Responsive image

Monday, 16 Mar 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


กิฟฟารีน เตรียมสยายปีกต่างประเทศ ชูสมุนไพรเป็นเรือธงแข่งตลาดความงาม พร้อมร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2023 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเต็มสูบ

Mon 05/06/2566


 

กิฟฟารีน พร้อมบุกธุรกิจเต็มสูบหลังโควิดคลี่คลาย ส่งแบรนด์ “PATTRENA” สยายปีกตลาดต่างประเทศ ชูจุดแข็งสมุนไพรไทย-นวัตกรรมสินค้า เจาะตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค แย้มเตรียมเปิดตัวสกินแคร์ โดยพัฒนามาจากข้าวหอมมะลิไทย พร้อมโดดร่วม งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายนนี้ คาดขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการใช้วัตถุดิบสมุนไพรในประเทศมาเป็นเรือธงในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่ง เนื่องจากสมุนไพรของไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และยังมีดีมานด์อยู่อีกมาก เห็นได้จากภายหลังจากวิกฤติโควิด-19 คลี่คลาย ผู้คนทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่มสุขภาพ หรือแม้แต่กระทั่งมองหาผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพรมากขึ้น บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าสินค้าสุขภาพจากประเทศไทย จะเป็นที่ต้องการในตลาดโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้เป็นอย่างดีไม่แพ้เรื่องการท่องเที่ยว

สำหรับโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มต้นจากการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ GIFFARINE ซึ่งเป็นแบรนด์ของธุรกิจเครือข่าย และได้พัฒนาจนปัจจุบันเป็นธุรกิจชั้นนำอันดับหนึ่งของธุรกิจเครือข่ายสัญชาติไทย ต่อมาบริษัทได้ให้ความสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศ จึงได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์  PATTRENA โดยจะเป็นแบรนด์ของสินค้ากลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมทั้งในตลาดต่างประเทศรวมถึงโรงแรมและสปาต่างๆ ในประเทศไทย

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวว่า แบรนด์แพททรีน่า (PATTRENA) เป็นแบรนด์ที่บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศและตลาดสปา ในช่วงที่ผ่านมาจึงได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงและเอเชีย Cosmoprof  Asia (Hong Kong) งานจัดแสดงสินค้าที่จัดมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ในทวีปยุโรป Cosmoprof  Worldwide Bologna (Italy) และงานจัดแสดงสินค้าชื่อดังในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสปาคุณภาพ Canton Beauty Expo(China), Shanghai Beauty Expo(China) และงาน อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้บริษัทฯ ได้มีโอกาสพบลูกค้าที่มาจากทั่วโลก ล้วนแล้วแต่เป็นลูกค้าที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศ

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการส่งออกสินค้า PATTRENA กว่า 20 ประเทศทั่วโลก คาดว่าหลังวิกฤติโรคระบาดโควิด -19  บริษัทฯ จะกลับมาขยายตลาดต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังทำตลาดแบรนด์ PATTRENA ในประเทศไทยด้วย โดยมุ่งเน้นช่องทางสปาและโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต  พังงา กระบี่  เกาะสมุย  เชียงใหม่ เชียงราย ระยอง พัทยา เขาใหญ่ เป็นต้น ทำให้ปัจจุบันโรงแรม 4-5 ดาว และ Day Spa ต่างๆ ในจังหวัดดังกล่าว ได้ใช้และจำหน่ายสินค้า PATTRENA  รวมแล้วกว่า 180 แห่ง  และยังจะขยายการตลาดแพททรีน่าในประเทศผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 “ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯมีกิจกรรมการตลาดต่างประเทศมากว่า 15 ปี โดยมีการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทุกภูมิภาคทั่วโลก มุ่งเน้นการเข้าร่วมงานในประเทศที่มีศักยภาพทางการตลาดเป็นหลัก    ดังนั้นงานแสดงสินค้าจึงมีบทบาทสำคัญมาก มองว่า Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน  ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก เชื่อว่าทางผู้จัดงานจะช่วยประชาสัมพันธ์งานนี้เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจในกลุ่มอาเซียนและกลุ่มประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาเยี่ยมชมงานนี้ และจะนำไปสู่งานแสดงสินค้าที่ประสบความสำเร็จที่ดีในอนาคตต่อไป”  น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าว

               

สำหรับกิจกรรมทางการตลาดในปี 2566 นี้ นับว่าเป็นปีแรกหลังจากวิกฤติโรคระบาดโควิด -19 ที่บริษัทฯ ได้เริ่มเดินทางไปพบปะลูกค้าและไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ  รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าทางธุรกิจที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการส่งออก ได้แก่

Business Matching – Hanoi, Vietnam (22-24 Feb,2023)

Thailand Week Exhibition- New Delhi, India (15-20 Mar,2023)

Thailand Week Exhibition- Chennai, India (3-8 May,2023)

Naturally Good Expo – Sydney, Australia (3-7 Jun,2023)

Cosmoprof CBE Bangkok (14-16 Sept,2023)

Cosmoprof Asia - Hong Kong (14-18 Nov,2023)

จัด Trip เยี่ยมชมลูกค้า Spa และโรงแรมในประเทศอย่างต่อเนื่องทั้งปี

นอกเหนือจากการตลาดทั้งในและต่างประเทศที่เข้มแข็งแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญนับตั้งแต่สูตรการผลิต ทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จะผ่านการค้นคว้าโดยทีมแพทย์ เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ในหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี มีการตรวจสอบคุณภาพตามหลักวิทยาศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการวิจัยภายในโรงงานมีเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัยของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นและสะดุดตา  โดยจุดเด่นอีกอย่างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ PATTRENA คือเรื่องการใช้สมุนไพรไทยที่มีอยู่หลากหลายในประเทศไทย เมื่อผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีสำหรับสินค้ากลุ่มสปา-สมุนไพรไทยจากประเทศไทย จึงนับเป็นจุดแข็งและความโดดเด่นของสินค้าจากประเทศไทยในตลาดโลก ที่เรามีเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่น

 

ในปีนี้บริษัทฯ มีสินค้านวัตกรรมใหม่ในกลุ่ม SKIN CARE เพื่อบำรุงผิว ที่มีการใช้สมุนไพรไทยเป็นส่วนผสมหลักในสูตร โดยเลือกใช้สารสกัดที่มาจากธรรมชาติ คือ “ข้าวหอมมะลิไทย” ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก  ด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพทำให้สารสำคัญอยู่ในรูปนีโอโซมในระดับนาโน ส่งผลให้สารสำคัญคงสภาพและซึมสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพด้าน ชะลอการเกิดริ้วรอย (Anti-Aging) ผสานการทำงานร่วมกับสารสกัดจากเกสรดอกบัวหลวงจากประเทศไทย ดอกบัวหลวงเป็นดอกไม้ที่มีคุณค่า มีคุณสมบัติทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใสอีกด้วย

นอกจากนี้ จากการที่ปัจจุบันผู้บริโภคมีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่องทางSocial media ที่นับว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่ม Transform องค์กรให้คุ้นเคยกับรูปแบบ Digital Platform ต่างๆ โดยได้มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องให้สมาชิกที่สนใจการขยายตลาดแบบ Digital จนมีสมาชิกจำนวนมากที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการตลาดแบบ Hybrid โดยมีบริษัทเป็นผู้ที่จะช่วยให้ความรู้  มีระบบส่งเสริมและเกื้อหนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่าย, สะดวกและรวดเร็ว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตลาดทั้งสองแบบ คือการตลาดแบบที่ต้องพบปะกับลูกค้าในงานแสดงสินค้าต่างๆ และการตลาดแบบ Online ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า จึงพัฒนาข้อมูลของสินค้าให้เหมาะสมกับ Digital Platform ต่างๆ และใช้สื่อ Social Media ต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

              

น.ท.นพ.จักรพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัท ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1996  นับถึงปัจจุบันคือ 27 ปี นำโดยประธานบริษัท คือ แพทย์หญิง นลินี ไพบูลย์ ได้รวบรวมทีมแพทย์และเภสัชกรไทย เพื่อก่อตั้งโรงงานสำหรับผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง และอาหารเสริม โดยคัดสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลกมาผลิตเป็นสินค้าที่ดี  มีคุณภาพ โดยสินค้าภายใต้แบรนด์กิฟฟารีน (GIFFARINE) จะมีการจัดจำหน่ายในระบบขายตรงแบบเครือข่าย (Network Marketing) ผ่านทางศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการตลาดแบบ Digital ใน Platform หลากหลาย ทำให้การตลาดเป็นระบบ Hybrid คือมีทั้ง แบบ Online และ Offline

อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 27 ปี บริษัทฯ ได้ตระหนักเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตลอดและต่อเนื่อง เช่น  ก่อตั้งมูลนิธิมงคลปิยะสุพรรณกัลยามอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าจำนวนมาก และยังได้ช่วยเหลือบริจาคผลิตภัณฑ์ให้แก่โรงพยาบาล โรงเรียนต่างๆ ทุกปีอย่างต่อเนื่อง


Tags : กิฟฟารีน น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ กิฟฟารีนร่วมงานCosmoprof CBE ASEAN 2023


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง มุ่งลดอุบัติเหตุและส่งเสริมความปลอดภัยทางการเดินทาง ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” เป็นของที่ระลึกฟรี ! เมื่อนำรถมาใช้บริการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 31 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก การตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วิริยะประกันภัย จึงร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”  ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็กสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็กสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” ฟรีทันที ! เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE (ของมีจำนวนจำกัด) โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจรถฟรีได้ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ช่วงเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่ 1) อู่ร่วมมิตรการาจ 2) บจ.นิวเพื่อนยนต์ 3) บจ.ไทยรัตน์ยานยนต์ 4) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์  5) บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ 6) บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ 7) บจ.อู่นำชัย เตาปูน (สาขาติวานนท์) 8) บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ 9) บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส 10) บจ. คุงการาจ 11) บจ.เซอร์กิตบริการ 12) บจ.อู่กังวานชัยการช่าง 13) บจ.อู่วิชัยยนต์ 14) บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ 15) อู่บอส 888 การาจ 16) บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ 17) บจ.เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ 18) บจ.เอส ซี ซี 65 การาจ 19) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 20) หจก.เป้งการาจ 21) บจ. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป 22) บจ.รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค 23) บจ.สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส 24) หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 25) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 26) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 27) บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) 28) บจ.เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส 29) บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 30) บจ.อู่แม่กลอง 31) บจ.อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989)  

14 Mar 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จับมือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยากเริ่มต้นส่งออก และรายที่ต้องการขยายตลาดส่งออกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เข้าร่วมโครงการ “I SME D Together : ปั้น Smart SMEs จาก Local สู่ Global” โดยจะได้รับการยกระดับเพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างแท้จริง  ผ่าน “โปรแกรม 3T” ส่งเสริมครบวงจร ประกอบด้วย Training เตรียมความพร้อม วางแผนการเงิน สู่การขยายตลาดโลก Technology  สนับสนุนเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ  และ Trade เปิดโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนให้เกิดการเจรจาและจับคู่ธุรกิจ เปิดรับสมัครแล้ว  รุ่นที่ 1 สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการขยาย “ตลาด Halal” (มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และซาอุดีอาระเบีย) เปิดอบรมระหว่างวันที่ 30–31 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ  และรุ่น 2  สำหรับกลุ่มต้องการขยาย “ตลาด CLMV”  (ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม   นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการ ยังได้การสนับสนุนจาก SME D Bank พาเข้าถึงแหล่งทุนอัตราต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท นำไปลงทุน หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง พร้อมขยายตลาดส่งออก ควบคู่กับช่วยพัฒนาผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เช่น หลักสูตร E-Learning และที่ปรึกษาธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ เป็นต้น พิเศษ สิทธิประโยชน์สำหรับ 20 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีสินค้าพร้อมจำหน่าย จะได้รับโอกาสเข้าร่วม Showcase สินค้าในวันงาน เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Networking) และต่อยอดโอกาสทางการค้าในอนาคต เป็นต้น รวมทั้ง ได้รับการเชิญร่วมออกงานแสดงสินค้าตามความสมัครใจ ที่มีให้เลือกมากกว่า 15 งาน ทั้งในและต่างประเทศ สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  รับจำนวนจำกัด รุ่นละ 100 กิจการเท่านั้น สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ 02-265-4494 หรือ Call Center 1357

14 Mar 2026

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

...

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล “Finalist Best Brand Performance on Social Media” สาขาธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย (Insurance & Assurance) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 (ปี 2018-2026) จากงานประกาศรางวัล “Thailand Social Awards ครั้งที่ 14” จัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มุ่งส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ ยกระดับและให้ความสำคัญกับวงการโซเชียลที่เป็นช่องทางในการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด รางวัลดังกล่าว ตอกย้ำความสำเร็จในการบริหารจัดการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของไทยประกันชีวิต เพื่อเชื่อมต่อและสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าและผู้บริโภค โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการนำเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์ ทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์แบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

10 Mar 2026

Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner