Responsive image

Friday, 27 Feb 2026

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) เปิดผลดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 68 มีกำไรสุทธิ 1,473 ล้าน เติบโต 92% มาจากเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 1,694 ล้านบาท สำหรับปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 8,107 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15 โดยเป็นผลจากช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ช่องทางตัวแทนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และช่องทางอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 ประกาศเป้าหมายและทิศทางการทำงานปี 69 มุ่งสร้างความแตกต่างในด้านความใส่ใจ ด้วยการยกระดับตัวแทนทุกคนให้เป็น “ตัวแทนของความใส่ใจ Life Care Partner” เพื่อเป้าหมายให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านทุกช่วงชีวิต   นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,473 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 0.86 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 707 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 92 จากไตรมาส 4 ปี 2567 โดยเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยเพิ่มขึ้น 404 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้น 515 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 ที่ 6,968 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 4.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2,334 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 50 โดยเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 887 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1,523 ล้านบาท ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวนทั้งสิ้น 1,694 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16 จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งเป็นผลจากช่องทางธนาคารมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกลดลงร้อยละ 21 โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจาก ช่องทางธนาคารร้อยละ 58 ช่องทางตัวแทนร้อยละ 31 และช่องทางอื่นๆ ร้อยละ 11 และ มีเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 6,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 สำหรับปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 8,107 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15 โดยเป็นผลจากช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ช่องทางตัวแทนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และช่องทางอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจากช่องทางธนาคารสัดส่วนร้อยละ 67 ช่องทางตัวแทนร้อยละ 23 และช่องทางอื่นๆ ร้อยละ 10  โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 26,652 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 และมีสินทรัพย์รวมของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่ากับ 315,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.2 หรือเท่ากับ 630 ล้านบาท ทั้งนี้ สินทรัพย์ลงทุนและรายการเทียบเท่าเงินสดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98 ของสินทรัพย์รวม และคิดเป็นอัตราส่วนต่อหนี้สินจากสัญญาประกันภัยที่ร้อยละ 120 นายโชนกล่าวว่า ในปี 2568 กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้ทำหน้าที่ด้วยความ “ใส่ใจ” ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม เพื่อก้าวสู่การเป็น บริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจ (The Most Caring Life Insurance Brand) โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้านตลอดทุกช่วงชีวิต โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดี ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความผูกพันระยะยาว โดยได้ดำเนินกิจกรรมและโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปี 2568 กรุงเทพประกันชีวิตมีคะแนน Net Promoter Score (NPS) ที่ 54% สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ “ด้วยสภาพสังคม โครงสร้างประชากร และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สังคมไทยคำนึงถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ และการวางแผนชีวิตอย่างยั่งยืน “Longevity” ซึ่งจะกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกคนใฝ่หาและการเตรียมความพร้อมกับการใช้ชีวิตที่ยืนยาวยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในปีนี้ กรุงเทพประกันชีวิตจึงประกาศเป้าหมายและทิศทางการทำงานในการสร้างความแตกต่างในด้านความใส่ใจ ด้วยการยกระดับตัวแทนทุกคนให้เป็น “ตัวแทนของความใส่ใจ Life Care Partner” ซึ่งหมายถึงความใส่ใจในลูกค้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านทุกช่วงชีวิตตั้งแต่วันนี้และตลอดไป ด้วยความมุ่งมั่นในการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และการสร้างทัศนคติที่ดีให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกท่านในการเป็นตัวแทนของความใส่ใจผ่านการอบรมหลักสูตร Life Care Partner พร้อมเสริมทักษะและศักยภาพด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับกับสภาวการณ์ปัจจุบันและในอนาคตที่กำลังจะมาถึง” นายโชนกล่าว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลัก “ใส่ใจ” เป็นหัวใจของการบริหารจัดการองค์กร เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้จัดทำจรรยาบรรณสำหรับองค์กร เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประเภท ASEAN Asset Class PLCs จากโครงการ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) และยังสามารถรักษาระดับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ในระดับ 5 ดาว รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ AA อย่างต่อเนื่อง

26 Feb 2026


...

  บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) จัดคอนเสิร์ตใหญ่ ในโอกาสครบรอบ 77 ปี ของ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต มอบของขวัญให้กับลูกค้าและนนท์แฟม ด้วยการสร้างปรากฏการณ์แห่งความรักครั้งยิ่งใหญ่ในคอนเสิร์ต OCEAN LIFE ไทยสมุทร Presents “NONTIVERSE OF LOVE” ณ ONE BANGKOK FORUM เปิดจักรวาลแห่งความรัก ที่ผสมผสานกันระหว่าง “โลกความรักของนนท์ ธนนท์” กับ “พลังความรักจาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต” เพื่อชวนทุกคนกลับมาดูแลหัวใจของตัวเองอีกครั้ง เพื่อทำสิ่งที่รักไปนานๆ ด้วย LOVE MINDSET Experience     OCEAN LIFE ไทยสมุทร ได้เนรมิตพื้นที่ฮอลล์ที่มีความจุกว่า 3,000 ที่นั่ง ให้กลายเป็น “NONTIVERSE OF LOVE” จักรวาลแห่งความรัก ที่มี “นนท์ ธนนท์” มามอบเสียงเพลงสุดอบอุ่น สนุก และซาบซึ้ง สะกดผู้ชมทั้งฮอลล์ตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้าย พร้อมกับ Special Guest ขวัญใจ GEN Y อย่าง ซาร่า ซาโลรา, วง MEAN และวง PiXXiE เพื่อมอบความรัก ความสุข ความสนุก และพลังบวกให้ทั้งแฟนคลับและแฟนเพลงแบบเต็มอิ่ม 2.30 ชั่วโมงต่อเนื่อง แถมยังมีซีนเซอร์ไพรส์ตลอดคอนเสิร์ตที่ นนท์ ธนนท์ ร้องเพลง “รักคือพลังของชีวิต” เพลงพิเศษจาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต มียอดชมกว่า 2 ล้านวิว ให้ได้ฟังในคอนเสิร์ตแบบสดๆ ครั้งแรกแบบใกล้ชิด เพราะนนท์ ธนนท์ เดินร้องเพลงนี้พร้อมกับทักทายแฟนเพลงไปทั่วทั้งฮอลล์ แถมยังมีซีนเซอร์ไพรส์ยื่นไมค์ให้ คุณนุสรา CEO ร้องเพลงคู่กันอีกด้วย ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยการถ่ายภาพสุดประทับใจกับลูกค้าที่ได้รับ VIP BENEFITS ถ่ายรูปคู่กับนนท์ ธนนท์ แบบ 1:1 และ 1:12 เสิร์ฟความฟินให้นนท์แฟมรับพลังความรักและความประทับใจ   คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO)    นอกจากนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ยังจัดเต็มอีก 4 โซน กิจกรรมใหญ่ ให้ทุกคนได้สัมผัสกับ LOVE MINDSET Experience ได้แก่ (1) Nontiverse ให้ลูกค้าและนนท์แฟมถ่ายรูปแบบจุใจ และยังมี Sign Wall ให้ทุกคนเขียนข้อความแสดงความรู้สึกถึงนนท์ (2) Healthiverse เปิดบูทกิจกรรมรักสุขภาพกับ OCEAN CLUB APP พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย และกิจกรรมจากบูท Health Partner (3) Wealthiverse ชวนนนท์แฟมมาถ่ายภาพสุดน่ารักคู่กับนนท์ ธนนท์ ในคอนเซ็ปต์ ‘รักตัวเอง.. เพื่อจะได้ดูนนท์ไปนานๆ’ (4) Happiverse OCEAN LIFE x ARTSTORY เปิดพื้นที่ Art Space ศิลปินออทิสติกที่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะจากแบรนด์ ARTSTORY BY AUTISTIC THAI ถ่ายทอดพลังแห่งความรักผ่านงานศิลปะ ด้วยการวาดภาพ Portait ให้แก่ผู้มาชมคอนเสิร์ต พร้อมชวนแฟนคลับมาร่วมสนุกประกวดแต่งตัวในธีม “อยากอยู่ข้างนนท์ให้นานที่สุด” ผู้ชนะเริ่ด และรางวัลเชยชม รับรางวัลรวมกว่า 10,000 บาท พร้อม Secret Items! แจกความเซอร์ไพรส์กันอย่างต่อเนื่อง ประทับใจในทุกโมเมนต์ “OCEAN LIFE ไทยสมุทร พร้อมสนับสนุนด้วยพลังความรัก เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ทำสิ่งที่รักเพื่อคนที่รักไปนานๆ เราพร้อมมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ตลอดจนจัดกิจกรรมดีๆ ให้แก่ลูกค้าของเราตลอดปีที่ 77 นี้” คุณนุสรา กล่าว     OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Ocean Life ไทยสมุทรประกันชีวิต LINE Official: @OceanLife  เว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503 ./

25 Feb 2026

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดงาน 2026 Vision Day ภายใต้แนวคิด “One Team One Destination ก้าวพร้อมกัน สู่ผู้นำประกันวินาศภัย” เพื่อประกาศทิศทางและยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเข้าใจและพลังร่วมกันของพนักงานทั่วประเทศในการเดินหน้าสู่เป้าหมายเดียวกัน ภายในงาน ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร โดยสรุปภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2025 ที่สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในทุกมิติ พร้อมกำหนดเป้าหมายระยะ 3 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการเสริมศักยภาพการแข่งขัน การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีประกันภัย การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน   ดร.สมพร กล่าวว่า “ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการยกระดับองค์กรอย่างรอบด้าน เราจะเดินหน้าด้วยพลังของทีมงานทั่วประเทศ สร้างมาตรฐานใหม่ของธุรกิจประกันวินาศภัยไทย ทั้งในด้านความมั่นคง ความทันสมัย และความเชื่อมั่นจากลูกค้า” การจัดงาน Vision Day ในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการประกาศทิศทางองค์กร หากแต่เป็นการรวมพลังของบุคลากรทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “One Team One Destination” เพื่อขับเคลื่อนบริษัทฯ ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยของประเทศไทยอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืนในระยะยาว  

24 Feb 2026

...

บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดงาน MITTARE AWARDS 2025 พิธีประกาศและมอบรางวัลคุณวุฒิประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูเกียรติตัวแทนประกันภัยผู้สร้างผลงานโดดเด่นและยอดเยี่ยมแห่งปี ภายใต้แนวคิด “Journey to the Future – BEYOND” สะท้อนพลังแห่งการก้าวข้ามทุกขีดจำกัด สู่อนาคตของความสำเร็จที่ไร้ขอบเขต งานในปีนี้จัดขึ้นพร้อมการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 79 ปี แห่งการดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยที่ยืนหยัดเคียงคู่สังคมไทยด้วยความ “จริงใจ เปิดเผย” โดย MITTARE AWARDS 2025 มิได้เป็นเพียงค่ำคืนแห่งการมอบรางวัล หากแต่เป็นเวทีแห่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนการเติบโตทั้งในระดับองค์กรและเครือข่ายตัวแทนทั่วประเทศ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณอมรทิพย์ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริษัท พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารสำนักงานใหญ่ ผู้บริหารฝ่ายขยายงาน และตัวแทนประกันภัยกว่า 2,500 คน ร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญ ณ Hall 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569   โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “BEYOND: อดีต – ปัจจุบัน – อนาคต” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรด้วยการต่อยอดรากฐานความเชื่อมั่นตลอด 79 ปี สู่การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี และระบบการทำงานที่ทันสมัย เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันภัยอันดับหนึ่งในใจลูกค้า พร้อมกันนี้ ได้ให้เกียรติมอบรางวัลเกียรติยศแก่ตัวแทนมิตรแท้ประกันภัย “รางวัลคุณวุฒิประจำปี 2568” รวมทั้งสิ้น 159 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลคุณวุฒิแห่งความสำเร็จ 135 รางวัล และรางวัลคุณวุฒิยอดเยี่ยม 24 รางวัล พร้อมกล่าวแสดงความยินดี และขอบคุณในความทุ่มเทของทุกท่านที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นอย่างงดงาม    นอกจากนี้ ยังมีการสรุปผลโครงการ STF – Snowball Effect ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของการสร้างทีมและขยายเครือข่ายตัวแทนอย่างเป็นระบบ ตลอดจนมอบรางวัลจากโครงการพิเศษ รวมมูลค่าเงินรางวัลกว่า 2,390,000 บาท ได้แก่ โครงการ “สร้างคน สร้างเบี้ย พิชิตเงินล้าน” และโครงการประกวดคลิปวิดีโอ “มิตรแท้…เรื่องจริงที่ต้องบอกต่อ” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความมุ่งมั่นและความผูกพันระหว่างตัวแทนกับมิตรแท้ประกันภัย   บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่และความประทับใจ ผ่านการแสดง Opening Show ภายใต้คอนเซปต์ “Journey to the Future – BEYOND” กิจกรรม Lucky Draw กว่า 80 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท การแสดงดนตรีจากวง City Lake การเปิดตัวเพลงพิเศษ “มิตรแท้จะอยู่ตรงนี้” ที่ได้นักร้องเสียงคุณภาพ คุณพีจัง กฤษณะ ปันใจ เป็นผู้ขับร้อง และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินรับเชิญ คุณไอซ์–ศรัณยู วินัยพานิช ที่สร้างสีสันและความทรงจำอันงดงามแก่ผู้ร่วมงานตลอดค่ำคืน     การจัดงาน MITTARE AWARDS 2025 ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแสดงความขอบคุณและเชิดชูเกียรติแก่ตัวแทนผู้ทุ่มเทสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพการเติบโตขององค์กรที่พร้อม “ก้าวไกลกว่าเดิม” อย่างไม่หยุดยั้ง เพราะสำหรับมิตรแท้ประกันภัย “BEYOND” ไม่ใช่เพียงแนวคิดของงานในปีนี้ หากคือคำมั่นสัญญาในการก้าวข้ามทุกข้อจำกัด เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกค้า ตัวแทน และสังคมไทย และนี่คืออีกก้าวสำคัญของการเดินทางสู่ปีที่ 80 อย่างสง่างามบนเส้นทางแห่งความเป็น “มิตรแท้” ที่จะเคียงข้างกันต่อไป…อย่างไม่มีวันสิ้นสุด    

21 Feb 2026

...

นายชออี ทานร์ รองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Strategy and Innovation Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล “Most Innovative Customer Experience in Life Insurance – Thailand 2025” จากการประกาศรางวัล International Finance Awards 2025 จัดโดย International Finance Magazine (IFM) นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกจากประเทศอังกฤษ ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสตอเรีย กรุงเทพฯ รางวัลดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยประกันชีวิตในการส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการให้บริการที่ทันสมัย โดยยกระดับการดูแลลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านการดูแลสุขภาพและการวางแผนทางการเงิน รวมถึงสร้างการเข้าถึงการประกันชีวิตที่สะดวกรวดเร็ว สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคดิจิทัลอย่างครบวงจร

20 Feb 2026

...

ประกันติดโล่ เปิดตัวแคมเปญ “โชคดี 2 ชั้น โชคดีมีประกัน โชคดีมีรางวัล” ชวนคนไทยมีหลักประกันในชีวิต พร้อมลุ้นรางวัลตลอดปี 2569 เพียงซื้อประกันภัยกับประกันติดโล่ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถ คน บ้าน หรือ พ.ร.บ. ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือนตลอดปี 2569 จัดหนักรวม 575 รางวัล โดยมีไฮไลต์เป็นรางวัลใหญ่ท้ายปี รถยนต์ Toyota Yaris ATIV รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท   “ประกันติดโล่” โบรกเกอร์ประกันภัยที่เข้าใจคนไทยที่สุด จากกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) เปิดตัวแคมเปญใหญ่รับปีม้าไฟ “โชคดี 2 ชั้น โชคดีมีประกัน โชคดีมีรางวัล” ชวนเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโชค แจกหนักจัดเต็มตลอดปี 2569 รวม 575 รางวัล ลุ้นรางวัลใหญ่ Toyota Yaris ATIV ป้ายแดง เพียงซื้อประกันรถ-คน-บ้าน-พ.ร.บ. ก็ได้รับสิทธิ์ลุ้นทันที! เพราะเราเข้าใจว่า “การเกิดอุบัติเหตุนั้นซวยแล้ว... แต่ถ้าซวยแล้วไม่มีคนช่วย หรือไม่มีประกันดูแล เรียกได้ว่าซวยซ้ำซวยซ้อนยิ่งกว่า!” ประกันติดโล่เลยขออาสารับความซวยนั้นไว้เอง พร้อมเปลี่ยนเรื่องร้าย ๆ ให้กลายเป็นเรื่องโชคดี ด้วยบริการ After ซวย Service 1501 ที่พร้อมสแตนด์บายประสานงานช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง ให้สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม และที่สำคัญคือได้ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่อยากให้คนไทยเปิดใจว่า การมีประกันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการเลือกโบรกเกอร์ที่ใช่คือการมีผู้ช่วยที่คอยดูแลในวันที่ดวงไม่เป็นใจ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยกับประกันติดโล่ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ ประกันรถมอเตอร์ไซค์ ประกันภัยโจรกรรมรถมอเตอร์ไซค์ ประกันภัยเสริมรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ประกันโรคร้ายแรง ประกันโรคมะเร็ง ประกันภัยบ้านและคอนโด ประกันอัคคีภัยสำหรับธุรกิจ ประกันชีวิต หรือ พ.ร.บ. รับสิทธิ์ลุ้นโชค 2 ชั้นทันทีไม่ต้องลงทะเบียน ซึ่งนอกจากจะมีประกันติดโล่คอยดูแลประสานงานความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาแล้ว ยังได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลในรอบการซื้อ และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ Toyota Yaris ATIV 1.2 SPORT CVT ท้ายแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 – 31 ธันวาคม 2569 ประกันติดโล่ขนทัพของรางวัลสุดยิ่งใหญ่มามอบให้กับลูกค้าแบบจัดเต็ม รวม 575 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท ดังนี้ รางวัลที่ 1 รถยนต์ Toyota Yaris ATIV 1.2 SPORT CVT จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 ทองคำ ร้อยละ 96.5 น้ำหนัก 25 สตางค์ จำนวน 36 รางวัล รางวัลที่ 3 iPhone 17 256GB จำนวน 9 รางวัล รางวัลที่ 4 iPad GEN 11 Wi-Fi 128GB จำนวน 9 รางวัล รางวัลที่ 5 บัตรกำนัลโลตัส 1,000 บาท จำนวน 260 รางวัล รางวัลที่ 6 บัตรเติมน้ำมัน PTT 1,000 บาท จำนวน 260 รางวัล ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและการประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ที่ Facebook Fan page ประกันติดโล่ และเว็บไซต์ประกันติดโล่ หรือสอบถามข้อมูลผ่าน Call Center ประกันติดโล่ 1501 นอกจากรางวัลที่มอบให้แล้ว ประกันติดโล่ยังคงสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น ด้วยสิทธิ์ผ่อนเบี้ยประกันด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมยกระดับการดูแลผ่าน Call Center ประกันติดโล่ 1501 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หมายเหตุ: ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เป็นเพียงนายหน้าประกันเท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันกำหนด ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

20 Feb 2026

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

บริษัท เงินดีดี จำกัด บริษัทในเครือธนาคารออมสิน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เปิดตัว “กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน” ชูจุดขายสินเชื่อดิจิทัลรายแรกของไทยที่ใช้เทคโนโลยี Dual-AI Engine ประเมินสภาพรถและเอกสารผ่านแอปพลิเคชันเต็มรูปแบบ ปลดล็อกข้อจำกัดด้านเวลาจากเดิม 5–7 วัน เหลือทราบผลเบื้องต้นภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 12% ต่อปี ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท ใน 3 ปีแรก ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 ระบุว่า ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมีมูลค่าสินเชื่อคงค้างรวมกว่า 3.82 แสนล้านบาท ในขณะที่อัตราการเข้าถึงสินเชื่อต่อจำนวนรถจดทะเบียนสะสมอยู่ที่เพียง 6.2% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและผู้มีรายได้อิสระที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการประเมินคุณภาพลูกหนี้และความผันผวนของราคารถมือสอง บริษัทฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนำทะเบียนโดยนำเทคโนโลยีมาเป็นกลไกหลักเพื่อให้เป็นทางเลือกแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม สอดคล้องกับพันธกิจของธนาคารออมสินในการเป็นธนาคารเพื่อสังคม   สินเชื่อ กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน นำโมเดลธุรกิจบนแอปพลิเคชันมาผนวกกับนวัตกรรม AI เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินผ่าน 3 แกนหลัก: 1. นำเทคโนโลยี Dual-AI Engine มาใช้ตรวจรถเป็นครั้งแรก: พลิกโฉมการตรวจสภาพรถด้วยนวัตกรรมที่ผสานพลังของ Vision AI และ Multimodal LLM เข้าด้วยกัน ทำให้ระบบสามารถประเมินสภาพรถจากรูปถ่ายร่วมกับการใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ข้อมูลแวดล้อมของรถรุ่นนั้นๆไปพร้อมกัน ลูกค้าสามารถทำรายการทุกขั้นตอนด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน ลดความยุ่งยากในการขอสินเชื่อแบบเดิม เพิ่มความแม่นยำในการประมวลผล และร่นะยะเวลาพิจารณาจาก 5-7 วัน ให้ทราบผลเบื้องต้นได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง 2. ประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ไร้รอยต่อ: แพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจรช่วยขยายบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้ระบบที่มีความเสถียร ปลอดภัย และตรวจสอบสถานะการยื่นขอสินเชื่อได้ทันที เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก 3. ดอกเบี้ยตามความเสี่ยงอย่างเป็นธรรม (Risk-Based Pricing): ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเครดิตและพฤติกรรมทางการเงินจากหลายแหล่ง (Multi-sources Data Analytics) และข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคลอย่างละเอียด นำไปสู่การเสนออัตราดอกเบี้ยที่ยุติธรรมและสอดคล้องกับลูกค้าแต่ละราย ตามเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อจูงใจให้เกิดวินัยทางการเงินและลดภาระหนี้ในระยะยาว   นางสาวสิรินันท์ จิรดิลก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เงินดีดี จำกัด กล่าวว่า “โจทย์ท้าทายที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ ‘สินเชื่อในระบบ’ เข้าถึงง่ายและมีต้นทุนต่ำที่สุด ‘กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน’ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพลิกโฉมกระบวนการเดิมที่ซับซ้อน โดยบุกเบิกนำเทคโนโลยี AI มาตรวจสอบสภาพรถผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยสลายอุปสรรคเรื่องการเดินทางและประหยัดเวลา ให้ลูกค้าเข้าถึงเงินทุนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” “ความท้าทายของการให้บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ คือการรักษาสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและมาตรฐานความปลอดภัย เราจึงออกแบบระบบที่ทำงานรวดเร็ว ควบคู่ไปกับกระบวนการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่รัดกุม และดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย” “หัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจเราคือ ‘Efficiency to Equity’ หรือการเปลี่ยนประสิทธิภาพเทคโนโลยีให้เป็นความเท่าเทียมในสังคม เมื่อเราใช้ระบบดิจิทัลบริหารจัดการเต็มรูปแบบ ต้นทุนการดำเนินงานจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงนำส่วนต่างนั้นส่งต่อเป็นความคุ้มค่าคืนสู่ลูกค้าในรูปแบบของ ‘อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม’ นี่คือกลไกธุรกิจเพื่อสังคมของกู๊ดมันนี่ ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการมอบสภาพคล่องให้ประชาชนนำไปต่อยอดอาชีพ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดประสานกับพันธกิจของธนาคารออมสินในการเป็นธนาคารเพื่อสังคม” สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและยื่นขอสินเชื่อ “กู๊ดมันนี่ รถเติมฝัน” ผ่านแอปพลิเคชัน Good Money by GSB ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android  

24 Feb 2026


...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ร่วมมือกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลก กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (Department of Trade and Industry: DTI) ของประเทศฟิลิปปินส์ และ Security Bank ธนาคารชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ ลงนามบันทึกข้อตกลงและความเข้าใจ (MOU) เดินหน้าเสริมสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ MUFG Innovation Partners (MUIP) บริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital: CVC) ในเครือ MUFG และ กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุนในเครือกรุงศรี นายบุนเซอิ โอคุโบะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมุ่งมั่นสนับสนุนการขยายธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นและไทยในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นมากกว่า 1,600 แห่งดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมแนวโน้มการเข้ามาของสตาร์ทอัพที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความยั่งยืน รวมถึงการลงทุนจากภาคธุรกิจไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจาก “Krungsri ASEAN LINK” บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนลูกค้าในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน และการจัดงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair อย่างต่อเนื่องแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกรุงศรีและพันธมิตรที่จะช่วยพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับอาเซียน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของฟิลิปปินส์ และส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายมาซามิ โยชิทาเกะ, Managing Director, Country Head of Philippines, MUFG Bank, Ltd. กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นในการผลักดันนวัตกรรมและความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน คือรากฐานของการเติบโตในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และไทยในการร่วมกันสร้างโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าถึงตลาด ความรู้ และเครือข่ายระดับภูมิภาค โดย MUFG พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของระบบนิเวศผู้ประกอบการในอาเซียน และทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมโยงทุน ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกันในอนาคต” นายฮิโรฟุมิ อุเมโนะ, Board Director, Executive Vice President and Alliance Segment Head, Security Bank กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนถึงพันธสัญญา BetterBanking ของ Security Bank ในการสร้างคุณค่า มอบประสบการณ์ที่มีความหมาย และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เป้าหมายร่วมกันของเราคือการเปลี่ยนความร่วมมือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวทั้งในภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก” นายจอห์น แครี่ อ็อง, Executive Vice President and Wholesale Banking Segment Head, Security Bank กล่าวว่า “Security Bank ภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DTI) รวมถึงพันธมิตรทางการเงินระดับภูมิภาคและระดับโลกจากญี่ปุ่นและไทย ซึ่งแต่ละองค์กรต่างมีจุดแข็งเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นความเป็นผู้นำเชิงนโยบาย เครือข่ายระดับโลก ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และประสบการณ์ที่แข็งแกร่งในธุรกิจฟินเทค เมื่อร่วมมือกันจุดแข็งเหล่านี้ยิ่งทวีคูณ นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังสอดคล้องกับพันธสัญญาของธนาคาร BetterBanking ที่มุ่งสร้างคุณค่าและเปิดโอกาสสู่การเติบโต ภายใต้ความร่วมมือนี้ Security Bank มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงสตาร์ทอัพกับองค์กรขนาดใหญ่ สนับสนุนโครงการ ความร่วมมือ และการลงทุน เพื่อนำไปสู่การขยายผลและสนับสนุนการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” ผู้ช่วยรัฐมนตรี ไนลา ริซซา โบทิสตา, Supervising Head of Competitiveness and Innovation Group, Department of Trade and Industry (DTI) of the Philippines กล่าวว่า “MOU นี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านสตาร์ทอัพระหว่างฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ไทย และประเทศอื่นๆ ในอาเซียน กระทรวงส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DTI) และพันธมิตรจะสนับสนุนการเข้าถึงตลาด การแลกเปลี่ยนสตาร์ทอัพ โครงการส่งเสริมการเติบโต (Accelerator programs) และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ พร้อมทั้งเสริมบทบาทของ AI and Startup Center ในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมระดับภูมิภาค ข้อตกลงนี้จึงเป็นเวทีความร่วมมือระยะยาว ที่จะเชื่อมตลาด ขยายโอกาส และผลักดันนวัตกรรมทั่วทั้งภูมิภาค” นายอัตซึชิ อิชิฮารา, Deputy CEO of MUFG Innovation Partners (MUIP) กล่าวว่า “MUIP มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมแบบเปิดและส่งเสริมความร่วมมือที่มีความหมายระหว่างสตาร์ทอัพและกลุ่มธุรกิจของ MUFG ในระดับโลก ภายใต้ MOU ฉบับนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสร้างเรื่องราวความสำเร็จใหม่ๆ ระหว่างฟิลิปปินส์ ไทย และญี่ปุ่น เพื่อเสริมพลังให้ผู้ประกอบการ เร่งการสร้างนวัตกรรม และร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็งและเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ยั่งยืนทั่วเอเชียและในระดับโลก” ด้านนางสาวปาลิดา อธิศพงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า “Krungsri Finnovate เชื่อว่าการสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่ง ต้องเริ่มจากการเชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับโอกาสทางธุรกิจจริง ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเปิดประตูให้สตาร์ทอัพจากฟิลิปปินส์ ไทย และอาเซียน สามารถเข้าถึงตลาด เงินทุน และเครือข่ายระดับภูมิภาค เพื่อขยายธุรกิจและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ การลงนามในข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดย มุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การส่งเสริมสตาร์ทอัพฟิลิปปินส์ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดสากลผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่งของกรุงศรีและ MUFG (2) การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ Accelerator Program และ Exchange Program เพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน และ (3) การจัดกิจกรรม Business Matching ระดับนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสด้านการลงทุนและความร่วมมือทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพทั้งในฟิลิปปินส์และภูมิภาคอาเซียน  

17 Feb 2026

...

นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จได้รับรางวัล International Finance Awards 2025 สาขา “Most Innovative ESG Framework – Social Development” จาก International Finance Magazine (IFM) สื่อธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกจากสหราชอาณาจักร สะท้อนความสำเร็จในการบูรณาการแนวคิด ESG เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) รวมถึงการริเริ่มใช้นวัตกรรมการเงิน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) การเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน การส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยขับเคลื่อนภารกิจธนาคารเพื่อสังคมผ่าน 4 บทบาทหลัก ได้แก่ การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน งานพัฒนาสังคม ชุมชน และการส่งเสริมการออม และการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส สำหรับผู้ไม่เคยมีประวัติทางการเงิน โครงการยกหนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและภาวะเศรษฐกิจ การจัดตั้ง ARI-AMC การนำ ESG Score มาใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาทักษะอาชีพและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีการติดตามและประเมินผลเป็นประจำ รวมทั้งมีการเผยแพร่ผลการดำเนินงานผ่านรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จัดทำตามมาตรฐาน GRI บนเว็บไซต์ของธนาคาร ส่งผลให้ในปี 2567 ธนาคารสามารถสร้าง Social Impact ให้แก่ประชาชนกว่า 4.2 ล้านราย คิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินกว่า 15,900 ล้านบาท   สำหรับ International Finance Awards เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้แก่องค์กรการเงินซึ่งมีความโดดเด่นและทันสมัยในด้านการดำเนินงานตามกรอบ ESG โดยพิจารณาจากความคิดริเริ่มเชิงนวัตกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนการให้ความสำคัญกับบทบาทในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน การได้รับรางวัลดังกล่าวจึงสะท้อนการยอมรับในระดับโลกต่อธนาคารออมสิน ในฐานะสถาบันการเงินที่นำนวัตกรรมและกรอบ ESG มาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนภารกิจธนาคารเพื่อสังคม และช่วยพัฒนาสังคมไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

14 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะบริษัทประกันชีวิตและสุขภาพ ที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน หรือ Green Insurer เปิดตัวโครงการ KTAXA Hearts and Health Park  เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่สวนสาธารณะ 3 แห่งในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สวนลุมพินี สวนวชิรเบญจทัศ และสวนเบญจกิตติ เพื่อยกระดับพื้นที่ออกกำลังกายและนันทนาการให้ครบครัน และเข้าถึงได้สำหรับประชาชนทุกวัย   คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ KTAXA Hearts & Health Park เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่น และความตั้งใจของกรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะที่เป็นผู้นำได้ประกันชีวิต และสุขภาพ รวมถึงผู้นำด้าน Green Insurer หรือ บริษัทฯ ประกันชีวิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ต้องการเห็นคนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพราะการดูแลสุขภาพไม่ควรเริ่มต้นเฉพาะเมื่อเกิดความเสี่ยง แต่ควรเริ่มตั้งแต่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพกายและใจที่ดีในทุก ๆ วัน โดยบทบาทของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เราไม่ได้เพียงแค่การให้ความคุ้มครองด้านชีวิต และสุขภาพ แต่ยังมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสนับสนุนให้คนในสังคมมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อมั่นว่า เมื่อพื้นที่สุขภาพเข้าถึงได้ง่าย การออกกำลังกายจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และนำไปสู่สังคมที่มีสุขภาพดี แข็งแรง และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต   โครงการ KTAXA Hearts & Health Park ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพลังความร่วมมือระหว่างกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และกรุงเทพมหานคร ในการร่วมกันพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โดยกรุงเทพมหานครมีนโยบายสำคัญ ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายในเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงกิจกรรมทางกายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”   คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด กล่าวว่า “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เล็งเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน เพราะเมื่อคุณเจ็บป่วย จะส่งผลไปยังสุขภาพใจด้วย นอกจากนั้นเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษา ก็ย่อมส่งผลต่อสุขภาพทางการเงิน ดังนั้นการรักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินสามารถทำได้ง่าย โดยเริ่มจากตัวเราเอง ภายใต้แนวคิด Know You Can เราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพในการดูแลตัวเอง เพียงแค่ต้องมีพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเริ่มต้นอย่างเหมาะสม โครงการนี้จึงเป็นการสร้าง “พื้นที่สุขภาพ” ที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง และสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้ด้วยตัวเอง โดยบริษัทฯ ได้ปรับปรุง สนามฟุตซอลกลาง ณ สวนวชิรเบญจทัศ สร้างสนามมวย ณ สวนเบญจกิติ และ ลานสุขภาพ ณ สวนลุมพินี รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมนันทนาการ อาทิ เรือเป็ด เสื้อชูชีพ และร่มสนาม ที่จะกระจายไปยังสวนสาธารณะต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้สำหรับกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เราเล็งเห็นว่าการลงทุนในคุณภาพชีวิตของสังคม สอดคล้องกับบทบาทของบริษัทประกันชีวิต ที่ต้องการอยู่เคียงข้างผู้คน ไม่ใช่แค่ในวันที่ต้องการความคุ้มครอง แต่ในทุกช่วงของการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกัน ตลอดไป โดยบริษัทฯ มุ่งหวังว่า KTAXA Hearts & Health Park จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของผู้คน และในสังคมโดยรวม     นอกจากนี้ ภายใต้โครงการ KTAXA Hearts and Health Park ทางบริษัทฯ ได้มอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อสุขภาพที่ดีให้กับเยาวชน โดยเป้าหมายของบริษัทฯ คือทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงง่าย และเหมาะกับทุกช่วงวัย อีกทั้งทางบริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมคาราวานตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ภายในสวน เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในเครือข่าย ควบคู่ไปกับการรับคำแนะนำด้านการดูแลตนเอง โดยกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในการดูแลผู้คนอย่างรอบด้านครบทุกมิติ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีในระยะยาว” ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯสามารถติดตามได้ที่ โทร 1159 หรือ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ www.krungthai-axa.co.th    

26 Feb 2026


...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวศริฐณี ศิริสมบูรณ์ ผู้จัดการอาวุโสส่วนงานประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นตัวเเทนมอบน้ำดื่ม จำนวน 3,000 ขวด ให้แก่สำนักงานเขตบางซื่อ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และประชาชนจิตอาสาในกิจกรรม “จิตอาสา รักษาสภาพคู คลอง” ประจำปี 2569 ภายในพื้นที่สำนักงานเขตบางซื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้กับกรุงเทพมหานคร โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ในการทำความสะอาด กำจัดวัชพืชและขยะสิ่งปฏิกูลกีดขวางทางน้ำในคลอง ตัดแต่งกิ่งไม้ ปรับแต่งภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาชุมชุนและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายบรรเจิด แหลมศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางซื่อ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ที่ทำการสำนักงานเขตบางซื่อ เมื่อเร็วๆนี้ การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกรุงเทพประกันชีวิตในการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) โดยเชื่อว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ระดับชุมชน คือหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

26 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง ภายใต้พันธกิจ “ใส่ใจ” ที่มุ่งให้ความสำคัญกับชุมชนและสังคมในทุกมิติ ผ่านการมอบอุปกรณ์เพื่อสาธารณประโยชน์ ได้แก่ เต็นท์สนาม ร่มสนาม และเก้าอี้สนาม ให้แก่ วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร และสำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะของชุมชน โดยมี นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้บริหารฝ่ายขายพร้อมตัวแทนประกันชีวิต ร่วมมอบอุปกรณ์เพื่อสาธารณประโยชน์ในครั้งนี้     สำหรับจังหวัดพิจิตร กรุงเทพประกันชีวิตได้สนับสนุนอุปกรณ์สาธารณประโยชน์ให้แก่พื้นที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ วัดท่าหลวง ด้วยเต็นท์สนามขนาด 3x3 เมตร จำนวน 10 หลัง โดยมี พระเมธีธรรมประนาท ดร. ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง เป็นผู้รับมอบ ณ วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร นอกจากนี้ ได้มอบ เต็นท์สนามขนาด 3x3 เมตร จำนวน 85 หลัง พร้อมเก้าอี้สนามจำนวน 30 ตัว เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสาธารณะ การใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ และการดูแลภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความพร้อมและเป็นระเบียบเรียบร้อย แก่ศูนย์อำนวยการบึงสีไฟ โดยมี นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นผู้รับมอบ ขณะที่จังหวัดพิษณุโลก กรุงเทพประกันชีวิตได้มอบเต็นท์สนามขนาด 3x3 เมตร จำนวน 20 หลัง และร่มสนามจำนวน 150 คัน ให้แก่ สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะนำไปใช้งานหลักใน 3 พื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ได้แก่ สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก ลานนวดสวนชมน่าน และตลาดเทศบาล 6 (ตลาดร่วมใจ) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานพื้นที่สาธารณะ และรองรับกิจกรรมของประชาชนในชีวิตประจำวัน โดยมี นายศิริชิน  หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เป็นผู้รับมอบ   การสนับสนุนอุปกรณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ ตั้งแต่ความพร้อมในการใช้งาน ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไปจนถึงภาพลักษณ์ที่ดีของสถานที่ เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้สามารถรองรับกิจกรรมของชุมชน งานสาธารณประโยชน์ และการเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม

26 Feb 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย และ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเปิดตัวความร่วมมือ “AIA LOUNGE” สาขาที่ 2 เพื่อต่อยอดยกระดับการดูแลและการให้บริการลูกค้าของ เอส เอฟ และ เอไอเอ ผ่านบริการแบบ Smart Service Flow พร้อมเปิดตัวพื้นที่ “AIA LOUNGE” เป็นสาขาที่ 2 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว พื้นที่พักคอยที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการโรงภาพยนตร์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ พร้อมจัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอ เพรสทีจ คลับ และเอไอเอ ไวทัลลิตี้ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์มากมาย ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ   นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ เอส เอฟ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการต่อยอดการดูแลลูกค้าคนสำคัญของเอไอเอและเอส เอฟ โดยเอไอเอ เล็งเห็นถึงศักยภาพของโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ที่มีความโดดเด่นในการให้บริการ และยังมีที่ตั้งของสาขาที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้บริการได้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ซึ่งจากผลตอบรับที่ดีของการให้บริการ AIA LOUNGE ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เรามั่นใจ ในการต่อยอดความร่วมมือสู่การเปิด AIA LOUNGE สาขาที่ 2 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว   โดยลูกค้าเอไอเอ เพรสทีจ คลับ สามารถรับฟรี Popcorn Mini Set (ป๊อปคอร์นขนาด 46 ออนซ์ พร้อมน้ำดื่มหรือน้ำอัดลมกระป๋อง)  เดือนละ 1 สิทธิ์ ส่วนลูกค้าเอไอเอ ไวทัลลิตี้ พลัส ยังสามารถเลือกรับเครื่องดื่ม (น้ำดื่มหรือน้ำอัดลมกระป๋อง) ได้ฟรี เดือนละ 1 สิทธิ์ ที่ AIA LOUNGE ณ โรงภาพยนตร์ ทั้ง 2 สาขา นอกจากนี้ ลูกค้าเอไอเอ ไวทัลลิตี้ พลัส ยังสามารถใช้คะแนนไวทัลลิตี้หรือร่วมกิจกรรมชาเลนจ์ตามเงื่อนไข เพื่อรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรีเพิ่มเติมได้อีกด้วย ถือเป็นความมุ่งมั่นของเอไอเอ ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”   นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “เอส เอฟ มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ผ่านการให้บริการและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ โดยได้ร่วมมืออีกครั้งกับ เอไอเอ เพื่อยกระดับการให้บริการผ่าน ‘AIA LOUNGE’ เป็นสาขาที่ 2  หลังจากประสบความสำเร็จในการร่วมพัฒนา AIA LOUNGE แห่งแรก ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนสาขาใหม่ล่าสุด จะตั้งอยู่ที่ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการชมภาพยนตร์ให้แก่ลูกค้าของ เอส เอฟ และ เอไอเอ ทั้งจุดพักคอยที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดี”   ลูกค้า เอไอเอ และ เอส เอฟ  สามารถใช้บริการ “AIA LOUNGE” ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์  ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน SF Cinema, www.sfcinema.com รวมถึงสอบถามรายละเอียดได้ผ่านโซเชียลมีเดีย #Sfcinema    

18 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย สนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยนายสถาพร ฤกษ์ดี ผู้จัดการภาคตะวันออก ธุรกิจสาขา เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ให้แก่โรงพยาบาลอรัญประเทศ โดยมีนายเชิดชัย ศิริมหา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอรัญประเทศ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่โรงพยาบาลตาพระยา โดยมีนายนพดล คำแสน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตาพระยา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย โดยให้การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการให้บริการและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานทั่วประเทศ

18 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนายธีรยุทธ กิจวรพัฒน์ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขา เป็นตัวแทนมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทย โดยมีนายเตช บุนนาค (กลาง) เลขาธิการสภากาชาดไทย และรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ (ขวาสุด) ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบในพิธีแถลงข่าวโครงการ Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย เพื่อสนับสนุนการจัดทำเสื้อยืดที่ระลึกให้แก่ผู้บริจาคเลือดครบ 3 ครั้งต่อปี และส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ณ ห้องจุมภฏ ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

18 Feb 2026

...

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  โดยเมืองไทยสไมล์คลับ เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จัดกิจกรรม Living To Smile สบายใจ ยิ้มได้ จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับและครอบครัว ร่วม workshop เพื่อมองภาพของแผนชีวิตที่วางไว้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและทบทวนแผนชีวิต พร้อมทำ Living will ผ่านสมุดบันทึกเพื่อนชีวิต  โดยมี นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ โถงรับรอง ชั้น 5 อาคาร 1   สำหรับ กิจกรรม Living To Smile สบายใจ ยิ้มได้ จากรุ่นสู่รุ่น เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทักษะสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้เข้าใจตนเองและคนที่คุณรัก โดยคุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ ชวนคุยชวนคิดเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมในชีวิต โดยคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อาจารย์สาขาวิชาโรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูน ปิดท้ายด้วย Workshop ทบทวนแผนชีวิต พร้อมทำ Living will ผ่านสมุดบันทึกเพื่อนชีวิต โดย นพ.ภิญโญ ศรีวีระชัย คุณหมอด้าน Palliative care และคุณไพศาล ลิ้มสถิตย์ นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย Living Will พร้อมสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และด้านกฎหมายต่าง ๆ แบบ Exclusive   สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับ  คัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ  #เมืองไทยประกันชีวิต #muangthailife #เมืองไทยสไมล์คลับ    

15 Feb 2026

BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตัวแทนแบรนด์ มิซูโน กอล์ฟ ไทยแลนด์ (Mizuno Golf Thailand) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์กอล์ฟอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดงานขอบคุณลูกค้าคนพิเศษ “Iceberg Experience Day” เพื่อมอบประสบการณ์ด้านกีฬากอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกระชับความสัมพันธ์อันดีกับพาร์ทเนอร์ โดยมี คุณพิสุทธิ์ บุนนาค รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิซูโน เอแพค (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณสาริศ รัตนาวะดี กรรมการบริหาร บริษัท สโตนฮิลล์ เอสเตท จำกัด พร้อมด้วยดารานักแสดง เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ, ยิหวา-ปรียากานต์ ใจกันทะ, ติ๊ก-วิลาสินี ธัญญวิเศษศิลป์ และ มาร์ค-ณฐริศร์ วรกรเลิศสิทธิ์ เข้าร่วมงานฯ ณ สนามกอล์ฟสโตนฮิลล์ (Stonehill) จังหวัดปทุมธานี    

21 Feb 2026


...

SME D Bank จัดโครงการ “D CEO Network” รุ่นที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Next Frontier” ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี จำนวน 100 กิจการ รับการพัฒนาหลักสูตรเชิงลึกในความรู้สำคัญ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม AI และการเงินเชิงกลยุทธ์ พร้อมเชื่อมโยงขยายเครือข่ายการค้าธุรกิจ  เปิดทางสู่แหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากทิศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างสูง  จำเป็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ   ซึ่งผู้นำองค์กรเอสเอ็มอีแต่ละแห่ง คือ ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนยกระดับธุรกิจตัวเองให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้เสมอ   ดังนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ  เพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จัดโครงการ “D CEO Network”  รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569  เพื่อส่งเสริมการยกระดับศักยภาพให้แก่ผู้นำองค์กรเอสเอ็มอี  โดยคัดเลือกลูกค้าธนาคารที่มีศักยภาพ  ทั้งที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือทายาทธุรกิจ จำนวน 100 กิจการ เข้ารับการอบรมหลักสูตรเข้มข้นเชิงลึกจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ  เน้นเติมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบบริหารจัดการและการเงินเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และเศรษฐกิจสีเขียว  เป็นต้น  ที่สำคัญ สนับสนุนการเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายในหมู่เจ้าของกิจการเอสเอ็มอี นำไปสู่ความร่วมมือจับคู่และต่อยอดธุรกิจร่วมกัน นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมยังได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษจาก SME D Bank  เช่น สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  อัตราเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น   สำหรับโครงการ “D CEO Network”  จัดต่อเนื่องทุกปี ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 4  ภายใต้แนวคิด  “ทะยานสู่ขอบฟ้าใหม่” (The Next Frontier) มุ่งเนื้อหาและหลักสูตรสอดคล้องกับปัจจุบัน ที่เน้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและแนวโน้มของโลกอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดจัด 5 ครั้ง  ทุกวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ถึงวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์  2569 ผ่าน 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.Vision & Future Game , Networking เปิดมุมมองอนาคตและแนวโน้มธุรกิจโลก เพื่อเอสเอ็มอีวางกลยุทธ์ได้เหมาะสม 2.Strategic Transformation  กลยุทธ์พลิกโฉมธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง 3.AI-Driven Transformation for SME Scaling เปลี่ยนองค์กรให้ขับเคลื่อนด้วย AI 4.New Market & Global Expansion โอกาสใหม่ในการขยายตลาดสู่เวทีโลก พร้อมรับความเสี่ยงด้านกฎหมาย-สงครามการค้า และ  5.SME Thailand Vision เปิดมุมมองผู้ประกอบการต่อโอกาสและความเสี่ยงธุรกิจ ตลอดจน สนับสนุนสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจคุณภาพ นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานในพิธีเปิด และ กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Thailand’s SME The Next Frontier: กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต”      “โครงการ D CEO Network รุ่นที่ 4 ต้องการสนับสนุนและยกระดับศักยภาพเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ผ่านการสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ก่อให้เกิดสังคมเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต นอกจากผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับองค์ความรู้และแนวคิดสมัยใหม่ในการบริหารธุรกิจแล้ว ยังได้ลงมือสร้างทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารการเงิน และกลยุทธ์การตลาด  ควบคู่โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” นายพิชิต กล่าว สำหรับโครงการ D CEO Network ใน 3 รุ่นที่ผ่านมา ประจำปี 2566 , 2567 และ 2568 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 356 ราย สามารถเชื่อมโยงโอกาสพาถึงแหล่งทุนนำไปยกระดับธุรกิจแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท     ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกท่าน  สามารถแจ้งความแจ้งประสงค์รับบริการต่าง ๆ จาก   SME D Bank ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน และด้านพัฒนาครบวงจร  ได้ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และ www.smebank.co.th เป็นต้น  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Feb 2026

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ชื่นชมความสำเร็จของผู้ประกอบการ 3 ราย ต้นแบบการปรับตัวทางธุรกิจ รับขยายตัวของการท่องเที่ยวเมืองรอง ได้แก่ “บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด” ผู้ผลิตและจำหน่ายลูกอมและขนมอบกรอบ ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น  คูก้า , พาเหรด, ซอฟท์ไลน์ และหนังไก่กรอบชิกกิ้น กระบวนการผลิตมาตรฐานสากล เหมาะซื้อเป็นของฝาก     “ข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา” ร้านอาหารชื่อดังที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากชุมชน โดยมีเอกลักษณ์การตกแต่งที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับเสน่ห์ท้องถิ่น ด้วยการใช้ไม้ไผ่ ใบจาก และเครื่องจักสาน รวมถึง มีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยว     และ “กระจิบ เบด แอนด์ เบรคฟาสต์” โรงแรมและคาเฟ่ บรรยากาศอบอุ่น เงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ       ทั้งนี้ SME D Bank พร้อมสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ยกระดับกิจการ คว้าโอกาสจากนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ผ่านแนวทาง “พัฒนาคู่เติมทุน” ได้แก่ ด้าน "การเงิน" พาเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท นำไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย หรือปรับปรุงกิจการ ควบคู่ “การพัฒนา” ธุรกิจครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม.  ช่วยให้กิจการเอสเอ็มอีเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอาชีพให้คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ณ จ.สมุทรสงคราม เมื่อเร็ว ๆ นี้     

23 Nov 2025

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ยกขบวนบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” เสิร์ฟผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพื้นที่ภาคใต้ ในงาน “พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์”   ในวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00-12.30 น. ณ  โรงแรมดารา จ.ภูเก็ต ภายในงานพบบริการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี  คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและทุกความต้องการของเอสเอ็มอี พร้อมทีมให้คำปรึกษา  ยื่นกู้ได้ทันทีภายในงาน  อีกทั้ง รับโปรโมชันเสริมพิเศษ อีก 2 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 เมื่อยื่นขอสินเชื่อและได้รับอนุมัติ รับบัตรกำนัล มูลค่า 500 บาท และ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์สมัครใช้บริการแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เพื่อยกระดับธุรกิจครบวงจร ฟรี! ห้ามพลาด ขอเชิญผู้ประกอบการ จ.ภูเก็ต และใกล้เคียง เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  ลงทะเบียนเข้าร่วมโดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

21 Aug 2025

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR โดย คุณฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล Best Financial Inclusion Initiative in Thailand จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2025 จากความสำเร็จของฟีเจอร์ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปเงินติดล้อ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและโปร่งใส ฟีเจอร์ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปเงินติดล้อ” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนยามฉุกเฉินได้สะดวกขึ้น ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้บัตร และไม่ต้องเดินทางไปสาขา ซึ่งผลตอบรับที่ผ่านมาลูกค้ามีการเบิกวงเงินสินเชื่อผ่านฟีเจอร์ดังกล่าวสูงถึง 70% เมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ และปัจจุบันมีผู้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วกว่า 480,000 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2568) นอกจากนี้ ยังได้นำแนวคิดการกระตุกพฤติกรรม (Nudge) มาปรับใช้ในขั้นตอนการถอนวงเงิน โดยออกแบบให้มีการแสดงข้อมูลประมาณการดอกเบี้ยรายเดือนที่ลูกค้าอาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้น หากมีการถอนเงินจากวงเงินสินเชื่อที่เหลืออยู่ โดยจะแสดงข้อมูลดังกล่าวบนหน้าจอก่อนถึงขั้นตอนยืนยันการทำรายการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ การปรับเปลี่ยนนี้แม้จะเล็กน้อย แต่มีผลต่อพฤติกรรมผู้ใช้ โดยจากข้อมูลพบว่าผู้ที่ตั้งใจจะถอนเงิน ใช้เวลาเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 7 วินาทีก่อนยืนยันรายการ สะท้อนถึงการคิดทบทวนก่อนก่อภาระหนี้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการส่งเสริมวินัยทางการเงินและการกู้ยืมอย่างเหมาะสม การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรมและโปร่งใส (The Leading Financial Inclusion Service Provider) พร้อมเดินหน้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของคนไทยอย่างยั่งยืน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งที่ผ่านมาอาจไม่สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและบริการจากธนาคารทั่วไปได้ (Underbanked) รางวัล The Asian Banker Thailand Awards 2025 จัดขึ้นโดย The Asian Banker สื่อในแวดวงการเงินการธนาคารชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เพื่อมอบรางวัลแก่สถาบันการเงินที่ได้มาตรฐาน มีศักยภาพที่โดดเด่น และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมข้อมูลและเรื่องราวของเงินติดล้อได้ที่ www.tidlor.com และ Facebook Fanpage เงินติดล้อ หรือติดต่อ Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 088-088-0880 ตลอด 24 ชม.

15 Aug 2025

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมใจปลุกพลังเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ จัดเต็มโครงการ “SME D Market” ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. สร้างโอกาส เพิ่มยอดขาย ขยายตลาดให้ลูกค้าธนาคาร   และผู้ประกอบการจากหน่วยงานพันธมิตร เปิดพื้นที่ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกขบวนสินค้าดีเอสเอ็มอีกว่า 50 ราย ออกบูธจำหน่ายสินค้าของดีของเด็ดทั่วไทย ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ และเครื่องประดับ พร้อมเสิร์ฟโปรโมชันสุดปัง ราคาดีมีคุณภาพให้ประชาชนในพื้นที่ เกิดการจับจ่ายใช้สอยคึกคัก แล้วพบกัน ณ บริเวณชั้น 1 สำนักงานใหญ่ SME D Bank อาคาร SME Bank Tower สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357  

27 Jul 2025

...

Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย คุณกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) นำทีมงานต้อนรับผู้บริหารและพนักงานจากบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) จำนวนทั้งหมด 39 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร พร้อมเยี่ยมชมแผนกต่างๆ อาทิ ฝ่ายวิเคราะห์และพัฒนา (Analytics & Development) ฝ่ายส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน (Financial Education หรือ FIN-ED) ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) และฝ่ายนายหน้าประกันภัย “อารีเกเตอร์” (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ผ่านสมาชิก นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถาม-ตอบอย่างใกล้ชิดกับคณะผู้บริหารและทีม Culture Gangster เกี่ยวกับแนวทางและวิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้แข็งแกร่งและยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ บมจ. เงินติดล้อ อาคารอารีย์ ฮิลล์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้หลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ TIDLOR Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.tidlor.com/academy หรือสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-792-1990

02 Jul 2025

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

กบข. ร่วมกับ AIMC และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แสดงเจตนารมณ์เดินหน้าทำงานเชิงรุก ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเร่งบริหารจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (NDC) ตามข้อตกลงปารีสอย่างเป็นรูปธรรม   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า “ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ยึดมั่นในหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (PRI) กบข. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้าสู่กระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และสร้างมาตรฐานร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศของตลาดทุนไทย โดยที่ผ่านมา กบข. ได้เข้าหารือกับบริษัทจดทะเบียนในพอร์ตการลงทุนอย่างสร้างสรรค์ (Positive Engagement) ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน หนึ่งในประเด็นที่ กบข. ให้ความสำคัญคือการสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)  และการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งนี้หากมีกรณีที่บริษัทจดทะเบียนพบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กบข. พร้อมร่วมมือกับ AIMC ในการติดตาม แนะนำ และผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ผ่านการลงทุนที่มีความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน”   นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ในฐานะตัวแทนบริษัทจัดการลงทุนได้กล่าวว่า “ความยั่งยืนหรือ ESG เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในตลาดทุนไทย ซึ่งที่ผ่านมาเราเน้นการหารืออย่างสร้างสรรค์ (Positive Engagement) และได้เห็นพัฒนาการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนมาโดยตลอด สำหรับการก้าวไปข้างหน้าในมิติของ Climate Transition นั้น กลุ่มบริษัทจัดการลงทุนเองมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้าน ESG ภายใน บลจ. พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนพอร์ตการลงทุนไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Portfolio Emission) ให้บรรลุเป้าหมายของประเทศควบคู่ไปบริษัทจดทะเบียน เราจึงได้รวมพลังกันทั้งอุตสาหกรรมเพื่อทำ Climate Transition Engagement เป็นการเฉพาะ กำหนดมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหา จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมาย บจ.ตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด รวมถึงการวางแผนดำเนินงานในระยะยาวเพื่อติดตามความคืบหน้าของ บจ.ในการเปิดเผยและสอบทานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของ บจ.ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือเกิดปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ เราพร้อมจะร่วมกันดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติสากลในการทำ Positive Engagement ร่วมหารือกับบริษัทจดทะเบียนอย่างสร้างสรรค์ พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานของผู้จัดการกองทุนกรณีที่ปัญหาไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ นอกจากนั้นเพื่อให้เกิด Big Impact เรายังได้ผสานความร่วมมือกับ กบข. เพื่อให้การทำ Collective Action ของนักลงทุนสถาบันมีน้ำหนักยิ่งขึ้นและได้ร่วมมือกับทางตลท.เพื่อให้ระบบนิเวศน์ของการดำเนินการในการสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนก้าวผ่านการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาด้านภูมิอากาศสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะเป็นการสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและยาวได้อีกทางหนึ่งด้วย”   นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในตลาดทุน โดยเฉพาะบทบาทเชิงรุกของนักลงทุนสถาบันในการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนลงมือดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และดำเนินการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Climate Transition) ได้อย่างเป็นระบบ ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เครื่องมือ และการเสริมสร้างขีดความสามารถของตลาดทุน เพื่อส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามแนวทางสากล ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพข้อมูลให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน รวมถึงติดตามความคืบหน้าของบริษัทจดทะเบียนได้จริง” ในการนี้ทั้งสามองค์กรได้แสดงความเชื่อมั่นว่าการแสดงพลังของผู้ลงทุนสถาบันไทยที่ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ผู้จัดการกองทุนที่มีความรับผิดชอบ โดยการทำงานเชิงรุกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้ริเริ่มเพิ่มเติมขึ้นมาในครั้งนี้จะช่วยก่อให้เกิด Big Impact การมีส่วนร่วมของผู้ลงทุนสถาบันและทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ (NDC) ซึ่งที่สุดแล้วไม่เพียงแค่จะลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน แต่ต้องการสร้างแรงจูงใจให้บริษัทจดทะเบียนกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนที่ชัดเจนและดำเนินการตามแผน Climate Transition อย่างต่อเนื่อง  

21 Feb 2026


...

ประธานบอร์ด กบข. เผย คณะกรรมการฯ อนุมัติการลาออกของ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” จากตำแหน่งเลขาธิการ กบข. พร้อมเดินหน้าสรรหาเลขาธิการคนใหม่ สานต่อ ‘เกษียณมีสุข : Freedom for Living’ คาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2   นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กบข. มีมติอนุมัติการลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการฯ กบข. ของนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินต่อไป ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569   ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์   โดยคณะกรรมการ กบข. มีการหารือเรื่องการสรรหาตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนใหม่ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาคัดเลือกเลขาธิการ โดยมีนายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน ซึ่งคาดว่ากระบวนการคัดเลือกเลขาธิการ กบข. คนใหม่ จะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ “เกษียณมีสุข : Freedom For Living” ให้สมาชิกมีเงินใช้เพียงพอหลังเกษียณได้อย่างมีสุข  

18 Feb 2026

...

กบข. เผยผลตอบแทนปี 2568 เป็นไปตามคาดในแต่ละแผนการลงทุน พร้อมปรับกลยุทธ์ลงทุนและนิยามสินทรัพย์ใหม่ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน เดินหน้าปี 69 กระตุ้นออมเพิ่ม–เลือกแผนลงทุน เพื่อสมาชิกบรรลุเป้าหมายเงินก้อนเกษียณมีสุข   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจประเทศหลัก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กบข. จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขับเคลื่อนการลงทุนเชิงรุกด้วยการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งได้ปรับนิยามและมุมมองต่อประเภทสินทรัพย์การลงทุน จากเดิมที่แบ่งเป็นสินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์เสี่ยง มาเป็นการพิจารณาแนวการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุกและสินทรัพย์เชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก ส่งผลให้ในปี 2568 กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนกองสมาชิกได้ดีกว่าที่คาดหมาย   สำหรับผลตอบแทนรายแผนส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะแผนทองคำ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก65 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก นอกจากนี้ กบข. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกในระยะยาว โดยในปี 2568 กบข. สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณอย่างมีสุข ในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% ลดสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง   ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 กบข. จะเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ผ่านโครงการนำร่อง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย (Siver Economy) รวมถึงกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พร้อมพัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีแผนการลงทุนและสินทรัพย์ที่กำหนดผลตอบแทนให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข  

02 Feb 2026

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

ธ.ก.ส. หนุนสร้างเยาวชนเข้าสู่ภาคการเกษตรทดแทนผู้สูงอายุ มุ่งยกระดับจากเกษตรเพื่อการบริโภคเป็น “เกษตรการค้า” สร้างทักษะและองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรสมัยใหม่ให้นักเรียนอย่างครบวงจร ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ การบริหารจัดการเงิน วางแผนธุรกิจ การตลาด และการจัดพื้นที่สาธิตการเกษตร พร้อมนำผลผลิตไปจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้เยาวชนเห็นความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร พร้อมนำเยี่ยมชมโรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ จังหวัดสุโขทัย ตัวอย่างนำร่อง “โรงเรียนเกษตรธนากร”   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว และนายธารา ศรีหะมาศ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ณ โรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดย ธ.ก.ส. ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร เพื่อเติมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนก้าวเข้าสู่ภาคการเกษตรด้วยความมั่นใจ ทดแทนเกษตรกรสูงวัย โดยส่งเสริมองค์ความรู้และกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ ทั้งในด้านการบริหารการเงิน การออม การลงทุน การจัดจำหน่าย การตลาด และสร้างความเข้าใจในการทำ “เกษตรการค้า” สร้างเยาวชนให้สามารถเติบโตไปสู่การเป็นเกษตรกรหัวขบวน หรือผู้ประกอบการในภาคการเกษตรต่อไปในอนาคต โดยโรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 สนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 140 คน และได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ด้วยเงินทุนสนับสนุนจาก ธ.ก.ส. ที่นำไปพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในการทำการเกษตรภายในโรงเรียนให้มีสภาพที่เหมาะสม ทั้งการก่อสร้างและปรับปรุงโรงเรือน แปลงปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ กะเพรา กวางตุ้ง และผักบุ้ง แปลงเพาะเห็ด และแปลงผักยกแคร่ เงินลงทุนหมุนเวียนในการซื้อปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย อาหารสัตว์     รวมถึงยังได้พัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนให้สามารถเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงกบ และการทำปุ๋ยหมักจากเศษพืชผักและใบไม้ ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่ได้โรงเรียนจะนำไปใช้ในการประกอบอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนและอีกส่วนหนึ่งจะนำไปจัดจำหน่ายในตลาดชุมชนใกล้โรงเรียน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับนักเรียนนำกลับมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากิจการด้านการเกษตรของโรงเรียน รวมถึงนำมาเก็บออมตามแนวทางโครงการโรงเรียนธนาคารของ ธ.ก.ส. ทำให้นักเรียนมีทักษะด้านการทำการเกษตร การบริหารเงิน ออมเงินอย่างสม่ำเสมอ สร้างนิสัยการใช้เงินแบบมีเป้าหมาย ลดโอกาสในการเกิดภาระหนี้สินที่ไม่จำเป็นในอนาคต       ทั้งนี้ โครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ธ.ก.ส. จะให้การสนับสนุนโรงเรียนทั้ง 4 มิติ ได้แก่ 1. ด้านเงินทุน แบ่งเป็น      2 ส่วน คือ การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และเงินทุนหมุนเวียน 2. การส่งเสริมองค์ความรู้ ด้านการเกษตรในรูปแบบ  ต่าง ๆ โดยพนักงานของ ธ.ก.ส. และสื่อสังคมออนไลน์ทาง “Facebook : โรงเรียนเกษตรธนากร” 3. การพัฒนาระบบการออม ตามแนวทางโครงการโรงเรียนธนาคารของ ธ.ก.ส. และ 4. ช่องทางการตลาด และการจัดจำหน่าย อาทิ การนำผลิตภัณฑ์สินค้าของโครงการไปจำหน่ายที่ BAAC Outlet ในที่ทำการสาขาของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ตลาด BAAC Farmer Market ที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ โดยในปีบัญชี 2568 ธ.ก.ส. ได้นำร่องโครงการ จำนวน 27 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนเกษตรธนากร จำนวน 18 โรงเรียน และโรงเรียนสาธิตเกษตรธนากร จำนวน 9 โรงเรียน ครอบคลุมเยาวชนที่จะได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงกว่า 7,795 คน โดย ธ.ก.ส. จะสรุปผลการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่เยาวชน พร้อมเตรียมขยายผลโครงการไปทุกจังหวัดต่อไป นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสมทบทุนกับกองทุนโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร เพื่อมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดเยาวชนที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาภาคการเกษตรซึ่งเป็นฐานรากที่สำคัญของประเทศ รวมถึงสะท้อนความมั่นคงทางด้านอาหารที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาในทุก ๆ มิติ

20 Jan 2026

...

ดร.พัชทรา มณีสินธุ์  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงบริการวิจัยกับ นายสมยศ วัฒน์พานิช  กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด  ในโครงการพัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์  UHT เพื่อพัฒนากระบวนการรวบรวม และทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมปลายทาง โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ ซึ่ง วว. มีองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาด้านกรรมวิธีการผลิตสารเร่งตกตะกอนคอมโพสิทร่วมกับซีโอไลต์ชนิดโพลิอลูมินั่มซิลิเกตคลอไรด์ โดยใช้เครื่องซักล้างเกล็ดพลาสติกแบบต่อเนื่องระบบแปรงกวาดร่วมกับหัวฉีดละอองน้ำ  เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ ดร.เรวดี  อนุวัฒนา  ผู้อำนวยการ  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ  วว. ผู้บริหาร นักวิจัยและบุคลาการทั้งสองหน่วยงาน ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย ในวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท.  ชั้น 8 อาคาร RD 1  วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี   “...จากสถานการณ์ด้านขยะบรรจุภัณฑ์ของประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณขยะพลาสติกและกล่อง UHT ที่ยังถูกจัดการอย่างไม่ครบวงจร ทำให้เราต้องยกระดับระบบบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่ง วว. ได้ให้ความสำคัญและพัฒนานวัตกรรมด้านการคัดแยก การทำความสะอาด และการแปรรูปวัตถุดิบรีไซเคิลมาโดยตลอด ทั้งในพื้นที่นำร่อง “ตาลเดี่ยวโมเดล” จังหวัดสระบุรี รวมถึงการขยายผลในระดับพื้นที่อื่นทั่วประเทศ  ความร่วมมือครั้งนี้กับบริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นความร่วมมือที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ของ วว. เข้ากับศักยภาพภาคเอกชนผู้ประกอบกิจการรีไซเคิลอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการรวบรวมและทำความสะอาดกล่อง UHT ให้ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมปลายทาง พร้อมทั้งศึกษาระบบบำบัดน้ำเสียให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องต่อหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์...” ดร.พัชทรา  มณีสินธุ์   กล่าว   นายสมยศ  วัฒน์พานิช  กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด  กล่าวว่า  บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการด้านการรีไซเคิลเยื่อจากกระดาษใช้แล้ว รวมถึงบรรจุภัณฑ์คัพ สต็อก และกล่อง UHT รวมถึงมีเครือข่ายด้านธุรกิจรีไซเคิลในการรับซื้อและต่อยอดผลิตภัณฑ์รีไซเคิล โดยรับซื้อขยะรีไซเคิล จากครัวเรือน ชุมชน โรงเรียน ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า จากพื้นที่บริเวณโดยรอบจังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยเน้นการคัดแยกขยะแต่ละชนิด ได้แก่ ขยะพลาสติก กระดาษ กระป๋องอะลูมิเนียม และมีความสนใจในการพัฒนากระบวนการรวบรวมกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT และทำความสะอาดให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ร่วมกับการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสีย  จากกระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT จึงมีความประสงค์ให้ วว. พัฒนากระบวนการ เพื่อรวบรวมและทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT พร้อมระบบบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกรุงเทพฯ   ขอบเขตในการดำเนินงานโครงการ   ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน ประกอบด้วย  1) การจัดทำรูปแบบข้อมูลแสดงผลสำรวจการรวบรวมข้อมูลตัวอย่างกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและระยอง จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ตำบลเทศบาลเมือง ตำบลหนองแค ตำบลตาลเดี่ยวจังหวัดสระบุรี ตำบลบ้านฉางและตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง   2) พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่อง โดยใช้หลักการเดียวกับระบบซักล้างพลาสติกที่ติดตั้ง ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการจัดการชุมชนแบบครบวงจร อาคารคัดแยกขยะตาลเดี่ยว จังหวัดสระบุรี 3) ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการทำความสะอาดกล่อง UHT โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ และทดสอบคุณสมบัติของน้ำภายหลังการบำบัด ได้แก่ ความเป็นกรดด่าง ซีโอดี บีโอดี oil and greeze ค่าการนำไฟฟ้า ค่าความขุ่น ค่าของแข็งละลายน้ำ เป็นต้น  และ 4) ออกแบบระบบและติดตั้งระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT และระบบบำบัดน้ำเสียทางเคมีด้วยวิธีการรวมตะกอนที่เหมาะสมในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดราชบุรี เพื่อขยายผลระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT ไปยังเขตจอมทองกรุงเทพฯ     โครงการความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาขยะเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล และจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในการช่วยลดปริมาณขยะ เพิ่มคุณภาพวัตถุดิบรีไซเคิล และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

17 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ประกาศจัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) รับต้นปี 2569 คัดทรัพย์ศักยภาพดี หลากหลายทำเลทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน รวม 25 รายการ มูลค่ารวมกว่า 96 ล้านบาท พร้อมจับมือ 6 พันธมิตรธนาคารชั้นนำมอบข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษ ทั้งนี้ ใน 2569 นี้ SAM ยังคงมุ่งเน้นการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้ได้คัดเลือกทรัพย์มือสองที่มีศักยภาพสูง ตั้งอยู่บนทำเลเด่นทั่วประเทศ มานำเสนอให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจ สำหรับทรัพย์ที่นำออกประมูลในรอบนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงโรงงานและโกดังสินค้า รวมทั้งสิ้น 25 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มทรัพย์ราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาท จำนวน 24 รายการ และทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท อีก 1 รายการ นอกจากตัวทรัพย์ที่มีความโดดเด่นแล้ว SAM ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด ได้แก่ โปรโมชัน “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” มอบค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM โดยให้ค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเงินทุน SAM ได้รับความร่วมมือจาก 6 ธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจด้วยเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 3.1 24 70 วันนี้ -16 ก.พ. 69 23 ก.พ. 69 3.2 1 26 วันนี้ - 2 มี.ค. 69 9 มี.ค. 69 รวม 25 96     ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) HL0688 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 72.3 ตร.ว. โครงการ สราญสิริ รามอินทรา 2  ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์  ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.39 ลบ.                 2) CL0117 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ชั้น 25 อาคาร A โครงการ แบงค์ คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ ถ.รัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารครบครัน ลิฟท์โดยสาร สระว่ายน้ำ รปภ. 24 ชม. กล้องวงจรปิด และบัตรเข้า-ออก  การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ ตลาดพลู ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.17 ลบ. 3) HL0457 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50.6 ตร.ว.  โครงการ โกลเด้นวิลเลจ อ่อนนุช-พัฒนาการ ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) HL0221 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 385 ตร.ว.  ถ.สายแม่จัน-เชียงแสน (ทล.1016) ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายในประกอบไปด้วยบ้านไม้ชั้นเดียว บ้านพักตึกชั้นเดียว และโรงจอดรถ ใกล้วัดปางหมอปวง โรงเรียนบ้านปางหมอปวง วัดดอยจำปี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.67 ลบ.  5) SL0027 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาเจาะทะลุถึงกันทุกชั้น เนื้อที่ 42 ตร.ว.ถ.นครไทย-ชาติตระการ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลชาติตระการ เทศบาลตาบลป่าแดง และที่ว่าการอำเภอชาติตระการ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.63 ลบ.  6) 3A0691 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 16 ไร่ 364 ตร.ว. ถ.บ้านแก่งโตน-บ้านสงเปลือย (พช.2013) ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  ทรัพย์ตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน ภายในประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยตึก 2 ชั้น 2 หลัง บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว โรงซ่อมบำรุง อาคารตึกชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม บ้านพักอาศัยครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว โรงจอดรถ โกดังเก็บของ อาคารเลี้ยงโคกระบือ และสำนักงานชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม ใกล้วัดแก่งโตน โรงเรียนบ้านแก่งโตน โรงเรียนบ้านน้ำสร้าง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  9.8 ลบ.  7) SL0180 อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 148.9 ตร.ว. ติด ถ.สุขุมวิท (ทล.3) ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ใกล้ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ห้างแหลมทอง ระยองและห้างโฮมโปร ระยอง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  26.5 ลบ.  ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

22 Feb 2026


...

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569     ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid  ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่  City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback) Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car) HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)   ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569 ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่ ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย   ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026 ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์:  www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand

21 Feb 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลเป็นครั้งที่ 23 ส่งท้ายปี 2568 ให้กับผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจและผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารสำนักงาน โชว์รูม และโรงงาน/โกดัง  จำนวน 41 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 296 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 23.1 38 149 วันนี้ - 15 ธ.ค. 68 23 ธ.ค. 68 23.2   3  147    วันนี้ -  30 ธ.ค. 68            7 ม.ค. 69 รวม 41 296       ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่ออยู่อาศัย 1) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.2 ตร.ว. โครงการเศรษฐสิริ วงแหวน รามอินทรา ซ.5 ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้สำนักงานเขตคันนายาว วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.4 ลบ. 2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.5 ตร.ว.โครงการซีรีน พระราม 2-ท่าข้าม ถ.เลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก  ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 3) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 41.5 ตร.ว. ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวกใกล้โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม โรงเรียนวัดลาดปลาเค้า วัดลาดปลาเค้า สถานีลาดปลาเค้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู และห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รามอินทรา ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.28 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 29.4 ตร.ว. โครงการอาร์ พี เพลส 2 ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี    ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดน้ำบางคูลัด เซ็นทรัล เวสต์เกต วัดเอนกดิษฐาราม โรงพยาบาลบางใหญ่ และโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รัตนาธิเบศร์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.89 ลบ. ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน 1) ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 4 ไร่ 44 ตร.ว. ถ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดสมรโกฏิ ห้างเซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ ท่าน้ำนนท์ และสถานีบางกระสอ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  98.48 ลบ.     2) อาคารสำนักงาน 4 ชั้นและอาคารโกดัง เนื้อที่ 249.5 ตร.ว. ถ.บูรพาใน ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ใกล้วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์-อุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 23.99 ลบ. 3) โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 11 ไร่ 335 ตร.ว. ถ.อุทัยธานี-บ้านไร่ (ทล.333) ต.หนองสรวง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ภายในประกอบด้วยบ้านพักอาศัย 2 ชั้น โกดัง 1 ชั้น 3 หลัง และบ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน การคมนาคมสะดวก เชื่อมต่อกับระบบขนส่งรวดเร็วเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง ใกล้โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ที่ว่าการอำเภอหนองฉาง สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง เทสโก้โลตัสหนองฉาง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 24.16 ลบ.    ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.1/2568) ภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.2/2568) ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 ม.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

10 Dec 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจ จำนวน 39 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 558 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารที่พักอาศัย ร้านอาหาร โรงงาน/โกดัง และโรงแรม/รีสอร์ท โดยมีไฮไลท์เด่นสำหรับการประมูลครั้งนี้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน 3 รายการ ได้แก่  โรงแรม/รีสอร์ท "บ้านพักขามเงิน" เนื้อที่ 5 ไร่ 160 ตร.ว. อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ติดถนนสายหลัก 2 ด้าน ภายในพื้นที่ประกอบด้วยร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศ จำนวน 13 หลัง  ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลชะอำ โรงเรียนเทศบาล 8 สวนสนชะอำ คริสตจักรชะอำ ชายหาดชะอำ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  169.26 ลบ. ร้านอาหาร บนเนื้อที่ขนาดใหญ่ถึง 7 ไร่ 167.4 ตร.ว. ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดโคกสมานคุณ โรงเรียนวัดโคกสมานคุณ และตลาดกิมหยง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 193.72 ลบ.  ที่ดินเปล่ากลางเมืองเชียงราย  เนื้อที่ 11 ไร่ 269.6 ตร.ว. ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ทำเลสวย ติดถนนสายหลักถึง 3 ด้าน ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดมิ่งเมือง ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย วิทยาลัยพาณิชยการเชียงราย ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.24 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์ราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1) โรงงาน/โกดัง 7 ชั้นพร้อมดาดฟ้า เนื้อที่ 200 ตร.ว. ถ.พุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ทรัพย์ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ล้อมรอบด้วยเส้นทางสายหลัก ทั้งจุดขึ้น-ลงทางด่วน ด่านสุขสวัสดิ์ สะพานภูมิพล ถ.กาญจนาภิเษก ถ.พระราม 2 และใกล้กับศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ สวนธนบุรีรมย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 16.68 ลบ.         2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมโรงจอดรถและศาลาพักผ่อน เนื้อที่ 115.5 ตร.ว. โครงการพรอเมนาด โฮม ธนบุรี ถ.พระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดรวยทรัพย์ 555 วัดเลา โรงเรียนรุ่งอรุณ และห้างโฮมโปร พระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.11 ลบ. 3) บ้านชั้นเดียว พร้อมอาคารโรงงาน โรงจอดรถ 2 หลัง ร้านค้า อาคารสำนักงานและอาคารพักอาศัย เนื้อที่ 1 ไร่ 90.6 ตร.ว. ถ.โพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และเกษตรกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงมะเดื่อ โรงเรียนวัดโพรงมะเดื่อ วัดโพรงมะเดื่อ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.42 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เนื้อที่ 22.4 ตร.ว. โครงการไพลิน ท่าอิฐ ถ.ท่าอิฐ-ไทรม้า (นบ.4005) ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีรถไฟฟ้าบางรักน้อยท่าอิฐเพียง 1.3 กม.เท่านั้น และยังใกล้ตลาดมณียา ท่าอิฐ สำนักงานเทศบาลตำบลไทรม้า ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.93 ลบ. 5) อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง เนื้อที่ 19.9 ตร.ว. ทำเลดี ติด ถ.สัจจกุล ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ห่างจากแยกสัจจกุลเพียง 600 ม. ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองหาดใหญ่ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.5 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.1/2568) ภายในวันที่ 15 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 24 ต.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.2/2568) ภายในวันที่ 30 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 พ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

13 Oct 2025

...

“เงินติดล้อ” โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) แจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสอง เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อบางรายนำรถติดสัญญาจำนำทะเบียนรถ ซึ่งมีบริการเสริมในการเบิกถอนวงเงินสินเชื่อ เช่น บัตรกดเงินสด หรือ แอปพลิเคชัน โดยนำรถไปหลอกขายกับเต็นท์รถแต่ไม่แจ้งปิดบัญชีสินเชื่อ ส่งผลให้เต็นท์รถไม่ได้รับเล่มทะเบียนรถตามที่ตกลงไว้กับผู้ขายรถ ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจ “เงินติดล้อ” ขอแนะนำผู้ประกอบการเต็นท์รถ ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1.ตรวจสอบว่ารถมีเล่มทะเบียนรถตัวจริงหรือไม่ 2.กรณีไม่มีเล่มทะเบียนรถ ตรวจสอบว่ามีสัญญาจำนำทะเบียนรถหรือไม่ 3.หากมีสัญญาจำนำทะเบียนรถ ควรตรวจสอบว่ามีบริการบัตรกดเงินสดหมุนเวียน หรือ แอปพลิเคชัน เพื่อใช้เบิกถอนวงเงินสินเชื่อหรือไม่ 4.กรณีเต็นท์รถตกลงจ่ายหนี้คงค้างส่วนต่างเพื่อปิดบัญชีให้ผู้ขายรถ ควรเน้นย้ำให้ผู้ขายรถดำเนินการแจ้งยืนยันปิดบัญชีสินเชื่อกับไฟแนนซ์ที่ใช้บริการอยู่ เพื่อดำเนินการปิดบัญชี และจัดส่งเล่มทะเบียนรถให้ตามที่อยู่ที่ตกลงไว้ได้ กรณีที่ใช้สินเชื่อกับเงินติดล้อ แนะนำให้เต็นท์รถและลูกค้า ติดต่อปิดบัญชีที่สาขาเงินติดล้อได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้ บัตรกดเงินสดหมุนเวียน ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สินเชื่อสามารถกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถของตนเองได้สะดวกผ่านตู้ ATM ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สินเชื่อสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนยามฉุกเฉินได้สะดวกยิ่งขึ้น

01 Sep 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ชวนนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจและผู้สนใจที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เข้าร่วมประมูลทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในทำเลดีทั่วประเทศ จำนวน 33 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 247 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย โดยมีไฮไลท์สำคัญสำหรับนักลงทุนเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง เนื้อที่ 20 ไร่  ประกอบด้วย สวนน้ำเป็นหอ 6 เหลี่ยม เครื่องเล่นสไลเดอร์ อโลฮ่า 2 ตัว  สระว่ายน้ำและสระน้ำวน จำนวน 3 สระ อาคารอาคารบริการ ร้านขายของที่ระลึก ศูนย์อาหาร 2 อาคาร  ห้องน้ำ 4 อาคาร ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และแหล่งท่องเที่ยว บน ถ.มหาดไทย ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี  จ.กาญจนบุรี  ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.41 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์เด่นราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1.บ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังมุม เนื้อที่ 57.8 ตร.ว. โครงการเซนโทร วิภาวดี ถ.ช่างอากาศอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้กับท่าอากาศยานดอนเมือง จุดขึ้นลงทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และห่างจากสถานีดอนเมือง รถไฟฟ้าสายสีแดงเพียง 2.7 กม.เท่านั้น นอกจากนี้ยังใกล้กับวัดพรหมรังษี โรงเรียนพระหฤทัย  ดอนเมือง และสำนักงานเขตดอนเมือง ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.71 ลบ. 2. บ้านเดี่ยว 2 ชั้นพร้อมบ้านพักคนงาน เนื้อที่ 267.8 ตร.ว. ถ.อนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมเข้าออกได้หลายเส้นทางใกล้ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 ห้างบิ๊กซี พระราม 2 ห้างโฮมโปร พระราม 2 วัดท่าข้าม โรงเรียนวัดท่าข้าม และวัดเลา ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  8.83 ลบ.     3. อพาร์ทเมนท์ 4 ชั้น รวม 84 ห้อง เนื้อที่ 131.6 ตร.ว.โครงการไทยธานีคอนโด ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย ใกล้ตลาดยิ่งเจริญพลาซ่า มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตสะพานใหม่  โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม ห่างจากสถานีสะพานใหม่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียง 2.3 กม. ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.34 ลบ. 4. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 86.3 ตร.ว. โครงการบ้านฟ้าลากูน ถ.เลียบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต โรงเรียนอนุบาลรังสิต ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.31 ลบ. 5. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 60.5 ตร.ว. โครงการออลสวีท ภูเก็ตซิตี้-พันวา ถ.ศักดิเดชน์ (ทล.4023) ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงเรียนบ้านอ่าวน้ำบ่อ  และโรงเรียนดาวรุ่งวิทยา  ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 4.71 ลบ.        6. อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา แบ่งเป็น 1 คูหา เนื้อที่ 22.5 ตร.ว. และ 2 คูหาติดกัน เนื้อที่ 45 ตร.วา ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านพาณิชยกรรม สาธารณูปโภคครบครัน ใกล้สถานีขนส่งหาดใหญ่ ห้างเซ็นทรัล หาดใหญ่ และห้างแม็คโคร หาดใหญ่ ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 20.68 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.1/2568) ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 9 ก.ย. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.2/2568) ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 22 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

30 Aug 2025

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำคอนโดมิเนียมมือสองจำนวนกว่า 500 รายการทั่วประเทศ ออกจำหน่ายในงาน“มหกรรมคอนโดมิเนียมออนไลน์ ราคาพิเศษ” ลดราคาสูงสุด 50% จากราคาปกติ ผ่าน Application : GHB ALL HOME ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 3 วันทำการ รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท ต่อที่ 2 : สำหรับลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท และ ต่อที่ 3 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและยื่นขอสินเชื่อภายใน 45 วัน นับถัดจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายมีสิทธิ์รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% คงที่นาน 2 ปีแรก นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. จัดงาน “มหกรรมคอนโดมิเนียมออนไลน์ ราคาพิเศษ” โดยนำคอนโดมิเนียมมือสองคุณภาพดี ออกจำหน่ายกว่า 500 รายการทั่วประเทศ ลดราคาสูงสุด 50% จากราคาปกติ ผ่าน Application :  GHB ALL HOME ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. โดยเป็นคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 361 รายการ  อาทิ คอนโดมิเนียม ชั้น 20 จาก 26 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 32.22 ตารางเมตร ในโครงการริชพาร์ค @เตาปูน เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,610,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่อยู่ในเขตเมือง เดินทางได้อย่างสะดวกและมีเส้นทางคมนาคมที่หลากหลาย และคอนโดมิเนียมในส่วนภูมิภาค จำนวน 145 รายการ อาทิ คอนโดมิเนียม ชั้น 3จาก 8 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 38.98 ตารางเมตร ในโครงการทรีบูทีคคอนโด 2  อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,700,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่เหมาะแก่การซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเป็นห้องพักตากอากาศ พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 3 วันทำการ รับบัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่า 1,000 บาท (รางวัลละ 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ) จำนวน 100 ใบ (แบ่งเป็นทรัพย์ในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล 50 ใบ และทรัพย์ในเขตภูมิภาค 50 ใบ) ต่อที่ 2 : สำหรับลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท (รางวัลละ 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ) และ ต่อที่ 3 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงาน และยื่นขอสินเชื่อภายใน 45 วัน นับถัดจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายมีสิทธิ์รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% คงที่นาน 2 ปีแรก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อออนไลน์ได้ที่ Application : GHB ALL HOME โดยสามารถรับชมภาพทรัพย์จริงได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือ www.ghbhomecenter.com ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทรัพย์ NPA ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ซึ่งลูกค้าที่จองซื้อบ้านมือสอง ธอส. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com, Mobile Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @GHBALLHOME

12 Aug 2025

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner