Responsive image

Sunday, 19 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


เมืองไทยประกันชีวิต จัดโครงการ เมืองไทยอนุรักษ์ทะเลไทย “สร้างบ้านปลา อนุรักษ์พันธุ์ปู” สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Mon 07/09/2563


นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 69 ปี บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจด้วยความแข็งแกร่ง มั่นคงและตั้งอยู่บนหลักบรรษัทภิบาลอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับพันธกิจในการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่สังคม ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา รวมถึงสิ่งแวดล้อม และอีกหัวใจสำคัญคือการให้ความรู้ด้านการเงิน ภายใต้สโลแกน “Happiness Means Everything: เพราะความสุขคือทุกอย่าง” โดยมุ่งเน้นเรื่องของการส่งมอบความสุขในทุกด้านให้กับลูกค้า พนักงาน พันธมิตร และผู้เกี่ยวข้อง   อย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำจุดยืนนโยบาย “MTL Everyday Life Partner” ที่พร้อมเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต

ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม นำทีมผู้บริหาร ลงพื้นที่โรงรับจำนำปูม้า ศูนย์วิจัยชุมชนมัจฉาสตรีท ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ดำเนินโครงการ เมืองไทยอนุรักษ์ทะเลไทย “สร้างบ้านปลา อนุรักษ์พันธุ์ปูซึ่งเป็นการต่อยอดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลจาก จ.นครศรีธรรมราช สู่ จ.ชุมพร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงรับจำนำปูม้าแห่งนี้ ทั้งในด้านการรับจำนำ ปูม้าที่มีไข่นอกกระดอง นำมาเพื่ออนุรักษ์และเพาะพันธุ์ปูม้า โดยมีหลักการ ดังนี้

1.เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธ์สัตว์น้ำก่อนลงสู่ทะเล

2.เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน

3.เพื่อเป็นพื้นที่ให้ชาวประมงพื้นบ้าน ได้มีแหล่งทำมาหากินเพิ่มขึ้น

รวมถึงการวิจัยเพื่อพัฒนาโรงรับจำนำปูม้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนให้โรงรับจำนำดังกล่าวพัฒนาเป็นแหล่งการเรียนรู้ประจำชุมชนที่เปิดโอกาสให้ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้จากประสบการณ์จริง นอกจากนี้ ยังเป็นการรณรงค์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น   

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชนบ้านสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยตอนกลางชุมพร ประมงอำเภอปะทิว และพนักงานเมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกันจัดทำกิจกรรมซั้งบ้านปลา(ซั้ง) และเค้กปะการัง  ซึ่งซั้งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่อดีต ทำจากวัสดุที่ย่อยสลายตามธรรมชาติ  เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง  โดยจะส่งผลในด้านดีให้กับชุมชนในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งให้เกิดความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น 

อีกทั้งยังมอบอุปกรณ์ในการปรับปรุงซ่อมแซมโรงรับจำนำปู ที่จัดตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ที่ทำหน้าที่รับจำนำปูม้าที่มีไข่นอกกระดอง มาจากชาวประมง เพื่อนำมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ โดยมีนายนรงค์ ม่วงทองคำ เป็นประธานศูนย์ฯ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปูม้า จากโรงรับจำนำปูสู่ท้องทะเล เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์และขยายพันธุ์ปูม้าให้อยู่คู่กับทะเลชุมพรและทะเลอ่าวไทย 

ทั้งนี้การอนุรักษ์ปูม้า ด้วยการจำนำแม่ปูหรือธนาคารปู เป็นการนำแม่ปูที่มีไข่นอกกระดอง มาฝากไว้ในโรงเรือนที่เตรียมไว้  รอแม่ปูม้าเขี่ยไข่ออกจากหน้าท้อง โดยไข่ที่ถูกเขี่ยออกมานั้นจะนำมาฟักเป็นตัวอ่อน สำหรับระยะเวลาการฟักตัวของไข่ปูม้านั้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละสีของไข่ปูม้า  โดยไข่ปูม้าสีส้มเหลืองจะใช้ระยะเวลาประมาณ 4-7 วัน  สีน้ำตาลใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 วัน สีเทาหรือสีดำใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 วันก็จะฟักเป็นลูกปูม้าและพร้อมที่จะปล่อยออกสู่ทะเลให้เติบโตตามธรรมชาติต่อไป  ซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณปูม้าต่อไปในอนาคต  

“บริษัทฯ ยังคงยึดนโยบายการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการตอบแทนเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังการพัฒนา สร้างสรรค์ ให้สังคมเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและอยู่ได้อย่างยั่งยืน  ซึ่งการลงพื้นที่ทำกิจกรรมในครั้งนี้เราก็หวังว่าจะเป็นส่วนช่วยในการฟื้นฟู  พัฒนา และต่อยอดการอนุรักษ์ เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรทะเล รวมไปถึงการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวให้กลับมามีศักยภาพและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนอีกครั้ง โดยที่ผ่านมาเมืองไทยประกันชีวิตเคยทำกิจกรรมธนาคารปู มาแล้วจำนวน 2 ครั้ง ในปี 2562 ในโครงการ  “ส่งความสุข และรอยยิ้มสู่ชุมน” และ “ค่ายเมืองไทยประกันชีวิตอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 14”        ที่ จ. นครศรีธรรมราช” นายสาระ กล่าว


Tags : เมืองไทยประกันชีวิต สาระ ล่ำซำ เมืองไทยอนุรักษ์ทะเลไทย สร้างบ้านปลา อนุรักษ์พันธุ์ปู


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธนาคารออมสิน จัดการออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” งวดประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการออกรางวัลครั้งสุดท้ายของแคมเปญ   โดยมี ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เป็นประธานกรรมการออกรางวัล และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.นิตยา โสรีกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ นายสืบสกุล พันธ์ดี หัวหน้าผู้ประกาศข่าวอาวุโส สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ร่วมเป็นกรรมการออกรางวัลครั้งนี้ด้วย ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่     โดยผลการออกรางวัลมีผู้โชคดีรับ รางวัลพิเศษ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รวมมูลค่า 70 ล้านบาท ซึ่งธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนของผู้โชคดีภายในวันถัดไป ทั้งนี้ สามารถตรวจผลรางวัลได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน www.gsb.or.th    

18 Jul 2026

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner