Responsive image

Sunday, 05 Apr 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


SME D Bank ผนึก สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย หนุนผู้ประกอบการไทยเต็มสูบ จัดกิจกรรมพิเศษเติมความรู้ พาจับคู่ส่งถึงแหล่งทุน ประเดิม 14-15 มี.ค.นี้

Sat 12/03/2565


SME D Bank จับมือ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จัด “กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งทุน” สนับสนุนครบวงจรตั้งแต่มอบความรู้ สอนลงมือปฏิบัติจริง ที่สำคัญพาจับคู่สู่แหล่งทุน ช่วยเสริมแกร่งธุรกิจก้าวผ่านโควิด-19 เผยจัดผ่านระบบออนไลน์ แบ่งเป็น 2 รุ่น ประเดิม 14-15 มีนาคม 2565 นี้ เปิดรับสมัครฟรี

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายลดลง  ส่งผลต่อเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่องไม่เพียงพอ ดังนั้น SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย จึงร่วมกับ “สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย”  นำโดย นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช  ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  จัด “กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งทุน” สนับสนุนลูกค้าธนาคาร ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย   และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ  เข้าสู่กระบวนการสนับสนุนด้าน “การเงิน” และ “การพัฒนา” โดยเข้าร่วมอบรมความรู้และลงมือปฏิบัติจริง พร้อมจับคู่เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านสินเชื่อของ SME D Bank ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว  จัดขึ้น 2 รุ่น ครั้งละ 150 ราย ผ่านระบบ Zoom Meetings ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. แบ่งเป็น รุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 มีนาคม 2565 และจับคู่เข้าสู่แหล่งเงินทุนในวันที่ 22 มีนาคม 2565 และ รุ่นที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2565 และจับคู่เข้าสู่แหล่งเงินทุนในวันที่ 24 พฤษภาคม 2565   ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม คุณสมบัติเปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล รวมถึงผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ   

 

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญจาก SME D Bank และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มาร่วมถ่ายทอดความรู้ในด้านต่าง ๆ ทุกขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรู้และความเข้าใจ เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน กลยุทธ์ธุรกิจที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน เพื่อเพิ่มยอดขาย สร้างรายได้ให้เติบโต ด้วยออนไลน์   โดยมีกิจกรรม Workshop 4️ หลักสูตร ได้แก่ 1️.แนวคิดและทฤษฎีการทำธุรกิจ 2️.การตลาดยุคใหม่สำหรับ SMEs  3️.การทำบัญชีและภาษีอย่างง่าย และ 4️.การทำเอกสารยื่นกู้ธนาคาร ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและเตรียมความพร้อมในการทำกิจการได้อย่างยั่งยืน

“ความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เติมเต็มความรู้ในสิ่งที่ขาดหรือเพิ่มเติมโอกาสเข้าสู่แหล่งเงินทุน ต่อยอดทฤษฎีสู่การปฏิบัติ สร้างการประเมินธุรกิจ เพื่อรับรู้ถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ นำไปสู่การแก้ไขได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว โดยจะมีหลักสูตรอบรมแนวคิดและทฤษฎีการทำธุรกิจ การเตรียมความพร้อมเป็นผู้ประกอบการ และ Canvas Model การตลาดยุคใหม่ สำหรับ SMEs การทำบัญชีและภาษีอย่างง่าย รวมทั้งการทำเอกสารยื่นขอสินเชื่อกับ SME D Bank และเมื่อดำเนินการอบรมเสร็จสิ้นจะเกิดการจับคู่เข้าสู่แหล่งเงินทุน ระหว่างผู้ประกอบการกับธนาคาร แบบตัวต่อตัว (one on one) ถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน” นางสาวนารถนารี กล่าว

ทั้งนี้ SME D Bank มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อครอบคลุมทุกกลุ่มเอสเอ็มอีไทยไว้คอยให้บริการ เช่น  สินเชื่อ SMEs D Plus  เปิดรับรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินเดิม ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน รองรับการลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และเป็นทุนหมุนเวียน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.5% ต่อปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 18 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  สินเชื่อ SMEs D เพื่อการลงทุน   เพื่อลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ รวมถึง ปรับเปลี่ยนธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.5% ต่อปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 18 เดือน  ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  สินเชื่อ SMEs D เสริมสภาพคล่อง เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 6% ต่อปี  และ สินเชื่อ SMEs Re-Start  สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และเกี่ยวเนื่อง (Supply Chain) เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย  อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.5% ต่อปี  วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท  ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  ปลอดชำระคืนเงินต้น  สูงสุดไม่เกิน 24 เดือนเป็นต้น

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าร่วมอบรม สามารถสมัครรุ่นที่ 1 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 13 มี.ค.2565 ผ่าน https://forms.gle/wV1dMETJaJ1C3QKk9 หรือสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัดเพียง 150 ท่านเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ โทร. 02-265-3331 หรือ  Call Center 1357

 

 

 

 


Tags : SME D Bank นารถนารี รัฐปัตย์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner