Responsive image

Tuesday, 05 Mar 2024

หน้าแรก > TECHNOLOGY-AUTO-PROPERTY


วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ฉลองยอดขายเพิ่มขึ้น 71% ในปี 2022 พร้อมประกาศแผนการจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025

Sun 05/02/2566


วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมด้วยยอดขายที่โตขึ้นถึง 71% ในปี 2022 ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในปีที่ผ่านมาทำให้วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นบริษัทรถยนต์ที่จะจำหน่ายเฉพาะรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบเท่านั้นในปี 2025

 

แม้จะมีข้อจำกัดด้านการผลิตเนื่องมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ในปีที่ผ่านมา แต่รถยนต์วอลโว่ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดีในประเทศไทย ด้วยยอดขายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งในรุ่น C40 Recharge Pure Electric และ XC40 Recharge Pure Electric ที่เติบโตขึ้นถึง 190% ในปี 2022 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่มากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของบริษัทฯ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล Recharge Plug-in Hybrid ก็ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 24% ซึ่งคิดเป็น 64.8% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท โดยรุ่นที่ขายดีที่สุด ได้แก่รุ่น XC60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (22.7% ของยอดขาย), XC40 Recharge Pure Electric (22.2%), XC40 Recharge Ultimate T5 Plug-in Hybrid (14.7%), C40 Recharge Pure Electric (13%) และ V60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (9.1%)

เพื่อตอกย้ำถึงความสำเร็จในการดำเนินงานของบริษัทวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เผยแผนการจัดจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในประเทศไทยในปี 2025 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของ วอลโว่ โกลบอล ถึง 5 ปี

 

มร. คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ดำเนินการจัดจำหน่ายรถวอลโว่ครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ 50 ปีก่อน ด้วยคำมั่นสัญญาในการส่งมอบความปลอดภัยด้านการขับขี่ให้แก่คนไทย ในวาระโอกาสครบรอบ 50 ปี เราจะขยายคำมั่นสัญญาของเราให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมและโลกที่เราอาศัยอยู่อย่างยั่งยืน เรามีความยินดีที่ได้รู้ว่าผู้บริโภคในประเทศไทยมีความกระตือรือร้นและสนใจเกี่ยวกับรถพลังงานไฟฟ้า และเรามั่นใจว่าความมุ่งมั่นของเราที่จะจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025 จะประสบความสำเร็จ”

วอลโว่ยังคงแสดงถึงเจตนารมณ์ในการนำเสนอพลังงานสะอาดเพื่อนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยนำร่องเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายสี่แห่ง เพื่อช่วยลดอัตราค่าไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวแคมเปญ “Live Life Better with Volvo” เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนหันมาใส่ใจ สุขภาพและสิ่งแวดล้อม สร้างจิตสำนึกรักษ์โลกและตอกย้ำความสำคัญของการใช้ชีวิตบนความยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติทั้งในแบบ outdoor อย่างการปั่นจักรยาน และการวิ่งเทรล รวมถึงกิจกรรม indoor ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ณ Volvo Studio Bangkok แบรนด์ เอ็กซ์พิเรี่ยน เซ็นเตอร์ แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกิจกรรมเหล่านี้จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2023

“เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตรถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะเปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่างน้อยปีละหนึ่งรุ่น ในปี 2023 นี้ เราจะเปิดตัวรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งหมดถึงสองรุ่น  ซึ่งทั้งสองรุ่นไม่เพียงจะมายกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่า แต่ยังถูกออกแบบให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรเพื่ออนาคต และก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นแบรนด์ที่จะผลิตและจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้าเท่านั้นในปี 2025”

“วอลโว่ยังคงเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ในการสร้างยานยนต์แห่งอนาคตที่จะมาพร้อมระบบความปลอดภัยในการขับขี่ที่เหนือกว่า เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการมากยิ่งขึ้น ให้ความอิสระ และความอุ่นใจในทุกครั้งที่อยู่ในรถวอลโว่” มร. คริสกล่าวเสริม


Tags : วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย วอลโว่ รถไฟฟ้า มร. คริส เวลส์ รถพลังงานไฟฟ้า Volvo C40 Recharge Pure Electric


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่สูงเกินระดับค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างรุนแรงในพื้นที่หลายจังหวัด ฝุ่น PM 2.5 สามารถแพร่กระจายสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมถึงอาจทำให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งปอด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน  ฯลฯ  ทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจในเรื่องของการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นได้    บริษัทฯ จึงออกกรมธรรม์ "ประกันภัยโรคร้ายแรงจากฝุ่น PM 2.5" เพื่อเป็นหลักประกันรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ป่วยปุ๊บ จ่ายปั๊บ ไม่ต้องรอ  โดยกรมธรรม์นี้ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก ในกรณีที่เจ็บป่วยด้วยโรคตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ กรณีตรวจพบโรคร้ายแรง 4 โรค ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคมะเร็งปอดระยะลุกลาม โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง / โรคปอดระยะสุดท้าย และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด โดยจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวน 100% ของทุนประกันภัยทันที เมื่อตรวจพบโรคตามที่ระบุ   นางสาวณฐินี ธนะรัชต์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจประกันภัยสุขภาพฯ  บริษัท ทิพยประกันภัย  จำกัด (มหาชน)  เผยว่า  “ปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5  เป็นปัญหาวิกฤติที่ส่งผลกระทบสะสมต่อสุขภาพของประชาชนมายาวนานต่อเนื่อง  กรมธรรม์ประกันภัยโรคร้ายแรงจาก PM 2.5 มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนจากโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากฝุ่น PM 2.5 ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 450 บาทต่อปี ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1 – 65 ปี คุ้มครองโรคร้ายแรงจาก PM 2.5 เช่น โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคมะเร็งปอดระยะลุกลาม โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง / โรคปอดระยะสุดท้าย และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก ในกรณีที่เจ็บป่วยด้วยโรคตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ  ซึ่งเราหวังว่ากรมธรรม์ประกันภัยนี้จะเป็นทางเลือก ให้กับประชาชนในการรับมือกับภัยเงียบจากฝุ่น PM 2.5 ” ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์ เพื่อรับความคุ้มครองได้ โทร. 1736 หรือ  www.tipinsure.com และทิพยประกันภัย ทุกสาขาทั่วประเทศ  

01 Mar 2024

...


01 Mar 2024

...

  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขอแจ้งเตือนภัย กรณีมีมิจฉาชีพนำตราสัญลักษณ์ของธนาคารและปลอม Account ในสื่อโซเชียล โดยใช้ภาพของนายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธอส. เพื่อแอบอ้างปล่อยสินเชื่อบุคคลออนไลน์จากธนาคาร โดย ธอส. ขอยืนยันว่า ธนาคารและกรรมการผู้จัดการ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Account ปลอมดังกล่าว รวมถึงการแอบอ้างในสื่อโซเชียลต่าง ๆ  ที่อาจใช้รูปภาพและกระทำในลักษณะเดียวกัน เพื่อหลอกลวงเอาเงินจากประชาชน ซึ่ง ธอส.อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างแล้ว และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อกลโกงของมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้อย่างครบถ้วน สามารถติดตามได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์  

24 Feb 2024

...

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมาย คดีและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (รองเลขาธิการ คปภ. ด้านกฎหมายฯ) เปิดเผยถึงการดำเนินการของสำนักงาน คปภ. เกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยว่า ตามที่พระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย และสำนักงาน คปภ. ในฐานะเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ได้ออกประกาศ คปภ. เรื่อง ให้บริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย ยื่นรายงานเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดให้บริษัทรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยและรายงานพฤติกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัย เพื่อให้สำนักงาน คปภ. มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบ พฤติกรรม และลักษณะของการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัย และสามารถกำหนดแนวทางในการยับยั้ง ป้องกัน ตรวจสอบ รายงาน และบรรเทาความเสียหายจากการฉ้อฉลประกันภัย ประกอบกับเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย  ในการบังคับใช้ประกาศ คปภ. ทั้ง 2 ฉบับ สำนักงาน คปภ. ได้มีการออกประกาศนายทะเบียน เรื่อง กำหนดแบบรายงาน พฤติกรรมที่อาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัย และช่องทางการรายงานการฉ้อฉลประกันภัย สำหรับบริษัทประกันชีวิตและ/หรือประกันวินาศภัย พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดให้บริษัทประกันภัยนำส่งรายงานดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. ภายใน 30 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาส สำหรับประเภทกรมธรรม์ของบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการฉ้อฉลประกันภัยและมีพฤติกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัยมากที่สุดคือ กรมธรรม์รถยนต์และเบ็ดเตล็ด ส่วนประเภทกรมธรรม์ของบริษัทประกันชีวิตที่มีการฉ้อฉลประกันภัยและมีพฤติกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัยมากที่สุดคือ กรมธรรม์ประกันชีวิต รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายฯ กล่าวด้วยว่า สำนักงาน คปภ. ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคดีฉ้อฉลประกันภัย ในปี 2566 เพื่อพิจารณาความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยในลักษณะต่าง ๆ ก่อนที่จะเสนอเลขาธิการพิจารณา เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ จำนวน 49 คดี โดยแบ่งเป็น 5 กรณีที่สำคัญ ๆ ดังนี้ 1. กรณีเก็บเบี้ยไม่นำส่งบริษัทประกันภัย จำนวน 6 คดี 2. กรณีคดีปลอมใบรับรองผลตรวจโควิด-19 จำนวน 21 คดี 3. กรณีจัดฉากชน (Bigbike) จำนวน 12 คดี 4. กรณีขายประกันภัยโดยไม่มีใบอนุญาต (โบรกเกอร์เถื่อน) จำนวน 3 คดี และ 5. กรณีหลอกขายประกันภัย จำนวน 7 คดี  ในขณะเดียวกันสำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัยแบบคู่ขนานไปพร้อม ๆ กัน เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาระบบฐานข้อมูลรายงานการฉ้อฉลด้านการประกันภัยด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยพัฒนาจากระบบเดิม ซึ่งเป็นเพียงการที่ให้บริษัทรายงานข้อมูลพฤติกรรมการฉ้อฉลประกันภัยเข้ามาเพียงอย่างเดียว มาเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และโครงการพัฒนาระบบแบ่งปันฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยหรืออาจจะฉ้อฉลประกันภัยกับภาคธุรกิจ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจัดให้มีการวางระบบในการจัดทำฐานข้อมูลการกระทำความผิดของตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย ออกระเบียบ/ประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมของตัวแทนและนายหน้าประกันภัย เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการของบริษัทให้อยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง รวมถึงการจัดการเรื่องความรับผิดต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน กรณีบริษัทประกันภัยได้พิจารณาตกลงรับ ตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยที่มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย หรือมีประวัติอาชญากรรมในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เข้ามาเป็นตัวแทนหรือนายหน้าในสังกัดของบริษัทประกันภัย  

23 Feb 2024

Banner Banner Banner

Banner
  ทิศทาง ceothailand.net ในปี 2567  “สื่อออนไลน์ CEO THAILAND”   ในปี 2567 จะเป็นปีที่ผม “นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์” จะมาทำหน้าที่บรรณาธิการบริหารสื่อ CEO THAILAND และผู้บริหารสื่อออนไลน์ ceothailand.net อย่างเต็มที่ หลังจากที่ผ่านมาได้ไปเดินแผนงานทางด้านการเมือง แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้งไปแล้วที่ผ่านมา จึงทำให้ช่วงเวลานี้มีเวลาที่จะมาวางแผนในการเดินหน้าธุรกิจสื่อได้มากขึ้น และในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีนับจากนี้ จึงขอเข้ามารับหน้าที่สื่อมวลชน ในการเขียนบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องราวในแวดวงเศรษฐกิจ-การเงิน และการประกันภัย ในฐานะของคอลัมนิสต์ ตลอดเวลาที่ผมเข้าไปทำงานทางการเมือง ต้องยอมรับว่าวงการข่าวและสื่อสารมวลชนเปลี่ยนไปเร็ว ตลอดเวลา 5 ปี  สื่อออนไลน์ที่รวดเร็วเข้ามาแทนที่สื่อหลักอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ (ออฟไลน์)  เราต้องยอมรับในเรื่องความรวดเร็ว แต่ต้องไม่ลืมจุดด้อยของสื่อออนไลน์ คือข้อผิดพลาดในการกลั่นกรองข่าวสาร รวมทั้งบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ที่หายไป และข่าวที่ออกมามีความเหมือนกัน  ไม่แตกต่าง และเป็นเชิงภาพข่าว และกิจกรรมเท่านั้น ดังนั้นในปี 2567 นี้  ในหน้าสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ท่านผู้อ่านจะได้สัมผัสกับข่าวสารเชิงวิเคราะห์ เจาะลึกแบบออนไลน์ต่อเนื่องในสื่อ CEO THAILAND รวมทั้งการจัดทำเป็น E-Magazine ใน www.ceothailand.net รวมทั้งการจัดทำเป็นรูปเล่มฉบับพิเศษสลับไปบ้างในเรื่องที่สำคัญๆ น่าสนใจ และเป็นประโยชน์กับประชาชนและสังคม ขอขอบพระคุณท่านลูกค้าและผู้สนับสนุนสื่อด้วยดีเสมอมา ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา และขอขอบพระคุณทุกท่าน รวมทั้งผู้อ่านที่ติดตามสื่อ CEO THAILAND ด้วยดีเสมอมาใน www.ceothailand.net   นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา) บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner