Responsive image

Saturday, 14 Mar 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


MAAI by KTC ผนึก MAX Card ผสานความแกร่งด้านการสร้างความสัมพันธ์สมาชิก ด้วยทางเลือกใหม่สำหรับการแลกเปลี่ยนคะแนน

Sat 23/04/2565


“เคทีซี” เดินหน้านำทัพ MAAI by KTC” ผนึกพันธมิตร ดึงจุดแข็งสร้างการเติบโตร่วมกัน ล่าสุดจับมือ “MAX Card” ผสานความแข็งแกร่ง ก้าวสู่การเป็นลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม ระบบสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกในการสะสมคะแนนแบบพร้อมใช้ครบวงจร ด้วยคอนเซ็ปต์การตลาด “เมื่อ 1+1 ได้มากกว่า 2” สมาชิกสามารถเลือกโอนคะแนนระหว่าง MAX Point และ MAAI Point เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ที่มากมายกว่าเดิม ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกพร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีในการแลกคะแนนให้กับสมาชิก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล

 

นางประณยา นิถานานนท์  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – การตลาดบัตรเครดิต  "เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเคทีซียึดหลักกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตร (Partnership Marketing) มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเคทีซีได้เปิดตัว MAAI by KTC ลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม ระบบสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกในการสะสมคะแนน เพื่อมุ่งเน้นให้เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนพันธมิตรในการทำ CRM (Customer Relationship Management) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการดึงจุดแข็งของระบบเทคโนโลยีการจัดการคะแนน KTC FOREVER มาเป็นต้นแบบ ประกอบกับจำนวนพันธมิตรที่เคทีซีมีอยู่ในหลากหลายธุรกิจอุตสาหกรรม ช่วยส่งเสริมให้ MAAI by KTC สามารถต่อยอดให้การสร้างความผูกพันผ่านคะแนนสะสมของธุรกิจพันธมิตรแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าทั้งด้านต้นทุน เวลา และการบริการจัดการ เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างกันไม่เพียงหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองเท่านั้น แต่เป็นการขยายเครือข่ายพันธมิตรให้มีความ “มากมาย” ยิ่งขึ้น”

 

“สำหรับความร่วมมือระหว่าง MAAI by KTC และ MAX Card เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความแข็งแกร่งให้ Eco System ของทั้งสององค์กร เคทีซีและพีทีจีเป็นพันธมิตรธุรกิจมาอย่างยาวนาน เราร่วมกันมอบสิทธิประโยชน์ผ่านแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และในวันนี้ การที่ MAX Card ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MAAI by KTC ถือเป็นอีกความร่วมมือที่เรามีเป้าหมายร่วมกัน คือมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำการตลาดร่วมกัน เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของฐานสมาชิกของเราทั้งคู่ เมื่อสมาชิกสามารถแลกคะแนนกัน นั่นหมายความว่าสมาชิกจะมีอิสระมากขึ้น สามารถสะสม โอน แลกรับสิทธิพิเศษได้จากทั้ง 2 ฝ่าย ครอบคลุมแทบทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นหมวดร้านอาหารที่เรามีพันธมิตรครอบคลุมหลากหลาย อาทิ บุฟเฟ่ต์ หรือ คาเฟ่ หมวดโรงภาพยนตร์ อาทิ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ เอสเอฟ ซีเนม่า หรือหมวดท่องเที่ยว อาทิ การให้บริการจองตั๋วเครื่องบิน หรือบริการการท่องเที่ยวกับ KTC World Travel Service ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของเราแข็งแกร่งขึ้น และสมาชิกจะได้รับผลประโยชน์ที่ตรงใจและสร้างให้เกิดความผูกพันกับองค์กรในระยะยาว”

 

นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือพีทีจี เอ็นเนอยี กล่าวว่า การเป็นพันธมิตรกับ MAAI by KTC ครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกขององค์กรชั้นนำระดับประเทศที่มาร่วมกันด้วยเป้าหมายเดียวกันเพื่อทลายข้อจำกัดด้านสิทธิประโยชน์แก่สมาชิกอย่างแท้จริง มุ่งสร้างทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิก Max Card ที่ปัจจุบันมีกว่า 17 ล้านสมาชิกทั่วประเทศ และในปี 2565 นี้ เราตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านสมาชิก ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าสมาชิก Max Card ส่วนใหญ่มีการใช้บริการส่วนลดและแลกคะแนนสะสมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผสานเข้ากับ MAAI by KTC ที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มแบบพร้อมใช้ครบวงจรและมีฐานลูกค้าลอยัลตี้ที่แข็งแกร่งจะสามารถแบ่งปันและสร้างประสบการณ์พิเศษไม่สิ้นสุดแก่ลูกค้าสมาชิกในการสะสม โอน แลกรับสิทธิพิเศษได้จากทั้ง 2 ฝ่าย ครอบคลุมทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็น แลกคะแนนสะสมใช้เป็นส่วนลดการเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันพีที บริการ Max Service บริการช่วยเหลือจัดส่งน้ำมันฉุกเฉิน รวมไปถึงส่วนลดจากพันธมิตร ในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม โรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น และทำให้ทั้งสององค์กรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

 


Tags : MAAI by KTC MAX Card เคทีซี บัตรกรุงไทย ประณยา นิถานานนท์ พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

...

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล “Finalist Best Brand Performance on Social Media” สาขาธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย (Insurance & Assurance) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 (ปี 2018-2026) จากงานประกาศรางวัล “Thailand Social Awards ครั้งที่ 14” จัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มุ่งส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ ยกระดับและให้ความสำคัญกับวงการโซเชียลที่เป็นช่องทางในการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด รางวัลดังกล่าว ตอกย้ำความสำเร็จในการบริหารจัดการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของไทยประกันชีวิต เพื่อเชื่อมต่อและสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าและผู้บริโภค โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการนำเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์ ทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์แบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

10 Mar 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับโล่แสดงความขอบคุณในความร่วมมือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนบ้านมหาราช ในงาน Open House ภายใต้โครงการ “สานพลังเครือข่าย สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” จัดโดยสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช กรมกิจการเด็กและเยาวชน จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็งและมีคุณภาพ ด้วยการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช ได้แก่ โครงการปรับปรุงพื้นที่เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนเพื่อปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้บริหารและบุคลากรสถานสงเคราะห์ฯ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน เสริมสร้างทัศนคติที่ดี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ณ สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569

10 Mar 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต  เปิดรับสมัครเยาวชนภาคเหนือ เข้าร่วมโครงการ KTAXA Know You Can Football Youth (U-15) Academy Season 6 เพื่อชิงทุนการศึกษามูลค่าสูงถึง 200,000 บาท และประกันอุบัติเหตุ ทุนประกันรวมกว่า 5,000,000 บาท ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุระหว่าง 13-15 ปี เข้าร่วมฝึกทักษะฟุตบอลตามมาตรฐานสากลจากโค้ชระดับ AFC – A - License ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งในโครงการที่ยกระดับทักษะนักฟุตบอลเยาวชนของไทยสู่มาตรฐานระดับโลก และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีผ่านการออกกำลังกาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับการเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และร่วมสร้างพลังกายพลังใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ว่าทุกคนทำได้ “Know You Can” โดยเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ 2 ช่องทาง สมัครทางออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันนี้ -  วันที่ 19 มีนาคม 2569 หรือ เดินทางมาสมัครที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี (สนามกลาง) ในวันที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 7.00 – 8.30 น. สำหรับเยาวชนที่สนใจโครงการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และติดตามประกาศรายชื่อเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกทาง LINE OA: @ktaxa-u15 หรือ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers

06 Mar 2026

Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner