Responsive image

Saturday, 28 Feb 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


ตลาดความงามผู้ชายขาขึ้น “สรรสร้างสุข” ปั้น DEVONTE (เดวอนเท่) เจาะกลุ่มวัย 30 อัพ ปูพรมขายออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขาย 800 ล้านบาท

Fri 17/06/2565


ตลาดสกินแคร์ยังโตสวนกระแสพิษเศรษฐกิจ บริษัท สรรสร้างสุข จำกัด ส่ง DEVONTE (เดวอนเท่) ลงสนามผลิตภัณฑ์ความงามผู้ชาย เจาะกลุ่มวัย 30 ปีขึ้น ทุ่มงบการตลาดมากกว่า 100 ล้าน พร้อมดึง 4 คนดังจากหลากหลายวงการเป็นพรีเซนเตอร์ ชูจุดเด่นนวัตกรรม Biotechnology พร้อมเดินหน้าขายออนไลน์ หวังปี 66 โกยยอดขาย 800 ล้านบาท

 

นายวันธนบดี จิตตานุเคราะห์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สรรสร้างสุข จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์เดวอนเท่ เผยว่า ก่อนจะตัดสินใจปั้นแบรนด์เดวอนเท่ ได้ศึกษาตลาดและดูแนวโน้มการเติบโตตลาดสกินแคร์ผู้ชายมามากกว่า 5 ปี ทำให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดนี้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ทั้งโลกต่างต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์กลับโตสวนกระแส รวมถึงตลาดสกินแคร์สำหรับผู้หญิงมีการแข่งขันสูง ในขณะที่กลุ่มผู้ชายมีคู่แข่งน้อยกว่า ประกอบกับพฤติกรรมของผู้ชายในยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ทั้งเรื่อง รูปร่าง การแต่งกาย และการดูแลผิวพรรณ เมื่อนำมาผนวกภาพรวมการเติบโตของธุรกิจ Men’s Beauty (สกินแคร์และเครื่องสำอาง) จากข้อมูลการวิเคราะห์และสำรวจ มีการเติบโตสูงถึง 2 เท่า ในทุกปี ซึ่งในปี 2565 คาดว่าตัวเลขตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายจะอยู่ที่ 41,600 ล้านบาท และอัตราการเติบโตของตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายสามารถมีโอกาสเติบโตไปสูงถึง 62,400 ล้านบาทในอีก 5 ปี ข้างหน้า

จากปัจจัยบวกเหล่านี้จึงตัดสินใจ ปั้นแบรนด์ DEVONTE ลงชิงมาร์เก็ตแชร์ ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่สกินแคร์ โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้ชายอายุ 30 ปี มีไลฟ์สไตล์เป็นคนช่างเลือก ใส่ใจตัวเอง พร้อมชูจุดเด่นการนำนวัตกรรม Biotechnology หรือ เทคโนโลยีชีวภาพ ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับเซลล์บำบัด พร้อมสารสกัดนานาชนิด อาทิ GenoWhite™ ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเมลานินเม็ดสีผิว EMlastic ซึ่งถือเป็น Super Protein อาหารผิวชั้นยอดสำหรับเซลล์ผิว ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่อยากมีผิวดูดี หน้าดูเด็ก เดาอายุไม่ถูก โดยนำร่อง 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ REFRESH POLISHING CLEANSER ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเนื้อเจลพร้อมบำรุงในขั้นตอนเดียว DAILY DEFENSE DAY CREAM SPF 50 PA+++ บำรุงพร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี และละอองฝุ่น PM2.5 INTENSE SKIN BOOSTER SERUM เซรั่มบำรุงผิวเข้มข้นที่มี LAMININ COMPLEX EX7 สารสกัดเข้มข้น ถึง 7 เท่า DEEP RECOVERY NIGHT CREAM ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด มลภาวะ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ คืนความชุ่มชื้นให้กับผิว และ ADVANCE WHITE ENRICH MASK มาส์กบำรุงผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าแลดูสว่างกระจ่างใส โดยการเลือกสรรสารสกัดที่มีคุณภาพและใส่ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้เห็นผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ จึงเกิดเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

 

 

สำหรับกลยุทธ์การทำการตลาดบริษัทฯ ทุ่มงบมากกว่า 100 ล้านบาท เพื่อให้ครบคลุมทุกมิติของการสื่อสาร โดยดึง 4 หนุ่ม เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์, คิด-คณชัย เบญจรงคกุล และ กุน-กิตติคุณ ตันสุหัส เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งแต่ละคนเป็นตัวแทนผู้ชายยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายวงการ และไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลตัวเองจนเดาอายุไม่ถูก นอกจากนี้ยังเป็นสปอนเซอร์ในรายการต่างๆ อย่างล่าสุดเป็นสปอนเซอร์ให้กับเวที Miss Grand Thailand 2022 และดึง ไฮดี้ - อมันดา อแมนด้า เจนเซ่น เป็น Friend of the Brand เพื่อสื่อสารในมุมมองของผู้หญิงที่รู้สึกดีกับต่อผู้ชายที่ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ในส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจุบันเน้นขายบนช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ได้แก่ www.devonte296.com, Shopee, Lazada, JD central และ We Love Shopping พร้อมชิมรางตั้ง pop up store ณ ศูนย์การค้า สยามพารากอน บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ระหว่างวันที่ 11 – 26 มิถุนายน และทางเชื่อมระหว่าง พาร์ค พารากอน, BTS สถานีสยาม และ ศูนย์การค้า สยาม เซ็นเตอร์ ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม และจัดเต็มกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมทางการตลาดอีกมากมาย โดยคาดว่าภายในเดือนมีนาคม ปี 2566 จะสามารถทำยอดขายรวมอยู่ที่ 800 ล้านบาท

พบกับนวัตกรรมสุดล้ำ Biotechnology กับสารสกัดแห่งอนาคตที่ช่วยบำรุง ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากริ้วรอยแห่งวัยจาก DEVONTE (เดวอนเท่) แบรนด์ลักซ์ชัวรี่สกินแคร์สำหรับบุรุษ ได้ที่ช่องทางออนไลน์ www.devonte296.com, Shopee, Lazada, JD central และ We Love Shopping


Tags : วันธนบดี จิตตานุเคราะห์ สรรสร้างสุข แบรนด์เดวอนเท่ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ความงามผู้ชาย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. (ผู้บริหารสูงสุด) มีวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คราวละไม่เกิน 4 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569  โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารและการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร มีประวัติดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บริหารสูงสุดขึ้นไปของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป องค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนขององค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท คุณสมบัติโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศ กบข. เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th หรือสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข.” โทร 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. เว้นวันหยุดทำการของ กบข.  

27 Feb 2026

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner