Responsive image

Monday, 01 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


เมื่อ Digital Transformation คือจุดเปลี่ยนของธุรกิจอุตสาหกรรมเสื้อผ้าไทย

Fri 15/04/2565


อุตสาหกรรมเสื้อผ้าไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19  รายงานจากศูนย์ข้อมูลและดิจิทัลอุตสาหกรรม สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ระบุว่าครึ่งปีแรกของปี 2563 มีโรงงานผลิตสิ่งทอที่ได้รับผลกระทบและต้องปิดตัวไปถึง 32 ราย ผู้ประกอบการค้าปลีกและส่งต้องประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจจากการ lockdown ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนมาใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาพิจารณาช่องทางออนไลน์

การปรับตัวด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล หรือ Digital Transformation จึงเป็นโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการ SMEs และสิ่งสำคัญของการปรับธุรกิจสู่ดิจิทัลคือองค์ความรู้ ล่าสุดธนาคารยูโอบี ประเทศไทย  ร่วมมือกับ The FinLab จัดงานสัมมนาภายใต้โครงการ Smart Business Transformation (SBTP) ในหัวข้อ “เมื่อ Digital Transformation คือจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าไทย” โดยเชิญ 3 ผู้ประกอบการที่อยู่ในโครงการ SBTP เจ้าของแบรนด์ที่ใครๆ ต่างรู้จัก ได้แก่ คุณวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล CEO บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด เจ้าของแบรนด์ “วอริกซ์” แบรนด์เสื้อผ้า รองเท้ากีฬาสัญชาติไทย ที่ท้าชนแบรนด์ระดับโลกด้วยกลยุทธ์ออนไลน์ คุณคุณากร ธนสารสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานไทยแลนด์ นิตติ้ง จำกัด เจ้าของแบรนด์เสื้อยืดตราห่านคู่ แบรนด์เสื้อยืดที่ อยู่คู่กับคนไทยมาหลายทศวรรษ และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน และคุณศิพิมพ์ อุ่นวรวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และอีคอมเมิร์ซ บริษัท วี.พี.อาร์.เอส. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชาย DAVIE JONES  แบรนด์ไทยที่กำลังเป็นที่นิยมมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ องค์ความรู้รวมถึงมุมมองที่มีต่อการทำ Digital Transformation ที่ทำให้ทั้ง 3 แบรนด์ยังเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น

ความท้าทายของธุรกิจอุตสาหกรรมเสื้อผ้า

เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญทำให้ผู้คนสามารถปลดล็อกการใช้ชีวิตแบบเดิม ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังร้านค้า และพฤติกรรมดังกล่าวก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ระบุว่า มูลค่าของ e-commerce ไทยในช่วงปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดนั้นมีมูลค่าสูงถึง 3.78 ล้านบาทและยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีก นั่นจึงทำให้ผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสตัดสินใจหันมาปรับตัวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล

คุณวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล CEO บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า “เราตัดสินใจก้าวเข้าสู่ดิจิทัล ตั้งแต่ที่เราชนะงานประมูลชุดกีฬาทีมไทยได้ในช่วงปี 2560 ตั้งแต่ก่อนโควิด-19 จะเริ่มระบาด โดยฝ่ายบริหารของเรามองเห็นความท้าทายและตัดสินใจที่จะเปิดใจรับคำท้าทายนี้ ซึ่งเป็นเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังเข้ามามีผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยตัวผมได้เข้าฝึกอบรมหลักสูตรในด้าน customer journey และอีกหลายๆ อย่าง ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ และสร้างวิสัยทัศน์ที่ช่วยเร่งความเร็วของการปรับปรุงส่วนต่างๆ ถ้าเราไม่ตัดสินใจลงทุนในเรื่องของ Digital Transformation ตั้งแต่ปี 2560 เราคงไม่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้”

 

ขณะที่ คุณคุณากร ธนสารสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานไทยแลนด์ นิตติ้ง จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ห่านคู่มีการปรับตัวตามยุคสมัยและเข้ากับเทรนด์ตามช่วงเวลามาโดยตลอด  เรามองว่าช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือที่จำเป็นมากถ้าหากเราตั้งเป้าจะอยู่ดำเนินธุรกิจให้คงอยู่ได้ถึง 100 ปี เราต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และการได้เข้าร่วมโครงการ SBTP ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเราได้มาก”

 

ด้านคุณศิพิมพ์ อุ่นวรวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และอีคอมเมิร์ซ บริษัท วี.พี.อาร์.เอส. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนให้ทัน เราต้องการที่จะรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อรู้จักลูกค้าและความต้องการของพวกเขา เพราะความท้าทายของแบรนด์ DAVIE JONES คือการเกิดของแบรนด์เสื้อผ้ารายใหม่ที่เข้ามาแข่งขันชิงพื้นที่ในตลาดกับเรา ดังนั้นเราจึงต้องสร้างตัวตนที่ชัดเจนและมีคุณภาพของสินค้าที่ดี เมื่อเรา transform มาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว เราสามารถรู้จักลูกค้าของเราได้รวดเร็วขึ้น แพลตฟอร์มการขายทางออนไลน์ช่วยให้เรามียอดขายพุ่งทะยานได้ ขณะที่ยอดขายจากออฟไลน์มีประมาณ 20% เท่านั้น”

ก้าวแรกที่มั่นคงสู่ความเป็นดิจิทัล

ธุรกิจจะยั่งยืนด้วยก้าวแรกที่มั่นคง การปรับเปลี่ยนสู่ความเป็นดิจิทัลก็เช่นเดียวกัน SMEs ต้องมีกลยุทธ์และแนวทางที่ชัดเจนในการเลือกแนวทางและเทคโนโลยีที่จะใช้ในการปรับตัวเองให้เข้าสู่ความเป็นดิจิทัลและมีศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยทั้ง 3 แบรนด์ วอริกซ์ ห่านคู่ และ DAVIE JONES ต่างก็มีแนวทางที่น่าสนใจสำหรับก้าวแรกในการติดอาวุธสู่ความเป็นดิจิทัล

คุณวิศัลย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เราเริ่มต้นจากจุดปลายทางที่ช่องทาง e-commerce เป็นอันดับแรก และเราเห็นความสำคัญของการทำ Data Management การลงทุนกับเว็บไซต์ การมี AI เราเพิ่มการลงทุนทางด้านเว็บไซต์มากขึ้น เพราะเราตระหนักเป็นอย่างดีว่าช่องทางนี้มีความสำคัญ  สำหรับระบบบริหารจัดการส่วนกลางเราได้เชื่อมระบบซัพพลายต่างๆ และใช้ SAP B1 ในส่วนของระบบการทำงานหลังบ้านให้สามารถดำเนินงานได้เรียบร้อย เชื่อมต่อได้ดีขึ้น จากนั้น เราจึงกลับมาลงทุนในส่วนของการปรับปรุงหน้าร้านให้ดีขึ้น ซึ่งเรามองว่าจะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง”

“เรายังมองไปถึง Metaverse เพียงแต่ยังเป็นเรื่องใหม่ เราต้องอัปเดตองค์ความรู้อยู่เสมอเพราะการเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น ทุกวันนี้มีเครื่องมือทางการตลาดออกมาใหม่มากมาย  ในขณะที่ธนาคารยูโอบีก็ช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้และมอบประโยชน์กับ SMEs ให้ก้าวสู่ความสำเร็จ พร้อมยังช่วยสนับสนุนการเปิดธุรกิจในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ผ่านเครือข่ายของธนาคารที่แข็งแกร่งได้อีกด้วย”

คุณคุณากร กล่าวว่า “ในส่วนของห่านคู่นั้น เราต้องการเน้นไปที่ e-commerce, social commerce รวมทั้งการมีระบบจัดการหลังบ้านที่แข็งแกร่ง โดยเราได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ The FinLab และได้ติดตั้ง ERP เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ supply chain เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในให้ดีขึ้นได้มาก การมีเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้เรามองภาพได้ชัดขึ้น  เห็น segment กลุ่มลูกค้าต่าง ๆ ได้ชัดเจน สามารถที่จะรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการประเมินได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมมากขึ้น จากการประเมินด้วยข้อมูลที่เคยเป็น mass ก็มาสู่ประเมินได้อย่างเรียลไทม์เหมาะสำหรับปรับตัวให้สามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้น”

คุณศิพิมพ์ กล่าวว่า “โครงการ SBTP ช่วยให้เราสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์เราได้ ทำให้เรามีศักยภาพสามารถทำอะไรได้มากกว่าเดิม และยังขยายธุรกิจไปที่ต่าง ๆ ได้ทั่วโลก นอกจากนี้ เรายังได้รู้จักกับพันธมิตรรายอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ และได้เข้ามาร่วมให้การสนับสนุนเราตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของการทำการตลาด เช่นการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเราซึ่งเป็นเสื้อผ้า การที่เราได้รับความช่วยเหลือในด้านองค์ความรู้ของการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอสินค้าของเราออกมาได้อย่างชัดเจนในทุกองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ของเรา”

ต้องกล้าถ้าไม่อยากหายไปจากตลาด

เพราะ Digital Transformation คือการลงทุนกับเทคโนโลยีและสิ่งใหม่ๆ ขณะที่ SMEs ก็ต้องพิจารณาประเมินความเสี่ยงและความคุ้มค่าต่อการลงทุน จึงทำให้ผู้ประกอบการบางรายยังมีความลังเลอยู่ ในประเด็นดังกล่าว SMEs ทั้ง 3 รายที่มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ก็ให้ข้อคิดที่น่าสนใจไว้ดังนี้

“ผู้ประกอบการต้องตระหนักเสมอว่าทุกวันนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง คิดแล้วต้องลงมือทำ ประเมินความเสี่ยง  แล้วเดินหน้า และมองไปยังตลาดดิจิทัล อย่าคิดว่าสายแล้วเลยจะทำ เพราะถ้าเราไม่ทำ เราก็จะหายไปเลย” คุณคุณากร กล่าว

“ตอนที่เริ่มลงมาทำธุรกิจด้านเสื้อผ้าเราเคยได้รับคำเตือนว่าตลาดเสื้อผ้าอยู่ในช่วงขาลงแต่นั่นไม่ใช่ความจริงเลย เพราะเราเห็นแล้วว่าตลาดนี้มีโอกาสเกิดใหม่ สามารถสร้างโอกาสใหม่ได้มากมาย ผู้บริหารต้องสร้างแบรนด์ให้มีความแปลกใหม่ ต้องหาทางฉีกออกมาจากตลาดที่แข่งขันด้วยราคาให้ได้หันมาสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่า เพราะตราบใดที่คนยังต้องใส่เสื้อผ้าออกจากบ้าน ดีมานด์ก็จะเกิดขึ้น ผู้ประกอบการต้องเดินให้ถูกทางกับความต้องการของลูกค้า ดังนั้นการสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์จึงมีความสำคัญมากๆ” คุณวิศัลย์ กล่าว

“การที่เรากระโดดเข้าในโลกดิจิทัลนั้นเรามองว่า เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีตัวตนที่ชัดเจนขึ้น เราสามารถเข้าหาลูกค้าได้ตรง ลูกค้าก็เข้าหาเราได้โดยตรง การมีตัวตนนั้นไม่ว่าเราจะทำธุรกิจใด หรือเสื้อผ้าประเภทใดก็ตาม ตัวตนของเราจะต้องมีความชัดเจนทั้งในด้านคาแรคเตอร์ของสินค้าและจุดยืนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าเห็นแล้วรู้ทันทีว่านี่คือเรา ซึ่ง Digital Transformation เป็นเครื่องมือที่จะเสริมให้ตัวตนของเราบนโลกออนไลน์นี้มีความเด่นชัดยิ่งขึ้น อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันก็หันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เราจึงมองว่าการเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ ไม่มีคำว่าช้าไป เพราะเทคโนโลยียังมีอะไรใหม่ ๆ ที่พัฒนาออกมาช่วยเสริมในด้านธุรกิจอีกมากมาย” คุณศิพิมพ์ กล่าว

 นางสาวสิรินันท์ จิรดิลก ผู้อำนวยการอาวุโส Digital Engagement & FinTech Innovation ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า เพราะSMEs เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจประเทศ หาก SMEs มีความแข็งแกร่ง เศรษฐกิจของชาติก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย ด้วยจุดแข็งจากการที่เราเป็นธนาคารระดับภูมิภาค เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถสนับสนุนการปรับธุรกิจสู่ดิจิทัลและเติบโตของลูกค้าอย่างยั่งยืนได้ทั้งภายในและต่างประเทศ

โครงการ Smart Business Transformation หรือ SBTP ดำเนินการโดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทยจับมือกับ The FinLab หน่วยงานบ่มเพาะนวัตกรรม (Innovation Accelerator) พร้อมด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลากหลายองค์กรพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) องค์กรพันธมิตรภาคเอกชน รวมถึงผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันต่างๆ เพื่อสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

SMEs ที่มีความต้องการและความพร้อมปรับธุรกิจสู่ดิจิทัล สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Smart Business Transformation ได้จนถึงวันที่ 18 เม.ย. 2565 ได้ทาง https://go.uob.com/34u5f60 ดูข้อมูลโครงการเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวสารได้ทาง www.Thefinlab.com/Thailand


Tags : อุตสาหกรรมเสื้อผ้าไทย วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล วอริกซ์ สปอร์ต คุณากร ธนสารสมบัติ ศิพิมพ์ อุ่นวรวงศ์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” ด้วยสินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ “ออมสินเต็มแม็กซ์” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย สินเชื่อออมสิน SMEs Recharge เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ยเดิม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเดิมและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 30 ล้านบาท ครอบคลุมกิจการของผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบด้านภาษี กิจการที่ต้องแข่งขันราคากับสินค้านำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจในพื้นที่กรณีพิพาทชายแดน ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุม Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อออมสินเต็มแม็กซ์ เพื่อการขยายธุรกิจ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสูงสุดรายละไม่เกิน 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ประสงค์ขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีสร้างพลวัตใหม่ (Reinvent Thailand) สนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ เกษตร-เกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ตลอดจนธุรกิจ Supply Chain ของอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อก้าวสู่ตลาดระดับโลก กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนวัตกรรมแห่งอนาคต กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Tourism / Middle East) สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และยื่นขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115

29 May 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมยกระดับการตรวจสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเทคโนโลยี Low-dose CT Scan (LDCT) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจที่มีความไวสูง สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือก้อนขนาดเล็กในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ยังไม่แสดงอาการ และใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการทำ CT Scan แบบทั่วไป จึงมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการตรวจในระยะยาว เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ เอไอเอ ได้ร่วมมือกับ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็น โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด การตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT Scan (LDCT) และแนวทางการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม โดยได้รับเกียรติจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งปอด อาทิ แพทย์ระบบทางเดินหายใจ รังสีแพทย์ ศัลยแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา ร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างรอบด้าน คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ศูนย์ศรีพัฒน์เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวเชียงใหม่และประชาชนในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ที่มีผลงานด้านการดูแลลูกค้าเอไอเออยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการยกระดับคุณภาพการรักษาไปด้วยกัน กิจกรรมในวันนี้มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพปอด ในนามของเอไอเอจึงอยากส่งเสริมให้คนไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือให้ความสำคัญกับการป้องกันและการตรวจสุขภาพเชิงรุก และเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง”   กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการต่อยอดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องหลังจากที่เอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ได้ร่วมจัดกิจกรรม Open House แก่พลังตัวแทนและลูกค้าเอไอเอ เพื่อเปิดโอกาสให้เยี่ยมชมศักยภาพด้านสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยในหลากหลายสาขา โดยความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงเป้าหมายร่วมกันของเอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ในการยกระดับการดูแลสุขภาพของคนไทย จากการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นขยายการรณรงค์ด้านการตรวจคัดกรองและการให้ความรู้ด้านสุขภาพไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงจากโรคร้ายอย่างมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างยั่งยืน ตามพันธกิจของเอไอเอที่ว่า ‘Healthier Longer Better Live – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’    

26 May 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต  มุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ลูกค้า เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารับบริการฉีดวัคซีนที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 วัคซีน ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนงูสวัด โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA ในเมนู “Rewards PLUS+” โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก เพียงแสดงรหัสคูปองส่วนลดจากเมนู Rewards PLUS+ บนแอป Emma by AXA พร้อมบัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประชาชน ณ เคาน์เตอร์โรงพยาบาล โดยเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลนอกเครือ BDMS หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษได้ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีน อาทิ  ใบเสร็จรับเงิน บัตรวัคซีน หรือสมุดวัคซีนที่ออกโดยโรงพยาบาล อัปโหลดได้ที่ Rewards Plus+ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท  ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคสำคัญซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาล แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่งและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-services/preventive-vaccine-2026 ทั้งนี้สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ  ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Preventive_Vaccine_Campaign_News *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ฯ และกรมธรรม์กำหนด

24 May 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมงาน Thailand Dive Expo และ Thailand Golf Expo มหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและไลฟ์สไตล์ ระหว่างวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานมีบริการด้านการท่องเที่ยว การดำน้ำ กีฬากอล์ฟ และกิจกรรมอื่นๆ ที่หลากหลายและครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ ไปร่วมออกบูทพร้อมนำเสนอแผนประกันภัยและโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับคนรักการดำน้ำและคนรักกอล์ฟ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ รับของสมนาคุณสุดคุ้ม             ● ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาท รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาท (สูงสุด 300 บาท) และรับเพิ่ม Shopping Bag             ● ประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาทต่อกรมธรรม์ และรับเพิ่มแก้วน้ำ LocknLock             ● ประกันภัยอื่นๆ รับส่วนลดพิเศษพร้อมของสมนาคุณมากมาย             นอกจากนี้ เมื่อทำประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ             พบกับกรุงเทพประกันภัยได้ที่บูท C5 - C6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 - 6 ชั้น LG ในวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569  

22 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner