Responsive image

Sunday, 17 May 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


เคทีซีรุกเปิดบัตร “เคทีซี พราว - ยูเนี่ยนเพย์” ฝ่ายุคโควิด-19 พัฒนาฟังก์ชันใช้งานเน้นสะดวก-เร็ว-ปลอดภัย

Thu 20/08/2563


เคทีซีเผยทิศทางธุรกิจสินเชื่อบุคคลครึ่งปีหลัง มุ่งเข้าใจความต้องการเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย จับมือสมาชิกฝ่าความท้าทายยุคโควิด แนะแนวพัฒนาทักษะอาชีพสร้างรายได้ บริหารการเงิน พร้อมเปิดตัวบัตรกดเงินสดภาพลักษณ์ใหม่ “เคทีซี พราว-ยูเนี่ยน เพย์” เพิ่มความคล่องตัวด้วย 4 ฟังก์ชันการทำงานที่เหนือกว่าเดิม กด-โอน-รูด-ผ่อน ในบัตรเดียว สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับแอปฯ “KTC Mobile” พร้อมรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทุกธนาคารฟรีค่าธรรมเนียมเร็วๆ นี้

นางสาวพิชามน  จิตรเป็นธรรม  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “นับจากการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ส่งผลกระทบไป     ทั่วโลก และต่างคาดกันว่าสภาพเศรษฐกิจในประเทศไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย แต่ในความเป็นจริงสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันยังคงชะลอตัว ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจในการใช้จ่าย ประกอบกับมาตรการต่างๆ ที่ทยอยออกมา ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำธุรกิจมีความท้าทายสูง”

“กลยุทธ์การทำตลาดในวันนี้ เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ เพื่อหล่อเลี้ยงธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยจะควบคุมคุณภาพและเพิ่มปริมาณสินเชื่อให้เหมาะสม อีกทั้งศึกษา ทำความรู้จักตัวตนและวิถีการใช้ชีวิตของสมาชิกตัวจริงให้มากที่สุด (Empathy) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้บรรลุความต้องการสมาชิกให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด อีกทั้งพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานบัตร “เคทีซี พราว” ให้ใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคสังคมไร้เงินสด”

“แผนการตลาดธุรกิจสินเชื่อบุคคลของเคทีซีในครึ่งปีหลังมี 3 เรื่องหลักคือ 1) เปิดตัวบัตรกดเงินสด  “เคทีซี พราว - ยูเนี่ยน เพย์” ที่อัพใหม่พร้อม 4 ฟังก์ชั่น กด-โอน-รูด-ผ่อน สะดวกทุกการใช้งานในบัตรเดียว สามารถทำธุรกรรมรูดซื้อสินค้าและบริการได้ ณ ร้านค้าชั้นนำที่รองรับการทำธุรกรรมด้วยบัตรยูเนี่ยน เพย์ (UnionPay) ทั่วประเทศไทย โดยใช้ PIN 6 หลัก เพื่อยืนยันการทำธุรกรรม เพิ่มความสะดวกปลอดภัย รองรับระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) ซึ่งช่วยให้ชำระเงินได้ง่ายขึ้นด้วยการแตะ แค่มองหาสัญลักษณ์ Contactless บนเครื่องชำระเงิน”

 

“บัตร “เคทีซี พราว - ยูเนี่ยน เพย์”  ยังสามารถเบิกถอนเงินสดที่ตู้ ATM ทั่วประเทศไทย ศูนย์บริการลูกค้า “เคทีซี ทัช” และเบิกถอนเงินสดออนไลน์ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” และเว็บไซต์ “KTC Online” เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยแบบเรียลไทม์ โดยผู้สมัครสินเชื่อ “เคทีซี พราว” ที่ได้รับการอนุมัติตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 จะได้รับบัตร “เคทีซี พราว – ยูเนี่ยนเพย์” พร้อม 3 สิทธิพิเศษ ดังนี้ รับเงินคืน 50 บาท ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” เมื่อรูดซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาทต่อรายการ สำหรับสมาชิกใหม่ที่ได้รับอนุมัติบัตร “เคทีซี พราว – ยูเนี่ยน เพย์” ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2563 รับส่วนลด 50 บาท เมื่อเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมัน PT ตั้งแต่ 800 บาทต่อรายการ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2563 – 31 ธันวาคม 2563  รับคูปองเงินสด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 1,000 บาทต่อรายการ ที่เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ (Central Food Hall) ฟู้ดแลนด์ (FOODLAND) กูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) โฮมเฟรชมาร์ท (Home Fresh Mart) แม็กซ์แวลู (Max Value) และวิลล่า มาร์เก็ต (Villa Market) ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2563 เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ทั้งนี้ คาดว่าภายในสิ้นปี 2563 จะมีผู้ถือบัตร “เคทีซี พราว ยูเนี่ยน เพย์” จำนวน 100,000 คน

2) โอนเงินเข้าบัญชีทุกธนาคารแบบเรียลไทม์ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” ภายในไตรมาส 3 นี้ สมาชิกจะได้รับความสะดวก รับเงินไว พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเสียเวลาหาตู้ ATM ลดการสัมผัสเงินสดและการเดินทางไปในที่ชุมชน ในช่วงที่เรายังต้องรักษาระยะห่างช่วงโควิด-19 และยังช่วยลดโลกร้อนจากการลดปริมาณการพิมพ์สลิปกดเงิน 3) พัฒนาฟีเจอร์การใช้งานบนแอปฯ “KTC Mobile” ตอบสนองความคล่องตัวผู้ใช้บัตร โดยสมาชิก “เคทีซี พราว” สามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง ผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนทั้งระบบแอนดรอยด์และIOS ครอบคลุมฟังก์ชันที่จำเป็นต่อการใช้งาน อาทิ การเรียกดูใบแจ้งหนี้ การชำระเงินโดยใช้บาร์โค้ดและการอายัดบัตร พร้อมด้วยบริการใหม่เพิ่มวงเงินฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การเบิกเงินสดออนไลน์แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และเหนือกว่าด้วยการเบิกถอนเงินสดออนไลน์บนแอปฯ “KTC Mobile” ที่สามารถเลือกทำรายการผ่อนรายงวดได้นานสูงสุด 60 เดือน หรือเลือกชำระแบบขั้นต่ำที่ 3% โดยคาดว่าจะมีสมาชิก “เคทีซี พราว” ใช้แอปฯเพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปี 2562 ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 มีสมาชิก “เคทีซี พราว” ใช้แอปฯ “KTC Mobile” ถึง 68% จากจำนวนสมาชิกสินเชื่อรวม”

 

 “ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของสมาชิก “เคทีซี พราว” ทั้งทางตรงและทางอ้อม เคทีซียังคงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเคียงข้างสมาชิกไปกับทุกสถานการณ์ โดยจะเดินหน้าจัดโครงการเคลียร์หนี้ซึ่งในปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 11 แล้ว ที่สำคัญจะเพิ่มคอร์สการเรียนรู้ให้เข้มข้นและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อมุ่งหมายให้สมาชิกนำประโยชน์ไปทำอาชีพเสริม สร้างรายได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากงานประจำ อาทิ ”การเพาะเห็ดและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า พร้อมสอนคำนวณต้นทุนเพื่อเตรียมจัดจำหน่าย” “วางแผนการเงิน จัดการภาระหนี้ สุขภาพการเงินดี” และ “น้ำพริกสร้างอาชีพ พร้อมแนะแนวช่องทางการขาย” เป็นต้น”

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เคทีซีมีสมาชิกสินเชื่อส่วนบุคคล 891,875 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม (ยอดลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล) เท่ากับ 30,244 ล้านบาท NPL สินเชื่อบุคคลตามมาตรฐานใหม่ TFRS9 เท่ากับ 8.5%


Tags : เคทีซี เคทีซี พราว - ยูเนี่ยนเพย์ พิชามน จิตรเป็นธรรม


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงิน ดำเนินการภายใต้แนวคิดการสนับสนุนให้คนไทยมีเงินออมตั้งแต่ก้าวแรก เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับก้าวต่อ ๆ ไปที่จะมีธนาคารออมสินอยู่เคียงข้างในแต่ละช่วงชีวิต : From Birth, to Legacy ตามแผนการดำเนินงานของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives โดยล่าสุด ธนาคารเปิดตัวเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” บัญชีเงินฝากเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้พ่อแม่เริ่มต้นเก็บออมให้บุตรตั้งแต่แรกเกิด สำหรับเป็นทุนการศึกษา หรือทุนอื่น ๆ ในอนาคต พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์จูงใจด้วยความคุ้มครองจากประกันภัยอุบัติเหตุที่มอบให้ทั้งพ่อแม่ที่เป็นผู้ฝากและผู้เยาว์ในบัญชีเดียว ผลิตภัณฑ์เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับให้พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด สามารถเปิดบัญชีเพื่อบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึงไม่เกินอายุ 10 ปีบริบูรณ์ โดยธนาคารออมสินเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบให้กับลูกค้า เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สำหรับพ่อแม่ที่เป็นผู้เปิดบัญชีเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” จะได้รับความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนด กล่าวคือ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร รับความคุ้มครองเป็นวงเงิน 2 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/บัญชี ส่วนบุตรจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท คำนวณเป็นความคุ้มครองที่บุตรจะได้รับสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลร้อยละ 1 ของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ สูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง และไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินที่จ่ายจริง รายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ลูกค้าเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์เงื่อนไขความคุ้มครองเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ประกันภัย และสามารถเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก อัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี   ปัจจุบัน ธนาคารออมสินมีผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ทางการเงินของคนไทยทุกช่วงวัย ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ทางการเงินครอบคลุมเป้าหมายทุกกลุ่มไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด สอดคล้องตามจุดมุ่งหมายทางธุรกิจของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th

15 May 2026

...

วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443  

13 May 2026

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 โดยเปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้เป็นวาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ได้ดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม และนับจากนี้ไปธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย   ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูงและอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 - 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” เริ่มต้นที่กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ กลุ่มวัยเติบโต (Growing) คือการส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง และจนถึงช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต คือ วัยส่งมอบ (Legacy) ที่ธนาคารออมสินจะเคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต   ด้านการสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ 1) การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น และภารกิจที่ 2) การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ New Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน   สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธนาคารออมสิน ตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่าร้อยละ 40 ของสินเชื่อรวมในปี 2568 พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ ธนาคารออมสิน พร้อมก้าวต่อไปในการสานต่อพระราชปณิธานฯ ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนไทยทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” …  Smart Social Bank for All Lives  

04 May 2026

...

ธ.ก.ส. สร้างทางเลือกทางการเงิน ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง รับดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากทันที ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากได้ทุกเพศ ทุกวัย ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด ฝากได้แล้ว ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกทางการเงินและเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่างยั่งยืน ธ.ก.ส. ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้า โดยมีเงื่อนไขดังนี้ บุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือกลุ่มบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัย เมื่อฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาท รวมสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากเงิน ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการฝาก ธนาคารจะโอนต้นเงินเข้าบัญชีเงินฝากคู่โอนในวันครบกำหนด โดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อธนาคาร ทั้งนี้ สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน ฝากได้เลยตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลุ้นโชค ธ.ก.ส. ยังมีสลากออมทรัพย์ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 20 ล้านบาททุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง เมื่อฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท และชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาท ที่มาพร้อมรางวัลพิเศษอีกรางวัลละ 1 ล้านบาท ปีละ 3 ครั้ง รวม 30 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และชุดขุนแผนมรกต หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือนมูลค่า 40 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยทันทีหน่วยละ 19 บาท ทั้งนี้ เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ฝากสะดวกทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile และธ.ก.ส. ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 และเว็บไซต์ www.baac.or.th  

02 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner