Responsive image

Tuesday, 12 May 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


เคทีซีผนึกพันธมิตรธุรกิจ ร่วมบุกตลาดท่องเที่ยวไทยเต็มสตีม

Fri 29/10/2564


เคทีซีจัดงานเสวนาออนไลน์ “เคทีซีผนึกพันธมิตรธุรกิจ ร่วมบุกตลาดท่องเที่ยวไทยเต็มสตีม” โดยมีพันธมิตรผู้นำธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วมพูดคุย เพื่อทราบถึงทิศทางและการเตรียมความพร้อมของธุรกิจท่องเที่ยวไทยรองรับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว

นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการ - การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากพฤติกรรมในด้านการท่องเที่ยวของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่เปลี่ยนแปลงไป มีความต้องการที่ชัดเจนและมีความคาดหวังกับการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น พร้อมที่จะจ่ายเงินจำนวนมากสำหรับการเดินทางที่เป็นส่วนตัวและขยายระยะเวลาของทริปให้ยาวนานขึ้น เพราะห่างหายจากการท่องเที่ยวมานาน จึงเกิดความโหยหาที่จะเดินทางท่องเที่ยว เคทีซีจึงได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการให้บริการด้านการท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านบริการ KTC World Travel Service เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เคทีซียังได้จัดทำ Platform Domestic Travel Hub ภายใต้ concept หา เรื่อง เที่ยว เพื่อเป็นแหล่งรวม “เรื่องราว” “ประสบการณ์” และ “โปรโมชัน” ด้านการท่องเที่ยว อาทิ ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน แพ็กเกจทัวร์ บัตรเข้าชมกิจกรรมต่างๆ รถเช่า และประกันภัยการเดินทาง โดยเน้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงชุมชนต่างๆ กว่า 40 พื้นที่ทั่วประเทศไทย ในส่วนของพันธมิตรธุรกิจ เคทีซีได้จัดแคมเปญ “เที่ยว อยู่ ได้” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยทางเคทีซีให้การสนับสนุนด้านสื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงสิทธิประโยชน์ในด้านการส่งเสริมการขายอีกด้วย”

         

ายโชติช่วง ศูรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด และอุปนายก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า “ถึงแม้ภาพรวมของประเทศจะยังไม่พร้อม แต่ธุรกิจต้องพร้อมเสมอ ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นในการเดินทางมากขึ้น เพราะเราผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว  ธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็น SME ก็จะขยับตัวได้คล่องแคล่ว สะท้อนถึงความมั่นใจในการกล้าลงทุนและพยายามเดินหน้าต่อไป โดยนักท่องเที่ยวจะเป็นกลุ่ม Medium-to-High End Market  ที่ต้องการความ Premium ในการท่องเที่ยวมากขึ้น ”

“การแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มปรับตัวสูงขึ้น หนุ่มสาวทัวร์จึงพร้อมสร้างความแตกต่าง ด้วยการสร้าง Value ที่ยั่งยืน อาทิ การศึกษาเข้าใจพฤติกรรมตลาด รู้ Insight ของลูกค้า เพื่อนำเสนอรายการที่โดนใจ เช่น ทัวร์วันเดย์ สำหรับคนที่ยังกล้าๆ กลัวๆ การออกไปเที่ยว ทัวร์ Silver age  และ Web-based app “NS Connect” ที่ให้บริการลูกค้าแบบเป็นดิจิตอลมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังสร้าง Brand Trust เน้นความแตกต่างในตัวแบรนด์ เพิ่มคุณค่าและสร้างความเชื่อมั่น  รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อช่วยกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขยายโอกาสทางธุรกิจ” 

นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม  Head of Commercial สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า “ในปัจจุบันสถานการณ์ของไทยเวียตเจ็ทเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ในตอนนี้ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวมีการตอบรับที่ดี และจากนโยบายที่ผ่อนปรนมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นผลดีต่อธุรกิจ ซึ่งจะเห็นได้จากยอดจองที่เพิ่มขึ้น และจำนวนผู้โดยสารอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยตัวเลขสูงกว่า 80% ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกือบจะเท่ากับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19

สถานการณ์ปัจจุบัน การพัฒนาบริการ และการให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสาร หรือ CUSTOMER EXPERIENCE เป็นเป้าหมายหลักของเรา โดยยึดหลักกลยุทธ์ทางธุรกิจ ดังนี้ 1) การปรับเปลี่ยนเครือข่ายและเส้นทางการบิน เพื่อตอบรับกับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบัน 2) การพัฒนาด้านนวัตกรรม เช่น ระบบคะแนนสะสม Loyalty Program : FunCoin การสร้างเครือข่ายการขนส่ง หรือ Cargo ในประเทศจีน และการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ และ 3) ความปลอดภัย โดยยึดหลักปฏิบัติตามกฎการเดินทางทางอากาศสากล และแนวทางความปลอดภัยด้านสุขอนามัย”

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า   “สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีเป็นตัวแทนภาคเอกชนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของทุกสมาคมท่องเที่ยวในจังหวัด เพื่อประสานงานและขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา (ทกจ) โดยเรื่องหลักคือ เรื่องการเปิดเมืองพัทยา การจัดกิจกรรม และโปรโมชันต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดชลบุรี”

“ปัจจุบันปริมาณนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้ามาจังหวัดชลบุรีเพิ่มมากขึ้นประมาณ 30-40% สำหรับในวันหยุด เช่น วันเสาร์จะมีอัตราการเข้าพักเพิ่มเป็น 60% และ 80% สำหรับวันหยุดยาว (Long Weekend)  อย่างไรก็ตาม จำนวนโรงแรมในจังหวัดที่เปิดให้บริการแล้วมีเพียง 30-40% ซึ่งโรงแรมขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังคงปิดกิจการอยู่ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีจำนวนน้อยมากประมาณ 2-3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 (ปกติช่วง high season เรามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนละประมาณ 1 ล้านคน) ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาอุปสรรคต่างๆ อาทิ การขอ COE (Certificate of Entry) การตรวจ RT PCR หลายครั้ง รวมถึงข้อบังคับเรื่องการซื้อประกัน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกว่าการเดินทางมาประเทศไทยมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เบื้องต้นถึงแม้ไทยจะสามารถเปิดประเทศได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 แต่ภาคเอกชนคาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงเข้ามาไม่มากนัก สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวไทย ผู้ประกอบการคงต้องจับมือกับพันธมิตรออกโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการของภาครัฐ เช่น เราเที่ยวด้วยกัน หรือ การสนับสนุนงบประมาณด้านการตลาดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ยังมีความจำเป็น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ”  

    

นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ นายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจแห่งประเทศไทย (TAPA) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามพาร์คซิตี้ จำกัด ผู้บริหารสวนน้ำ สวนสนุก สยาม อะเมซิ่งพาร์ค “สวนสยาม” กล่าวว่า “ภาพรวมของสวนสนุกทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีตลาดใหญ่ๆ ภายในประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ยุโรป หรือ จีน  จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศโดยไม่ต้องมีการกักตัวซึ่งต่างจาการเดินทางระหว่างประเทศ  เมื่อ Travel Restrictions หรือข้อจำกัดการเดินทางน้อยลง   การท่องเที่ยวก็มีแนวโน้มที่จะกลับสู่สภาวะปกติได้ในปี  2566 

สำหรับสยาม อะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) ตั้งแต่ปี 2563 เราได้มีการปรับตัวอยู่ตลอด เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้  เช่น การเปิดจำหน่ายบัตรล่วงหน้าราคาพิเศษ การขายบัตรออนไลน์  การเพิ่มช่องทางการชำระเงินแบบ  e-payment   และมีบริการอื่นๆ เพิ่มเติม   การร่วมมือกับพันธมิตรเช่น เคทีซี ในการขยายฐานกลุ่มลูกค้า การลดค่าใช้จ่าย  รวมถึงการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ได้แก่  โครงการ  Bangkok World  แหล่งชิม ช้อป เที่ยว ที่เดียว แบบ One Stop Service ที่กำลังดำเนินการอยู่ นอกจากนี้  ยังได้มีการนำเทคโนโ ลยีหรือแพลตฟอร์มต่างๆ  เข้ามา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรองรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป”

นายอติรัตน์ ด่านภัทรวรวัฒน์ เจ้าของแพ 500 ไร่ และนายกสมาคมการค้าธุรกิจที่พักบูติกไทยกล่าวว่า “ภาพรวมของที่พักโรงแรมบูติกไทย มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเกือบเทียบเท่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งโรงแรมบูติกที่คนไทยนิยม พื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ น่าน เชียงคาน เชียงราย แม่ฮ่องสอน และพะเยา พื้นที่ภาคตะวันตก ได้แก่ หัวหินและปราณบุรี พื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ บ้านกรูดและตราด และพื้นที่ภาคใต้  ได้แก่ เชี่ยวหลาน ขนอม และสิชล โดยคาดว่าโรงแรมบูติกไทยจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เพราะตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่ต้องการประสบการณ์และแสวงหาความแปลกใหม่ สำหรับภารกิจหลักของสมาคมการค้าธุรกิจที่พักบูติกไทยในตอนนี้ คือ การเร่งปรับแก้กฎ ระเบียบ ที่เป็นข้อจำกัดต่อที่พักขนาดเล็กและกลาง รวมถึงที่พักบูติกให้สามารถเข้าถึงทุนและการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับในส่วนของแพ 500ไร่ ได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการปรับจากพื้นฐานภายใน เช่น ต้นทุน รูปแบบบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ตามกระแส รวมถึงสร้างความมั่นใจในด้านสุขอนามัย”


Tags : เคทีซี KTC ตลาดท่องเที่ยวไทย บัตรกรุงไทย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 โดยเปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้เป็นวาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ได้ดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม และนับจากนี้ไปธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย   ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูงและอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 - 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” เริ่มต้นที่กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ กลุ่มวัยเติบโต (Growing) คือการส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง และจนถึงช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต คือ วัยส่งมอบ (Legacy) ที่ธนาคารออมสินจะเคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต   ด้านการสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ 1) การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น และภารกิจที่ 2) การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ New Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน   สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธนาคารออมสิน ตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่าร้อยละ 40 ของสินเชื่อรวมในปี 2568 พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ ธนาคารออมสิน พร้อมก้าวต่อไปในการสานต่อพระราชปณิธานฯ ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนไทยทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” …  Smart Social Bank for All Lives  

04 May 2026

...

ธ.ก.ส. สร้างทางเลือกทางการเงิน ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง รับดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากทันที ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากได้ทุกเพศ ทุกวัย ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด ฝากได้แล้ว ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกทางการเงินและเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่างยั่งยืน ธ.ก.ส. ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้า โดยมีเงื่อนไขดังนี้ บุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือกลุ่มบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัย เมื่อฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาท รวมสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากเงิน ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการฝาก ธนาคารจะโอนต้นเงินเข้าบัญชีเงินฝากคู่โอนในวันครบกำหนด โดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อธนาคาร ทั้งนี้ สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน ฝากได้เลยตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลุ้นโชค ธ.ก.ส. ยังมีสลากออมทรัพย์ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 20 ล้านบาททุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง เมื่อฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท และชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาท ที่มาพร้อมรางวัลพิเศษอีกรางวัลละ 1 ล้านบาท ปีละ 3 ครั้ง รวม 30 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และชุดขุนแผนมรกต หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือนมูลค่า 40 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยทันทีหน่วยละ 19 บาท ทั้งนี้ เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ฝากสะดวกทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile และธ.ก.ส. ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 และเว็บไซต์ www.baac.or.th  

02 May 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้ จากมะเร็งสู่ชีวิตใหม่” โดยได้ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง พร้อมเปิดใจกับการกลับมารักตัวเองและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยมีตัวช่วยสำคัญที่สร้างความอุ่นใจอย่าง ‘ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง’ แก่พลังตัวแทน และที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ประเทศไทย กว่า 300 ท่าน ในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมพูดคุยถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรงให้แก่คนไทย เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถิติปัจจุบัน คนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีอัตราสูงถึงราวร้อยละ 15 ทำให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานของคนไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เอไอเอ ในฐานะผู้นำด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เรามีพันธกิจที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวของคนไทยผ่านการวางแผนด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง   “โดยเรามองว่าทุกคนควรเริ่มต้นวางแผนทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย หรือ ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะเริ่มมีโอกาสในการเจ็บป่วยและเป็นโรคร้ายแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญสำหรับประกันโรคร้ายแรง ควรต้องทำให้ครอบคลุม 3 กลุ่มโรคร้ายแรงยอดฮิต อย่าง “มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือด” เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่าสัดส่วนการเคลมจาก 3 กลุ่มโรคนี้สูงถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยความถี่ของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้น ในเอเชียจะพบได้ประมาณ 18-26 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และในรายงานจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าโรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ส่งผลให้มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในกลุ่มโรคมะเร็ง “นอกจากนั้นความคุ้มครองที่ควรจะต้องมีขั้นต่ำคือ 3 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าผ่าตัด, ค่าฉายแสง, ค่ารักษาแบบมุ่งเป้า เป็นต้น) รวมถึงยังมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จากการรักษา และในช่วงพักฟื้นอีกด้วย   “ซึ่งในวันนี้ เอไอเอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คุณพลอย เฌอมาลย์ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวและมุมมองในมุมของลูกค้าจริงให้กับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งประสบการณ์จริงจากคุณพลอยจะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเริ่มมองหาเกราะคุ้มกันโรคร้ายแรงให้ตัวเองและคนที่คุณรัก” คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดง นางแบบและพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง เผยว่า “มะเร็งเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่คิดค่ะ ที่ผ่านมามั่นใจว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรงเพราะเป็นคนออกกำลังกายหนัก เล่นกีฬาทุกประเภท แต่เราอาจลืมไปว่าเราก็ใช้ชีวิตหนักเช่นเดียวกัน แต่ถือว่าโชคดีที่พลอยตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีทำให้เรารู้เร็วว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งย้อนกลับไปตอนที่คุณหมอเจอเนื้อร้ายและแจ้งว่าพลอยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ตอนนั้นพลอยเครียดมาก น้ำหนักลง 13 กิโลกรัม ใน 3 เดือน ไม่กินข้าว มือสั่น นอนไม่หลับ ไม่อยากออกไปเจอใคร ขังตัวเองในบ้าน เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ร้องไห้ทุกวัน เป็นหนักมากค่ะ แต่พอดึงสติกลับมาคิดทบทวน พลอยรู้สึกเลยว่าเรายังโชคดีที่รู้เร็ว ทำให้เราได้เข้ารับการรักษาเร็ว และที่โชคดีมาก ๆ คือเรามีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   “การรักษาคือคุณหมอให้ฉายแสงค่ะ ไม่ต้องใช้คีโม แต่ต้องฉายแสง 25 ครั้ง ทำ 5 วันต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 3 ล้านบาท แต่ดีที่พลอยทำประกันของเอไอเอไว้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เลยครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เกือบทั้งหมดค่ะ “สำหรับพลอยอยากขอบคุณเอไอเอที่เชิญพลอยมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ พลอยอยากให้เรื่องราวของพลอยช่วยเตือนใจทุกคนว่าชีวิตคนเราสามารถมีเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติค่ะ การมีสติรู้ตัวและหยุดความคิดลบให้ได้ สำคัญมาก เราล้มได้เราก็ค่อย ๆ ลุกได้เช่นเดียวกัน พลอยอยากให้ทุกคนกอดตัวเองให้แน่น ๆ รักตัวเองให้มากกว่าเดิม ใจดีกับตัวเองดูบ้างนะคะ หลังจากที่พลอยเป็นมะเร็งในครั้งนี้ทำให้พลอยได้เรียนรู้ว่ามะเร็งเป็นโรคที่กลัวความสุขค่ะ เราควรจะกลับมามี Relationship กับตัวเองค่ะ และพลอยอยากฝากไว้สำหรับคนที่กำลังเป็นโรคอะไรก็ตาม การที่เรารู้เร็วว่าเราเป็นโรคอะไร ก็ให้คิดว่าเราจะได้รักษาเร็ว อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ เราต้องสู้เพราะเรากำลังจะได้โอกาสอีกครั้ง และอยากให้ทุกคนกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด   ที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนมีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงติดตัวไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดถึง ประกันจะเป็นตัวช่วยหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลให้กับเราค่ะ ทุกคนจะได้มีแรงในการดำเนินชีวิตต่อไป และสำหรับผู้หญิงเรา หากอายุถึง 30 ปีแล้วควรตรวจเมมโมแกรมทุกปีด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1 ดังนั้นการตรวจสุขภาพทุกปีจะช่วยให้หาโรคเจอในระยะเริ่มต้นด้วยค่ะ”  

28 Apr 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของ SMEs วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งให้จัดสรรสำหรับปล่อยสินเชื่อที่สนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ สินเชื่อเพื่อการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมวงเงินทั้ง 2 สินเชื่อที่ได้รับจัดสรรตามวัตถุประสงค์นี้ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย : กรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สนับสนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว โดยประชาชนสามารถยื่นกู้โดยตรงกับธนาคารออมสิน ทั้งแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 500,000 บาท มีเงินดาวน์ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก เท่ากับ 3.50% ต่อปี และแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถกู้แบบมีเงินดาวน์ 10% และ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5 ปีแรก เท่ากับ 3.25% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 20%) และ 3.50% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 10%) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐ ผู้สนใจสามารถติดต่อยื่นขอกู้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หมดเขตวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าจะมีผู้ขอกู้ครบตามวงเงินโครงการ 2. สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า : EV สนับสนุนการปรับตัวด้านการขนส่ง การเดินทาง การประกอบอาชีพและธุรกิจที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนกิจการด้านขนส่ง โดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนยื่นกู้กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) และสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย สำหรับการกู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้ามือแรก (ป้ายแดง) ในประเภทรถยนต์ เช่น BEV, PHEV, HEV, FCEV คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 5% ต่อปี ส่วนประเภทรถจักรยานยนต์คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 10% ต่อปี เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เป็นผู้กำหนดขึ้นตามนโยบายของแต่ละแห่ง ผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกใช้บริการได้ตามที่สะดวก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย (โครงการย่อยกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน – ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ จัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า) ได้ที่ธนาคารออมสิน GSB Contact Center โทร. 1115 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th

27 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner