Responsive image

Friday, 17 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


กลุ่มบริษัทเอไอเอ เผยพบ 61% ของคนไทย มีอย่างน้อย 4 ปัจจัยสำคัญที่นำมาปรับใช้ เพื่อการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น

Mon 11/01/2564


กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลการศึกษาถึงการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในชื่อ “Healthier Together” เผยมี 8 ปัจจัยหลักที่จะทำให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better Lives) จากการสำรวจใน 6 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการนำ 8 ปัจจัยหลักในการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นมาปรับใช้

การศึกษานี้จัดทำขึ้นโดย บริษัท คันทาร์ กรุ๊ป (Kantar Group) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการศึกษาและวิจัยเชิงลึกระดับโลก ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพกว่า 80 คนในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยทำการสำรวจผู้บริโภคทั่วภูมิภาคจำนวนกว่า 6,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้บริโภคชาวไทยจำนวน 1,500 ราย

เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างของแต่ละประเทศในแง่ของการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับสูงสุดจากการสำรวจใน 6 ประเทศ หรือคิดเป็น 35% โดยกลุ่มตัวอย่างได้นำ 8 ปัจจัยหลักมาปรับใช้เกือบทั้งหมด โดย 61% ของกลุ่มตัวอย่าง เผยว่ามีอย่างน้อย 4 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเพื่อการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น

ในแง่ความสัมพันธ์ของปัจจัยหลักทั้ง 8 ปัจจัย แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มี “การสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง” เป็นอันดับหนึ่งซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด แม้ว่า “การมองโลกในแง่ดี” ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดในประเทศอื่นจะมาเป็นอันดับสอง ในขณะที่ “การหาเวลาเพื่อเติมพลังให้ตนเอง” ซึ่งเป็นปัจจัยที่ง่ายที่สุดที่ผู้คนสามารถทำได้ และ “การกระตือรือร้นและมีส่วนร่วม” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ กลับเป็นสองปัจจัยที่คนไทยยังคงต้องพัฒนา

สจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “ทุกสิ่งที่เราทำนั้นมาจากความมุ่งมั่นในการรักษาคำมั่นสัญญา ที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better Lives) ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีความเข้าใจเชิงลึก ถึงสิ่งที่ผู้คนสามารถทำเพื่อส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จในการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น และเราจะสามารถช่วยพวกเขาได้อย่างไร ที่นอกเหนือจากการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการนอนหลับอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19”

ทั้งนี้ ที่มาของสาระสำคัญซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกใหม่รวมถึงข้อมูลต่างๆ นั้น ได้มาจากการสัมภาษณ์นักวิชาการ โค้ชสอนการดำเนินชีวิต นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต นักเขียนที่มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพ และกลุ่มคนผู้มีอิทธิพลจากภาคสถาบัน ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐชั้นนำทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผลการศึกษาแสดงให้เห็น 8 ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลในการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ได้แก่:

  1. การมองโลกในแง่ดี: มองเห็นสิ่งดีๆ ในทุกวัน ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ไม่ดีในอดีตมีผลกระทบกับปัจจุบันและ การมีความสุขกับการทำงาน
  2. การกระตือรือร้นและมีส่วนร่วม: มีส่วนร่วมในชุมชน มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว และมีความกระตือรือร้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ
  3. การสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง: มุ่งมั่นในเป้าหมายส่วนตัว มองหาช่องทางในการทำงาน ทำหน้าที่ และทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมมากขึ้น พร้อมทั้งการมองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้
  4. การเรียนรู้ตัวตนและอารมณ์ของตนเอง: ทราบว่าอะไรคือแรงขับเคลื่อนของชีวิต ทราบว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต และทราบข้อจำกัด จุดแข็ง และจุดอ่อนของตนเอง
  5. การรู้สึกมีความเป็นตัวของตัวเอง: มีความมั่นใจว่าสิ่งใดเหมาะสมกับตนเอง ทุ่มเทเวลาและแรงในสิ่งที่สามารถจัดการได้ ตลอดจนการมีความสามารถในการพัฒนาสุขภาพจิตของตนเอง
  6. การรักษาความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ: ให้ความสนใจผู้คนอย่างเต็มที่ เปิดกว้าง และเคารพผู้อื่น รวมถึงมองหาผู้คนที่มีความชอบเหมือนกันเพื่อแบ่งปันความสนใจในเรื่องเดียวกัน
  7. การไม่หยุดเรียนรู้หรือสำรวจสิ่งต่างๆ: ค้นหาแนวความคิดใหม่ๆ และริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ท้าทายความคิดเดิมของตนเอง และเปิดรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
  8. การหาเวลาเพื่อเติมพลังให้ตนเอง: สร้างขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างเวลาทำงานและเวลาส่วนตัว พร้อมทั้งมองหาวิธีเติมพลังให้กับตนเองอยู่เสมอ

แบบสำรวจได้ทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 6,000 ราย ในการให้คะแนนพฤติกรรมของตนเองในแต่ละปัจจัย ซึ่งผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า

  • 85% ของผู้ทำแบบสำรวจ ให้คะแนนตนเองว่ายังไม่สามารถปรับใช้ 8 ปัจจัยหลักได้อย่างเพียงพอ ซึ่งมีเพียงแค่ 15% ที่เชื่อว่าพวกเขามี 8 ปัจจัยหลัก โดยกลุ่มคนที่เชื่อว่าตนเองมีสุขภาพและชีวิตที่ดี รายงานว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีผลกระทบเชิงลบกับความพยายามในการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขาน้อยกว่ากลุ่ม 85%
  • วิธีที่จะพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ที่เป็นวิธีแรกที่ง่ายที่สุดที่ผู้คนสามารถทำได้คือ “การหาเวลาเพื่อเติมพลังให้ตนเอง”
  • จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดในการสำรวจครั้งนี้ มี “การมองโลกในแง่ดี” เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ซึ่งสูงกว่าผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจในกลุ่มอื่นถึง 2.3 เท่า

สจ๊วต เอ สเปนเซอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง เพราะผลลัพธ์ที่มีลักษณ์เฉพาะจากการศึกษาครั้งนี้ ทำให้เราทราบถึงวิธีในการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่ง ‘Healthier Together’ แสดงให้เห็นถึงวิธีปฏิบัติที่คนสามารถทำได้จริงเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมไปถึงความชัดเจนของวิธีในการนำไปสู่การมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราในตอนนี้”

ทั้งนี้ สามารถดูผลการศึกษาและผลการสำรวจฉบับเต็มของ AIA Healthier Together ได้ที่ www.aia.com/healthiertogether

 


Tags : กลุ่มบริษัทเอไอเอ เอไอเอ สจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner