Responsive image

Sunday, 05 Apr 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


ตลาดความงามผู้ชายขาขึ้น “สรรสร้างสุข” ปั้น DEVONTE (เดวอนเท่) เจาะกลุ่มวัย 30 อัพ ปูพรมขายออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขาย 800 ล้านบาท

Fri 17/06/2565


ตลาดสกินแคร์ยังโตสวนกระแสพิษเศรษฐกิจ บริษัท สรรสร้างสุข จำกัด ส่ง DEVONTE (เดวอนเท่) ลงสนามผลิตภัณฑ์ความงามผู้ชาย เจาะกลุ่มวัย 30 ปีขึ้น ทุ่มงบการตลาดมากกว่า 100 ล้าน พร้อมดึง 4 คนดังจากหลากหลายวงการเป็นพรีเซนเตอร์ ชูจุดเด่นนวัตกรรม Biotechnology พร้อมเดินหน้าขายออนไลน์ หวังปี 66 โกยยอดขาย 800 ล้านบาท

 

นายวันธนบดี จิตตานุเคราะห์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สรรสร้างสุข จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์เดวอนเท่ เผยว่า ก่อนจะตัดสินใจปั้นแบรนด์เดวอนเท่ ได้ศึกษาตลาดและดูแนวโน้มการเติบโตตลาดสกินแคร์ผู้ชายมามากกว่า 5 ปี ทำให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดนี้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ทั้งโลกต่างต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์กลับโตสวนกระแส รวมถึงตลาดสกินแคร์สำหรับผู้หญิงมีการแข่งขันสูง ในขณะที่กลุ่มผู้ชายมีคู่แข่งน้อยกว่า ประกอบกับพฤติกรรมของผู้ชายในยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ทั้งเรื่อง รูปร่าง การแต่งกาย และการดูแลผิวพรรณ เมื่อนำมาผนวกภาพรวมการเติบโตของธุรกิจ Men’s Beauty (สกินแคร์และเครื่องสำอาง) จากข้อมูลการวิเคราะห์และสำรวจ มีการเติบโตสูงถึง 2 เท่า ในทุกปี ซึ่งในปี 2565 คาดว่าตัวเลขตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายจะอยู่ที่ 41,600 ล้านบาท และอัตราการเติบโตของตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายสามารถมีโอกาสเติบโตไปสูงถึง 62,400 ล้านบาทในอีก 5 ปี ข้างหน้า

จากปัจจัยบวกเหล่านี้จึงตัดสินใจ ปั้นแบรนด์ DEVONTE ลงชิงมาร์เก็ตแชร์ ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่สกินแคร์ โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้ชายอายุ 30 ปี มีไลฟ์สไตล์เป็นคนช่างเลือก ใส่ใจตัวเอง พร้อมชูจุดเด่นการนำนวัตกรรม Biotechnology หรือ เทคโนโลยีชีวภาพ ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับเซลล์บำบัด พร้อมสารสกัดนานาชนิด อาทิ GenoWhite™ ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเมลานินเม็ดสีผิว EMlastic ซึ่งถือเป็น Super Protein อาหารผิวชั้นยอดสำหรับเซลล์ผิว ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่อยากมีผิวดูดี หน้าดูเด็ก เดาอายุไม่ถูก โดยนำร่อง 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ REFRESH POLISHING CLEANSER ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเนื้อเจลพร้อมบำรุงในขั้นตอนเดียว DAILY DEFENSE DAY CREAM SPF 50 PA+++ บำรุงพร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี และละอองฝุ่น PM2.5 INTENSE SKIN BOOSTER SERUM เซรั่มบำรุงผิวเข้มข้นที่มี LAMININ COMPLEX EX7 สารสกัดเข้มข้น ถึง 7 เท่า DEEP RECOVERY NIGHT CREAM ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด มลภาวะ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ คืนความชุ่มชื้นให้กับผิว และ ADVANCE WHITE ENRICH MASK มาส์กบำรุงผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าแลดูสว่างกระจ่างใส โดยการเลือกสรรสารสกัดที่มีคุณภาพและใส่ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้เห็นผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ จึงเกิดเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

 

 

สำหรับกลยุทธ์การทำการตลาดบริษัทฯ ทุ่มงบมากกว่า 100 ล้านบาท เพื่อให้ครบคลุมทุกมิติของการสื่อสาร โดยดึง 4 หนุ่ม เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์, คิด-คณชัย เบญจรงคกุล และ กุน-กิตติคุณ ตันสุหัส เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งแต่ละคนเป็นตัวแทนผู้ชายยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายวงการ และไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลตัวเองจนเดาอายุไม่ถูก นอกจากนี้ยังเป็นสปอนเซอร์ในรายการต่างๆ อย่างล่าสุดเป็นสปอนเซอร์ให้กับเวที Miss Grand Thailand 2022 และดึง ไฮดี้ - อมันดา อแมนด้า เจนเซ่น เป็น Friend of the Brand เพื่อสื่อสารในมุมมองของผู้หญิงที่รู้สึกดีกับต่อผู้ชายที่ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ในส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจุบันเน้นขายบนช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ได้แก่ www.devonte296.com, Shopee, Lazada, JD central และ We Love Shopping พร้อมชิมรางตั้ง pop up store ณ ศูนย์การค้า สยามพารากอน บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ระหว่างวันที่ 11 – 26 มิถุนายน และทางเชื่อมระหว่าง พาร์ค พารากอน, BTS สถานีสยาม และ ศูนย์การค้า สยาม เซ็นเตอร์ ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม และจัดเต็มกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมทางการตลาดอีกมากมาย โดยคาดว่าภายในเดือนมีนาคม ปี 2566 จะสามารถทำยอดขายรวมอยู่ที่ 800 ล้านบาท

พบกับนวัตกรรมสุดล้ำ Biotechnology กับสารสกัดแห่งอนาคตที่ช่วยบำรุง ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากริ้วรอยแห่งวัยจาก DEVONTE (เดวอนเท่) แบรนด์ลักซ์ชัวรี่สกินแคร์สำหรับบุรุษ ได้ที่ช่องทางออนไลน์ www.devonte296.com, Shopee, Lazada, JD central และ We Love Shopping


Tags : วันธนบดี จิตตานุเคราะห์ สรรสร้างสุข แบรนด์เดวอนเท่ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ความงามผู้ชาย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner