Responsive image

Sunday, 22 Feb 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


กิฟฟารีน เตรียมสยายปีกต่างประเทศ ชูสมุนไพรเป็นเรือธงแข่งตลาดความงาม พร้อมร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2023 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเต็มสูบ

Mon 05/06/2566


 

กิฟฟารีน พร้อมบุกธุรกิจเต็มสูบหลังโควิดคลี่คลาย ส่งแบรนด์ “PATTRENA” สยายปีกตลาดต่างประเทศ ชูจุดแข็งสมุนไพรไทย-นวัตกรรมสินค้า เจาะตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค แย้มเตรียมเปิดตัวสกินแคร์ โดยพัฒนามาจากข้าวหอมมะลิไทย พร้อมโดดร่วม งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายนนี้ คาดขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการใช้วัตถุดิบสมุนไพรในประเทศมาเป็นเรือธงในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่ง เนื่องจากสมุนไพรของไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และยังมีดีมานด์อยู่อีกมาก เห็นได้จากภายหลังจากวิกฤติโควิด-19 คลี่คลาย ผู้คนทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่มสุขภาพ หรือแม้แต่กระทั่งมองหาผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพรมากขึ้น บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าสินค้าสุขภาพจากประเทศไทย จะเป็นที่ต้องการในตลาดโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้เป็นอย่างดีไม่แพ้เรื่องการท่องเที่ยว

สำหรับโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มต้นจากการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ GIFFARINE ซึ่งเป็นแบรนด์ของธุรกิจเครือข่าย และได้พัฒนาจนปัจจุบันเป็นธุรกิจชั้นนำอันดับหนึ่งของธุรกิจเครือข่ายสัญชาติไทย ต่อมาบริษัทได้ให้ความสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศ จึงได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์  PATTRENA โดยจะเป็นแบรนด์ของสินค้ากลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมทั้งในตลาดต่างประเทศรวมถึงโรงแรมและสปาต่างๆ ในประเทศไทย

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวว่า แบรนด์แพททรีน่า (PATTRENA) เป็นแบรนด์ที่บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศและตลาดสปา ในช่วงที่ผ่านมาจึงได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงและเอเชีย Cosmoprof  Asia (Hong Kong) งานจัดแสดงสินค้าที่จัดมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ในทวีปยุโรป Cosmoprof  Worldwide Bologna (Italy) และงานจัดแสดงสินค้าชื่อดังในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสปาคุณภาพ Canton Beauty Expo(China), Shanghai Beauty Expo(China) และงาน อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้บริษัทฯ ได้มีโอกาสพบลูกค้าที่มาจากทั่วโลก ล้วนแล้วแต่เป็นลูกค้าที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศ

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการส่งออกสินค้า PATTRENA กว่า 20 ประเทศทั่วโลก คาดว่าหลังวิกฤติโรคระบาดโควิด -19  บริษัทฯ จะกลับมาขยายตลาดต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังทำตลาดแบรนด์ PATTRENA ในประเทศไทยด้วย โดยมุ่งเน้นช่องทางสปาและโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต  พังงา กระบี่  เกาะสมุย  เชียงใหม่ เชียงราย ระยอง พัทยา เขาใหญ่ เป็นต้น ทำให้ปัจจุบันโรงแรม 4-5 ดาว และ Day Spa ต่างๆ ในจังหวัดดังกล่าว ได้ใช้และจำหน่ายสินค้า PATTRENA  รวมแล้วกว่า 180 แห่ง  และยังจะขยายการตลาดแพททรีน่าในประเทศผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 “ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯมีกิจกรรมการตลาดต่างประเทศมากว่า 15 ปี โดยมีการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทุกภูมิภาคทั่วโลก มุ่งเน้นการเข้าร่วมงานในประเทศที่มีศักยภาพทางการตลาดเป็นหลัก    ดังนั้นงานแสดงสินค้าจึงมีบทบาทสำคัญมาก มองว่า Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน  ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก เชื่อว่าทางผู้จัดงานจะช่วยประชาสัมพันธ์งานนี้เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจในกลุ่มอาเซียนและกลุ่มประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาเยี่ยมชมงานนี้ และจะนำไปสู่งานแสดงสินค้าที่ประสบความสำเร็จที่ดีในอนาคตต่อไป”  น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าว

               

สำหรับกิจกรรมทางการตลาดในปี 2566 นี้ นับว่าเป็นปีแรกหลังจากวิกฤติโรคระบาดโควิด -19 ที่บริษัทฯ ได้เริ่มเดินทางไปพบปะลูกค้าและไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ  รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าทางธุรกิจที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการส่งออก ได้แก่

Business Matching – Hanoi, Vietnam (22-24 Feb,2023)

Thailand Week Exhibition- New Delhi, India (15-20 Mar,2023)

Thailand Week Exhibition- Chennai, India (3-8 May,2023)

Naturally Good Expo – Sydney, Australia (3-7 Jun,2023)

Cosmoprof CBE Bangkok (14-16 Sept,2023)

Cosmoprof Asia - Hong Kong (14-18 Nov,2023)

จัด Trip เยี่ยมชมลูกค้า Spa และโรงแรมในประเทศอย่างต่อเนื่องทั้งปี

นอกเหนือจากการตลาดทั้งในและต่างประเทศที่เข้มแข็งแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญนับตั้งแต่สูตรการผลิต ทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จะผ่านการค้นคว้าโดยทีมแพทย์ เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ในหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี มีการตรวจสอบคุณภาพตามหลักวิทยาศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการวิจัยภายในโรงงานมีเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัยของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นและสะดุดตา  โดยจุดเด่นอีกอย่างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ PATTRENA คือเรื่องการใช้สมุนไพรไทยที่มีอยู่หลากหลายในประเทศไทย เมื่อผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีสำหรับสินค้ากลุ่มสปา-สมุนไพรไทยจากประเทศไทย จึงนับเป็นจุดแข็งและความโดดเด่นของสินค้าจากประเทศไทยในตลาดโลก ที่เรามีเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่น

 

ในปีนี้บริษัทฯ มีสินค้านวัตกรรมใหม่ในกลุ่ม SKIN CARE เพื่อบำรุงผิว ที่มีการใช้สมุนไพรไทยเป็นส่วนผสมหลักในสูตร โดยเลือกใช้สารสกัดที่มาจากธรรมชาติ คือ “ข้าวหอมมะลิไทย” ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก  ด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพทำให้สารสำคัญอยู่ในรูปนีโอโซมในระดับนาโน ส่งผลให้สารสำคัญคงสภาพและซึมสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพด้าน ชะลอการเกิดริ้วรอย (Anti-Aging) ผสานการทำงานร่วมกับสารสกัดจากเกสรดอกบัวหลวงจากประเทศไทย ดอกบัวหลวงเป็นดอกไม้ที่มีคุณค่า มีคุณสมบัติทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใสอีกด้วย

นอกจากนี้ จากการที่ปัจจุบันผู้บริโภคมีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่องทางSocial media ที่นับว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่ม Transform องค์กรให้คุ้นเคยกับรูปแบบ Digital Platform ต่างๆ โดยได้มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องให้สมาชิกที่สนใจการขยายตลาดแบบ Digital จนมีสมาชิกจำนวนมากที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการตลาดแบบ Hybrid โดยมีบริษัทเป็นผู้ที่จะช่วยให้ความรู้  มีระบบส่งเสริมและเกื้อหนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่าย, สะดวกและรวดเร็ว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตลาดทั้งสองแบบ คือการตลาดแบบที่ต้องพบปะกับลูกค้าในงานแสดงสินค้าต่างๆ และการตลาดแบบ Online ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า จึงพัฒนาข้อมูลของสินค้าให้เหมาะสมกับ Digital Platform ต่างๆ และใช้สื่อ Social Media ต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัท ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1996  นับถึงปัจจุบันคือ 27 ปี นำโดยประธานบริษัท คือ แพทย์หญิง นลินี ไพบูลย์ ได้รวบรวมทีมแพทย์และเภสัชกรไทย เพื่อก่อตั้งโรงงานสำหรับผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง และอาหารเสริม โดยคัดสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลกมาผลิตเป็นสินค้าที่ดี  มีคุณภาพ โดยสินค้าภายใต้แบรนด์กิฟฟารีน (GIFFARINE) จะมีการจัดจำหน่ายในระบบขายตรงแบบเครือข่าย (Network Marketing) ผ่านทางศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการตลาดแบบ Digital ใน Platform หลากหลาย ทำให้การตลาดเป็นระบบ Hybrid คือมีทั้ง แบบ Online และ Offline

อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 27 ปี บริษัทฯ ได้ตระหนักเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตลอดและต่อเนื่อง เช่น  ก่อตั้งมูลนิธิมงคลปิยะสุพรรณกัลยามอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าจำนวนมาก และยังได้ช่วยเหลือบริจาคผลิตภัณฑ์ให้แก่โรงพยาบาล โรงเรียนต่างๆ ทุกปีอย่างต่อเนื่อง


Tags : กิฟฟารีน น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ กิฟฟารีนร่วมงานCosmoprof CBE ASEAN 2023


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner