Responsive image

Thursday, 26 Mar 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. ผนึกกำลังครั้งใหญ่เตรียมเปิด...! มหกรรมเทคโนโลยีประกันภัยแห่งปี “Thailand InsurTech Fair 2022” 7-9 ตุลาคม 2565 อิมแพคเมืองทองธานี

Fri 23/09/2565


คปภ. ผนึกกำลังครั้งใหญ่เตรียมเปิด...! มหกรรมเทคโนโลยีประกันภัยแห่งปี Thailand InsurTech Fair 2022” มาก้าวสู่จักรวาลแห่งเทคโนโลยีประกันภัยด้วยกัน พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย มางานเดียว ทั้งคุ้ม ทั้งครบ จบเรื่องประกันภัย ระหว่าง 7-9 ตุลาคม 2565 อิมแพคเมืองทองธานี ฮอลล์ 6 จังหวัดนนทบุรี

 

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.)เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมประกันภัยมีส่วนสำคัญในการสร้างเสริมความเข้มแข็งมั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยรวมทั้ง เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างหลักประกันความมั่นคงในครอบครัว การประกอบธุรกิจการค้า การลงทุนและการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน สำนักงาน คปภ. โดยศูนย์ Center of InsurTech Thailand (CIT) จึงได้ร่วมกับ สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย และสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน จัดงาน “มหกรรมการประกันภัย” Thailand InsurTech Fair 2022 (TIF 2022) สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ภายใต้ concept “ก้าวสู่จักรวาลแห่งเทคโนโลยีประกันภัย เพื่อโลกใหม่ไร้ขีดจำกัด” Reshaping Insurance to the Multiverse of InsurTech for the Future ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2565 ณ อิมแพคเมืองทองธานี ฮอลล์ 6 ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของบริษัทประกันภัยชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทย และบุคลากรผู้คร่ำหวอดในวงการประกันภัยทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนพันธมิตรประกันภัยจากทั่วทุกมุมโลกที่จะมาสร้างเครือข่ายร่วมกัน

 

ด้าน นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า งานนี้ Thailand InsurTech Fair 2022 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 ของประเทศไทยแล้ว เรียกว่างานนี้เป็นศูนย์รวมของภาคธุรกิจประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันวินาศภัย โบรกเกอร์ รวมถึงทางด้านของผู้กำกับดูแลก็คือสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมประกันชีวิตไทย และอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ผมอยากจะเชิญชวนว่าในงานนี้ท่านจะได้เข้าถึงเรื่องของผลิตภัณฑ์ทางด้านของการประกันชีวิตเรื่องของการดูแลทางด้านของประกันสุขภาพ เชิญชวนให้ไปร่วมงานโดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 9 ตุลาคมนี้ ที่ฮอลล์ 6 อิมแพคเมืองทองธานี อย่าพลาดนะครับ ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน เราสามารถที่จะไปร่วมงานแบบชนิดที่ว่าเจอตัวต่อตัวได้ หรือจะผ่านทางด้านแพลตฟอร์ม หรือในรูปแบบ Hybrid ได้ด้วยทาง www.tif2022.com อย่าพลาด ขอให้มาในงานนี้

 

ด้าน นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า งานปีนี้มีบริษัทประกันภัยหลายแห่งเข้าร่วมงานแล้วก็มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ ที่จะมาโชว์ในงาน โดยเฉพาะส่วนลดที่ประชาชนทั้งหลายรอคอยว่าบริษัทจะสามารถให้ส่วนลดกับประชาชนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยในงานได้สูงสุดถึง 30% และสำหรับการซื้อออนไลน์ได้ถึง 35% โดยปีนี้ก็เป็นปีที่พิเศษก็จัดงานแบบ Hybrid ทั้ง Onsite และ Online สำหรับประชาชนที่สนใจและมีเวลาก็อยากให้มาเยี่ยมชมในวันที่ 7 -9 ตุลาคมนี้ ที่ฮอลล์ 6 อิมแพคเมืองทองธานี ประชาชนที่มาในงานจะได้รับประโยชน์เต็มที่ ส่วนท่านที่ไม่มีเวลา สามารถเข้าเยี่ยมชมงาน หรือว่าซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านระบบออนไลน์ได้โดยเข้าไปที่ www.tif2022.com ไม่อยากให้ท่านพลาดในงานนี้ เพราะว่าปีหนึ่งมีครั้งเดียวแล้วคราวนี้การจัดงานห่างหายไปสองปีจากสถานการณ์โควิด มาเยี่ยมชมกันครับ

 

ด้าน นายจิตวุฒิ ศศิบุตร นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย กล่าวว่า ภายในงานจะมีการโชว์เทคโนโลยี การนำแพลตฟอร์มให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ความตรงต้องการของลูกค้า ให้ส่วนลดอย่างเต็มที่ รวมไปถึงนายหน้าต่างชาติจะนำเอานวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในต่างประเทศมาจัดแสดง เรื่องของ Parametric เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การดูเรื่องภัยพิบัติ M&A จะนำมาจัดแสดงภายในงาน เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เร็ว ๆ นี้ บริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต นายหน้า หรือทุกคนก็ควรมา เพราะถือว่าเป็นงานประกันภัยแห่งปี ทุกคนอยากมาแสดงร่วมโชว์ผลงาน โดยทำส่วนลด แลก แจก แถม ที่สำคัญมีการจับฉลาก รถยนต์เป็นรางวัลใหญ่ โดยประชาชนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยในงานนี้ก็จะได้มีโอกาสได้รับรถยนต์หรือมีของรางวัลอีกมากมาย อยากให้ทุกคนไปร่วมงานเพราะว่าได้ของดีที่เตรียมไว้แล้ว หรือหากใครมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของประกันภัย หรือประกันชีวิต สามารถเข้าไปปรึกษาในงานได้ด้วย อยากจะปรึกษาอะไรเกี่ยวกับเรื่องของประกันภัยเข้าไปได้ หรือการหาพาร์ทเนอร์ชิพ ระหว่างธุรกิจเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนทัศนคติและก็ไปคุยกันในงานนี้ได้เช่นกัน ขอเชิญชวนพลาดไม่ได้งานนี้วันที่ 7 - 9 ตุลาคม 2565 ที่อิมแพคเมืองทองธานี ฮอลล์ 6 หรือเข้าไปเช็คข้อมูลที่ www.tif2022.com

 

ด้าน นายฐิติ ยศอนันตกุล นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน กล่าวว่า งานปีนี้จะมีการนำที่ปรึกษาด้านการเงินมานั่งที่บูธจัดแสดงภายในงาน โดยเป็นการเชิญชวนลูกค้ามานั่งปรึกษาการเงิน โดยอย่างน้อย ท่านจะได้ทราบอัตราส่วนทางการเงิน ซึ่งการเข้าใจในเรื่องอัตราส่วนจะสามารถทำประโยชน์ได้โดยใช้เงินในการสร้างผลตอบแทน ซึ่งในงานเราจัดบูธพร้อมมีที่ปรึกษาทางการเงินมีประจำอยู่ที่บูธ ในฝั่งตัวแทนประกันชีวิตที่มาร่วมงาน จะได้ประโยชน์คือ หลักสูตรที่ปรึกษาทางด้านการเงินซึ่งเป็นหลักสูตรลิขสิทธิ์จากทางสิงคโปร์ โดยพัฒนาจากการเป็นตัวแทนเข้าสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก และพร้อมปรับเปลี่ยนให้เท่าทันสถานการณ์โลก การเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินจะตอบโจทย์ให้ตรงกับลูกค้ามากที่สุด และมารับความรู้ด้านการประกันภัยจากวิทยากรชั้นนำ โดยเฉพาะตัวแทนประกันชีวิตมาเก็บเกี่ยวความรู้และที่สำคัญท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับว่าเทคโนโลยีด้านการประกันภัยที่ทันสมัย ผมเชิญชวนสำหรับประชาชนทั่วไปมาร่วมงานประกันภัยที่สำคัญแห่งปี สามารถมาซื้อผลิตภัณฑ์ในงานนี้แล้วมีโอกาสได้รับรถยนต์ไฟฟ้าที่หาซื้อไม่ได้เพราะว่าไม่มีในท้องตลาด แต่ผู้จัดงานสามารถจัดหามาได้ สนุกสนานกับทางของรางวัลเตรียมไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะที่บูธของสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินของเรามีที่ปรึกษาทางด้านการเงินรอต้อนรับทุกท่านอยู่ครับ

 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า งาน “มหกรรมการประกันภัย” Thailand InsurTech Fair 2022 หรือ TIF 2022 ปีนี้มีไฮไลท์ที่น่าสนใจ 10 ไฮไลท์ด้วยกัน คือ ไฮไลท์แรก การนำเสนอนวัตกรรมประกันภัยต่าง ๆ จากบูธบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย InsurTech and Startups Firms และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนมากกว่า 70 หน่วยงาน

ไฮไลท์ที่ 2 การลงทะเบียนในรูปแบบของการสร้าง Avatar ที่จะช่วยค้นหาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ในแต่ละวัย และตรงตามความต้องการของแต่ละช่วงวัยมากที่สุด ค้นหาและซื้อประกันภัยที่เหมาะสม ในราคาลดกระหน่ำที่สุดแห่งปี และตรงกับ Lifestyle ของผู้เข้าร่วมงานอย่างแท้จริง

ไฮไลท์ที่ 3 การสัมมนาทางวิชาการด้านการประกันภัย ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากวิทยากรชั้นนำระดับโลกทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้ 4 Pillar หลักประกอบด้วย Pillar 1 Creating Digital Ecosystem for Insurance Industry ว่าด้วยบทบาท และมุมมองของ Regulator ในการ Facilitate Digital Ecosystem ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจประกันภัยอย่างยั่งยืน โดยเปิดฉากกิจกรรมทางวิชาการด้วยการบรรยายพิเศษ โดย ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ.

Pillar 2 Mastering Technologies and Capitalizing on Mega Trends เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำในการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้สอดรับกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์จากโอกาสและเทรนด์ใหม่

Pillar 3 Improving Endlessly Using InsurTech เปิดโลกสู่เทคโนโลยีประกันภัยเพื่อพลิกโฉมวงการประกันภัย พร้อมเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันอย่างไร้ขีดจำกัด

Pillar 4 Revolutionizing the New Intermediaries การปรับตัวของคนกลางประกันภัย และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงและให้บริการลูกค้าในยุคดิจิทัล

ไฮไลท์ที่ 4 การนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ แบบใหม่โดนใจนักช็อปความคุ้มครองให้กับตัวเองและครอบครัว ด้วยโปรโมชั่นลดเบี้ยประกันภัยแบบกระหน่ำสูงสุด 30%

ไฮไลท์ที่ 5 การจัดประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการประกันภัย “OIC InsurTech Award 2022” เพื่อเฟ้นหาสุดยอด InsurTech ของประเทศไทยที่เสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านประกันภัยที่เป็นเลิศ ซึ่งขณะนี้มีทีมที่ให้ความสนใจสมัครร่วมประกวดเป็นจำนวนมากกว่า 167 ทีม โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทนักเรียน นิสิต/นักศึกษา และประเภทบุคคลทั่วไป โดยมี 10 รางวัล รวมเงินรางวัล 500,000 บาท พร้อมโล่ สำหรับรางวัลประเภทนักเรียน นิสิต/นักศึกษา มี 5 รางวัลดังนี้ (รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 70,000 บาท รางวันที่ 3 เงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล เงินรางวัลละ 15,000 บาท) และประเภทบุคคลทั่วไป มี 5 รางวัล ดังนี้ (รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 70,000 บาท รางวันที่ 3 เงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล เงินรางวัลละ 15,000 บาท) ซึ่งจะมีการคัดเลือกกันอย่างเข้มข้นถึง 3 รอบ และไปคัดเลือกรอบสุดท้ายในวันที่ 8 ตุลาคม 2565 ที่บูธของสำนักงาน คปภ. ในงาน “Thailand InsurTech Fair 2022”

ไฮไลท์ที่ 6 การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ต่อยอด และจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้บริหารจากบริษัทประกันภัย บริษัทเทคโนโลยี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ไฮไลท์ 7 InsurVerse Zone พื้นที่แสดงศักยภาพของบรรดา InsurTech & Tech Startup Firms จากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก ที่จะมาอวดโฉมนวัตกรรมทาง InsurTech เพื่ออนาคตการประกันภัยยุคใหม่ไร้ขีดจำกัด เพื่อร่วมกันเปิดโลกจักรวาลความรู้เทคโนโลยีประกันภัย

 

ไฮไลท์ที่ 8 ขายผลิตภัณฑ์ออนไลน์ Mini shopping และกิจกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ เช่น กิจกรรมให้ความรู้ Interactive wall, Interactive floor ในระบบ Touchless Sensor ให้ผู้ร่วมงานได้เล่นสนุกเพลิดเพลินกับเกมส์ประกันภัย โดยกิจกรรมเหล่านี้สามารถสะสมเพื่อแลกรับของรางวัลต่าง ๆ ของที่ระลึกหรือ eVoucher จากร้านค้าชั้นนำได้ และ Photobooth ที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถถ่ายรูปคู่กับตัว Avartar ของตนเองเพื่อ share ใน Social Media ได้อีกด้วย

ไฮไลท์ที่ 9 ตื่นตาตื่นใจไปกับความบันเทิงจากศิลปิน ดารามากมาย ที่ร่วมสร้างสีสันจากทั่วฟ้าเมืองไทย

ไฮไลท์ที่ 10 ผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินภายในงานครบ มูลค่าตั้งแต่ 500 - 3,999 บาท รับ 1 สิทธิ์ในการชิงรางวัล มูลค่าตั้งแต่ 4000 - 5,000 บาท รับเพิ่มอีก 1 สิทธิ์ในการชิงรางวัล และทุก ๆ  5,000 บาท ต่อไป รับเพิ่มอีก 1 สิทธิ์ในการชิงรางวัล โดยจับรางวัลทุกวัน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี Exhibition Hall 6 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีทาง www.tif2022.com พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่สุดอลังการอย่างรถยนต์ไฟฟ้า EV - Ora Good Cat รวมทั้ง IT Gadget iPhone 14 , Samsung flip 4 , iPad Gen 9 2021 , iPad mini 2021 , Samsung Galaxy Tab S8 , Samsung Galaxy Tab A7 Lite , Smart Watch , คอมพิวเตอร์ Laptop อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 1,600,000 บาท

“ผมขอเชิญชวนประชาชนมาเที่ยวงาน“มหกรรมการประกันภัย” Thailand InsurTech Fair 2022 หรือ TIF 2022 ภายใต้ธีม “ก้าวสู่จักรวาลแห่งเทคโนโลยีประกันภัย เพื่อโลกใหม่ไร้ขีดจำกัด” Reshaping Insurance to the Multiverse of InsurTech for the Future” ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2565 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นอกจากจะได้รับความรู้เกี่ยวกับประกันภัยและนวัตกรรมต่าง ๆ ด้านการประกันภัย และเทคโนโลยีด้านประกันภัยแล้วยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยราคาพิเศษลดสูงสุด 30% พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ทั้งนี้งาน “Thailand InsurTech Fair 2022 จะจัดขึ้นในลักษณะ Hybrid ทั้งรูปแบบ Online สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.tif2022.com หรือในรูปแบบ Onsite โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง tif@oic.or.th หรือทาง Facebook Page : Center of InsurTech Thailand ...ขอย้ำผู้สนใจเข้าร่วมงานนี้..! ควรเตรียมความพร้อมในทุกมิติ..แล้วพบกันครับ” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย


Tags : คปภ. ดร.สุทธิพลทวีชัยการ มหกรรมเทคโนโลยีประกันภัยแห่งปี ThailandInsurTechFair2022 สำนักงานคปภ. เลขาธิการคปภ. สาระล่ำซำ สมาคมประกันชีวิตไทย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

...

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง มุ่งลดอุบัติเหตุและส่งเสริมความปลอดภัยทางการเดินทาง ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” เป็นของที่ระลึกฟรี ! เมื่อนำรถมาใช้บริการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 31 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก การตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วิริยะประกันภัย จึงร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”  ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็กสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็กสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” ฟรีทันที ! เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE (ของมีจำนวนจำกัด) โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจรถฟรีได้ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ช่วงเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่ 1) อู่ร่วมมิตรการาจ 2) บจ.นิวเพื่อนยนต์ 3) บจ.ไทยรัตน์ยานยนต์ 4) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์  5) บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ 6) บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ 7) บจ.อู่นำชัย เตาปูน (สาขาติวานนท์) 8) บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ 9) บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส 10) บจ. คุงการาจ 11) บจ.เซอร์กิตบริการ 12) บจ.อู่กังวานชัยการช่าง 13) บจ.อู่วิชัยยนต์ 14) บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ 15) อู่บอส 888 การาจ 16) บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ 17) บจ.เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ 18) บจ.เอส ซี ซี 65 การาจ 19) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 20) หจก.เป้งการาจ 21) บจ. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป 22) บจ.รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค 23) บจ.สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส 24) หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 25) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 26) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 27) บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) 28) บจ.เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส 29) บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 30) บจ.อู่แม่กลอง 31) บจ.อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989)  

14 Mar 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จับมือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยากเริ่มต้นส่งออก และรายที่ต้องการขยายตลาดส่งออกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เข้าร่วมโครงการ “I SME D Together : ปั้น Smart SMEs จาก Local สู่ Global” โดยจะได้รับการยกระดับเพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างแท้จริง  ผ่าน “โปรแกรม 3T” ส่งเสริมครบวงจร ประกอบด้วย Training เตรียมความพร้อม วางแผนการเงิน สู่การขยายตลาดโลก Technology  สนับสนุนเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ  และ Trade เปิดโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนให้เกิดการเจรจาและจับคู่ธุรกิจ เปิดรับสมัครแล้ว  รุ่นที่ 1 สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการขยาย “ตลาด Halal” (มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และซาอุดีอาระเบีย) เปิดอบรมระหว่างวันที่ 30–31 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ  และรุ่น 2  สำหรับกลุ่มต้องการขยาย “ตลาด CLMV”  (ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม   นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการ ยังได้การสนับสนุนจาก SME D Bank พาเข้าถึงแหล่งทุนอัตราต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท นำไปลงทุน หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง พร้อมขยายตลาดส่งออก ควบคู่กับช่วยพัฒนาผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เช่น หลักสูตร E-Learning และที่ปรึกษาธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ เป็นต้น พิเศษ สิทธิประโยชน์สำหรับ 20 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีสินค้าพร้อมจำหน่าย จะได้รับโอกาสเข้าร่วม Showcase สินค้าในวันงาน เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Networking) และต่อยอดโอกาสทางการค้าในอนาคต เป็นต้น รวมทั้ง ได้รับการเชิญร่วมออกงานแสดงสินค้าตามความสมัครใจ ที่มีให้เลือกมากกว่า 15 งาน ทั้งในและต่างประเทศ สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  รับจำนวนจำกัด รุ่นละ 100 กิจการเท่านั้น สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ 02-265-4494 หรือ Call Center 1357

14 Mar 2026

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner