Responsive image

Sunday, 22 Feb 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


SME D Bank ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเต็มสูบ 9 เดือน เติมทุนแซงทั้งปี 64 ประกาศเดินหน้าต่อเนื่อง รวมตลอดปี พาเข้าถึงแหล่งทุนทะลุ 66,000 ลบ.

Sat 15/10/2565


SME D Bank เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนปี 65 ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 51,000 ล้านบาท มากกว่าตลอดทั้งปี 64 ที่ผ่านมา เติบโตกว่า 100% ประกาศเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งปีไม่ต่ำกว่า 66,000 ล้านบาท  

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่น ทุ่มเทของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน SME D Bank ทุกคน ที่รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของปีนี้  (ม.ค.-ก.ย.65) สามารถพาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 51,000 ล้านบาท  สูงกว่าตลอดทั้งปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมียอดรวม 49,331 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 100%

ยอดดังกล่าว  นับเป็นการสร้างสถิติใหม่สูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมาในรอบ 20 ปี  ก่อประโยชน์ต่อประเทศ ช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 233,580 ล้านบาท รักษาการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจ 201,000 ราย  

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากปัจจัยสำคัญ  SME D Bank มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อตอบโจทย์เอสเอ็มอี  ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างใกล้ชิด รวมถึง ปรับปรุงหลักเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์จริง  โดยจะพิจารณาจากความสามารถในการดำเนินธุรกิจก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 เอื้อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้  อีกทั้ง ขยายวงเงินให้กู้ต่อราย จากเดิมสูงสุด 15 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท ประกอบกับเมื่อโควิด-19 คลี่คลาย การจับจ่ายในประเทศฟื้นตัว นักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้เอสเอ็มอีต้องการเงินทุน เพื่อเดินหน้าธุรกิจเต็มที่อีกครั้ง    

สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้าย  SME D Bank ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทช่วยเหลือเอสเอ็มอีเต็มที่  ตั้งเป้าตลอดปีนี้   พาเข้าถึงแหล่งทุน รวมไม่น้อยกว่า 66,000 ล้านบาท ควบคู่กับช่วยเหลือด้านงานพัฒนาครบวงจร สนับสนุนให้เติบโตเข้มแข็งยั่งยืน

 

 

ทั้งนี้  SME D Bank สามารถสร้างสถิติใหม่ สนับสนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนสูงสุดนับแต่ก่อตั้งธนาคาร ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน ได้แก่  ปี 2561 จำนวน 37,171 ล้านบาท  ปี 2562 จำนวน 38,404 ล้านบาท   ปี 2563 จำนวน 42,417 ล้านบาท  ปี 2564 จำนวน 49,331 ล้านบาท และปี 2565 (9 เดือน) จำนวนกว่า 51,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนด้าน “การพัฒนา” เพิ่มขีดความสามารถให้เอสเอ็มอีควบคู่กับด้านการเงินเสมอ เช่น สัมมนาอบรมความรู้ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพิ่มช่องทางการขาย ขยายตลาด จับคู่ธุรกิจ พาเข้าถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 30 หน่วยงาน ให้คำปรึกษาธุรกิจฟรี ในโครงการ “SME D Coach” เป็นต้น  โดย 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงบริการและได้รับประโยชน์กว่า 16,000 ราย


Tags : SMEDBank นารถนารีรัฐปัตย์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เอสเอ็มอี SME ช่วยเหลือเอสเอ็มอี


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner