Responsive image

Wednesday, 15 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


กิฟฟารีน เตรียมสยายปีกต่างประเทศ ชูสมุนไพรเป็นเรือธงแข่งตลาดความงาม พร้อมร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2023 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเต็มสูบ

Mon 05/06/2566


 

กิฟฟารีน พร้อมบุกธุรกิจเต็มสูบหลังโควิดคลี่คลาย ส่งแบรนด์ “PATTRENA” สยายปีกตลาดต่างประเทศ ชูจุดแข็งสมุนไพรไทย-นวัตกรรมสินค้า เจาะตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค แย้มเตรียมเปิดตัวสกินแคร์ โดยพัฒนามาจากข้าวหอมมะลิไทย พร้อมโดดร่วม งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายนนี้ คาดขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการใช้วัตถุดิบสมุนไพรในประเทศมาเป็นเรือธงในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่ง เนื่องจากสมุนไพรของไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และยังมีดีมานด์อยู่อีกมาก เห็นได้จากภายหลังจากวิกฤติโควิด-19 คลี่คลาย ผู้คนทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่มสุขภาพ หรือแม้แต่กระทั่งมองหาผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพรมากขึ้น บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าสินค้าสุขภาพจากประเทศไทย จะเป็นที่ต้องการในตลาดโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้เป็นอย่างดีไม่แพ้เรื่องการท่องเที่ยว

สำหรับโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มต้นจากการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ GIFFARINE ซึ่งเป็นแบรนด์ของธุรกิจเครือข่าย และได้พัฒนาจนปัจจุบันเป็นธุรกิจชั้นนำอันดับหนึ่งของธุรกิจเครือข่ายสัญชาติไทย ต่อมาบริษัทได้ให้ความสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศ จึงได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์  PATTRENA โดยจะเป็นแบรนด์ของสินค้ากลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมทั้งในตลาดต่างประเทศรวมถึงโรงแรมและสปาต่างๆ ในประเทศไทย

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวว่า แบรนด์แพททรีน่า (PATTRENA) เป็นแบรนด์ที่บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศและตลาดสปา ในช่วงที่ผ่านมาจึงได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงและเอเชีย Cosmoprof  Asia (Hong Kong) งานจัดแสดงสินค้าที่จัดมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ในทวีปยุโรป Cosmoprof  Worldwide Bologna (Italy) และงานจัดแสดงสินค้าชื่อดังในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสปาคุณภาพ Canton Beauty Expo(China), Shanghai Beauty Expo(China) และงาน อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้บริษัทฯ ได้มีโอกาสพบลูกค้าที่มาจากทั่วโลก ล้วนแล้วแต่เป็นลูกค้าที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศ

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการส่งออกสินค้า PATTRENA กว่า 20 ประเทศทั่วโลก คาดว่าหลังวิกฤติโรคระบาดโควิด -19  บริษัทฯ จะกลับมาขยายตลาดต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังทำตลาดแบรนด์ PATTRENA ในประเทศไทยด้วย โดยมุ่งเน้นช่องทางสปาและโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต  พังงา กระบี่  เกาะสมุย  เชียงใหม่ เชียงราย ระยอง พัทยา เขาใหญ่ เป็นต้น ทำให้ปัจจุบันโรงแรม 4-5 ดาว และ Day Spa ต่างๆ ในจังหวัดดังกล่าว ได้ใช้และจำหน่ายสินค้า PATTRENA  รวมแล้วกว่า 180 แห่ง  และยังจะขยายการตลาดแพททรีน่าในประเทศผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 “ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯมีกิจกรรมการตลาดต่างประเทศมากว่า 15 ปี โดยมีการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทุกภูมิภาคทั่วโลก มุ่งเน้นการเข้าร่วมงานในประเทศที่มีศักยภาพทางการตลาดเป็นหลัก    ดังนั้นงานแสดงสินค้าจึงมีบทบาทสำคัญมาก มองว่า Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน  ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก เชื่อว่าทางผู้จัดงานจะช่วยประชาสัมพันธ์งานนี้เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจในกลุ่มอาเซียนและกลุ่มประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาเยี่ยมชมงานนี้ และจะนำไปสู่งานแสดงสินค้าที่ประสบความสำเร็จที่ดีในอนาคตต่อไป”  น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าว

               

สำหรับกิจกรรมทางการตลาดในปี 2566 นี้ นับว่าเป็นปีแรกหลังจากวิกฤติโรคระบาดโควิด -19 ที่บริษัทฯ ได้เริ่มเดินทางไปพบปะลูกค้าและไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ  รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าทางธุรกิจที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการส่งออก ได้แก่

Business Matching – Hanoi, Vietnam (22-24 Feb,2023)

Thailand Week Exhibition- New Delhi, India (15-20 Mar,2023)

Thailand Week Exhibition- Chennai, India (3-8 May,2023)

Naturally Good Expo – Sydney, Australia (3-7 Jun,2023)

Cosmoprof CBE Bangkok (14-16 Sept,2023)

Cosmoprof Asia - Hong Kong (14-18 Nov,2023)

จัด Trip เยี่ยมชมลูกค้า Spa และโรงแรมในประเทศอย่างต่อเนื่องทั้งปี

นอกเหนือจากการตลาดทั้งในและต่างประเทศที่เข้มแข็งแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญนับตั้งแต่สูตรการผลิต ทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จะผ่านการค้นคว้าโดยทีมแพทย์ เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ในหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี มีการตรวจสอบคุณภาพตามหลักวิทยาศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการวิจัยภายในโรงงานมีเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัยของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นและสะดุดตา  โดยจุดเด่นอีกอย่างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ PATTRENA คือเรื่องการใช้สมุนไพรไทยที่มีอยู่หลากหลายในประเทศไทย เมื่อผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีสำหรับสินค้ากลุ่มสปา-สมุนไพรไทยจากประเทศไทย จึงนับเป็นจุดแข็งและความโดดเด่นของสินค้าจากประเทศไทยในตลาดโลก ที่เรามีเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่น

 

ในปีนี้บริษัทฯ มีสินค้านวัตกรรมใหม่ในกลุ่ม SKIN CARE เพื่อบำรุงผิว ที่มีการใช้สมุนไพรไทยเป็นส่วนผสมหลักในสูตร โดยเลือกใช้สารสกัดที่มาจากธรรมชาติ คือ “ข้าวหอมมะลิไทย” ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก  ด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพทำให้สารสำคัญอยู่ในรูปนีโอโซมในระดับนาโน ส่งผลให้สารสำคัญคงสภาพและซึมสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพด้าน ชะลอการเกิดริ้วรอย (Anti-Aging) ผสานการทำงานร่วมกับสารสกัดจากเกสรดอกบัวหลวงจากประเทศไทย ดอกบัวหลวงเป็นดอกไม้ที่มีคุณค่า มีคุณสมบัติทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใสอีกด้วย

นอกจากนี้ จากการที่ปัจจุบันผู้บริโภคมีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่องทางSocial media ที่นับว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่ม Transform องค์กรให้คุ้นเคยกับรูปแบบ Digital Platform ต่างๆ โดยได้มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องให้สมาชิกที่สนใจการขยายตลาดแบบ Digital จนมีสมาชิกจำนวนมากที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการตลาดแบบ Hybrid โดยมีบริษัทเป็นผู้ที่จะช่วยให้ความรู้  มีระบบส่งเสริมและเกื้อหนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่าย, สะดวกและรวดเร็ว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตลาดทั้งสองแบบ คือการตลาดแบบที่ต้องพบปะกับลูกค้าในงานแสดงสินค้าต่างๆ และการตลาดแบบ Online ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า จึงพัฒนาข้อมูลของสินค้าให้เหมาะสมกับ Digital Platform ต่างๆ และใช้สื่อ Social Media ต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัท ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1996  นับถึงปัจจุบันคือ 27 ปี นำโดยประธานบริษัท คือ แพทย์หญิง นลินี ไพบูลย์ ได้รวบรวมทีมแพทย์และเภสัชกรไทย เพื่อก่อตั้งโรงงานสำหรับผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง และอาหารเสริม โดยคัดสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลกมาผลิตเป็นสินค้าที่ดี  มีคุณภาพ โดยสินค้าภายใต้แบรนด์กิฟฟารีน (GIFFARINE) จะมีการจัดจำหน่ายในระบบขายตรงแบบเครือข่าย (Network Marketing) ผ่านทางศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการตลาดแบบ Digital ใน Platform หลากหลาย ทำให้การตลาดเป็นระบบ Hybrid คือมีทั้ง แบบ Online และ Offline

อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 27 ปี บริษัทฯ ได้ตระหนักเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตลอดและต่อเนื่อง เช่น  ก่อตั้งมูลนิธิมงคลปิยะสุพรรณกัลยามอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าจำนวนมาก และยังได้ช่วยเหลือบริจาคผลิตภัณฑ์ให้แก่โรงพยาบาล โรงเรียนต่างๆ ทุกปีอย่างต่อเนื่อง


Tags : กิฟฟารีน น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ กิฟฟารีนร่วมงานCosmoprof CBE ASEAN 2023


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

...

OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนทุกคนออกเดินทางท่องจักรวาลของความรักผ่านงาน "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" นิทรรศการ IMMERSIVE LOVE EXPERIENCE จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ที่ชวนคุณสำรวจความรักหลายรูปแบบ ผ่านแสง สี เสียง และประสบการณ์อินเทอร์แอกทีฟ ก่อนค้นพบว่า “รักตัวเอง” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของทุกความรัก ปักหมุดความพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ RCB Galleria 5 ชั้น 3 River City Bangkok ที่สำคัญ... งานนี้เข้าชมฟรี! โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ www.ocean.co.th/loveuniverse ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด! ใครที่เป็นสายศิลปะ นิทรรศการ สายถ่ายรูปคอนเทนต์ หรือคนที่อยากฮีลใจ บอกเลยว่าต้องมา เพราะภายในงานคุณจะได้พบกับ: - สัมผัสประสบการณ์ศิลปะ แบบ Interactive ที่สามารถตอบสนองกับตัวคุณได้แบบเรียลไทม์ - เพลิดเพลินกับพื้นที่ถ่ายภาพสุดตระการตา แสง สี และบรรยากาศที่เซ็ตมาอย่างลงตัว พร้อมเปลี่ยนทุกช็อตให้เป็นความทรงจำที่สวยงาม - หยุดพักจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพื่อทบทวนตัวเอง และรีชาร์จพลังใจกลับบ้านไปด้วยความรู้สึกดีๆ - สำรวจโซนประสบการณ์พิเศษที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพลังของความรักในมิติที่ลึกซึ้งและกว้างใหญ่ยิ่งขึ้น - รับฟรี! "คู่มือ 77 วิธีรักตัวเอง ฉบับลงมือทำ" ไอเทมสุดลิมิเต็ดสำหรับผู้เข้าชมนิทรรศการครั้งนี้เท่านั้น! ลงทะเบียนเข้าชมฟรี ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน!  ล็อกคิววันว่างแล้วทำตามขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้เพื่อรับสิทธิ์เข้าชม: 1. เลือกวันที่สะดวก: คลิกลงทะเบียนล่วงหน้าฟรี! ผ่านเว็บไซต์ www.ocean.co.th/loveuniverse 2. รับ E-Ticket: ระบบจะส่งบัตรเข้าชม (E-ticket) ให้คุณในระบบเว็บไซต์ hellobooku.com และทางอีเมลที่คุณลงทะเบียนไว้ 3. เปิด E-Ticket ที่หน้างาน: วันจริงเพียงแค่เปิดหน้าจอให้เจ้าหน้าที่สแกน QR Code ก็พร้อม เข้าสู่จักรวาลแห่งความรัก "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" ได้ทันที! LOVE IN THE UNIVERSE เป็นพื้นที่ที่คุณจะได้เดิน ชม เลือก และทบทวน เพื่อค้นพบคำตอบลึกๆ ที่อาจไม่เคยได้ถามตัวเองเลยสักครั้งว่า ในจักรวาลของความรักทั้งหมดที่คุณดูแลมาอย่างดี ถึงเวลาหรือยัง ที่คุณจะลงมือ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ./

01 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่มาแรงต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดตัวเป็นแบงก์แรกที่นำเสนอเงินฝากเพื่อเด็ก “ออมสิน ออมรัก” โดยในระยะเวลาเพียง 1 เดือนมียอดเปิดบัญชีทะลุเป้าหมายกว่า 15,000 ราย สะท้อนความตื่นตัวของพ่อแม่ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างวินัยการออมให้บุตรตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของสมาชิกครอบครัว ด้วยข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนี้เอง ธนาคารจึงประกาศขยายสิทธิประโยชน์ของเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถึง 3 ต่อ เพื่อยกระดับปริมาณการออมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยต่อที่ 1) เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้เป็นญาติของผู้เยาว์สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่โดยกำเนิด ต่อที่ 2) เพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสูงสุดเป็น 400,000 บาทต่อบัญชี และต่อที่ 3) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 0.35% ต่อปี ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ปรับเพิ่มทั้งวงเงินที่คุ้มครองและอัตราดอกเบี้ยจะครอบคลุมกับลูกค้าเดิม ที่เปิดบัญชีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมายอีกด้วย เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพ่อแม่ตามกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้เยาว์ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจออมตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ด้วยสิทธิประโยชน์จูงใจด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท/บัญชี (หรือคิดเป็นวงเงิน 4 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน) ขณะที่ผู้เยาว์จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ผู้สนใจฝากเงินกับ “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th ด้วยบทบาทสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำด้านการออม ธนาคารออมสินจะสานต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการออมและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย โดยธนาคารสนับสนุนให้ทุกสถาบันการเงินดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์เกิดแก่คนไทยให้ได้มีวินัยการเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต  

21 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner