Responsive image

Wednesday, 15 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Connect” ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ย่านรัชดาฯ - พระราม 9 รุกตลาดออฟฟิศระดับพรีเมียม ชูแนวคิด “Home-Inspired Workplace”

Wed 15/07/2569


เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Connect” (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการบนทำเลศักยภาพสูงใจกลางย่านรัชดาภิเษก - พระราม 9 ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็น New CBD ของกรุงเทพมหานคร พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารสำนักงานยุคใหม่ด้วยแนวคิด “Home-Inspired Workplace” ผสานพื้นที่ทำงาน คุณภาพชีวิต เทคโนโลยี และความยั่งยืนไว้ในระบบนิเวศเดียวกันอย่างสมบูรณ์ การเปิดตัว “AIA Connect" ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวาระครบรอบ 88 ปีของเอไอเอ ประเทศไทย และสะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาวของ เอไอเอ ที่มุ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชีย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’

 

ปักหมุดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม เชื่อมต่อคน เมือง และธุรกิจ

“AIA Connect" อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่สะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย ที่เชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ที่ได้รับการจับตามองถึงการก้าวขึ้นเป็น New CBD ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ โดยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และองค์กรชั้นนำระดับโลก

 

นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA Connect ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Where Possibilities Connect” ที่เชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้ ผ่านการเชื่อมต่อ 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเชื่อมต่อเมือง และการเชื่อมต่อธุรกิจ

“การเปิดตัว AIA Connect ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 88 ปีของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการเดินหน้าสร้างสรรค์สังคมไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการลงทุนครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เพราะนับเป็นอาคารสำนักงานแห่งที่ 4 แล้วภายใต้การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย โดย AIA Connect ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าอาคารสำนักงาน แต่เป็นระบบนิเวศแห่งศักยภาพที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางธุรกิจ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน”

 

เอไอเอ มองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว

ดร. มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า การลงทุนใน AIA Connect สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งของเอไอเอ ต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวแม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน

“ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่สามารถสร้างมูลค่าและผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในมิติประสบการณ์การใช้งาน ความยั่งยืน และสุขภาวะ”

ดร. มาร์ค ระบุว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณพื้นที่ สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และสุขภาวะของผู้ใช้งาน ส่งผลให้อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับโลกยังคงได้รับความต้องการจากองค์กรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง

“อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องสร้างคุณค่าได้มากกว่าพื้นที่ทำงาน ต้องช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน” ดร. มาร์ค กล่าว

 

A Home-Inspired Workplace นิยามใหม่ของอาคารสำนักงานยุค Hybrid Work

AIA Connect ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน “Home-Inspired Workplace” ผสานทั้งความยืดหยุ่น สุขภาวะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่และวิถีการทำงานแบบ Hybrid Work ให้เป็นมากกว่าแค่ “สถานที่ทำงาน" และเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

 

นายอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ออฟฟิศสำนักงานในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมกัน

“ทุกพื้นที่ของ AIA Connect ผ่านการคิดและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workplace Experience หรือประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง ความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะและการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในยุคปัจจุบัน”

AIA Connect ส่งเสริมการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

AIA Connect โดดเด่นด้วยพื้นที่สำนักงานแบบ Column-Free ขนาด 1,700–2,100 ตารางเมตรต่อชั้น ที่เปิดโอกาสให้องค์กรออกแบบพื้นที่ได้อย่างอิสระ พร้อม Knock-Out Panels สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้น รองรับการขยายตัวของสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้ง Innovation Hub ในอนาคต ภายในโครงการยังประกอบด้วยพื้นที่รีเทลกว่า 5 ชั้น ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศการทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร

 

นอกจากนี้ยังมีการผสานพื้นที่สีเขียวและองค์ประกอบด้านสุขภาวะเข้ากับการทำงานอย่างลงตัว ผ่านสวนแบบขั้นบันได ลู่เดินเพื่อสุขภาพ และพื้นที่พักผ่อนพร้อมวิวเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร

AIA Connect ยังได้รับการรับรอง Pre-Certified จากทั้ง LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานอาคารระดับโลกที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาวะผู้ใช้อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนความพร้อมในการรองรับความต้องการขององค์กรชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจควบคู่กันไป

 

รัชดาฯ ในบทบาท "New CBD" แห่งใหม่ที่ดึงดูดองค์กรระดับโลก

AIA Connect ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยตัวอาคารและการออกแบบ แต่ยังตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยตรงเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งอนาคตในปี 2571 เมื่อโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีส้มซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เปิดให้บริการ จะยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มศักยภาพให้ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ก้าวสู่ New CBD หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างเต็มรูปแบบ 

 

 

ปัจจุบัน ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 กลายเป็นจุดหมายสำคัญขององค์กรชั้นนำ นักลงทุนที่กำลังมองหาทำเลศักยภาพสำหรับการเติบโตในระยะยาว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย การเชื่อมต่อที่สะดวก และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร รายล้อมด้วยศูนย์การค้า ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว

AIA Connect ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม แต่เป็นหมุดหมายขององค์กรและบริษัทที่กำลังมองหาพื้นที่ทำงานแห่งอนาคต และยังตอกย้ำความเชื่อมั่นของ เอไอเอ ต่อตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว

ผู้สนใจเช่าพื้นที่สำนักงานและร้านค้าภายในอาคาร สามารถสอบถามรายละเอียด หรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ โทร. 02-119-1500

 


Tags : เอไอเอ เอไอเอ ประเทศไทย กลุ่มบริษัทเอไอเอ AIA นิคฮิล แอดวานี มาร์ค โคนิน อีริค ลู AIA Connect เอไอเอ คอนเนคท์ อาคารสำนักงานระดับพรีเมียม


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

...

OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนทุกคนออกเดินทางท่องจักรวาลของความรักผ่านงาน "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" นิทรรศการ IMMERSIVE LOVE EXPERIENCE จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ที่ชวนคุณสำรวจความรักหลายรูปแบบ ผ่านแสง สี เสียง และประสบการณ์อินเทอร์แอกทีฟ ก่อนค้นพบว่า “รักตัวเอง” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของทุกความรัก ปักหมุดความพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ RCB Galleria 5 ชั้น 3 River City Bangkok ที่สำคัญ... งานนี้เข้าชมฟรี! โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ www.ocean.co.th/loveuniverse ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด! ใครที่เป็นสายศิลปะ นิทรรศการ สายถ่ายรูปคอนเทนต์ หรือคนที่อยากฮีลใจ บอกเลยว่าต้องมา เพราะภายในงานคุณจะได้พบกับ: - สัมผัสประสบการณ์ศิลปะ แบบ Interactive ที่สามารถตอบสนองกับตัวคุณได้แบบเรียลไทม์ - เพลิดเพลินกับพื้นที่ถ่ายภาพสุดตระการตา แสง สี และบรรยากาศที่เซ็ตมาอย่างลงตัว พร้อมเปลี่ยนทุกช็อตให้เป็นความทรงจำที่สวยงาม - หยุดพักจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพื่อทบทวนตัวเอง และรีชาร์จพลังใจกลับบ้านไปด้วยความรู้สึกดีๆ - สำรวจโซนประสบการณ์พิเศษที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพลังของความรักในมิติที่ลึกซึ้งและกว้างใหญ่ยิ่งขึ้น - รับฟรี! "คู่มือ 77 วิธีรักตัวเอง ฉบับลงมือทำ" ไอเทมสุดลิมิเต็ดสำหรับผู้เข้าชมนิทรรศการครั้งนี้เท่านั้น! ลงทะเบียนเข้าชมฟรี ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน!  ล็อกคิววันว่างแล้วทำตามขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้เพื่อรับสิทธิ์เข้าชม: 1. เลือกวันที่สะดวก: คลิกลงทะเบียนล่วงหน้าฟรี! ผ่านเว็บไซต์ www.ocean.co.th/loveuniverse 2. รับ E-Ticket: ระบบจะส่งบัตรเข้าชม (E-ticket) ให้คุณในระบบเว็บไซต์ hellobooku.com และทางอีเมลที่คุณลงทะเบียนไว้ 3. เปิด E-Ticket ที่หน้างาน: วันจริงเพียงแค่เปิดหน้าจอให้เจ้าหน้าที่สแกน QR Code ก็พร้อม เข้าสู่จักรวาลแห่งความรัก "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" ได้ทันที! LOVE IN THE UNIVERSE เป็นพื้นที่ที่คุณจะได้เดิน ชม เลือก และทบทวน เพื่อค้นพบคำตอบลึกๆ ที่อาจไม่เคยได้ถามตัวเองเลยสักครั้งว่า ในจักรวาลของความรักทั้งหมดที่คุณดูแลมาอย่างดี ถึงเวลาหรือยัง ที่คุณจะลงมือ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ./

01 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่มาแรงต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดตัวเป็นแบงก์แรกที่นำเสนอเงินฝากเพื่อเด็ก “ออมสิน ออมรัก” โดยในระยะเวลาเพียง 1 เดือนมียอดเปิดบัญชีทะลุเป้าหมายกว่า 15,000 ราย สะท้อนความตื่นตัวของพ่อแม่ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างวินัยการออมให้บุตรตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของสมาชิกครอบครัว ด้วยข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนี้เอง ธนาคารจึงประกาศขยายสิทธิประโยชน์ของเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถึง 3 ต่อ เพื่อยกระดับปริมาณการออมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยต่อที่ 1) เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้เป็นญาติของผู้เยาว์สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่โดยกำเนิด ต่อที่ 2) เพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสูงสุดเป็น 400,000 บาทต่อบัญชี และต่อที่ 3) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 0.35% ต่อปี ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ปรับเพิ่มทั้งวงเงินที่คุ้มครองและอัตราดอกเบี้ยจะครอบคลุมกับลูกค้าเดิม ที่เปิดบัญชีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมายอีกด้วย เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพ่อแม่ตามกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้เยาว์ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจออมตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ด้วยสิทธิประโยชน์จูงใจด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท/บัญชี (หรือคิดเป็นวงเงิน 4 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน) ขณะที่ผู้เยาว์จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ผู้สนใจฝากเงินกับ “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th ด้วยบทบาทสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำด้านการออม ธนาคารออมสินจะสานต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการออมและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย โดยธนาคารสนับสนุนให้ทุกสถาบันการเงินดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์เกิดแก่คนไทยให้ได้มีวินัยการเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต  

21 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner