Responsive image

Friday, 07 Aug 2026

Banner
LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ blueplus+ แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ในเครือบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดตัว "TIPSNACK" นวัตกรรมประกันภัยรูปแบบ Subscription รายเดือนครั้งแรกของประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนความคุ้มครอง ให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับเพิ่ม ลด หรือหยุดแผนประกันได้ทุกเมื่อ โดยไม่มีข้อผูกมัดระยะยาว สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในการบริหารค่าใช้จ่ายและการเลือกใช้บริการตามความจำเป็น คุณสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านการขายและการตลาด 1 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ทิพยประกันภัยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ การเปิดตัว TIPSNACK ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรายเดือนในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ รวมถึงประกันอุบัติเหตุรายเดือน ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ด้านประกันภัย ภายใต้แนวคิด 'Lifestyle Insurance' หรือประกันภัยที่ยืดหยุ่นได้ตามชีวิตจริง ที่ให้ลูกค้าสามารถบริหารความคุ้มครองได้อย่างยืดหยุ่น เลือกจ่ายเป็นรายเดือน พร้อมปรับเปลี่ยนแผนให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลาของชีวิตได้โดยไม่มีข้อผูกมัด อีกทั้งในอนาคต ทิพยประกันภัยมีแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ความร่วมมือกับ blueplus+ ในครั้งนี้จะช่วยขยายการเข้าถึงบริการประกันภัยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ผู้บริโภคใช้งานในชีวิตประจำวัน ทำให้การเข้าถึงความคุ้มครองเป็นเรื่องง่าย สะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น"   ด้าน คุณภากร สุริยาภิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจดิจิทัลและโซลูชัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) กล่าวว่า “blueplus+ มุ่งพัฒนาการมอบสิทธิพิเศษและโปรโมชันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการเติมน้ำมันที่ PTT Station, การดื่มกาแฟที่ Café Amazon หรือใช้บริการแบรนด์ในเครือ OR การร่วมมือกับทิพยประกันภัยในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวของการต่อยอด Ecosystem ด้านการเงินและประกันภัยบนแอปพลิเคชัน blueplus+ โดย TIPSNACK จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของสมาชิกที่มองหาความคุ้มครองที่ยืดหยุ่น ปรับได้ตามจังหวะชีวิต พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษเฉพาะสมาชิก blueplus+ เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มในทุกมิติ" สมาชิก blueplus+ ที่สมัครผลิตภัณฑ์ประกันภัยจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ ดังนี้ • ลูกค้าใหม่ที่ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+   - ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน 10% นาน 3 เดือน   - คูปองส่วนลด Café Amazon มูลค่า 30 บาท ทุกเดือน สูงสุด 12 เดือน   - รับคะแนน blue point เพิ่มอีก 100 คะแนน สำหรับผู้สมัครแผน M • ลูกค้าใหม่ที่ซื้อประกันอุบัติเหตุ   - รับความคุ้มครองฟรี 1 เดือน  - รับคะแนน blue point 5 เท่า ทุกเดือน สูงสุด 12 เดือน  - รับคะแนน blue point เพิ่มอีก 20 คะแนน สำหรับผู้สมัครแผน L ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้แล้ววันนี้ ผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+  

05 Aug 2026


...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแอปพลิเคชัน Emma by AXA เพื่อให้บริการสมาชิกกรมธรรม์ประกันกลุ่ม ให้สะดวกกว่าที่เคย พร้อมยกระดับการจัดการทุกเรื่องกรมธรรม์ประกันกลุ่มให้เป็นเรื่องง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถดูรายละเอียดกรมธรรม์ประกันกลุ่มของคุณและครอบครัวได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาหลัก สัญญาเพิ่มเติม หรือข้อมูลกรมธรรม์ประกันกลุ่มของครอบครัว นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถดูบัตรประกันกลุ่มแบบอิเล็กทรอนิกส์ E-Card เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ารับการบริการจากสถานพยาบาลคู่สัญญาของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โดยไม่ต้องพกบัตรแข็งและหมดกังวลเรื่องการสูญหาย อีกทั้งยังสามารถติดตามและตรวจสอบประวัติการเคลมพร้อมเช็กวงเงิน OPD คงเหลือได้ ตลอด 24 ชั่วโมง และส่งคำขอเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบออนไลน์ ทำให้การเคลมเป็นเรื่อง “ง่าย”  เคลมได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงปลายนิ้ว พร้อมทั้งค้นหาสถานพยาบาลในเครือข่าย ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้ครบทุกเรื่องกรมธรรม์ในแอปพลิเคชัน Emma by AXA สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA ท่านสามารถดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play และ App Store ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th  หรือ โทร.1159 ทั้งนี้สามารถอ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Group-Insurance-News

05 Aug 2026

...

อารีเกเตอร์ (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ ภายใต้คอนเซปต์ “จริงใจ เข้าใจ เติบโตไปพร้อมกัน” บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายธีระวัฒน์ สาเจริญ ผู้บริหารสายงานธุรกิจอารีเกเตอร์ นำทีมงานเดินสายพบปะสมาชิกนายหน้าประกันภัย กับกิจกรรม “อารีเกเตอร์สัญจร ประจำปี 2569” ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่ออัปเดตข่าวสาร ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการพัฒนาด้านต่าง ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เรียนรู้การใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์และเสริมทักษะการขายประกันในยุคดิจิทัล ภายในงาน สมาชิกได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคและแนวทางเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ทั้งจากการขายประกันและการแนะนำสินเชื่อจากเงินติดล้อ เพื่อนำไปต่อยอดและสร้างยอดขายให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะต่าง ๆ มุ่งสู่การเติบโตไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากทีมงานหนึ่งในพันธมิตร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ร่วมให้ความรู้และส่งเสริมด้านการประกันภัยในพื้นที่ ซึ่งมีสมาชิกให้ความสนใจเข้าร่วม 101 คน ณ โรงแรมโอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำหรับนายหน้าประกันหรือนักขายอิสระสามารถเยี่ยมชมข้อมูลอารีเกเตอร์ และสมัครสมาชิกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่: เว็บไซต์อารีเกเตอร์ www.areegator.com Facebook อารีเกเตอร์ YouTube อารีเกเตอร์ Areegator Call Center 02-792-1320 กด 2 (จ.-ศ. เวลา 08.30 - 17.30 น.)

05 Aug 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnership) เพื่อร่วมพัฒนาบริการด้านประกันภัยและบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทยที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของทั้งสององค์กร ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ทิพยประกันภัยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยผ่านเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัลที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการในอนาคต” “ความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 10 ปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาบริการเพื่อประโยชน์ของประชาชน การยกระดับสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการร่วมสร้างบริการและโซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคมดิจิทัล สนับสนุนการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึง”   ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ไปรษณีย์ไทยมุ่งพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัล โดยต่อยอดจุดแข็งของเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ผสานกับเทคโนโลยีและความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ความร่วมมือกับทิพยประกันภัยในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านประกันภัยและบริการภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพทั้งผ่านที่ทำการไปรษณีย์และช่องทางดิจิทัล” “ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งสององค์กรได้ร่วมกันพัฒนาบริการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับชำระเบี้ยประกันภัย การให้บริการผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ และการขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัย การยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมและบริการรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในอนาคต และสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการดิจิทัลของประเทศ”     ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมการพัฒนาระบบรองรับการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ การพัฒนาระบบบริการประกันภัยประเภทต่าง ๆ การขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโซลูชันและบริการใหม่ ๆ โดยอาศัยศักยภาพและความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กร เพื่อสร้างบริการที่สะดวก ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน  

04 Aug 2026

...

นายเคียน ฮิน ลิม (ขวา) ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายวรณัฐ เพียรธรรม (ซ้าย) ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในกลุ่มธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 931 หลักทรัพย์ โดยสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญในด้าน ESG สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การได้รับคัดเลือกเข้าสู่ทำเนียบ ESG100 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิต ที่นำหลัก ESG มาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กร ตั้งแต่การกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการดูแลลูกค้าภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” หรือ Care with Heart ที่มุ่งส่งมอบคุณค่า รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบรอบด้าน บริษัทฯ ขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าว ภายใต้วิสัยทัศน์ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย” ผ่านกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน หรือ TLI Sustainability Strategy ซึ่งครอบคลุมใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ “Trusted Partner” มุ่งพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ สร้างความเชื่อมั่นและตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ล่าสุดได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” ภายใต้แนวคิด “ผลิตภัณฑ์เดียวที่สามารถวางแผนชีวิตของตนเองและครอบครัวได้ตลอดชีวิต” ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตไปตลอดเส้นทางชีวิตได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งการวางแผนความคุ้มครอง การวางแผนสุขภาพ การบริหารความมั่งคั่ง การลงทุน การวางแผนเกษียณอายุ ตลอดจนการส่งต่อคุณค่าและมรดกให้แก่ครอบครัวและคนที่คุณรัก หรือการพัฒนาบริการในลักษณะ e-Service หลากหลายรูปแบบ อาทิ e-Payment, e-Policy, e-Receipt  มิติสังคม “Life Inclusion” ส่งเสริมการเข้าถึงบริการและความรู้ทางการเงินและการประกันชีวิตอย่างทั่วถึง อาทิ โครงการไทยประกันชีวิตเสริมโอกาส สร้างอาชีพ และมิติสิ่งแวดล้อม “Infinite World” มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมทั้งกำหนดโครงการและมาตรการในการดำเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในระดับองค์กรและสังคมไทยในระยะยาว นายเคียน ฮิน ลิม กล่าวเสริมว่า “การติดอันดับ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จึงเป็นอีกหนึ่งบทสะท้อนของการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องของไทยประกันชีวิต โดยบริษัทฯ มุ่งต่อยอด ESG จากแนวคิดสู่การดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับทุกมิติของธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่องค์กร พร้อมส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Sustainable Tomorrow อย่างยั่งยืนในระยะยาว” สถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่า กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และดำเนินการต่อเนื่องถึงปัจจุบัน สู่ปีที่ 12 ซึ่งการจัดระดับของสถาบันไทยพัฒน์ จะพิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน การจัดระดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนโดยสถาบันไทยพัฒน์ เป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI  

03 Aug 2026

...

เอไอเอ ไวทัลลิตี้ (AIA Vitality) โครงการสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 10 ปี จัดปาร์ตี้สุขภาพครั้งยิ่งใหญ่กลางใจเมือง กับงาน “10th Anniversary AIA Vitality in the City” ที่ขนขบวนกิจกรรมสุขภาพสุดอินเทรนด์มาเสิร์ฟตลอดวันให้ทุกคนไม่มีเอ้าท์ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม ณ ลานกิจกรรม Block I สยามสแควร์ วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 พร้อมชวนทุกคนร่วมสร้างปรากฎการณ์แอโรบิกแดนส์กลางสยาม กับ “หมาก ปริญ สุภารัตน์” AIA Vitality Ambassador และเจ้าแม่เวทีแอโรบิกแห่งยุค “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” ต่อด้วยซุมบ้าแดนส์ ปาร์ตี้ สุดมันส์ โดยครูแน็ท ซุมบ้า นอกจากนี้ ทุกคนยังสามารถมาสนุกได้ที่บูธกิจกรรมของ AIA Vitality และเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง Gadget สุขภาพจากพันธมิตรชั้นนำ งานนี้เปิดให้ทุกคนเข้าฟรี ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอไอที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เราได้เปิดตัว AIA Vitality ในประเทศไทยเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนบทบาทธุรกิจประกันชีวิตจากการเป็นเพียงผู้ให้ความคุ้มครอง สู่การเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพที่พร้อมช่วยสนับสนุนให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว จนถึงปัจจุบัน AIA Vitality เติบโตเป็นโครงการส่งเสริมสุขภาพและการใช้ชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยจำนวนสมาชิกมากเกือบ 1 ล้านคน และมากกว่าความสำเร็จด้วยจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เรายังได้เห็นผลลัพธ์ด้านสุขภาพของสมาชิกที่เป็นไปในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยสมาชิกที่มีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่ดีขึ้นกว่า 20% ความดันโลหิตดีขึ้นกว่า 50% ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นกว่า 60% และระดับคอเลสเตอรอลดีขึ้นกว่า 25% ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีขึ้นของสมาชิกจำนวนมากทั่วประเทศ ซึ่งนี่ถือเป็นความสำเร็จที่แท้จริงของโครงการ AIA Vitality ในประเทศไทย     คุณนิคฮิล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เอไอเอ ไวทัลลิตี้ มีการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานขององค์ความรู้ทางการแพทย์ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเทรนด์สุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับสิทธิประโยชน์และรางวัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น และสำหรับก้าวต่อไปของ AIA Vitality เรายังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม พัฒนาประสบการณ์ดิจิทัล และเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศด้านสุขภาพ เพื่อมอบประสบการณ์สุขภาพที่มีความเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนให้คนไทยสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น เพื่อการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”     คุณหมาก ปริญ สุภารัตน์ AIA Vitality Ambassador กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ AIA Vitality ในโอกาสครบรอบ 10 ปีในประเทศไทย “ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ AIA Vitality มานานกว่า 8 ปี ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สำหรับผม AIA Vitality ได้เปลี่ยนมุมมองเรื่องการดูแลสุขภาพไปอย่างสิ้นเชิง เพราะทำให้เข้าใจว่าการมีสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก ๆ แต่สามารถเริ่มได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เดินให้มากขึ้น เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หรือนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้หากทำอย่างสม่ำเสมอ สามารถนำไปสู่สุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน และยังทำให้เรามีเวลาใช้ชีวิตกับคนที่รักและทำในสิ่งที่ชอบได้อย่างเต็มที่อีกด้วย แต่สิ่งที่ดีกว่าคือ "ไวทัลลิตี้ โบนัส” ที่ให้เงินคืนสูงสุดถึง 20% ของเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ปีแรก ตามสถานะไวทัลลิตี้ ซึ่งทำให้การดูแลสุขภาพของเราคุ้มค่ายิ่งขึ้นครับ “วันนี้ผมดีใจมากที่ได้เห็นคนรักสุขภาพมารวมตัวกันที่งาน 10th Anniversary AIA Vitality in the City ซึ่งเราจะได้มาร่วมสร้างปรากฎการณ์สุขภาพดีไปด้วยกัน และฉลองครบรอบ 10 ปีของ AIA Vitality โครงการสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดประเทศไทย พร้อมเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไปด้วยกันครับ”     ภายในงาน “10th Anniversary AIA Vitality in the City” อัดแน่นด้วยกิจกรรม Fit & Fun ที่พร้อมชวนทุกคนออกมาสนุกกับการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น Flex & Flow Corner ที่ท้าทายทั้งพละกำลังและความยืดหยุ่น, Smoothie Bike ที่เปลี่ยนพลังจากการปั่นให้เป็นสมูทตี้แก้วโปรดแสนสดชื่น และกิจกรรม ออกแบบ Avatar เพื่อสร้างสรรค์ลุค Healthy ในสไตล์ที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ พร้อมรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดของ เอไอไอ ไวทัลลิตี้ ที่ต้องการสร้างแรงจูงใจให้การมีสุขภาพดีเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงง่าย และทำได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน  

01 Aug 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นางพิรัชนี นวสิทธิกุล ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (ที่ 10 จากซ้าย) ให้การต้อนรับ นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. (ที่ 9 จากซ้าย) ในโอกาสเยี่ยมชมบูท กรุงเทพประกันชีวิต ในงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Healthy Life • Happy Future: สุขภาพดี ชีวิตดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และกองทุนประกันชีวิต ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกรุงเทพประกันชีวิตในการส่งเสริมให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด “ใส่ใจให้ชีวิตดีมีสมดุล” ที่มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ดี โดยกรุงเทพประกันชีวิตได้นำเสนอประสบการณ์ภายในบูทที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้สำรวจสมดุลชีวิตของตนเอง พร้อมรับคำแนะนำด้านการวางแผนชีวิตและการเงินจากตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับทุกช่วงของชีวิต อันสอดคล้องกับเป้าหมายของงานที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพควบคู่กับการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคต

25 Jul 2026

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026


...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าส่งเสริมวินัยทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มักประสบปัญหาการจัดสรรเงิน เนื่องจากใช้บัญชีรับชำระเงินบัญชีเดียวผ่านแอปร้านค้าออมสินมหาเฮง ทำให้บริหารจัดการเงินออมและค่าใช้จ่ายได้ยาก ล่าสุด ธนาคารจึงเปิดตัวบัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” นวัตกรรมเงินฝากที่ช่วยโอนเงินจากยอดขายเข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ช่วยสร้างวินัยการออมรายวัน จัดสรรเงินสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายกิจการ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อย่างสะดวก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยสูง 0.50% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งเงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนค้าขาย สะสมเงินทีละเล็กละน้อยจนเป็นเงินก้อน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว บัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” เป็นบัญชีประเภทเผื่อเรียกสำหรับบุคคลธรรมดาที่ใช้แอปร้านค้าออมสินมหาเฮงรับชำระค่าสินค้าและบริการ โดยระบบจะโอนเงินจากยอดขายประจำวันเข้าบัญชีอัตโนมัติตามจำนวนที่กำหนด ให้สิทธิ์เปิดบัญชี 1 คนต่อ 1 บัญชี เริ่มต้นฝากได้ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปต่อการปิดยอดขายแต่ละครั้ง และไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ทั้งนี้ การนำเงินเข้าบัญชีจะทำได้ผ่านบริการออมเงินอัตโนมัติในแอปร้านค้าออมสินมหาเฮงเท่านั้น (ยกเว้นการเปิดบัญชีครั้งแรกที่ทำได้ ณ สาขา) ส่วนการทำธุรกรรมอื่น ๆ เช่น การโอนเงิน ถอนเงิน หรือสแกนชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถทำได้ตามปกติเหมือนบัญชีเงินฝากทั่วไป รับอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นให้เป็นตามประกาศของธนาคาร และได้รับการยกเว้นภาษี ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th​ และ GSB Contact Center โทร. 1115

28 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย ประกอบกับต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่ส่งผลต่อประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ธนาคารออมสินจึงมุ่งสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงินที่มีความปลอดภัย อัตราดอกเบี้ยเป็นธรรม และตอบโจทย์การสร้างรายได้ ผ่าน “สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนออมสินสร้างอาชีพ” วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยต่ำไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน (Flat Rate) ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง เพิ่มโอกาสในการเริ่มต้นหรือต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และช่วยให้ประชาชนสามารถตั้งตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยขั้นตอนการยื่นกู้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับ “สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนออมสินสร้างอาชีพ” เปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ลูกจ้าง พ่อค้า แม่ค้า ผู้มีรายได้ประจำที่ต้องการหารายได้เสริม รวมถึงผู้รับจ้างให้บริการต่าง ๆ ที่มีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 20 - 65 ปี โดยเป็นสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) วงเงินกู้ตามความจำเป็นสูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 5 ปี ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพลังสนับสนุนคนตัวเล็กให้เข้าถึงโอกาสทางการเงินในระบบ เพื่อให้ “ทุกชีวิต” สามารถก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจและเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง  

24 Jul 2026

...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ต่อยอดการสนับสนุนผู้ประกอบการภายใต้โครงการ Reinvent Thailand (พลวัตใหม่เพื่ออนาคต เศรษฐกิจไทย) โดยกรุงศรีเปิดตัว “สินเชื่อ Krungsri SME อัพพลัง” (Krungsri SME Power Up) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการลงทุนทั้งการเพิ่มกำลังการผลิต การลงทุนเครื่องจักร ดิจิทัลเทคโนโลยี นวัตกรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยวงเงินสินเชื่อสูงสุด 150 ล้านบาท พร้อมมอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี เพื่อช่วยเร่งการลงทุนและยกระดับศักยภาพของธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้า SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “วันนี้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้แข่งขันกันเองเพียงในประเทศอีกต่อไป แต่ต้องแข่งขันกับธุรกิจจากทั่วโลก ดังนั้น การลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภาพ นำเทคโนโลยีมาใช้ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น ก่อนหน้านี้ กรุงศรีได้เปิดตัว “สินเชื่อ Krungsri SME เสริมพลัง 2 เท่า” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการSME รายย่อยและขนาดเล็ก ภายใต้โครงการ Reinvent Thailand และในครั้งนี้ ธนาคารได้ต่อยอดการสนับสนุนด้วย “สินเชื่อ Krungsri SME อัพพลัง” เพื่อรองรับผู้ประกอบการ SME ขนาดกลางที่มีแผนลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ขึ้น และต้องการวงเงินสินเชื่อที่สูงขึ้นในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เราเลือกใช้ชื่อ “สินเชื่ออัพพลัง” เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแหล่งเงินทุน แต่คือพลังและความมั่นใจในการยกระดับธุรกิจ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในเวทีโลก” ทั้งนี้ “สินเชื่อ Krungsri SME อัพพลัง” มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ค้าปลีกและค้าส่ง โลจิสติกส์ เกษตรและเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจไทย และจำเป็นต้องเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภาพ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ รวมถึงยกระดับกระบวนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยจุดเด่น คือการมอบวงเงินสินเชื่อสูงสุดถึง 150 ล้านบาท ซึ่งออกแบบมาให้รองรับการลงทุนของโครงการได้อย่างเพียงพอ พร้อมด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระต้นทุนในช่วงเริ่มต้น และเร่งการลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างมั่นใจ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สาขาของธนาคาร ติดต่อผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าของธนาคาร หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจกรุงศรี โทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-2626 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด 

19 Jul 2026

...

ธนาคารออมสิน จัดการออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” งวดประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการออกรางวัลครั้งสุดท้ายของแคมเปญ   โดยมี ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เป็นประธานกรรมการออกรางวัล และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.นิตยา โสรีกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ นายสืบสกุล พันธ์ดี หัวหน้าผู้ประกาศข่าวอาวุโส สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ร่วมเป็นกรรมการออกรางวัลครั้งนี้ด้วย ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่     โดยผลการออกรางวัลมีผู้โชคดีรับ รางวัลพิเศษ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รวมมูลค่า 70 ล้านบาท ซึ่งธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนของผู้โชคดีภายในวันถัดไป ทั้งนี้ สามารถตรวจผลรางวัลได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน www.gsb.or.th    

18 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายมิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร ผู้นำสายงานด้านการส่งเสริมความยั่งยืนทางสังคม (Social Impact Lead) นำทีมจัดกิจกรรมอบรมความรู้ด้านการเงินใน “โครงการพี่เลี้ยงการเงิน” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้รับความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ และมีภูมิคุ้มกันทางการเงินที่เข้มแข็ง พร้อมส่งต่อความรู้และให้คำแนะนำกับเพื่อนพนักงานภายในองค์กร นำไปสู่การมีสุขภาพทางการเงินที่ดีอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้พี่เลี้ยงการเงินรุ่น 1-5 ที่สนใจ เข้าร่วมทบทวนและต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำด้านการเงิน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงและเทคนิคการให้คำปรึกษาที่ประสบความสำเร็จอย่างใกล้ชิด โดยในงานได้รับเกียรติจาก นายวราธิป เจียมพานทอง ผู้จัดการส่วนส่งเสริมความรู้ทางการเงินและลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายคลินิกแก้หนี้ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และ นายอนุตม์ กรกำแหง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ-ราจา ธุรกิจเพื่อสังคม จำกัด ร่วมเป็นวิทยากร โดยมีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมรวม 24 คน ทั้งนี้ เงินติดล้อริเริ่มโครงการพี่เลี้ยงการเงินให้แก่บุคลากรภายในองค์กรอย่างจริงจังมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 โดยเข้าร่วมกับโครงการ “Happy Money พี่เลี้ยงการเงิน” จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตร รุ่น 1-5 รวม 79 คน ซึ่งได้ต่อยอดแบ่งปันความรู้การวางแผนการเงินขั้นต้น และร่วมแก้ปัญหาด้านการเงินให้กับเพื่อนพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม   ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม Tidlor Holdings ในการสร้างโอกาสทางความรู้ด้านการเงินและประกันภัย ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social, and Governance) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ อีกด้วย

10 Jul 2026

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมแสดงความยินดีกับ นางสาวแซนดี้  โลเปส กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิดโด แปซิฟิค จำกัด ลูกค้า (กลาง) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย รถเข็นเด็ก คาร์ซีทเด็ก ของเล่นเพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างพัฒนาการเด็กทุกช่วงวัย ผลิตภัณท์ของใช้สำหรับเด็กและคุณแม่ เนื่องในโอกาสเปิดงาน Grand Opening Kiddoland Flagship Store at CentralWorld แหล่งรวบรวมสินค้าสำหรับแม่และเด็กที่ครบครัน สร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรุงเทพประกันชีวิต และ Kiddo Pacific ในฐานะพันธมิตรที่ร่วมส่งเสริมการดูแลและเติมเต็มความใส่ใจให้กับพ่อแม่และลูกในทุกช่วงวัย ณ ร้าน Kiddoland ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

04 Aug 2026


...

นางสุดารัตน์ ทับไทร หัวหน้างานบริหารทั่วไป โรงพยาบาลช้างกระบี่ รับมอบยาและเวชภัณฑ์สำหรับช้าง พร้อมพัดลมอุตสาหกรรม มูลค่ารวม 101,226 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาวเยาวภา อมรชร ผู้จัดการสาขากระบี่ เป็นผู้แทนมอบ ภายใต้ “โครงการรักษ์ช้างยั่งยืน” เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจรักษาช้างเจ็บป่วย ช้างบาดเจ็บ และช้างชราภาพ ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงภารกิจดูแลช้างภายในโรงพยาบาลช้างกระบี่ และโครงการสัตวแพทย์สัญจร (Elephant Mobile Project) ให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วย ตลอดจนส่งเสริมแนวทางการดูแลรักษาช้างให้กับชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ณ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ทั้งนี้ “โครงการรักษ์ช้างยั่งยืน” มีจุดเริ่มต้นจากกิจกรรมช่วยเหลือช้างในจังหวัดเชียงใหม่ ให้รอดพ้นจากภาวะขาดแคลนอาหาร ในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปี พ.ศ. 2563 โดยตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา  วิริยะประกันภัย ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายดูแลช้างและกลุ่มวิริยะจิตอาสา จัดกิจกรรมอนุรักษ์ช้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ การช่วยเหลือช้างยามวิกฤต การสร้างเครือข่ายผู้อนุรักษ์ช้างของชุมชน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและช้างอย่างสมดุล ฯลฯ ซึ่งดำเนินการแล้วในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันตก และล่าสุดที่ภาคใต้ โดยแต่ละปี บริษัทฯ ได้มีการปรับแผนการดำเนินงานช่วยเหลือช้างให้เหมาะสมตามสภาพปัญหาของช้างในแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาและยกระดับโครงการให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไปในอนาคต      

02 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล ลงนามถวายพระพร และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ดี และพลังของแผ่นดิน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ชั้น 11 ห้องแก้ววิเชียร อาคาร SME Bank Tower เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569    

28 Jul 2026

...

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

28 Jul 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ธ.ก.ส. ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569    

28 Jul 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยถวายความเคารพและกล่าวคำถวายพระพรชัยมงคลต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดีและพลังของแผ่นดิน ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป     จากนั้น ได้ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแก่พระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณโถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ และบริเวณอุทยานมงคลสถาน ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร     นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ ประกอบด้วย การนำพนักงาน ธ.ก.ส. ร่วมทำความสะอาดลานวัด และบริเวณอื่น ๆ ของวัด เพื่อสร้างความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่วัด โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างพร้อมใจกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ และความภาคภูมิใจที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นจิตอาสาและมุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคมและส่วนรวม ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯ

24 Jul 2026

BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

  Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) นำทีมให้การต้อนรับพนักงานและผู้บริหารจากหลากหลายองค์กรในประเทศเวียดนาม ร่วมกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 19 ท่าน ภายในงานทีมผู้บริหารและทีม Culture Gangster ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการสร้างค่านิยมองค์กร พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำวัฒนธรรมองค์กรไปต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของทีมงาน ประสิทธิภาพงาน และการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งการมาเยือนของคณะผู้นำจากประเทศเวียดนามในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและการยอมรับจากองค์กรระดับภูมิภาคเอเชีย ต่อโมเดลการพัฒนาองค์กรของเงินติดล้อ ที่ใช้วัฒนธรรมองค์กรมาเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานสำคัญของธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ทั้งนี้หลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ Tidlor Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับชาวเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป

02 Jul 2026


...

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจการตลาดและจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) อย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการ “พัฒนาครีเอเตอร์หน้าใหม่สู่ธุรกิจดิจิทัล” (NEXT-GENERATION CREATOR DEVELOPMENT PROGRAM for the Digital Business Era) มุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านการตลาดดิจิทัล การสื่อสารออนไลน์ การสร้างอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (Personal Branding) และการสร้างคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาสร้างรายได้เสริมระหว่างเรียน ผ่านประสบการณ์จริงกับแบรนด์ชั้นนำ   พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ครั้งนี้ จัดขึ้นในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 โดยมี คุณธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร และ คุณอนุตร ภู่อารีย์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม และประธานคณะขับเคลื่อนโครงการพัฒนาครีเอเตอร์หน้าใหม่สู่ธุรกิจดิจิทัล รองศาสตราจารย์พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และคุณกิตติศักดิ์ มาพะเนาว์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตลอดจนคณะผู้บริหารและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วมพิธีลงนามอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้อง Silk 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา   สำหรับข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะด้านการตลาดดิจิทัล เทคนิคการขายออนไลน์ และการบริหารอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (Personal Branding) บนสื่อดิจิทัล เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและช่องทางออนไลน์   คุณธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โลกการค้าและการสื่อสารในปัจจุบันมีบทบาทบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่คนรุ่นใหม่จะมีทักษะด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการตลาดออนไลน์อย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญ ทางบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตลาดจากประสบการณ์จริงของนักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์ต่าง ๆ ภายในบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวสินค้า การทำการตลาดในรูปแบบพันธมิตรทางธุรกิจ (Affiliate Marketing) ตลอดจนความร่วมมือทางการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาได้ก้าวสู่การประกอบอาชีพในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นใจในอนาคต”   ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะขับเคลื่อนโครงการพัฒนาครีเอเตอร์หน้าใหม่สู่ธุรกิจดิจิทัล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และคุณกิตติศักดิ์ มาพะเนาว์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวร่วมกันว่า “สำหรับความร่วมมือกับบริษัท ไอ.ซี.ซี. ในครั้งนี้ จะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ฝึกฝนทักษะด้านการสื่อสาร การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่การประกอบอาชีพจริง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสื่ออินเทอร์เน็ตเพื่อวางแผนและดำเนินงานด้านการตลาด รวมทั้งกระบวนการสร้างและบริหารอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (Personal Branding) บนสื่อดิจิทัล พร้อมต่อยอดสู่การสร้างรายได้ผ่านการสร้างคอนเทนต์ การรีวิวสินค้า และกิจกรรมทางการตลาดดิจิทัลภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดร่วมกัน”   บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ของทั้งสองหน่วยงานนี้ มีกำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายที่จะร่วมกันพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริง เพื่อให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันของภาคธุรกิจและภาคการศึกษาในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจสู่การเรียนรู้ในห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนที่มีคุณภาพสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต โดยบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย มีดังนี้ • บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) : สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล การสร้างคอนเทนต์ เทคนิคการขายออนไลน์ และ Affiliate Marketing ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนแบรนด์ของบริษัทร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงให้นักศึกษา • มหาวิทยาลัยสวนดุสิต : สนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ อุปกรณ์ และการประชาสัมพันธ์โครงการ พร้อมทั้งส่งเสริมและผลักดันให้นักศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมการตลาดดิจิทัลอย่างเป็นระบบและเหมาะสม รวมถึงสนับสนุนให้นักศึกษาได้นำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวิชาชีพและต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในอนาคต  

01 Jul 2026

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร จัดประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สาขาในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ สาขาชุมพร สาขาระนอง สาขาสุราษฎร์ธานี และสาขาเกาะสมุย โดยเน้นย้ำให้สานต่อการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และครบวงจรในมิติสำคัญ ได้แก่ “มิติเข้าถึงแหล่งทุน”  มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ และสามารถยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว “มิติช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง” สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน ฟื้นธุรกิจได้อีกครั้ง และ “มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพ” Upskill-Reskill ก้าวทันโลก  ผ่านกิจกรรม Onsite และ Online ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง         พิชิต มิทราวงศ์   นอกจากนั้น เข้าเยี่ยมชมกิจการลูกค้า บริษัท เอสทีคอฟฟี่แอนด์แสงทอง 1982 จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟแปรรูป  แบรนด์ “เอสที กาแฟชุมพร”  ต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและยกระดับเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่น จำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ มีส่วนช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน  โดย SME D Bank สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเงินลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ ต่อยอดสู่ธุรกิจสีเขียว โดยมีนายพสิษฐ์ โชคดี  เจ้าของกิจการ ให้การต้อนรับ และพาเยี่ยมชม ณ จังหวัดชุมพร เมื่อเร็ว ๆ นี้

17 May 2026

...

  สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ หรือ VTLA จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในช่วงปีที่ผ่านมา และยังมีการหารือแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของสมาคมฯ เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อรายย่อย (Underbanked) และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนในสังคมไทยต่อไป พร้อมกันนี้ ภายในงานประชุม สมาคมฯ ได้ให้การต้อนรับและแนะนำสมาชิกใหม่ที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสมาคมฯ จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน): ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อทะเบียนรถชั้นนำ ภายใต้แบรนด์ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด : ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน โดยมีฐานลูกค้าจำนวนมากอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือของไทย บริษัท เน็คซ์ มันนี่ จำกัด : ผู้ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์และอื่น ๆ ในเครือ บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาคมฯ มีสมาชิกผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวนรวมทั้งสิ้น 19 ราย มีสาขารวมกันทั่วประเทศมากกว่า 18,000 สาขา และมีฐานลูกค้ารวมกันกว่า 6 ล้านราย สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 065-919-0644 หรือเยี่ยมชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมฯ ได้ที่ www.vtla.or.th  

02 May 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับบริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า ธ.ก.ส. ทั้งผู้ใช้แอปพลิเคชัน BAAC Mobile ผู้ถือบัตรเดบิต ธ.ก.ส. หรือบัตรเกษตรสุขใจ เพียงซื้อสินค้าที่เข้าร่วมรายการตามยอดที่กำหนด กดรับสิทธิ์ผ่าน Line Official Accounts BAAC Family และ Facebook Page: ธกส BAAC Thailand ณ ร้านไทวัสดุ และร้านบีเอ็นบี โฮม สาขาที่เข้าร่วมรายการ โดยเมื่อซื้อสินค้าครบทุก 3,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลดทันที 100 บาท ต่อใบเสร็จ และเมื่อซื้อครบทุก 5,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลดทันที 200 บาท ต่อใบเสร็จ (จำกัด 2,000 สิทธิ์/เดือน หรือ 20,000 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาแคมเปญ) ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2570 ทั้งนี้ ส่วนลดไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

15 Apr 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จับมือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยากเริ่มต้นส่งออก และรายที่ต้องการขยายตลาดส่งออกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เข้าร่วมโครงการ “I SME D Together : ปั้น Smart SMEs จาก Local สู่ Global” โดยจะได้รับการยกระดับเพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างแท้จริง  ผ่าน “โปรแกรม 3T” ส่งเสริมครบวงจร ประกอบด้วย Training เตรียมความพร้อม วางแผนการเงิน สู่การขยายตลาดโลก Technology  สนับสนุนเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ  และ Trade เปิดโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนให้เกิดการเจรจาและจับคู่ธุรกิจ เปิดรับสมัครแล้ว  รุ่นที่ 1 สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการขยาย “ตลาด Halal” (มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และซาอุดีอาระเบีย) เปิดอบรมระหว่างวันที่ 30–31 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ  และรุ่น 2  สำหรับกลุ่มต้องการขยาย “ตลาด CLMV”  (ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม   นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการ ยังได้การสนับสนุนจาก SME D Bank พาเข้าถึงแหล่งทุนอัตราต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท นำไปลงทุน หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง พร้อมขยายตลาดส่งออก ควบคู่กับช่วยพัฒนาผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เช่น หลักสูตร E-Learning และที่ปรึกษาธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ เป็นต้น พิเศษ สิทธิประโยชน์สำหรับ 20 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีสินค้าพร้อมจำหน่าย จะได้รับโอกาสเข้าร่วม Showcase สินค้าในวันงาน เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Networking) และต่อยอดโอกาสทางการค้าในอนาคต เป็นต้น รวมทั้ง ได้รับการเชิญร่วมออกงานแสดงสินค้าตามความสมัครใจ ที่มีให้เลือกมากกว่า 15 งาน ทั้งในและต่างประเทศ สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  รับจำนวนจำกัด รุ่นละ 100 กิจการเท่านั้น สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ 02-265-4494 หรือ Call Center 1357

14 Mar 2026

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

กบข. จัดงาน GPF Sustainability Forum 2026 พร้อมประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ Net Zero ระดมผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนสถาบัน และองค์กรชั้นนำจากทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนการลงทุนรับมือ Climate Change และ Silver Economy   กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดงาน GPF Sustainability Forum 2026:The Future Resilience Forum – Climate Resilience & the Silver Economy in Transition เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนสถาบัน องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ ในการร่วมกำหนดทิศทางการลงทุนเพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญของโลก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Silver Economy) พร้อมผลักดันการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม   นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการลงทุนที่รับผิดชอบ โดยเป็นผู้ลงนามหลักการลงทุนที่รับผิดชอบขององค์การสหประชาชาติ (UN PRI) รายแรกของประเทศไทย และได้ยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 20 ปี ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การบูรณาการปัจจัย ESG เข้าสู่กระบวนการลงทุน การทำหน้าที่เจ้าของสินทรัพย์เชิงรุก (Active Ownership) จนถึงการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างผลตอบแทนทางการเงินระยะยาวควบคู่กับคุณค่าต่อสังคม โดย กบข. ได้ประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ Net Zero อย่างเป็นทางการ พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินงานทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กร การปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการใช้บทบาทนักลงทุนสถาบันในการผลักดันบริษัทที่ลงทุนให้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ Net Zero ของประเทศไทย “เวที GPF Sustainability Forum 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการเปลี่ยนความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศให้เป็นโอกาสการลงทุนระยะยาว และ กบข. พร้อมทำหน้าที่ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาวในการขับเคลื่อนการลงทุนที่รับผิดชอบ สนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทย และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิกและประเทศอย่างยั่งยืน” นายศรพล กล่าว   ภายในงาน ผู้แทนจากธนาคารโลก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) UN PRI กลุ่มพันธมิตรทางการเงินกลาสโกว์เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (GFANZ) KPMG มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่า Climate Change และ Silver Economy เป็นเมกะ     เทรนด์ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนในระยะยาว พร้อมเสนอให้เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสูงวัย เช่น สุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย และนวัตกรรมทางการเงินเพื่อรองรับการมีอายุยืน (Longevity Finance)   นอกจากนี้ในงานสัมมนา ยังมีการจัด Executive Roundtable กับผู้แทนจากภาครัฐ นักลงทุนสถาบัน และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งได้ร่วมกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผลักดันการลงทุนใน Silver Economy โดยเห็นว่า การพัฒนาสังคมสูงวัยจำเป็นต้องเปลี่ยน "ความต้องการของสังคม" ให้เป็น โครงการที่ลงทุนได้จริง (Bankable Projects) ที่มีมาตรฐาน ข้อมูล และรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน พร้อมเสนอให้จัดทำ Silver Taxonomy เพื่อเป็นมาตรฐานกลางในการจำแนกโครงการด้านผู้สูงอายุ และส่งเสริมกลไก Blended Finance เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม นอกจากนี้ ยังมีความเห็นว่ากองทุนบำนาญสามารถมีบทบาทมากกว่าการเป็นผู้ลงทุน โดยร่วมพัฒนาโครงการให้พร้อมลงทุน สนับสนุนการสร้างมาตรฐาน และเชื่อมโยงผู้พัฒนาโครงการกับแหล่งเงินทุน เพื่อเร่งการเติบโตของ Silver Economy ในระยะยาว

03 Aug 2026


...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่เยี่ยมการปฏิบัติงานของพนักงานสาขาสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้กำลังใจพนักงานที่ปฏิบัติงาน พร้อมติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านโครงการและผลิตภัณฑ์สำคัญต่าง ๆ ของธนาคาร อาทิ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต สินเชื่อ BCG Model สินเชื่อคนเก่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่าย สินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่น สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์  พร้อมพบปะพูดคุยกับลูกค้า เพื่อสอบถามความคิดเห็นในการใช้บริการเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ อาทิ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรวย 20 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาททุกเดือน และ 2 เงินฝากใหม่ เงินฝากไซทอง และ เงินฝากพานทอง เงินฝากระยะสั้น (ฝาก 11 เดือน) รับดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.10 ต่อปี เปิดรับฝากถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถฝากได้ที่เคาน์เตอร์ ธ.ก.ส. ทุกสาขาใกล้บ้าน      พร้อมกันนี้ ยังได้เยี่ยมชม BAAC Outlet จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลูกค้าที่สาขา พร้อมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการ จัดวางผลิตภัณฑ์ (Product Display) และการพัฒนาคุณภาพสินค้าตามแนวทางการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปปรับใช้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรลูกค้า อันนำไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง อาทิ ข้าวมะลิดำและข้าวเหนียวดำปลอดสาร จากสวนลุงศักดิ์ โทร 083 943 9843 เม็ดมะม่วง  หิมพานต์ กรอบ หอม เคี้ยวเพลิน จากกลุ่มแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ จ.อุบลราชธานี โทร 063 761 8560 กล้วยอบพลังงานแสงอาทิตย์ ตราออนซอน กรอบ หวาน อร่อย โทร 045 366 022 และหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ ตรา Mali Brand โทร 085 582 2886 ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกชมและเข้าถึงสินค้าแกลมเกษตรที่เต็มไปด้วยคุณภาพจากเกษตรกรทั่วประเทศได้ง่าย สะดวก รวดเร็วเพียงไม่กี่คลิก พร้อมบริการจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้านผู้บริโภคโดยตรง ผ่านเว็บไซต์ BAAC Matching (https://baacmatching.baac.or.th) หรือสอบถามเพิ่มเติม ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555     โอกาสนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของสาขาสิรินธร โดยได้รับฟังรายงายผลการดำเนินงานความคืบหน้า พร้อมกำชับความปลอดภัย ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ โครงการแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ต่อไป    

01 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ “เต้ย - พงศกร   เมตตาริกานนท์” แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง “เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส  มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ ณ จังหวัดพะเยา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้ "อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง" จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อด้วยการไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วยการนั่ง "เรือแจวพื้นบ้าน" บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ "วัดติโลกอาราม" โบราณสถานกลางน้ำยุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และพลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านอาหารในตำนานริมกว๊านพะเยาอย่าง "ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน" ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"     ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ การเดินทางไปเยี่ยมชมอาณาจักร "บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา" เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ "บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู" พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณะแห่งกว๊านพะเยา และพบกับการนำกลีบและเกสรบัวมายกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสุดพรีเมียม ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Smart Drying ทำให้สามารถรักษากลิ่นหอม และคุณค่าทางสารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงหัวใจไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยมี ธ.ก.ส. เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการแปรรูป พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดตลอดห่วงโซ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา เบอร์โทรศัพท์ 089 997 3634     เตรียมพบกับความสนุกของทริปท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการนำดอกบัวมายกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุดพรีเมียม ติดตามการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

31 Jul 2026

...

นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือในการรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารในการบังคับคดีแพ่ง คดีปกครอง มาตรการบังคับทางปกครอง การบังคับโทษปรับตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 29/1 การบังคับโทษปรับในคดียาเสพติด และการบังคับค่าปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมกับธนาคารสมาชิกสมาคมธนาคารไทย  สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ 13 ธนาคาร เพื่อพัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย และมีมาตรฐานเดียวกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการบังคับคดี ลดระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ลดการใช้เอกสาร และอำนวยความสะดวกแก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายสุวินัย ไทยลาวัลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธ.ก.ส. เข้าร่วมลงนามครั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 6 ห้อง 601 อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  

24 Jul 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คว้า 3 รางวัล ในพิธีมอบรางวัลปฏิทินดีเด่น “สุริยศศิธร”ครั้งที่ 41 ประจำปี 2569 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย โดยเริ่มจัดการประกวดปฏิทินรางวัลสุริยศศิธร มาตั้งแต่ปี 2524 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรได้แสดงภาพลักษณ์ของตนเอง และเป็นการยกย่องปฏิทินไทยที่มีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ งดงาม มีประโยชน์ใช้สอย และสะท้อนคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม สังคมหรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการยกระดับการออกแบบ การผลิต การเผยแพร่ เพื่อสื่อความหมายด้วยวันและภาพ หรืออักษรที่ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีของชาติไทย     พร้อมส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการแบ่งชนิดปฏิทิน 3 ชนิด ได้แก่ 1. ปฏิทินแขวน 2. ปฏิทินตั้งโต๊ะ 3. สมุดบันทึก และแบ่งประเภทปฏิทิน 4 ประเภท ได้แก่ 1. เทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ส่งเสริมเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของชาติ และ 3. จรรโลงสังคมและสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน และ 4. ทั่วไปและอื่นๆ     โดย ธ.ก.ส. คว้า 3 รางวัลปฏิทินดีเด่น ได้แก่ 1. รางวัลชนะเลิศ ประเภทส่งเสริมเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของชาติ ปฏิทินชนิดตั้งโต๊ะ ชุด Agri Heritage Blossoms 2. รางวัลรองชนะเลิศ ประเภทเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิทินชนิดแขวน ชุดแสงทองแห่งแผ่นดิน 3. รางวัลรองชนะเลิศ ประเภทส่งเสริมเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของชาติ ปฏิทินชนิดแขวน ชุดเบื้องหลังความเชื่อมั่นที่สวยงาม (ปฏิทินอิสลาม)     ซึ่งทั้ง 3 รางวัลที่ได้รับ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ธ.ก.ส. ในการถ่ายทอดเรื่องราวของภาคเกษตรกรรมไทย อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านงานศิลปะที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวันอย่างปฏิทินในรูปแบบต่าง ๆ โดยการมอบรางวัลดังกล่าวมี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล และนางเกตแก้ว พูนวงศ์ พร้อมด้วยนางสาววรรณวนัช สมหวัง ผู้ช่วยผู้อำนวยสำนักสื่อสารองค์กร ธ.ก.ส. เป็นผู้แทนธนาคาร เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมกรมประชาสัมพันธ์   กรมประชาสัมพันธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงเร็วจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งภาวะสงคราม การเมือง สภาพเศรษฐกิจ รวมไปถึงกฎกติกา หลักเกณฑ์ และมาตรฐานทางธุรกิจภายใต้บริบทการพัฒนาสู่ความยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือ Energy Transition จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ช่วยลดต้นทุน สร้างโอกาสเข้าถึงตลาด และโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยธนาคารออมสินกำหนดบทบาทตนเองในการช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ และสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ของธนาคาร (Net Zero Roadmap) ภายในปี 2050     โครงการ “ออมสิน SMEs Gear Up ครั้งที่ 2 : ติดปีก SMEs ด้วย Energy Transition” เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Positive Engagement ภายใต้แผน Net Zero Roadmap ที่ธนาคารออมสินตั้งเป้าให้องค์ความรู้ด้าน ESG แก่ผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของธนาคารได้นำไปใช้ประกอบการทำแผนธุรกิจ     โดยในปีนี้จัดโปรแกรมเน้นให้ความรู้ด้าน Energy Transition มีผู้ประกอบการ SMEs จำนวนกว่า 30 ราย เข้าร่วมเรียนรู้แนวทางบริหารความเสี่ยง การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการบูรณาการแนวคิด ESG เข้ากับการบริหารจัดการธุรกิจ ตลอดจนรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้ประกอบการต้นแบบ และร่วมกิจกรรม Mini Workshop “เปลี่ยนค่าไฟให้เป็นกำไร” เพื่อค้นหาแนวทางลดต้นทุนพลังงาน ซึ่งกิจกรรมในส่วนแรกจัดขึ้นไปแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมี นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน เป็นผู้แทนธนาคารในการเปิดโครงการ หลังจากนี้จะเข้าสู่กิจกรรมส่วนที่ 2 ซึ่งจะคัดเลือก 10 องค์กร ร่วม Workshop เชิงลึกแบบ One on One เป็นระยะเวลา 5 เดือน (กรกฎาคม–พฤศจิกายน 2569) เพื่ออบรมแบบเข้มข้น เจาะลึกกระบวนการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า การจัดทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การค้นหาโซลูชันด้านพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ ตลอดจนการรับคำปรึกษาด้านการเงินและการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว ทั้งนี้ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการยังได้รับสิทธิพิเศษในการทำธุรกรรม/ยื่นสินเชื่อกับธนาคาร และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ด้วย  

10 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Connect” (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการบนทำเลศักยภาพสูงใจกลางย่านรัชดาภิเษก - พระราม 9 ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็น New CBD ของกรุงเทพมหานคร พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารสำนักงานยุคใหม่ด้วยแนวคิด “Home-Inspired Workplace” ผสานพื้นที่ทำงาน คุณภาพชีวิต เทคโนโลยี และความยั่งยืนไว้ในระบบนิเวศเดียวกันอย่างสมบูรณ์ การเปิดตัว “AIA Connect" ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวาระครบรอบ 88 ปีของเอไอเอ ประเทศไทย และสะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาวของ เอไอเอ ที่มุ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชีย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   ปักหมุดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม เชื่อมต่อคน เมือง และธุรกิจ “AIA Connect" อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่สะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย ที่เชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ที่ได้รับการจับตามองถึงการก้าวขึ้นเป็น New CBD ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ โดยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และองค์กรชั้นนำระดับโลก   นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA Connect ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Where Possibilities Connect” ที่เชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้ ผ่านการเชื่อมต่อ 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเชื่อมต่อเมือง และการเชื่อมต่อธุรกิจ “การเปิดตัว AIA Connect ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 88 ปีของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการเดินหน้าสร้างสรรค์สังคมไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการลงทุนครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เพราะนับเป็นอาคารสำนักงานแห่งที่ 4 แล้วภายใต้การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย โดย AIA Connect ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าอาคารสำนักงาน แต่เป็นระบบนิเวศแห่งศักยภาพที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางธุรกิจ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน”   เอไอเอ มองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว ดร. มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า การลงทุนใน AIA Connect สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งของเอไอเอ ต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวแม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน “ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่สามารถสร้างมูลค่าและผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในมิติประสบการณ์การใช้งาน ความยั่งยืน และสุขภาวะ” ดร. มาร์ค ระบุว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณพื้นที่ สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และสุขภาวะของผู้ใช้งาน ส่งผลให้อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับโลกยังคงได้รับความต้องการจากองค์กรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง “อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องสร้างคุณค่าได้มากกว่าพื้นที่ทำงาน ต้องช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน” ดร. มาร์ค กล่าว   A Home-Inspired Workplace นิยามใหม่ของอาคารสำนักงานยุค Hybrid Work AIA Connect ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน “Home-Inspired Workplace” ผสานทั้งความยืดหยุ่น สุขภาวะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่และวิถีการทำงานแบบ Hybrid Work ให้เป็นมากกว่าแค่ “สถานที่ทำงาน" และเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว   นายอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ออฟฟิศสำนักงานในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมกัน “ทุกพื้นที่ของ AIA Connect ผ่านการคิดและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workplace Experience หรือประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง ความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะและการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในยุคปัจจุบัน” AIA Connect ส่งเสริมการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน AIA Connect โดดเด่นด้วยพื้นที่สำนักงานแบบ Column-Free ขนาด 1,700–2,100 ตารางเมตรต่อชั้น ที่เปิดโอกาสให้องค์กรออกแบบพื้นที่ได้อย่างอิสระ พร้อม Knock-Out Panels สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้น รองรับการขยายตัวของสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้ง Innovation Hub ในอนาคต ภายในโครงการยังประกอบด้วยพื้นที่รีเทลกว่า 5 ชั้น ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศการทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร   นอกจากนี้ยังมีการผสานพื้นที่สีเขียวและองค์ประกอบด้านสุขภาวะเข้ากับการทำงานอย่างลงตัว ผ่านสวนแบบขั้นบันได ลู่เดินเพื่อสุขภาพ และพื้นที่พักผ่อนพร้อมวิวเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร AIA Connect ยังได้รับการรับรอง Pre-Certified จากทั้ง LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานอาคารระดับโลกที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาวะผู้ใช้อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนความพร้อมในการรองรับความต้องการขององค์กรชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจควบคู่กันไป   รัชดาฯ ในบทบาท "New CBD" แห่งใหม่ที่ดึงดูดองค์กรระดับโลก AIA Connect ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยตัวอาคารและการออกแบบ แต่ยังตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยตรงเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งอนาคตในปี 2571 เมื่อโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีส้มซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เปิดให้บริการ จะยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มศักยภาพให้ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ก้าวสู่ New CBD หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างเต็มรูปแบบ      ปัจจุบัน ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 กลายเป็นจุดหมายสำคัญขององค์กรชั้นนำ นักลงทุนที่กำลังมองหาทำเลศักยภาพสำหรับการเติบโตในระยะยาว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย การเชื่อมต่อที่สะดวก และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร รายล้อมด้วยศูนย์การค้า ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว AIA Connect ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม แต่เป็นหมุดหมายขององค์กรและบริษัทที่กำลังมองหาพื้นที่ทำงานแห่งอนาคต และยังตอกย้ำความเชื่อมั่นของ เอไอเอ ต่อตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว ผู้สนใจเช่าพื้นที่สำนักงานและร้านค้าภายในอาคาร สามารถสอบถามรายละเอียด หรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ โทร. 02-119-1500  

15 Jul 2026


...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มทางเลือกในการมีบ้านให้คนไทย จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ต่อปี นานสูงสุด 2 ปี และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ   ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยมือสองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ธอส.จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้า จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส. พร้อมต่อเติมและซ่อมแซม อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% นานสูงสุด 2 ปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR - 3.00% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 1.05% ปีที่ 4 – 5 เท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR - 0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.145% ต่อปี) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด “บ้านมือสองได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากราคา ทำเล ความคุ้มค่า และคุณภาพสอดคล้องกับรายได้ในปัจจุบันของประชาชน โดย ธอส. มีทรัพย์บ้านมือสองให้เลือกมากกว่า 10,000 รายการทั่วประเทศ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อผ่านการจัดงานประมูลแบบ Onsite และ Online รวมถึงงานมหกรรมการขายทรัพย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยและผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรก รวมถึงนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธอส. สามารถจำหน่ายบ้านมือสองได้แล้วกว่า 3,100 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 4,500 ล้านบาท” ดร.มหัทธนะ กล่าว   ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และขอดูทรัพย์จริงหรือรับชมภาพทรัพย์ ได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือwww.ghbhomecenter.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง  

26 Jun 2026

...

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” มอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้ใช้งาน สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูมันนี่ในการใช้ดิจิทัลเพย์เมนท์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ทรูมันนี่ขับเคลื่อนกิจกรรมผ่านแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” เชิญชวนชาวไทยร่วมสนุกกับประสบการณ์การใช้จ่ายระหว่างการเดินทางในประเทศ เพียงสแกนจ่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบพร้อมเพย์บนแอปทรูมันนี่ที่ร้านค้าทั่วประเทศ ก็มีสิทธิ์รับ ทรูมันนี่ คอยน์ เพิ่ม หรือเงินคืน (Cashback) และโอกาสรับรางวัลพิเศษมากมาย เพิ่มความคุ้มค่าในทุกทริป ยิ่งไปกว่านั้น ทรูมันนี่ยังสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเต็มรูปแบบผ่านแอปทรูมันนี่และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการนำเสนอโปรโมชันและกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อขยายการรับรู้และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมันนี่เชื่อว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายใน ประเทศได้มากกว่าแค่การอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงิน ความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านโครงการ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569’ ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายในการใช้แพลตฟอร์มของทรูมันนี่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางมากขึ้น พร้อมกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายระหว่างทริปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในยุคดิจิทัล” อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในปี 2569 ที่มุ่งเน้นแนวคิด “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและรายได้มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิด “Amazing 5 Economy” โดยเฉพาะในมิติของ Platform Economy กับการใช้แพลตฟอร์มทางการเงินเป็นกลไกในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการใช้จ่ายได้อย่างไร้รอยต่อ โดยทรูมันนี่จะเข้ามาเป็นตัวกลางที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณค่าในอนาคต   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ทรูมันนี่ โดยเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล การผนึกกำลังร่วมกับทรูมันนี่ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการใช้จ่ายที่สะดวกและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวไทย พร้อมช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2569 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://tmn.app.link/PPWHEELPARTNER

21 Mar 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ประกาศจัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) รับต้นปี 2569 คัดทรัพย์ศักยภาพดี หลากหลายทำเลทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน รวม 25 รายการ มูลค่ารวมกว่า 96 ล้านบาท พร้อมจับมือ 6 พันธมิตรธนาคารชั้นนำมอบข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษ ทั้งนี้ ใน 2569 นี้ SAM ยังคงมุ่งเน้นการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้ได้คัดเลือกทรัพย์มือสองที่มีศักยภาพสูง ตั้งอยู่บนทำเลเด่นทั่วประเทศ มานำเสนอให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจ สำหรับทรัพย์ที่นำออกประมูลในรอบนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงโรงงานและโกดังสินค้า รวมทั้งสิ้น 25 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มทรัพย์ราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาท จำนวน 24 รายการ และทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท อีก 1 รายการ นอกจากตัวทรัพย์ที่มีความโดดเด่นแล้ว SAM ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด ได้แก่ โปรโมชัน “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” มอบค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM โดยให้ค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเงินทุน SAM ได้รับความร่วมมือจาก 6 ธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจด้วยเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 3.1 24 70 วันนี้ -16 ก.พ. 69 23 ก.พ. 69 3.2 1 26 วันนี้ - 2 มี.ค. 69 9 มี.ค. 69 รวม 25 96     ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) HL0688 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 72.3 ตร.ว. โครงการ สราญสิริ รามอินทรา 2  ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์  ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.39 ลบ.                 2) CL0117 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ชั้น 25 อาคาร A โครงการ แบงค์ คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ ถ.รัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารครบครัน ลิฟท์โดยสาร สระว่ายน้ำ รปภ. 24 ชม. กล้องวงจรปิด และบัตรเข้า-ออก  การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ ตลาดพลู ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.17 ลบ. 3) HL0457 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50.6 ตร.ว.  โครงการ โกลเด้นวิลเลจ อ่อนนุช-พัฒนาการ ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) HL0221 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 385 ตร.ว.  ถ.สายแม่จัน-เชียงแสน (ทล.1016) ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายในประกอบไปด้วยบ้านไม้ชั้นเดียว บ้านพักตึกชั้นเดียว และโรงจอดรถ ใกล้วัดปางหมอปวง โรงเรียนบ้านปางหมอปวง วัดดอยจำปี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.67 ลบ.  5) SL0027 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาเจาะทะลุถึงกันทุกชั้น เนื้อที่ 42 ตร.ว.ถ.นครไทย-ชาติตระการ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลชาติตระการ เทศบาลตาบลป่าแดง และที่ว่าการอำเภอชาติตระการ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.63 ลบ.  6) 3A0691 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 16 ไร่ 364 ตร.ว. ถ.บ้านแก่งโตน-บ้านสงเปลือย (พช.2013) ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  ทรัพย์ตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน ภายในประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยตึก 2 ชั้น 2 หลัง บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว โรงซ่อมบำรุง อาคารตึกชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม บ้านพักอาศัยครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว โรงจอดรถ โกดังเก็บของ อาคารเลี้ยงโคกระบือ และสำนักงานชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม ใกล้วัดแก่งโตน โรงเรียนบ้านแก่งโตน โรงเรียนบ้านน้ำสร้าง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  9.8 ลบ.  7) SL0180 อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 148.9 ตร.ว. ติด ถ.สุขุมวิท (ทล.3) ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ใกล้ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ห้างแหลมทอง ระยองและห้างโฮมโปร ระยอง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  26.5 ลบ.  ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

22 Feb 2026

...

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569     ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid  ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่  City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback) Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car) HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)   ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569 ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่ ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย   ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026 ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์:  www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand

21 Feb 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลเป็นครั้งที่ 23 ส่งท้ายปี 2568 ให้กับผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจและผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารสำนักงาน โชว์รูม และโรงงาน/โกดัง  จำนวน 41 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 296 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 23.1 38 149 วันนี้ - 15 ธ.ค. 68 23 ธ.ค. 68 23.2   3  147    วันนี้ -  30 ธ.ค. 68            7 ม.ค. 69 รวม 41 296       ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่ออยู่อาศัย 1) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.2 ตร.ว. โครงการเศรษฐสิริ วงแหวน รามอินทรา ซ.5 ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้สำนักงานเขตคันนายาว วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.4 ลบ. 2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.5 ตร.ว.โครงการซีรีน พระราม 2-ท่าข้าม ถ.เลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก  ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 3) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 41.5 ตร.ว. ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวกใกล้โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม โรงเรียนวัดลาดปลาเค้า วัดลาดปลาเค้า สถานีลาดปลาเค้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู และห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รามอินทรา ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.28 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 29.4 ตร.ว. โครงการอาร์ พี เพลส 2 ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี    ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดน้ำบางคูลัด เซ็นทรัล เวสต์เกต วัดเอนกดิษฐาราม โรงพยาบาลบางใหญ่ และโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รัตนาธิเบศร์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.89 ลบ. ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน 1) ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 4 ไร่ 44 ตร.ว. ถ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดสมรโกฏิ ห้างเซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ ท่าน้ำนนท์ และสถานีบางกระสอ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  98.48 ลบ.     2) อาคารสำนักงาน 4 ชั้นและอาคารโกดัง เนื้อที่ 249.5 ตร.ว. ถ.บูรพาใน ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ใกล้วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์-อุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 23.99 ลบ. 3) โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 11 ไร่ 335 ตร.ว. ถ.อุทัยธานี-บ้านไร่ (ทล.333) ต.หนองสรวง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ภายในประกอบด้วยบ้านพักอาศัย 2 ชั้น โกดัง 1 ชั้น 3 หลัง และบ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน การคมนาคมสะดวก เชื่อมต่อกับระบบขนส่งรวดเร็วเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง ใกล้โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ที่ว่าการอำเภอหนองฉาง สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง เทสโก้โลตัสหนองฉาง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 24.16 ลบ.    ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.1/2568) ภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.2/2568) ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 ม.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

10 Dec 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจ จำนวน 39 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 558 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารที่พักอาศัย ร้านอาหาร โรงงาน/โกดัง และโรงแรม/รีสอร์ท โดยมีไฮไลท์เด่นสำหรับการประมูลครั้งนี้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน 3 รายการ ได้แก่  โรงแรม/รีสอร์ท "บ้านพักขามเงิน" เนื้อที่ 5 ไร่ 160 ตร.ว. อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ติดถนนสายหลัก 2 ด้าน ภายในพื้นที่ประกอบด้วยร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศ จำนวน 13 หลัง  ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลชะอำ โรงเรียนเทศบาล 8 สวนสนชะอำ คริสตจักรชะอำ ชายหาดชะอำ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  169.26 ลบ. ร้านอาหาร บนเนื้อที่ขนาดใหญ่ถึง 7 ไร่ 167.4 ตร.ว. ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดโคกสมานคุณ โรงเรียนวัดโคกสมานคุณ และตลาดกิมหยง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 193.72 ลบ.  ที่ดินเปล่ากลางเมืองเชียงราย  เนื้อที่ 11 ไร่ 269.6 ตร.ว. ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ทำเลสวย ติดถนนสายหลักถึง 3 ด้าน ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดมิ่งเมือง ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย วิทยาลัยพาณิชยการเชียงราย ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.24 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์ราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1) โรงงาน/โกดัง 7 ชั้นพร้อมดาดฟ้า เนื้อที่ 200 ตร.ว. ถ.พุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ทรัพย์ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ล้อมรอบด้วยเส้นทางสายหลัก ทั้งจุดขึ้น-ลงทางด่วน ด่านสุขสวัสดิ์ สะพานภูมิพล ถ.กาญจนาภิเษก ถ.พระราม 2 และใกล้กับศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ สวนธนบุรีรมย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 16.68 ลบ.         2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมโรงจอดรถและศาลาพักผ่อน เนื้อที่ 115.5 ตร.ว. โครงการพรอเมนาด โฮม ธนบุรี ถ.พระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดรวยทรัพย์ 555 วัดเลา โรงเรียนรุ่งอรุณ และห้างโฮมโปร พระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.11 ลบ. 3) บ้านชั้นเดียว พร้อมอาคารโรงงาน โรงจอดรถ 2 หลัง ร้านค้า อาคารสำนักงานและอาคารพักอาศัย เนื้อที่ 1 ไร่ 90.6 ตร.ว. ถ.โพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และเกษตรกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงมะเดื่อ โรงเรียนวัดโพรงมะเดื่อ วัดโพรงมะเดื่อ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.42 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เนื้อที่ 22.4 ตร.ว. โครงการไพลิน ท่าอิฐ ถ.ท่าอิฐ-ไทรม้า (นบ.4005) ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีรถไฟฟ้าบางรักน้อยท่าอิฐเพียง 1.3 กม.เท่านั้น และยังใกล้ตลาดมณียา ท่าอิฐ สำนักงานเทศบาลตำบลไทรม้า ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.93 ลบ. 5) อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง เนื้อที่ 19.9 ตร.ว. ทำเลดี ติด ถ.สัจจกุล ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ห่างจากแยกสัจจกุลเพียง 600 ม. ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองหาดใหญ่ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.5 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.1/2568) ภายในวันที่ 15 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 24 ต.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.2/2568) ภายในวันที่ 30 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 พ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

13 Oct 2025

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ “เต้ย - พงศกร   เมตตาริกานนท์” แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง “เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส  มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ ณ จังหวัดพะเยา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้ "อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง" จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อด้วยการไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วยการนั่ง "เรือแจวพื้นบ้าน" บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ "วัดติโลกอาราม" โบราณสถานกลางน้ำยุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และพลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านอาหารในตำนานริมกว๊านพะเยาอย่าง "ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน" ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"     ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ การเดินทางไปเยี่ยมชมอาณาจักร "บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา" เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ "บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู" พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณะแห่งกว๊านพะเยา และพบกับการนำกลีบและเกสรบัวมายกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสุดพรีเมียม ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Smart Drying ทำให้สามารถรักษากลิ่นหอม และคุณค่าทางสารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงหัวใจไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยมี ธ.ก.ส. เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการแปรรูป พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดตลอดห่วงโซ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา เบอร์โทรศัพท์ 089 997 3634     เตรียมพบกับความสนุกของทริปท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการนำดอกบัวมายกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุดพรีเมียม ติดตามการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

31 Jul 2026

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าส่งเสริมวินัยทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มักประสบปัญหาการจัดสรรเงิน เนื่องจากใช้บัญชีรับชำระเงินบัญชีเดียวผ่านแอปร้านค้าออมสินมหาเฮง ทำให้บริหารจัดการเงินออมและค่าใช้จ่ายได้ยาก ล่าสุด ธนาคารจึงเปิดตัวบัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” นวัตกรรมเงินฝากที่ช่วยโอนเงินจากยอดขายเข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ช่วยสร้างวินัยการออมรายวัน จัดสรรเงินสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายกิจการ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อย่างสะดวก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยสูง 0.50% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งเงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนค้าขาย สะสมเงินทีละเล็กละน้อยจนเป็นเงินก้อน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว บัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” เป็นบัญชีประเภทเผื่อเรียกสำหรับบุคคลธรรมดาที่ใช้แอปร้านค้าออมสินมหาเฮงรับชำระค่าสินค้าและบริการ โดยระบบจะโอนเงินจากยอดขายประจำวันเข้าบัญชีอัตโนมัติตามจำนวนที่กำหนด ให้สิทธิ์เปิดบัญชี 1 คนต่อ 1 บัญชี เริ่มต้นฝากได้ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปต่อการปิดยอดขายแต่ละครั้ง และไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ทั้งนี้ การนำเงินเข้าบัญชีจะทำได้ผ่านบริการออมเงินอัตโนมัติในแอปร้านค้าออมสินมหาเฮงเท่านั้น (ยกเว้นการเปิดบัญชีครั้งแรกที่ทำได้ ณ สาขา) ส่วนการทำธุรกรรมอื่น ๆ เช่น การโอนเงิน ถอนเงิน หรือสแกนชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถทำได้ตามปกติเหมือนบัญชีเงินฝากทั่วไป รับอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นให้เป็นตามประกาศของธนาคาร และได้รับการยกเว้นภาษี ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th​ และ GSB Contact Center โทร. 1115

28 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner