Responsive image

Thursday, 17 Sep 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


ไปรษณีย์ไทย เผยยอดพัสดุปี 63 กว่า 2.4 พันล้านชิ้น พร้อมเตรียม 4 กลยุทธ์หนุนธุรกิจปีฉลู

Mon 04/01/2564


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยปี 2563 มีปริมาณงานการขนส่ง รวมทั้งสิ้นกว่า 2,400 ล้านชิ้น พร้อมชี้ในปี 2564 เร่งดำเนินธุรกิจเพื่อรับการแข่งขันทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่ง ด้านบุคลากรให้มีทักษะที่หลากหลาย ด้านบริการที่เน้นไปที่การอำนวยความสะดวกและความคุ้มค่าที่มากขึ้น รวมถึงเข้าถึงความต้องการของคนทุกเจอเนอเรชั่น สร้างพันธมิตรร่วมกับธุรกิจรายอื่นๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งต่างๆ ร่วมกัน นอกจากนี้ยังวางทิศทางและเป้าหมายขององค์กรให้เคียงคู่คนไทยตลอดไป

นายกาหลง ทรัพย์สอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมาธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ในประเทศไทยยังคงมีการเติบโตและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากอีคอมเมิร์ซ ที่ส่งผลสำคัญให้คนในทุกภูมิภาคเลือกส่งสินค้ากับผู้ให้บริการขนส่งที่มีอยู่หลากหลาย สำหรับในส่วนของไปรษณีย์ไทยพบว่าในปีนี้มีปริมาณการขนส่งพัสดุ จดหมาย และไปรษณียภัณฑ์ประเภทต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,400 ล้านชิ้น  โดยภาพรวมยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากปัจจัยการแข่งขันด้านราคา ส่วนแบ่งตลาดที่มีจำนวนผู้ให้บริการเพิ่มมากขึ้น และการสื่อสารต่างๆ ที่ถูกเปลี่ยนผ่านไปสู่ช่องทางดิจิทัล

“การดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นอกจากลูกค้า ประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการไปรษณีย์ไทยแล้ว จะเห็นได้ว่าทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของไปรษณีย์ไทย เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปถึงทุกหน่วยทางสังคมในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 การช่วยขนส่งของดีจากวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ Thailandpostmart โดยเฉพาะผลไม้และผลิตผลทางเกษตรกรรมที่ไม่สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้ เนื่องจากปัจจัยการระบาดของโรค COVID-19 นอกจากนี้ยังมีโครงการที่มุ่งกระจายโอกาสไปสู่สังคม เช่น โครงการ ไปรษณีย์... reBOX เปลี่ยนกล่องเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 โดยไปรษณีย์ไทยได้รับกล่อง/ ซองไม่ใช้แล้วจากคนไทยรวมกว่า 71,200 กิโลกรัม เพื่อส่งต่อให้ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) แปรรูปเป็นชุดโต๊ะ เก้าอี้ ส่งมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 220 แห่งทั่วประเทศ โดยได้ส่งมอบครบทั้งหมดแล้วเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งน้องๆ นักเรียนต่างมีความสุขที่ได้รับของขวัญปีใหม่จากพี่ๆ คนไทยทั่วประเทศ ตลอดจนการสร้างพันธมิตรกับธุรกิจเอกชนและภาครัฐบาลเพื่อต่อยอดทรัพยากรของกันและกันให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย”

นายกาหลง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2564 ไปรษณีย์ไทยคาดว่าธุรกิจการขนส่งยังคงจะมีการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ ประกอบกับการแข่งขันด้านราคา คุณภาพการบริการ ฯลฯ ไปรษณีย์ไทยจึงมีการปรับตัวในด้านต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้ 

  • ด้านเทคโนโลยี ไปรษณีย์ไทยเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่างครบวงจร รวมถึงเทคโนโลยีที่จะสร้างประสบการณ์และผลประโยชน์ทางตรงให้กับผู้ใช้บริการ เช่น ติดตั้งตู้รับฝากอัตโนมัติเพื่อลดเวลา รอคอยใช้บริการในที่ทำการไปรษณีย์ เช่น ไปรษณีย์จตุจักร ไปรษณีย์ภาษีเจริญ ไปรษณีย์บางขุนเทียน เป็นต้น ติดตั้งตู้ไปรษณีย์ชาญฉลาดที่สามารถแจ้งเตือนไปรษณีย์ในพื้นที่ไปรับได้ทันทีที่มีคนหย่อนจดหมาย เพิ่มจำนวนเครื่องคัดแยกอัตโนมัติเพื่อคัดแยกรองรับสิ่งของอีคอมเมิร์ซไปปลายทาง ใช้รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิเพื่อคงคุณภาพของสินค้าจากเกษตรกรสู่ปลายทาง ใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อนำจ่ายสิ่งของ ตลอดจนแผนในการพัฒนา Account Credit Email ยืนยันเอกสารสำคัญต่างๆ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
  • ด้านบุคลากร  ไปรษณีย์ไทยมีจุดแข็งในด้านบุคลากรกว่า 40,000 คน ที่สามารถเข้าถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย โดยจะการพัฒนาศักยภาพ ต่อยอดทักษะของบุคลากรให้มีความสามารถหลากหลาย มีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกัน รองรับการให้บริการในยุคดิจิทัลสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยรุ่นใหม่
  • ด้านบริการ เน้นอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการทุกที่ ทุกเวลาผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น LINE OA ที่สามารถติดตามสถานะสิ่งของ ค้นหาไปรษณีย์ใกล้บ้าน สร้างใบจ่าหน้า รวมถึงเรียกใช้บริการรับฝากนอกสถานที่ (Pick-up service)
  • ด้านพันธมิตร มุ่งเน้นดำเนินงานภายใต้แนวคิด “พันธมิตรธุรกิจไปรษณีย์ไทย” เพื่อนำจุดเด่นของทั้งองค์กรรัฐ เอกชน มาสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมร่วมกัน โดยในปีที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินการแล้ว เช่น การร่วมส่งพวงหรีดสานบุญ by Carenation ความร่วมมือระหว่างเอไอเอสในการส่งซิมการ์ดให้กับคนไทยทั่วประเทศ ความร่วมมือกับไทยคม ติดตั้งระบบ Digital Service Kiosk รองรับการอ่านข้อมูลบัตรประชาชน กล้องถ่ายภาพยืนยันตัวตน (eKYC) เพื่อการทำธุรกรรมสำคัญ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี จากการประเมินผลภาพลักษณ์แบรนด์ “ไปรษณีย์ไทย” ปี 2563 ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ทั้งลูกค้าที่ใช้บริการไปรษณีย์ไทย และผู้ใช้บริการขนส่งรายอื่น พบว่าลูกค้า ประชาชนให้ความไว้วางใจในแบรนด์ “ไปรษณีย์ไทย” ในระดับ 92.5% ซึ่งขอขอบคุณลูกค้า ประชาชนที่รักและเชื่อมั่นในไปรษณีย์ไทย โดยจะยังคงเดินหน้าพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพบริการให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือสังคมไทย คงความอบอุ่น เป็นมิตรที่ใกล้ชิด เคียงข้างกับคนไทยตลอดไป นายกาหลง กล่าวสรุป


Tags : ไปรษณีย์ไทย กาหลง ทรัพย์สอาด ไปรษณีย์ไทยเตรียม4กลยุทธ์หนุนธุรกิจปีฉลู


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้านการเงินจากเวที Global Brand Awards 2026 ได้แก่ Best Financial Inclusion Bank 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน Bank of Social Impact Excellence 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการสร้างผลลัพธ์เชิงสังคม และ Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน จาก Global Brands Magazine นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจาก สหราชอาณาจักร ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รางวัล Best Financial Inclusion Bank 2026 มาจากผลงานด้านการขยายโอกาสให้ประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนในระบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนกว่า 1.4 ล้านราย สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ผู้กู้รายใหม่ซึ่งยังไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบกว่า 200,000 ราย เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบในระยะยาว   ส่วน รางวัล Bank of Social Impact Excellence 2026 ยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ Dual Missions ซึ่งมุ่งดำเนินภารกิจเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าทุกธุรกรรมกับธนาคารมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้แก่สังคม ขณะที่ รางวัล Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 สะท้อนถึงบทบาทการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านโครงการธนาคารโรงเรียนที่ดำเนินงาน มากว่า 28 ปี และพัฒนาสู่โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ปลูกฝังวินัยการออมให้แก่เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต รวมถึงแพลตฟอร์ม “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชัน “Coach Aom by GSB” ที่พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน พร้อมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออมและวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมายให้แก่ประชาชนในทุกช่วงชีวิต

16 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จรับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที International Banker Banking Awards 2026 ได้แก่ Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 รางวัลธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยม และ Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านลูกค้ารายย่อย ซึ่งได้รับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2020 และ 2022 จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการบูรณาการแนวคิด ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธนาคาร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเติบโตอย่างแข็งแรง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิตในสังคมในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง รางวัล Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 ธนาคารมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การกำหนด GSB Net Zero Roadmap มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การนำ GSB ESG Score มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ การลงทุน และการประเมินคู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุน Transition Finance เพื่อช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาสินเชื่อและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านโครงการ Positive Engagement ขณะเดียวกัน ธนาคารยังดำเนินธุรกิจให้มีกำไรในระดับที่เหมาะสม เพื่อจัดสรรทรัพยากรกลับไปขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม สร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน ส่วน รางวัล Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 สะท้อนความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต อาทิ MyMo Secure Plus ฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยการจำกัดการโอนเงินไปยังบัญชีชื่อตนเอง ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และ MyMo Junior ที่ส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินแก่เด็กและเยาวชน ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม สะดวก และปลอดภัย

12 Sep 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ซึ่งธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือเพียง 3.50% ต่อปี แก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - 2558 ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ และลูกหนี้กลุ่มที่ประสบปัญหาในการผ่อนชำระ จำนวนรวมกันกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากที่ธนาคารประกาศเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยดังกล่าว ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคารแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ทั้งนี้ ลูกหนี้ครู ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จะรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยยังคงชำระค่างวดในจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้เงินงวดสามารถนำไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยให้ยอดหนี้ลดลงและมีโอกาสปิดจบภาระหนี้ได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและปลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ขณะที่ยังช่วยประคับประคองไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน และเมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยต้องนำไปชำระหนี้ก็สามารถกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯ  นอกจากกลุ่มที่มีสถานะการชำระหนี้ปกติแล้ว ลูกหนี้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. สามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารได้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ส่วนลูกหนี้ที่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อดำเนินการให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 และรับสิทธิ์ตามโครงการฯ ได้เช่นกัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ธนาคารออมสิน พร้อมเดินเคียงข้างครูตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และมีโอกาสก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น ตามบทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

09 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner