Responsive image

Saturday, 21 Feb 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


EXIM BANK ปลดล็อกให้กู้ "บุคคล" สูงสุด 2 ลบ. ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องการส่งออก เสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ กระตุ้นการส่งออกปี 65

Sat 03/09/2565


EXIM BANK ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "สินเชื่อเอ็กซิมสร้างธุรกิจเพื่อบุคคลธรรมดา" เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา ทั้งที่เป็นผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการแก่ผู้ส่งออก หรือผู้ดำเนินธุรกิจในประเทศที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการส่งออก วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 7.75% ต่อปี สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2566

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า โลกการค้ายุค Next Normal สร้างโอกาสให้บุคคลธรรมดาเข้ามาทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ทั้งการค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ และการรับจ้างผลิตวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมในห่วงโซ่การส่งออก (Supply Chain) ให้กับผู้ประกอบการตั้งแต่ขนาดย่อมไปจนถึงขนาดกลางและขนาดใหญ่ จากสถิติพบว่าใน 3 ปีแรกของ SMEs ที่ส่งออกส่วนใหญ่จะเริ่มต้นอยู่ในห่วงโซ่ Supply Chain เริ่มทำธุรกิจจนคุ้นชินจึงเริ่มสร้างแบรนด์ของตนเอง เมื่อผันตัวจากผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้แบรนด์อื่น (Original Equipment Manufacturer : OEM) เป็นผู้ผลิตสินค้าในนามแบรนด์ของตัวเอง (Original Brand Manufacturer : OBM) ทำให้มีความต้องการเงินทุนเสริมสภาพคล่องมากขึ้น "สินเชื่อเอ็กซิมสร้างธุรกิจเพื่อบุคคลธรรมดา" จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ EXIM BANK พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยปลดล็อกให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ใน Supply Chain การส่งออกของไทยมากยิ่งขึ้น และกระตุ้นการเติบโตของภาคการส่งออกไทยปี 2565

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า ปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อยในขณะนี้คือ การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนหรือขาดสภาพคล่องในการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจยังไม่ได้เริ่มต้นหรือเพิ่งเริ่มต้น จึงเต็มไปด้วยปัจจัยลบที่เป็นความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจและไม่ได้รับการพิจารณาสินเชื่อง่ายนัก ขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะดอกเบี้ยเงินกู้ที่เป็นขาขึ้น EXIM BANK จึงได้ "สานพลัง" ความร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้ค้ำประกันสินเชื่อแก่บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้กู้สินเชื่อเอ็กซิมสร้างธุรกิจเพื่อบุคคลธรรมดาในสัดส่วน 100% โดยสามารถใช้บุคคลหรือนิติบุคคลค้ำประกันร่วมด้วยได้ ผู้กู้ต้องเป็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ส่งออก หรือผู้ดำเนินธุรกิจในประเทศที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 7.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี เริ่มต้นบวก 2% สูงสุดไม่เกินบวก 6%) สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2566

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ "เกมเปลี่ยนประเทศไทย" ที่ EXIM BANK ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกไทยมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการเติบโตของภาคส่งออก และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ทั้งนี้ SMEs ไทยในปัจจุบันยังมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพียง 34% ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) ส่วนใหญ่มีสัดส่วน 50% ขึ้นไป EXIM BANK จึงเดินหน้าสานพลังความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตของ SMEs ในระดับฐานรากให้พร้อมเข้าสู่ Supply Chain การส่งออกของไทย ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงกับ Supply Chain ของโลกได้ในที่สุด อาทิ การสร้าง EXIM Thailand Pavilion ให้เป็นทางเลือก E-Commerce ของ SMEs ไทยที่สนใจโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใน 1 ปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ และการจัดให้มี SMEs Export Studio พัฒนาดีไซน์บรรจุภัณฑ์สินค้าส่งออกของ SMEs ไทย เป็นต้น

นอกจากสินเชื่อเอ็กซิมสร้างธุรกิจเพื่อบุคคลธรรมดาแล้ว EXIM BANK ยังมีสินเชื่อสำหรับนิติบุคคลยื่นขอกู้ได้อีกคือ สินเชื่อผู้ส่งออกป้ายแดง สินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการส่งออกและนำเข้า สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ Start-up และกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่เริ่มต้นส่งออก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าสำคัญในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงินกู้สูงสุดสำหรับลูกค้าใหม่ 2 ล้านบาท และลูกค้าปัจจุบัน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปี และสินเชื่อ EXIM Biz Transformation Loan สินเชื่อเพื่อปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร หรือซอฟต์แวร์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าส่งออกซึ่งขยายระยะเวลาให้กู้ถึง 30 มิถุนายน 2566 วงเงินกู้สูงสุด 100 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2% ต่อปี ผ่อนชำระนาน 7 ปี

"EXIM BANK ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจ ควบคู่กับสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ชุมชนและธุรกิจตั้งแต่ระดับฐานรากไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดนักรบเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งในตลาดโลกจำนวนมากขึ้น อันจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน รับกับเทรนด์การค้าของโลกยุคใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและโอกาสของผู้ที่เข้าถึงได้ด้วย 'ความกล้า' และ 'ความพร้อม' เพื่อความเป็นอยู่ของชุมชน สังคม และโลกที่ดีขึ้นในระยะยาว" ดร.รักษ์ กล่าว

 


Tags : EXIM BANK ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กระตุ้นการส่งออก กู้เสริมสภาพคล่องการส่งออก


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner