Responsive image

Friday, 20 Mar 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


BKIH แข็งแกร่งโตต่อเนื่อง ปี 68 ฟันกำไรกว่า 3,135 ลบ. จ่ายเงินปันผล 17.50 บาท/หุ้น “กรุงเทพประกันภัย” ตั้งเป้าเบี้ยฯ ปี 69 ที่ 32,600 ลบ.

Thu 19/03/2569


ปี 2568 BKIH โดดเด่น ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำลายสถิติของกรุงเทพประกันภัย พร้อมประกาศทิศทางปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยฯ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% ยกระดับการบริการด้วยเทคโนโลยี พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย 

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4 ของกำไรสุทธิต่อหุ้น

"ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน"  กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร 


ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P)  

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5 ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึงประมาณร้อยละ 2.0 จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.7 (ข้อมูลจาก สศช.) เนื่องจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย

นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยทรัพย์สินมากขึ้น ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกโดยรวม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ โดยเฉพาะจากการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย เนื่องจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในโซนเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง ซึ่งไม่มีเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้ ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์ ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0 ของรัฐบาล ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk) จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 อาจต้องหยุดชะงัก และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ


"ชัย โสภณพนิช"  ประธานกรรมการ


Year of Fast and Flexible Mindset ปีแห่งการตอบสนองความต้องการของลูกค้า คู่ค้า และกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น

จากที่บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความโดดเด่นผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
 

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% โดยบริษัทฯ มีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ทั้งในด้านการรับประกันภัย การขาย และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุม พร้อมกำหนดระดับราคาที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับความรวดเร็วในการให้บริการผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
 

ขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของวินัยในการรับประกันภัยและความสมเหตุสมผลทางธุรกิจ เพื่อรักษาระดับผลกำไรจากการรับประกันภัยให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที โดยบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักธรรมและจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับผลลัพธ์เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน

ต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
         นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบความคุ้มครองที่สอดรับกับพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ Lifestyle Insurance ที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายมิติ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่แตกต่างกันของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต การเดินทาง หรือกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม

 

"ลสา โสภณพนิช"  ผู้อำนวยการใหญ่


 

ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3+ Super Special
      จากกระแสตอบรับที่ดีของแผนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ Super Special เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากการชนกับยานพาหนะทางบก พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์จากภัยน้ำท่วม รวมถึงความคุ้มครองกรณีโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถยนต์ และความเสียหายสิ้นเชิงของรถยนต์จากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำหรือรถตกข้างทาง โดยมีทุนประกันภัยให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า และให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 6,180 บาท

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ
            ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการประกันภัยการเดินทางขยายตัวตามไปด้วย ขณะเดียวกันผู้เดินทางยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคติดต่อ และภัยพิบัติที่อาจส่งผลให้การเดินทางล่าช้า โดยในปี 2568 ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตสูงถึง 42%

พร้อมกันนั้น กรุงเทพประกันภัยได้ให้ความสำคัญกับเทรนด์ Pet Humanization เพื่อดูแลและสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว โดยในปี 2569 บริษัทฯ จึงได้พัฒนาประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่เพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการศพหรือการส่งศพสัตว์เลี้ยงกลับประเทศไทย นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยฝากสุนัขหรือแมวไว้กับโรงแรมสัตว์เลี้ยงหรือศูนย์รับฝากเลี้ยงในประเทศไทย และเกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า ยังได้รับเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการฝากดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติมอีกด้วย รวมไปถึงการเพิ่มความคุ้มครองใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ ค่าที่พักเพิ่มเติมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ เงินชดเชยกรณีพลาดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยเหตุจำเป็น เช่น คอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์ ตลอดจนความคุ้มครองกรณีอุปกรณ์กอล์ฟสูญหายหรือเสียหาย

ประกันภัยโรคร้ายแรง
            จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองหรืออุดตัน โรคไตวายเรื้อรัง โรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น ขณะที่การรักษาโรคเหล่านี้มักมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงพัฒนาแผนประกันภัยโรคร้ายแรง เพื่อช่วยรองรับความเสี่ยง คลายความกังวล และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของลูกค้า โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุม 11 โรคร้ายแรง รวมถึงโรคเบาหวาน ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้

-แผนประกันภัยโรคร้ายแรงคุ้มครองทุกระยะ รับเงินชดเชยเต็มทุนประกันภัย 100%

-ทุนประกันภัยมีให้เลือกตั้งแต่ 300,000 - 1,000,000 บาท

-เพิ่มทุนประกันภัยปีละ 100,000 บาท สูงสุด 2 ปี เมื่อต่ออายุกรมธรรม์

-คุ้มครองโรคร้ายแรงแบบเจอจ่ายจบ พร้อมรับเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน วันละ 1,000 บาท

-รับเพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล (อบ.1) และผลประโยชน์การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

-สมัครง่าย เพียงตอบคำถามสุขภาพ

-รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1-60 ปี และสามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้ถึง 70 ปี

ประกันภัยเพื่อสังคม

กรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชนในวงกว้าง โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าใจง่าย เงื่อนไขไม่ซับซ้อน พร้อมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่สะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น ควบคู่กับการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของประชาชนในราคาย่อมเยา เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยได้อย่างทั่วถึง
 

ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย 599
      ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยเบื้องต้นในรูปแบบไมโครอินชัวรันส์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในราคาประหยัด โดยมีเบี้ยประกันภัยเพียง 599 บาท ครอบคลุมความเสียหายทั้งไฟไหม้ ฟ้าผ่า และระเบิด สำหรับสิ่งปลูกสร้างประเภทอาคารคอนกรีต (มีผนังก่ออิฐถือปูนมากกว่า 80% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด) ทุนประกันภัย 250,000 บาท และสำหรับอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ (มีผนังก่ออิฐถือปูน 50-80% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด) ทุนประกันภัย 125,000 บาท

      ไม่เพียงเท่านี้ กรมธรรม์ดังกล่าวยังให้ความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว คลื่นใต้น้ำ สึนามิ และลูกเห็บ ฯลฯ รวมถึงความคุ้มครองการโจรกรรม 10,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงของผู้เอาประกันภัยจากอุบัติเหตุภายในสถานที่เอาประกันภัยอีก 100,000 บาท โดยสามารถซื้อประกันภัยได้ทางเว็บไซต์ และช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของบริษัทฯ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ หากต้องการความคุ้มครองและวงเงินทุนประกันภัยที่สูงขึ้น สามารถเลือกประกันอัคคีภัยแผนรักษ์บ้าน ซึ่งมีตัวเลือกทั้งแบบมีความคุ้มครองภัยน้ำท่วม และไม่มีความคุ้มครองภัยน้ำท่วม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคล
 

ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง
            ประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและความกังวลใจของผู้ที่ดูแลคนพิการหรือผู้ป่วยติดเตียง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจากอุบัติเหตุ โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนให้ความคุ้มครองเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวในกรณีที่ผู้ดูแลหรือคนพิการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และพิเศษด้วยการเพิ่มความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรือค่าปรึกษาด้านสุขภาพจิต ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของผู้ดูแลที่มักเผชิญกับความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสม โดยถือเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเปราะบางในสังคม

 

ประกันภัยค่าชดเชยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์  
            ประกันภัยที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไรเดอร์ (Rider) หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างโดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นไปที่การช่วยดูแลผลกระทบด้านรายได้ สำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอนและเข้าถึงประกันภัยได้ยาก พร้อมเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 190 บาท โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้

-เงินชดเชยรายวัน กรณีเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารบาดเจ็บ จนต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล (ชดเชยต่ออุบัติเหตุไม่เกิน 2 คน สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง) วันละ 1,000 บาท

-เงินชดเชยปลอบขวัญ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ชนกับยานพาหนะทางบก และเป็นฝ่ายถูก (ชดเชยไม่เกิน 3 ครั้ง/ปีกรมธรรม์) ครั้งละ 1,000 บาท

ยกระดับการบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า
            ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น กรุงเทพประกันภัยจึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการให้บริการและกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาสนับสนุนการทำงาน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และพัฒนานวัตกรรมบริการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม

 

"ปวีณา จูชวน"  ผู้อำนวยการใหญ่


 

นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาสนับสนุนการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Experience) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆ  ดังนี้

LINE OA Upgrade for Motor Claims ยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยระบบแจ้งเคลมรถยนต์แบบครบวงจรผ่าน LINE @bangkokinsurance เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และเสริมความอุ่นใจให้แก่ลูกค้า โดยสามารถรับทราบข้อมูลสำคัญต่างๆ จากการเคลมประกันภัยรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การแจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุที่จะเดินทางเข้าไปดูแล การส่งเอกสารใบแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ การแจ้งสถานะการประเมินความเสียหายของรถยนต์ ตลอดจนการติดตามสถานะการเคลมแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งแจ้งระยะเวลาการซ่อมและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนา LINE OA for Partners เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้า ให้มีความคล่องตัวและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ

AI Claims บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการเคลมสินไหมทดแทน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า และสนับสนุนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั่วไปให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการพิจารณาเคลมให้มีความคล่องตัวและแม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับกรณีที่มีความซับซ้อน ระบบจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเพิ่มเติม โดยเทคโนโลยี AI ยังช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการเคลมในสถานการณ์ที่มีการแจ้งเคลมจำนวนมากพร้อมกัน เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเคลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด
 

AI Voice Analytics เทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์บทสนทนาระหว่างลูกค้าและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการและประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชิงรุกที่ช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ โดยระบบ AI Voice Analytics สามารถประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนา เพื่อนำมาประเมินคุณภาพการให้บริการ การสื่อสาร รวมถึงระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลลูกค้าผ่านระบบ CRM เพื่อสนับสนุนการให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยในการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการและสนับสนุนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ยกระดับเว็บไซต์ bangkokinsurance.com สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มอบประสบการณ์แบบ Personalized Experience เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ จากเดิมที่เว็บไซต์ให้บริการอย่างครบครัน
ทั้งการซื้อประกันภัย การแจ้งเคลมรถยนต์ การต่ออายุกรมธรรม์ การขอเอกสารลดหย่อนภาษี รวมถึงการค้นหาอู่และโรงพยาบาลในสัญญา โดยเว็บไซต์โฉมใหม่นี้จะเพิ่มเติมการนำเสนอคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้โดยอัตโนมัติ พร้อมแนะนำแผนประกันภัย โปรโมชัน ตลอดจนบทความและสื่อประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ตรงใจยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้าไม่พลาดบริการสำคัญ เช่น การแจ้งเตือนต่ออายุกรมธรรม์ และการติดตามสถานะการเคลม พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลกับแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance และ LINE @bangkokinsurance เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง

มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันวินาศภัยที่ใส่ใจด้านความยั่งยืน
กรุงเทพประกันภัยยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า
ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโครงการใหม่ๆ ด้านความยั่งยืน ดังนี้

การรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ บริษัทฯ เตรียมดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุรถยนต์จากการเมาแล้วขับ โดยใช้มาตรการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมความตระหนักให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงการขับขี่ขณะเมาสุรา ผ่านความร่วมมือกับ U Drink I Drive ผู้ให้บริการพนักงานขับรถส่วนตัวมืออาชีพที่ขับรถของผู้ใช้บริการไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ลูกค้าของกรุงเทพประกันภัยทุกประเภทกรมธรรม์จะได้รับส่วนลดในการใช้บริการ รวมถึงคูปองส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง

ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง โดยมีความคุ้มครองที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าปรึกษาด้านสุขภาพจิต เนื่องจากผู้ดูแลมักเผชิญกับความเครียดและความกดดันจากภาระหน้าที่ในการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ประกันภัยค่าชดเชยผลประโยชน์จากอุบัติเหตุสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มไรเดอร์ หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงและมีรายได้ไม่แน่นอน รวมถึงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันกรณีประสบอุบัติเหตุ รวมถึงเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างหลักประกันด้านรายได้การประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันและเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

การส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีของลูกค้า โดยจูงใจให้ลูกค้าดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการมอบ Gift Voucher ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยสุขภาพ เมื่อแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนภายใน 6 เดือนก่อนการทำประกันภัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก มะเร็งปากมดลูก (HPV) งูสวัด หรือไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น

การมอบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเพื่อสาธารณประโยชน์ อาทิ ผู้ปฏิบัติงานใต้ทะเล  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และเสริมความอุ่นใจหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยถือเป็นผู้ริเริ่มพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักดำน้ำในประเทศไทย ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูญเสียอวัยวะหรือสายตาจากอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ
 

ESG Idea Challenge มุ่งต่อยอดองค์ความรู้ด้าน ESG จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดแนวคิดหรือนวัตกรรมด้าน ESG ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และยังตระหนักถึงการลดผลกระทบเชิงลบ และเพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมโดยรวมอีกด้วย

              ในปี 2569 นี้ กรุงเทพประกันภัยยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพการให้บริการ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง

 


Tags : ฺกรุงเทพประกันภัย BKI BKIH ฺBKIHเผยผลประกอบการปี2568 กรุงเทพประกันภัยเผยแผนงานปี2569 ดร.อภิสิทธิ์อนันตนาถรัตน ลสาโสภณพนิช ปวีณาจูชวน ชัยโสภณพนิช


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

...

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง มุ่งลดอุบัติเหตุและส่งเสริมความปลอดภัยทางการเดินทาง ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” เป็นของที่ระลึกฟรี ! เมื่อนำรถมาใช้บริการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 31 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก การตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วิริยะประกันภัย จึงร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”  ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็กสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็กสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” ฟรีทันที ! เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE (ของมีจำนวนจำกัด) โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจรถฟรีได้ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ช่วงเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่ 1) อู่ร่วมมิตรการาจ 2) บจ.นิวเพื่อนยนต์ 3) บจ.ไทยรัตน์ยานยนต์ 4) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์  5) บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ 6) บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ 7) บจ.อู่นำชัย เตาปูน (สาขาติวานนท์) 8) บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ 9) บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส 10) บจ. คุงการาจ 11) บจ.เซอร์กิตบริการ 12) บจ.อู่กังวานชัยการช่าง 13) บจ.อู่วิชัยยนต์ 14) บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ 15) อู่บอส 888 การาจ 16) บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ 17) บจ.เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ 18) บจ.เอส ซี ซี 65 การาจ 19) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 20) หจก.เป้งการาจ 21) บจ. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป 22) บจ.รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค 23) บจ.สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส 24) หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 25) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 26) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 27) บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) 28) บจ.เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส 29) บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 30) บจ.อู่แม่กลอง 31) บจ.อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989)  

14 Mar 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จับมือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยากเริ่มต้นส่งออก และรายที่ต้องการขยายตลาดส่งออกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เข้าร่วมโครงการ “I SME D Together : ปั้น Smart SMEs จาก Local สู่ Global” โดยจะได้รับการยกระดับเพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างแท้จริง  ผ่าน “โปรแกรม 3T” ส่งเสริมครบวงจร ประกอบด้วย Training เตรียมความพร้อม วางแผนการเงิน สู่การขยายตลาดโลก Technology  สนับสนุนเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ  และ Trade เปิดโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนให้เกิดการเจรจาและจับคู่ธุรกิจ เปิดรับสมัครแล้ว  รุ่นที่ 1 สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการขยาย “ตลาด Halal” (มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และซาอุดีอาระเบีย) เปิดอบรมระหว่างวันที่ 30–31 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ  และรุ่น 2  สำหรับกลุ่มต้องการขยาย “ตลาด CLMV”  (ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม   นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการ ยังได้การสนับสนุนจาก SME D Bank พาเข้าถึงแหล่งทุนอัตราต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท นำไปลงทุน หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง พร้อมขยายตลาดส่งออก ควบคู่กับช่วยพัฒนาผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เช่น หลักสูตร E-Learning และที่ปรึกษาธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ เป็นต้น พิเศษ สิทธิประโยชน์สำหรับ 20 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีสินค้าพร้อมจำหน่าย จะได้รับโอกาสเข้าร่วม Showcase สินค้าในวันงาน เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Networking) และต่อยอดโอกาสทางการค้าในอนาคต เป็นต้น รวมทั้ง ได้รับการเชิญร่วมออกงานแสดงสินค้าตามความสมัครใจ ที่มีให้เลือกมากกว่า 15 งาน ทั้งในและต่างประเทศ สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  รับจำนวนจำกัด รุ่นละ 100 กิจการเท่านั้น สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ 02-265-4494 หรือ Call Center 1357

14 Mar 2026

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner