Responsive image

Wednesday, 24 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ทีเอ็มบีธนชาต รุกตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง มอบเอกสิทธิ์ขั้นสุด “ทีทีบี รีเซิร์ฟ” ครบทุกสิทธิประโยชน์ทางการเงิน การลงทุนและไลฟ์สไตล์

Sat 26/06/2564


ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดตัวบริการใหม่ “ทีทีบี รีเซิร์ฟ” (ttb reserve) สำหรับลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง ด้วยแนวคิดความสำเร็จต่อยอดได้ไม่มีที่สิ้นสุด ยกระดับบริการและเอกสิทธิ์ขั้นสุด พร้อมเปิดตัวบัตรเครดิต ttb reserve เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ได้แก่ ทีทีบี รีเซิร์ฟ วีซ่า อินฟินิท (ttb reserve visa infinite) และทีทีบี รีเซิร์ฟ วีซ่า ซิกเนเจอร์ (ttb reserve visa signature) ชูจุดเด่นเรื่องคะแนนสะสมที่ได้เร็วเหนือใคร โดยยังไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายผ่านบัตรและการนำคะแนนสะสมที่ได้รับไปต่อยอด เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านการเงิน การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ที่สามารถเลือกสิทธิประโยชน์ได้ตามความสนใจ พร้อมส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดผ่านบริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนส่วนบุคคล เพื่อชีวิตทางการเงินดีขึ้นทั้งวันนี้และอนาคต

นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า จากการรวมกิจการเป็นหนึ่งเดียวระหว่างทีเอ็มบีและธนชาต ภายใต้ชื่อ ทีเอ็มบีธนชาต ธนาคารไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ โดยยึดความต้องการและเป้าหมายของลูกค้าเป็นที่ตั้ง เพื่อทำให้ทุกช่วงชีวิตทางการเงินของลูกค้าดียิ่งขึ้น ซึ่งในวันนี้พร้อมแล้วที่จะสร้างความแตกต่าง โดยการยกระดับบริการ และมอบเอกสิทธิ์ใหม่ขั้นสูงสุด ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงของทีเอ็มบีธนชาตที่ปัจจุบันมีรวมกว่า 80,000 ราย รวมถึงการนำเสนอให้กับลูกค้าใหม่ที่ให้ความสนใจ โดยบริการ ttb reserve จะตอบโจทย์ทั้งด้านการเงิน การลงทุนและไลฟ์สไตล์ ช่วยบริหารต่อยอดความมั่งคั่งผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย ครบวงจร ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ และความคุ้มค่าแบบไม่มีที่สิ้นสุดผ่านบัตรเครดิต ttb reserve พร้อมสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นทุกการใช้จ่าย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างฐานลูกค้าบัตรเครดิต ttb reserve จำนวน 30,000 ราย ในปี 2564

“ทีเอ็มบีธนชาต มีเป้าหมายที่จะทำให้ลูกค้าทุกกลุ่ม มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้และในอนาคต โดยมุ่งมั่นออกแบบโซลูชันทางการเงินที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ในแต่ละช่วงชีวิต พร้อมทั้งยกระดับบุคลากรของธนาคารเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับลูกค้า ส่งมอบโซลูชันที่เหมาะสมและเพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้เราเป็นธนาคารหลัก ด้วยสิทธิพิเศษที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ซึ่ง ttb reserve เป็นบริการที่ตั้งใจพัฒนาขึ้นมาสำหรับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงโดยเฉพาะ” นายอนุวัติร์ กล่าว

 

นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารกลุ่มลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า “บริการ ttb reserve ได้พัฒนาขึ้น จากการที่ธนาคารมีการตั้งคำถามอยู่เสมอว่าเราจะสร้างความแตกต่าง หรือความเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้ชีวิตทางการเงินของลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงดีมากขึ้นได้อย่างไร จากข้อมูลของธนาคาร เราพบว่าลูกค้ายิ่งมีความมั่งคั่งสูง ยิ่งมีความต้องการผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น เราจึงเริ่มมีการศึกษา โดยการพูดคุยและทำความเข้าใจลูกค้า และพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ มีความต้องการโซลูชันทางการเงินที่จะมาช่วยตอบโจทย์ 2 เรื่องใหญ่ ๆ โดยขึ้นอยู่กับช่วงชีวิตเป็นสำคัญ คือ 1. กลุ่มผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง (Wealth Accumulation) ให้เงินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่องไปถึงอนาคตจนถึงหลังเกษียณ 2. กลุ่มวัยเกษียณ ที่ต้องการรักษาความมั่งคั่งและส่งต่อความสำเร็จ (Wealth Preservation and Wealth Transfer) เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตในปัจจุบันให้สามารถใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการอย่างไร้กังวลและส่งต่ออย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น” 

“จากความต้องการดังกล่าว เราจึงได้ออกแบบให้บัตรเครดิต ttb reserve เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งสองกลุ่ม โดยเน้นความสำคัญใน 4 ด้าน คือ 1) เป็นตัวแทนสถานะแห่งความสำเร็จ 2) เอกสิทธิ์เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าของธนาคาร 3) ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ และที่สำคัญ คือ 4) บัตร ttb reserve ต้องช่วยเสริมและประสานโซลูชันทางการเงิน ระหว่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้ประโยชน์ที่มากขึ้นและต่อยอดความมั่งคั่ง”

 

ด้าน นางสาวนันทพร ตั้งเจริญศิริ หัวหน้าบริหารการตลาดลูกค้าบุคคลและประสบการณ์ลูกค้า ทีเอ็มบีธนชาต ได้กล่าวถึง ความโดดเด่นของเอกสิทธิ์ใหม่ของบัตรเครดิต ttb reserve คือ ฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการต่อยอดความมั่งคั่งแบบไม่มีที่สิ้นสุด ภายใต้แนวคิด “Earn Fast - Burn Smart” รับคะแนนที่ได้เร็วเหนือใคร แลกคะแนนคุ้มค่ากว่าใคร ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้เอง และใช้ได้จริง ได้แก่

1.รับคะแนนสะสมเร็วเหนือใคร รับคะแนนพิเศษรายปีสูงสุด 180,000 คะแนนทุกปี เมื่อมีเงินฝาก เงินลงทุน และ/หรือ ประกันชีวิตและประกันวินาศภัยตามที่ธนาคารกำหนด เพียงเปิดใช้งานบัตรลูกค้าจะได้รับคะแนนสะสมพิเศษนี้ โดยไม่ต้องมีการใช้จ่ายผ่านบัตร และสะสมคะแนนเพิ่มจากทุกการใช้จ่ายเพียง 10 บาท รับ 1 คะแนนทุกหมวด นอกจากนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดคะแนนสะสมได้เร็วยิ่งขึ้น ทุกการใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลและช็อปออนไลน์ รับคะแนน 2 เท่า หรือเทียบเท่า 5 บาท เท่ากับ 1 คะแนน และพิเศษสุด กับการต่อยอดคะแนนสะสมแบบติดสปีดเมื่อใช้จ่ายหมวดประกันชีวิตที่ร่วมรายการ รับคะแนนสูงสุด 10 เท่า หรือเทียบเท่า 1 บาท เท่ากับ 1 คะแนน เพิ่มโอกาสรับคะแนนสะสม 1,000,000 คะแนนง่าย ๆ เพียงซื้อประกันชีวิตของทีเอ็มบีธนชาตด้วยบัตรเครดิต ttb reserve 1 ล้านบาทเท่านั้น

2.การแลกคะแนนที่คุ้มค่ากว่าใคร โดยใช้คะแนนแลกรับของกำนัลพิเศษ ผ่านแค็ตตาล็อก ttb reserve อาทิ แลกรับเครดิตเงินคืน 1,000 บาท เพียงใช้ 10,000 คะแนน หรือคุ้มค่ายิ่งขึ้นเมื่อแลกรับเครดิตเงินคืนเป็นมูลค่าหน่วยลงทุนได้ถึง 1,200 บาท สำหรับการซื้อกองทุนทุก ๆ 100,000 บาท หรือแลกรับส่วนลด 20% เพียงแลกคะแนนสะสมเท่ากับยอดซื้อประกันวินาศภัย ใช้คะแนนแลกส่วนลดสุดพิเศษที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตลอดจนแลกรับของรางวัลที่คุ้มค่าอื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

3.สิทธิประโยชน์ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร ทั้งส่วนลดและบริการที่มอบความสะดวกมากมาย อาทิ ฟรีค่าธรรมเนียม การแปลงสกุลเงินตราต่างประเทศ 2.5%, สิทธิพิเศษ แบ่งชำระรายเดือน 0% นาน 6 เดือน สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ร่วมรายการ, รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% จากร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำ และส่วนลดพิเศษจากโรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เป็นต้น

4.ต่อยอดความมั่งคั่งทางการเงินอย่างยั่งยืน ผ่านบริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนส่วนบุคคล เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงปัจจุบันของทั้งทีเอ็มบีและธนชาต จะได้รับการเรียนเชิญเพื่อร่วมสัมผัสบริการของ ttb reserve และสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต Absolute ของทีเอ็มบี และบัตรเครดิต Black Diamond และ Blue Diamond ของธนชาต ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด จะได้รับการอัปเกรดเป็นบัตรเครดิต ttb reserve โดยอัตโนมัติ ลูกค้าที่สนใจบริการ ttb reserve สามารถสอบถามรายละเอียด ได้ที่ ทีเอ็มบีธนชาต ทุกสาขา หรือ ttb reserve line 02 010 1428

 


Tags : ทีเอ็มบีธนชาต ทีทีบี รีเซิร์ฟ อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล ณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย นันทพร ตั้งเจริญศิริ การเงินการลงทุน ทีทีบี ttb


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่มาแรงต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดตัวเป็นแบงก์แรกที่นำเสนอเงินฝากเพื่อเด็ก “ออมสิน ออมรัก” โดยในระยะเวลาเพียง 1 เดือนมียอดเปิดบัญชีทะลุเป้าหมายกว่า 15,000 ราย สะท้อนความตื่นตัวของพ่อแม่ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างวินัยการออมให้บุตรตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของสมาชิกครอบครัว ด้วยข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนี้เอง ธนาคารจึงประกาศขยายสิทธิประโยชน์ของเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถึง 3 ต่อ เพื่อยกระดับปริมาณการออมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยต่อที่ 1) เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้เป็นญาติของผู้เยาว์สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่โดยกำเนิด ต่อที่ 2) เพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสูงสุดเป็น 400,000 บาทต่อบัญชี และต่อที่ 3) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 0.35% ต่อปี ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ปรับเพิ่มทั้งวงเงินที่คุ้มครองและอัตราดอกเบี้ยจะครอบคลุมกับลูกค้าเดิม ที่เปิดบัญชีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมายอีกด้วย เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพ่อแม่ตามกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้เยาว์ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจออมตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ด้วยสิทธิประโยชน์จูงใจด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท/บัญชี (หรือคิดเป็นวงเงิน 4 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน) ขณะที่ผู้เยาว์จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ผู้สนใจฝากเงินกับ “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th ด้วยบทบาทสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำด้านการออม ธนาคารออมสินจะสานต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการออมและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย โดยธนาคารสนับสนุนให้ทุกสถาบันการเงินดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์เกิดแก่คนไทยให้ได้มีวินัยการเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต  

21 Jun 2026

...

คณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติ ครม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572 ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family  

18 Jun 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวเงินฝากหาบทอง สำหรับลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่กำลังจะครบกำหนด ให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.031 ต่อปี โดยแบ่งอัตราดอกเบี้ยเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 15 มีนาคม 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.95 ต่อปี (ระยะเวลา 9 เดือน ) และช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2570 – 15 เมษายน 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.75 ต่อปี (ระยะเวลา 2 เดือน คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการร้อยละ 1.031 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน (ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน) จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่ครบกำหนด และประสงค์จะฝากเงินต่อเนื่องในเงินฝากหาบทอง จะเป็นการฝากเงินทั้งจำนวนต่อแบบอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการที่สาขา ทั้งนี้ หากลูกค้าประสงค์ฝากเงินบางส่วนหรือไม่ประสงค์ฝากเงินต่อในโครงการเงินฝากหาบทอง สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569 โดยธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ร้อยละ 1 ของต้นเงินที่ถอน ขั้นต่ำ 500 บาท (ดำเนินการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น) สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555  

18 Jun 2026

...

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ธนาคารออมสิน กับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำของประเทศ เปิดตัว "ออมสิน The Selected" มิติใหม่แห่งการลงทุนภายใต้ Thematic Investment ที่คัดสรรกองทุนคุณภาพตามธีมการลงทุนตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้คนไทยและเพิ่มโอกาสเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง โดยมี นายณัทธร โพธิแพทย์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลงทุนและบริหารการเงิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก 10 บลจ. ร่วมงาน   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพึ่งพาการออมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังลังเลที่จะเริ่มต้นลงทุนเนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงและขาดความรู้ความเข้าใจ ธนาคารออมสินในฐานะธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต จึงมุ่งส่งเสริมการออมตามภารกิจหลัก ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้คนไทยลงทุนต่อยอดเงินออม โดยเพิ่มทางเลือกที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เงินฝากและสลากออมสินของธนาคาร ผ่าน “ออมสิน The Selected” ด้วยการร่วมมือกับ 10 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรกองทุนคุณภาพตาม “Thematic Investment” จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ครอบคลุมทุกเป้าหมายและระดับความเสี่ยง ให้บริการผ่านสาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศโดยผู้แนะนำการลงทุน และผ่านแอป MyMo (เฉพาะ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)) ช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายขึ้น เลือกกองทุนที่เหมาะกับตนเอง สะดวกต่อการกระจายความเสี่ยง บริหารพอร์ตอย่างสมดุล และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้   กลุ่มที่ 1 สร้างพอร์ตมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ กับกองทุนที่สร้างรายได้สม่ำเสมอและบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล เป็นก้าวแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเงินออมมาหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคงและสูงขึ้น โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. กรุงศรี จำกัด และ บลจ. กสิกรไทย จำกัด   กลุ่มที่ 2 สร้างการเติบโต โอกาสสู่ความมั่งคั่ง เน้นลงทุนในตราสารทุน เปิดรับโอกาสจากเศรษฐกิจ นวัตกรรม และตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน), บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด   กลุ่มที่ 3 สร้างสมดุลที่ใช่ เน้นลงทุนในสินทรัพย์ผสมและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเปิดรับโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. พรินซิเพิล จำกัด และ บลจ. วรรณ จำกัด  

15 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner