Responsive image

Sunday, 06 Sep 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


ตลาดความงามผู้ชายขาขึ้น “สรรสร้างสุข” ปั้น DEVONTE (เดวอนเท่) เจาะกลุ่มวัย 30 อัพ ปูพรมขายออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขาย 800 ล้านบาท

Fri 17/06/2565


ตลาดสกินแคร์ยังโตสวนกระแสพิษเศรษฐกิจ บริษัท สรรสร้างสุข จำกัด ส่ง DEVONTE (เดวอนเท่) ลงสนามผลิตภัณฑ์ความงามผู้ชาย เจาะกลุ่มวัย 30 ปีขึ้น ทุ่มงบการตลาดมากกว่า 100 ล้าน พร้อมดึง 4 คนดังจากหลากหลายวงการเป็นพรีเซนเตอร์ ชูจุดเด่นนวัตกรรม Biotechnology พร้อมเดินหน้าขายออนไลน์ หวังปี 66 โกยยอดขาย 800 ล้านบาท

 

นายวันธนบดี จิตตานุเคราะห์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สรรสร้างสุข จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์เดวอนเท่ เผยว่า ก่อนจะตัดสินใจปั้นแบรนด์เดวอนเท่ ได้ศึกษาตลาดและดูแนวโน้มการเติบโตตลาดสกินแคร์ผู้ชายมามากกว่า 5 ปี ทำให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดนี้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ทั้งโลกต่างต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์กลับโตสวนกระแส รวมถึงตลาดสกินแคร์สำหรับผู้หญิงมีการแข่งขันสูง ในขณะที่กลุ่มผู้ชายมีคู่แข่งน้อยกว่า ประกอบกับพฤติกรรมของผู้ชายในยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ทั้งเรื่อง รูปร่าง การแต่งกาย และการดูแลผิวพรรณ เมื่อนำมาผนวกภาพรวมการเติบโตของธุรกิจ Men’s Beauty (สกินแคร์และเครื่องสำอาง) จากข้อมูลการวิเคราะห์และสำรวจ มีการเติบโตสูงถึง 2 เท่า ในทุกปี ซึ่งในปี 2565 คาดว่าตัวเลขตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายจะอยู่ที่ 41,600 ล้านบาท และอัตราการเติบโตของตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายสามารถมีโอกาสเติบโตไปสูงถึง 62,400 ล้านบาทในอีก 5 ปี ข้างหน้า

จากปัจจัยบวกเหล่านี้จึงตัดสินใจ ปั้นแบรนด์ DEVONTE ลงชิงมาร์เก็ตแชร์ ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่สกินแคร์ โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้ชายอายุ 30 ปี มีไลฟ์สไตล์เป็นคนช่างเลือก ใส่ใจตัวเอง พร้อมชูจุดเด่นการนำนวัตกรรม Biotechnology หรือ เทคโนโลยีชีวภาพ ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับเซลล์บำบัด พร้อมสารสกัดนานาชนิด อาทิ GenoWhite™ ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเมลานินเม็ดสีผิว EMlastic ซึ่งถือเป็น Super Protein อาหารผิวชั้นยอดสำหรับเซลล์ผิว ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่อยากมีผิวดูดี หน้าดูเด็ก เดาอายุไม่ถูก โดยนำร่อง 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ REFRESH POLISHING CLEANSER ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเนื้อเจลพร้อมบำรุงในขั้นตอนเดียว DAILY DEFENSE DAY CREAM SPF 50 PA+++ บำรุงพร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี และละอองฝุ่น PM2.5 INTENSE SKIN BOOSTER SERUM เซรั่มบำรุงผิวเข้มข้นที่มี LAMININ COMPLEX EX7 สารสกัดเข้มข้น ถึง 7 เท่า DEEP RECOVERY NIGHT CREAM ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด มลภาวะ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ คืนความชุ่มชื้นให้กับผิว และ ADVANCE WHITE ENRICH MASK มาส์กบำรุงผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าแลดูสว่างกระจ่างใส โดยการเลือกสรรสารสกัดที่มีคุณภาพและใส่ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้เห็นผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ จึงเกิดเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

 

 

สำหรับกลยุทธ์การทำการตลาดบริษัทฯ ทุ่มงบมากกว่า 100 ล้านบาท เพื่อให้ครบคลุมทุกมิติของการสื่อสาร โดยดึง 4 หนุ่ม เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์, คิด-คณชัย เบญจรงคกุล และ กุน-กิตติคุณ ตันสุหัส เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งแต่ละคนเป็นตัวแทนผู้ชายยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายวงการ และไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลตัวเองจนเดาอายุไม่ถูก นอกจากนี้ยังเป็นสปอนเซอร์ในรายการต่างๆ อย่างล่าสุดเป็นสปอนเซอร์ให้กับเวที Miss Grand Thailand 2022 และดึง ไฮดี้ - อมันดา อแมนด้า เจนเซ่น เป็น Friend of the Brand เพื่อสื่อสารในมุมมองของผู้หญิงที่รู้สึกดีกับต่อผู้ชายที่ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ในส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจุบันเน้นขายบนช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ได้แก่ www.devonte296.com, Shopee, Lazada, JD central และ We Love Shopping พร้อมชิมรางตั้ง pop up store ณ ศูนย์การค้า สยามพารากอน บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ระหว่างวันที่ 11 – 26 มิถุนายน และทางเชื่อมระหว่าง พาร์ค พารากอน, BTS สถานีสยาม และ ศูนย์การค้า สยาม เซ็นเตอร์ ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม และจัดเต็มกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมทางการตลาดอีกมากมาย โดยคาดว่าภายในเดือนมีนาคม ปี 2566 จะสามารถทำยอดขายรวมอยู่ที่ 800 ล้านบาท

พบกับนวัตกรรมสุดล้ำ Biotechnology กับสารสกัดแห่งอนาคตที่ช่วยบำรุง ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากริ้วรอยแห่งวัยจาก DEVONTE (เดวอนเท่) แบรนด์ลักซ์ชัวรี่สกินแคร์สำหรับบุรุษ ได้ที่ช่องทางออนไลน์ www.devonte296.com, Shopee, Lazada, JD central และ We Love Shopping


Tags : วันธนบดี จิตตานุเคราะห์ สรรสร้างสุข แบรนด์เดวอนเท่ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ความงามผู้ชาย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

เอไอเอ ประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการประกันชีวิตไทยบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้า อันดับ 1 รางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award หรือรางวัลสำหรับบริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุดในโลก ในงาน 2026 MDRT Global Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย เป็นผู้แทนองค์กรขึ้นรับรางวัลบนเวที Main Platform ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเอไอเอ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นปีแรกที่มีการมอบ MDRT Company Awards บนเวที 2026 MDRT Global Conference และเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 3 บริษัทจากทั่วโลก ที่ได้รับรางวัลบนเวที Main Platform พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า อันดับ 1 ของโลก ในรางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่สามารถรักษาความสำเร็จในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT ได้อย่างยาวนาน   คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ เอไอเอ ประเทศไทย ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย รางวัลนี้สะท้อนถึงเส้นทางของตัวแทนของเรา ทั้งการเรียนรู้ การพัฒนา และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้พวกเราก้าวต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างสิ่งที่มีความหมายให้กับลูกค้าและสังคม และร่วมส่งมอบคุณค่าตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ยังคงครองตำแหน่ง บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT มากที่สุดในโลก เป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 16,228 คน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตในระดับสากล สำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงสร้างผลงานโดดเด่นในระดับโลก ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 3,498 คน ครอง อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 2 ของโลก พร้อมสร้างผลงานระดับนานาชาติในอีกหลายด้าน ได้แก่ อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT สุภาพสตรีมากที่สุด อันดับ 5 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Court of the Table (COT) มากที่สุด อันดับ 10 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Top of the Table (TOT) มากที่สุด อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่สามารถรักษาจำนวนผู้พิชิต MDRT จากปี 2025 ให้สามารถพิชิต MDRT ในปี 2026 ได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด อันดับ 1 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุด หรือ The Highest Membership  Longevity Overall   ความสำเร็จทั้งหมดดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการพัฒนาศักยภาพตัวแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ สร้างที่ปรึกษาทางการเงินคุณภาพ และส่งมอบการดูแลลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพสูงสุด เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนตัวแทนในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันความสำเร็จของกลุ่มบริษัทเอไอเอบนเวทีระดับโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการให้คำปรึกษาและการดูแลลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นคง สุขภาพที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’

03 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ภาคเหนือ เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู แต่ความเสียหายต่อบ้านเรือน เครื่องมือประกอบอาชีพ และสถานประกอบการยังคงกระทบต่อการดำเนินชีวิตและรายได้ของประชาชน ธนาคารออมสินจึงเร่งออกมาตรการ “พักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน” เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและให้มีเวลาจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นพร้อมฟื้นฟูที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และรายได้ในช่วงหลังน้ำลด มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ     นอกจากการลดภาระของลูกหนี้เดิมแล้ว ธนาคารยังเตรียมสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยที่จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ฟื้นฟูอาชีพ หรือซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถขอ สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) = 0.60% ต่อเดือน และผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน ส่วนผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพหรือบรรเทาค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพมี สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) = 0.50% ต่อเดือน ปลอดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนแรก ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 60 เดือน     ธนาคารยังสนับสนุนการฟื้นฟูด้วย สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพหรือปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย = 15.00% ต่อปี  ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และ สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย = 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถยื่นขอสินเชื่อ ออมสิน SMEs Recharge เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม สถานประกอบการ การลงทุนในสินทรัพย์ของกิจการ เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักร ที่ใช้ในการดำเนินกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ให้กู้รายละไม่เกิน 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น ปีที่ 1-2 = 2.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ยื่นคำขอสินเชื่อธุรกิจภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาให้สินเชื่อตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระคืน ผู้ที่สนใจโปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคาร www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115     ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่น้ำยังท่วมสูง ธนาคารออมสินได้เร่งลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” รวมกว่า 1,500 ชุด ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้ผู้ประสบภัยใช้ประทังชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำลด ธนาคารออมสินขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยก้าวผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้โดยเร็ววัน และพร้อมเคียงข้างประชาชนในการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์ ตามจุดยืน “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”  

28 Aug 2026

...

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กับ ธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนให้ปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยธนาคารออมสินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ (ลูกหนี้ผ่อนชำระดี) ที่ชำระดอกเบี้ยได้ตามเกณฑ์ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญาไม่ครบกำหนดในปี 2569 เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ขณะที่ลูกหนี้ครูที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ธนาคารเปิดโอกาสให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อนเข้าร่วมโครงการฯ   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารออมสินจึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติ โดยปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2548 - 2558 จำนวนกว่า 280,000 บัญชี ที่ยังมีภาระหนี้ ธนาคารออมสินจึงดำเนินโครงการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรักษาวินัยการชำระหนี้และลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ดีจากแผนความช่วยเหลือเดิมที่ 4% เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งอัตรานื้ถือว่าต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ โดยยังคงชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินงวดส่วนที่เคยเป็นดอกเบี้ยจะถูกนำไปตัดยอดเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้เงินต้นลดเร็วและร่นระยะเวลาการเป็นหนี้ให้สั้นลง สู่การมีอิสรภาพทางการเงินที่เร็วขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติค้างชำระสามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้และชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรของรัฐ การช่วยชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติชำระหนี้ดีและมีสถานะปกติ การลดอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือและชะลอกระบวนการทางกฎหมาย มีครูได้รับประโยชน์และสามารถปิดหนี้แล้วกว่า 140,000 บัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 120,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มอื่น ๆ เพื่อช่วยประชาชนลดภาระทางการเงินและปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น   สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ธนาคารออมสินจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS จดหมาย และข้อความแจ้งเตือนบนแอป MyMo โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ (ผ่อนชำระหนี้ดี) -   ผู้ที่มีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และได้รับการแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน -   ผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย จะต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ กับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 2.กลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อนเข้าโครงการฯ ได้แก่ ลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารกำหนด มีสถานะทางกฎหมาย สัญญาครบกำหนดในปี 2569 หรือมีสถานะเป็นหนี้ค้างชำระ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ โดยหากชำระหนี้ดีติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน   โครงการดังกล่าวมุ่งช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระหนี้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น ลดภาระดอกเบี้ยเพื่อปิดหนี้ได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนให้สามารถบริหารจัดการทางการเงินและแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินตลอดช่วงชีวิต ทั้งนี้ เงื่อนไขการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

24 Aug 2026

...

SME D Bank ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ จ.น่าน ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ระบุให้สิทธิ์พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ สามารถกลับมาเดินหน้ากิจการได้โดยเร็ว     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จ.น่าน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม  SME D Bank มีความห่วงใยลูกค้าและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างยิ่ง จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ตามรายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจได้ในเร็ววัน ได้แก่  มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด  เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย  สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท)  อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน   นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท  2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท  และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนครั้งนี้เป็นทางเลือกโดยสมัครใจ ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการ แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ ,  LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์  www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

23 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner