Responsive image

Saturday, 04 Apr 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ทีเอ็มบีธนชาต เปิดตัว “ฟินบิส โดย ทีทีบี” โครงการเสริมความรู้ ติดอาวุธธุรกิจให้เอสเอ็มอี “ครบ จบในที่เดียว ปรับใช้ได้ง่าย ต่อยอดได้จริง”

Sat 04/09/2564


ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb)  เปิดตัวโครงการ “ฟินบิส โดย ทีทีบี”   (finbiz by ttb) โครงการเสริมความรู้ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอี บนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และสัมมนาออนไลน์ ที่เจาะลึกทุกบริบทของอุตสาหกรรมและเข้าใจธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “ครบ จบในที่เดียว ปรับใช้ได้ง่าย ต่อยอดได้จริง” เพื่อเสริมแกร่งความรู้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พร้อมปรับตัว มองหาโอกาส และเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

นางกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) กล่าวว่า เป้าหมายของธนาคาร คือ การสร้างชีวิตทางการเงิน (Financial Well-being) ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ โดยเราได้ดำเนินการควบคู่กันไป 2 ด้าน ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน (Financial Solution) ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มในทุกสถานการณ์ของการดำเนินธุรกิจ และการมอบองค์ความรู้ด้านการเงิน (Financial Literacy) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้ลูกค้ามีความรู้ทางการเงินเพื่อบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์ที่มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าต้องเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่อง การจัดการหนี้สิน ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วพร้อมเผชิญปัญหาต่าง ๆ

ทีเอ็มบีธนชาต จึงเดินหน้าสานต่อโครงการเกี่ยวกับการมอบความรู้ด้านการเงินอย่างเต็มที่ พร้อมให้ข้อมูลความรู้ที่ตอบโจทย์เหมาะสมกับลูกค้าธุรกิจแต่ละกลุ่ม โดยใช้ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ที่ธนาคารพัฒนาขึ้น ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก สามารถศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง และก้าวสู่ชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นต่อไป

นางพรรณวลัย อินทราพิเชฐ  หัวหน้าบริหารการตลาดลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) กล่าวว่า ธนาคารมีเป้าหมายส่งเสริมการมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นของลูกค้าเอสเอ็มอี ด้วยการสนับสนุนเงินทุนที่เพียงพอเหมาะสม และดิจิทัลโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้สะดวก คล่องตัวมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการส่งมอบความรู้ที่ช่วยตอบโจทย์การทำธุรกิจ ประกอบการตัดสินใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้จริง และจุดประกายต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ทีเอ็มบีธนชาต จึงได้จัดทำโครงการ finbiz by ttb หรือ financial business advisory hub  เพื่อเสริมความรู้และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเอสเอ็มอี ซึ่งได้ต่อยอดมาจากโครงการ LEAN Supply Chain by ttb ที่ธนาคารได้ดำเนินการมานานกว่า 10 ปี พร้อมเพิ่มเติมความรู้ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดย finbiz by ttb เป็นแหล่งข้อมูลที่ครบ จบ ในที่เดียว ทั้งรูปแบบของการสัมมนาออนไลน์ บทความ และคลิปวิดีโอ บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย มีข้อมูลความรู้ครอบคลุมทั้งเทรนด์อุตสาหกรรม ทฤษฎี หลักการนำไปใช้ กรณีศึกษา ข้อดีและข้อเสียของไอเดียต่าง ๆ มีการเจาะลึกในเชิงอุตสาหกรรมแบบรอบด้านจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ  รวมทั้งความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำธุรกิจแถวหน้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์  ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นมุมมองในหลายมิติ เติมแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีได้

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ โครงการ finbiz by ttb ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์เป็นครั้งแรกให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้ชื่องาน “ติดสปีดธุรกิจอาหาร เปลี่ยนให้ไว...ปรับยังไงให้รอด”  โดยได้รับเกียรติถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นางสาวพจนา พะเนียงเวทย์ กรรมการ บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ นางสาวปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต บารามีซี่ แล็บ และนายศมน คุ้มธรรมพินิจ Product Owner - Agile Commercial Digital Innovation จากทีเอ็มบีธนชาต

ธนาคารเชื่อมั่นว่าโครงการ finbiz by ttb จะเป็นแหล่งรวมความรู้ที่จะช่วยเสริมแกร่งให้เอสเอ็มอีไทยและสร้างแรงบันดาลใจที่จะปรับตัวและสู้กับสถานการณ์ต่าง ๆ ในโลกธุรกิจ โดยทีเอ็มบีธนชาตพร้อมเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีไว้วางใจ ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

เอสเอ็มอีที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลในโครงการ finbiz by ttb รับชมสรุปรายละเอียดงานสัมมนาและข้อมูลธุรกิจอื่น ๆ ได้ที่ www.ttbbank.com/th/finbiz

 


Tags : ทีเอ็มบีธนชาต ttb กาญจนาโรจวทัญญู พรรณวลัยอินทราพิเชฐ เอสเอ็มอี ทีทีบี


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner