Responsive image

Tuesday, 09 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล เปิดตัว คราวน์ โทเคน “CWT” มิติใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัล เชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญา สู่โลก NFTs และ Metaverse ตอบโจทย์การลงทุนด้านบล็อกเชนครบวงจร

Fri 11/03/2565


บริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด (T&B Media Global Thailand) ผู้นำธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ชั้นนำของไทย ผู้พัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ผลิตและสร้างสรรค์ภาพยนตร์และซีรีส์แอนิเมชันระดับโลกเปิดตัว Crown Token (CWT) นวัตกรรมใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัลเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญาสู่โลก NFT และ Metaverse โดยจะเริ่มเปิดให้เทรดเหรียญบน Zipmex แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่งในเอเชียแปซิฟิกและเป็นพาร์ทเนอร์ที่สำคัญของ CWT

ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) กล่าวว่า “คราวน์ โทเค็น” หรือ “CWT” นับเป็นมิติใหม่ของวงการ Utility Token ในการนำเอาจุดเด่นของทรัพย์สินทางปัญญา Intellectual Property (IP) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสำคัญของบริษัท และรวมถึงภาพยนตร์และซีรีส์แอนิเมชัน มาต่อยอดทางธุรกิจให้มีความหลากหลาย รวมถึงการสร้าง NFT บน NFT Platform ที่บริษัทจะพัฒนาร่วมกับพันธมิตรชั้นนำของไทยและต่างประเทศ และต่อยอดสู่การนำไปใช้จริงใน Metaverse รวมถีง Translucia Metaverse อีกหนึ่งอภิมหาโปรเจกต์ที่บริษัทกำลังพัฒนา และจะนำไปสู่การสร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน

 

สำหรับโปรเจกต์แอนิเมชัน บริษัทได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับและทีมงานระดับโลก อาทิ  Mr. Andrew Gordon หนึ่งใน Executive Producer ของโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ของ T&B และได้มีการวางแผนพัฒนา NFT ร่วมกันในขณะนี้ Mr. Gordon มีผลงานเป็นที่รู้จักจากแอนิเมชันชื่อดังอย่าง “Monsters, Inc.” “Ratatouille” “Finding Nemo” “Toy Story” นอกจากนี้ T&B มีพาร์ทเนอร์ที่สำคัญมากมายในจีน เพื่อนำแอนิเมชันที่คนไทยร่วมเป็นเจ้าของบุกตลาดจีนซึ่งมี Box office ใหญ่ติดอันดับโลก โดย Mr. Kenji Xiao อดีต CEO ของThreeZero และ Chief Planner/bureau member of Wu Zhen International Project of Future Visual Arts ผู้มีประสบการณ์ในวงการแอนิเมชันของจีน เป็นหนึ่งในทีม Executive Producer ของโปรเจกต์ที่เน้นบุกตลาดจีน โดย T&B เตรียมเปิดตัวแอนิเมชันสุดอลังการสู่ตลาดโลกเร็ว ๆ นี้ ในระหว่างปี 2022-2025 เตรียมพบกับ Legends of the Two Heroes, FriendZSpace, Looking for Gods, New Legend, The Forestias และ Blue City ซึ่งนับว่าเป็นอภิมหาโปรเจกต์ที่ T&B ทุ่มทุนสร้างเพื่อตอบโจทย์โลกแอนิเมชันที่นับวันยิ่งก้าวล้ำและมีกลุ่มแฟนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดย T&B ไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดในประเทศเท่านั้น หากแต่กลุ่มแฟนจะมาจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน อินเดีย ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าประเทศเหล่านี้เป็นตลาดที่ใหญ่และเติบโตสูงมาก การบุกตลาดโลกจะเป็นการสร้างทั้งชื่อเสียงและเม็ดเงินจำนวนมหาศาลแก่ IP โปรเจกต์

นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม SMO ที่จะเป็นศูนย์กลางทั้งในด้านการสร้าง community การสร้าง engagement ของ creators ศิลปิน และกลุ่มแฟน จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างอีโคซิสเท็มที่แข็งแกร่งให้กับคราวน์โทเคนอีกด้วย

 

คุณพรรณธร ลออรรถวุฒิ, CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มบริษัท T&B Media Global และ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท VUCA Digital กล่าวว่า “Crown Token (CWT)” มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของผลประโยชน์ และการพัฒนาอีโคซิสเท็ม (ecosystem) อย่างครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งาน (use case) อย่างหลากหลาย รวมถึงการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรและบริษัทในเครือ โดยบริษัท VUCA Digital ได้จับมือกับบริษัท Pellar Technology ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน blockchain technology และมีประสบการณ์และความสำเร็จจากโปรเจกต์ NFT ระดับสากล มาร่วมสร้าง NFT Platform “ADOT” ที่จะเปิดให้บริการในเร็วๆนี้ โดย ADOT ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากล ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาต่อยอด IP ของบริษัทไปสู่ตลาด NFT และเชื่อมโยงไปถึง Metaverse ซึ่งเป็นหลักไมล์สำคัญของบริษัทในอนาคตอีกด้วย

คุณพรรณธร กล่าวว่า IP ยังสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นได้อีกมากมายเช่น เกม การ์ตูน Licensing & Merchandising นิยาย และสวนสนุกธีมพาร์ค ซึ่งมีมูลค่าตลาดโลกโดยรวมกว่า USD 600 billion

 

 IP จากแอนิเมชันรวมถึงแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่ง SMO จะสร้างผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ แก่ผู้ถือโทเคน ผ่านระบบ Staking การได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ การได้รับ NFT airdrop การได้รับ SMO points เพื่อสิทธิพิเศษบนแพลตฟอร์ม การเข้าไปมีส่วนร่วมกับแอนิเมชัน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการโหวตกำหนดเรื่องราว การสร้างอวตารของตัวเองให้โลดแล่นอยู่บนแอนิเมชันระดับโลก การโฆษณาประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ ผู้ถือจะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมประมูล NFT คอลเลคชั่นพิเศษ และสิทธิพิเศษในการเข้าถึง Translucia Metaverse อีกด้วย

CROWN Token (CWT) เป็นมิติใหม่และเป็นก้าวสำคัญของยูทิลิตี้โทเคนให้กับผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยโปรเจกต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ซื้อสินทรัพย์ดิจิตัล CROWN Token ถูกออกแบบมาอย่างครบวงจร ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทางการเงินยุคดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัด

CROWN Token (CWT) มีจำนวนโทเคนจำกัดทั้งหมด 140 ล้านโทเคน โดยจะเปิดให้ซื้อขายในวันที่ 3 มีนาคม 2565 บน Zipmex แพลตฟอร์มสินรัพย์ดิจิตัลอันดับต้นของไทย นอกจากนี้เรายังได้เตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้ซื้อขาย CWT ในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย


Tags : ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ พรรณธร ลออรรถวุฒิ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสิทธิเสรีภาพและสังคมของความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) อย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดโปรโมชันพิเศษ คุ้ม 3 ต่อ ให้แก่ลูกค้าเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ที่ร่วมรายการ และชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ที่ BKI Care Station ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 คุ้มที่ 1 รับส่วนลดพิเศษเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 รับส่วนลด 10% - ประกันภัยโรคมะเร็ง ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้าน หรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total รับส่วนลด 15%  คุ้มที่ 2 รับบัตรเติมน้ำมัน หรือ Gift Voucher - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500–4,000 บาท - ประกันภัยโรคมะเร็ง เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,500 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้านหรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500–2,000 บาท และพิเศษเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่มอีก 200 บาท คุ้มที่ 3 รับของสมนาคุณรุ่น Limited Edition เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าเก็บความร้อนเย็นที่จัดทำขึ้นสำหรับเทศกาล Pride Month ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE @bkicarestation และ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า

08 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจเกินคาด มีการจองซื้อเข้ามามากเฉียด 70,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามธนาคารได้ปิดการเสนอขายและออกหุ้นกู้แล้วเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ตามวงเงินโครงการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน และสามารถสร้างสถิติมูลค่าเสนอขายสูงสุดในองค์กรรัฐวิสาหกิจและกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่มีนโยบายในความรับผิดชอบต่อสังคม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพและบทบาทของธนาคารออมสินในการเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ธนาคารจะนำไปใช้จัดหาเงินทุนและรีไฟแนนซ์โครงการที่เข้าเกณฑ์ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) เพื่อรองรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสังคมและสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยทุกชีวิต มุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลัก ESG เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.40% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.59% ต่อปี เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ในการให้คำปรึกษาพร้อมร่วมจัดทำ Sustainable Finance Framework และ DNV (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำหน้าที่ประเมินและให้ความเห็นอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการเงินเพื่อการพัฒนาและภาคสถาบันการเงิน ในการร่วมกันผลักดันแนวทางการเงินเพื่อความยั่งยืน และช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

06 Jun 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569     

04 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” ด้วยสินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ “ออมสินเต็มแม็กซ์” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย สินเชื่อออมสิน SMEs Recharge เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ยเดิม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเดิมและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 30 ล้านบาท ครอบคลุมกิจการของผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบด้านภาษี กิจการที่ต้องแข่งขันราคากับสินค้านำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจในพื้นที่กรณีพิพาทชายแดน ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุม Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อออมสินเต็มแม็กซ์ เพื่อการขยายธุรกิจ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสูงสุดรายละไม่เกิน 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ประสงค์ขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีสร้างพลวัตใหม่ (Reinvent Thailand) สนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ เกษตร-เกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ตลอดจนธุรกิจ Supply Chain ของอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อก้าวสู่ตลาดระดับโลก กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนวัตกรรมแห่งอนาคต กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Tourism / Middle East) สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และยื่นขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115

29 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner