Responsive image

Wednesday, 06 May 2026

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) ประกาศผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตขึ้นร้อยละ 13 คิดบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (CER) สำหรับไตรมาสแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่: มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 13 อยู่ที่ 1,757 ล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 22 โดยไม่นับรวมประเทศไทย เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อยู่ที่ 3,152 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 56.0   หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐ เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น ไตรมาส 1 ปี 2569 ไตรมาส 1 ปี 2568 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนตามจริง) มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) 1,757 1,497 13% 17% อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) 56.0% 57.5% (1.8) จุด (1.5) จุด เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) 3,152 2,617 16% 20%   นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “เอไอเอสามารถรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งจากปี 2568 มาสู่ไตรมาสแรกของปี 2569 ได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 หากไม่รวมประเทศไทย ซึ่งมีฐานการเติบโตในปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษตามที่ได้มีการสื่อสารไว้ก่อนหน้านี้ ผลการดำเนินงานของเรามีความแข็งแกร่งในทุกลุ่มธุรกิจที่รายงานยกเว้นประเทศไทย สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้ทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจของเอไอเอ ขณะเดียวกัน ตลาดหลักสองแห่งของเรา ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง สามารถสร้างการเติบโตที่ยอดเยี่ยมได้ถึงมากกว่าร้อยละ 20 ในไตรมาสแรกนี้ “ในฐานะผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย เอไอเอมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านการให้ความคุ้มครอง สุขภาพ การออม และผลิตภัณฑ์เพื่อการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ โดยอาศัยจุดแข็งเชิงการแข่งขันของกลุ่มบริษัทในด้านแบรนด์ ช่องทางการขาย การให้บริการ และเทคโนโลยี ความสามารถของเราในการสร้างธุรกิจใหม่ที่มีคุณภาพสูงและให้ผลกำไรอย่างสม่ำเสมอ ผสานกับกำไรจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของผลกำไรและกระแสเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา ทั้งนี้ ภายใต้นโยบายการบริหารจัดการเงินทุนของเอไอเอ ทางกลุ่มบริษัทได้เริ่มดำเนินการซื้อหุ้นคืนภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 “เอไอเอดำเนินธุรกิจอยู่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์การเติบโตอย่างมุ่งมั่น ควบคู่กับจุดแข็งทางการแข่งขันที่โดดเด่นของเรา จะยังคงสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป” บทสรุปไตรมาสที่ 1 เอไอเอประสบความสำเร็จในการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 คิดเป็นมูลค่า 1,757 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 โดยทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรธุรกิจของเราต่างมีส่วนช่วยให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตขึ้น เอไอเอ ประเทศจีน ยังคงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากครึ่งหลังของปี 2568 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 26 จากผลงานที่แข็งแกร่งอย่างมากของทั้ง ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านธนาคารที่คัดเลือกอย่างมีกลยุทธ์ แม้ความต้องการของผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์ระยะยาวจะอยู่ในระดับสูง แต่การที่เรามุ่งเน้นให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในด้านความต้องการทางการเงินอย่างครอบคลุม ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ จากผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตในไตรมาสแรก โปรแกรมพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของเอไอเอ ประเทศจีน การสรรหาตัวแทนใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างแข็งแกร่งโดยมีจำนวนตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 นอกจากนี้ เรายังเห็นการสร้างผลงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากทั้งตัวแทนใหม่และตัวแทนเดิมของเรา เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568  เรายังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างยอดเยี่ยมจากในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ ๆ ที่เอไอเอได้เข้าไปดำเนินธุรกิจตั้งแต่ 2562 ซึ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ปี 2573 ได้อย่างมั่นคง เอไอเอ ฮ่องกง สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกไตรมาส โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ถึงร้อยละ 21 โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งกลุ่มลูกค้าในประเทศและกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ครอบคลุมทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หลักของเราที่เปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว เราเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) และช่องทาง  โบรกเกอร์ของเอไอเอ มีการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สี่ของปี 2568 เอไอเอ ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ ลดลงร้อยละ 18 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เนื่องจากฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2567 พบว่ามูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39 แม้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสแรกของปี 2569 แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit Linked) ได้ช่วยผลักดันให้เบี้ยประกันรับปีแรก (ANP) เติบโตขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิของมูลค่าธุรกิจใหม่ยังคงสูงกว่าร้อยละ 90 เอไอเอ สิงคโปร์ รายงานมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในเชิงบวก เมื่อเปรียบเทียบกับฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยทั้งช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร และที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงโบรกเกอร์ ต่างสร้างการเติบโตมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่มีสินทรัพย์สุทธิสูง (High Net Worth) เอไอเอ มาเลเซีย มีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นในระดับเลขหลักเดียวที่สูงในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนช่องทางตัวแทนและช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร เรายังคงเห็นการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย โดยมีจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานรวมถึงตัวแทนที่มีคุณภาพสูงและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2569 ตลาดอื่น ๆ รายงานการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในทิศทางที่เป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งสามารถชดเชยบางส่วนจากการชะลอตัวในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ขณะเดียวกัน Tata AIA Life ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของกลุ่มในประเทศอินเดีย ยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างโดดเด่น สำหรับงวดสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยรวมแล้ว เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อยู่ที่ 3,152 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ร้อยละ 56.0 สำหรับอัตรากำไรเมื่อคำนวณบนฐานมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) ยังคงทรงตัวที่ร้อยละ 11 ในขณะที่รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 อยู่ที่ 14,865 ล้านเหรียญสหรัฐ ความคืบหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามนโยบายการบริหารเงินทุนของกลุ่มบริษัท ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินรวม 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับการประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา ภายหลังจากการเริ่มต้นโครงการ บริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นสามัญคืนสะสมรวมทั้งสิ้น 56.7 ล้านหุ้น จนถึงวันซื้อขายหลักทรัพย์วันสุดท้ายก่อนการประกาศนี้ (คือวันที่ 29 เมษายน 2569) โดยมีมูลค่ารวมที่ชำระแล้ว (ไม่รวมค่าใช้จ่าย) ประมาณ 4,806 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือคิดเป็นประมาณ 614 ล้านเหรียญสหรัฐ   ภาพรวม แม้สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันจะส่งผลให้ตลาดทุนโลกมีความผันผวน แต่ปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย อาทิ โครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวย รายได้ที่เพิ่มขึ้น ระดับการเข้าถึงประกันภัยภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความคุ้มครองด้านสวัสดิการสังคมที่ยังมีอยู่อย่างจำกัด ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ก่อให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันของเราอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว แนวโน้มการดำเนินธุรกิจของเอไอเอมีความโดดเด่นอย่างยิ่ง จากความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง การกระจายตัวของธุรกิจในหลายพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้างที่ทรงพลังของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพในเอเชีย การจัดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเราได้เอื้อให้เราได้รับโอกาสสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่มีกำไร ซึ่งจะส่งผลให้มีรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างผลกำไรส่วนเกิน และมูลค่าผู้ถือหุ้นที่มากขึ้นอีกด้วย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เอไอเอได้รับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่ในสกุลเงินท้องถิ่น และมีการบริหารจัดการให้สินทรัพย์และหนี้สินในแต่ละประเทศที่มีความสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ในการรายงานผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท จะเกิดผลกระทบจากการแปลงสกุลเงิน เนื่องจากรายงานเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจึงได้นำเสนออัตราการเติบโตและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานบนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Exchange Rates: CER) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นเพื่อสะท้อนภาพผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

04 May 2026


...

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน AIA Annual Agency Awards Presentation 2025 เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ผู้บริหารหน่วยและตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอที่มีผลงานยอดเยี่ยมเป็น “ที่สุดแห่งปี 2568” หรือ “Of the Year 2025” รวมถึงการมอบคุณวุฒิเพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่ตัวแทน จำนวนทั้งสิ้น 3,700 ท่าน ซึ่งงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Celebrating Excellence. Inspiring Greatness. เกียรติยศแห่งความเป็นเลิศ จุดประกายความยิ่งใหญ่” เพื่อสะท้อนถึงเกียรติยศอันแข็งแกร่งของรางวัล อีกทั้งยังสื่อถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดในศักยภาพและขีดความสามารถเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวแทนเอไอเอทุกท่านสามารถก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งนี่คือความภาคภูมิใจแห่งความพยายามที่ทุกท่านสามารถพิชิตคุณวุฒิในปีนี้ได้สำเร็จ สำหรับในปีนี้มีผู้บริหารหน่วยและตัวแทนเข้าร่วมงานทั้งหมดกว่า 3,000 ท่าน อีกทั้งยังมีผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 2026 มากถึง 3,576 ท่าน ซึ่งสามารถรักษาแชมป์อันดับ 1 บริษัทที่มีจำนวน MDRT มากที่สุดในประเทศไทยและระดับโลกได้อีกครั้ง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นในการส่งมอบความคุ้มครอง เพื่อสร้างความมั่นคงทั้งในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินให้แก่คนไทยทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา 'Healthier, Longer, Better Lives’ ในงาน AIA Annual Agency Awards Presentation 2025 ได้รับเกียรติจาก คุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นประธานในพิธี พร้อมขึ้นกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้บริหารหน่วยและพลังตัวแทนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก คุณหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ที่ได้ร่วมส่งข้อความแสดงความยินดีและยกย่องถึงความสามารถของพลังตัวแทนทุกท่าน นอกจากนี้ คณะผู้บริหารจากกลุ่มบริษัทเอไอเอ นำโดย คุณตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับภูมิภาค ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการอิสระ กลุ่มบริษัทเอไอเอ และประธานที่ปรึกษากรรมการ เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย นำโดย คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต และคุณประกิตติ บุณยเกียรติ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต ได้ขึ้นกล่าวแสดงยินดีและร่วมมอบรางวัลแก่ผู้บริหารหน่วยและพลังตัวแทนภายในงาน   คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับสุดยอดพลังตัวแทนทั้ง 3,700 ท่าน ที่สามารถพิชิตรางวัลได้ในปีนี้ ความมุ่งมั่นตั้งใจที่ได้แสดงให้เห็นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้ทุกท่านอยู่ในองค์กรที่เป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมประกันชีวิต อีกทั้งพลังตัวแทนของเรายังคงครองอันดับหนึ่งของประเทศติดต่อกันมากว่า 8 ทศวรรษ ฉะนั้นทุกท่านที่ได้รับรางวัลนี้ถือเป็นสุดยอดตัวแทนระดับประเทศ และพร้อมที่จะก้าวไปสู่เวทีระดับโลก เพื่อช่วยกันยกระดับมาตรฐานตัวแทนประกันชีวิตของไทยให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นต่อไป “ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในสร้างการเติบโตให้กับองค์กร และทำให้เอไอเอ ยังคงรักษาความเป็นอันดับหนึ่งได้ในทุกมาตรวัด  อีกทั้งทุกท่านยังเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการส่งต่อคุณค่าและความมั่นคงทางด้านชีวิต สุขภาพ และการเงินให้แก่ลูกค้าของเรา ซึ่งเป็นการเดินตามพันธกิจของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วเอเชียแปซิฟิกให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”  

04 May 2026

...

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จทั้งในมิติของภาวะผู้นำและความแข็งแกร่งของแบรนด์ ด้วยการคว้า 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่ Influential Brands - Top CEO Thailand 2025 และ Thailand’s Top Influential Brands 2025 สาขา Life Insurance Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากเวที 2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY (Thailand) เวทีที่จัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรและแบรนด์ที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภค และสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย โดยจัดขึ้นโดยบริษัท นีโอ ทาร์เก็ต จำกัด ร่วมกับ Influential Brands ประเทศสิงคโปร์ ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Influential Brands - Top CEO Thailand 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และบทบาทของผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมปรับตัวได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของบริบทธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยังได้รับรางวัล Thailand’s Top Influential Brands 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในสาขา Life Insurance Company ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สามารถครองใจผู้บริโภค และรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง     สำหรับการเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ มี คุณนาเดีย สุทธิกุลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัล  โดยได้รับเกียรติจาก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วย มิสเตอร์ฮอร์เก โรดริเกซ กรรมการผู้จัดการ อินฟลูเอ็นเชียล แบรนด์ส ประเทศสิงคโปร์ และ คุณวรรณี ลีลาเวชบุตร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ ทาร์เก็ต จำกัด ร่วมแสดงความยินดี  ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ รางวัลนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเมืองไทยประกันชีวิต สะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีความหมายต่อผู้บริโภค พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

02 May 2026

...

  บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ถ่ายทอดสดจากห้องประชุมชั้น 25 ณ อาคารทิพยประกันภัย พระราม 3 โดยมีนายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท เข้าร่วมแถลงผลการดำเนินงานและตอบข้อซักถามจากผู้ถือหุ้น ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานปี 2568 และมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลอัตราหุ้นละ 1.50 บาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท และจะจ่ายส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 16 มีนาคม 2569 รวมถึงมีมติอนุมัติครบทุกวาระตามที่คณะกรรมการเสนอ ด้านทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยมุ่งเสริมศักยภาพบริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมถึงต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว นอกจากนี้ TIPH ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต

02 May 2026

...

  นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกอล์ฟ “Viriyah Invitational Golf Tournament 2026” โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมนำคณะผู้บริหารและบุคลากรในสังกัด รวมถึงกลุ่มคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะกายใจที่ดีให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม กระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจและการให้บริการด้านประกันภัยที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มคู่ค้าพันธมิตรมากยิ่งขึ้น ณ สนามสยามคันทรีคลับ แบงคอก กรุงเทพมหานคร   สำหรับ กิจกรรม “Viriyah Invitational Golf Tournament 2026” นับเป็นปีที่ 3 ที่บริษัทฯ จัดการแข่งขันกอล์ฟประเภททัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารและบุคลากรทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาค ได้มีโอกาสพบปะกับคู่ค้าพันธมิตรทั่วประเทศอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ ประจำปี 2026 นี้ ได้เสร็จสิ้นแล้ว ในสนามโซนภาคกลางและภาคตะวันตก โซนภาคเหนือ และล่าสุดในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอันดีจากกลุ่มคู่ค้าพันธมิตรที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันอย่างล้นหลาม โดยการแข่งขันในสนามถัดไป จะถูกจัดขึ้นในสนามโซนภาคตะวันออก โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโซนภาคใต้ ตามลำดับ เป็นอันปิดท้ายการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ ประจำปี 2026 ทั้ง 6 โซน 6 ภูมิภาค อย่างสมบูรณ์  

02 May 2026

...

บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย คุณสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ นำคณะผู้บริหารสำนักงานใหญ่ ผู้บริหารฝ่ายขยายงาน พร้อมด้วยตัวแทนมิตรแท้ประกันภัย 242 คน ร่วมเดินทางสัมผัสมนต์เสน่ห์ของนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 9–14 เมษายน 2569 โดยมี คุณสุระ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกิตติมศักดิ์ และ คุณอมรทิพย์ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการ ให้เกียรติร่วมเดินทางในครั้งนี้   ตลอดการเดินทาง คณะผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองสำคัญในหลากหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความทันสมัย ในเส้นทาง “เซี่ยงไฮ้ - หางโจว - อู่เจิ้น” อาทิ ล่องเรือชมความงดงามของทะเลสาบซีหู (West Lake) ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งหางโจว” เยือนเมืองโบราณอู่เจิ้น (Wuzhen) สัมผัสเอกลักษณ์ของเมืองริมน้ำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเดินทางสู่มหานครเซี่ยงไฮ้ เยี่ยมชมแลนด์มาร์กสำคัญ อาทิ อาคาร Wukang Mansion วัดพระหยก ช้อปปิ้งและสัมผัสบรรยากาศย่านการค้าสำคัญที่ถนนนานกิง และชมทัศนียภาพของมหานครเซี่ยงไฮ้ ณ The Bund จุดชมวิวสำคัญริมแม่น้ำที่สะท้อนเสน่ห์ของมหานคร รวมถึงอีกหนึ่งไฮไลต์กับการลอดอุโมงค์เลเซอร์ข้ามแม่น้ำ สะท้อนภาพของเมืองสมัยใหม่ ก่อนปิดท้ายด้วย Shanghai Disneyland นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดกิจกรรม “สวัสดีสงกรานต์” พร้อมพิธีรดน้ำขอพรผู้บริหาร เนื่องในประเพณีสงกรานต์ 2569 เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทยในต่างแดน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและความประทับใจของคณะผู้ร่วมเดินทาง สะท้อนความผูกพันในแบบครอบครัวมิตรแท้   กิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการบริหารเครือข่ายตัวแทนของมิตรแท้ประกันภัย ที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและตัวแทนประกันภัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายระยะยาวอย่างมั่นคง  

30 Apr 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้ จากมะเร็งสู่ชีวิตใหม่” โดยได้ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง พร้อมเปิดใจกับการกลับมารักตัวเองและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยมีตัวช่วยสำคัญที่สร้างความอุ่นใจอย่าง ‘ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง’ แก่พลังตัวแทน และที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ประเทศไทย กว่า 300 ท่าน ในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมพูดคุยถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรงให้แก่คนไทย เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถิติปัจจุบัน คนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีอัตราสูงถึงราวร้อยละ 15 ทำให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานของคนไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เอไอเอ ในฐานะผู้นำด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เรามีพันธกิจที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวของคนไทยผ่านการวางแผนด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง   “โดยเรามองว่าทุกคนควรเริ่มต้นวางแผนทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย หรือ ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะเริ่มมีโอกาสในการเจ็บป่วยและเป็นโรคร้ายแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญสำหรับประกันโรคร้ายแรง ควรต้องทำให้ครอบคลุม 3 กลุ่มโรคร้ายแรงยอดฮิต อย่าง “มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือด” เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่าสัดส่วนการเคลมจาก 3 กลุ่มโรคนี้สูงถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยความถี่ของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้น ในเอเชียจะพบได้ประมาณ 18-26 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และในรายงานจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าโรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ส่งผลให้มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในกลุ่มโรคมะเร็ง “นอกจากนั้นความคุ้มครองที่ควรจะต้องมีขั้นต่ำคือ 3 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าผ่าตัด, ค่าฉายแสง, ค่ารักษาแบบมุ่งเป้า เป็นต้น) รวมถึงยังมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จากการรักษา และในช่วงพักฟื้นอีกด้วย   “ซึ่งในวันนี้ เอไอเอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คุณพลอย เฌอมาลย์ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวและมุมมองในมุมของลูกค้าจริงให้กับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งประสบการณ์จริงจากคุณพลอยจะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเริ่มมองหาเกราะคุ้มกันโรคร้ายแรงให้ตัวเองและคนที่คุณรัก” คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดง นางแบบและพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง เผยว่า “มะเร็งเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่คิดค่ะ ที่ผ่านมามั่นใจว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรงเพราะเป็นคนออกกำลังกายหนัก เล่นกีฬาทุกประเภท แต่เราอาจลืมไปว่าเราก็ใช้ชีวิตหนักเช่นเดียวกัน แต่ถือว่าโชคดีที่พลอยตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีทำให้เรารู้เร็วว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งย้อนกลับไปตอนที่คุณหมอเจอเนื้อร้ายและแจ้งว่าพลอยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ตอนนั้นพลอยเครียดมาก น้ำหนักลง 13 กิโลกรัม ใน 3 เดือน ไม่กินข้าว มือสั่น นอนไม่หลับ ไม่อยากออกไปเจอใคร ขังตัวเองในบ้าน เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ร้องไห้ทุกวัน เป็นหนักมากค่ะ แต่พอดึงสติกลับมาคิดทบทวน พลอยรู้สึกเลยว่าเรายังโชคดีที่รู้เร็ว ทำให้เราได้เข้ารับการรักษาเร็ว และที่โชคดีมาก ๆ คือเรามีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   “การรักษาคือคุณหมอให้ฉายแสงค่ะ ไม่ต้องใช้คีโม แต่ต้องฉายแสง 25 ครั้ง ทำ 5 วันต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 3 ล้านบาท แต่ดีที่พลอยทำประกันของเอไอเอไว้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เลยครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เกือบทั้งหมดค่ะ “สำหรับพลอยอยากขอบคุณเอไอเอที่เชิญพลอยมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ พลอยอยากให้เรื่องราวของพลอยช่วยเตือนใจทุกคนว่าชีวิตคนเราสามารถมีเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติค่ะ การมีสติรู้ตัวและหยุดความคิดลบให้ได้ สำคัญมาก เราล้มได้เราก็ค่อย ๆ ลุกได้เช่นเดียวกัน พลอยอยากให้ทุกคนกอดตัวเองให้แน่น ๆ รักตัวเองให้มากกว่าเดิม ใจดีกับตัวเองดูบ้างนะคะ หลังจากที่พลอยเป็นมะเร็งในครั้งนี้ทำให้พลอยได้เรียนรู้ว่ามะเร็งเป็นโรคที่กลัวความสุขค่ะ เราควรจะกลับมามี Relationship กับตัวเองค่ะ และพลอยอยากฝากไว้สำหรับคนที่กำลังเป็นโรคอะไรก็ตาม การที่เรารู้เร็วว่าเราเป็นโรคอะไร ก็ให้คิดว่าเราจะได้รักษาเร็ว อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ เราต้องสู้เพราะเรากำลังจะได้โอกาสอีกครั้ง และอยากให้ทุกคนกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด   ที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนมีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงติดตัวไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดถึง ประกันจะเป็นตัวช่วยหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลให้กับเราค่ะ ทุกคนจะได้มีแรงในการดำเนินชีวิตต่อไป และสำหรับผู้หญิงเรา หากอายุถึง 30 ปีแล้วควรตรวจเมมโมแกรมทุกปีด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1 ดังนั้นการตรวจสุขภาพทุกปีจะช่วยให้หาโรคเจอในระยะเริ่มต้นด้วยค่ะ”  

28 Apr 2026

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 โดยเปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้เป็นวาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ได้ดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม และนับจากนี้ไปธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย   ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูงและอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 - 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” เริ่มต้นที่กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ กลุ่มวัยเติบโต (Growing) คือการส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง และจนถึงช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต คือ วัยส่งมอบ (Legacy) ที่ธนาคารออมสินจะเคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต   ด้านการสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ 1) การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น และภารกิจที่ 2) การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ New Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน   สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธนาคารออมสิน ตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่าร้อยละ 40 ของสินเชื่อรวมในปี 2568 พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ ธนาคารออมสิน พร้อมก้าวต่อไปในการสานต่อพระราชปณิธานฯ ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนไทยทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” …  Smart Social Bank for All Lives  

04 May 2026


...

ธ.ก.ส. สร้างทางเลือกทางการเงิน ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง รับดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากทันที ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากได้ทุกเพศ ทุกวัย ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด ฝากได้แล้ว ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกทางการเงินและเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่างยั่งยืน ธ.ก.ส. ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้า โดยมีเงื่อนไขดังนี้ บุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือกลุ่มบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัย เมื่อฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาท รวมสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากเงิน ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการฝาก ธนาคารจะโอนต้นเงินเข้าบัญชีเงินฝากคู่โอนในวันครบกำหนด โดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อธนาคาร ทั้งนี้ สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน ฝากได้เลยตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลุ้นโชค ธ.ก.ส. ยังมีสลากออมทรัพย์ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 20 ล้านบาททุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง เมื่อฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท และชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาท ที่มาพร้อมรางวัลพิเศษอีกรางวัลละ 1 ล้านบาท ปีละ 3 ครั้ง รวม 30 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และชุดขุนแผนมรกต หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือนมูลค่า 40 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยทันทีหน่วยละ 19 บาท ทั้งนี้ เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ฝากสะดวกทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile และธ.ก.ส. ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 และเว็บไซต์ www.baac.or.th  

02 May 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เห็นชอบการออกมาตรการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งในต่างประเทศ โดยมอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนมาตรการทางการเงินเพื่อเติมสภาพคล่องผ่าน โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงิน 100,000 ล้านบาท มุ่งช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ปรับตัวรับมือวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการดำเนินธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานทางเลือก โดยความร่วมมือของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 16 แห่ง ในการส่งผ่านเงินทุนดอกเบี้ยต่ำไปยังกลุ่มเป้าหมายให้เร็วที่สุด   โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงินโครงการรวม 100,000 ล้านบาท ธนาคารออมสินให้วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมากแก่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ทุกรายนำวงเงินสินเชื่อนั้นไปปล่อยกู้ต่อให้กับลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ ในอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก ไม่เกิน 3.50% ต่อปี โดยเป็นไปตามโปรแกรมและเงื่อนไขที่แต่ละธนาคารกำหนด (*ยกเว้นการกู้ซื้อรถ EV) ใน 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ 1) สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง 2) สินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ ในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และ 3) สินเชื่อกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน โดยมีรายละเอียดสินเชื่อในกรณีต่าง ๆ ของโครงการฯ ดังนี้ สำหรับผู้ประกอบการ สามารถกู้ผ่านธนาคารออมสิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง (Mitigation) เพื่อเสริมสภาพคล่อง / ลดภาระดอกเบี้ยลูกค้าเดิม / ลงทุน / รีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าธุรกิจท่องเที่ยว ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สถานการณ์สู้รบ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ข้อพิพาทชายแดน มาตรการภาษี การแข่งขันทางการค้า รวมถึง Supply Chain วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท สินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ กรณีสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย (Reinvent Thailand) วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) วงเงินโครงการ 25,000 ล้านบาท กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถกู้ผ่านสถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) ที่เข้าร่วมโครงการ สินเชื่อกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน เพื่อปรับตัวเข้าสู่การดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (Electronic Vehicle: EV) และ การปรับปรุงที่พักอาศัย/อาคาร วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท   ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจแห่งใดก็ได้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยเครดิต ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารออมสิน รวมถึงผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) ที่เข้าร่วมโครงการฯ

27 Apr 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของ SMEs วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งให้จัดสรรสำหรับปล่อยสินเชื่อที่สนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ สินเชื่อเพื่อการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมวงเงินทั้ง 2 สินเชื่อที่ได้รับจัดสรรตามวัตถุประสงค์นี้ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย : กรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สนับสนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว โดยประชาชนสามารถยื่นกู้โดยตรงกับธนาคารออมสิน ทั้งแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 500,000 บาท มีเงินดาวน์ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก เท่ากับ 3.50% ต่อปี และแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถกู้แบบมีเงินดาวน์ 10% และ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5 ปีแรก เท่ากับ 3.25% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 20%) และ 3.50% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 10%) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐ ผู้สนใจสามารถติดต่อยื่นขอกู้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หมดเขตวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าจะมีผู้ขอกู้ครบตามวงเงินโครงการ 2. สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า : EV สนับสนุนการปรับตัวด้านการขนส่ง การเดินทาง การประกอบอาชีพและธุรกิจที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนกิจการด้านขนส่ง โดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนยื่นกู้กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) และสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย สำหรับการกู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้ามือแรก (ป้ายแดง) ในประเภทรถยนต์ เช่น BEV, PHEV, HEV, FCEV คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 5% ต่อปี ส่วนประเภทรถจักรยานยนต์คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 10% ต่อปี เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เป็นผู้กำหนดขึ้นตามนโยบายของแต่ละแห่ง ผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกใช้บริการได้ตามที่สะดวก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย (โครงการย่อยกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน – ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ จัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า) ได้ที่ธนาคารออมสิน GSB Contact Center โทร. 1115 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th

27 Apr 2026

...

  กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เตรียมสำรองเงินสดจำนวน 9,515.40 ล้านบาท เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินของลูกค้าและประชาชนทั่วไปผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 9-15 เมษายน 2569 ทั้งนี้ แบ่งเป็นเงินสดสำรองสำหรับบริการผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 4,234 ล้านบาท และช่องทางสาขาของธนาคารจำนวน 5,281.40 ล้านบาท โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาจำนวน 504 สาขา และเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 5,009 เครื่องทั่วประเทศ (ข้อมูลจำนวนเครื่อง/สาขา ณ เดือนมีนาคม 2569)

11 Apr 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารสมาชิกอีก 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไอซีบีซีไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดกิจกรรม "Merchant Onboarding" ภายใต้แคมเปญ SCAN THAILAND-PAY LIKE A LOCAL Merchant Activation Roadshow Udon Thani เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยและร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวให้สามารถรองรับการชำระเงินผ่านระบบ QR Code ข้ามประเทศ (TH-Inbound) ขับเคลื่อนการยกระดับจังหวัดสู่ “Smart Tourism & Cashless Province” ด้วยมาตรฐาน QR ร้านค้าเดียวทั้งจังหวัด     เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ ทั้งด้านความน่าเชื่อถือและทันสมัย เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินระดับภูมิภาค อันเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว จากประเทศจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชาและลาว ที่มีการใช้จ่ายผ่านระบบ Alipay, WeChat Pay และเครือข่าย UnionPay พร้อมรองรับ Cross-border Payment อย่างไร้รอยต่อ ให้สามารถสแกนใช้จ่ายค่าสินค้าและบริการผ่าน Mobile Wallet ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย     ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายพิเศษในหัวข้อ "Cross-Border QR Payment: โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย" โดยวิทยากรจากธนาคารแห่งประเทศไทย Merchant Activation: กิจกรรมลงพื้นที่ (Troop) ประชาสัมพันธ์และรับสมัครร้านค้าในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุดรธานี อาทิ UD Town และถนนคนเดินอุดรธานี การเปิดรับสมัครและติดตั้งระบบ QR ร้านค้า ให้กับผู้ประกอบการโดยเจ้าหน้าที่จาก ธ.ก.ส. เพื่อให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินและทดลองใช้งานจริงได้ทันที โดยนำร่องโครงการในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเป็นแห่งแรกและเตรียมขยายผลบริการดังกล่าวไปยัง จังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพฯ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดภูเก็ต เพื่อกระจายโอกาสและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี  

06 Apr 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

นางสาวรุ่งรัศมิ์ ปัญญาดี ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการตลาดตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัย และนายคเณศ มากเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 4 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) ด้านสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำกลุ่มตัวแทนวิริยะประกันภัย และกลุ่มวิริยะจิตอาสาภายใต้สังกัด ร่วมทำผ้ามัดย้อมจากเปลือกต้นโกงกาง เพื่อเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกันปลูกต้นกล้าไม้โกงกาง จำนวน 250 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่แหล่งกักเก็บบลูคาร์บอน (Blue Carbon) และฟื้นฟูระบบนิเวศบริเวณป่าชายเลน ภายใต้โครงการ “ต้นกล้าจากใจ ตัวแทนวิริยะประกันภัย ร่วมปลูกป่าชายเลน” โดยมี นายปภัสร์พงษ์ รัตนพงศ์ธระ ผู้จัดการศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน ให้เกียรติเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ตลอดกิจกรรม ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม     สำหรับ โครงการ “ต้นกล้าจากใจ ตัวแทนวิริยะประกันภัย ร่วมปลูกป่าชายเลน” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ และกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสืบสานองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น อันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้และขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมในวงกว้างได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวิริยะประกันภัยในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social, Governance) พร้อมสนับสนุนและขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 14 ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป  

02 May 2026


...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจองค์กร “ใส่ใจ” ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจของกลุ่มเสี่ยง ด้วยความตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขอนามัย โดยส่งมอบหน้ากากอนามัยมาตรฐาน N95 จำนวน 5,000 ชิ้น ให้แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ครอบคลุม 7 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร เชียงราย พะเยา และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพนักงานและคณะตัวแทนในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นตัวแทนบริษัทฯ ในการส่งมอบ   การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระจายอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็นไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นไปยังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่า ซึ่งต้องปฏิบัติงานท่ามกลางควันและฝุ่นละอองโดยตรง รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน   บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกสถานการณ์ และขอยืนหยัดอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของภาครัฐและเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อก้าวผ่านวิกฤตสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน  

28 Apr 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางศรัณยา เทียนถาวร (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล นางสาวชลิดา นครชัย (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และ นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ (ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ พร้อมคณะผู้บริหาร จัดแคมเปญเพื่อสังคม “SHARE HER MONTH” ภายใต้แนวคิด “Give to Gain: ให้เพื่อได้รับ” เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” ผ่านการขับเคลื่อนด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (ESG) และหลักการ DEIB ได้แก่ ความหลากหลาย (Diversity) ความเสมอภาค (Equity) การมีส่วนร่วม (Inclusion) และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (Belonging) อย่างเป็นรูปธรรม   ภายในงานได้รับเกียรติจากนางสาวเพชรรุ้ง นิ่มนคร (กลาง)  ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางรัก และ นายสิทธิศักดิ์ รักษานุวงศ์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท เอลิแอล อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าร่วม พร้อมจัดพิธีส่งมอบของบริจาคในแคมเปญ “SHARE HER MONTH” ซึ่งประกอบด้วยผ้าอนามัยและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก แบรนด์เอลิส พันธมิตรคนสำคัญของเอไอเอ รวมถึงของบริจาคจากพนักงานเอไอเอ รวมกว่า 3,500 ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดและกลุ่มเปราะบางในชุมชนเขตบางรัก     แคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนสวัสดิการพื้นฐานแก่สตรีในชุมชนรอบข้างเอไอเอสำนักงานใหญ่ เขตบางรัก โดยแคมเปญนี้ริเริ่มและขับเคลื่อนโดยกลุ่มพนักงานจากเครือข่ายความหลากหลายภายในองค์กร (Diversity Network) ของเอไอเอ และได้รับความร่วมมือจากแบรนด์เอลิสในการร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์สมทบกับยอดบริจาคจากพนักงานเอไอเอ สะท้อนการนำหลักการ DEIB มาปฏิบัติให้เกิดผลจริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานท้องถิ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG ของเอไอเอ ในการร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียมและโอบรับความแตกต่างหลากหลายอย่างยั่งยืน

27 Apr 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณกีรติ อัสสกุล ประธานกรรมการบริษัท คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยที่ปรึกษาอาวุโส และคณะผู้บริหาร ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกันนี้ ได้วางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ./    

27 Apr 2026

...

Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) ต้อนรับผู้บริหารและตัวแทนจาก 6 องค์กรชั้นนำในประเทศไทย จำนวน 24 ท่าน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้แนวทางการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับของชาวเงินติดล้อ ที่นำ Culture มาเป็นพลังขับเคลื่อนการทำงานและการเติบโตขององค์กรอย่างแท้จริง ภายในกิจกรรมได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง พร้อมทีม Culture Gangster ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ตรงในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การมีค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง สามารถยกระดับประสิทธิภาพทีมงานและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้ นอกจากนี้ ผู้บริหารและตัวแทนจากองค์กรชั้นนำที่เข้าร่วมกิจกรรม TIDLOR Culture Camp ครั้งนี้ ยังได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน TIDLOR OPEN BOX 2026 งานประชุมสุดยอดผู้นำประจำปี 2569 เพื่อสัมผัสประสบการณ์การใช้วัฒนธรรมองค์กรขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพอีกด้วย ทั้งนี้ หลักสูตร TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ Tidlor Academy จัดขึ้นสำหรับองค์กรภายนอกที่สนใจและให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ประสบการณ์ และวิธีการสร้างค่านิยมองค์กร เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ต่อยอดสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ เว็บไซต์ www.tidlor.com/academy โทร. 02-792-1990 รายชื่อหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม บริษัท อาร์ เอส ยู ฮอสพิทอล จำกัด บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด บริษัท อาร์ดี เกษตรพัฒนา จำกัด บริษัท เทรน่า วัน จำกัด บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จำกัด

21 Apr 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมทักษะความรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน จึงได้จัดกิจกรรมการอบรมลดการเกิดอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียน โดยมีคณะผู้บริหารของบริษัทฯ พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาบรรเทาภัย (Emergency Response Team: ERT) และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยร่วมอบรมให้ความรู้การป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ตลอดจนการเสริมสร้างความปลอดภัยในโรงเรียนอย่างเหมาะสมให้แก่คณะครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) และโรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่อๆ เร็วนี้ ภายในกิจกรรมดังกล่าว พนักงานจิตอาสาและผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย ลักษณะและสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงวิธีการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียนเบื้องต้นเพื่อให้คณะครูและน้องๆ นักเรียนได้ร่วมฝึกปฏิบัติป้องกันเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ การดูแลตนเองอย่างถูกวิธี และยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่โรงเรียนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน  

20 Apr 2026

...

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดกิจกรรม Exclusive One Day Trip มอบประสบการณ์สุดพิเศษ พาสมาชิกฯ เสริมสิริมงคลรับปีม้าไฟ 2569 ณ ศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) ศาลเจ้ากวนอูที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย นำทริป โดย อาจารย์คฑา ชินบัญชร ถ่ายทอดเคล็ดลับการขอพรด้านการงานและความสำเร็จ     โดยไฮไลต์สำคัญคือการสักการะ เทพเจ้ากวนอู 3 องค์ 3 ยุคสมัย ภายในสถานที่แห่งเดียว กับความเชื่อเรื่องการประทานพรที่แตกต่างกัน องค์เล็ก (ยุคอยุธยา) ต้นตำรับความศักดิ์สิทธิ์ การปัดเป่าอุปสรรคและสิ่งชั่วร้าย องค์กลาง (ยุครัชกาลที่ 1) เสริมอำนาจบารมี ช่วยให้บริวารเกรงใจและมีความซื่อสัตย์ องค์ใหญ่ (ยุครัชกาลที่ 2) องค์ประธาน ประทานพร ให้ประสบความสำเร็จสมปรารถนาในทุกประการ นอกจากนี้ สมาชิกฯ ยังได้ร่วมขอพรองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม เสริมความสงบสุขร่มเย็นให้แก่ชีวิตและครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบริมแม่น้ำเจ้าพระยา    ก่อนจะปิดท้ายความประทับใจสุดพิเศษ ณ ภัตตาคาร “โฟร์ซีซั่น” (Four Seasons) สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ลิ้มรสเมนูมงคลขึ้นชื่อ อาทิ ผุ่นช่อยโฟร์ซีซั่น เมนูรวมมิตรเศรษฐีที่สื่อถึงความมั่งคั่งและสามัคคี รวบรวมวัตถุดิบชั้นเลิศ อาทิ เป๋าฮื้อ กุ้ง หอยเชลล์ และเป็ดย่างซิกเนเจอร์มาเสิร์ฟอย่างอลังการ พร้อมลิ้มรสปลากะพงนึ่งพริกสด หอยเชลล์ผัดเห็ดทรัฟเฟิล และเมนูพรีเมียมอีกมากมาย พร้อมกันนี้เมืองไทยสไมล์คลับส่งมอบของที่ระลึก “ม้าทองมงคล” ให้แก่สมาชิกฯ ทุกท่าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความรุ่งเรืองตลอดปี   สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับ คัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติมได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

19 Apr 2026

BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

  สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ หรือ VTLA จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในช่วงปีที่ผ่านมา และยังมีการหารือแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของสมาคมฯ เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อรายย่อย (Underbanked) และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนในสังคมไทยต่อไป พร้อมกันนี้ ภายในงานประชุม สมาคมฯ ได้ให้การต้อนรับและแนะนำสมาชิกใหม่ที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสมาคมฯ จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน): ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อทะเบียนรถชั้นนำ ภายใต้แบรนด์ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด : ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน โดยมีฐานลูกค้าจำนวนมากอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือของไทย บริษัท เน็คซ์ มันนี่ จำกัด : ผู้ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์และอื่น ๆ ในเครือ บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาคมฯ มีสมาชิกผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวนรวมทั้งสิ้น 19 ราย มีสาขารวมกันทั่วประเทศมากกว่า 18,000 สาขา และมีฐานลูกค้ารวมกันกว่า 6 ล้านราย สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 065-919-0644 หรือเยี่ยมชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมฯ ได้ที่ www.vtla.or.th  

02 May 2026


...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับบริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า ธ.ก.ส. ทั้งผู้ใช้แอปพลิเคชัน BAAC Mobile ผู้ถือบัตรเดบิต ธ.ก.ส. หรือบัตรเกษตรสุขใจ เพียงซื้อสินค้าที่เข้าร่วมรายการตามยอดที่กำหนด กดรับสิทธิ์ผ่าน Line Official Accounts BAAC Family และ Facebook Page: ธกส BAAC Thailand ณ ร้านไทวัสดุ และร้านบีเอ็นบี โฮม สาขาที่เข้าร่วมรายการ โดยเมื่อซื้อสินค้าครบทุก 3,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลดทันที 100 บาท ต่อใบเสร็จ และเมื่อซื้อครบทุก 5,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลดทันที 200 บาท ต่อใบเสร็จ (จำกัด 2,000 สิทธิ์/เดือน หรือ 20,000 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาแคมเปญ) ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2570 ทั้งนี้ ส่วนลดไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

15 Apr 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จับมือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยากเริ่มต้นส่งออก และรายที่ต้องการขยายตลาดส่งออกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เข้าร่วมโครงการ “I SME D Together : ปั้น Smart SMEs จาก Local สู่ Global” โดยจะได้รับการยกระดับเพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างแท้จริง  ผ่าน “โปรแกรม 3T” ส่งเสริมครบวงจร ประกอบด้วย Training เตรียมความพร้อม วางแผนการเงิน สู่การขยายตลาดโลก Technology  สนับสนุนเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ  และ Trade เปิดโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนให้เกิดการเจรจาและจับคู่ธุรกิจ เปิดรับสมัครแล้ว  รุ่นที่ 1 สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการขยาย “ตลาด Halal” (มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และซาอุดีอาระเบีย) เปิดอบรมระหว่างวันที่ 30–31 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ  และรุ่น 2  สำหรับกลุ่มต้องการขยาย “ตลาด CLMV”  (ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม   นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการ ยังได้การสนับสนุนจาก SME D Bank พาเข้าถึงแหล่งทุนอัตราต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท นำไปลงทุน หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง พร้อมขยายตลาดส่งออก ควบคู่กับช่วยพัฒนาผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เช่น หลักสูตร E-Learning และที่ปรึกษาธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ เป็นต้น พิเศษ สิทธิประโยชน์สำหรับ 20 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีสินค้าพร้อมจำหน่าย จะได้รับโอกาสเข้าร่วม Showcase สินค้าในวันงาน เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Networking) และต่อยอดโอกาสทางการค้าในอนาคต เป็นต้น รวมทั้ง ได้รับการเชิญร่วมออกงานแสดงสินค้าตามความสมัครใจ ที่มีให้เลือกมากกว่า 15 งาน ทั้งในและต่างประเทศ สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  รับจำนวนจำกัด รุ่นละ 100 กิจการเท่านั้น สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ 02-265-4494 หรือ Call Center 1357

14 Mar 2026

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

...

  บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Tidlor Holdings (TIDLOR) เผยผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมีคุณภาพด้วยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจและการปรับตัวที่แข็งแกร่งท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ท้าทายในปี 2568 ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และภัยธรรมชาติที่รุนแรง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 16 นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ล่าสุด คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ถ่ายทอดแนวคิดและเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จภายใต้วิกฤตที่นอกเหนือจากตัวเลขในงบการเงิน ผ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ความยาว 21 หน้า โดยเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร คือทุนมนุษย์ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์นอกงบดุลที่มีคุณค่ามากที่สุด ผ่านการส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับสายงานเพิ่มขึ้น และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความรู้ความเข้าใจโลกดิจิทัล โดยมุ่งมั่นยกระดับความรู้เท่าทันดิจิทัลของบุคลากรทั้งองค์กร และปลูกฝังความเข้าใจด้าน AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอขององค์กร เพื่อให้พนักงานในทุกสายงานสามารถประยุกต์ใช้ AI ในการทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การพัฒนาระบบและโครงสร้างพื้นฐานไอที ไปจนถึงการตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้องครบถ้วน นอกจากนี้ จดหมายยังระบุถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งมีรายได้เติบโตเร็วกว่าธุรกิจสินเชื่อต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมไปถึงการตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มบริษัท โดยได้รับการยืนยันผ่านการปรับอันดับความน่าเชื่อถือจาก TRIS Rating และยังได้รับอันดับเครดิต “A-” จาก Japan Credit Rating Agency (JCR) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังมีเรื่องราวน่าประทับใจในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ดังจะเห็นได้จากจิตอาสา การเสียสละ ความสามัคคี และความกล้าหาญของพนักงาน ซึ่งมุ่งช่วยเหลือชุมชนอย่างเต็มกำลังแม้ทรัพย์สินส่วนตัวจะได้รับผลกระทบด้วยก็ตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มบริษัท Tidlor Holdings เป็นองค์กรที่ใส่ใจและดูแลผู้คนด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง เรื่องราวทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม Tidlor Holdings มีคุณลักษณะขององค์กรที่ “ยิ่งเจอความท้าทาย ยิ่งแข็งแกร่ง” ซึ่งไม่เพียงทนทานต่อวิกฤต แต่สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งพร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวเดินสู่ปี 2569 อย่างมั่นใจ สำหรับผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนที่สนใจสามารถติดตามเรื่องราวนอกเหนือจากงบการเงินในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ฉบับเต็มได้ที่ www.tidlorinvestor.com

01 Mar 2026

...

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตัวแทนแบรนด์ มิซูโน กอล์ฟ ไทยแลนด์ (Mizuno Golf Thailand) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์กอล์ฟอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดงานขอบคุณลูกค้าคนพิเศษ “Iceberg Experience Day” เพื่อมอบประสบการณ์ด้านกีฬากอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกระชับความสัมพันธ์อันดีกับพาร์ทเนอร์ โดยมี คุณพิสุทธิ์ บุนนาค รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิซูโน เอแพค (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณสาริศ รัตนาวะดี กรรมการบริหาร บริษัท สโตนฮิลล์ เอสเตท จำกัด พร้อมด้วยดารานักแสดง เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ, ยิหวา-ปรียากานต์ ใจกันทะ, ติ๊ก-วิลาสินี ธัญญวิเศษศิลป์ และ มาร์ค-ณฐริศร์ วรกรเลิศสิทธิ์ เข้าร่วมงานฯ ณ สนามกอล์ฟสโตนฮิลล์ (Stonehill) จังหวัดปทุมธานี    

21 Feb 2026

...

SME D Bank จัดโครงการ “D CEO Network” รุ่นที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Next Frontier” ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี จำนวน 100 กิจการ รับการพัฒนาหลักสูตรเชิงลึกในความรู้สำคัญ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม AI และการเงินเชิงกลยุทธ์ พร้อมเชื่อมโยงขยายเครือข่ายการค้าธุรกิจ  เปิดทางสู่แหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากทิศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างสูง  จำเป็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ   ซึ่งผู้นำองค์กรเอสเอ็มอีแต่ละแห่ง คือ ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนยกระดับธุรกิจตัวเองให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้เสมอ   ดังนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ  เพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จัดโครงการ “D CEO Network”  รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569  เพื่อส่งเสริมการยกระดับศักยภาพให้แก่ผู้นำองค์กรเอสเอ็มอี  โดยคัดเลือกลูกค้าธนาคารที่มีศักยภาพ  ทั้งที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือทายาทธุรกิจ จำนวน 100 กิจการ เข้ารับการอบรมหลักสูตรเข้มข้นเชิงลึกจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ  เน้นเติมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบบริหารจัดการและการเงินเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และเศรษฐกิจสีเขียว  เป็นต้น  ที่สำคัญ สนับสนุนการเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายในหมู่เจ้าของกิจการเอสเอ็มอี นำไปสู่ความร่วมมือจับคู่และต่อยอดธุรกิจร่วมกัน นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมยังได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษจาก SME D Bank  เช่น สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  อัตราเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น   สำหรับโครงการ “D CEO Network”  จัดต่อเนื่องทุกปี ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 4  ภายใต้แนวคิด  “ทะยานสู่ขอบฟ้าใหม่” (The Next Frontier) มุ่งเนื้อหาและหลักสูตรสอดคล้องกับปัจจุบัน ที่เน้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและแนวโน้มของโลกอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดจัด 5 ครั้ง  ทุกวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ถึงวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์  2569 ผ่าน 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.Vision & Future Game , Networking เปิดมุมมองอนาคตและแนวโน้มธุรกิจโลก เพื่อเอสเอ็มอีวางกลยุทธ์ได้เหมาะสม 2.Strategic Transformation  กลยุทธ์พลิกโฉมธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง 3.AI-Driven Transformation for SME Scaling เปลี่ยนองค์กรให้ขับเคลื่อนด้วย AI 4.New Market & Global Expansion โอกาสใหม่ในการขยายตลาดสู่เวทีโลก พร้อมรับความเสี่ยงด้านกฎหมาย-สงครามการค้า และ  5.SME Thailand Vision เปิดมุมมองผู้ประกอบการต่อโอกาสและความเสี่ยงธุรกิจ ตลอดจน สนับสนุนสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจคุณภาพ นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานในพิธีเปิด และ กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Thailand’s SME The Next Frontier: กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต”      “โครงการ D CEO Network รุ่นที่ 4 ต้องการสนับสนุนและยกระดับศักยภาพเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ผ่านการสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ก่อให้เกิดสังคมเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต นอกจากผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับองค์ความรู้และแนวคิดสมัยใหม่ในการบริหารธุรกิจแล้ว ยังได้ลงมือสร้างทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารการเงิน และกลยุทธ์การตลาด  ควบคู่โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” นายพิชิต กล่าว สำหรับโครงการ D CEO Network ใน 3 รุ่นที่ผ่านมา ประจำปี 2566 , 2567 และ 2568 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 356 ราย สามารถเชื่อมโยงโอกาสพาถึงแหล่งทุนนำไปยกระดับธุรกิจแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท     ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกท่าน  สามารถแจ้งความแจ้งประสงค์รับบริการต่าง ๆ จาก   SME D Bank ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน และด้านพัฒนาครบวงจร  ได้ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และ www.smebank.co.th เป็นต้น  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Feb 2026

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

กบข. จัดสวัสดิการพิเศษ “ส่งท้ายหน้าร้อน” มอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์มากมาย ช่วยสมาชิกแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น   นายอาสา อินทรวิชัย รองเลขาธิการ ผู้บริหารกลุ่มงานลงทุน รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. เดินหน้าดูแลสมาชิกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกอย่างรอบด้าน มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว และให้ความสำคัญกับการจัดหาสวัสดิการพิเศษที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันของสมาชิกในช่วง “ส่งท้ายหน้าร้อน” ซึ่งเป็นช่วงที่หลายครัวเรือนเผชิญภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น กบข. ได้จัดสวัสดิการมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ เพื่อช่วยช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของสมาชิก   สวัสดิการเด่น อาทิ ส่วนลดค่าอาหารผ่าน Shopee Food มูลค่า 50 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 100 บาทขึ้นไป (ไม่รวมค่าจัดส่ง) Big C รับ ส่วนลด 50 บาท สำหรับการจับจ่ายใช้สอย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สิทธิพิเศษด้านสุขภาพ จากโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กับแพ็กเกจส่องกล้องตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ ราคาพิเศษ 29,500 บาท จากปกติ 56,300 บาท และแพ็กเกจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ราคา 16,500 บาท จากปกติ 43,500 บาท รวมถึงสิทธิพิเศษด้านการท่องเที่ยว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้งสวนสยาม บัตรสวนน้ำราคาพิเศษ 350 บาท จากปกติ 1,000 บาท และดรีมเวิลด์ รับส่วนลด 12% สำหรับบัตรเข้าใช้บริการ นอกจากนี้ กบข. ยังมีสวัสดิการอื่นๆ สมาชิกที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เมนู สิทธิพิเศษ และ GPF Point บนแอป กบข. My GPF Application และLINE กบข. @gpfcommunity สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. หรือ LINE กบข. @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179  

04 May 2026


...

SME D Bank เด้งรับคำสั่ง รมว.วราวุธ เดินหน้าช่วยเหลือเอสเอ็มอี ฝ่าวิกฤตต้นทุนพลังงาน และสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว ผ่านแนวทาง 3 มิติ ได้แก่  “มิติเข้าถึงแหล่งทุน” ดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี รวม 20,000 ล้านบาท อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เสริมสภาพคล่อง ยกระดับปรับตัวใช้พลังงานสะอาด “มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” ธุรกิจอยู่รอดไปต่อได้ และ “มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ขยายตลาด เดินหน้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่      นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความแน่นอน ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในระยะยาว  สร้างภาระต้นทุนและลดทอนศักยภาพในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง ดังนั้น SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบาย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  เดินหน้าช่วยเหลือเร่งด่วนด้วยแนวทางใน 3 มิติ  ประกอบด้วย 1. “มิติเข้าถึงแหล่งทุน” วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลางเข้าถึงแหล่งเงินทุน  ลดต้นทุนทางการเงิน และมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤต รวมถึง สามารถยกระดับปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) หันมาใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน  เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)  สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สามารถนำไปใช้ได้ลงทุน ปรับปรุงเครื่องจักร เทคโนโลยี ขยายกิจการ หรือเสริมสภาพคล่องธุรกิจ  ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย   30 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV เป็นต้น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย  1 ล้านบาท  สนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และ “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย  30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ       นอกจากนั้น  ยังมีโครงการสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ  ของธนาคาร รองรับการเติมทุนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 50 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าสถาบันการเงินทั่วไป อีกทั้ง ธนาคารปรับปรุงกระบวนการอำนวยสินเชื่อและผ่อนปรนเงื่อนไขให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก  ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้รวดเร็ว  สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน 2. “มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” ผ่านแนวทาง “3 ลด” ได้แก่ 1. ลดเงินต้น  2.ลดอัตราดอกเบี้ย และ 3.ลดค่างวด  สอดคล้องกับผู้ประกอบการแต่ละราย โดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดภาระการเงิน สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน   สร้างโอกาสพลิกฟื้นกิจการ   ก้าวพ้นวิกฤต และเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง  และ 3. “มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskill สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ขยายตลาด และพัฒนาสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เน้นปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว   ทั้งผ่าน Online ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กิจกรรม Onsite ตลอดปี อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนามาตรฐานสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนพลังงาน และการเตรียมความพร้อมสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเข้ารับบริการทั้ง 3 มิติดังกล่าว ได้ ณ ทุกสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ ทั้ง 96 แห่ง หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

16 Apr 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนายเชษฐา แหล่ป้อง นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. นางสาวรัตนสิริ เลิศอมรวณิช นายสุวินัย ไทยลาวัลย์ นางสาวปัทมา ถุงทอง ผู้ข่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการคลัง ครบรอบ 151 ปี ในโอกาสนี้ ธ.ก.ส. ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้กับวัดน้อยนพคุณ เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์และบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์พระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป โดยมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ณ บริเวณมณฑลพิธีลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และอาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร    

02 Apr 2026

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขานรับมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ รองรับสถานการณ์ราคาพลังงานที่มีความผันผวน พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและประชาชน จัดทำแพ็กเกจรับหน้าร้อนปี 2569 กับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ครอบคลุมการซื้อ สร้าง ต่อเติมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและทางเลือกติดตั้ง Solar Roof ช่วยลดค่าไฟฟ้าระยะยาว ผ่อนชำระสบาย เริ่มต้นเพียงล้านละ 2,900 บาทต่อเดือน ประกอบด้วย (1) สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข : สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง และซื้ออุปกรณ์ ฯ ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน (ECO House) อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 2.20% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท (2) สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 : สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และ รีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 2.69% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้น 3,200 บาท และ (3) สินเชื่อ Solar Roof : สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝากกับธนาคาร ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อติดตั้ง Solar Roof วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และไม่ต้องจดจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.90% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้น 1,100 บาท ยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่าน Application : GHB ALL GEN และ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ   ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.พร้อมดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล ที่ให้หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ และแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ ธอส. ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและประชาชนในช่วงฤดูร้อนที่มีอัตราการใช้ไฟฟ้าสูง จัดทำแพ็กเกจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย หรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อประหยัดพลังงานเพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าระยะยาว สะท้อนบทบาทองค์กรสู่ Beyond Housing Bank : มากกว่าการปล่อยกู้ คือ เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน โดยสินเชื่อดังกล่าว ประกอบด้วย  สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข: สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง และซื้ออุปกรณ์ฯ ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน (ECO House) อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 2.20% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-2.895% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี และซื้ออุปกรณ์ฯ เท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธนาคาร เท่ากับ 6.145 % ต่อปี) ระยะเวลาการกู้ 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ อนุมัติและทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 2. สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 : สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และ รีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.69% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR -3.555% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี และชำระหนี้ฯ เท่ากับ MRR ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,200 บาท ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ อนุมัติและทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 3. สินเชื่อ Solar Roof : สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝากกับธนาคาร  ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และไม่ต้องจดจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.90% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ MRR และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี กรณีกู้ 1 แสนบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 1,100 บาท ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ อนุมัติและทำนิติกรรม จนกว่าสินเชื่อเต็มกรอบวงเงินโครงการ “ธอส. พร้อมสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในการประหยัดการใช้พลังงาน เพื่อรับรับสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ซึ่งนอกเหนือจากการดำเนินการตามมาตรการฯ งดการใส่สูท ผูกเนคไท และประหยัดไฟฟ้าแล้ว ธอส. ยังมีสินเชื่อเพื่อสนับสนุนให้คนไทยลดการใช้ไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ” ดร.มหัทธนะ กล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H Bank Social Media ทุกช่องทาง    

21 Mar 2026

...

กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในงาน Horti & Agri Asia 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างโอกาสทางธุรกิจ  ระหว่างวันที่ 10-12  มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายใต้โครงการ “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ดร.อนันต์  พิริยะภัทรกิจ นักวิจัยอาวุโส  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  (ศนก.) และหัวหน้าโครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญฯ พร้อมคณะนักวิจัย วว. เข้าร่วมงานพร้อมจัดแสดงนิทรรศการผลงานโครงการฯ โดยในวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก Mr. Jeroen van Hoff CEO and President of Royal Dutch Jaarbeurs และ Mr. Sebas van den Ende General Manager of VICTAM International กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวแสดงการสนับสนุนการจัดงาน และได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อุดม เจือนจันทร์ เป็นประธานกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ     ภายในงาน Horti & Agri Asia 2026 มีการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่น่าสนใจจำนวนมาก อาทิ เทคโนโลยีการผลิตพืช การเพาะปลูกในโรงเรือนอัจฉริยะ รวมถึงการพบปะผู้ผลิตและผู้ประกอบการจากยุโรปและเอเชีย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ปศุสัตว์ ชลประทาน และการเกษตรสมัยใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางไม้ดอกไม้ประดับไทยในอนาคต : โอกาส ความท้าทาย จากแปลงปลูกสู่ตลาด” โดยมีนายกสมาคมไม้ดอกไม้ประดับภาคตะวันออก และคุณอุดม ฐิตวัฒนะสกุล ตัวแทนเครือข่ายผู้ประกอบการในโครงการ และคุณศราวุธ ฉันทจิตปรีชา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์เกษตรและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับไทย ทั้งนี้ กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในงาน Horti & Agri Asia 2026 ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งนักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก   อนึ่ง ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ (Hub of Talents Flower and Ornamental Plant Production Technology) มีกรอบโครงการวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ การวิจัยเพื่อการผลิต การวิจัยเพื่อการส่งออก การวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว การวิจัยเทคโนโลยี การวิจัยในท้องถิ่น และการวางแผนการตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและพัฒนาตลาดไม้ดอกไม้ประดับมูลค่าสูงภายในประเทศและต่างประเทศอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งในการผลิตและการตลาดอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม  

21 Mar 2026

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้รับรางวัล 2025 Outperforming Enterprises 1 ใน 11 องค์กรต้นแบบแห่งปีที่มีเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจน (Purpose) มีความโดดเด่นในด้านการบริหารคน (People) และมีผลการดำเนินงานที่ยั่งยืน (Performance) สะท้อนความเป็น Best in class Organizations โดยมีนายแมน ชุติชูเดช รองเลขาธิการ ผู้บริหารกลุ่มงานยุทธศาสตร์ เป็นตัวแทน กบข. เข้ารับรางวัล จัดโดย บริษัท ฮิววิท คอนซัลติ้ง จำกัด (Hewitt Consulting) และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management)   โดยรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กบข. ซึ่งความหมายของ Outperformance ของ กบข. คือ การดำเนินงานที่มีเป้าหมายชัดเจน ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง และมีความรับผิดชอบ พร้อมก้าวผ่านทุกความท้าทาย ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวขององค์กร และพนักงาน กบข. ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน เพื่อดูแลเงินออมของข้าราชการกว่า 1.2 ล้านคนให้เติบโตอย่างมั่นคง กบข. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและผู้นำรุ่นใหม่ โดยยึดค่านิยมหลัก GPF : Growth Mindset, Professional และ Fiduciary เพื่อเสริมความพร้อมของทีมงานในการขับเคลื่อนเป้าหมายการดำเนินงานขององค์กร คือ “ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสมาชิก กบข. เพื่อการเกษียณมีสุข”  

18 Mar 2026

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” มอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้ใช้งาน สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูมันนี่ในการใช้ดิจิทัลเพย์เมนท์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ทรูมันนี่ขับเคลื่อนกิจกรรมผ่านแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” เชิญชวนชาวไทยร่วมสนุกกับประสบการณ์การใช้จ่ายระหว่างการเดินทางในประเทศ เพียงสแกนจ่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบพร้อมเพย์บนแอปทรูมันนี่ที่ร้านค้าทั่วประเทศ ก็มีสิทธิ์รับ ทรูมันนี่ คอยน์ เพิ่ม หรือเงินคืน (Cashback) และโอกาสรับรางวัลพิเศษมากมาย เพิ่มความคุ้มค่าในทุกทริป ยิ่งไปกว่านั้น ทรูมันนี่ยังสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเต็มรูปแบบผ่านแอปทรูมันนี่และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการนำเสนอโปรโมชันและกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อขยายการรับรู้และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมันนี่เชื่อว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายใน ประเทศได้มากกว่าแค่การอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงิน ความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านโครงการ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569’ ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายในการใช้แพลตฟอร์มของทรูมันนี่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางมากขึ้น พร้อมกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายระหว่างทริปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในยุคดิจิทัล” อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในปี 2569 ที่มุ่งเน้นแนวคิด “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและรายได้มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิด “Amazing 5 Economy” โดยเฉพาะในมิติของ Platform Economy กับการใช้แพลตฟอร์มทางการเงินเป็นกลไกในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการใช้จ่ายได้อย่างไร้รอยต่อ โดยทรูมันนี่จะเข้ามาเป็นตัวกลางที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณค่าในอนาคต   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ทรูมันนี่ โดยเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล การผนึกกำลังร่วมกับทรูมันนี่ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการใช้จ่ายที่สะดวกและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวไทย พร้อมช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2569 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://tmn.app.link/PPWHEELPARTNER

21 Mar 2026


...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ประกาศจัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) รับต้นปี 2569 คัดทรัพย์ศักยภาพดี หลากหลายทำเลทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน รวม 25 รายการ มูลค่ารวมกว่า 96 ล้านบาท พร้อมจับมือ 6 พันธมิตรธนาคารชั้นนำมอบข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษ ทั้งนี้ ใน 2569 นี้ SAM ยังคงมุ่งเน้นการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้ได้คัดเลือกทรัพย์มือสองที่มีศักยภาพสูง ตั้งอยู่บนทำเลเด่นทั่วประเทศ มานำเสนอให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจ สำหรับทรัพย์ที่นำออกประมูลในรอบนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงโรงงานและโกดังสินค้า รวมทั้งสิ้น 25 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มทรัพย์ราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาท จำนวน 24 รายการ และทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท อีก 1 รายการ นอกจากตัวทรัพย์ที่มีความโดดเด่นแล้ว SAM ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด ได้แก่ โปรโมชัน “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” มอบค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM โดยให้ค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเงินทุน SAM ได้รับความร่วมมือจาก 6 ธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจด้วยเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 3.1 24 70 วันนี้ -16 ก.พ. 69 23 ก.พ. 69 3.2 1 26 วันนี้ - 2 มี.ค. 69 9 มี.ค. 69 รวม 25 96     ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) HL0688 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 72.3 ตร.ว. โครงการ สราญสิริ รามอินทรา 2  ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์  ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.39 ลบ.                 2) CL0117 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ชั้น 25 อาคาร A โครงการ แบงค์ คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ ถ.รัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารครบครัน ลิฟท์โดยสาร สระว่ายน้ำ รปภ. 24 ชม. กล้องวงจรปิด และบัตรเข้า-ออก  การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ ตลาดพลู ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.17 ลบ. 3) HL0457 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50.6 ตร.ว.  โครงการ โกลเด้นวิลเลจ อ่อนนุช-พัฒนาการ ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) HL0221 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 385 ตร.ว.  ถ.สายแม่จัน-เชียงแสน (ทล.1016) ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายในประกอบไปด้วยบ้านไม้ชั้นเดียว บ้านพักตึกชั้นเดียว และโรงจอดรถ ใกล้วัดปางหมอปวง โรงเรียนบ้านปางหมอปวง วัดดอยจำปี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.67 ลบ.  5) SL0027 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาเจาะทะลุถึงกันทุกชั้น เนื้อที่ 42 ตร.ว.ถ.นครไทย-ชาติตระการ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลชาติตระการ เทศบาลตาบลป่าแดง และที่ว่าการอำเภอชาติตระการ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.63 ลบ.  6) 3A0691 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 16 ไร่ 364 ตร.ว. ถ.บ้านแก่งโตน-บ้านสงเปลือย (พช.2013) ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  ทรัพย์ตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน ภายในประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยตึก 2 ชั้น 2 หลัง บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว โรงซ่อมบำรุง อาคารตึกชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม บ้านพักอาศัยครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว โรงจอดรถ โกดังเก็บของ อาคารเลี้ยงโคกระบือ และสำนักงานชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม ใกล้วัดแก่งโตน โรงเรียนบ้านแก่งโตน โรงเรียนบ้านน้ำสร้าง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  9.8 ลบ.  7) SL0180 อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 148.9 ตร.ว. ติด ถ.สุขุมวิท (ทล.3) ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ใกล้ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ห้างแหลมทอง ระยองและห้างโฮมโปร ระยอง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  26.5 ลบ.  ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

22 Feb 2026

...

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569     ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid  ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่  City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback) Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car) HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)   ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569 ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่ ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย   ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026 ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์:  www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand

21 Feb 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลเป็นครั้งที่ 23 ส่งท้ายปี 2568 ให้กับผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจและผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารสำนักงาน โชว์รูม และโรงงาน/โกดัง  จำนวน 41 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 296 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 23.1 38 149 วันนี้ - 15 ธ.ค. 68 23 ธ.ค. 68 23.2   3  147    วันนี้ -  30 ธ.ค. 68            7 ม.ค. 69 รวม 41 296       ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่ออยู่อาศัย 1) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.2 ตร.ว. โครงการเศรษฐสิริ วงแหวน รามอินทรา ซ.5 ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้สำนักงานเขตคันนายาว วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.4 ลบ. 2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.5 ตร.ว.โครงการซีรีน พระราม 2-ท่าข้าม ถ.เลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก  ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 3) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 41.5 ตร.ว. ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวกใกล้โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม โรงเรียนวัดลาดปลาเค้า วัดลาดปลาเค้า สถานีลาดปลาเค้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู และห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รามอินทรา ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.28 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 29.4 ตร.ว. โครงการอาร์ พี เพลส 2 ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี    ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดน้ำบางคูลัด เซ็นทรัล เวสต์เกต วัดเอนกดิษฐาราม โรงพยาบาลบางใหญ่ และโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รัตนาธิเบศร์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.89 ลบ. ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน 1) ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 4 ไร่ 44 ตร.ว. ถ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดสมรโกฏิ ห้างเซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ ท่าน้ำนนท์ และสถานีบางกระสอ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  98.48 ลบ.     2) อาคารสำนักงาน 4 ชั้นและอาคารโกดัง เนื้อที่ 249.5 ตร.ว. ถ.บูรพาใน ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ใกล้วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์-อุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 23.99 ลบ. 3) โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 11 ไร่ 335 ตร.ว. ถ.อุทัยธานี-บ้านไร่ (ทล.333) ต.หนองสรวง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ภายในประกอบด้วยบ้านพักอาศัย 2 ชั้น โกดัง 1 ชั้น 3 หลัง และบ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน การคมนาคมสะดวก เชื่อมต่อกับระบบขนส่งรวดเร็วเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง ใกล้โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ที่ว่าการอำเภอหนองฉาง สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง เทสโก้โลตัสหนองฉาง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 24.16 ลบ.    ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.1/2568) ภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.2/2568) ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 ม.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

10 Dec 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจ จำนวน 39 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 558 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารที่พักอาศัย ร้านอาหาร โรงงาน/โกดัง และโรงแรม/รีสอร์ท โดยมีไฮไลท์เด่นสำหรับการประมูลครั้งนี้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน 3 รายการ ได้แก่  โรงแรม/รีสอร์ท "บ้านพักขามเงิน" เนื้อที่ 5 ไร่ 160 ตร.ว. อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ติดถนนสายหลัก 2 ด้าน ภายในพื้นที่ประกอบด้วยร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศ จำนวน 13 หลัง  ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลชะอำ โรงเรียนเทศบาล 8 สวนสนชะอำ คริสตจักรชะอำ ชายหาดชะอำ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  169.26 ลบ. ร้านอาหาร บนเนื้อที่ขนาดใหญ่ถึง 7 ไร่ 167.4 ตร.ว. ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดโคกสมานคุณ โรงเรียนวัดโคกสมานคุณ และตลาดกิมหยง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 193.72 ลบ.  ที่ดินเปล่ากลางเมืองเชียงราย  เนื้อที่ 11 ไร่ 269.6 ตร.ว. ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ทำเลสวย ติดถนนสายหลักถึง 3 ด้าน ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดมิ่งเมือง ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย วิทยาลัยพาณิชยการเชียงราย ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.24 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์ราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1) โรงงาน/โกดัง 7 ชั้นพร้อมดาดฟ้า เนื้อที่ 200 ตร.ว. ถ.พุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ทรัพย์ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ล้อมรอบด้วยเส้นทางสายหลัก ทั้งจุดขึ้น-ลงทางด่วน ด่านสุขสวัสดิ์ สะพานภูมิพล ถ.กาญจนาภิเษก ถ.พระราม 2 และใกล้กับศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ สวนธนบุรีรมย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 16.68 ลบ.         2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมโรงจอดรถและศาลาพักผ่อน เนื้อที่ 115.5 ตร.ว. โครงการพรอเมนาด โฮม ธนบุรี ถ.พระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดรวยทรัพย์ 555 วัดเลา โรงเรียนรุ่งอรุณ และห้างโฮมโปร พระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.11 ลบ. 3) บ้านชั้นเดียว พร้อมอาคารโรงงาน โรงจอดรถ 2 หลัง ร้านค้า อาคารสำนักงานและอาคารพักอาศัย เนื้อที่ 1 ไร่ 90.6 ตร.ว. ถ.โพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และเกษตรกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงมะเดื่อ โรงเรียนวัดโพรงมะเดื่อ วัดโพรงมะเดื่อ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.42 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เนื้อที่ 22.4 ตร.ว. โครงการไพลิน ท่าอิฐ ถ.ท่าอิฐ-ไทรม้า (นบ.4005) ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีรถไฟฟ้าบางรักน้อยท่าอิฐเพียง 1.3 กม.เท่านั้น และยังใกล้ตลาดมณียา ท่าอิฐ สำนักงานเทศบาลตำบลไทรม้า ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.93 ลบ. 5) อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง เนื้อที่ 19.9 ตร.ว. ทำเลดี ติด ถ.สัจจกุล ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ห่างจากแยกสัจจกุลเพียง 600 ม. ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองหาดใหญ่ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.5 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.1/2568) ภายในวันที่ 15 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 24 ต.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.2/2568) ภายในวันที่ 30 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 พ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

13 Oct 2025

...

“เงินติดล้อ” โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) แจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสอง เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อบางรายนำรถติดสัญญาจำนำทะเบียนรถ ซึ่งมีบริการเสริมในการเบิกถอนวงเงินสินเชื่อ เช่น บัตรกดเงินสด หรือ แอปพลิเคชัน โดยนำรถไปหลอกขายกับเต็นท์รถแต่ไม่แจ้งปิดบัญชีสินเชื่อ ส่งผลให้เต็นท์รถไม่ได้รับเล่มทะเบียนรถตามที่ตกลงไว้กับผู้ขายรถ ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจ “เงินติดล้อ” ขอแนะนำผู้ประกอบการเต็นท์รถ ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1.ตรวจสอบว่ารถมีเล่มทะเบียนรถตัวจริงหรือไม่ 2.กรณีไม่มีเล่มทะเบียนรถ ตรวจสอบว่ามีสัญญาจำนำทะเบียนรถหรือไม่ 3.หากมีสัญญาจำนำทะเบียนรถ ควรตรวจสอบว่ามีบริการบัตรกดเงินสดหมุนเวียน หรือ แอปพลิเคชัน เพื่อใช้เบิกถอนวงเงินสินเชื่อหรือไม่ 4.กรณีเต็นท์รถตกลงจ่ายหนี้คงค้างส่วนต่างเพื่อปิดบัญชีให้ผู้ขายรถ ควรเน้นย้ำให้ผู้ขายรถดำเนินการแจ้งยืนยันปิดบัญชีสินเชื่อกับไฟแนนซ์ที่ใช้บริการอยู่ เพื่อดำเนินการปิดบัญชี และจัดส่งเล่มทะเบียนรถให้ตามที่อยู่ที่ตกลงไว้ได้ กรณีที่ใช้สินเชื่อกับเงินติดล้อ แนะนำให้เต็นท์รถและลูกค้า ติดต่อปิดบัญชีที่สาขาเงินติดล้อได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้ บัตรกดเงินสดหมุนเวียน ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สินเชื่อสามารถกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถของตนเองได้สะดวกผ่านตู้ ATM ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สินเชื่อสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนยามฉุกเฉินได้สะดวกยิ่งขึ้น

01 Sep 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ชวนนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจและผู้สนใจที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เข้าร่วมประมูลทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในทำเลดีทั่วประเทศ จำนวน 33 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 247 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย โดยมีไฮไลท์สำคัญสำหรับนักลงทุนเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง เนื้อที่ 20 ไร่  ประกอบด้วย สวนน้ำเป็นหอ 6 เหลี่ยม เครื่องเล่นสไลเดอร์ อโลฮ่า 2 ตัว  สระว่ายน้ำและสระน้ำวน จำนวน 3 สระ อาคารอาคารบริการ ร้านขายของที่ระลึก ศูนย์อาหาร 2 อาคาร  ห้องน้ำ 4 อาคาร ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และแหล่งท่องเที่ยว บน ถ.มหาดไทย ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี  จ.กาญจนบุรี  ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.41 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์เด่นราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1.บ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังมุม เนื้อที่ 57.8 ตร.ว. โครงการเซนโทร วิภาวดี ถ.ช่างอากาศอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้กับท่าอากาศยานดอนเมือง จุดขึ้นลงทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และห่างจากสถานีดอนเมือง รถไฟฟ้าสายสีแดงเพียง 2.7 กม.เท่านั้น นอกจากนี้ยังใกล้กับวัดพรหมรังษี โรงเรียนพระหฤทัย  ดอนเมือง และสำนักงานเขตดอนเมือง ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.71 ลบ. 2. บ้านเดี่ยว 2 ชั้นพร้อมบ้านพักคนงาน เนื้อที่ 267.8 ตร.ว. ถ.อนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมเข้าออกได้หลายเส้นทางใกล้ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 ห้างบิ๊กซี พระราม 2 ห้างโฮมโปร พระราม 2 วัดท่าข้าม โรงเรียนวัดท่าข้าม และวัดเลา ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  8.83 ลบ.     3. อพาร์ทเมนท์ 4 ชั้น รวม 84 ห้อง เนื้อที่ 131.6 ตร.ว.โครงการไทยธานีคอนโด ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย ใกล้ตลาดยิ่งเจริญพลาซ่า มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตสะพานใหม่  โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม ห่างจากสถานีสะพานใหม่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียง 2.3 กม. ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.34 ลบ. 4. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 86.3 ตร.ว. โครงการบ้านฟ้าลากูน ถ.เลียบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต โรงเรียนอนุบาลรังสิต ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.31 ลบ. 5. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 60.5 ตร.ว. โครงการออลสวีท ภูเก็ตซิตี้-พันวา ถ.ศักดิเดชน์ (ทล.4023) ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงเรียนบ้านอ่าวน้ำบ่อ  และโรงเรียนดาวรุ่งวิทยา  ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 4.71 ลบ.        6. อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา แบ่งเป็น 1 คูหา เนื้อที่ 22.5 ตร.ว. และ 2 คูหาติดกัน เนื้อที่ 45 ตร.วา ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านพาณิชยกรรม สาธารณูปโภคครบครัน ใกล้สถานีขนส่งหาดใหญ่ ห้างเซ็นทรัล หาดใหญ่ และห้างแม็คโคร หาดใหญ่ ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 20.68 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.1/2568) ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 9 ก.ย. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.2/2568) ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 22 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

30 Aug 2025

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 โดยเปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้เป็นวาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ได้ดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม และนับจากนี้ไปธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย   ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูงและอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 - 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” เริ่มต้นที่กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ กลุ่มวัยเติบโต (Growing) คือการส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง และจนถึงช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต คือ วัยส่งมอบ (Legacy) ที่ธนาคารออมสินจะเคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต   ด้านการสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ 1) การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น และภารกิจที่ 2) การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ New Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน   สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธนาคารออมสิน ตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่าร้อยละ 40 ของสินเชื่อรวมในปี 2568 พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ ธนาคารออมสิน พร้อมก้าวต่อไปในการสานต่อพระราชปณิธานฯ ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนไทยทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” …  Smart Social Bank for All Lives  

04 May 2026

...

ธ.ก.ส. สร้างทางเลือกทางการเงิน ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง รับดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากทันที ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากได้ทุกเพศ ทุกวัย ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด ฝากได้แล้ว ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกทางการเงินและเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่างยั่งยืน ธ.ก.ส. ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้า โดยมีเงื่อนไขดังนี้ บุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือกลุ่มบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัย เมื่อฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาท รวมสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากเงิน ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการฝาก ธนาคารจะโอนต้นเงินเข้าบัญชีเงินฝากคู่โอนในวันครบกำหนด โดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อธนาคาร ทั้งนี้ สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน ฝากได้เลยตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลุ้นโชค ธ.ก.ส. ยังมีสลากออมทรัพย์ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 20 ล้านบาททุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง เมื่อฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท และชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาท ที่มาพร้อมรางวัลพิเศษอีกรางวัลละ 1 ล้านบาท ปีละ 3 ครั้ง รวม 30 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และชุดขุนแผนมรกต หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือนมูลค่า 40 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยทันทีหน่วยละ 19 บาท ทั้งนี้ เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ฝากสะดวกทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile และธ.ก.ส. ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 และเว็บไซต์ www.baac.or.th  

02 May 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้ จากมะเร็งสู่ชีวิตใหม่” โดยได้ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง พร้อมเปิดใจกับการกลับมารักตัวเองและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยมีตัวช่วยสำคัญที่สร้างความอุ่นใจอย่าง ‘ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง’ แก่พลังตัวแทน และที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ประเทศไทย กว่า 300 ท่าน ในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมพูดคุยถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรงให้แก่คนไทย เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถิติปัจจุบัน คนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีอัตราสูงถึงราวร้อยละ 15 ทำให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานของคนไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เอไอเอ ในฐานะผู้นำด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เรามีพันธกิจที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวของคนไทยผ่านการวางแผนด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง   “โดยเรามองว่าทุกคนควรเริ่มต้นวางแผนทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย หรือ ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะเริ่มมีโอกาสในการเจ็บป่วยและเป็นโรคร้ายแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญสำหรับประกันโรคร้ายแรง ควรต้องทำให้ครอบคลุม 3 กลุ่มโรคร้ายแรงยอดฮิต อย่าง “มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือด” เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่าสัดส่วนการเคลมจาก 3 กลุ่มโรคนี้สูงถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยความถี่ของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้น ในเอเชียจะพบได้ประมาณ 18-26 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และในรายงานจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าโรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ส่งผลให้มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในกลุ่มโรคมะเร็ง “นอกจากนั้นความคุ้มครองที่ควรจะต้องมีขั้นต่ำคือ 3 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าผ่าตัด, ค่าฉายแสง, ค่ารักษาแบบมุ่งเป้า เป็นต้น) รวมถึงยังมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จากการรักษา และในช่วงพักฟื้นอีกด้วย   “ซึ่งในวันนี้ เอไอเอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คุณพลอย เฌอมาลย์ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวและมุมมองในมุมของลูกค้าจริงให้กับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งประสบการณ์จริงจากคุณพลอยจะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเริ่มมองหาเกราะคุ้มกันโรคร้ายแรงให้ตัวเองและคนที่คุณรัก” คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดง นางแบบและพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง เผยว่า “มะเร็งเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่คิดค่ะ ที่ผ่านมามั่นใจว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรงเพราะเป็นคนออกกำลังกายหนัก เล่นกีฬาทุกประเภท แต่เราอาจลืมไปว่าเราก็ใช้ชีวิตหนักเช่นเดียวกัน แต่ถือว่าโชคดีที่พลอยตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีทำให้เรารู้เร็วว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งย้อนกลับไปตอนที่คุณหมอเจอเนื้อร้ายและแจ้งว่าพลอยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ตอนนั้นพลอยเครียดมาก น้ำหนักลง 13 กิโลกรัม ใน 3 เดือน ไม่กินข้าว มือสั่น นอนไม่หลับ ไม่อยากออกไปเจอใคร ขังตัวเองในบ้าน เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ร้องไห้ทุกวัน เป็นหนักมากค่ะ แต่พอดึงสติกลับมาคิดทบทวน พลอยรู้สึกเลยว่าเรายังโชคดีที่รู้เร็ว ทำให้เราได้เข้ารับการรักษาเร็ว และที่โชคดีมาก ๆ คือเรามีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   “การรักษาคือคุณหมอให้ฉายแสงค่ะ ไม่ต้องใช้คีโม แต่ต้องฉายแสง 25 ครั้ง ทำ 5 วันต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 3 ล้านบาท แต่ดีที่พลอยทำประกันของเอไอเอไว้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เลยครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เกือบทั้งหมดค่ะ “สำหรับพลอยอยากขอบคุณเอไอเอที่เชิญพลอยมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ พลอยอยากให้เรื่องราวของพลอยช่วยเตือนใจทุกคนว่าชีวิตคนเราสามารถมีเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติค่ะ การมีสติรู้ตัวและหยุดความคิดลบให้ได้ สำคัญมาก เราล้มได้เราก็ค่อย ๆ ลุกได้เช่นเดียวกัน พลอยอยากให้ทุกคนกอดตัวเองให้แน่น ๆ รักตัวเองให้มากกว่าเดิม ใจดีกับตัวเองดูบ้างนะคะ หลังจากที่พลอยเป็นมะเร็งในครั้งนี้ทำให้พลอยได้เรียนรู้ว่ามะเร็งเป็นโรคที่กลัวความสุขค่ะ เราควรจะกลับมามี Relationship กับตัวเองค่ะ และพลอยอยากฝากไว้สำหรับคนที่กำลังเป็นโรคอะไรก็ตาม การที่เรารู้เร็วว่าเราเป็นโรคอะไร ก็ให้คิดว่าเราจะได้รักษาเร็ว อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ เราต้องสู้เพราะเรากำลังจะได้โอกาสอีกครั้ง และอยากให้ทุกคนกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด   ที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนมีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงติดตัวไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดถึง ประกันจะเป็นตัวช่วยหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลให้กับเราค่ะ ทุกคนจะได้มีแรงในการดำเนินชีวิตต่อไป และสำหรับผู้หญิงเรา หากอายุถึง 30 ปีแล้วควรตรวจเมมโมแกรมทุกปีด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1 ดังนั้นการตรวจสุขภาพทุกปีจะช่วยให้หาโรคเจอในระยะเริ่มต้นด้วยค่ะ”  

28 Apr 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของ SMEs วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งให้จัดสรรสำหรับปล่อยสินเชื่อที่สนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ สินเชื่อเพื่อการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมวงเงินทั้ง 2 สินเชื่อที่ได้รับจัดสรรตามวัตถุประสงค์นี้ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย : กรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สนับสนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว โดยประชาชนสามารถยื่นกู้โดยตรงกับธนาคารออมสิน ทั้งแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 500,000 บาท มีเงินดาวน์ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก เท่ากับ 3.50% ต่อปี และแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถกู้แบบมีเงินดาวน์ 10% และ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5 ปีแรก เท่ากับ 3.25% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 20%) และ 3.50% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 10%) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐ ผู้สนใจสามารถติดต่อยื่นขอกู้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หมดเขตวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าจะมีผู้ขอกู้ครบตามวงเงินโครงการ 2. สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า : EV สนับสนุนการปรับตัวด้านการขนส่ง การเดินทาง การประกอบอาชีพและธุรกิจที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนกิจการด้านขนส่ง โดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนยื่นกู้กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) และสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย สำหรับการกู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้ามือแรก (ป้ายแดง) ในประเภทรถยนต์ เช่น BEV, PHEV, HEV, FCEV คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 5% ต่อปี ส่วนประเภทรถจักรยานยนต์คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 10% ต่อปี เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เป็นผู้กำหนดขึ้นตามนโยบายของแต่ละแห่ง ผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกใช้บริการได้ตามที่สะดวก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย (โครงการย่อยกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน – ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ จัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า) ได้ที่ธนาคารออมสิน GSB Contact Center โทร. 1115 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th

27 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner