Responsive image

Sunday, 11 Oct 2026

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้าง รวมทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้ “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เริ่มให้ความคุ้มครองบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 30 ล้านหลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา   นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569  เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็ว   ในการนี้ เวลา 10.00 น. เลขาธิการ คปภ. ได้เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องพิธีการ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลจากส่วนกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้แถลงข่าวเปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ร่วมกับ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานภาพรวมความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านห้วยหละ หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งม่าน หมู่ที่ 13 บ้านใหม่พัฒนา และหมู่ที่ 14 บ้านใหม่ศรีบุญเรือง โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับเอว จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 225 หลังคาเรือน ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจังหวัดลำพูนได้รับการประสานจากรัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในการขอรับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จังหวัดลำพูนจึงได้ประสาน สำนักงาน คปภ. เชียงใหม่ เพื่อร่วมวางแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ สำนักงาน คปภ. ได้เข้าพื้นที่ช่วยเหลือทันที และเห็นว่าหากให้ประชาชนดำเนินการลงทะเบียนด้วยตนเองทั้งหมด อาจประสบปัญหาในบางขั้นตอน จึงกำหนดแนวทางนำร่องด้วยการรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยเบื้องต้นจำนวน 225 หลังคาเรือน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานที่จำเป็น อาทิ ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ตลอดจนแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้นำตัวแทนประชาชนผู้ประสบภัยเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ เพื่อรับทราบขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการปรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป   นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิความคุ้มครองและกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุด เนื่องจากขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเริ่มทยอยแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบแล้ว โดยขอเน้นย้ำว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย ทั้งนี้ ในส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน กรณีจังหวัดลำพูนซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น จะพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสียหาย เพื่อช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบประกันภัยในการช่วยรองรับและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติให้แก่ประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ผู้ประสบภัยอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน “สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” เลขาธิการ คปภ. กล่าว ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยให้ความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และสำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบการรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้โดยสะดวก สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดลำพูนประมาณ 225 หลังคาเรือน สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรณีประชาชนไม่มี   สมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหายสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ผู้ประสบภัยยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติ บ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยกรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยหากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายและสามารถประเมินความเสียหายได้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการประเมินมูลค่าความเสียหายสำหรับการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในส่วนความเสียหายเพิ่มเติม หากผู้ประสบภัยยอมรับผลการประเมิน จะเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง โดยค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสองส่วนจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน   และต่อมา เวลา 14.00 น. นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมแถลงข่าว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมรับฟังผ่านการประชุมผ่านระบบทางไกล ในการนี้ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีประชาชนถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี  ซึ่งนับเป็นกรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลังคาเรือน   นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสะเมิง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลผู้ประสบภัย พร้อมตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยอื่นของผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เลขาธิการ คปภ. กล่าวย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว โดยสำนักงาน คปภ. จะติดตามการดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองด้านการประกันภัยได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”

11 Oct 2026


...

สมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยชมรมประชาสัมพันธ์ประกันภัย จัดงาน Insurance Communication Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Insurance for All: Communicating Trust in a Changing World – สื่อสารอย่างไรให้ประกันภัยเข้าถึงทุกคน ในโลกที่เปลี่ยนเร็วและเต็มไปด้วยความเสี่ยง” เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการสื่อสารของอุตสาหกรรมประกันภัย โดยได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าว Opening Keynote ในหัวข้อ “อนาคตประกันภัยไทย: เมื่อความเสี่ยงใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภค” และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย และนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “Insurance for All: Building Trust through Communication in a Changing World” พร้อมการเสวนาในหัวข้อ “Insurance Communication 2030: Awareness to Action” โดย นางสาวจิรภัทร์ กาญจะโนสถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม กลุ่มบริษัท ฮาคูโฮโด ประเทศไทย ผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และนายนิติ ชัยชิตาทร พิธีกร นักแสดง และครีเอเตอร์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านพฤติกรรมผู้บริโภค การสื่อสาร การตลาด และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ โดยมี นางสาวชุตินันท์ สงวนประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าว Thairath Money เป็นผู้ดำเนินการเสวนา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสื่อสารประกันภัยจากการสร้างการรับรู้ไปสู่ความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับการสื่อสารของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้ตอบโจทย์ประชาชนและพร้อมรับมือกับโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ

11 Oct 2026

...

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ โนวาร์ตีส เดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพแก่ตัวแทนประกันชีวิต ผ่านเวที “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน” ชูประเด็นการดูแลสุขภาพหัวใจและการจัดการ LDL-C เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาพสู่การดูแลลูกค้าและการวางแผนความคุ้มครองอย่างรอบด้าน บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงินและสุขภาพมืออาชีพ ที่คอยอยู่เคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต ล่าสุดจับมือ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำด้านเวชภัณฑ์ จัดงานสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน” ในหัวข้อ “ปิดสวิตช์ LDL-C ไขมันร้าย หยุดวิกฤตโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ชี้ภัยเงียบอันดับต้น ๆ ของคนไทย พร้อมเจาะลึกมิติค่ารักษาพยาบาลและการวางแผนด้านประกันสุขภาพที่ครอบคลุม โดยมี นายศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวเปิดงาน และ นพ.วุฒิวงศ์ สมบุญเรืองศรี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ดร. อรชร อิงคานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด และ นพ.นิทัศน์ วิศวชัยพันธ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ร่วมในกิจกรรม งานจัดขึ้น ณ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่   โดยการสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน”ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในทุกมิติ  โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งการถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ภัยเงียบของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งมักสะสมตัวโดยไม่แสดงอาการ โดยได้รับเกียรติจาก นพ.นิทัศน์ วิศวชัยพันธ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ มาร่วมถ่ายทอดความรู้เรื่องไขมันตัวร้าย (LDL-C) การอ่านผลตรวจเลือดเบื้องต้น และเวิร์กช็อปประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ เพื่อให้ตัวแทนนำไปประยุกต์ใช้ในการให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างเหมาะสม พร้อมเน้นย้ำว่าเป้าหมายของระดับไขมัน LDL-C ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้วต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 55mg/dL ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาเพื่อควบคุมค่า LDL-C โดยสามารถปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมได้   ภายในงานยังมีการให้ความรู้ด้านการวางแผนค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงการอัปเดตสิทธิประโยชน์การบริการทางการแพทย์ไร้รอยต่อผ่านโครงการ MTL Smile Hospital Network และการเจาะลึกผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากเมืองไทยประกันชีวิตที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพอย่างเต็มอิ่ม   สำหรับความร่วมมือระหว่าง เมืองไทยประกันชีวิต และ โนวาร์ตีส ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทย ผ่านบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตยุคใหม่ที่เป็นมากกว่าผู้ขายประกัน

11 Oct 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่ 1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย 2)ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ 3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570   สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

09 Oct 2026

...

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้ายกระดับความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รูปแบบภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อน รวดเร็ว และคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น ทั้งการโจมตีผ่านระบบดิจิทัล การใช้ AI เป็นเครื่องมือค้นหาช่องโหว่ การโจมตีผ่านผู้ให้บริการภายนอก ตลอดจนความเสี่ยงจากระบบนิเวศดิจิทัลที่มีการเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น สำนักงาน คปภ. โดยสายเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงจัด “โครงการทดสอบความพร้อมในการรับมือและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ สำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Sector Cyber Exercise) ประจำปี 2569” เพื่อยกระดับความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยในการรับมือและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมทั้งทดสอบแผนบริหารจัดการสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง โดยจัดการทดสอบจำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และ 30 กันยายน 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร ทั้งนี้ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มอบหมายให้ ดร.ชญานิน เกิดผลงาม รองเลขาธิการ ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ผู้บริหารบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ตลอดจนผู้บริหารและผู้แทนจากบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยเข้าร่วม     รองเลขาธิการ ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นความเสี่ยงลำดับต้น ๆ ของทุกภาคส่วน รวมถึงภาคธุรกิจประกันภัย โดยปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีการพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่องจากการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเป็นทั้งเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และในอีกด้านหนึ่งก็อาจเพิ่มความซับซ้อนของภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต สะท้อนจากเหตุการณ์ในต่างประเทศที่มีรายงานว่า AI Agent ซึ่งถูกพัฒนาเพื่อทดสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์สามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมจำลองและเข้าถึงระบบของบริษัทจริงได้ สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามยุคใหม่อาจเกิดขึ้นในรูปแบบที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน และอาจเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่ากระบวนการรับมือแบบเดิม สำหรับธุรกิจประกันภัย ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้เพิ่มขึ้น ทั้งด้านการให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กร     สำนักงาน คปภ. จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ รวมถึงภัยคุกคามที่อาจยังไม่เคยพบมาก่อน เพื่อให้ภาคธุรกิจประกันภัยมี Cyber Resilience หรือความสามารถในการป้องกัน รับมือ ตอบสนอง และฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไซเบอร์ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้จัดการซ้อมร่วมระหว่างภาคธุรกิจประกันภัยและสำนักงาน คปภ. เพื่อให้บริษัทประกันภัยมีพื้นที่ในการทดสอบและทบทวนแผนรับมือภัยไซเบอร์ เข้าใจการบริหารจัดการสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุจริง และเกิดการเรียนรู้จากสถานการณ์จำลองที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ โดยการซ้อมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งสำนักงาน คปภ.ได้พัฒนารูปแบบการซ้อมให้ครอบคลุมและสมจริงมากยิ่งขึ้น ร่วมกับบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ในการออกแบบสถานการณ์จำลองให้ครอบคลุม ลงลึกในระดับเทคนิค และมีขั้นตอนการตอบสนองที่สอดคล้องกับเหตุการณ์จริง     การจัดกิจกรรม Insurance Sector Cyber Exercise ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 มีบริษัทเข้าร่วม 34 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทประกันชีวิต 14 บริษัท และบริษัทประกันวินาศภัย 20 บริษัท และครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2569 มีบริษัทเข้าร่วมอีก 33 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทประกันชีวิต 8 บริษัท และบริษัทประกันวินาศภัย 25 บริษัท รวมทั้งสิ้น 67 บริษัท นอกจากนี้ ยังได้เชิญผู้แทนของสำนักงาน คปภ. จากสายงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการซ้อมแผนรับมือภัยไซเบอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานงาน การบริหารจัดการสถานการณ์ และการสื่อสารในภาวะวิกฤติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงอย่างเป็นระบบ อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจว่าภาคธุรกิจประกันภัยและหน่วยงานกำกับดูแลมีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อน รวดเร็ว และส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น   “การทดสอบความพร้อมในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถพัฒนาแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เท่าทันต่อความเสี่ยงที่มีแนวโน้มรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งสามารถนำผลการซ้อมไปต่อยอดเป็นคู่มือ แนวทางปฏิบัติที่ดี และมาตรการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งนี้ แม้ภัยคุกคามทางไซเบอร์จะมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลก เทคโนโลยี และรูปแบบการโจมตีที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่การมีแผนรับมือที่ชัดเจน การซ้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับภาคธุรกิจประกันภัย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ระบบประกันภัยไทยสามารถรับมือ ตอบสนอง และฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน ผู้เอาประกันภัย และเสถียรภาพของระบบประกันภัยในภาพรวมอย่างยั่งยืน” รองเลขาธิการ ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี กล่าวในตอนท้าย

09 Oct 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยมาตรการช่วยเหลือมี 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย  ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 (ขยายเพิ่มอีก 60 วัน) 2. ยกเว้นดอกเบี้ย เบี้ยประกันภัย 6 เดือน  กรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติหรือต่ออายุกรมธรรม์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 3. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์  ที่ชำรุดหรือสูญหาย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายเหตุ ยกเว้นประกันชีวิตควบการลงทุน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทฯ ห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ความเดือดร้อนของลูกค้าคือเรื่องที่เราให้ความสำคัญ จึงออกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยให้ลูกค้าคลายกังวล บรรเทาผลกระทบ และช่วยเหลือให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับลูกค้าผู้เอาประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ OCEAN LIFE Contact Center โทร. 1503 อีเมล info@ocean.co.th หรือสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านบริการ Ocean Connect ได้ที่ LINE: @oceanlife หรือ Ocean Club Application ./

06 Oct 2026

...

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยถึงแนวทางการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมหรือพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภัยเพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเก็บหลักฐาน เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยแล้วจึงตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ แจ้งเหตุไปยังบริษัทประกันภัย และเก็บหลักฐานความเสียหายเท่าที่สามารถดำเนินการได้ โดยสำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทประกันภัยให้เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อม ตลอดจนรถยกและรถลากให้เพียงพอ เพื่อรองรับการแจ้งเคลมที่อาจมีจำนวนมากในช่วงหลังน้ำลด สำหรับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ขอให้ตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมหรือไม่ โดยประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ามีความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่ และสิ่งสำคัญคือ หากรถถูกน้ำท่วมอย่าเพิ่งสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ภายในรถได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น เมื่อสามารถเข้าถึงรถได้อย่างปลอดภัย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอให้เห็นสภาพรถทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ จากนั้นให้แจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมแจ้งข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย เพื่อให้บริษัทนัดหมายเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย ทั้งนี้ หากขณะเกิดเหตุไม่สามารถถ่ายภาพไว้ได้ หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ก่อน ไม่ควรเสี่ยงกลับเข้าไปเพียงเพื่อเก็บหลักฐาน แต่ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วจึงรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพราะการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์เป็นสำคัญ ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนควรจำง่าย ๆ คือ “ความปลอดภัยมาก่อน–แจ้งบริษัทไว้ก่อน - เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้” ในส่วนของ การประเมินความเสียหายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป สำนักงาน คปภ. มีแนวทางพิจารณาตามระดับน้ำที่เข้าถึงตัวรถ 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000 – 10,000 บาท ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะ ค่าซ่อมประมาณ 15,000 – 20,000 บาท ระดับ C น้ำท่วมถึงบริเวณด้านล่างของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 25,000 –30,000 บาท ระดับ D น้ำท่วมถึงบริเวณด้านบนของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป และระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน ให้พิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) โดยการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จะต้องพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ร่วมกับความเสียหายของตัวรถ รวมทั้งข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย สำหรับบ้าน ที่อยู่อาศัย อาคาร หรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ให้ตรวจสอบกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือภัยน้ำท่วมและมีวงเงินความคุ้มครองเท่าใด เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วควรถ่ายภาพหรือวิดีโอให้เห็นทั้งภาพกว้างและรายละเอียดของบริเวณที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสียหายเป็นรายชิ้น เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และถ่ายให้เห็นระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ พร้อมจัดทำรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายไว้ จากนั้นแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อให้ผู้สำรวจภัยเข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหาย โดยสำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทเร่งส่งผู้สำรวจภัยเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สิน และในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดำเนินการทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เมื่อบริษัทประกันภัยสามารถสำรวจและประเมินความเสียหายได้แล้ว สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทพิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุนแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และ กรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน ส่วนกรณี Total Loss ให้ดำเนินการรวบรวมเอกสารไปพร้อมกับการประเมินความเสียหาย และหากเป็นรถยนต์ที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนเช่าซื้อ สำนักงาน คปภ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยในการจัดส่งเอกสาร ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเคลมได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาช่องทางติดต่อ สำนักงาน คปภ. ได้จัดทำ “ศูนย์รวมช่องทางเคลมประกันภัยทุกบริษัท” รวบรวมช่องทางติดต่อบริษัทประกันภัยไว้ในที่เดียว สามารถตรวจสอบได้ผ่าน เว็บไซต์สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” ซึ่งผู้เอาประกันภัยยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยของตนเอง รวมถึงสอบถามและขอคำปรึกษาด้านการประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตรวจสอบความคุ้มครองและเข้าสู่กระบวนการเคลมได้สะดวกยิ่งขึ้น “ช่วงหลังน้ำลดจะเป็นช่วงสำคัญของการสำรวจและประเมินความเสียหาย จึงขอให้ผู้เอาประกันภัย อย่าเพิ่งกังวลหากยังมีเอกสารไม่ครบ หรือขณะเกิดเหตุไม่สามารถเก็บหลักฐานได้ทั้งหมด ให้แจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยจึงรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรนำชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเก็บหลักฐานการเคลม ส่วนบริษัทประกันภัยขอให้เตรียมความพร้อมในการรับแจ้งเหตุ ลงพื้นที่สำรวจ และพิจารณาค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าสู่กระบวนการเคลมและได้รับการดูแลตามสิทธิและเงื่อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว” เลขาธิการ คปภ. กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มครอง ไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัย หรือพบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อสอบถามข้อมูล ขอคำแนะนำ แจ้งปัญหา หรือขอความช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งสามารถใช้ช่องทางออนไลน์และระบบ PPMS ของสำนักงาน คปภ. สำหรับการยื่นเรื่องร้องเรียน เพื่อลดภาระในการเดินทางของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เอกสารแนบมาตรการน้ำท่วม สอบถามข้อมูลด้านการประกันภัย เว็บไซต์สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th  LINE Official Account @ OICCONNECT และสายด่วน คปภ. 1186

06 Oct 2026

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

ธ.ก.ส. จัดโปรโมชันพิเศษ พร้อมเสิร์ฟบริการทางการเงินครบวงจรในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13 Money Expo Udonthani อาทิ ฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง หรือชุดดิจิทัล Plus ตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป รับของที่ระลึก limited edition อาร์ตทอย ชุดมังแมว สายคล้องโทรศัพท์ หมอนอิง อาร์ตทอยชุด Agri Animal หรือกระเป๋าล้อลาก ขนาด 20 นิ้ว หรือเมื่อสมัครบัตรเดบิตเพชรน้ำหนึ่ง และ ฝากเงินตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับหมอนผ้าห่มคละสีหรือสมัครบัตรเดบิตพลอยไพฑูรย์ ฝากเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับเลยตุ๊กตาน้องหอมจัง พิเศษ! สำหรับลูกค้าใหม่ ที่มียอดธุรกรรมตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รับของที่ระลึกสุดพิเศษเพิ่มอีกตามยอดธุรกรรม นอกจากนี้ ในบูธ ธ.ก.ส. ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าแกลมเกษตรคุณภาพดีจากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาจัดจำหน่ายเฉพาะในงาน ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคมนี้ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดรธานี   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) พร้อมนำเสนอโปรโมชันสุดพิเศษและบริการทางการเงินครบวงจรให้บริการประชาชนในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13 Money Expo Udonthani เช่น โปรโมชันด้านผลิตภัณฑ์เงินฝาก – สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ประกอบด้วย สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง มูลค่าสูงสุด 20 ล้านบาท และยังมีรางวัลพิเศษ เสี่ยงหมวด รางวัลละ 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569 รวม 10 ล้านบาท เมื่อฝากครบกำหนด ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 1.15 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.115 ต่อปี และชุดดิจิทัล Plus หน่วยละ 50 บาท ลุ้นโชคมูลค่า 3 ล้านบาท จำนวน 12 ครั้ง และรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อายุสลาก 1 ปี  เมื่อฝากครบ จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี สำหรับผู้เข้าสู่วัยเตรียมเกษียณอายุ ธ.ก.ส. ยังมีเงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี) เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท รับดอกเบี้ยรายเดือนทุกเดือน เป็นขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.40 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 4 ปี เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก พิเศษเฉพาะในงาน เมื่อฝากสลากฯ ชุดกระด้งทองหรือชุดดิจิทัล Plus ตั้งแต่ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 99,900 บาท รับสิทธิ์จุ่มอาร์ตทอย ชุดมังแมว 1 จุ่ม ตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 499,900 บาท รับอาร์ตทอย ชุดมังแมว 1 ชุด (ครบเซต) ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 999,900 บาท รับสายคล้องโทรศัพท์ 1 ชิ้น ตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 4,999,900 บาท รับหมอนอิง จำนวน 1 ใบ ตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 9,999,900 บาท รับอาร์ตทอย ชุด Agri Animal 1 ชุด (จำนวน 8 ตัว) ตั้งแต่ 10,000,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าล้อลาก ขนาด 20 นิ้ว จำนวน 1 ใบ   นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรเดบิตเพชรน้ำหนึ่ง และฝากเงินตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับหมอนผ้าห่มคละสี หรือเมื่อสมัครบัตรเดบิตพลอยไพฑูรย์ ฝากเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 3 เดือน รับเลย ตุ๊กตาน้องหอมจัง จำนวน 1 ตัว พิเศษ! โปรโมชัน Top up สำหรับลูกค้าใหม่ที่มียอดธุรกรรมภายในบูธ ประกอบด้วย ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 499,999 บาท รับของที่ระลึกสุดพิเศษ หมอนปลาทู ขนาด 50 เซนติเมตร จำนวน 1 ใบ ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 999,999 บาท รับลำโพง BAAC จำนวน 1 ชิ้น ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป รับชุดแก้ว BAAC จำนวน 1 ชุด (เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ซึ่งถือเป็นทางเลือกในการออมเงินที่มาพร้อมความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ที่จัดโปรโมชันพิเศษมานำเสนอ ประกอบด้วย เมื่อสมัครกรมธรรม์ ธกส เพิ่มรัก3 12/10 อัตราการส่งชำระ 1,500 บาทต่อเดือนขึ้นไป และ ส่งชำระงวดแรกอย่างน้อย 12 เดือน (อย่างน้อยสุทธิ 17,280 ต่อปี) รับพัดลม Imarflex ขนาด 16 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องต่อกรมธรรม์ เมื่อสมัครกรมธรรม์ ธกส HUG (ฮัก) 10/5 อัตราการส่งชำระ 20,000 บาทต่อปีขึ้นไป รับพัดลม Imarflex ขนาด 16 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องต่อกรมธรรม์ สมัครกรมธรรม์ ธกส รักคุณ อัตราการส่งชำระตั้งแต่ 199 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าพับได้ (Shopping Bag) จำนวน 1 ใบ หรืออัตราการส่งชำระ 1,197 บาทต่อปี รับกระเป๋าผ้าแคนวาส BAACLife จำนวน 1 ใบ สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อ พบกับสินเชื่อที่หลากหลาย เช่น สินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่น สำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. ที่เป็นสมาชิก ฌกส. อสม. วงเงินกู้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท (นับรวมวงเงินกู้เดิมโครงการสินเชื่อเงินด่วนคนดีและโครงการสินเชื่อเงินด่วนกึ่งแสน) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพียงร้อยละ 0.50 ต่อเดือน สินเชื่อเคหะเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับข้าราชการและพนักงานองค์กรในหน่วยงานที่มี MOU กับ ธ.ก.ส. วงเงินกู้ขั้นสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อสัญญา และไม่เกิน 3 สัญญาต่อราย อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 เริ่มต้นร้อยละ 1.99 ต่อปี ปีที่ 2-3 ร้อยละ 2.83 ต่อปี และปีที่ 4-5 ร้อยละ 2.99 ต่อปี สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์ เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรที่มีอายุ 50 ปี (นับแบบปีชนปี) วางแผนชีวิตก่อนเกษียณเข้าสู่วิถีเกษตรแบบยุคใหม่ วงเงินกู้สูงสุด 8 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรก MRR-2 ต่อปี   นอกจากนี้ ภายในงาน ธ.ก.ส. ยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าแกลมเกษตรสุดพรีเมียมจากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. กว่า 100 รายการ มาจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจได้เลือกช็อปอย่างเต็มที่ เช่น ข้าวโพดมัมมี่ (freeze dried) จากศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษละโว้ธานี จังหวัดลพบุรี ที่นำข้าวโพดหวานมายกระดับเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยกระบวนการ freeze dried สามารถรักษาคุณค่าทางสารอาหารทั้งรสชาติ สี กลิ่น เก็บรักษาไว้ได้นานถึง 25 ปี โดยไม่ใส่สารกันบูด รวมทั้งมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์จนได้มาตรฐาน A-Product โจ๊กข้าวหอมภูเขาไฟ จากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. บุรีรัมย์ จำกัด โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิแท้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ที่ผลิตจากภูมิปัญญาและเต็มไปด้วยคุณภาพจากแหล่งปลูกข้าวบุรีรัมย์ อิ่มง่ายใน 2 นาที เพียงใส่น้ำร้อน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ แต่ยังได้รับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ข้าวหอมมะลิพร้อมทาน ตรา “อุ่นอิ่ม” 7 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวหอมนิล ข้าว กข 43 และข้าวกล้อง กข 43 ซึ่งผลิตโดยสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด จำกัด  สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สุรินทร์ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครปฐม จำกัด แล้วพบกันที่บูธ ธ.ก.ส. ในงาน Money Expo Udonthani ครั้งที่ 13 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดรธานี ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคมนี้ และสำหรับผู้ที่สนใจชิมและช็อปผลิตภัณฑ์แกลมเกษตรของลูกค้า ธ.ก.ส. สามารถเลือกชมและช็อปผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน BAAC Matching คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

11 Oct 2026


...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ธนาคารออมสินพร้อมขานรับนโยบายของกระทรวงการคลัง ในการดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ด้วยการ ประกาศพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าทันที ให้สามารถตั้งหลัก และมีเวลารับมือกับสถานการณ์หรือเรื่องจำเป็นตรงหน้า พร้อมจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษรองรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และใช้ในการฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ   "ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ "  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  ธนาคารยังจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก โดยสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เงินในช่วงวิกฤต ธนาคารมี สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนใช้จ่ายดำรงชีพในช่วงนี้ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน อีกทางเลือกคือ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.50% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 60 เดือน เมื่อถึงช่วงฟื้นฟู ผู้ที่ต้องซ่อมแซมเครื่องมือทำกินหรือใช้ทุนหมุนเวียนเพื่อกลับมาประกอบอาชีพ สามารถขอ สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย (Effective Rate) = 15.00% ต่อปี ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี ส่วนผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายและต้องการซ่อมแซม มี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.045% ต่อปี) พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สถานประกอบการได้รับความเสียหาย หรือจำเป็นต้องลงทุนในสิ่งป้องกันภัย ธนาคารมี สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย กรณีใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้ ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก = MLR – 2.65% ต่อปี ปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR (อัตราดอกเบี้ย MLR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.025% ต่อปี) ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ธนาคารออมสินพร้อมดูแลลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทั้งการแบ่งเบาภาระหนี้ในช่วงน้ำท่วม และสนับสนุนการฟื้นฟูบ้าน อาชีพ และกิจการเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตามภารกิจ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” และธนาคารออมสินขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนปลอดภัยและก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน ศึกษารายละเอียดมาตรการและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

28 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในการประคับประคองกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยกระทรวงการคลังได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อ AI นกกระซิบ เพื่อนำข้อมูลยอดขายจริงจากการค้าขายมาใช้เป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยเพิ่มโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเอกสารหรือข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้มากขึ้น ซึ่งได้มีการแถลงเปิดตัวโครงการดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินที่ร่วมดำเนินโครงการ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้แอปพลิเคชันถุงเงินภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส นำไปซื้อวัตถุดิบ เติมสินค้า หรือใช้จ่ายตามรอบการค้า   "ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์"  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.75% ต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 16.20% ต่อปี โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับร้านค้าที่มียอดขายและการรับชำระเงินจริงตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยใช้ข้อมูลสรุปการค้าขายของ AI นกกระซิบจากแอปถุงเงิน มาใช้เป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการพิจารณาสินเชื่อร่วมกับเกณฑ์ของธนาคาร ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าวเป็นวงเงินหมุนเวียนระยะสั้น สามารถเบิกใช้ได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และเมื่อชำระคืนแล้ววงเงินจะกลับมาใช้ได้อีกโดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ เพื่อให้มีเงินทุนพร้อมใช้สอดคล้องกับรอบการค้าและไม่สร้างภาระหนี้ระยะยาว สำหรับผู้ที่มีประวัติผ่อนชำระดีอย่างน้อย 6 เดือน มีโอกาสได้รับการพิจารณาขยายวงเงินและอาจได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร ผู้สนใจสมัครสินเชื่อ ที่ยังไม่มีแอปร้านค้าออมสิน มหาเฮง และแอป MyMo สามารถติดต่อธนาคารออมสินเพื่อสมัครใช้บริการก่อนลงทะเบียนขอสินเชื่อ โดยธนาคารจะเริ่มพิจารณาสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์สินเชื่อดังกล่าวเป็นการต่อยอดแนวทางของกระทรวงการคลังในการนำข้อมูลสรุปการค้าขายจริงจาก AI นกกระซิบ มาเป็นข้อมูลทางเลือกให้สถาบันการเงินนำไปใช้ในการพิจารณาสินเชื่อร่วมกับเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ พร้อมสร้างประวัติทางการเงินเพื่อต่อยอดโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมในอนาคต สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสิน ที่มุ่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

26 Sep 2026

...

กบข. เผย เตรียมนำส่งผลตอบแทนจากการบริหารเงินสำรองที่เกินเกณฑ์ตามกฎหมายประมาณ 1,789 ล้านบาท ส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดินในต้นเดือนตุลาคม 2569 นี้ พร้อมยืนยันไม่กระทบเงินออมของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. บริหารเงินสำรองของกระทรวงการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ จนส่งผลให้ปัจจุบันมูลค่าเงินสำรองมีจำนวนประมาณ 967,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นจำนวน 3 เท่าของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี 2569 ดังนั้นตามกฎหมาย กบข. จะนำส่งผลตอบแทนจากการบริหารเงินสำรองที่เกินกว่าระดับดังกล่าวจำนวนประมาณ 1,789 ล้านบาท ส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดินในต้นเดือนตุลาคม 2569 ทั้งนี้ กบข. จะยังคงรักษาระดับเงินสำรองให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้เพียงพอรองรับภาระการจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรณีเกิดวิกฤตตามวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีเงินสำรอง ปัจจุบัน กบข. มีการบริหารจัดการเงินของกองทุนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินส่วนสมาชิก และเงินสำรอง โดยมีการจัดทำบัญชี การกำกับดูแล และกำหนดนโยบายการลงทุนของเงินแต่ละส่วนแยกกันอย่างชัดเจน สำหรับ เงินส่วนสมาชิก ประกอบด้วยเงินสะสมที่หักจากเงินเดือนของสมาชิกนำส่ง กบข. ทุกเดือน รวมกับเงินสมทบ เงินประเดิม และเงินชดเชยจากรัฐ ซึ่ง กบข. มีหน้าที่บริหารจัดการและลงทุนตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิก ขณะที่ เงินสำรองของกระทรวงการคลัง เป็นเงินที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้ กบข. บริหาร เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญของข้าราชการในกรณีเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ “การส่งผลตอบแทนจากการบริหารเงินสำรองคืนเป็นรายได้แผ่นดินนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้ง กบข. ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อเงินกองส่วนสมาชิกแต่อย่างใด กบข. ขอให้สมาชิกมั่นใจได้ว่าเงินออมของสมาชิกทั้งหมดยังคงได้รับการบริหารจัดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวให้แก่สมาชิก และไม่ว่าสมาชิกจะออกจากราชการด้วยเหตุใด เงินส่วนของสมาชิกทั้งส่วนที่เป็นเงินต้นและส่วนที่เป็นผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนยังคงเป็นสิทธิของสมาชิก โดยสมาชิกจะได้รับคืนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด” ดร.ศรพล กล่าว กบข. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินภารกิจในการดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนอย่างมืออาชีพ ด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของสมาชิกเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณของสมาชิกอย่างยั่งยืนต่อไป

20 Sep 2026

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) โดย นายสยาม ประสิทธิศิริกุล (กลาง), ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล นางสาวพัสสนีย์ อุดมพาณิชย์ (ขวา), CFP ผู้บริหารสายงานเวลธ์แมเนจเมนท์ และนายวิรัตน์ วิทยศรีธาดา (ซ้าย), CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับโลกจากเวที ‘International Finance Awards 2026’ ได้แก่ รางวัล Best Investment Advisory Bank (ธนาคารผู้ให้บริการที่ปรึกษาการลงทุนยอดเยี่ยม) และรางวัล Best Digital Wealth Management Bank (ธนาคารผู้ให้บริการการบริหารความมั่งคั่งดิจิทัลยอดเยี่ยม) ซึ่งจัดโดย International Finance นิตยสารธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ความสำเร็จจากทั้งสองรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงมาตรฐานอันเป็นเลิศและความเชี่ยวชาญระดับสากลของกรุงศรีในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) จากการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการลงทุนของผู้เชี่ยวชาญจากกรุงศรีและบริษัทในเครือ ผ่านโมเดล One Krungsri Investment View ซึ่งเป็นกรอบมุมมองการลงทุนร่วมที่ผสานความเชี่ยวชาญจาก Krungsri Investment Intelligence ทีมวิจัยกรุงศรี กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ บลจ. กรุงศรี (KSAM) บล. กรุงศรี (KSS) และพันธมิตรระดับโลกอย่าง Invesco เพื่อใช้เป็นรากฐานในการให้คำแนะนำและบริการวางแผนการลงทุน พร้อมด้วยความแข็งแกร่งจากการเป็นส่วนหนึ่งของ MUFG กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Wealth Management ผ่านระบบ “Wealth Management System” ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (Relationship Manager) ในการวิเคราะห์และให้คำแนะนำในการปรับพอร์ตแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในทุกสภาวะตลาด

18 Sep 2026

...

ธ.ก.ส. เปิดตัว “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus” เพียงหน่วยละ 50 บาท ลุ้นโชคมูลค่า 3 ล้าน ทุกเดือน จำนวน 12 ครั้ง และรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อายุสลาก 1 ปี เมื่อฝากครบ จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี โดยเงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา เปิดรับฝากพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ 17 ก.ย. นี้เป็นต้นไป ฝากง่ายๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus หน่วยละ 50 บาท จำนวน 200 ล้านหน่วย แบ่งเป็น 20 หมวด หมวดละ 10 ล้านหน่วย วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท อายุการรับฝาก 1 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี พร้อมลุ้นรางวัลที่ 1 เสี่ยงหมวด จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 3 ล้านบาท และรางวัลที่ 1 ไม่เสี่ยงหมวด จำนวน 19 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท รวมจำนวนรางวัลต่องวดทั้งสิ้น 20 รางวัล คิดเป็นเงินรางวัลสูงสุด 3,057,000 บาทต่อเดือน   โดยสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus จะเปิดรับฝากพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ฝากได้ง่าย สะดวก ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ได้บนสมาร์ตโฟนผ่าน App store หรือ Play store ทั้งนี้ ดอกเบี้ยและเงินรางวัลในการฝากสลากออมทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา เตรียมแจกโชคออกรางวัลครั้งแรกในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 และจะมีการจับรางวัลทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน รวม 12 ครั้ง ยกเว้นเดือนมกราคม จะออกรางวัลในวันที่ 17 มกราคม ซึ่งผู้ฝากสลากภายในวันที่ 15 ของเดือน จะได้รับสิทธิ์ตรวจรางวัลในเดือนนั้น ๆ ทั้งนี้ สามารถตรวจผลการออกรางวัลและรับชมการถ่ายทอดสดการออกรางวัลสลากออมทรัพย์ได้ทางเว็บไซต์ www.baac.or.th, Facebook Page ธกส BAAC Thailand และ ธกส บริการด้วยใจ, Youtube Channel BAAC Thailand โดยธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดไปหลังจากวันออกรางวัลในแต่ละงวด ร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555  

18 Sep 2026

...

ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาเอ็กซ์คลูซีฟ “Resilience Wealth - The Power of Diversification” เปิดมุมมองพลังของการกระจายความเสี่ยงรับโลกการลงทุนยุคใหม่ ชวนลูกค้าร่วมอัปเดตมุมมองการบริหารความมั่งคั่งในยุคใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวเปิดงาน พร้อมรับฟังแนวคิดการกระจายความเสี่ยงเพื่อสร้างสมดุลให้การวางแผนการเงินในระยะยาว จากผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กร นำโดยนางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ และ นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  พร้อมร่วมพูดคุยกับนักธุรกิจคนดังในฐานะพรีเซนเตอร์ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ Multi Asset 14/6 (Index Linked) คุณส้ม ธนัษชญา พิทยศิริ และ คุณพีช พชร จิราธิวัฒน์ ในการถ่ายทอดมุมมองการบริหารธุรกิจ การวางแผนการเงิน และแนวคิดการดูแลสินทรัพย์ในแบบฉบับของตนเอง ผ่านหัวข้อ The Art of Diversification     นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังมุมมองและกลยุทธ์การบริหารความมั่งคั่งจากผู้เชี่ยวชาญ ซี่งครอบคลุมทั้งการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนโลก แนวทางการกระจายความเสี่ยงผ่านสินทรัพย์หลากหลายประเภท รวมถึงการวางแผนสร้างความมั่งคั่งและสร้างโอกาสการเติบโตของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว จากนายอิษฎา หิรัญวิวัฒน์กุล ที่ปรึกษาอาวุโส บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) นายรุ่งโรจน์ เสกสรรค์วิริยะ Head of Investment Product Selection ธนาคารไทยพาณิชย์ นายชาตรี โรจนอาภา Head of Investment Consultant ธนาคารไทยพาณิชย์ นางสาวศุภรัตน์ อารีย์วงศ์ Executive Director กลุ่มกลยุทธ์การตลาด และผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ และนายธนวงศ์ บุญยศิริวงศ์ Head of Product Strategy and Communication FWD ประกันชีวิต   งานสัมมนาครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ และ FWD ประกันชีวิต ในการนำเสนอองค์ความรู้และโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่งในรูปแบบการกระจายความเสี่ยง พร้อมกับแนะนำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ Multi Asset 14/6 (Index Linked) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการรักษาเบี้ยประกันภัยเมื่อถือครองครบตามเงื่อนไขที่กำหนด มอบความคุ้มครองชีวิต การันตีเงินคืนทุกปี และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นผ่านการลงทุนอ้างอิงจากดัชนี Canopy 11.5% Volatility with 3% Decrement Index ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ Multi Asset ที่มีกลไกการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่หลากหลาย โดยใช้สัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการวางแผนทางการเงินและการลงทุน รับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตและสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน  

15 Sep 2026

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

  นายธีธัช เสรฐภักดี ผู้แทน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “องค์บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน และการสาธารณสุขของไทย” เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2569 ณ ลานหน้าศาลาศิริราชร้อยปี โรงพยาบาลศิริราช

11 Oct 2026


...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มอบเงินสนับสนุนให้แก่นางชนิดาภา เพ็ชรรักษ์ (ซ้าย) ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด จำนวน 300,000 บาท สำหรับการจัดหากระดาษเบรลล่อนเพื่อใช้ผลิตสื่อภาพนูนให้แก่นักเรียนผู้พิการทางการเห็น ในโรงเรียนสอนคนตาบอด จำนวน 16 แห่งทั่วประเทศ ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569

08 Oct 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต พร้อมสนับสนุนสังคมที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกช่วงวัย สอดคล้องกับแคมเปญ “เพราะทุกวัยไม่ควรต้องเสี่ยง” ภายใต้แนวคิดต่างวัย แต่ใส่ใจสุขภาพได้ไม่ต่างกัน จัดกิจกรรม ซิตี้รันมันส์ฟันเว่อร์ Presented by Krungthai-AXA Life ที่ได้ร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำโดย คุณชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (คนที่ 2 จากขวา) และคุณสุกัญญา อิสรานุวัฒน์ชัย รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร (คนที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วยพันธมิตรภาคเอกชนและผู้จัดงาน Thailand Tri-League โดยกิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 400 ท่าน นอกจากนี้ทางบริษัทฯ เตรียมจัดกิจกรรม Running Clinic ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม และ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเตรียมความพร้อมกับการวิ่งและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม  เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมงานแข่งขันวิ่งระดับประเทศ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนระยะ Family Run 4.5K อีกทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุน และส่งเสริมให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯที่ พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมดีๆ ของบริษัทฯ หรือต้องการสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th  หรือ โทร.1159 และท่านสามารถอ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมที่ https://ktaxa.live/City-run-road-to-ATM

06 Oct 2026

...

นายสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงาน Dinner Talk “Zero Corruption : From Policy to Action” ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน เพื่อร่วมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ พร้อมสนับสนุนความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันแนวทางการต่อต้านการทุจริตให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และสร้างวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ภายใต้แนวคิด “จากนโยบาย...สู่การลงมือทำ เพื่อประเทศไทยที่โปร่งใสและแข่งขันได้” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต พร้อมเชื่อมโยง “Policy to Action” ให้เกิดการขับเคลื่อนจากนโยบายสู่แนวทางที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ เพื่อร่วมสร้างภาคธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม   ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “รัฐบาลกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Zero Corruption และการเติบโตอย่างยั่งยืน” โดยมี นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน และประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวเปิดงานและสะท้อนถึงผลกระทบของปัญหาคอร์รัปชันต่อเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศ พร้อมด้วยการบรรยายและแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายภาคส่วน งานจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง Royal Jubilee Ballroom อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมกว่า 1,500 คน การร่วมสนับสนุนงานครั้งนี้ สะท้อนเจตนารมณ์ของมิตรแท้ประกันภัยในการดำเนินธุรกิจด้วยความ “จริงใจ เปิดเผย” ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมส่งเสริมสังคมไทยให้เติบโตบนพื้นฐานของความโปร่งใสและเป็นธรรม  

06 Oct 2026

...

นางเบญจมาศ เปรมฤทัย ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 6/2 (ภาคกรุงเทพฯ) ด้านสาขา และนายธีระศักดิ์ มุ่งดี รักษาการรองผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 6/3 (ภาคกรุงเทพฯ) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำกลุ่มวิริยะจิตอาสา (V Volunteer) จากส่วนกลาง สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนภาค 6 (กรุงเทพฯ) ร่วมบรรจุถุงยังชีพซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภค - บริโภค ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น ส่งมอบให้แก่ศูนย์ช่วยเหลือและบรรเทาอุทกภัยนิด้า (NIDA Flood Relief and Support Center) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ยังคงประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ กลุ่มวิริยะจิตอาสา ได้ลงพื้นที่ส่งมอบถุงยังชีพและอาหารปรุงสุก ถึงมือผู้ประสบภัยชุมชนแฟลตคลองจั่น ซอยเสรีไทย ศูนย์พักพิงโรงเรียนบ้านบางกะปิ และบริเวณโดยรอบสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง     สำหรับ ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดส่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน ลงพื้นที่สำรวจภัยและความต้องการด้านเครื่องอุปโภค – บริโภคของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน กลุ่มวิริยะจิตอาสา อันประกอบด้วย ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัย และคู่ค้าพันธมิตรทั่วประเทศ ยังได้ร่วมแรงร่วมใจจัดทำถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนและเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชน สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการ “ปฏิบัติการ FIRST AID” ให้ความช่วยเหลือด้านการกู้ซ่อมรถยนต์เพื่อดำเนินการด้านสินไหมทดแทน เพื่อให้ผู้เอาประกันภัย ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรมสูงสุด ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป โดยวิริยะประกันภัย ขอส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยแก่พี่น้องผู้ประสบภัย ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน  

03 Oct 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมปันน้ำใจส่งมอบน้ำดื่ม และอาหารแห้ง เพื่อช่วยเหลือฝ่ายขายของบริษัทฯ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล  โดยบริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการจัดส่งน้ำดื่ม และอาหารแห้งอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในครั้งนี้ โดยบริษัทฯ ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังฝ่ายขาย พนักงาน และครอบครัว รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะเราเชื่อว่า ในทุกสถานการณ์ เราจะไม่ทิ้งกัน “พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป” สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและความคุ้มครองได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159  ทั้งนี้ท่านสามารถติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers และสามารถอ่านข่าวประชาสัมพันธ์นี้ได้ที่ https://ktaxa.live/KTAXA-giving-water-and-dry-food

01 Oct 2026

...

ว่าที่ร้อยตรีหญิงนวลพร ไชยเดชกำจร ขนส่งจังหวัดระยอง และ นางสาวฤทัย เสน่หา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ส่วนภูมิภาค ประจำปี 2569 รุ่นที่ 166 ซึ่งบริษัทฯ ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ในการขับรถยนต์ให้แก่ผู้ขับขี่มือใหม่ พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านวินัยจราจร ตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการขอใบอนุญาตขับรถยนต์ โดยโครงการอบรมฯ ในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 134 คน ในโอกาสนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายสุพิศ กั๊กเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จังหวัดระยอง ร่วมเป็นหนึ่งในคณะวิทยากรบรรยายความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง     ทั้งนี้ โครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ กรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมกันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2533 รวมทั้งสิ้น 548 รุ่น แบ่งออกเป็นส่วนกลาง 382 รุ่น และส่วนภูมิภาค 166 รุ่น โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นในการเสริมสร้างมาตรฐานการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่มือใหม่ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ขับขี่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตามกฎจราจรได้อย่างถูกต้อง ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนของประเทศต่อไป    

01 Oct 2026

BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Tidlor Holdings (TIDLOR) นำโดย นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นางสาวฉวีมาศ แย้มยิ้ม ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจสินเชื่อ และนายชาญฤทธิ์ สุกปลั่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย ผนึกกำลังทีมผู้บริหารระดับสูง และผู้นำองค์กร 480 คนทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน TIDLOR OPEN BOX 2026 งานประชุมผู้นำประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Beyond Execution: Take Ownership” เพื่อถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจก่อนเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมุ่งยกระดับบทบาทของผู้นำจากการลงมือทำสู่การร่วมเป็นเจ้าของความสำเร็จ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายในงาน นางอาฑิตยา ได้ถ่ายทอดแนวคิดสำคัญถึงผู้นำองค์กรว่า เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น พร้อมกับมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความหลากหลายขึ้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง คือการทำงานด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของ หรือ Ownership โดยไม่หยุดอยู่เพียงตัวชี้วัดหรือขอบเขตความรับผิดชอบของตนเอง แต่ต้องใส่ใจเรื่องงานให้เหมือนเป็นเรื่องของเราเอง และร่วมกันผลักดันให้เกิดผลลัพธ์จริง โดยยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ขององค์กรในการสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คน พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารได้ฉายภาพการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยกลุ่มบริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งธุรกิจสินเชื่อที่สามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ดี และธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลตอบรับที่ดีจากการขายประกันชีวิตซึ่งเปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจนายหน้าประกันภัยถือเป็นเครื่องยนต์ที่สองซึ่งมีส่วนสำคัญต่อภาพรวมการเติบโตของกลุ่ม Tidlor Holdings ไปพร้อมกับการสร้างโอกาสทางการเงินและส่งเสริมการเข้าถึงประกันภัยให้ประชาชน ตามเจตนารมณ์ขององค์กรที่วางไว้ นอกจากนี้ ยังได้บอกเล่าถึงการจัดตั้งแผนกกลยุทธ์องค์กรและบริหารการลงทุน พร้อมแนะนำ นายเธียรธรรม์ เฉลิมทรัพยากร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ แผนกกลยุทธ์องค์กรและบริหารการลงทุน ที่จะเข้ามาร่วมเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กลุ่ม Tidlor Holdings โดยจะนำความรู้และประสบการณ์มากกว่า 25 ปี มาสนับสนุนการบริหารงานด้านกลยุทธ์ การลงทุน การพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรอีกด้วย Tidlor Holdings ผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรม และโปร่งใส (The Leading Financial Inclusion Service Provider) เพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการเงินให้แก่คนไทยอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tidlorinvestor.com   

29 Sep 2026


...

SME D Bank  สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้คนอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ! จัดมหกรรม “FRANCHISE Day : เลือกแฟรนไชส์ที่ใช่ มีเงินทุนเตรียมให้พร้อม” วันที่ 24-25 ก.ย. 69 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank ระดมแฟรนไชส์คุณภาพชั้นนำมากกว่า 20 แบรนด์ ให้เลือกลงทุน ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษเฉพาะในงาน พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ยื่นกู้ได้ทันที เพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนาน 10 ปี กู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกลงทุนและเริ่มต้นธุรกิจที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งผู้ประกอบการ และประชาชน  เนื่องจากมีแม่แบบของกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากเจ้าของแบรนด์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” (Franchisor) ให้ดำเนินตามได้ทันที ช่วยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์ยังมีบทบาทสำคัญ ช่วยขยายการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง SME D Bank เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านกระตุ้นเศรษฐกิจ  เตรียมจัดมหกรรม  “SME D Bank FRANCHISE Day : เลือกแฟรนไชส์ที่ใช่ มีเงินทุนเตรียมให้พร้อม” ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน 2569 เวลา 08.30- 15.30 น. ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank (ติด BTS สถานีอารีย์ ทางออกที่ 2)  ระดมธุรกิจแฟรนไชส์คุณภาพชื่อดังมากกว่า 20 แบรนด์  ทั้งประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และบริการ มาให้ผู้สนใจได้เลือกเจรจาลงทุนธุรกิจ   พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะภายในงาน เช่น  กาแฟอินทนิล, ชาตันหยง , Tops  , ก๋วยเตี๋ยวราเมง, ร่ำรวยเย็นตาโฟ, เจ๊หุยสุกี้โบราณ, ข้าวมันไก่ห่าวซือ, ไอศกรีมปังปิ้ง เจปัง, DOU - โต้ว นํ้าเต้าหู้, ขนมบ้านอุ๋ม , Laundrybar , MATH TALENT,  CAT CARWASH และ WASHENJOY เป็นต้น   ที่สำคัญ ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงิน  สำหรับลงทุนแฟรนไชส์ ยื่นกู้ภายในงานได้ทันที ด้วย “สินเชื่อเถ้าแก่แฟรนไชส์” (ภายใต้โครงการ “สินเชื่อปลุกพลัง SME” และ “ สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME”)  รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน  และหากกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน    นอกจากนั้น มีบริการ “Franchise Corner” ให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว  เพื่อแนะนำการวางแผนลงทุนแฟรนไชส์อย่างถูกต้องและเหมาะสม  อีกทั้ง พิเศษในวันที่ 25 กันยายน 2569 พบกับกิจกรรม เสวนาพิเศษ “เปิดสูตรสำเร็จธุรกิจแฟรนไชส์” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และ Special Talk “อนาคตธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า” โดยคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์  กูรูด้านธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่งสำหรับร่วมกิจกรรมเสวนา เพียงสแกน QR Code บนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1357

22 Sep 2026

...

Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) นำทีมโดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) ร่วมต้อนรับผู้บริหารและพนักงานจาก 11 องค์กรชั้นนำในประเทศไทย จำนวน 17 ท่าน ในกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันแนวคิด องค์ความรู้ และประสบการณ์การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” ภายในงานทีมผู้บริหารและทีม Culture Gangster ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการบริหารจัดการองค์กร ทั้งการนำนวัตกรรมทางการเงิน (Financial Technology) และเทคโนโลยีนายหน้าประกันภัย (InsurTech Platform) มาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Education) แก่พนักงาน พร้อมนำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมบรรยากาศการทำงานของแผนกต่าง ๆ เพื่อสัมผัสค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการหลอมรวมพนักงานให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างมีคุณภาพและอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อโอกาสสู่ลูกค้าและสังคม ตามเจตนารมณ์ขององค์กรในการมุ่งสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คนในสังคม TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ Tidlor Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ เว็บไซต์ www.tidlor.com/academy โทร. 02-792-1990 รายชื่อหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัล พีเพิล ดีเวลลอปเม้นท์ เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท บี.บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สคูลดิโอ จำกัด บริษัท โซลูชั่น อะ โลจิค จำกัด บริษัท กวิน บราเธอร์ส จำกัด บริษัท นทลิน จำกัด บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด บริษัท ไลฟ์แอนด์เฮลท์ อินโนเวชั่น จำกัด (Data-Espresso) บริษัท เน็กซ์สกิล จำกัด บริษัท ซันซุโซลูชั่น จำกัด

12 Sep 2026

...

DAKS (แด็กซ์) แบรนด์แฟชั่นลักชัวรีระดับตำนานจากประเทศอังกฤษ ภายใต้การจัดจำหน่าย โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ DAKS Top Spender (แด็กส์ ท็อป สเปนเดอร์) สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อสินค้า DAKS สูงสุดจากห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัลและโรบินสัน พร้อมด้วยตัวแทนจากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งรสนิยม ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและเป็นส่วนตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “British Heritage Meets Local Flavour” ณ ร้าน ERR Urban Rustic Thai (เออ) สุขุมวิท 32 ดินเนอร์แห่งความประทับใจเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การออกเดินทาง เมื่อ DAKS ได้ร่วมกับ TTC Motor ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จัดบริการรถยนต์รับ-ส่งสำหรับแขกคนสำคัญ เพื่อสะท้อนความใส่ใจทุกรายละเอียด ก่อนนำทุกคนเข้าสู่ค่ำคืนแห่งรสนิยมและไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ DAKS     ไฮไลต์ของงานในครั้งนี้ ลูกค้าจะได้ลิ้มรสอาหารคอร์สพิเศษ โดยได้รับเกียรติจาก เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ดีกรีเชฟหญิงที่ดีที่สุดของเอเชีย ปี 2013 (Asia’s Best Female Chef 2013) มารังสรรค์เมนูอาหารผ่าน Exclusive Chef's Table จำนวน 9 อย่าง พร้อมจับคู่เครื่องดื่มอีก 9 รายการ อย่างพิถีพิถัน ซึ่งในแต่ละเมนูได้ผสมผสานแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมแบบอังกฤษเข้ากับวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่นของไทยได้อย่างกลมกลืน     นอกจากนี้ภายในงาน DAKS ยังถือโอกาสเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยการเผยโฉม “The Bauhaus Framework” คอลเลกชันประจำ AUTUMN / WINTER 2026 ความน่าสนใจอยู่ที่ House Check ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 50 ปี มาตีความใหม่ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะและปรัชญาการออกแบบของ Bauhaus ให้มีความโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัยยิ่งขึ้น พร้อมปรับโทนสีใหม่ โดยเน้นเฉดสีน้ำตาลและสีเขียว เติมความโมเดิร์นให้กับ House Check แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็น British Heritage ของ DAKS ไว้อย่างชัดเจน สำหรับงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของแบรนด์ ที่มุ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์และคุณค่า ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลงานในแต่ละฤดูกาล เพราะเราไม่ได้โดดเด่นเพียงงานออกแบบ หากยังนำเสนอโลกของแฟชั่นผ่านแรงบันดาลใจ และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ DAKS เพื่อให้แขกคนสำคัญได้สัมผัสผลงานอย่างใกล้ชิด    

11 Sep 2026

...

ELLE (แอล) แบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม ภายใต้การบริหารและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “ELLE Recycle Nylon Collection” หยิบเอาความร่วมสมัยมาผสานเข้ากับแนวคิด “ELLE Planet Chic” ที่เราเชื่อว่า “ความชิค” สามารถอยู่ร่วมกับ “ความใส่ใจโลก” ได้ เสน่ห์ของคอลเลกชันนี้อยู่ที่การนำเส้นใยไนลอนจากขวดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Nylon from Plastic Bottles) มาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋าแฟชั่นผ่านกระบวนการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และพัฒนาการใช้งาน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้หญิงยุคใหม่ เน้นความคล่องตัว น้ำหนักเบา ทนทาน เหมาะกับการเป็น Everyday Bag ที่สามารถหยิบมาใช้ได้ในหลากหลายโอกาส คงความเป็นดีเอ็นเอของ ELLE ได้อย่างลงตัว ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “ELLE เชื่อว่าแฟชั่นที่ดีไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่สามารถเดินไปพร้อมกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ จึงเป็นที่มาของคอลเลกชัน “ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมใหม่ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กระเป๋าทุกใบในคอลเลกชันนี้เราเลือกใช้วัสดุไนลอน ซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ผ่านการดีไซน์อย่างประณีตเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบต่างๆ มีทั้งทรงTote Bag, Mini Hobo Bag, Backpack และ Bucket Bag น้ำหนักเบา ทนทาน ใช้งานง่าย เพราะเราอยากให้การเลือกกระเป๋าสักใบเป็นมากกว่าเรื่องของแฟชั่น แต่เป็นการเลือกสิ่งที่สวย ใช้ได้จริง และมีความหมายมากขึ้นค่ะ”     ELLE Recycle Nylon Collection จึงสะท้อนอีกมิติของแฟชั่นร่วมสมัยที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวเบื้องหลังของสิ่งที่เราเลือกใช้ ผ่านการผสาน Style, Function และ Sustainability เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มองหาแฟชั่นที่สวย และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจโลก เพราะแฟชั่นที่ดี อาจไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เราเลือกใช้ในแต่ละวัน แต่ยังสะท้อนถึงสิ่งที่เราเลือกให้ความสำคัญด้วย     พบกับ “ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมแฟชั่นที่สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่  พร้อมใส่ใจโลกไปพร้อมกัน ช้อปได้แล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ ELLE ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ ICC Shopping, Lazada และ Shopee  

28 Aug 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาจับจ่ายใช้จ่ายสินค้าดีจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ในงาน “SME D Market” ประจำเดือนสิงหาคม 2569  จัดระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank (ติด BTS สถานีอารีย์ ทางออกที่ 2)  พบการออกบูธสินค้าดี จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มากกว่า 50 ร้านค้า ทั้งของกิน ของใช้ เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกาย เช่น ซาลาเปาโบราณ ร้านขนมจีบ , เค้กไข่ไต้หวัน ร้านกลีบลำดวน , ขนมปั้นขลิบ 12 รส ร้านบ้านขนมแม่สารภี , บิสกิตปลากะพง แบรนด์ MOEI และเครื่องประดับพลอยแท้ ร้านกนกเจมส์ เป็นต้น  โดยสามารถใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” จากร้านที่เข้าร่วมโครงการ  นอกจากนั้น ภายในงาน พบสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันราคาประหยัดจาก “ร้านค้าธงฟ้า”  ช่วยลดค่าครองชีพ  โดยความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์   สำหรับกิจกรรมดังกล่าว  SME D Bank จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่องมาหลายปี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ได้รับโอกาสมาออกบูธจำหน่ายสินค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  พร้อมช่วยประชาชนเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357    

24 Aug 2026

...

  Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) นำทีมให้การต้อนรับพนักงานและผู้บริหารจากหลากหลายองค์กรในประเทศเวียดนาม ร่วมกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 19 ท่าน ภายในงานทีมผู้บริหารและทีม Culture Gangster ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการสร้างค่านิยมองค์กร พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำวัฒนธรรมองค์กรไปต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของทีมงาน ประสิทธิภาพงาน และการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งการมาเยือนของคณะผู้นำจากประเทศเวียดนามในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและการยอมรับจากองค์กรระดับภูมิภาคเอเชีย ต่อโมเดลการพัฒนาองค์กรของเงินติดล้อ ที่ใช้วัฒนธรรมองค์กรมาเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานสำคัญของธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ทั้งนี้หลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ Tidlor Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับชาวเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป

02 Jul 2026

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026


...

SME D Bank ออกมาตรการด่วน ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถแจ้งความประสงค์พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ ให้กลับมาเดินหน้ากิจการได้โดยเร็ว     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมฉับพลัน กระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม  SME D Bank มีความห่วงใยลูกค้าและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างยิ่ง จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในเร็ววัน ได้แก่  มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด  เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย  สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท)  อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารเพื่อเร่งรัดช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน   นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท  2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนครั้งนี้เป็นทางเลือกโดยสมัครใจ ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการ แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ ,  LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์  www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เดินหน้าเร่งช่วยเหลือผ่านมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด และเตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าอยู่เคียงข้างเกษตรกรในการช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) 2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ขอส่งความห่วงใยไปยังประชาชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบและอย่ากังวลใจในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

01 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้านการเงินจากเวที Global Brand Awards 2026 ได้แก่ Best Financial Inclusion Bank 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน Bank of Social Impact Excellence 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการสร้างผลลัพธ์เชิงสังคม และ Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน จาก Global Brands Magazine นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจาก สหราชอาณาจักร ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รางวัล Best Financial Inclusion Bank 2026 มาจากผลงานด้านการขยายโอกาสให้ประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนในระบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนกว่า 1.4 ล้านราย สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ผู้กู้รายใหม่ซึ่งยังไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบกว่า 200,000 ราย เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบในระยะยาว   ส่วน รางวัล Bank of Social Impact Excellence 2026 ยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ Dual Missions ซึ่งมุ่งดำเนินภารกิจเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าทุกธุรกรรมกับธนาคารมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้แก่สังคม ขณะที่ รางวัล Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 สะท้อนถึงบทบาทการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านโครงการธนาคารโรงเรียนที่ดำเนินงาน มากว่า 28 ปี และพัฒนาสู่โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ปลูกฝังวินัยการออมให้แก่เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต รวมถึงแพลตฟอร์ม “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชัน “Coach Aom by GSB” ที่พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน พร้อมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออมและวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมายให้แก่ประชาชนในทุกช่วงชีวิต

16 Sep 2026

...

ธ.ก.ส. ได้รับการคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวจาก ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ ที่ระดับสูงสุด ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิต Stable และระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มั่นคง มีเสถียรภาพ และเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีการบริหารจัดการทางการเงินที่ดีตามมาตรฐานสากล รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐ และการพัฒนาภาคเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศผลการจัดอันดับเครดิตของ ธ.ก.ส. โดยคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอยู่ที่ระดับ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ แสดงถึงความน่าเชื่อถือสูงสุดและความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุด และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ ‘F1+(tha)’ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถสูงสุดในการชำระคืนเงินกู้ตามกำหนด รวมถึงมีสภาพคล่องแข็งแกร่งเป็นพิเศษต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยเป็นอันดับเครดิตที่อยู่ในระดับสูงสุดสำหรับการจัดอันดับเครดิตในประเทศ นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังเป็นธนาคารของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญและบทบาทสำคัญในการดูแลพัฒนาภาคการเกษตร และขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ด้วยการสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ภาคเกษตร เพื่อช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งการจัดอันดับเครดิตนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพทางเครดิตและประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการองค์กรที่ดีในการจัดการทางการเงิน และขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นสถาบันการเงินที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับสากล

13 Sep 2026

...

กบข. เตรียมเงิน 24,950 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินกองทุนแก่สมาชิกเกษียณปีนี้ กว่า 1.6 หมื่นราย รับเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท เผยพบสมาชิกเชื่อมั่นการบริหารเงินลงทุน กบข. เพิ่มขึ้น เลือกใช้บริการออมต่อ เกือบ 9% ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ และสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 สมาชิก กบข. จะเกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้แก่สมาชิก รวมเป็นเงินประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก รวมกับเงินสมทบจากภาครัฐ และผลตอบแทนจากการลงทุน โดยในปีนี้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการจะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดมากถึง 7.86 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดเงินของสมาชิกแต่ละรายจะแตกต่างกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เงินเดือน อัตราการออม แผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งการที่สมาชิกเลือกอัตราการออมเพิ่ม และการเลือกแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ยอดเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า ขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือ ออมต่อ มีสัดส่วนประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี “กบข. มุ่งมั่นดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยบริการออมต่อจะช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินเกษียณได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการมีเงินจำนวนมากไว้ในบัญชี ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพหรือการหลอกลวงทางการเงิน และ กบข. ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ออมต่อสามารถเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ 12 ครั้งต่อปี เทียบเท่ากับสมาชิกปัจจุบัน เพื่อสร้างโอกาสให้เงินออมเติบโตต่อเนื่องหลังเกษียณ” ดร.ศรพล กล่าว   ทั้งนี้ บริการออมต่อ สมาชิกสามารถเลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวดๆ อาทิ รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวดๆ โดยสมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1. แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2. แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 และเลือกบริการออมต่อ ซึ่งผู้ออมต่อสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ 2 ครั้ง/ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. LINE กบข. @gpfcommunity และศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179

08 Sep 2026

...

“ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” กางแผนขับเคลื่อน กบข. ชูภารกิจหลักลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ”   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้กำหนดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” มุ่งยกระดับการลงทุนมืออาชีพ ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน โดยข้อมูลปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กบข. ยังมีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน สำหรับด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง กบข. จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ กบข. จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง Active Ownership และบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ   นอกจากนี้ กบข. จะขับเคลื่อนองค์กรพร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น “กบข. จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ เราจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ กบข. เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” ดร.ศรพล กล่าว สำหรับผลตอบแทน กบข. ตั้งแต่ต้นปีถึง 16 สิงหาคม 2569 แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไปอยู่ที่ 8.08% แผนการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์ 20.41% แผนหุ้นต่างประเทศ 24.19% แผนหุ้นไทย 34.69% ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงฟองสบู่ AI Semiconductor (กลุ่มหน่วยความจำ) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว กำแพงภาษีการค้าและการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ  

08 Sep 2026

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” ด้วยภาพยนตร์โฆษณาชิ้นใหม่ ที่ชวนให้มองว่า เวลาที่ไม่ต้องหมดไปกับการรอ สามารถกลับมาเป็นเวลาสำหรับสิ่งที่เราอยากทำและให้ความสำคัญในชีวิตได้มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้ปรับมุมมองจากเรื่อง “การรอ” ไปสู่ “การใช้ชีวิต” เพื่อสะท้อนว่า เวลาที่ทุกคนมีในแต่ละวันสามารถนำไปใช้กับประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และเรื่องที่สำคัญในชีวิตประจำวันได้ ต่อยอดจากการสื่อสารในช่วงก่อนหน้าที่ชวนให้ผู้คนกลับมามองคุณค่าของเวลา ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นล่าสุดนำแนวคิดดังกล่าวมาตีความต่อ โดยไม่ได้มุ่งเน้นว่าเราต้องใช้เวลาไปกับการรอนานแค่ไหน แต่เลือกเล่าถึงสิ่งที่เราสามารถทำได้จากเวลาที่มี เพราะชีวิตมีอะไรให้ทำมากกว่าการรอ ภาพยนตร์โฆษณาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละครที่พร้อมใช้ทุกโอกาสในแต่ละวันไปกับกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย ผ่านการเล่าเรื่องที่รวดเร็วและสนุก เมื่อไม่ต้องเสียเวลาไปกับการรอ เราก็มีเวลาไปทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้มากขึ้น สำหรับบางคน เวลานั้นอาจหมายถึงการออกไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป ขณะที่สำหรับอีกคน อาจเป็นการใช้เวลากับคนที่รัก ทำสิ่งที่สนใจ จัดการเรื่องสำคัญในแต่ละวัน หรือเพียงแค่มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ภาพยนตร์โฆษณาจึงชวนให้ผู้ชมลองมองเวลาจากสิ่งที่เราสามารถทำได้ และกลับมาคิดว่า แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถมีความหมายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกใช้เวลากับอะไร แทนที่จะพูดถึง “การรอ” เพียงอย่างเดียว ภาพยนตร์โฆษณาจึงพาไปมองต่อว่า โอกาสที่เกิดขึ้นเมื่อเรามีเวลาให้กับสิ่งอื่นมากขึ้น พร้อมตอกย้ำแนวคิดว่า เมื่อชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกมาก ทุกนาทีจึงมีค่า   Nissan e-POWER คืนเวลาให้ชีวิตไปต่อ แคมเปญยังคงเดินหน้าภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” โดยเชื่อมโยงคุณค่าของเวลาเข้ากับประโยชน์ของ Nissan e-POWER ในชีวิตประจำวัน ที่มอบประสบการณ์การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางและจัดสรรเวลาในแต่ละวันได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งยังหมายถึงการมีอิสระมากขึ้นในการนำเวลานั้นไปใช้กับสิ่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลากับครอบครัว ทำสิ่งที่สนใจ จัดการเรื่องสำคัญ หรือออกไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” จึงไม่ได้พูดถึงเพียงเวลาที่เสียไปกับการรอ แต่ยังสะท้อนแนวคิดของนิสสันว่า เทคโนโลยีควรช่วยลดข้อจำกัดในการเดินทาง และทำให้ผู้คนมีเวลาไปกับสิ่งที่ต้องการได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นล่าสุดนำมาถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของตัวละครที่มีกิจกรรมหลากหลายในแต่ละวัน นิสสันยังคงชวนให้ผู้คนกลับมามองคุณค่าของเวลาในอีกมุม พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว สำหรับการสื่อสารในเฟสนี้ ภาพยนตร์โฆษณาจะถูกเผยแพร่ผ่านทั้งสื่อโทรทัศน์ ช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียของนิสสัน ตลอดจนแพลตฟอร์มเสียงดิจิทัลอย่าง JOOX และ Spotify เพื่อขยายการเข้าถึงและสร้างการจดจำสารของแคมเปญในกลุ่มเป้าหมาย พร้อมตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ทุกนาทีมีค่า เวลาที่มีควรถูกใช้ไปกับสิ่งที่เราอยากทำมากกว่าการรอ และสะท้อนแนวคิดของ Nissan e-POWER ที่พร้อมให้ “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ”

22 Sep 2026


...

  บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM นำทรัพย์สินรอการขาย (NPA) บนทำเลทองทั่วประเทศ ออกประมูลให้กับผู้สนใจที่มีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและนักลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ รวม 94 รายการ มูลค่ารวมกว่า 380 ล้านบาท ทั้งที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว    บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และห้องชุดพักอาศัย รวมถึงทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน เช่น โรงงาน/โกดัง ห้องชุดพาณิชยกรรม อพาร์ตเมนต์ และสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ SAM ยังร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บนเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น รวมถึงการจัดแคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” ที่มอบค่าตอบแทนสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ สำหรับผู้แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM ทั้งการประมูลและการซื้อตรง ภายใต้เงื่อนไขที่ SAM กำหนดอีกด้วย   ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 17.1 93 335 วันนี้ -  15 ก.ย. 69 22 ก.ย. 69 17.2 1 45 วันนี้ - 30 ก.ย. 69 7 ต.ค. 69 รวม 94 380       ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) CL0010 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 53.17 ตร.ม. โครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชดา 36  สูง 7 ชั้น ถ.รัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ห้างเมเจอร์รัชโยธิน และแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.72 ลบ.หรือ 32,462 บาทต่อตร.ม. 2) 3A0751 บ้านแฝด เนื้อที่ 36.8 ตร.ม. โครงการ พฤกษาวิลเลจ 27 ถ.ฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ใกล้วัดทิพพาวาส นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง วัดสุทธาโภชน์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.43 ลบ. 3) 8Z5734 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 79.9 ตร.ว. โครงการ บ้านราชธานี ถ.เลียบคลองหลวงฝั่งตะวันตก ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ใกล้สนามกอล์ฟอัลไพน์ วัดหัตถสารเกษตร และโรงเรียน   หัตถสารเกษตรวิทยาคาร ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.60 ลบ.               4) 3A0533 อพาร์ทเมนท์ 3 ชั้น 40 ห้องพัก เนื้อที่ 238.4 ตร.ว. ถ.รพช.โกรกกราก-วัดกำพร้า (4017) ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ใกล้โรงเรียนวัดสามัคคีศรัทธาราม วัดโกรกกราก และโรงเรียนเทศบาลวัดโกรกกราก ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.27 ลบ. 5) SL0127 อาคารพาณิชย์ 2 ชั้นพร้อมชั้นลอย 2 คูหาติดกัน ผนังภายในเปิดถึงกัน เนื้อที่ 30.2 ตร.ว. โครงการ พิมานชล 2 ถ.รอบบึงแก่นนคร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ใกล้ศาลเจ้าแม่สองนาง วัดศรีธาตุ วัดหนองแวง อารามหลวง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  6.90 ลบ.          6) 4T0284 อาคารพาณิชย์ 2.5 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 55.2 ตร.ว. โครงการ ตลาดวิชิตสิน ทำเลดี ติดถนน 2 ด้าน ถ.อรุณประเสริฐ (ทล.202) ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ใกล้โรงพยาบาลอำนาจเจริญ สวนสาธารณะมิ่งมงคล และที่ว่าการอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 9.12 ลบ. 7) SL0240 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เนื้อที่ 16.8 ตร.ม.  โครงการ เดอะบีช เซ็นเตอร์ กะตะ ภูเก็ต ถ.เหมือนใจอุทิศ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ใกล้สำนักงานเทศบาลตำบลกะรน  กะตะ ไนท์มาเก็ตและตลาดสดแม่สมจิตต์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 7.75 ลบ.                8) 3A1200 โรงงาน/โกดัง 2 ชั้น เนื้อที่ 5 ไร่ 77 ตร.ว.  ถ.เลี่ยงเมืองเชียงใหม่รอบนอก (ทล.121) ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ วัดไชยมงคล(วัดป่ากล้วย) วัดป่างิ้ว ตลาดนัดบ้านป่างิ้ว ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 45.22 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  กด 2 และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

19 Sep 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Connect” (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการบนทำเลศักยภาพสูงใจกลางย่านรัชดาภิเษก - พระราม 9 ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็น New CBD ของกรุงเทพมหานคร พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารสำนักงานยุคใหม่ด้วยแนวคิด “Home-Inspired Workplace” ผสานพื้นที่ทำงาน คุณภาพชีวิต เทคโนโลยี และความยั่งยืนไว้ในระบบนิเวศเดียวกันอย่างสมบูรณ์ การเปิดตัว “AIA Connect" ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวาระครบรอบ 88 ปีของเอไอเอ ประเทศไทย และสะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาวของ เอไอเอ ที่มุ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชีย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   ปักหมุดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม เชื่อมต่อคน เมือง และธุรกิจ “AIA Connect" อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่สะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย ที่เชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ที่ได้รับการจับตามองถึงการก้าวขึ้นเป็น New CBD ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ โดยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และองค์กรชั้นนำระดับโลก   นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA Connect ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Where Possibilities Connect” ที่เชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้ ผ่านการเชื่อมต่อ 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเชื่อมต่อเมือง และการเชื่อมต่อธุรกิจ “การเปิดตัว AIA Connect ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 88 ปีของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการเดินหน้าสร้างสรรค์สังคมไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการลงทุนครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เพราะนับเป็นอาคารสำนักงานแห่งที่ 4 แล้วภายใต้การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย โดย AIA Connect ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าอาคารสำนักงาน แต่เป็นระบบนิเวศแห่งศักยภาพที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางธุรกิจ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน”   เอไอเอ มองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว ดร. มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า การลงทุนใน AIA Connect สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งของเอไอเอ ต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวแม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน “ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่สามารถสร้างมูลค่าและผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในมิติประสบการณ์การใช้งาน ความยั่งยืน และสุขภาวะ” ดร. มาร์ค ระบุว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณพื้นที่ สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และสุขภาวะของผู้ใช้งาน ส่งผลให้อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับโลกยังคงได้รับความต้องการจากองค์กรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง “อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องสร้างคุณค่าได้มากกว่าพื้นที่ทำงาน ต้องช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน” ดร. มาร์ค กล่าว   A Home-Inspired Workplace นิยามใหม่ของอาคารสำนักงานยุค Hybrid Work AIA Connect ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน “Home-Inspired Workplace” ผสานทั้งความยืดหยุ่น สุขภาวะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่และวิถีการทำงานแบบ Hybrid Work ให้เป็นมากกว่าแค่ “สถานที่ทำงาน" และเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว   นายอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ออฟฟิศสำนักงานในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมกัน “ทุกพื้นที่ของ AIA Connect ผ่านการคิดและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workplace Experience หรือประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง ความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะและการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในยุคปัจจุบัน” AIA Connect ส่งเสริมการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน AIA Connect โดดเด่นด้วยพื้นที่สำนักงานแบบ Column-Free ขนาด 1,700–2,100 ตารางเมตรต่อชั้น ที่เปิดโอกาสให้องค์กรออกแบบพื้นที่ได้อย่างอิสระ พร้อม Knock-Out Panels สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้น รองรับการขยายตัวของสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้ง Innovation Hub ในอนาคต ภายในโครงการยังประกอบด้วยพื้นที่รีเทลกว่า 5 ชั้น ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศการทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร   นอกจากนี้ยังมีการผสานพื้นที่สีเขียวและองค์ประกอบด้านสุขภาวะเข้ากับการทำงานอย่างลงตัว ผ่านสวนแบบขั้นบันได ลู่เดินเพื่อสุขภาพ และพื้นที่พักผ่อนพร้อมวิวเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร AIA Connect ยังได้รับการรับรอง Pre-Certified จากทั้ง LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานอาคารระดับโลกที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาวะผู้ใช้อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนความพร้อมในการรองรับความต้องการขององค์กรชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจควบคู่กันไป   รัชดาฯ ในบทบาท "New CBD" แห่งใหม่ที่ดึงดูดองค์กรระดับโลก AIA Connect ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยตัวอาคารและการออกแบบ แต่ยังตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยตรงเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งอนาคตในปี 2571 เมื่อโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีส้มซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เปิดให้บริการ จะยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มศักยภาพให้ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ก้าวสู่ New CBD หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างเต็มรูปแบบ      ปัจจุบัน ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 กลายเป็นจุดหมายสำคัญขององค์กรชั้นนำ นักลงทุนที่กำลังมองหาทำเลศักยภาพสำหรับการเติบโตในระยะยาว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย การเชื่อมต่อที่สะดวก และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร รายล้อมด้วยศูนย์การค้า ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว AIA Connect ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม แต่เป็นหมุดหมายขององค์กรและบริษัทที่กำลังมองหาพื้นที่ทำงานแห่งอนาคต และยังตอกย้ำความเชื่อมั่นของ เอไอเอ ต่อตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว ผู้สนใจเช่าพื้นที่สำนักงานและร้านค้าภายในอาคาร สามารถสอบถามรายละเอียด หรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ โทร. 02-119-1500  

15 Jul 2026

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มทางเลือกในการมีบ้านให้คนไทย จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ต่อปี นานสูงสุด 2 ปี และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ   ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยมือสองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ธอส.จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้า จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส. พร้อมต่อเติมและซ่อมแซม อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% นานสูงสุด 2 ปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR - 3.00% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 1.05% ปีที่ 4 – 5 เท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR - 0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.145% ต่อปี) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด “บ้านมือสองได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากราคา ทำเล ความคุ้มค่า และคุณภาพสอดคล้องกับรายได้ในปัจจุบันของประชาชน โดย ธอส. มีทรัพย์บ้านมือสองให้เลือกมากกว่า 10,000 รายการทั่วประเทศ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อผ่านการจัดงานประมูลแบบ Onsite และ Online รวมถึงงานมหกรรมการขายทรัพย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยและผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรก รวมถึงนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธอส. สามารถจำหน่ายบ้านมือสองได้แล้วกว่า 3,100 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 4,500 ล้านบาท” ดร.มหัทธนะ กล่าว   ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และขอดูทรัพย์จริงหรือรับชมภาพทรัพย์ ได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือwww.ghbhomecenter.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง  

26 Jun 2026

...

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” มอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้ใช้งาน สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูมันนี่ในการใช้ดิจิทัลเพย์เมนท์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ทรูมันนี่ขับเคลื่อนกิจกรรมผ่านแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” เชิญชวนชาวไทยร่วมสนุกกับประสบการณ์การใช้จ่ายระหว่างการเดินทางในประเทศ เพียงสแกนจ่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบพร้อมเพย์บนแอปทรูมันนี่ที่ร้านค้าทั่วประเทศ ก็มีสิทธิ์รับ ทรูมันนี่ คอยน์ เพิ่ม หรือเงินคืน (Cashback) และโอกาสรับรางวัลพิเศษมากมาย เพิ่มความคุ้มค่าในทุกทริป ยิ่งไปกว่านั้น ทรูมันนี่ยังสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเต็มรูปแบบผ่านแอปทรูมันนี่และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการนำเสนอโปรโมชันและกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อขยายการรับรู้และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมันนี่เชื่อว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายใน ประเทศได้มากกว่าแค่การอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงิน ความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านโครงการ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569’ ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายในการใช้แพลตฟอร์มของทรูมันนี่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางมากขึ้น พร้อมกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายระหว่างทริปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในยุคดิจิทัล” อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในปี 2569 ที่มุ่งเน้นแนวคิด “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและรายได้มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิด “Amazing 5 Economy” โดยเฉพาะในมิติของ Platform Economy กับการใช้แพลตฟอร์มทางการเงินเป็นกลไกในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการใช้จ่ายได้อย่างไร้รอยต่อ โดยทรูมันนี่จะเข้ามาเป็นตัวกลางที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณค่าในอนาคต   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ทรูมันนี่ โดยเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล การผนึกกำลังร่วมกับทรูมันนี่ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการใช้จ่ายที่สะดวกและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวไทย พร้อมช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2569 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://tmn.app.link/PPWHEELPARTNER

21 Mar 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ประกาศจัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) รับต้นปี 2569 คัดทรัพย์ศักยภาพดี หลากหลายทำเลทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน รวม 25 รายการ มูลค่ารวมกว่า 96 ล้านบาท พร้อมจับมือ 6 พันธมิตรธนาคารชั้นนำมอบข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษ ทั้งนี้ ใน 2569 นี้ SAM ยังคงมุ่งเน้นการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้ได้คัดเลือกทรัพย์มือสองที่มีศักยภาพสูง ตั้งอยู่บนทำเลเด่นทั่วประเทศ มานำเสนอให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจ สำหรับทรัพย์ที่นำออกประมูลในรอบนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงโรงงานและโกดังสินค้า รวมทั้งสิ้น 25 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มทรัพย์ราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาท จำนวน 24 รายการ และทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท อีก 1 รายการ นอกจากตัวทรัพย์ที่มีความโดดเด่นแล้ว SAM ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด ได้แก่ โปรโมชัน “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” มอบค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM โดยให้ค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเงินทุน SAM ได้รับความร่วมมือจาก 6 ธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจด้วยเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 3.1 24 70 วันนี้ -16 ก.พ. 69 23 ก.พ. 69 3.2 1 26 วันนี้ - 2 มี.ค. 69 9 มี.ค. 69 รวม 25 96     ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) HL0688 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 72.3 ตร.ว. โครงการ สราญสิริ รามอินทรา 2  ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์  ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.39 ลบ.                 2) CL0117 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ชั้น 25 อาคาร A โครงการ แบงค์ คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ ถ.รัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารครบครัน ลิฟท์โดยสาร สระว่ายน้ำ รปภ. 24 ชม. กล้องวงจรปิด และบัตรเข้า-ออก  การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ ตลาดพลู ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.17 ลบ. 3) HL0457 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50.6 ตร.ว.  โครงการ โกลเด้นวิลเลจ อ่อนนุช-พัฒนาการ ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) HL0221 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 385 ตร.ว.  ถ.สายแม่จัน-เชียงแสน (ทล.1016) ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายในประกอบไปด้วยบ้านไม้ชั้นเดียว บ้านพักตึกชั้นเดียว และโรงจอดรถ ใกล้วัดปางหมอปวง โรงเรียนบ้านปางหมอปวง วัดดอยจำปี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.67 ลบ.  5) SL0027 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาเจาะทะลุถึงกันทุกชั้น เนื้อที่ 42 ตร.ว.ถ.นครไทย-ชาติตระการ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลชาติตระการ เทศบาลตาบลป่าแดง และที่ว่าการอำเภอชาติตระการ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.63 ลบ.  6) 3A0691 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 16 ไร่ 364 ตร.ว. ถ.บ้านแก่งโตน-บ้านสงเปลือย (พช.2013) ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  ทรัพย์ตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน ภายในประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยตึก 2 ชั้น 2 หลัง บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว โรงซ่อมบำรุง อาคารตึกชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม บ้านพักอาศัยครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว โรงจอดรถ โกดังเก็บของ อาคารเลี้ยงโคกระบือ และสำนักงานชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม ใกล้วัดแก่งโตน โรงเรียนบ้านแก่งโตน โรงเรียนบ้านน้ำสร้าง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  9.8 ลบ.  7) SL0180 อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 148.9 ตร.ว. ติด ถ.สุขุมวิท (ทล.3) ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ใกล้ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ห้างแหลมทอง ระยองและห้างโฮมโปร ระยอง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  26.5 ลบ.  ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

22 Feb 2026

...

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569     ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid  ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่  City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback) Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car) HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)   ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569 ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่ ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย   ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026 ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์:  www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand

21 Feb 2026

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่ 1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย 2)ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ 3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570   สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

09 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยมาตรการช่วยเหลือมี 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย  ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 (ขยายเพิ่มอีก 60 วัน) 2. ยกเว้นดอกเบี้ย เบี้ยประกันภัย 6 เดือน  กรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติหรือต่ออายุกรมธรรม์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 3. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์  ที่ชำรุดหรือสูญหาย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายเหตุ ยกเว้นประกันชีวิตควบการลงทุน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทฯ ห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ความเดือดร้อนของลูกค้าคือเรื่องที่เราให้ความสำคัญ จึงออกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยให้ลูกค้าคลายกังวล บรรเทาผลกระทบ และช่วยเหลือให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับลูกค้าผู้เอาประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ OCEAN LIFE Contact Center โทร. 1503 อีเมล info@ocean.co.th หรือสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านบริการ Ocean Connect ได้ที่ LINE: @oceanlife หรือ Ocean Club Application ./

06 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เดินหน้าเร่งช่วยเหลือผ่านมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด และเตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าอยู่เคียงข้างเกษตรกรในการช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) 2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ขอส่งความห่วงใยไปยังประชาชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบและอย่ากังวลใจในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

01 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner