Responsive image

Monday, 10 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ยกระดับคุณภาพชีวิต ‘เด็ก 4 ล้านคน’ พ้นวิกฤตความเปราะบาง

Sun 09/08/2569


มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2026 – 2030 มุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและครอบครัวเป้าหมาย 4 ล้านคน ลุยปรับรูปแบบการทำงานเชิงบูรณาการ เร่งแก้วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สุขภาพ ยุติความรุนแรง รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขจัดความยากจนอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี แม้ว่ามูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว และชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ความเปราะบางของเด็กในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ จึงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Bold Hope, Make Hope Real” เพื่อเปลี่ยนความหวังให้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับเด็กและชุมชน

ตลอดช่วงปี 2021-2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเป็นที่ประจักษ์ ในหลายด้าน อาทิ ด้านการพัฒนาและการศึกษาสนับสนุนเด็กเปราะบางกว่า 706,200 คน ด้านพัฒนาเยาวชนกว่า 238,365 คน ด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก เยาวชน และผู้ปกครองกว่า 260,000 คน ด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟู เด็กและกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์ภัยพิบัติ กว่า 417,000 คน งานด้านรณรงค์และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เข้าถึงประชากรรวมกว่า 9.8 ล้านคน

 

ศ.ดร.บุญชัย หงส์จารุ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็ก ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพราะเมื่อเด็กได้รับโอกาส ประเทศไทยก็จะมีอนาคตที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตลอด 50 กว่าปีที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทำงานเคียงข้างเด็ก ครอบครัว และชุมชนเปราะบางทั่วประเทศ ด้วยความเชื่อว่า เด็กทุกคนมีคุณค่า และสมควรได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดี ซึ่งผลสำเร็จที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครอบครัว และชุมชน  ความสำเร็จไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่คือเด็กที่ได้กลับเข้าสู่ห้องเรียน ครอบครัวที่กลับมามีความหวัง และชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น แต่ความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้การทำงานเพื่อเด็กต้องก้าวเดินไปด้วยแนวคิดและความร่วมมือในรูปแบบใหม่ เกิดเป็นยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบ Bold Hope ที่ไม่ได้เป็นเพียงแผนการดำเนินงานแต่เป็นกรอบความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และ Bold Hope จะไม่ได้เป็นเพียงความหวัง แต่คือความหวังที่จะนำไปสู่การลงมือทำให้เราสามารถ Make Hope Real และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กได้จริง โดยภายในปี 2030 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ตั้งเป้าให้เด็กอย่างน้อย 4 ล้านคน มีความอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเด็กที่เปราะบางและยากไร้ที่สุด พร้อมขยายการเข้าถึงเด็กทางอ้อมอีกกว่า 12 ล้านคน และผู้ใหญ่รวมถึงผู้ดูแลเด็กกว่า 3.3 ล้านคน ผ่านการดำเนินงานในพื้นที่มุ่งเน้น  57 แห่ง ครอบคลุม 35 จังหวัดทั่วประเทศ”

 

ด้านนางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ความหวัง ความสุข และความเป็นธรรมสำหรับเด็กทุกคน’ ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ใฝ่ฝันถึงโลกที่เด็กทุกคนจะมีชีวิตที่ดี ได้รับโอกาสในการพัฒนา เติบโตอย่างปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติด้วยศักดิ์ศรีและความเป็นธรรม เพราะความหวังไม่ได้เป็นเพียงความฝันหรือความปรารถนา แต่เป็นพลังที่ผลักดันให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ จากตัวเลขเป้าหมายเด็กจำนวน 4 ล้านคนที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนภายในครอบครัวและชุมชน จึงหมายถึงเด็ก 4 ล้านชีวิต คือความหวัง 4 ล้านความหวัง และคือโอกาส 4 ล้านโอกาส ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ต้องกำหนดแผนยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้”

 

ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่นี้จะขับเคลื่อนผ่านกรอบการดำเนินงานแบบบูรณาการ (Integrated Programming Frameworks) 4 ด้าน ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการสำคัญของเด็กและชุมชน ได้แก่

  • การศึกษาและทักษะชีวิต (Education & Life Skill) มุ่งส่งเสริมและพัฒนาให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อให้พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานและการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในสังคม 
  • การคุ้มครองเด็ก (Child Protection) พัฒนาระบบคุ้มครองเด็กในชุมชน ส่งเสริมสิทธิขั้นพื้นฐาน ป้องกันความรุนแรง การแสวงหาผลประโยชน์ และภัยคุกคามในทุกรูปแบบ รวมถึงการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์   
  • สุขภาพและโภชนาการ (Health & Nutrition) เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของคุณภาพชีวิตและการพัฒนาในทุกมิติ จึงเน้นส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก สนับสนุนโภชนาการที่เหมาะสม  การป้องกันโรค  สร้างเสริมสุขภาพ และการดูแลสุขภาวะทางจิต    
  • ความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ และการดำรงชีวิต (ESCA & Livelihoods) เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการรับมือภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน รวมถึงร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ  

 

 

โดยการดำเนินงานดังกล่าว มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โดยมุ่งเน้นการขยายการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กใน 13 จังหวัด ที่มีความเปราะบางสูงสุด ควบคู่กับการดำเนินงานในพื้นที่อื่นตามพันธกิจของมูลนิธิฯ กับทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่ ใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการขยายผลการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงเชิญชวนให้ภาคีทุกภาคส่วนมาเป็นผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็ก ด้วยการเปลี่ยนความหวังให้เป็นการลงมือทำ ที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ในพื้นที่ให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศและเปลี่ยนพลังของคนเพียงไม่กี่คนให้กลายเป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันของทั้งสังคม

 

 

“นอกจากนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ มุ่งใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การติดตามและประเมินผล ตลอดจนการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจและพัฒนาการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากร การบริหารทรัพยากรอย่างโปร่งใส และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และขยายผลกระทบเชิงบวกต่อเด็กไทยและชุมชนได้อย่างยั่งยืน” นางรสลิน กล่าวสรุป

 

 

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรคริสเตียนสาธารณกุศล เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการพัฒนาเด็กที่ดำเนินงานในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของศุภนิมิตสากล (World Vision International)  ที่มีเครือข่ายการทำงานในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผู้ที่สนใจสนับสนุนโครงการ หรือร่วมเป็นพันธมิตรในการพัฒนา สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.worldvision.or.th


Tags : มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มูลนิธิศุภนิมิตฯ World Vision Foundation of Thailand ศ.ดร.บุญชัย หงส์จารุ รสลิน โกแวร์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ทำให้ SMEs หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงแหล่งทุนได้จำกัด ธนาคารออมสินจึงขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ของธนาคารให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้นานสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเติมทุนก้อนใหม่ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองกิจการ รองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และรักษาการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อสนับสนุน SMEs ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง สินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 90 วัน หรือไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ วันที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ ลงทุนในทรัพย์สิน หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนจำนอง โดยวงเงินกู้จะพิจารณาตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์การขอกู้และความสามารถในการชำระคืน มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้น (ทบทวนวงเงินรายปี) และระยะยาว ที่ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี (รวมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี) อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์สินเชื่อธุรกิจและ SMEs ของธนาคาร และใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ลูกค้าที่เข้าหลักเกณฑ์และต้องการเงินทุนเพื่อเสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารออมสินเจ้าของบัญชี, GSB Contact Center โทร. 1115 หรือเว็บไซต์ www.gsb.or.th

08 Aug 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญใหญ่ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” ในโอกาสฉลองครบรอบ 29 ปี ของบริษัทฯ  และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน  โดยแคมเปญนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกและลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3, รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range,รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Sleek Type S และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 วิธีการรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัล จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขด้านล่างภายในระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับการซื้อกรมธรรม์ใหม่ การชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (เบี้ยฯปีต่ออายุ) ผ่านวิธีการและ/ หรือช่องทางการชำระเบี้ยที่กำหนด ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน* เมื่อซื้อกรมธรรรม์ฉบับใหม่เพิ่ม รับ 3 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ โดยลูกค้าปัจจุบันจะต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคล (insured) ที่มีผลบังคับอย่างน้อย 1 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อกรมธรรม์เป็นฉบับแรก รับ 2 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ เมื่อแนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง ในกรมธรรม์ฉบับเดิมหรือฉบับใหม่ รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สมัครบริการชำระเบี้ยประกันแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก (DA) หรือ ผ่านบัตรเครดิต (CCPA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านบัตรเครดิต VISA รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ สมัครบริการรับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร (DCA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สำหรับการแนะนำเพื่อน (ผู้มุ่งหวัง) (กรณีกรอกข้อมูลผู้มุ่งหวังถูกต้องและสมบูรณ์) รับ 1 สิทธิ์ /  1 รายชื่อผู้มุ่งหวัง ขอสงวนสิทธิ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนไม่เข้าร่วมรายการ จำนวนสิทธิ์ในการลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าผู้ที่จะใช้สิทธิ์จะต้องดาวน์โหลด ลงทะเบียน และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Emma by AXA จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ การแนะนำผู้มุ่งหวัง ผู้แนะนำต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “บริษัท ฯ” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ฯ) และผู้ถูกแนะนำต้องไม่เคยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท ฯ มาก่อนเท่านั้น โดยผู้แนะนำต้องกรอกชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุความสัมพันธ์ในลิงค์ที่ทางตัวแทนนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วน กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับอยู่ ณ วันที่จับรางวัลและจัดส่งของรางวัล สงวนสิทธิ์รางวัล 1 รางวัลต่อลูกค้า 1 ท่าน ตลอดระยะเวลาโครงการ สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการจับรางวัลในรอบอื่นของโครงการนี้ได้อีก พนักงานของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนประกันชีวิต และ คณะกรรมการดำเนินการจับรางวัล และ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ไม่สามารถเข้าร่วมรายการจับรางวัลนี้ได้ สำหรับแคมเปญ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยมีกำหนดการจับรางวัล ทั้งหมด 4 รอบ เริ่มจับรางวัลตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ไปจนถึง เดือนมกราคม 2570 ดังนี้: ครั้งที่ 1: จับรางวัลในวันที่ 24 กันยายน 2569                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 29 ตุลาคม 2569                  ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569           ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 28 มกราคม 2570                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2570 หมายเหตุ: ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป สำหรับช่องทางการประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี ผ่านช่องทาง Facebook Official Fanpage “Krungthai-AXA Life” และ Website https://www.krungthai-axa.co.th โดยจะประกาศเลขที่กรมธรรม์ และชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ได้รับรางวัล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1159 ในเวลา 9.00 – 19.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยการติดต่อจะเป็นไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้โชคดีได้ระบุไว้ในขั้นตอนการสมัครทำประกันชีวิต เพื่อนัดหมายเข้ารับของรางวัล ณ บริษัท เฟเวอร์ลี่ จำกัด สำนักงานใหญ่  ที่อยู่ เลขที่ 43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 270 ชั้นที่ 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ 02 673 9335 ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร.1159 ทั้งนี้อ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Promote-Lucky-Draw-29-Anniversary

08 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner