Responsive image

Saturday, 08 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


ไปรษณีย์ไทย เผยยอดพัสดุปี 63 กว่า 2.4 พันล้านชิ้น พร้อมเตรียม 4 กลยุทธ์หนุนธุรกิจปีฉลู

Mon 04/01/2564


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยปี 2563 มีปริมาณงานการขนส่ง รวมทั้งสิ้นกว่า 2,400 ล้านชิ้น พร้อมชี้ในปี 2564 เร่งดำเนินธุรกิจเพื่อรับการแข่งขันทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่ง ด้านบุคลากรให้มีทักษะที่หลากหลาย ด้านบริการที่เน้นไปที่การอำนวยความสะดวกและความคุ้มค่าที่มากขึ้น รวมถึงเข้าถึงความต้องการของคนทุกเจอเนอเรชั่น สร้างพันธมิตรร่วมกับธุรกิจรายอื่นๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งต่างๆ ร่วมกัน นอกจากนี้ยังวางทิศทางและเป้าหมายขององค์กรให้เคียงคู่คนไทยตลอดไป

นายกาหลง ทรัพย์สอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมาธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ในประเทศไทยยังคงมีการเติบโตและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากอีคอมเมิร์ซ ที่ส่งผลสำคัญให้คนในทุกภูมิภาคเลือกส่งสินค้ากับผู้ให้บริการขนส่งที่มีอยู่หลากหลาย สำหรับในส่วนของไปรษณีย์ไทยพบว่าในปีนี้มีปริมาณการขนส่งพัสดุ จดหมาย และไปรษณียภัณฑ์ประเภทต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,400 ล้านชิ้น  โดยภาพรวมยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากปัจจัยการแข่งขันด้านราคา ส่วนแบ่งตลาดที่มีจำนวนผู้ให้บริการเพิ่มมากขึ้น และการสื่อสารต่างๆ ที่ถูกเปลี่ยนผ่านไปสู่ช่องทางดิจิทัล

“การดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นอกจากลูกค้า ประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการไปรษณีย์ไทยแล้ว จะเห็นได้ว่าทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของไปรษณีย์ไทย เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปถึงทุกหน่วยทางสังคมในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 การช่วยขนส่งของดีจากวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ Thailandpostmart โดยเฉพาะผลไม้และผลิตผลทางเกษตรกรรมที่ไม่สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้ เนื่องจากปัจจัยการระบาดของโรค COVID-19 นอกจากนี้ยังมีโครงการที่มุ่งกระจายโอกาสไปสู่สังคม เช่น โครงการ ไปรษณีย์... reBOX เปลี่ยนกล่องเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 โดยไปรษณีย์ไทยได้รับกล่อง/ ซองไม่ใช้แล้วจากคนไทยรวมกว่า 71,200 กิโลกรัม เพื่อส่งต่อให้ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) แปรรูปเป็นชุดโต๊ะ เก้าอี้ ส่งมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 220 แห่งทั่วประเทศ โดยได้ส่งมอบครบทั้งหมดแล้วเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งน้องๆ นักเรียนต่างมีความสุขที่ได้รับของขวัญปีใหม่จากพี่ๆ คนไทยทั่วประเทศ ตลอดจนการสร้างพันธมิตรกับธุรกิจเอกชนและภาครัฐบาลเพื่อต่อยอดทรัพยากรของกันและกันให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย”

นายกาหลง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2564 ไปรษณีย์ไทยคาดว่าธุรกิจการขนส่งยังคงจะมีการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ ประกอบกับการแข่งขันด้านราคา คุณภาพการบริการ ฯลฯ ไปรษณีย์ไทยจึงมีการปรับตัวในด้านต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้ 

  • ด้านเทคโนโลยี ไปรษณีย์ไทยเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่างครบวงจร รวมถึงเทคโนโลยีที่จะสร้างประสบการณ์และผลประโยชน์ทางตรงให้กับผู้ใช้บริการ เช่น ติดตั้งตู้รับฝากอัตโนมัติเพื่อลดเวลา รอคอยใช้บริการในที่ทำการไปรษณีย์ เช่น ไปรษณีย์จตุจักร ไปรษณีย์ภาษีเจริญ ไปรษณีย์บางขุนเทียน เป็นต้น ติดตั้งตู้ไปรษณีย์ชาญฉลาดที่สามารถแจ้งเตือนไปรษณีย์ในพื้นที่ไปรับได้ทันทีที่มีคนหย่อนจดหมาย เพิ่มจำนวนเครื่องคัดแยกอัตโนมัติเพื่อคัดแยกรองรับสิ่งของอีคอมเมิร์ซไปปลายทาง ใช้รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิเพื่อคงคุณภาพของสินค้าจากเกษตรกรสู่ปลายทาง ใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อนำจ่ายสิ่งของ ตลอดจนแผนในการพัฒนา Account Credit Email ยืนยันเอกสารสำคัญต่างๆ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
  • ด้านบุคลากร  ไปรษณีย์ไทยมีจุดแข็งในด้านบุคลากรกว่า 40,000 คน ที่สามารถเข้าถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย โดยจะการพัฒนาศักยภาพ ต่อยอดทักษะของบุคลากรให้มีความสามารถหลากหลาย มีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกัน รองรับการให้บริการในยุคดิจิทัลสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยรุ่นใหม่
  • ด้านบริการ เน้นอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการทุกที่ ทุกเวลาผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น LINE OA ที่สามารถติดตามสถานะสิ่งของ ค้นหาไปรษณีย์ใกล้บ้าน สร้างใบจ่าหน้า รวมถึงเรียกใช้บริการรับฝากนอกสถานที่ (Pick-up service)
  • ด้านพันธมิตร มุ่งเน้นดำเนินงานภายใต้แนวคิด “พันธมิตรธุรกิจไปรษณีย์ไทย” เพื่อนำจุดเด่นของทั้งองค์กรรัฐ เอกชน มาสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมร่วมกัน โดยในปีที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินการแล้ว เช่น การร่วมส่งพวงหรีดสานบุญ by Carenation ความร่วมมือระหว่างเอไอเอสในการส่งซิมการ์ดให้กับคนไทยทั่วประเทศ ความร่วมมือกับไทยคม ติดตั้งระบบ Digital Service Kiosk รองรับการอ่านข้อมูลบัตรประชาชน กล้องถ่ายภาพยืนยันตัวตน (eKYC) เพื่อการทำธุรกรรมสำคัญ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี จากการประเมินผลภาพลักษณ์แบรนด์ “ไปรษณีย์ไทย” ปี 2563 ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ทั้งลูกค้าที่ใช้บริการไปรษณีย์ไทย และผู้ใช้บริการขนส่งรายอื่น พบว่าลูกค้า ประชาชนให้ความไว้วางใจในแบรนด์ “ไปรษณีย์ไทย” ในระดับ 92.5% ซึ่งขอขอบคุณลูกค้า ประชาชนที่รักและเชื่อมั่นในไปรษณีย์ไทย โดยจะยังคงเดินหน้าพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพบริการให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือสังคมไทย คงความอบอุ่น เป็นมิตรที่ใกล้ชิด เคียงข้างกับคนไทยตลอดไป นายกาหลง กล่าวสรุป


Tags : ไปรษณีย์ไทย กาหลง ทรัพย์สอาด ไปรษณีย์ไทยเตรียม4กลยุทธ์หนุนธุรกิจปีฉลู


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญใหญ่ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” ในโอกาสฉลองครบรอบ 29 ปี ของบริษัทฯ  และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน  โดยแคมเปญนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกและลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3, รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range,รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Sleek Type S และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 วิธีการรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัล จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขด้านล่างภายในระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับการซื้อกรมธรรม์ใหม่ การชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (เบี้ยฯปีต่ออายุ) ผ่านวิธีการและ/ หรือช่องทางการชำระเบี้ยที่กำหนด ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน* เมื่อซื้อกรมธรรรม์ฉบับใหม่เพิ่ม รับ 3 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ โดยลูกค้าปัจจุบันจะต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคล (insured) ที่มีผลบังคับอย่างน้อย 1 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อกรมธรรม์เป็นฉบับแรก รับ 2 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ เมื่อแนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง ในกรมธรรม์ฉบับเดิมหรือฉบับใหม่ รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สมัครบริการชำระเบี้ยประกันแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก (DA) หรือ ผ่านบัตรเครดิต (CCPA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านบัตรเครดิต VISA รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ สมัครบริการรับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร (DCA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สำหรับการแนะนำเพื่อน (ผู้มุ่งหวัง) (กรณีกรอกข้อมูลผู้มุ่งหวังถูกต้องและสมบูรณ์) รับ 1 สิทธิ์ /  1 รายชื่อผู้มุ่งหวัง ขอสงวนสิทธิ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนไม่เข้าร่วมรายการ จำนวนสิทธิ์ในการลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าผู้ที่จะใช้สิทธิ์จะต้องดาวน์โหลด ลงทะเบียน และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Emma by AXA จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ การแนะนำผู้มุ่งหวัง ผู้แนะนำต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “บริษัท ฯ” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ฯ) และผู้ถูกแนะนำต้องไม่เคยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท ฯ มาก่อนเท่านั้น โดยผู้แนะนำต้องกรอกชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุความสัมพันธ์ในลิงค์ที่ทางตัวแทนนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วน กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับอยู่ ณ วันที่จับรางวัลและจัดส่งของรางวัล สงวนสิทธิ์รางวัล 1 รางวัลต่อลูกค้า 1 ท่าน ตลอดระยะเวลาโครงการ สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการจับรางวัลในรอบอื่นของโครงการนี้ได้อีก พนักงานของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนประกันชีวิต และ คณะกรรมการดำเนินการจับรางวัล และ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ไม่สามารถเข้าร่วมรายการจับรางวัลนี้ได้ สำหรับแคมเปญ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยมีกำหนดการจับรางวัล ทั้งหมด 4 รอบ เริ่มจับรางวัลตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ไปจนถึง เดือนมกราคม 2570 ดังนี้: ครั้งที่ 1: จับรางวัลในวันที่ 24 กันยายน 2569                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 29 ตุลาคม 2569                  ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569           ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 28 มกราคม 2570                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2570 หมายเหตุ: ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป สำหรับช่องทางการประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี ผ่านช่องทาง Facebook Official Fanpage “Krungthai-AXA Life” และ Website https://www.krungthai-axa.co.th โดยจะประกาศเลขที่กรมธรรม์ และชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ได้รับรางวัล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1159 ในเวลา 9.00 – 19.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยการติดต่อจะเป็นไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้โชคดีได้ระบุไว้ในขั้นตอนการสมัครทำประกันชีวิต เพื่อนัดหมายเข้ารับของรางวัล ณ บริษัท เฟเวอร์ลี่ จำกัด สำนักงานใหญ่  ที่อยู่ เลขที่ 43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 270 ชั้นที่ 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ 02 673 9335 ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร.1159 ทั้งนี้อ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Promote-Lucky-Draw-29-Anniversary

08 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ “เต้ย - พงศกร   เมตตาริกานนท์” แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง “เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส  มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ ณ จังหวัดพะเยา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้ "อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง" จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อด้วยการไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วยการนั่ง "เรือแจวพื้นบ้าน" บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ "วัดติโลกอาราม" โบราณสถานกลางน้ำยุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และพลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านอาหารในตำนานริมกว๊านพะเยาอย่าง "ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน" ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"     ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ การเดินทางไปเยี่ยมชมอาณาจักร "บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา" เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ "บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู" พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณะแห่งกว๊านพะเยา และพบกับการนำกลีบและเกสรบัวมายกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสุดพรีเมียม ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Smart Drying ทำให้สามารถรักษากลิ่นหอม และคุณค่าทางสารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงหัวใจไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยมี ธ.ก.ส. เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการแปรรูป พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดตลอดห่วงโซ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา เบอร์โทรศัพท์ 089 997 3634     เตรียมพบกับความสนุกของทริปท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการนำดอกบัวมายกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุดพรีเมียม ติดตามการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

31 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner