Responsive image

Thursday, 28 Sep 2023

หน้าแรก > ECONOMY-FINANCE / เศรษฐกิจ-การเงิน


เคทีซีรุกเปิดบัตร “เคทีซี พราว - ยูเนี่ยนเพย์” ฝ่ายุคโควิด-19 พัฒนาฟังก์ชันใช้งานเน้นสะดวก-เร็ว-ปลอดภัย

Thu 20/08/2563


เคทีซีเผยทิศทางธุรกิจสินเชื่อบุคคลครึ่งปีหลัง มุ่งเข้าใจความต้องการเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย จับมือสมาชิกฝ่าความท้าทายยุคโควิด แนะแนวพัฒนาทักษะอาชีพสร้างรายได้ บริหารการเงิน พร้อมเปิดตัวบัตรกดเงินสดภาพลักษณ์ใหม่ “เคทีซี พราว-ยูเนี่ยน เพย์” เพิ่มความคล่องตัวด้วย 4 ฟังก์ชันการทำงานที่เหนือกว่าเดิม กด-โอน-รูด-ผ่อน ในบัตรเดียว สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับแอปฯ “KTC Mobile” พร้อมรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทุกธนาคารฟรีค่าธรรมเนียมเร็วๆ นี้

นางสาวพิชามน  จิตรเป็นธรรม  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “นับจากการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ส่งผลกระทบไป     ทั่วโลก และต่างคาดกันว่าสภาพเศรษฐกิจในประเทศไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย แต่ในความเป็นจริงสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันยังคงชะลอตัว ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจในการใช้จ่าย ประกอบกับมาตรการต่างๆ ที่ทยอยออกมา ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำธุรกิจมีความท้าทายสูง”

“กลยุทธ์การทำตลาดในวันนี้ เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ เพื่อหล่อเลี้ยงธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยจะควบคุมคุณภาพและเพิ่มปริมาณสินเชื่อให้เหมาะสม อีกทั้งศึกษา ทำความรู้จักตัวตนและวิถีการใช้ชีวิตของสมาชิกตัวจริงให้มากที่สุด (Empathy) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้บรรลุความต้องการสมาชิกให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด อีกทั้งพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานบัตร “เคทีซี พราว” ให้ใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคสังคมไร้เงินสด”

“แผนการตลาดธุรกิจสินเชื่อบุคคลของเคทีซีในครึ่งปีหลังมี 3 เรื่องหลักคือ 1) เปิดตัวบัตรกดเงินสด  “เคทีซี พราว - ยูเนี่ยน เพย์” ที่อัพใหม่พร้อม 4 ฟังก์ชั่น กด-โอน-รูด-ผ่อน สะดวกทุกการใช้งานในบัตรเดียว สามารถทำธุรกรรมรูดซื้อสินค้าและบริการได้ ณ ร้านค้าชั้นนำที่รองรับการทำธุรกรรมด้วยบัตรยูเนี่ยน เพย์ (UnionPay) ทั่วประเทศไทย โดยใช้ PIN 6 หลัก เพื่อยืนยันการทำธุรกรรม เพิ่มความสะดวกปลอดภัย รองรับระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) ซึ่งช่วยให้ชำระเงินได้ง่ายขึ้นด้วยการแตะ แค่มองหาสัญลักษณ์ Contactless บนเครื่องชำระเงิน”

 

“บัตร “เคทีซี พราว - ยูเนี่ยน เพย์”  ยังสามารถเบิกถอนเงินสดที่ตู้ ATM ทั่วประเทศไทย ศูนย์บริการลูกค้า “เคทีซี ทัช” และเบิกถอนเงินสดออนไลน์ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” และเว็บไซต์ “KTC Online” เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยแบบเรียลไทม์ โดยผู้สมัครสินเชื่อ “เคทีซี พราว” ที่ได้รับการอนุมัติตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 จะได้รับบัตร “เคทีซี พราว – ยูเนี่ยนเพย์” พร้อม 3 สิทธิพิเศษ ดังนี้ รับเงินคืน 50 บาท ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” เมื่อรูดซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาทต่อรายการ สำหรับสมาชิกใหม่ที่ได้รับอนุมัติบัตร “เคทีซี พราว – ยูเนี่ยน เพย์” ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2563 รับส่วนลด 50 บาท เมื่อเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมัน PT ตั้งแต่ 800 บาทต่อรายการ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2563 – 31 ธันวาคม 2563  รับคูปองเงินสด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 1,000 บาทต่อรายการ ที่เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ (Central Food Hall) ฟู้ดแลนด์ (FOODLAND) กูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) โฮมเฟรชมาร์ท (Home Fresh Mart) แม็กซ์แวลู (Max Value) และวิลล่า มาร์เก็ต (Villa Market) ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2563 เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ทั้งนี้ คาดว่าภายในสิ้นปี 2563 จะมีผู้ถือบัตร “เคทีซี พราว ยูเนี่ยน เพย์” จำนวน 100,000 คน

2) โอนเงินเข้าบัญชีทุกธนาคารแบบเรียลไทม์ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” ภายในไตรมาส 3 นี้ สมาชิกจะได้รับความสะดวก รับเงินไว พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเสียเวลาหาตู้ ATM ลดการสัมผัสเงินสดและการเดินทางไปในที่ชุมชน ในช่วงที่เรายังต้องรักษาระยะห่างช่วงโควิด-19 และยังช่วยลดโลกร้อนจากการลดปริมาณการพิมพ์สลิปกดเงิน 3) พัฒนาฟีเจอร์การใช้งานบนแอปฯ “KTC Mobile” ตอบสนองความคล่องตัวผู้ใช้บัตร โดยสมาชิก “เคทีซี พราว” สามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง ผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนทั้งระบบแอนดรอยด์และIOS ครอบคลุมฟังก์ชันที่จำเป็นต่อการใช้งาน อาทิ การเรียกดูใบแจ้งหนี้ การชำระเงินโดยใช้บาร์โค้ดและการอายัดบัตร พร้อมด้วยบริการใหม่เพิ่มวงเงินฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การเบิกเงินสดออนไลน์แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และเหนือกว่าด้วยการเบิกถอนเงินสดออนไลน์บนแอปฯ “KTC Mobile” ที่สามารถเลือกทำรายการผ่อนรายงวดได้นานสูงสุด 60 เดือน หรือเลือกชำระแบบขั้นต่ำที่ 3% โดยคาดว่าจะมีสมาชิก “เคทีซี พราว” ใช้แอปฯเพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปี 2562 ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 มีสมาชิก “เคทีซี พราว” ใช้แอปฯ “KTC Mobile” ถึง 68% จากจำนวนสมาชิกสินเชื่อรวม”

 

 “ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของสมาชิก “เคทีซี พราว” ทั้งทางตรงและทางอ้อม เคทีซียังคงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเคียงข้างสมาชิกไปกับทุกสถานการณ์ โดยจะเดินหน้าจัดโครงการเคลียร์หนี้ซึ่งในปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 11 แล้ว ที่สำคัญจะเพิ่มคอร์สการเรียนรู้ให้เข้มข้นและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อมุ่งหมายให้สมาชิกนำประโยชน์ไปทำอาชีพเสริม สร้างรายได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากงานประจำ อาทิ ”การเพาะเห็ดและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า พร้อมสอนคำนวณต้นทุนเพื่อเตรียมจัดจำหน่าย” “วางแผนการเงิน จัดการภาระหนี้ สุขภาพการเงินดี” และ “น้ำพริกสร้างอาชีพ พร้อมแนะแนวช่องทางการขาย” เป็นต้น”

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เคทีซีมีสมาชิกสินเชื่อส่วนบุคคล 891,875 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม (ยอดลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล) เท่ากับ 30,244 ล้านบาท NPL สินเชื่อบุคคลตามมาตรฐานใหม่ TFRS9 เท่ากับ 8.5%


Tags : เคทีซี เคทีซี พราว - ยูเนี่ยนเพย์ พิชามน จิตรเป็นธรรม


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

กบข. เตรียมเงินจ่ายคืนสมาชิกเกษียณอายุราชการปีนี้ 2.7 หมื่นล้านบาท พร้อมจ่ายเงินคืนได้ภายใน 7 วันทำการหลังเอกสารถูกต้องครบถ้วน พร้อมเสนอทางเลือก “ออมต่อ” ให้ กบข. บริหารเงินลงทุนให้ต่อเนื่องหลังจากเกษียณอายุราชการ โดยมีสมาชิกให้ความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2566 มีสมาชิก กบข. ที่จะเกษียณอายุราชการ จำนวน 21,223 ราย และ กบข. ได้เตรียมเงินสำหรับจ่ายคืนให้กับสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและทำเรื่องขอรับเงินคืน ประมาณ 27,000 ล้านบาท โดย กบข. ได้คาดการณ์ยอดเงินที่สมาชิกจะได้รับเฉลี่ยประมาณ 1.3 ล้านบาทต่อราย ซึ่งจะสามารถดำเนินการจ่ายเงินคืนสมาชิกภายใน 7 วันทำการ หลังจากที่ กบข. ได้รับเอกสารที่ครบถ้วนถูกต้อง และประกาศเกษียณอายุราชการมีผลบังคับใช้ ดร.ศรีกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า  สมาชิก กบข. ที่จะเกษียณอายุราชการ หากยังไม่มีแผนใช้เงินก้อน สามารถพิจารณาใช้บริการออมต่อกับ กบข. ได้ เพื่อให้ กบข. บริหารเงินลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้อย่างต่อเนื่อง โดยจากสถิติมีจำนวนอดีตสมาชิกสนใจใช้บริการออมต่อเพิ่มขึ้นทุกปี ข้อมูล ณ 31 ส.ค. 66 มีอดีตสมาชิกที่ยังใช้บริการออมต่อจำนวน 6,230 ราย และมีการออมต่อนานสุดอยู่ที่ 15 ปี สมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1) แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2) แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 อนึ่ง บริการออมต่อมี 4 รูปแบบ คือ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวด ๆ อาทิ รายเดือน รายสามเดือน รายหกเดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวด ๆ โดยสมาชิกสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความจำเป็นและรูปแบบที่เหมาะสมตามความต้องการของสมาชิก พร้อมทั้งสามารถแจ้งเปลี่ยนรูปแบบการออมต่อได้ปีละ 2 ครั้ง ผ่าน My GPF Application เมนู “ออมต่อ” สมาชิกสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. หรือ LINE กบข. @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179  

26 Sep 2023

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินยังคงตอกย้ำบทบาทในการส่งเสริมการออม ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากจูงใจให้คนไทยเก็บออมอย่างต่อเนื่อง และดูแลด้านผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำเนินชีวิตและสังคมที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ล่าสุดธนาคารได้จัดแคมเปญสลากออมสินเงินฝากยอดนิยมสูงสุด สลากออมสินพิเศษ 2 ปี ด้วยการเพิ่มรางวัลพิเศษมูลค่า 50 ล้านบาท 1 รางวัล สำหรับผู้ที่ฝากสลากออมสินพิเศษ 2 ปี แบบใบสลากและดิจิทัล ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. - 30 พ.ย.2566 แคมเปญพิเศษนี้จะทำการออกรางวัลในวันที่ 1 ธ.ค.2566 และผู้ฝากยังมีสิทธิ์ลุ้นถูกรางวัลที่ 1 อีก 30 ล้านบาท รวมเป็นเงินรางวัล 80 ล้านบาท โดยผู้สนใจสามารถฝากสลากออมสินพิเศษ 2 ปี ได้ 2 ช่องทาง คือ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ และ แอป MyMo ทั้งนี้ สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลพิเศษ 50 ล้านบาท จะมีการมอบเงินรางวัล ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่     สลากออมสินพิเศษ 2 ปี ทั้งแบบใบสลาก และสลากดิจิทัล รับฝากบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีขึ้นไป และนิติบุคคลทุกประเภท หน่วยละ 100 บาท ระยะเวลาฝาก 2 ปี ฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.80 บาท พร้อมกับเงินต้นที่ฝาก ในช่วงเวลาฝาก 2 ปี มีสิทธิ์ถูกรางวัลที่ 1 เงินรางวัล 30 ล้านบาท รวมถึงรางวัลอื่น ๆ และรางวัลเลขท้าย รวมจำนวน 24 ครั้ง กำหนดการออกรางวัลทุกวันที่ 1 ของเดือน ทั้งนี้ ธนาคารไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด พร้อมกับสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ฝากบุคคลธรรมดา ดอกเบี้ยและเงินรางวัลที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษี ติดตามรายละเอียดที่ www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115.  

23 Sep 2023

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบ 70 ปี เพิ่มโอกาสพิเศษเอาใจคนอยากมีบ้าน นำทรัพย์เด่นกว่า 500 รายการทั่วประเทศ มาลดสูงสุดถึง 50% ของราคาประเมิน ในงานมหกรรมบ้านมือสอง ธอส. ออนไลน์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 (GHB ALL HOME ONLINE 2023) โดยธนาคารจัดโปรโมชันเด็ด โดนใจ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์บ้านมือสอง ธอส. ผ่านทาง Application : GHB ALL HOME หรือ www.ghbhomecenter.com ระหว่างวันที่ 22 - 26 กันยายน 2566 จะได้รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 7,000 บาท จำนวน 14 รายแรก แบ่งเป็น ซื้อทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 รายแรก และทรัพย์ในเขตภูมิภาค 7 รายแรก ทั้งนี้ ภายในงานยังมีทรัพย์ราคาจำหน่ายต่ำสุดเพียง 80,000 บาท เท่านั้น ได้แก่ ทรัพย์ประเภทห้องชุด ขนาดเนื้อที่ 23.63 ตารางเมตร ใน อ.บางพลี  จ.สมุทรปราการ พิเศษต่อที่ 2!! ผู้ที่จองซื้อทรัพย์จะได้รับสิทธิ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสุด นานสูงสุดถึง 24 เดือน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com, Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @GHBALLHOME  

20 Sep 2023

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายใต้โครงการ “สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19” วงเงินรายละไม่เกิน 10,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 20,000 ล้านบาท และสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงินไม่เกินรายละ 10,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวให้กับประชาชนที่ขาดรายได้ช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ขยายระยะเวลาเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ถึงเดือนตุลาคม 2567 อย่างไรก็ดี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังอยู่ในระยะเพิ่งเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับค่าครองชีพมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือแก้ไขเครดิตแก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ลูกหนี้บัญชี 21) ที่มีสถานะเป็น NPL ให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติ ธนาคารออมสินจึงออกมาตรการ “ไม่คิดดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมด และนำเงินที่ชำระไปตัดเงินต้นทั้งจำนวน” สำหรับโครงการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยให้ลูกหนี้เริ่มผ่อนชำระเพียง 100 บาทต่อเดือนสำหรับงวดที่ 1-6 หลังจากนั้นงวดที่ 7-12 ผ่อนชำระ 300 บาทต่อเดือน และขยายระยะเวลาการชำระจนถึงเดือนตุลาคม 2567 จึงขอเชิญชวนลูกหนี้สินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 ลงทะเบียนสมัครเข้ามาตรการช่วยเหลือดังกล่าวได้ที่ช่องทาง MyMo หรือ www.gsb.or.th สำหรับลูกหนี้ที่ไม่มี MyMo สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางเว็บไซต์ธนาคาร www.gsb.or.th ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 สามารถสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115.  

19 Sep 2023

Banner Banner Banner Banner

Banner
    ปี 2566 “ประกันภัย-การเงิน-สินเชื่อ” ยังคงมาแรง ธุรกิจที่ยังต้องรอรัฐบาลฟื้นฟู “ขายตรง-อสังหาฯ-SME”    หลังจากที่ประเทศไทยเริ่มผ่อนคลายจากไวรัสโควิด-19 ในปี 2566 ธุรกิจประกันภัย-การเงิน-สินเชื่อ ยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่องในปี 2566 เพราะในช่วงวิกฤตโควิด ธุรกิจทั้ง 3 สาขาแม้จะได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังยืนยงอยู่รอดปลอดภัย และเป็นธุรกิจที่ยังน่าสนใจลงทุนเป็นอันดับต้น ๆ ของธุรกิจในประเทศไทย และในต่างประเทศ ตราบใดที่ระบบสาธารณสุข และรัฐสวัสดิการของประเทศไทย ยังเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้  ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในสองสิ่งนี้ การประกันชีวิตและการประกันภัยจึงยังเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากสำหรับคนไทย ที่อยากซื้อความคุ้มครองซื้ออนาคต และอยากมีสวัสดิการที่ขาดหายไปจากภาครัฐ ส่วนธุรกิจการเงินและธุรกิจสินเชื่อนั้น นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่ประเทศไทยยังอยู่กับคำว่า “รวยเป็นกระจุก จนเป็นกระจาย” คนไทยยังต้องหวังพึ่งพาเงินในอนาคต เพื่อมาอุปโภคบริโภค ตราบนั้นทั้งธุรกิจการเงิน และสินเชื่อ ก็ยิ่งจะมีความสำคัญ เป็นธุรกิจที่เล็งเห็นกำไรและการเติบโต และน่าลงทุนมากขึ้นตามไปด้วย นี่คือธุรกิจยอดเยี่ยมในปี 2566 ที่ผมขอยกให้เป็นธุรกิจที่น่าลงทุน และน่าเข้าไปเกี่ยวข้อง สำหรับธุรกิจที่ยังต้องเร่งฟื้นฟู คือ ธุรกิจขายตรง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจSME ที่ยังคงสะบักสะบอมมาตั้งแต่ก่อนยุคโควิด-19 มาถึงวันนี้ก็ยังนิ่ง ๆ อยู่ ก็คงต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่มาบูรณะ คงต้องรอดูฝีมือของทีมงานเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่ต้องทำงานได้ดีกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันหลายเท่าตัวในการกอบกู้ธุรกิจไทย  และ 3 สาขาธุรกิจที่ยังคงรอให้รัฐบาลชุดใหม่มาเร่งฟื้นฟูในปี 2566 นี้  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner