Responsive image

Wednesday, 12 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


กิฟฟารีน เตรียมสยายปีกต่างประเทศ ชูสมุนไพรเป็นเรือธงแข่งตลาดความงาม พร้อมร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2023 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเต็มสูบ

Mon 05/06/2566


 

กิฟฟารีน พร้อมบุกธุรกิจเต็มสูบหลังโควิดคลี่คลาย ส่งแบรนด์ “PATTRENA” สยายปีกตลาดต่างประเทศ ชูจุดแข็งสมุนไพรไทย-นวัตกรรมสินค้า เจาะตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค แย้มเตรียมเปิดตัวสกินแคร์ โดยพัฒนามาจากข้าวหอมมะลิไทย พร้อมโดดร่วม งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายนนี้ คาดขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการใช้วัตถุดิบสมุนไพรในประเทศมาเป็นเรือธงในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่ง เนื่องจากสมุนไพรของไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และยังมีดีมานด์อยู่อีกมาก เห็นได้จากภายหลังจากวิกฤติโควิด-19 คลี่คลาย ผู้คนทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่มสุขภาพ หรือแม้แต่กระทั่งมองหาผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพรมากขึ้น บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าสินค้าสุขภาพจากประเทศไทย จะเป็นที่ต้องการในตลาดโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้เป็นอย่างดีไม่แพ้เรื่องการท่องเที่ยว

สำหรับโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มต้นจากการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ GIFFARINE ซึ่งเป็นแบรนด์ของธุรกิจเครือข่าย และได้พัฒนาจนปัจจุบันเป็นธุรกิจชั้นนำอันดับหนึ่งของธุรกิจเครือข่ายสัญชาติไทย ต่อมาบริษัทได้ให้ความสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศ จึงได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์  PATTRENA โดยจะเป็นแบรนด์ของสินค้ากลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมทั้งในตลาดต่างประเทศรวมถึงโรงแรมและสปาต่างๆ ในประเทศไทย

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวว่า แบรนด์แพททรีน่า (PATTRENA) เป็นแบรนด์ที่บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศและตลาดสปา ในช่วงที่ผ่านมาจึงได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงและเอเชีย Cosmoprof  Asia (Hong Kong) งานจัดแสดงสินค้าที่จัดมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ในทวีปยุโรป Cosmoprof  Worldwide Bologna (Italy) และงานจัดแสดงสินค้าชื่อดังในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสปาคุณภาพ Canton Beauty Expo(China), Shanghai Beauty Expo(China) และงาน อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้บริษัทฯ ได้มีโอกาสพบลูกค้าที่มาจากทั่วโลก ล้วนแล้วแต่เป็นลูกค้าที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศ

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการส่งออกสินค้า PATTRENA กว่า 20 ประเทศทั่วโลก คาดว่าหลังวิกฤติโรคระบาดโควิด -19  บริษัทฯ จะกลับมาขยายตลาดต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังทำตลาดแบรนด์ PATTRENA ในประเทศไทยด้วย โดยมุ่งเน้นช่องทางสปาและโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต  พังงา กระบี่  เกาะสมุย  เชียงใหม่ เชียงราย ระยอง พัทยา เขาใหญ่ เป็นต้น ทำให้ปัจจุบันโรงแรม 4-5 ดาว และ Day Spa ต่างๆ ในจังหวัดดังกล่าว ได้ใช้และจำหน่ายสินค้า PATTRENA  รวมแล้วกว่า 180 แห่ง  และยังจะขยายการตลาดแพททรีน่าในประเทศผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 “ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯมีกิจกรรมการตลาดต่างประเทศมากว่า 15 ปี โดยมีการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทุกภูมิภาคทั่วโลก มุ่งเน้นการเข้าร่วมงานในประเทศที่มีศักยภาพทางการตลาดเป็นหลัก    ดังนั้นงานแสดงสินค้าจึงมีบทบาทสำคัญมาก มองว่า Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน  ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก เชื่อว่าทางผู้จัดงานจะช่วยประชาสัมพันธ์งานนี้เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจในกลุ่มอาเซียนและกลุ่มประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาเยี่ยมชมงานนี้ และจะนำไปสู่งานแสดงสินค้าที่ประสบความสำเร็จที่ดีในอนาคตต่อไป”  น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าว

               

สำหรับกิจกรรมทางการตลาดในปี 2566 นี้ นับว่าเป็นปีแรกหลังจากวิกฤติโรคระบาดโควิด -19 ที่บริษัทฯ ได้เริ่มเดินทางไปพบปะลูกค้าและไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ  รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าทางธุรกิจที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการส่งออก ได้แก่

Business Matching – Hanoi, Vietnam (22-24 Feb,2023)

Thailand Week Exhibition- New Delhi, India (15-20 Mar,2023)

Thailand Week Exhibition- Chennai, India (3-8 May,2023)

Naturally Good Expo – Sydney, Australia (3-7 Jun,2023)

Cosmoprof CBE Bangkok (14-16 Sept,2023)

Cosmoprof Asia - Hong Kong (14-18 Nov,2023)

จัด Trip เยี่ยมชมลูกค้า Spa และโรงแรมในประเทศอย่างต่อเนื่องทั้งปี

นอกเหนือจากการตลาดทั้งในและต่างประเทศที่เข้มแข็งแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญนับตั้งแต่สูตรการผลิต ทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จะผ่านการค้นคว้าโดยทีมแพทย์ เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ในหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี มีการตรวจสอบคุณภาพตามหลักวิทยาศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการวิจัยภายในโรงงานมีเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัยของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นและสะดุดตา  โดยจุดเด่นอีกอย่างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ PATTRENA คือเรื่องการใช้สมุนไพรไทยที่มีอยู่หลากหลายในประเทศไทย เมื่อผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีสำหรับสินค้ากลุ่มสปา-สมุนไพรไทยจากประเทศไทย จึงนับเป็นจุดแข็งและความโดดเด่นของสินค้าจากประเทศไทยในตลาดโลก ที่เรามีเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่น

 

ในปีนี้บริษัทฯ มีสินค้านวัตกรรมใหม่ในกลุ่ม SKIN CARE เพื่อบำรุงผิว ที่มีการใช้สมุนไพรไทยเป็นส่วนผสมหลักในสูตร โดยเลือกใช้สารสกัดที่มาจากธรรมชาติ คือ “ข้าวหอมมะลิไทย” ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก  ด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพทำให้สารสำคัญอยู่ในรูปนีโอโซมในระดับนาโน ส่งผลให้สารสำคัญคงสภาพและซึมสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพด้าน ชะลอการเกิดริ้วรอย (Anti-Aging) ผสานการทำงานร่วมกับสารสกัดจากเกสรดอกบัวหลวงจากประเทศไทย ดอกบัวหลวงเป็นดอกไม้ที่มีคุณค่า มีคุณสมบัติทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใสอีกด้วย

นอกจากนี้ จากการที่ปัจจุบันผู้บริโภคมีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่องทางSocial media ที่นับว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่ม Transform องค์กรให้คุ้นเคยกับรูปแบบ Digital Platform ต่างๆ โดยได้มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องให้สมาชิกที่สนใจการขยายตลาดแบบ Digital จนมีสมาชิกจำนวนมากที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการตลาดแบบ Hybrid โดยมีบริษัทเป็นผู้ที่จะช่วยให้ความรู้  มีระบบส่งเสริมและเกื้อหนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่าย, สะดวกและรวดเร็ว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตลาดทั้งสองแบบ คือการตลาดแบบที่ต้องพบปะกับลูกค้าในงานแสดงสินค้าต่างๆ และการตลาดแบบ Online ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า จึงพัฒนาข้อมูลของสินค้าให้เหมาะสมกับ Digital Platform ต่างๆ และใช้สื่อ Social Media ต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัท ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1996  นับถึงปัจจุบันคือ 27 ปี นำโดยประธานบริษัท คือ แพทย์หญิง นลินี ไพบูลย์ ได้รวบรวมทีมแพทย์และเภสัชกรไทย เพื่อก่อตั้งโรงงานสำหรับผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง และอาหารเสริม โดยคัดสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลกมาผลิตเป็นสินค้าที่ดี  มีคุณภาพ โดยสินค้าภายใต้แบรนด์กิฟฟารีน (GIFFARINE) จะมีการจัดจำหน่ายในระบบขายตรงแบบเครือข่าย (Network Marketing) ผ่านทางศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการตลาดแบบ Digital ใน Platform หลากหลาย ทำให้การตลาดเป็นระบบ Hybrid คือมีทั้ง แบบ Online และ Offline

อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 27 ปี บริษัทฯ ได้ตระหนักเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตลอดและต่อเนื่อง เช่น  ก่อตั้งมูลนิธิมงคลปิยะสุพรรณกัลยามอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าจำนวนมาก และยังได้ช่วยเหลือบริจาคผลิตภัณฑ์ให้แก่โรงพยาบาล โรงเรียนต่างๆ ทุกปีอย่างต่อเนื่อง


Tags : กิฟฟารีน น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ กิฟฟารีนร่วมงานCosmoprof CBE ASEAN 2023


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ทำให้ SMEs หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงแหล่งทุนได้จำกัด ธนาคารออมสินจึงขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ของธนาคารให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้นานสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเติมทุนก้อนใหม่ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองกิจการ รองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และรักษาการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อสนับสนุน SMEs ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง สินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 90 วัน หรือไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ วันที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ ลงทุนในทรัพย์สิน หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนจำนอง โดยวงเงินกู้จะพิจารณาตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์การขอกู้และความสามารถในการชำระคืน มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้น (ทบทวนวงเงินรายปี) และระยะยาว ที่ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี (รวมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี) อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์สินเชื่อธุรกิจและ SMEs ของธนาคาร และใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ลูกค้าที่เข้าหลักเกณฑ์และต้องการเงินทุนเพื่อเสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารออมสินเจ้าของบัญชี, GSB Contact Center โทร. 1115 หรือเว็บไซต์ www.gsb.or.th

08 Aug 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญใหญ่ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” ในโอกาสฉลองครบรอบ 29 ปี ของบริษัทฯ  และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน  โดยแคมเปญนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกและลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3, รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range,รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Sleek Type S และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 วิธีการรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัล จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขด้านล่างภายในระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับการซื้อกรมธรรม์ใหม่ การชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (เบี้ยฯปีต่ออายุ) ผ่านวิธีการและ/ หรือช่องทางการชำระเบี้ยที่กำหนด ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน* เมื่อซื้อกรมธรรรม์ฉบับใหม่เพิ่ม รับ 3 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ โดยลูกค้าปัจจุบันจะต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคล (insured) ที่มีผลบังคับอย่างน้อย 1 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อกรมธรรม์เป็นฉบับแรก รับ 2 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ เมื่อแนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง ในกรมธรรม์ฉบับเดิมหรือฉบับใหม่ รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สมัครบริการชำระเบี้ยประกันแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก (DA) หรือ ผ่านบัตรเครดิต (CCPA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านบัตรเครดิต VISA รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ สมัครบริการรับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร (DCA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สำหรับการแนะนำเพื่อน (ผู้มุ่งหวัง) (กรณีกรอกข้อมูลผู้มุ่งหวังถูกต้องและสมบูรณ์) รับ 1 สิทธิ์ /  1 รายชื่อผู้มุ่งหวัง ขอสงวนสิทธิ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนไม่เข้าร่วมรายการ จำนวนสิทธิ์ในการลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าผู้ที่จะใช้สิทธิ์จะต้องดาวน์โหลด ลงทะเบียน และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Emma by AXA จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ การแนะนำผู้มุ่งหวัง ผู้แนะนำต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “บริษัท ฯ” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ฯ) และผู้ถูกแนะนำต้องไม่เคยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท ฯ มาก่อนเท่านั้น โดยผู้แนะนำต้องกรอกชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุความสัมพันธ์ในลิงค์ที่ทางตัวแทนนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วน กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับอยู่ ณ วันที่จับรางวัลและจัดส่งของรางวัล สงวนสิทธิ์รางวัล 1 รางวัลต่อลูกค้า 1 ท่าน ตลอดระยะเวลาโครงการ สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการจับรางวัลในรอบอื่นของโครงการนี้ได้อีก พนักงานของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนประกันชีวิต และ คณะกรรมการดำเนินการจับรางวัล และ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ไม่สามารถเข้าร่วมรายการจับรางวัลนี้ได้ สำหรับแคมเปญ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยมีกำหนดการจับรางวัล ทั้งหมด 4 รอบ เริ่มจับรางวัลตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ไปจนถึง เดือนมกราคม 2570 ดังนี้: ครั้งที่ 1: จับรางวัลในวันที่ 24 กันยายน 2569                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 29 ตุลาคม 2569                  ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569           ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 28 มกราคม 2570                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2570 หมายเหตุ: ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป สำหรับช่องทางการประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี ผ่านช่องทาง Facebook Official Fanpage “Krungthai-AXA Life” และ Website https://www.krungthai-axa.co.th โดยจะประกาศเลขที่กรมธรรม์ และชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ได้รับรางวัล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1159 ในเวลา 9.00 – 19.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยการติดต่อจะเป็นไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้โชคดีได้ระบุไว้ในขั้นตอนการสมัครทำประกันชีวิต เพื่อนัดหมายเข้ารับของรางวัล ณ บริษัท เฟเวอร์ลี่ จำกัด สำนักงานใหญ่  ที่อยู่ เลขที่ 43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 270 ชั้นที่ 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ 02 673 9335 ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร.1159 ทั้งนี้อ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Promote-Lucky-Draw-29-Anniversary

08 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner