Responsive image

Monday, 24 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


เลขาธิการ คปภ. ผนึกกำลัง “ชัชชาติ” ผู้ว่าฯ กทม. ปลุกพลังนักบิดมอเตอร์ไซด์ทำประกันภัย พ.ร.บ.

Thu 15/09/2565


พร้อมบูรณาการความร่วมมือด้านประกันภัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากร-ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยระบบประกันภัย ก่อนขยายกิจกรรมรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) และ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่องเพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน” ภายใต้ชื่องาน “คปภ. ปลุกพลังนักบิด เปิดโลกใหม่ให้คุ้มครองด้วยประกันภัย พ.ร.บ.” (วันนี้) 13 กันยายน 2565 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันทุกประเภทต้องจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินเท้า ถ้ารถทำประกันภัย พ.ร.บ. นอกจากจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความรับผิดแล้ว ยังมีสิทธิได้รับความคุ้มครองสูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัย กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000-500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน

นอกจากนี้ จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ามีการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์เพียงร้อยละ 65 ของรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสม ทำให้เมื่อเกิดเหตุจากรถที่ไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย และจากสถิติในปี 2564 มีผู้ประสบภัยจากรถที่มาขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย จำนวน 9,112 ราย คิดเป็นเงินจำนวน 180 ล้านบาท ซึ่งจากสถิติพบว่า 70% เป็นผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์ จากตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีรถที่อยู่นอกระบบการประกันภัย พ.ร.บ. อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีเจ้าของรถจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อนำไปเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. หากฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท หรือหากเป็นผู้ที่ใช้รถที่ไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ดังนั้น หากเป็นทั้งเจ้าของรถที่ไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. และได้นำรถคันนั้นออกไปใช้เองจะมีความผิดทั้ง 2 ข้อหา โดยมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการกำกับดูแล พัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีความเข้มแข็งมั่นคง และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย จึงได้จัดทำ “โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่อง เพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน” เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้กับพี่น้องประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัย พ.ร.บ. สำนักงาน คปภ. จึงผนึกกำลังกับกทม. เพื่อปลุกพลังผู้ขับขี่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นแห่งแรก ซึ่งมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการสร้างกรุงเทพมหานคร ให้เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตสำหรับประชาชน รวมทั้งเป็นไปตามนโยบาย “ลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์” (Zero Accident) ของกรุงเทพมหานครและรัฐบาล โดยมุ่งเน้นและส่งเสริมพี่น้องประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานครให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัย พ.ร.บ. เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้รถจักรยานยนต์สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และจากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน ณ 10 กันยายน 2565 พบว่า กรุงเทพมหานครมีประชาชนที่ได้รับอุบัติเหตุทางถนนสูง โดยมีผู้บาดเจ็บ 77,093 ราย เสียชีวิต 657 ราย คิดเป็นร้อยละ 89.50 ที่เกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ โดยที่มีสัดส่วนการทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์เพียง 70%

ภายหลังจากการจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการที่กรุงเทพมหานครแล้ว สำนักงาน คปภ. จะเดินหน้ารุกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรม Road Show และกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักให้กับประชาชนผู้ใช้รถ สร้างการเข้าถึงประกันภัย พ.ร.บ. และการมีส่วนร่วมในการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่นิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทาง

ด้าน ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. เห็นด้วยกับแนวคิดของสำนักงาน คปภ. เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก และมีความจำเป็นต่อการเดินทางของคนกรุงเทพเป็นอย่างมาก แต่รถจักรยานยนต์ก็มีความเสี่ยง ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่ได้ทำประกันภัยก็จะกระทบกับชีวิตครอบครัว ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าผลกระทบที่จะได้รับหลังจากเกิดอุบัติเหตุจะมีค่าใช้จ่ายตามมาหากไม่ได้ทำประกันภัย พ.ร.บ.  ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถเจาะผ่านผู้นำชุมชนให้ช่วยรณรงค์ภายในชุมชน หรือจะเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มไรเดอร์ GRAB  ซึ่ง กทม. สามารถช่วยรณรงค์ได้ทันที โดยเน้นให้ความร่วมมือรณรงค์ประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ โดยรณรงค์เป็นแพ็กเกจ ทั้งเรื่องอุบัติเหตุในการขับขี่ การสวมหมวกนิรภัย และให้ทำประกันภัย พ.ร.บ. ควบคู่กันไปด้วย ในโอกาสนี้ กทม. ขอขอบคุณสำนักงาน คปภ. ที่มอบกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ จำนวน 500 ฉบับ ให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของ กทม. ให้ได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ตกปีละกว่า 300 บาท หรือเก็บเงินวันละบาทเท่านั้น จำเป็นจะต้องสื่อสารในเรื่องนี้ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น แต่จะต้องทำเป็นแพ็กเกจ ทั้งเรื่องการรณรงค์ทำประกันภัย พ.ร.บ. ควบคู่ไปกับการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย การรณรงค์ไม่ขับรถเร็ว การรณรงค์รักษากฎจราจร เป็นต้น

         

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ สำนักงาน คปภ. และกรุงเทพมหานคร จะต่อยอดการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดทั้งในการรณรงค์ให้ชาวกทม.ทำประกันภัย พ.ร.บ. และร่วมมือในการนำระบบประกันภัยมาช่วยบริหารความเสี่ยง ตลอดจนช่วยให้ชาวกทม. และบุคลากรในสังกัดกทม. สามารถเข้าถึงและได้รับความเป็นธรรมในเรื่องประกันภัยอย่างเต็มที่

 “ทั้งนี้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัย หรือต้องการข้อมูลด้านประกันภัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

 


Tags : คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ สำนักงาน คปภ. เลขาธิการ คปภ. ประกันภัย พ.ร.บ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กับ ธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนให้ปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยธนาคารออมสินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ (ลูกหนี้ผ่อนชำระดี) ที่ชำระดอกเบี้ยได้ตามเกณฑ์ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญาไม่ครบกำหนดในปี 2569 เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ขณะที่ลูกหนี้ครูที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ธนาคารเปิดโอกาสให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อนเข้าร่วมโครงการฯ   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารออมสินจึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติ โดยปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2548 - 2558 จำนวนกว่า 280,000 บัญชี ที่ยังมีภาระหนี้ ธนาคารออมสินจึงดำเนินโครงการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรักษาวินัยการชำระหนี้และลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ดีจากแผนความช่วยเหลือเดิมที่ 4% เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งอัตรานื้ถือว่าต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ โดยยังคงชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินงวดส่วนที่เคยเป็นดอกเบี้ยจะถูกนำไปตัดยอดเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้เงินต้นลดเร็วและร่นระยะเวลาการเป็นหนี้ให้สั้นลง สู่การมีอิสรภาพทางการเงินที่เร็วขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติค้างชำระสามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้และชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรของรัฐ การช่วยชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติชำระหนี้ดีและมีสถานะปกติ การลดอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือและชะลอกระบวนการทางกฎหมาย มีครูได้รับประโยชน์และสามารถปิดหนี้แล้วกว่า 140,000 บัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 120,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มอื่น ๆ เพื่อช่วยประชาชนลดภาระทางการเงินและปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น   สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ธนาคารออมสินจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS จดหมาย และข้อความแจ้งเตือนบนแอป MyMo โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ (ผ่อนชำระหนี้ดี) -   ผู้ที่มีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และได้รับการแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน -   ผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย จะต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ กับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 2.กลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อนเข้าโครงการฯ ได้แก่ ลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารกำหนด มีสถานะทางกฎหมาย สัญญาครบกำหนดในปี 2569 หรือมีสถานะเป็นหนี้ค้างชำระ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ โดยหากชำระหนี้ดีติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน   โครงการดังกล่าวมุ่งช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระหนี้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น ลดภาระดอกเบี้ยเพื่อปิดหนี้ได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนให้สามารถบริหารจัดการทางการเงินและแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินตลอดช่วงชีวิต ทั้งนี้ เงื่อนไขการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

24 Aug 2026

...

SME D Bank ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ จ.น่าน ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ระบุให้สิทธิ์พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ สามารถกลับมาเดินหน้ากิจการได้โดยเร็ว     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จ.น่าน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม  SME D Bank มีความห่วงใยลูกค้าและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างยิ่ง จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ตามรายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจได้ในเร็ววัน ได้แก่  มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด  เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย  สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท)  อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน   นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท  2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท  และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนครั้งนี้เป็นทางเลือกโดยสมัครใจ ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการ แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ ,  LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์  www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

23 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดแคมเปญสุดพิเศษรับวันแม่แห่งชาติ ภายใต้กิจกรรม "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่"   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ชวนเกษตรกรและลูกค้าทั่วไปร่วมส่งความรักในเดือนแห่งวันแม่เพียงฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดใดก็ได้ อาทิ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรวย 20 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส ชุดถุงเงิน ฝากหน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัลทุกเดือน  สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดขวัญถุง หน่วยละ 20 บาท อายุการรับฝาก 6 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี พร้อมลุ้นรับรางวัลทุนการศึกษาทุกเดือนจำนวน 100 รางวัล เพียงฝากสลากผ่านช่องทาง BAAC Mobile รับเลยของสมนาคุณสุดน่ารัก (จำกัดสิทธิ์ 1 รายต่อ 1 สิทธิ์) อาทิ ฝากสลากตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้น ไป รับผ้าอเนกประสงค์เส้นใยแม่เหล็กจำนวน 1 ผืน หรือฝากตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รับ Art Toy มังแมวสุดคิวท์จำนวน 1 เซต จำนวน 4 ตัว ฝากตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป รับ Art Toy ชุด Agri animal จำนวน 1 จุ่ม ฝากตั้งแต่ 1 ล้านขึ้นไป รับเลยหมอนอิงลายน้องแมวสุดน่ารักจำนวน 1 ใบ  และฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้น รับกระเป๋าล้อลากจำนวน 1 ใบ   สำหรับผู้ที่สนใจมอบความรักให้เป็นเงินออม ด้วยการฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการออมเงินแล้ว ยังได้ลุ้นรับรางวัลผ่านกิจกรรม "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่" ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2569 ผ่าน BAAC Mobile โดยลูกค้าสามารถลงทะเบียนและแนบหลักฐานการฝากสลากในวันเวลาและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ผ่าน QR Code ข้างต้น เพื่อรับของรางวัลดังกล่าว โดยจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผ่าน Facebook ธกส.บริการด้วยใจ และเว็บไซต์ www.baac.or.th ทั้งนี้ ยอดฝากสลาก 1 รายการ สามารถร่วมโปรโมชันกับธนาคารได้ 1 โปรโมชันเท่านั้น ร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Contact Center 02 555 0555

19 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ทำให้ SMEs หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงแหล่งทุนได้จำกัด ธนาคารออมสินจึงขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ของธนาคารให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้นานสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเติมทุนก้อนใหม่ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองกิจการ รองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และรักษาการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อสนับสนุน SMEs ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง สินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 90 วัน หรือไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ วันที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ ลงทุนในทรัพย์สิน หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนจำนอง โดยวงเงินกู้จะพิจารณาตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์การขอกู้และความสามารถในการชำระคืน มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้น (ทบทวนวงเงินรายปี) และระยะยาว ที่ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี (รวมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี) อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์สินเชื่อธุรกิจและ SMEs ของธนาคาร และใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ลูกค้าที่เข้าหลักเกณฑ์และต้องการเงินทุนเพื่อเสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารออมสินเจ้าของบัญชี, GSB Contact Center โทร. 1115 หรือเว็บไซต์ www.gsb.or.th

08 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner