Responsive image

Tuesday, 20 Oct 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


นายกรัฐมนตรี Kick off โอนเงินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 65/66 ผ่านระบบ ธ.ก.ส. วงเงินกว่า 8 หมื่นล้านบาท

Sat 26/11/2565


รัฐบาลประเดิมโอนเงินงวดแรกตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไปยังชาวนาทั่วประเทศ จำนวน 14,531 ล้านบาท จากเป้าหมายรวม 81,265 ล้านบาท ผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 พร้อมมาตรการคู่ขนาน โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ที่เกษตรกรไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แล้วยังได้รับเงินช่วยเหลือค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกอีก 1,500 บาทต่อตัน และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66 วงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% มุ่งเป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน

 

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จังหวัดเพชรบูรณ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในกิจกรรมส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เป็นวันแรก โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ผู้บริหารและผู้แทนจากส่วนงานต่าง ๆ พร้อมด้วยเกษตรกรในเขตจังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมกิจกรรม

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภัยธรรมชาติ และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมอบนโยบายให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่าน 4 โครงการ เพื่อเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่าย และพัฒนาศักยภาพในการผลิต เพื่อให้มีโอกาสขายข้าวเปลือกในราคาที่สูงขึ้น วงเงินรวม 81,265 ล้านบาท ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 4.68 ครัวเรือน ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2566 ประกอบด้วย มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่

1) โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต และสร้างขวัญกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี ในการเพิ่มโอกาสในการขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 55,083 ล้านบาท โดยในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 77,452 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 932 ล้านบาท

2) โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยธรรมชาติ  โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละ ไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตันวงเงิน วงเงินงบประมาณ 18,700 ล้านบาท

สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรงตามข้อมูลที่ได้รับจากกรมส่งเสริมการเกษตร และผ่านการประชุมของคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและเกณฑ์กลางอ้างอิงฯ งวดที่ 1-6 โดยเกษตรกรสามารถถอนเงินได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 รวมทั้งสิ้น 1.68 ล้านครัวเรือน เป็นเงินจำนวนกว่า 4,516  ล้านบาท สำหรับพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีการโอนเงินให้เกษตรกร จำนวน 42,008 ครัวเรือน วงเงิน 143 ล้านบาท ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile และ  A-Mobile Plus ตลอด 24 ชั่วโมงและจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family กรณีที่ลูกค้าสามารถใช้บริการ BAAC Connect รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ

ด้านมาตรการคู่ขนาน ที่จะช่วยดูแลและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ได้แก่ 3) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2565/66 เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว โดยไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ วงเงินสินเชื่อรวม 25,590 ล้านบาท กรณีชำระคืนภายใน   5 เดือน ไม่มีดอกเบี้ย (รัฐบาลรับภาระจ่ายแทน) ตั้งเป้ากักเก็บปริมาณข้าวเปลือกกว่า 2.5 ล้านตัน โดยคุณสมบัติข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นข้าวเปลือกที่มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 สิ่งเจือปนไม่เกินร้อยละ 2 และสีได้ต้นข้าวไม่ต่ำกว่า 20 กรัม โดยในส่วนข้าวหอมมะลิจะมีเมล็ดข้าวแดงได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 (ไม่เกิน 22 เมล็ดใน 100 กรัม) กำหนดวงเงินสินเชื่อต่อตัน ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิในเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 10,400 –11,000 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลินอกเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 8,900 – 9,500 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 5,400 บาท/ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี 7,300 บาท/ตัน และข้าวเหนียว 8,600 บาท/ตัน   โดยเกษตรกร กู้ได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท สหกรณ์การเกษตรและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท  กลุ่มเกษตรกรแห่งละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท กรณีเกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางตนเอง จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก 1,500 บาทต่อตัน ระยะเวลาตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่     28 กุมภาพันธ์ 2566 และภาคใต้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง 30 กรกฎาคม 2566 วงเงินงบประมาณ 7,107 ล้านบาท

4) สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66 สำหรับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก เกษตรกรทั่วไป กำหนดวงเงินกู้สำหรับสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละ ไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ซึ่งคิดจากสถาบันฯ เพียงร้อยละ 1 ต่อปี ระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ธันวาคม 2566 วงเงินงบประมาณ 375 ล้านบาท

 


Tags : ธ.ก.ส. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ประสบอุทกภัยขยายเป็นวงกว้าง จึงมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ธนาคารขอแจ้งผู้ที่อยู่ระหว่างรอรับเงิน โปรดตรวจสอบความพร้อมของบัญชีพร้อมเพย์ (Promptpay) ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางบริการของธนาคารที่ผูกบัญชีไว้ เพื่อให้สามารถรับเงินโอนได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการโอนเงินตามข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยังคงเร่งดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ธนาคารโอนจ่ายเงินแล้วกว่า 3 แสนราย รวมวงเงินกว่า 2.4 พันล้านบาท จากกรอบวงเงินช่วยเหลือรวม 4,700 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 สามารถโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบอุทกภัยได้อีก 146,015 ราย วงเงิน 1,124 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดโอนสูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเร่งดำเนินการโอนเงินเยียวยาตามข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นฟูการดำรงชีวิตได้โดยเร็ว

16 Oct 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่ 1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย 2)ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ 3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570   สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

09 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยมาตรการช่วยเหลือมี 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย  ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 (ขยายเพิ่มอีก 60 วัน) 2. ยกเว้นดอกเบี้ย เบี้ยประกันภัย 6 เดือน  กรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติหรือต่ออายุกรมธรรม์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 3. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์  ที่ชำรุดหรือสูญหาย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายเหตุ ยกเว้นประกันชีวิตควบการลงทุน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทฯ ห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ความเดือดร้อนของลูกค้าคือเรื่องที่เราให้ความสำคัญ จึงออกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยให้ลูกค้าคลายกังวล บรรเทาผลกระทบ และช่วยเหลือให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับลูกค้าผู้เอาประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ OCEAN LIFE Contact Center โทร. 1503 อีเมล info@ocean.co.th หรือสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านบริการ Ocean Connect ได้ที่ LINE: @oceanlife หรือ Ocean Club Application ./

06 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner