Responsive image

Friday, 02 Jan 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ทีเอ็มบีธนชาต รุกตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง มอบเอกสิทธิ์ขั้นสุด “ทีทีบี รีเซิร์ฟ” ครบทุกสิทธิประโยชน์ทางการเงิน การลงทุนและไลฟ์สไตล์

Sat 26/06/2564


ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดตัวบริการใหม่ “ทีทีบี รีเซิร์ฟ” (ttb reserve) สำหรับลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง ด้วยแนวคิดความสำเร็จต่อยอดได้ไม่มีที่สิ้นสุด ยกระดับบริการและเอกสิทธิ์ขั้นสุด พร้อมเปิดตัวบัตรเครดิต ttb reserve เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ได้แก่ ทีทีบี รีเซิร์ฟ วีซ่า อินฟินิท (ttb reserve visa infinite) และทีทีบี รีเซิร์ฟ วีซ่า ซิกเนเจอร์ (ttb reserve visa signature) ชูจุดเด่นเรื่องคะแนนสะสมที่ได้เร็วเหนือใคร โดยยังไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายผ่านบัตรและการนำคะแนนสะสมที่ได้รับไปต่อยอด เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านการเงิน การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ที่สามารถเลือกสิทธิประโยชน์ได้ตามความสนใจ พร้อมส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดผ่านบริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนส่วนบุคคล เพื่อชีวิตทางการเงินดีขึ้นทั้งวันนี้และอนาคต

นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า จากการรวมกิจการเป็นหนึ่งเดียวระหว่างทีเอ็มบีและธนชาต ภายใต้ชื่อ ทีเอ็มบีธนชาต ธนาคารไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ โดยยึดความต้องการและเป้าหมายของลูกค้าเป็นที่ตั้ง เพื่อทำให้ทุกช่วงชีวิตทางการเงินของลูกค้าดียิ่งขึ้น ซึ่งในวันนี้พร้อมแล้วที่จะสร้างความแตกต่าง โดยการยกระดับบริการ และมอบเอกสิทธิ์ใหม่ขั้นสูงสุด ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงของทีเอ็มบีธนชาตที่ปัจจุบันมีรวมกว่า 80,000 ราย รวมถึงการนำเสนอให้กับลูกค้าใหม่ที่ให้ความสนใจ โดยบริการ ttb reserve จะตอบโจทย์ทั้งด้านการเงิน การลงทุนและไลฟ์สไตล์ ช่วยบริหารต่อยอดความมั่งคั่งผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย ครบวงจร ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ และความคุ้มค่าแบบไม่มีที่สิ้นสุดผ่านบัตรเครดิต ttb reserve พร้อมสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นทุกการใช้จ่าย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างฐานลูกค้าบัตรเครดิต ttb reserve จำนวน 30,000 ราย ในปี 2564

“ทีเอ็มบีธนชาต มีเป้าหมายที่จะทำให้ลูกค้าทุกกลุ่ม มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้และในอนาคต โดยมุ่งมั่นออกแบบโซลูชันทางการเงินที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ในแต่ละช่วงชีวิต พร้อมทั้งยกระดับบุคลากรของธนาคารเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับลูกค้า ส่งมอบโซลูชันที่เหมาะสมและเพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้เราเป็นธนาคารหลัก ด้วยสิทธิพิเศษที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ซึ่ง ttb reserve เป็นบริการที่ตั้งใจพัฒนาขึ้นมาสำหรับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงโดยเฉพาะ” นายอนุวัติร์ กล่าว

 

นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารกลุ่มลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า “บริการ ttb reserve ได้พัฒนาขึ้น จากการที่ธนาคารมีการตั้งคำถามอยู่เสมอว่าเราจะสร้างความแตกต่าง หรือความเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้ชีวิตทางการเงินของลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงดีมากขึ้นได้อย่างไร จากข้อมูลของธนาคาร เราพบว่าลูกค้ายิ่งมีความมั่งคั่งสูง ยิ่งมีความต้องการผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น เราจึงเริ่มมีการศึกษา โดยการพูดคุยและทำความเข้าใจลูกค้า และพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ มีความต้องการโซลูชันทางการเงินที่จะมาช่วยตอบโจทย์ 2 เรื่องใหญ่ ๆ โดยขึ้นอยู่กับช่วงชีวิตเป็นสำคัญ คือ 1. กลุ่มผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง (Wealth Accumulation) ให้เงินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่องไปถึงอนาคตจนถึงหลังเกษียณ 2. กลุ่มวัยเกษียณ ที่ต้องการรักษาความมั่งคั่งและส่งต่อความสำเร็จ (Wealth Preservation and Wealth Transfer) เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตในปัจจุบันให้สามารถใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการอย่างไร้กังวลและส่งต่ออย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น” 

“จากความต้องการดังกล่าว เราจึงได้ออกแบบให้บัตรเครดิต ttb reserve เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งสองกลุ่ม โดยเน้นความสำคัญใน 4 ด้าน คือ 1) เป็นตัวแทนสถานะแห่งความสำเร็จ 2) เอกสิทธิ์เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าของธนาคาร 3) ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ และที่สำคัญ คือ 4) บัตร ttb reserve ต้องช่วยเสริมและประสานโซลูชันทางการเงิน ระหว่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้ประโยชน์ที่มากขึ้นและต่อยอดความมั่งคั่ง”

 

ด้าน นางสาวนันทพร ตั้งเจริญศิริ หัวหน้าบริหารการตลาดลูกค้าบุคคลและประสบการณ์ลูกค้า ทีเอ็มบีธนชาต ได้กล่าวถึง ความโดดเด่นของเอกสิทธิ์ใหม่ของบัตรเครดิต ttb reserve คือ ฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการต่อยอดความมั่งคั่งแบบไม่มีที่สิ้นสุด ภายใต้แนวคิด “Earn Fast - Burn Smart” รับคะแนนที่ได้เร็วเหนือใคร แลกคะแนนคุ้มค่ากว่าใคร ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้เอง และใช้ได้จริง ได้แก่

1.รับคะแนนสะสมเร็วเหนือใคร รับคะแนนพิเศษรายปีสูงสุด 180,000 คะแนนทุกปี เมื่อมีเงินฝาก เงินลงทุน และ/หรือ ประกันชีวิตและประกันวินาศภัยตามที่ธนาคารกำหนด เพียงเปิดใช้งานบัตรลูกค้าจะได้รับคะแนนสะสมพิเศษนี้ โดยไม่ต้องมีการใช้จ่ายผ่านบัตร และสะสมคะแนนเพิ่มจากทุกการใช้จ่ายเพียง 10 บาท รับ 1 คะแนนทุกหมวด นอกจากนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดคะแนนสะสมได้เร็วยิ่งขึ้น ทุกการใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลและช็อปออนไลน์ รับคะแนน 2 เท่า หรือเทียบเท่า 5 บาท เท่ากับ 1 คะแนน และพิเศษสุด กับการต่อยอดคะแนนสะสมแบบติดสปีดเมื่อใช้จ่ายหมวดประกันชีวิตที่ร่วมรายการ รับคะแนนสูงสุด 10 เท่า หรือเทียบเท่า 1 บาท เท่ากับ 1 คะแนน เพิ่มโอกาสรับคะแนนสะสม 1,000,000 คะแนนง่าย ๆ เพียงซื้อประกันชีวิตของทีเอ็มบีธนชาตด้วยบัตรเครดิต ttb reserve 1 ล้านบาทเท่านั้น

2.การแลกคะแนนที่คุ้มค่ากว่าใคร โดยใช้คะแนนแลกรับของกำนัลพิเศษ ผ่านแค็ตตาล็อก ttb reserve อาทิ แลกรับเครดิตเงินคืน 1,000 บาท เพียงใช้ 10,000 คะแนน หรือคุ้มค่ายิ่งขึ้นเมื่อแลกรับเครดิตเงินคืนเป็นมูลค่าหน่วยลงทุนได้ถึง 1,200 บาท สำหรับการซื้อกองทุนทุก ๆ 100,000 บาท หรือแลกรับส่วนลด 20% เพียงแลกคะแนนสะสมเท่ากับยอดซื้อประกันวินาศภัย ใช้คะแนนแลกส่วนลดสุดพิเศษที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตลอดจนแลกรับของรางวัลที่คุ้มค่าอื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

3.สิทธิประโยชน์ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร ทั้งส่วนลดและบริการที่มอบความสะดวกมากมาย อาทิ ฟรีค่าธรรมเนียม การแปลงสกุลเงินตราต่างประเทศ 2.5%, สิทธิพิเศษ แบ่งชำระรายเดือน 0% นาน 6 เดือน สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ร่วมรายการ, รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% จากร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำ และส่วนลดพิเศษจากโรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เป็นต้น

4.ต่อยอดความมั่งคั่งทางการเงินอย่างยั่งยืน ผ่านบริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนส่วนบุคคล เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงปัจจุบันของทั้งทีเอ็มบีและธนชาต จะได้รับการเรียนเชิญเพื่อร่วมสัมผัสบริการของ ttb reserve และสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต Absolute ของทีเอ็มบี และบัตรเครดิต Black Diamond และ Blue Diamond ของธนชาต ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด จะได้รับการอัปเกรดเป็นบัตรเครดิต ttb reserve โดยอัตโนมัติ ลูกค้าที่สนใจบริการ ttb reserve สามารถสอบถามรายละเอียด ได้ที่ ทีเอ็มบีธนชาต ทุกสาขา หรือ ttb reserve line 02 010 1428

 


Tags : ทีเอ็มบีธนชาต ทีทีบี รีเซิร์ฟ อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล ณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย นันทพร ตั้งเจริญศิริ การเงินการลงทุน ทีทีบี ttb


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Awards) ประจำปี 2568 ให้แก่ธนาคารออมสิน โดยมีผู้แทนรับมอบรางวัลได้แก่ รศ.ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการธนาคารออมสิน พร้อมด้วย นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และผู้บริหาร ซึ่งเป็นปีที่ธนาคารออมสินได้รางวัลในระดับดีเด่นและเกียรติยศ ครบทั้ง 8 ประเภทรางวัลที่ธนาคารได้รับ จัดขึ้นโดยคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568     นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2568 นี้ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ได้พิจารณามอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นแก่ธนาคารออมสิน จำนวน 8 รางวัล ประกอบด้วย 1) รางวัลเกียรติยศรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม ธนาคารได้รับเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง โดยเป็นรางวัลที่มอบให้กับรัฐวิสาหกิจที่มีความโดดเด่นและมีมาตรฐานการดำเนินงานทุก ๆ ด้าน สามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของประชาชน     2) รางวัลเกียรติยศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น ได้รับเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง จากการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ และผลักดันการบริหารงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 3) รางวัลเกียรติยศการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น ได้รับเป็นปีที่ 7 ต่อเนื่อง จากการรักษามาตรฐาน การบริหารจัดการเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำพาองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ   4) รางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ที่มอบให้แก่นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผลงานเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน 5) รางวัลการพัฒนาสู่รัฐวิสาหกิจดิจิทัล จากการสร้างสรรค์และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กร ในมิติต่าง ๆ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล 6) รางวัลการพัฒนาสู่รัฐวิสาหกิจยั่งยืน จากการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม     7) รางวัลการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น โดยได้รับจากผลงานความสำเร็จของโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบองค์รวม (Holistic Area-Based Development) - โครงการลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 8) รางวัลความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่น จากโครงการ GEN AI Branch Assistant : ผู้ช่วยสาขาอัจฉริยะ ที่ธนาคารพัฒนาขึ้นโดยการนำ AI มาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของสาขา   นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบุคลากรธนาคารออมสินทุกคนในการรักษามาตรฐานการบริหารจัดการองค์กรในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และการให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ควบคู่กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ธนาคารเพื่อสังคม” เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว    

26 Dec 2025

...

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด ส่งความห่วงใยถึงคนไทยทั่วประเทศในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 มอบแคมเปญ “ฟรี!!! ประกันอุบัติเหตุ กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี” โดยมอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มปีใหม่ (ไมโครอินชัวรันส์) ฟรีให้แก่ประชาชนทั่วไป ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมเพิ่มความอุ่นใจสำหรับการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาเพื่อไปฉลองกับครอบครัว ซึ่งแคมเปญดังกล่าวยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อีกทั้งยังสานต่อพันธกิจของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives ทั้งนี้ สำหรับประชาชนทุกคนที่สนใจขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี สามารถลงทะเบียนรับสิทธิออนไลน์ได้ง่าย ๆ เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/panyPR  ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569   หมายเหตุ: *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด กำหนด

20 Dec 2025

...

รายงานข่าวจากธนาคารออมสิน ขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้า ประเภทบุคคลธรรมดา ที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และยังไม่ได้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตร Smart Finance Upskill ขอให้เร่งสมัครผ่านเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากขณะนี้เหลือเวลาเพียง 4 วันสุดท้าย ที่สามารถลงทะเบียนและเรียนให้จบหลักสูตร เพื่อรับสิทธิ์เงินสนับสนุนจากภาครัฐ นับจากวันที่พัฒนาทักษะสำเร็จจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 สูงสุดไม่เกินรายละ 2,000 บาท หลักสูตร Smart Finance Upskill การพัฒนาความรู้ทางการเงินเพื่อร้านค้ารายย่อยโครงการคนละครึ่ง พลัสเป็นการเรียนออนไลน์กับธนาคารออมสิน ภายใต้โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย ประเภทบุคคลธรรมดา มุ่งเสริมทักษะทางการเงินที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ ครอบคลุมการทำบัญชี การคิดต้นทุน การตั้งราคาขาย และความรู้ก่อนยื่นขอกู้ ผู้ที่เรียนจบและผ่านเกณฑ์ จะได้รับประกาศนียบัตรและรับสิทธิ์เงินสนับสนุนจากภาครัฐตามเงื่อนไขที่กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนหลักสูตร Smart Finance Upskill และข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโครงการ Upskill/Reskill คนละครึ่ง พลัส ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 กด 7

19 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner