Responsive image

Monday, 02 Feb 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


ไทยประกันชีวิตห่วงใยบุคลากรภายใน มอบความช่วยเหลือกรณีติดเชื้อโควิด-19

Sun 05/09/2564


ไทยประกันชีวิตพร้อมเคียงข้างดูแลบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งพนักงานสำนักงานใหญ่ สาขาฝ่ายขาย รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างชั่วคราวรายปี กรณีติดเชื้อโควิด-19 มอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมในอัตรา 1,000 บาทต่อวัน ระหว่างพักรักษาตัว สูงสุดไม่เกิน 14 วัน

นายไชย  ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิต ดำเนินนโยบายตามวิสัยทัศน์ People Business ที่ให้ความสำคัญกับคน ผ่านการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทุกภาคส่วน รวมถึงกำหนดเป้าหมายในการเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ด้วยการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่นคง และชีวิตที่ดีมีสุขให้กับคนไทย

และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อต่อเนื่องในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต บริษัทฯ มีความห่วงใยและตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้เอาประกันภัย จึงได้มอบการดูแลผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จัดตั้งหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) เพื่อรองรับผู้เอาประกันที่ติดเชื้อและอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องได้รับการรักษาใน Hospitel

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับบุคลากรภายในเช่นเดียวกัน เพราะถือว่าบุคลากรเป็นทรัพยากรและทรัพย์สินที่มีค่า และเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน จึงได้กำหนดมาตรการดูแลบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยง สร้างความปลอดภัย และลดภาระค่าใช้จ่าย

ล่าสุด บริษัทฯ มอบความช่วยเหลือบุคลากรทั้งพนักงานสำนักงานใหญ่ สาขา รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างชั่วคราวรายปี และฝ่ายขายระดับผู้บริหารหน่วยขึ้นไป กรณีติดเชื้อโควิด-19 โดยมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมในอัตรา 1,000 บาทต่อวัน ระหว่างพักรักษาตัวตามความเป็นจริง สูงสุดไม่เกิน 14 วัน

สำหรับหลักเกณฑ์การมอบเงินช่วยเหลือ จะต้องเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อจากการตรวจแบบ RT-PCR หรือแบบ Antigen Test Kits (ATK) และเข้าสู่ระบบการรักษาตามคำวินิจฉัยของแพทย์ในโรงพยาบาล หรือรักษาตัวแบบ Home Isolation หรือสถานพยาบาลที่ภาครัฐกำหนด ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป กรณีพนักงานสำนักงานใหญ่ สาขา และฝ่ายขายระดับผู้บริหารศูนย์ขึ้นไปเสียชีวิตจากการเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จะได้รับพิจารณาเงินช่วยเหลือตามผลประโยชน์ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ กรณีฝ่ายขายระดับผู้บริหารหน่วยจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นลำดับขั้นตามผลงาน

ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการดูแลบุคลากรทุกภาคส่วนหลากหลายมาตรการ อาทิ การทำงานแบบ Work From Home และ Split Team โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงานทั้งของบุคลากรสำนักงานใหญ่ สาขา และฝ่ายขายให้ราบรื่น และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เอาประกันภัยได้สูงสุด

การจัดให้มีสวัสดิการด้านการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยสนับสนุนค่าฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับพนักงานสำนักงานใหญ่และสาขา พนักงานชั่วคราวรายปี พนักงานทดลองงาน และฝ่ายขายระดับผู้จัดการศูนย์ขึ้นไป คนละ 2 เข็ม สูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

รวมถึงการจัดหาวัคซีนทางเลือก โดยได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในเบื้องต้นจำนวน 1,000 โดส เพื่อดำเนินการฉีดให้กับพนักงานที่ต้องให้บริการด้านธุรกรรมประกันชีวิตแก่ผู้เอาประกันภัย พนักงานที่มีโรคประจำตัว และฝ่ายขายในกทม.และปริมณฑลที่ปฏิบัติหน้าที่ภาคสนาม และอยู่ระหว่างการติดต่อเพิ่มเติม สำหรับพนักงานและฝ่ายขายที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมเป็นกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมส่งมอบกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ ร่วมกับมูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ บริจาคเงินสมทบกองทุนศิริราชรักษภิบาล (สู้ภัยโควิด) ให้แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, บริจาคเครื่องออกซิเจน Hi-Flow ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า, และบริจาคชุดป้องกันสารเคมีแบบเต็มตัวพร้อมฮูดคลุมศีรษะ (ชุด PPE) ให้แก่กองการฌาปนกิจ กรมสวัสดิการทหารบก, บริจาคผ้าห่มไทยประกันชีวิตให้กับสถานที่รักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และบริจาคน้ำดื่มไทยประกันชีวิต เพื่อนำไปมอบให้แก่ประชาชนที่รับบริการฉีดวัคซีนและบุคลากรทางการแพทย์

 “ไทยประกันชีวิตพร้อมดูแลเคียงข้างทุกชีวิตในสังคมไทย เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้คลี่คลายลง และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน” นายไชยกล่าว


Tags : ไทยประกันชีวิต ไชย ไชยวรรณ โควิด-19


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner