Responsive image

Friday, 01 May 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีเพลิงไหม้ “ย่านการค้าสำเพ็ง”

Tue 28/06/2565


  • เผยร้านค้าอาคารพาณิชย์หลังข้างเคียงทำประกันคุ้มครองทรัพย์สิน ทุนประกันกว่า 11 ล้านบาท  ส่วนร้านค้าต้นเพลิง ตรวจสอบเบื้องต้นไม่ได้ทำประกันภัยไว้แต่อย่างใด ด้านเลขาธิการ คปภ. เชิญชวนผู้ประกอบร้านค้าให้ความสำคัญทำประกันอัคคีภัยเพื่อนำระบบประกันภัยเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร  

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนย่านการค้าสำเพ็ง บริเวณแยกคิคูยา ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ประกอบธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์พลาสติกพีวีซีและกล่องกระดาษ และเพลิงได้ลุกไหม้ไปยังอาคารพาณิชย์ข้างเคียงอีก 5 คูหา ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้คาดว่ามาจากหม้อแปลงไฟฟ้าริมถนนที่มีสภาพเก่าเกิดการระเบิดทำให้เกิดเปลวไฟลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ดังกล่าว และจากเหตุในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 11 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2565 เบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เร่งให้การช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจาก สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ว่า จากการลงพื้นที่และตรวจสอบด้านการทำประกันภัย กรณีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย โดยเบื้องต้นพบว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นลูกจ้างของร้านราชวงศ์รุ่งเรือง จำกัด โดยสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ได้เร่งตรวจสอบว่าทั้ง 2 ราย มีการทำประกันชีวิต หรือประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับบริษัทประกันภัยหรือไม่ ในส่วนของผู้บาดเจ็บทั้ง 11 ราย สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งตรวจสอบรายชื่อว่ามีการทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้หรือไม่ หากมีการทำประกันภัยจะแจ้งสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้ผู้บาดเจ็บได้ทราบต่อไป

สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สิน จากกรณีเพลิงไหม้ครั้งนี้ ตรวจสอบพบว่า มีอาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหายจำนวน 6 อาคาร และรถยนต์ที่จอดบริเวณนั้น ได้รับความเสียหาย 2 คัน ได้แก่ 1. ร้านราชวงศ์รุ่งเรือง จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 157 ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ โดยมี นายสุรชาติ กิตติฤดีกุล เป็นผู้เช่าอาคาร และประกอบธุรกิจขายอุปกรณ์พลาสติกพีวีซีและกล่องกระดาษ ทั้งนี้ นายสุรชาติ ให้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่า ร้านค้าที่ถูกเพลิงไหม้ไม่ได้ทำประกันภัยคุ้มครองทรัพย์สินแต่อย่างใด  

2. อาคารพาณิชย์ เลขที่ 158-159 ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ โดยมีนายอารยัน นารูลา เป็นเจ้าของ ได้ทำประกันภัยคุ้มครองทรัพย์สินซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ไว้กับบริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มความคุ้มครองวันที่ 19 มีนาคม 2565 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 19 มีนาคม 2566 โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองตัวอาคาร (ไม่รวมรากฐานของสิ่งปลูกสร้าง) รวมส่วนปรับปรุงต่อเติมอาคาร เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่งติดตั้งตรึงตรา ทุนประกันภัย 5,200,000 บาท คุ้มครองค่าเช่าและ/หรือ คุ้มครองค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สำหรับค่าเช่าอาคารเดือนละไม่เกิน 500,000 บาท ระยะเวลาการชดใช้ไม่เกิน 12 เดือน ทุนประกันภัยในส่วนนี้เป็นเงิน 6,000,000 บาท รวมทุนประกันภัยทั้งสิ้น 11,200,000 บาท ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ.เขตท่าพระ ได้ประสานบริษัทประกันภัยลงพื้นที่เกิดเหตุและตรวจสอบความเสียหายเป็นที่เรียบร้อย

3. รถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส ทะเบียน ษษ 1179 กท ได้รับความเสียหายสิ้นเชิง ตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันดังกล่าว ทำประกันภัยรถยนต์ไว้กับบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มความคุ้มครองวันที่ 19 เมษายน 2565 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 19 เมษายน 2566 โดยบริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ จะเร่งตรวจสอบการทำประกันภัยของอาคารพาณิชย์ที่เหลือและรถยนต์อีก 1 คัน ว่า มีการทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบพบจะเร่งแจ้งสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้เจ้าของทรัพย์สินได้ทราบต่อไป

 

“สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงผู้ประกอบการที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบการร้านค้า ควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยอัคคีภัยหรือการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินภายในสถานประกอบการ รวมทั้งการทำประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักที่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากกรณีที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ตามระยะเวลาและรายได้ที่ขาดหายไปในระหว่างที่กำลังซ่อมแซม รวมถึงการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ที่ให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้ประกอบการมีความรับผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลอื่น เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง และเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร โดยสำนักงาน คปภ.จะเร่งรัดให้มีการเยียวยาด้านประกันภัยเพื่อบรรเทาความสูญเสียและความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือLine Chatbot@Oicconnect ข้อมูลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

 


Tags : คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เพลิงไหม้ย่านการค้าสำเพ็ง ไฟไหม้ สำเพ็ง ไฟไหม้สำเพ็ง


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้ จากมะเร็งสู่ชีวิตใหม่” โดยได้ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง พร้อมเปิดใจกับการกลับมารักตัวเองและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยมีตัวช่วยสำคัญที่สร้างความอุ่นใจอย่าง ‘ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง’ แก่พลังตัวแทน และที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ประเทศไทย กว่า 300 ท่าน ในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมพูดคุยถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรงให้แก่คนไทย เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถิติปัจจุบัน คนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีอัตราสูงถึงราวร้อยละ 15 ทำให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานของคนไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เอไอเอ ในฐานะผู้นำด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เรามีพันธกิจที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวของคนไทยผ่านการวางแผนด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง   “โดยเรามองว่าทุกคนควรเริ่มต้นวางแผนทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย หรือ ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะเริ่มมีโอกาสในการเจ็บป่วยและเป็นโรคร้ายแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญสำหรับประกันโรคร้ายแรง ควรต้องทำให้ครอบคลุม 3 กลุ่มโรคร้ายแรงยอดฮิต อย่าง “มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือด” เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่าสัดส่วนการเคลมจาก 3 กลุ่มโรคนี้สูงถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยความถี่ของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้น ในเอเชียจะพบได้ประมาณ 18-26 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และในรายงานจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าโรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ส่งผลให้มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในกลุ่มโรคมะเร็ง “นอกจากนั้นความคุ้มครองที่ควรจะต้องมีขั้นต่ำคือ 3 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าผ่าตัด, ค่าฉายแสง, ค่ารักษาแบบมุ่งเป้า เป็นต้น) รวมถึงยังมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จากการรักษา และในช่วงพักฟื้นอีกด้วย   “ซึ่งในวันนี้ เอไอเอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คุณพลอย เฌอมาลย์ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวและมุมมองในมุมของลูกค้าจริงให้กับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งประสบการณ์จริงจากคุณพลอยจะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเริ่มมองหาเกราะคุ้มกันโรคร้ายแรงให้ตัวเองและคนที่คุณรัก” คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดง นางแบบและพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง เผยว่า “มะเร็งเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่คิดค่ะ ที่ผ่านมามั่นใจว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรงเพราะเป็นคนออกกำลังกายหนัก เล่นกีฬาทุกประเภท แต่เราอาจลืมไปว่าเราก็ใช้ชีวิตหนักเช่นเดียวกัน แต่ถือว่าโชคดีที่พลอยตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีทำให้เรารู้เร็วว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งย้อนกลับไปตอนที่คุณหมอเจอเนื้อร้ายและแจ้งว่าพลอยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ตอนนั้นพลอยเครียดมาก น้ำหนักลง 13 กิโลกรัม ใน 3 เดือน ไม่กินข้าว มือสั่น นอนไม่หลับ ไม่อยากออกไปเจอใคร ขังตัวเองในบ้าน เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ร้องไห้ทุกวัน เป็นหนักมากค่ะ แต่พอดึงสติกลับมาคิดทบทวน พลอยรู้สึกเลยว่าเรายังโชคดีที่รู้เร็ว ทำให้เราได้เข้ารับการรักษาเร็ว และที่โชคดีมาก ๆ คือเรามีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   “การรักษาคือคุณหมอให้ฉายแสงค่ะ ไม่ต้องใช้คีโม แต่ต้องฉายแสง 25 ครั้ง ทำ 5 วันต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 3 ล้านบาท แต่ดีที่พลอยทำประกันของเอไอเอไว้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เลยครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เกือบทั้งหมดค่ะ “สำหรับพลอยอยากขอบคุณเอไอเอที่เชิญพลอยมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ พลอยอยากให้เรื่องราวของพลอยช่วยเตือนใจทุกคนว่าชีวิตคนเราสามารถมีเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติค่ะ การมีสติรู้ตัวและหยุดความคิดลบให้ได้ สำคัญมาก เราล้มได้เราก็ค่อย ๆ ลุกได้เช่นเดียวกัน พลอยอยากให้ทุกคนกอดตัวเองให้แน่น ๆ รักตัวเองให้มากกว่าเดิม ใจดีกับตัวเองดูบ้างนะคะ หลังจากที่พลอยเป็นมะเร็งในครั้งนี้ทำให้พลอยได้เรียนรู้ว่ามะเร็งเป็นโรคที่กลัวความสุขค่ะ เราควรจะกลับมามี Relationship กับตัวเองค่ะ และพลอยอยากฝากไว้สำหรับคนที่กำลังเป็นโรคอะไรก็ตาม การที่เรารู้เร็วว่าเราเป็นโรคอะไร ก็ให้คิดว่าเราจะได้รักษาเร็ว อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ เราต้องสู้เพราะเรากำลังจะได้โอกาสอีกครั้ง และอยากให้ทุกคนกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด   ที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนมีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงติดตัวไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดถึง ประกันจะเป็นตัวช่วยหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลให้กับเราค่ะ ทุกคนจะได้มีแรงในการดำเนินชีวิตต่อไป และสำหรับผู้หญิงเรา หากอายุถึง 30 ปีแล้วควรตรวจเมมโมแกรมทุกปีด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1 ดังนั้นการตรวจสุขภาพทุกปีจะช่วยให้หาโรคเจอในระยะเริ่มต้นด้วยค่ะ”  

28 Apr 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของ SMEs วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งให้จัดสรรสำหรับปล่อยสินเชื่อที่สนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ สินเชื่อเพื่อการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมวงเงินทั้ง 2 สินเชื่อที่ได้รับจัดสรรตามวัตถุประสงค์นี้ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย : กรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สนับสนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว โดยประชาชนสามารถยื่นกู้โดยตรงกับธนาคารออมสิน ทั้งแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 500,000 บาท มีเงินดาวน์ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก เท่ากับ 3.50% ต่อปี และแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถกู้แบบมีเงินดาวน์ 10% และ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5 ปีแรก เท่ากับ 3.25% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 20%) และ 3.50% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 10%) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐ ผู้สนใจสามารถติดต่อยื่นขอกู้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หมดเขตวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าจะมีผู้ขอกู้ครบตามวงเงินโครงการ 2. สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า : EV สนับสนุนการปรับตัวด้านการขนส่ง การเดินทาง การประกอบอาชีพและธุรกิจที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนกิจการด้านขนส่ง โดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนยื่นกู้กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) และสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย สำหรับการกู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้ามือแรก (ป้ายแดง) ในประเภทรถยนต์ เช่น BEV, PHEV, HEV, FCEV คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 5% ต่อปี ส่วนประเภทรถจักรยานยนต์คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 10% ต่อปี เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เป็นผู้กำหนดขึ้นตามนโยบายของแต่ละแห่ง ผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกใช้บริการได้ตามที่สะดวก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย (โครงการย่อยกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน – ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ จัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า) ได้ที่ธนาคารออมสิน GSB Contact Center โทร. 1115 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th

27 Apr 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มความอุ่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โดยได้ออกกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1. กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าถึงง่ายและราคาย่อมเยา พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ อาทิ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาทและหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 100,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 250,000 บาท และหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 250,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 125,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน   • กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) เบี้ยประกันภัย 10 บาท โดยให้ความคุ้มครอง -  ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด สูงสุด 30,000 บาท -  ความเสียหายจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว  -  การโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ -  ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว วันละ 300 บาท (สูงสุด 30 วัน) -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน 2. มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง จัดตั้งจุดบริการประชาชน ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีรถประสบอุบัติเหตุหรือรถเสีย รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มกรุงเทพประกันภัยเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอดการเดินทาง และส่งมอบน้ำดื่มผ่านสำนักงาน คปภ. ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

12 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner