Responsive image

Saturday, 07 Nov 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งประจำปี 2563 กำไรเติบโตขึ้น 5% มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้น 15% ใน 2 เดือนแรกของปี 2564

Wed 24/03/2564


กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งประจำปี 2563 กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี เติบโตขึ้นร้อยละ 5 ยอดขายกลับมามีความเคลื่อนไหวหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ใน 2 เดือนแรกของปี 2564 การดำรงเงินกองทุนที่เข้มแข็ง ส่งผลให้เงินปันผลประจำปีเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 7.5

คณะกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท” รหัสหลักทรัพย์: 1299) มีความยินดีจะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทเอไอเอ สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยอัตราการเติบโตคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่

เอไอเอ มีกรมธรรม์ที่มีผลบังคับขนาดใหญ่และกำลังเติบโตด้วยแหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอและมีคุณภาพสูง ซึ่งสนับสนุนให้กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และเงินปันผลประจำปีสูงขึ้นร้อยละ 7.5 หรือคิดเป็นมูลค่า 100.30 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น

สำหรับตลอดทั้งปี 2563 มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) คิดเป็น 2,765 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 33 ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายของการดำเนินธุรกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี ยอดขายกลับมามีความเคลื่อนไหวหลังจากมาตรการโควิด-19 มีการผ่อนคลาย ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่งสูงขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบแบบปีต่อปีใน 2 เดือนแรกของปี 2564

ผลประกอบการทางการเงินของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ยังคงมีความแข็งแกร่งและฟื้นตัวกลับเข้าสู่สภาพเดิม ดังจะเห็นได้จาก Local Capital Summation Method (LCSM) ของกลุ่มบริษัท ซึ่งมีอัตราส่วนถึงร้อยละ 374(1)

นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทเอไอเอรายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งอีกครั้ง แม้ว่าจะมีเงื่อนไขทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่ไม่คาดคิดมาก่อน รวมถึงความท้าทายในการดำเนินธุรกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี ขณะที่มูลค่าธุรกิจใหม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม แต่เรายังมีการเติบโตในตัวชี้วัดด้านการเงินสำคัญอื่นๆ นอกจากนี้ ยอดขายได้กลับมามีความเคลื่อนไหวหลังจากมีการผ่อนปรนมาตรการ และเรามีมูลค่าธุรกิจใหม่ที่เติบโตขึ้นเมื่อเทียบแบบปีต่อปีในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2564 ทำให้สถานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทเอไอเอยังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งเรายังได้เพิ่มเงินปันผลประจำปี

“สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของเราคือความปลอดภัยของพนักงานและการสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา ผมอยากจะขอขอบคุณพนักงานของเราในความมุ่งมั่นที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในการให้บริการอย่างราบรื่นแก่ลูกค้า ตัวแทน และพันธมิตรของเรา เรามุ่งมั่นพิจารณาในการจ่ายผลประโยชน์ค่าสินไหมทดแทนอย่างสม่ำเสมอ และในระหว่างปี เราได้มีการจ่ายผลประโยชน์ต่างๆและเงินเอาประกันภัยไปมากกว่า 16 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อส่งมอบการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ลูกค้าของเรา นอกจากนี้เราได้เพิ่มความคุ้มครองให้แก่ลูกค้า รวมถึงขยายความคุ้มครองไปสู่สังคมที่เราดำเนินงานอยู่ในวงกว้างขึ้น ซึ่งถือเป็นการช่วยส่งมอบความสบายใจทางด้านการเงินในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนเช่นนี้

“เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและการพบเจอแบบตัวต่อตัว เราจึงได้เร่งการพัฒนาและปรับใช้ช่องทางออนไลน์และความสามารถในการทำงานนอกสถานที่ในทุกตลาดของเรา เราได้แนะนำการขายแบบออนไลน์ และปรับขั้นตอนการรับสมัคร การเข้างาน และการฝึกอบรมเป็นแบบออนไลน์ทั้งหมดสำหรับตัวแทน และได้เปิดตัวบริการ รวมถึงขั้นตอนการเคลมที่คล่องตัวและง่ายดายขึ้นสำหรับลูกค้า ซึ่งความสามารถใหม่นี้ส่งผลให้เราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้

“แม้ว่าในปี 2563 จะเป็นปีที่พิเศษและท้าทาย แต่กลับทำให้ผมมองเห็นแง่ดีเกี่ยวกับอนาคตของเอไอเอ ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวเอเชียมีความตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและการคุ้มครองดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวอย่างมาก ซึ่งทำให้เป้าหมายและคุณค่าของบริษัทของเรามีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และในปี 2563 เราได้พัฒนาและนำกลยุทธ์ใหม่มาปรับใช้ ซึ่งจะปรับเปลี่ยนเอไอเอ รวมถึงจุดยืนของเราในการกระตุ้นการเติบโตทางโครงสร้างของธุรกิจประกันชีวิตทั่วทั้งเอเชีย ผมมีความมั่นใจว่าเอไอเอได้อยู่ในธุรกิจที่ถูกต้อง ในภูมิภาคที่เหมาะสม และในช่วงเวลาที่ถูก และเราจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better, Lives)”

 


Tags : กลุ่มบริษัทเอไอเอ เอไอเอรายงานผลประกอบการปี2563 หลี่หยวนชยองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทเอไอเอ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

SME D Bank ออกแพ็กเกจใหญ่ หนุนเอสเอ็มอีสุดตัว  คว้าโอกาสเดินหน้าธุรกิจได้เต็มศักยภาพ ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ “จ่ายดี มีเติม” Top up ทุนหนุนต่อยอดขยายธุรกิจ , “เสริมสภาพคล่อง PN” แบ่งเบาภาระ ลดดอกเบี้ยจากสัญญาเดิมสูงสุด 2.5%  และ “เสริมสภาพคล่องแฟคตอริ่ง” ขยายวงเงินรับซื้อลูกหนี้การค้า สูงสุดถึง 95%  ช่วยผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้มั่นคงและคล่องตัว ในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี  ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เปิดเผยว่า  SME D Bank ออกชุดมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีเงินทุน เพิ่มสภาพคล่อง  และลดภาระทางเงิน  สามารถดำเนินธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างคล่องตัว และคว้าโอกาสทางธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  รวมถึง เพิ่มเงินหมุนเวียน กระตุ้นเศรษฐกิจในระบบ ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1. มาตรการ “จ่ายดี มีเติม” (Top up) วงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้าเดิมของ SME D Bank ทุกประเภทธุรกิจที่มีศักยภาพ และประวัติทางการเงินดี  ได้รับสิทธิ์เติมทุนเพิ่ม นำไปเสริมสภาพคล่อง ต่อยอดขยายธุรกิจได้อย่างมั่นคง วงเงินกู้ 5 แสนบาทถึงสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 5% คงที่ 2 ปีแรก ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยสามารถใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงิน  แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าเต็มวงเงินโครงการ แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน 2. มาตรการ “เสริมสภาพคล่อง PN” สำหรับลูกค้า  SME D Bank  ที่มีวงเงินกู้ระยะสั้น ประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) และประวัติทางการเงินดี จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย จากสัญญาเดิม 1.5%-2.5% เมื่อเข้าร่วมรับมาตรการตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 ซึ่งจะช่วยลดภาระทางเงิน และเพิ่มสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน 3. มาตรการ “เสริมสภาพคล่องแฟคตอริ่ง”  สำหรับลูกค้า SME D Bank  ประเภทวงเงินสินเชื่อแฟคตอริ่ง (Factoring) ที่มีคู่ค้าเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีการโอนสิทธิการรับเงินตรง ด้วยการขยายอัตรารับซื้อลูกหนี้การค้า สูงสุดถึง 95% จากปกติสูงสุด 90% เมื่อเข้าร่วมรับมาตรการตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 ช่วยให้มีเงินทุนหมุนเวียน และสภาพคล่องเพิ่มขึ้น สามารถรับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   นอกจากนั้น สำหรับลูกค้าเดิมและลูกใหม่ที่ต้องการเงินทุน นำไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุง ยกระดับธุรกิจ  SME D Bank มีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ เพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี  เช่น  “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย โดยวงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท สามารถใช้ บสย.  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สำหรับนำไปลงทุนพลังงานสะอาด เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และปรับเปลี่ยนใช้ยานยนต์ EV เป็นต้น และ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน ผ่อนปรนเงื่อนไข ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นต้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ , LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

07 Nov 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีที่ผู้คนมองหาของขวัญเพื่อส่งต่อความสุขและความปรารถนาดี ธนาคารออมสิน จึงเปิดตัว “ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ” ลักษณะการ์ดอวยพร เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับมอบเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่ วันเกิด วันรับปริญญา วันแต่งงาน หรือโอกาสสำคัญต่าง ๆ ให้ของขวัญชิ้นนี้เป็นทั้งคำอวยพรและจุดเริ่มต้นของการออมสำหรับคนพิเศษ พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภท ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ มีให้เลือกตามประเภทและระยะเวลาการออม ได้แก่ สลากออมสินพิเศษ 1 ปีและ 2 ปี เริ่มต้นหน่วยละ 100 บาท และสลากออมสินพิเศษ 5 ปี เริ่มต้นหน่วยละ 500 บาท จำหน่ายเฉพาะในรูปแบบใบสลาก เมื่อถือครบกำหนด ผู้ถือสลากจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลตลอดอายุสลากตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภท โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลได้รับยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ผู้ซื้อสามารถมอบใบสลากให้ผู้รับได้โดยตรง โดยผู้รับต้องนำใบสลากมาติดต่อธนาคารเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ก่อนครบกำหนดอายุ ซึ่งโอนกรรมสิทธิ์เร็วก็จะได้รับสิทธิประโยชน์และสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้เร็วตามเงื่อนไขของสลาก ทั้งนี้ การถอนก่อนครบกำหนดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ใบสลากจำหน่ายเฉพาะรูปแบบพิเศษ มีค่าธรรมเนียมออกใบสลาก 10 บาทต่อฉบับ สำหรับยอดซื้อต่ำกว่า 1,000 บาท โดยซื้อยอดตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปไม่เสียค่าธรรมเนียม ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115  

04 Nov 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินขานรับนโยบายรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เห็นชอบโครงการ Solar ภาคประชาชน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ธนาคารจึงจัดโครงการ “สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์ในที่อยู่อาศัยบนหลังคาได้ง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินตามหลักเกณฑ์โครงการ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ให้กู้ครอบคลุมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์ ทั้งติดตั้งใหม่และเพิ่มเติม ได้แก่ แผงโซลาร์ เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter) และแบตเตอรี่ (ถ้ามี) โดยวงเงินกู้รวมกับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลต้องไม่เกินค่าติดตั้งจริง ทั้งนี้ เงินสนับสนุน 50,000 บาท จะโอนเข้าธนาคารเพื่อลดยอดหนี้ เช่น ค่าติดตั้ง 140,000 บาท เมื่อหักเงินสนับสนุนแล้ว เหลือเงินต้นที่ต้องผ่อน 90,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินจะนำมาชำระหนี้ก่อนตามเงื่อนไขโครงการ โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสิทธิ์จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อนเลือกผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟน. หรือ กฟภ. และนำหลักฐานการได้รับสิทธิ์ ใบเสนอราคา ประวัติชำระค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่แน่นอน และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 สำหรับบ้านอยู่อาศัย เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารจะจ่ายเงินแก่ผู้ติดตั้งโดยตรงตามงวดงาน อย่างไรก็ตาม ธนาคารแนะนำให้ประชาชน ประเมินความคุ้มค่าจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงเทียบกับค่าติดตั้งและภาระผ่อนชำระก่อนตัดสินใจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้จากการติดตั้งโซลาร์ หรือสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ได้รับสิทธิ์จากภาครัฐสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 โดยธนาคารพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ สอบถามเพิ่มเติมที่ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115  

31 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี วงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 140,000 บาท เป็นงบสนับสนุนการติดตั้งจากรัฐบาล จำนวน 50,000 บาท มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทในการดูแลและสนับสนุนภาคเกษตรไทย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล เข้าร่วมโครงการ “โซลาร์ ภาคประชาชน” โดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และจัดทำสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท และรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสงค์ขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ได้แก่ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และผ่านการตรวจสอบรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อ 1 มิเตอร์ มีมิเตอร์ไฟฟ้าและสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้ ณ วันที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่เป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท เกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความเห็นชอบ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02 555 0555  

29 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner