หรือแม้แต่การนำเครื่องมือออนไลน์มาใช้ขับเคลื่อนให้นักธุรกิจทำงานง่ายและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y เปลี่ยนมุมมองว่างานขายตรงเป็นอีกแขนงอาชีพที่มีคุณค่า และช่วยให้ประสบความสำเร็จได้จริง” นายณัฐชานนท์ กล่าว   ซึ่งด้านของ นางสาวอรวรางค์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประเทศไทย บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยว่า ปัจจุบัน ซูเลียน ได้พัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายทางออนไลน์ หรือ ‘Zhulian shopping Online’ เพื่อรองรับกับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล ทำให้นักธุรกิจของเราสามารถสั่งซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย สะดวกสบาย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ด้วยการจัดส่งที่ได้มาตรฐาน และยังเป็นโครงสร้างสำคัญที่ต่อยอดความมั่นคงของบริษัทฯ ให้พร้อมกับการทำตลาดในปี 2024 นี้ ผ่านเทรนด์การเชื่อมต่อธุรกิจแบบออฟไลน์และออนไลน์ “วิธีคิดของซูเลียนคือมองเป้าหมายว่าจะผลักดันองค์กรอย่างไร ให้การขายตรงสามารถเดินหน้าสอดคล้องไปกับโลกในยุคใหม่ เราจึงมีทั้งการประยุกต์นำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถให้นักธุรกิจใช้เทคโนโลยีอย่างคล่องแคล่ว เพื่อโอกาส และประโยชน์สูงสุดของการทำงาน ก็คือเทคโนโลยีจะเข้าไปแทรกในหลาย ๆ กระบวนการทำงานของนักธุรกิจ สั่งของได้สะดวกขึ้น เร็วขึ้น วางแผนง่ายขึ้น แต่การขายไปถึงมือของ End-user จะยังเป็นลักษณะของการเผชิญหน้าเพื่อให้คำแนะนำ-บอกข้อดีของสินค้าโดยตรงอยู่เช่นเดิม”     ทั้งนี้ ปัจจุบันภาพรวมของ ซูเลียน (ประเทศไทย) ยังคงมีการเติบโตในตลาดขายตรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบบชงดื่มเพื่อสุขภาพ ‘คอฟฟี่พลัส กาแฟผสมโสม’ สินค้าอันดับ 1 ของบริษัทฯ ที่มียอดขายมากกว่า 10 ล้านซองต่อปี และมียอดขายผลิตภัณฑ์รวม 2,000 ล้านบาทต่อปี มีการเดินหน้าขยายการเติบโตครอบคลุมในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถรองรับการเติบโตเป็นเครือข่ายที่สร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้มากที่สุด   เพื่อสร้างสินค้าและสังคมที่มีคุณภาพ พร้อมสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ทรงคุณค่าและดำรงอยู่ตลอดไป ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ  

12 Mar 2024

...

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค ดังนั้น SME D Bank  พร้อมเคียงข้างสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย คว้าโอกาสจากแนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศจีนที่เป็นตลาดใหญ่ มีกำลังซื้อสูง โดยร่วมกับ บริษัท ไบรท์สกาย เอวิเอชั่น จำกัด หรือ “Sky Vibe”  ผู้ให้บริการสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์บนเครื่องบินและจัดจำหน่ายสินค้าบนเครื่องบิน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยนำสินค้าวางจำหน่ายบนสายการบิน “ไทยเวียตเจ็ท แอร์” ในเส้นทางบินระหว่างประเทศ จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิสู่ประเทศจีน รวม 9 เส้นทาง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวจีน และต่างชาติ  ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มรายได้ ขยายตลาด คว้ากำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ และยังเป็นการขยายการรับรู้ Soft Power ไทย ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วย      ทั้งนี้ SME D Bank จะส่งเสริมมอบความรู้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจนำสินค้าขายบนสายการบิน “ไทยเวียตเจ็ท แอร์”  ด้วยการจัดสัมมนาโครงการ “ติดปีกสินค้า SMEs ไทย สู่การขายบนสายการบิน” ในวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2567 เวลา 13.00-18.00 น. ณ ห้องประชุมแก้ววิเชียร ชั้น 11 อาคาร SME Bank Tower สำนักงานใหญ่ SME D Bank เช่น แนะนำขั้นตอนการนำสินค้าจำหน่ายบนสายการบิน เทคนิคการทำตลาดโดยใช้ AI ผ่าน Chat GPT และ Google Bard  รวมถึง การเตรียมพร้อมเข้าถึงแหล่งทุน เป็นต้น สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจเข้างานโครงการ หรือใช้บริการด้านการพัฒนายกระดับกิจการ สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ และสมัครแจ้งความประสงค์ได้ที่แพลตฟอร์ม DX (dx.smebank.co.th) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357  

29 Feb 2024

...

SME D Bank แก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลให้แก่เอสเอ็มอีไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (รหัส 21) ภายใต้มาตรการ “3 ลดปลดหนี้” บรรเทาภาระการเงิน สร้างโอกาสเริ่มต้นใหม่ไปต่อได้ ทั้งพักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี ลดดอกเบี้ยให้ 1% และยกดอกเบี้ยค้างให้ทั้งหมด แจ้งความประสงค์ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิ.ย. 68 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ ดังนั้น SME D Bank  ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมเคียงข้างช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กลุ่มรหัส 21 (วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 10 ล้านบาท และเป็น NPL ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2566)  ซึ่งประสบความยากลำบากมายาวนาน และต่อเนื่อง  ธนาคารจึงดำเนินการช่วยเหลือต่อเนื่อง ผ่านมาตรการ “3 ลด ปลดหนี้” ทั้งลดผ่อน  ลดเงินต้น  และลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงิน และสร้างโอกาสเริ่มต้นใหม่ กลับมาเดินหน้าธุรกิจได้ดีอีกครั้ง โดยลูกหนี้รหัส 21 จะได้รับความช่วยเหลือเมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร ได้แก่  พักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี  อีกทั้ง ระหว่างพักชำระเงินต้นได้ จะได้ลดดอกเบี้ย 1% ต่อปี นอกจากนั้น ยกดอกเบี้ยผิดนัดให้ทั้งหมด และหากปิดบัญชี ลดดอกเบี้ยค้างให้ 100%   สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2568 ณ สาขา SME D Bank ที่ใช้บริการสินเชื่อ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357     นอกจากนั้น  SME D Bank ยังให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม  ด้าน “การพัฒนา” ผ่านโครงการ “SME D Coach” จัดทีมโค้ชมืออาชีพให้คำปรึกษาแนะนำและดูแลแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิด จนสามารถปรับตัว และก้าวผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี รวมถึง มีแพลตฟอร์มเสริมแกร่งธุรกิจครบวงจรเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชม. ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/)  

09 Feb 2024

...

นางสาว ปริม ปัญญาเสรีพร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาล “ตรุษจีน” เป็นช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรมและประเพณีของชาวจีนรวมถึงคนไทยเชื้อสายจีนที่จะได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์พร้อมหน้ากันภายในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ โดยทุกๆ ปีของช่วงเทศกาลดังกล่าว ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดห้องอาหารจีนในโรงแรมจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ เคทีซีจึงได้จับมือกับ 18 ห้องอาหารจีนจากพันธมิตรโรงแรมชั้นนำในกรุงเทพมหานคร มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกได้เฉลิมฉลองกับเทศกาลสำคัญอย่างคุ้มค่า เพียงสมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี รับส่วนลดสูงสุด 30% โดยไม่ต้องใช้คะแนน KTC FOREVER ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 – 15 กุมภาพันธ์ 2567  สำหรับ 18 โรงแรมชั้นนำที่ร่วมรายการ ได้แก่ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท / โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค / โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ / โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ / โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพ สุขุมวิท / โรงแรมคอนราด กรุงเทพ / โรงแรม ดุสิต ปริ้นเซส ศรีนครินทร์ / โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ บางนา / โรงแรมโนโวเทลกรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต / โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพ /โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพ / โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ / โรงแรมเอสซี ปาร์ค / โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล / โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ / โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ / โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ และเดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ KTC PHONE  02 123 5000 หรือที่เว็บไซต์ https://www.ktc.co.th/promotion/dining/hotel-dining สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก เคทีซี ทัช ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์  https://ktc.today/apply-card     หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ยสูงสุด 16% 

04 Feb 2024

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / ENERGY - พลังงาน

...

กบข. ลงนาม MOU ร่วมกับ องค์กรการลงทุนเพื่อบริหารทุนสำรองของบรูไนฯ หวังส่งเสริมการลงทุน โดยร่วมกันศึกษาโอกาสจัดตั้งข้อตกลงพันธมิตรการลงทุน ภายใต้กรอบร่วมมือ 2 ปี    สมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง (MOU) ในการริเริ่มสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนที่มีศักยภาพ ระหว่างกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และองค์กรการลงทุนเพื่อบริหารทุนสำรองของบรูไนดารุสซาลาม (Brunei Investment Agency : BIA) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. และ BIA จะเป็นคู่ภาคี (Parties) ในการศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือเพื่อจัดตั้งข้อตกลงพันธมิตรการลงทุน (Investment Partnership Agreement) ภายใต้กฎหมาย ข้อบังคับ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของทั้งคู่ภาคี โดยการศึกษาร่วมกันในครั้งนี้ จะมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมที่มีความสนใจร่วมกัน ได้แก่ อาหารและการเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว ธุรกิจด้านสุขภาพ ยา พลังงานทดแทน เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน มีเป้าหมายในการสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจ และสร้างความร่วมมือที่มีศักยภาพอย่างแข็งแกร่ง เพื่อผลตอบแทนที่คาดหวัง (expected return)   “กบข. และ BIA มีเป้าหมายการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน คือ ต้องการส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้ง 2 องค์กร ที่จะเกิดความร่วมมือและเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ เรามุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาโครงการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายร่วมกัน ขับเคลื่อนผลตอบแทนและสร้างผลกระทบเชิงบวกในภูมิภาค” นายทรงพล กล่าว ทั้งนี้ MOU ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันนี้ (29 เม.ย. 67) มีระยะเวลา 2 ปี และจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2569 อนึ่ง กบข. และ BIA ได้ร่วมมือด้านการลงทุนมาแล้ว 2 ครั้ง คือ การร่วมจัดตั้งกองทุนไทยทวีทุน 1 และกองทุนไทยทวีทุน 2 รวมมูลค่าประมาณ 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

05 May 2024


...

(เรียงจากซ้ายไปขวา)  1. นางสาวนวพร เรืองสกุล อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 1,  2. นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 2, 3. นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 3, 4. นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการ กบข., 5. นายสมบัติ นราวุฒิชัย อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 4, 6. นายวิทัย รัตนากร อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 5 และ 7. นางศรีกัญญา ยาทิพย์ อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 6   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  เปิดเผยว่า วันที่ 27 มีนาคม เป็นวันครบรอบ 27 ปี การก่อตั้ง กบข. จึงได้จัดงานวันครบรอบการก่อตั้งขึ้น โดยมีนางสาวนวพร เรืองสกุล อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 1 นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 2    นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 3 นายสมบัติ นราวุฒิชัย อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 4 นายวิทัย รัตนากร อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 5 และนางศรีกัญญา ยาทิพย์ อดีตเลขาธิการ กบข. คนที่ 6 มาร่วมอวยพร พร้อมพบปะพนักงาน กบข. โดย นายทรงพล กล่าวว่า มีความรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่อดีตเลขาธิการทุกท่านได้สละเวลามาร่วมอวยพร เนื่องในวันครบรอบการก่อตั้ง ซึ่งอดีตเลขาธิการทุกท่าน มีความตั้งใจและทุ่มเทในการช่วยผลักดันองค์กรให้ประสบความสำเร็จ การที่ตนได้เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ถือเป็นงานสำคัญ พร้อมสานต่อด้วยการให้ความสำคัญใน 3 ด้าน คือ สมาชิก ผู้มีส่วนได้เสีย และพนักงาน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้กองทุนไทยมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน “อดีตเลขาธิการทุกท่านต่างมีเจตจำนงที่ต้องการให้ กบข. เติบโตอย่างมั่นคง และพร้อมสนับสนุนทุกด้าน และการที่ทุกท่านได้มาแบ่งปันข้อมูลต่างๆ ในสมัยที่รับตำแหน่ง ก็สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้ กบข. เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายทรงพล กล่าว   อนึ่ง กบข. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2540 ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 โดยมีหน้าที่นำเงินที่รับจากสมาชิกและส่วนราชการไปลงทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารฐานข้อมูลสมาชิก การจัดสรรผลประโยชน์จากการลงทุน การประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่สมาชิก รวมถึงการจ่ายเงินและผลประโยชน์คืนให้แก่สมาชิกเมื่อพ้นสมาชิกภาพ   ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 27 ปี กบข. จัดโครงการพิเศษเพื่อให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมยินดีในวันครบรอบ ด้วยการมอบสิทธิพิเสษส่วนลดเติมน้ำมันที่ปั๊มบางจาก มูลค่า 30 บาท และ ส่วนลดร้าน Dairy Queen มูลค่า 30 บาท รวมถึงจัดแคมเปญพิเศษ ให้สมาชิกนำ GPF Point จำนวน 27 Point มาแลกสิทธิพิเศษ โค้ดส่วนลด LINE Man มูลค่า 100 บาท โค้ดส่วนลดค่าน้ำมัน PT มูลค่า 100 บาท ส่วนลด MK มูลค่า 100 บาท  พร้อมขอให้สมาชิกติดตามแคมเปญสิทธิพิเศษได้ตลอดทั้งปี สมาชิกสามารถแลกสิทธิพิเศษ ผ่านทาง แอป กบข. My GPF Application และ LINE กบข. @GPFCommunity

31 Mar 2024

...

รัฐมนตรีฯ กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยมและมอบโยบายการทำงานแก่ SME D Bank แนะใช้แนวทาง “รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง” ยกระดับองค์กร เพื่อเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย ด้าน SME D Bank ขานรับ ชูเรือธง  “เติมทุนคู่พัฒนา” สนับสนุนเอสเอ็มอีสู่ความสำเร็จ ส่งต่อคุณประโยชน์สู่ทุกภาคส่วน พาเศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน   นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง ว่า ได้มอบนโยบายการทำงานแก่คณะกรรมการ และคณะผู้บริหาร SME D Bank  ให้เดินหน้าสนับสนุนเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับ Thailand Vision ที่ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใน 8 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยว การแพทย์-สุขภาพ อาหาร การบิน การขนส่ง ยานยนต์อนาคต ดิจิทัล และการเงิน โดยให้บริการด้านการพัฒนาควบคู่กับการให้สินเชื่อ พร้อมเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรภายในและภายนอกกระทรวงอุตสาหกรรม   ทั้งนี้ ขอให้ SME D Bank นำแนวทาง “รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง” มายกระดับขั้นตอนการทำงาน หมายถึง รื้อ ลด และปลด สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี พร้อมกับสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอี  เช่น การพัฒนาศูนย์ One Stop Service สำหรับให้บริการกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกกระบวนการ และมุ่งสู่การเป็น Digital Banking โดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ ธนาคารจะต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูล Data Warehouse และระบบ Core Banking System (CBS) ที่ธนาคารพัฒนาขึ้น เพื่อนำไปวิเคราะห์ วิจัย และประมวลผลให้ได้ข้อมูลเชิงลึก (SME Insight) สำหรับกำหนดเป็นนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีต่อไป นอกจากนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ จะต้องวางภาพลักษณ์องค์กรเป็น Professional Banking มีวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นมืออาชีพ   “ดิฉันมั่นใจในศักยภาพของ SME D Bank และยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของ SME D Bank ในทุกมิติ เพื่อให้ SME D Bank เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สามารถช่วยเหลือและเพิ่มศักยภาพแก่เอสเอ็มอีไทย ซึ่งจะสร้างประโยชน์ ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ ประชาชนมีรายได้ คุณภาพชีวิตดีขึ้น ส่งต่อประโยชน์ไปยังทุกภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้ประเทศไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าว   นายเดชา จาตุธนานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ SME D Bank กล่าวว่า  SME D Bank พร้อมขานรับดำเนินการตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านกระบวนการ “เติมทุนคู่พัฒนา” ช่วยเอสเอ็มอีเติบโตอย่างเข้มแข็ง  โดยด้าน “การเงิน” จัดเตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่อครอบคลุมทุกกลุ่มเอสเอ็มอี วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังเป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนนานพิเศษสูงสุด 15 ปี และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 24 เดือน ช่วยลดภาระทางการเงิน อีกทั้ง ใช้กลไกบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สนับสนุนกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ขณะเดียวกัน พิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา SME D Bank ดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง สามารถพาเข้าถึงแหล่งเงินทุนกว่า 231,250 ล้านบาท ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า  1 ล้านล้านบาท และช่วยรักษาการจ้างงานได้กว่า 752,345 ราย ควบคู่กับช่วยพัฒนาเสริมศักยภาพเอสเอ็มอีกว่า 75,000 ราย อีกทั้ง ช่วยเหลือผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน (ฟ้า-ส้ม) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กว่า 83,520 ราย วงเงินรวมกว่า 145,240 ล้านบาท   ส่วนด้าน “การพัฒนา” ยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอี ผ่านโครงการ SME D Coach ที่เชื่อมโยงการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 50 แห่งมาไว้ในจุดเดียว เน้นเติมความรู้ใน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การตลาด  2.มาตรฐาน พัฒนาผลิตภัณฑ์  3. เทคโนโลยีและนวัตกรรม 4. การเงิน เขียนแผนธุรกิจ บัญชี ภาษี 5.การผลิต และ  6.บ่มเพาะเตรียมพร้อมเข้าสู่แหล่งทุน ทั้งนี้ SME D Bank ยังดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล แก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบให้แก่ประชาชนและเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กลุ่มรหัส 21 (วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 10 ล้านบาท และเป็น NPL  ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2566) ผ่านมาตรการต่าง ๆ  เช่น พักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี อีกทั้ง ระหว่างพักชำระเงินต้นจะได้ลดดอกเบี้ย 1% ต่อปี นอกจากนั้น ยกดอกเบี้ยผิดนัดให้ทั้งหมด และหากปิดบัญชี ลดดอกเบี้ยค้างให้ 100% เป็นต้น สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2568 ณ สาขา SME D Bank ที่ใช้บริการสินเชื่อ   สำหรับปีนี้ (2567) SME D Bank ยังเดินหน้ากระบวนการ “เติมทุนคู่พัฒนา” พร้อมยกระดับนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาให้บริการเอสเอ็มอีได้คลอบคลุม และกว้างขวางยิ่งขึ้น ได้แก่ ระบบ Core Banking System (CBS) ที่สามารถให้บริการทางการเงินได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และแพลตฟอร์ม DX  (Development Excellent) ระบบพัฒนาผู้ประกอบการอัจฉริยะ สร้างสังคมของการเรียนรู้  e-Learning ศึกษาได้ด้วยตัวเอง 24 ชม. ช่วยเติมศักยภาพให้เอสเอ็มอีสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน  

14 Mar 2024

...

เลขาธิการ กบข. คนใหม่ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” พร้อมเริ่มงานรับตำแหน่ง มีเป้าหมายพัฒนา กบข.เป็นกองทุนที่มีความมั่งคั่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่สมาชิก และสร้างฐานการคลังไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่วันแรก โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับ หลังจากได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการ กบข. ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญการบริหารการเงิน การคลัง และการลงทุน มีวิสัยทัศน์ที่ตรงกับภารกิจของ กบข. และมีเป้าหมายการดำเนินงานที่จะพัฒนาองค์กรให้เป็นกองทุนที่มีความมั่งคั่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่สมาชิก และสร้างฐานการคลังไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน   ทั้งนี้ นายทรงพล มีประสบการณ์การทำงานด้านการบริหารการเงิน การคลัง และการลงทุนในตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรรมการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กรรมการบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์จำกัด (มหาชน) กรรมการองค์การเภสัชกรรม กรรมการบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน)   ด้านการศึกษา นายทรงพล จบการศึกษา ระดับปริญญาโทจาก Master of Business Administration with Finance, Case Western Reserve University ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต B.S. Finance, University of Findlay นอกจากนี้ ยังผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงอื่น ๆ อาทิ นักบริหารการเงินการคลังระดับสูง รุ่นที่ 3 กรมบัญชีกลาง และหลักสูตรต่าง ๆ ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ดังนี้ หลักสูตร Corporate Governance for Capital Market Intermediaries (CGI) รุ่นที่ 7/2015 หลักสูตร Director Certification Program (DCP) รุ่นที่ 231/2016 และหลักสูตร IT Governance and Cyber Resilience Program (ITG) รุ่นที่ 15/2020

13 Mar 2024

...

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 นายรณชัย วินทวามร ผู้ช่วยเลขาธิการกลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นตัวแทน กบข. เข้ารับประกาศนียบัตรรางวัลชุดข้อมูลเปิดทรงคุณค่า จาก ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภายในงานวันข้อมูลเปิดนานาชาติ (International Open Data Day 2024) ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย     โดย กบข. ได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม และเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้ใช้หลักธรรมาภิบาล เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิก และผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดมาโดยตลอด ทั้งนี้ งานวันข้อมูลเปิดนานาชาติ (International Open Data Day 2024) จัดขึ้นโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ภายใต้หัวข้อ “Data-Driven for Sustainability: การขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมการใช้งานระบบข้อมูลแบบเปิด (Open Data) ที่เป็นกุญแจสำคัญในการเดินหน้าประเทศสู่การเป็นรัฐบาลเปิดได้อย่างยั่งยืน    

10 Mar 2024

...

กบข. จัดส่งเอกสารใบแจ้งยอดเงินประจำปี พร้อมเปิดให้สมาชิกดาวน์โหลด e-Statement แล้ว พร้อมประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกเลือกรับ e-Statement ในปีถัดไป เพื่อร่วมกันรักษ์โลก ลดการใช้กระดาษ   นายอาสา อินทรวิชัย รองเลขาธิการกลุ่มงานลงทุนและค้าตราสาร รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข. ) เปิดเผยว่า กบข. ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารใบแจ้งยอดเงินสมาชิกประจำปี 2566 ให้กับสมาชิกทั่วประเทศแล้ว ทั้งในรูปแบบเอกสารผ่านหน่วยงานต้นสังกัด และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Statement) ตามที่อยู่อีเมลของสมาชิกที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอรับ e-Statement ไว้ โดยใบแจ้งยอดเงินสมาชิก จะแสดงข้อมูลรายละเอียดยอดเงิน ณ สิ้นปี 2566 ทั้งเงินสะสมที่สมาชิกนำส่ง เงินที่รัฐสมทบให้ และผลตอบแทนที่ กบข. บริหารให้ แจกแจงตามประเภทของเงินและตามแผนการลงทุน สำหรับยอดเงิน กบข. ที่สมาชิกจะนำไปใช้ในประกอบการยื่นภาษีประจำปี จะอยู่ในส่วน “เอกสารรับรองการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อกรมสรรพากร” บริเวณด้านล่างของใบแจ้งยอดเงินหน้าแรก ทั้งนี้ กบข. ได้อำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลการนำส่งเงินสะสมเข้ากองทุนกับทางกรมสรรพากร เมื่อยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ จะแสดงข้อมูลเงินสะสม กบข. อัตโนมัติ โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนของยอดเงินสะสมระหว่างปี 2566 ซึ่งเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท     ทั้งนี้ สมาชิก กบข. สามารถดาวน์โหลด e-Statement ผ่าน 3 ช่องทางออนไลน์ ดังนี้ 1. My GPF Application ที่เมนู "ดาวน์โหลด e-Statement" 2. My GPF Website ที่เมนู "บัญชีของฉัน" และเลือก "ดาวน์โหลด e-Statement" และ 3. LINE กบข. @gpfcommunity เข้าผ่านสมาร์ตโฟน ที่เมนู "ดาวน์โหลดใบแจ้งยอดเงินประจำปี 2566" ในเมนูหน้าแชท ซึ่งสมาชิกจะได้รับใบแจ้งยอดเงินเป็นไฟล์สกุล .pdf ที่มีรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลสมาชิก นาย อาสา กล่าวเพิ่มเติมว่า ใบแจ้งยอดเงินสมาชิก ถือเป็นเอกสารสำคัญ ที่ กบข. ต้องแจ้งความเคลื่อนไหวเงินในบัญชีให้สมาชิกได้รับทราบ โดยในแต่ละปี กบข. ต้องผลิตใบแจ้งยอดเงิน เฉลี่ย 5 ล้านแผ่น จึงขอเชิญชวนให้สมาชิกลงทะเบียนรับ e-Statement นอกจากจะทำให้สมาชิกสามารถดูใบแจ้งยอดเงินได้ตลอดผ่านช่องทางออนไลน์ของ กบข. ที่สะดวกรวดเร็ว ยังได้มีส่วนช่วยในการลดการใช้กระดาษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. หรือ LINE กบข. @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร 1179

06 Feb 2024

...

ธ.ก.ส. โอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ไร่ละพัน) ปีการผลิต 2566/67 รอบที่ 5 จำนวนกว่า 5 หมื่นครัวเรือน เป็นเงินกว่า 345 ล้านบาททั่วประเทศ นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า วันนี้ ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด     ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาท กรอบวงเงินรวม 54,336 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน โดยมีกำหนดจ่ายรอบที่ 5 จำนวน 5 หมื่นครัวเรือน เป็นเงิน 345 ล้านบาท ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ไปแล้ว 4 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. - 2 ธ.ค. 2566 รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2566 รอบที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2566 และรอบที่ 4 เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2567 โดยจากการโอนเงินดังกล่าว สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้แล้วกว่า 4.62 ล้านครัวเรือน เป็นเงินจำนวน 52,941 ล้านบาท ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง จะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่านบริการ BAAC Connect ทาง Line: BAAC Family ด้วย หรือผ่านทาง https://chongkho.inbaac.com      

04 Feb 2024

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงานฉลองยิ่งใหญ่ “วันแห่งเกียรติยศของพลังนักขาย” Bangkok Life Agency Annual Awards ประจำปี 2023 “THE HONOR OF SUCCESS” เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผู้รับรางวัล “เพชรน้ำเอก” รวมถึงผู้รับรางวัลคุณวุฒิสำคัญ และผู้พิชิตรางวัลอันทรงเกียรติ  โดยมี ดร.ศิริ การเจริญดี ประธานกรรมการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และนายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมแสดงความยินดี โดยมี นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร ดร.ณัฐพัชร์  เจียรวงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้ งาน Bangkok Life Agency Annual Awards  ถือเป็นงานสำคัญประจำปีที่กรุงเทพประกันชีวิต ให้ความสำคัญและจัดขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกท่านที่ได้สร้างผลงานอันเป็นเลิศด้วยความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในตัวลูกค้า จนได้รับความไว้วางใจและสามารถบรรลุเป้าหมายด้วยรางวัลแห่งความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกคน โดยในงานคณะผู้บริหารระดับสูงได้ร่วมกันมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินที่ประสบความสำเร็จในปีนี้จำนวนทั้งสิ้น 543 ท่าน รวมรางวัลทั้งสิ้น 959 รางวัล แบ่งเป็น 9 ประเภท ได้แก่ รางวัลเกียรติยศ เพชรน้ำเอก  รางวัลถ้วยเกียรติยศท่านประธานกรรมการ รางวัลคุณวุฒิไตรมาส รางวัลเกียรติชนเรือนล้าน รางวัล TNQA/IQA รางวัล MDRT Annual Meeting 2023, Vancouver, Canada รางวัล Bangkok Life Annual Trip 2022, England รางวัล Bangkok Life GAMA Challenge และ รางวัลคุณวุฒิสโมสรผู้นำ นอกจากนี้ ยังถือโอกาสแสดงความยินดีกับการแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งของผู้บริหารฝ่ายขายระดับสูง คือ Vice President, Deputy Vice President, Assistant Vice President ประจำปี 2567 ด้วย กรุงเทพประกันชีวิต มีความเชื่อมั่นว่าความสำเร็จเกิดขึ้นจากการวางเป้าหมายที่ท้าทาย และการร่วมมือร่วมใจในการทำงานของทั้งตัวแทน ทีมงานเบื้องหลัง รวมถึงองค์กรที่คอยสนับสนุน สร้างความมั่นใจให้กับตัวแทนทุกคน การมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ เพื่อเป็นแบบอย่างของความภาคภูมิใจ และเป็นพลังในการทำงานพร้อมบอกเล่า ส่งต่อความรู้สึกนี้แก่ตัวแทนรุ่นต่อ ๆ ไป และขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินทุกท่าน ที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างผลงาน และพร้อมที่จะเดินเคียงคู่ไปกับองค์กรเพื่อร่วมพิชิตเป้าหมายการเติบโต 2 เท่าไปด้วยกัน

18 May 2024

...

ทิพยประกันภัย เชิญชวนร่วมงาน Money Expo 2024  พบกับโปรโมชันและสิทธิพิเศษเพียบ !!  ลด รับ ชิง…ได้จริง 3 ต่อ โปรโมชันประกันภัยที่คุ้มสุดคุ้ม เพื่อคุณเท่านั้น  อาทิ ประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุ ประกันภัยสัตว์เลี้ยง และประกันภัยประเภทอื่นๆ อีกมากมาย  พร้อมมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและบริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ ครบจบทุกประกันภัย ✅ ลด...เบี้ยประกันภัย สูงสุด 23% ✅ รับ...ของสมนาคุณ* รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ✅ ชิง...ทองคำ รวมมูลค่ากว่า 180,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทประกันภัยที่กำหนด) 💝 พิเศษ! 💝 ลูกค้าต่ออายุ รับบัตร Lotus’s สูงสุด 1,000 บาท พบกันที่ บูธทิพยประกันภัย (K8) ในงาน Money Expo 2024  ตั้งแต่ 16 - 19 พ.ค. 67 อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี #MoneyExpo2024 #ทิพยประกันภัย #DhipayaInsurance    

17 May 2024

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 Money Expo 2024 ด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าและผู้เข้าร่วมชมงานภายในงานนี้เท่านั้น โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Providing value TOWARDS a sustainable FUTURE : มอบคุณค่า สู่การส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยเอาใจผู้ที่รักการออมกับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 111 วัน ดอกเบี้ยแบบ Step up สูงสุด 21% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 4.70% ต่อปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากได้สูงสุด 500,000 บาทต่อราย โดยสามารถจองสิทธิ์ภายในงานนี้เท่านั้น จำนวนจำกัดวันละ 200 สิทธิ์ และ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ นอกจากนี้ ยังแจกรางวัลเพิ่มต่อเนื่อง ฉลอง 111 ปี ลุ้นรับทองคำแท่ง 10 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 26.5 ล้านบาท เพียงรางวัลเดียว สำหรับผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ 1 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 เริ่มรับฝากตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม - 15 กรกฎาคม 2567   สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธนาคารมีมาตรการรีไฟแนนซ์ ภายใต้โครงการ “สินเชื่อออมสินรีไฟแนนซ์เพื่อสังคม” รับรีไฟแนนซ์หนี้เดิม อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดภาระแก่ลูกหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ สินเชื่อออมสิน Re P-Loan สำหรับลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 100,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี สินเชื่อออมสิน Re-Nano สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย สินเชื่อ Nano Finance อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 200,000 บาท ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 8 ปี ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการค้ำประกันการกู้ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการกู้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น สามารถเลือก สินเชื่อออมสิน Re-Home วงเงินกู้ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีแรกอยู่ที่ 1.95% ต่อปี (เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95% ต่อปี กรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันฯ) พร้อมเงื่อนไขผ่อนต่ำ ปีที่ 1 ผ่อนชำระเงินงวดล้านละ 3,000 บาท/เดือน และสินเชื่อธุรกิจ GSB Re-Biz+ สำหรับผู้ประกอบการทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ต้องการ รีไฟแนนซ์/รวมหนี้มาผ่อนชำระกับธนาคาร คิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก 3.49% ต่อปี วงเงินกู้เท่ากับวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท   นอกจากนี้ ได้จัดโปรโมชันสินเชื่อเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ชุดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และผู้ประกอบการเกิดสภาพคล่องมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ได้แก่ สินเชื่อบ้านออมสินเพื่อคนไทย สำหรับซื้อหรือปลูกสร้างบ้าน วงเงินกู้ไม่เกิน 7 ล้านบาท ผ่อนชำระปีแรกเพียงล้านละ 2,500 บาท/เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.95% ต่อปี (เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95% ต่อปี) และสามารถกู้เพิ่มเติมเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย โดยใช้ สินเชื่อ Top Up อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกคงที่ 3.49% ต่อปี หลังจากนั้น MRR-0.25% และสามารถเลือกชำระเงินงวดแบบผ่อนต่ำปีที่ 1-3 ล้านละ 4,000 บาท/เดือนได้ เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ภายในงาน และจัดทำนิติกรรมสัญญาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 จำนวน 111 รายแรก จะได้รับ Central Gift Card มูลค่า 1,000 บาท ต่อวงเงินกู้สินเชื่อเคหะ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารได้จัด สินเชื่อ GSB D-HOME สร้างบ้านเพื่อคนไทย และสินเชื่อ GSB D-HOME กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกู้ไม่จำกัดวงเงิน และระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 4 ปี พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ พร้อมนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกับ “ออมสินเมตาเวิร์ส : GSB Metaverse” บูทธนาคารออมสินเสมือนจริง โดยลูกค้าสามารถเล่นกิจกรรมเก็บเหรียญภายในห้องต่างๆ ในโลกออมสินเมตาเวิร์ส ให้ครบ 20 เหรียญ และลงทะเบียนลุ้นรับของรางวัลส่วนลด Code Shopee มูลค่า 100 บาท วันละ 111 รางวัล รวมถึงยังมีกิจกรรมและของรางวัลพิเศษจำนวนมากตลอดทั้งงาน สำหรับงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 Money Expo 2024 ภายใต้แนวคิด “Digital Finance for All การเงินดิจิทัล เพื่อทุกคน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 19 พฤษภาคม 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  

17 May 2024

...

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่กรุงเทพประกันชีวิต และ ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมกันให้บริการวางแผนความคุ้มครองและการออมผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เพื่อสร้างความสำเร็จให้ลูกค้ากว่า 1.2 ล้านราย  จนเป็นที่มาของการจัดงาน Age of Happiness: Thank You Event for Our Valued Customers เพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้าธนาคารกรุงเทพที่ให้ความไว้วางใจให้ทั้งสององค์กรได้มีส่วนในการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น ให้บรรลุเป้าหมายของแต่ละครอบครัว โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารระดับสูงจากสององค์กรร่วมให้การต้อนรับลูกค้าที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ความสำคัญของงาน Age of Happiness: Thank You Event for Our Valued Customers ยังตอกย้ำถึงพลังความร่วมมือระหว่างสององค์กรที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เหมาะสมให้กับลูกค้าจนเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้ามาอย่างยาวนานผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตพ Credit 1st สำหรับคุ้มครองสินเชื่อธุรกิจ และ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต Home 1st คุ้มครองสินเชื่ออยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ Gain 1st  ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และได้รับความไว้วางใจในการทำประกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   (ภาพจากซ้าย) คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , คุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “ผมขอขอบคุณลูกค้าที่มอบความไว้วางใจให้ธนาคารกรุงเทพและกรุงเทพประกันชีวิต ได้ดูแลความมั่นคงและธุรกิจของครอบครัวของท่านตลอดมา และเราพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างเพื่อสนับสนุนลูกค้าทุกท่านให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินของครอบครัวและของธุรกิจ รวมถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี” คุณชาติศิริกล่าว และด้วยวิสัยทัศน์ของ ธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งเป็นธนาคารที่ให้บริการด้านการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายใต้เจตนารมณ์ที่จะเป็น “เพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้าน”  ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความมั่นคงของครอบครัว การสั่งสมและส่งต่อ Wealth จากรุ่นสู่รุ่น ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการสืบทอดธุรกิจของครอบครัว และเหนืออื่นใด ธนาคารยังมุ่งมั่นดูแลลูกค้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ในปีนี้จึงได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ายิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “3 Gens Solution” เช่น ผลิตภัณฑ์  Home 1st Extra ที่มีจุดเด่นในด้านการคุ้มครองสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการเตรียมความคุ้มครองไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่ครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยด้วย 44 โรคร้ายแรง  รวมทั้ง กรุงเทพประกันชีวิตยังมอบสิทธิประโยชน์ใหม่ 5 ด้าน สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ ภายใต้ BLA Happy Life Club เพื่อส่งมอบความสุขได้ในทุกวัน ด้วยแนวคิด Elevating Your Happiness โดยมีสิทธิประโยชน์ดีๆ ในทุกไลฟ์สไตล์  โดยเฉพาะด้านสุขภาพ   บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยลูกค้าคนพิเศษ ที่แต่ละท่านสละเวลามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญ ที่ทั้งสององค์กรใส่ใจร่วมกันจัดขึ้นภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น โดยมีไฮไลท์คือช่วง Special Talk “เปิดมุมมองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่กับนาย ณภัทร เสียงสมบุญ” นักแสดงมากฝีมือ ที่มาร่วมสร้างความสดใสและแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ รวมทั้งแชร์เรื่องราวในฐานะพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ Gain1st มาต่อเนื่องหลายปี ทั้ง Gain1st 650  Gain1st Simple Gain1st 424 และ Gain1st 10/5 รวมทั้งยังเป็นลูกค้าตัวจริงของธนาคารกรุงเทพและกรุงเทพประกันชีวิต ซึ่งได้เลือกซื้อ Gain1st ผ่านโมบายแบงกิ้งของธนาคารกรุงเทพเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการออมด้วยเช่นกัน อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ ลูกค้ายังได้รับฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เคล็ดลับสู่ความมั่งคั่งเมื่อฮวงจุ้ยโลกเข้าสู่ยุค 9”  โดย “อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม” ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลกที่มาแนะนำเรื่องการจัดฮวงจุ้ยเพื่อความมั่งคั่งทั้งทำเลที่ตั้งบ้าน อาคารสำนักงาน หรือการจัดที่นั่งสำหรับผู้บริหาร พร้อมตอบคำถามแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างความสุขให้ทุกคนจนจบงาน   “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตมีความใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ให้เป็นแบบประกันที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดี และมีเบี้ยประกันฯ ที่เหมาะสม ภายใต้แนวคิดประกันชีวิตที่ใส่ใจและให้ความรู้สึกดี โดยธนาคารกรุงเทพมีส่วนสำคัญในการแนะนำเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต หรือ การสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อที่ต้องการให้ธุรกิจและสินทรัพย์นั้นยังคงอยู่กับครอบครัวและทายาทได้ และไม่เป็นภาระให้กับคนรุ่นหลัง ผมจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณลูกค้าและธนาคารกรุงเทพ ที่ไว้วางใจให้กรุงเทพประกันชีวิตส่งมอบความคุ้มครองสู่ลูกค้าของธนาคารกรุงเทพทุกท่านครับ” คุณโชนกล่าว

14 May 2024

Banner Banner Banner

Banner
  ทิศทาง ceothailand.net ในปี 2567  “สื่อออนไลน์ CEO THAILAND”   ในปี 2567 จะเป็นปีที่ผม “นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์” จะมาทำหน้าที่บรรณาธิการบริหารสื่อ CEO THAILAND และผู้บริหารสื่อออนไลน์ ceothailand.net อย่างเต็มที่ หลังจากที่ผ่านมาได้ไปเดินแผนงานทางด้านการเมือง แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้งไปแล้วที่ผ่านมา จึงทำให้ช่วงเวลานี้มีเวลาที่จะมาวางแผนในการเดินหน้าธุรกิจสื่อได้มากขึ้น และในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีนับจากนี้ จึงขอเข้ามารับหน้าที่สื่อมวลชน ในการเขียนบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องราวในแวดวงเศรษฐกิจ-การเงิน และการประกันภัย ในฐานะของคอลัมนิสต์ ตลอดเวลาที่ผมเข้าไปทำงานทางการเมือง ต้องยอมรับว่าวงการข่าวและสื่อสารมวลชนเปลี่ยนไปเร็ว ตลอดเวลา 5 ปี  สื่อออนไลน์ที่รวดเร็วเข้ามาแทนที่สื่อหลักอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ (ออฟไลน์)  เราต้องยอมรับในเรื่องความรวดเร็ว แต่ต้องไม่ลืมจุดด้อยของสื่อออนไลน์ คือข้อผิดพลาดในการกลั่นกรองข่าวสาร รวมทั้งบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ที่หายไป และข่าวที่ออกมามีความเหมือนกัน  ไม่แตกต่าง และเป็นเชิงภาพข่าว และกิจกรรมเท่านั้น ดังนั้นในปี 2567 นี้  ในหน้าสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ท่านผู้อ่านจะได้สัมผัสกับข่าวสารเชิงวิเคราะห์ เจาะลึกแบบออนไลน์ต่อเนื่องในสื่อ CEO THAILAND รวมทั้งการจัดทำเป็น E-Magazine ใน www.ceothailand.net รวมทั้งการจัดทำเป็นรูปเล่มฉบับพิเศษสลับไปบ้างในเรื่องที่สำคัญๆ น่าสนใจ และเป็นประโยชน์กับประชาชนและสังคม ขอขอบพระคุณท่านลูกค้าและผู้สนับสนุนสื่อด้วยดีเสมอมา ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา และขอขอบพระคุณทุกท่าน รวมทั้งผู้อ่านที่ติดตามสื่อ CEO THAILAND ด้วยดีเสมอมาใน www.ceothailand.net   นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา) บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner