Responsive image

Saturday, 18 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


EXIM BANK จับมือ NEXI คุ้มครองความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการไทย-ญี่ปุ่น ขยายการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่นและประเทศเป้าหมายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

Fri 09/06/2566


ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมด้วยนายโอบะ ยูอิจิ อุปทูตรักษาสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “EXIM Thailand and NEXI Collaboration: A New Chapter Begins” จัดโดย EXIM BANK ร่วมกับองค์กรรับประกันแห่งประเทศญี่ปุ่น (Nippon Export and Investment Insurance : NEXI) เพื่อสนับสนุนความรู้ โอกาส และเครื่องมือทางการเงินทั้งสินเชื่อและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง โดยมีผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นจำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วมงาน ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ด้านการค้าและการลงทุนในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดยมี ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และนางอารดา เฟื่องทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเป็นวิทยากร ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566

ประธานกรรมการ EXIM BANK เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะ สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เป็นตลาดใหม่ (New Frontiers) ที่มีศักยภาพสูงด้านการค้าและการลงทุน ด้วยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะแรงงานราคาถูก ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จำนวนผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น การขยายตัวของชุมชนเมืองและการพัฒนาอุตสาหกรรม  เสถียรภาพทางการเมือง และข้อตกลงการค้าเสรีระดับทวิภาคีและพหุภาคี ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ประกอบการจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้าไปลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงใช้ประเทศเหล่านี้เป็นฐานการผลิตสินค้าและดำเนินธุรกิจบริการ รองรับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศที่สาม อาทิ จีนและอินเดีย โดยมีผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่เข้าไปเติมเต็มและเชื่อมโยงกับ Supply Chain การค้าโลก



ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า ก้าวใหม่ความร่วมมือระหว่าง EXIM BANK และ NEXI ในโลกการค้ายุคใหม่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในการพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน ทั้งบริการประกันการส่งออกและการลงทุน และการรับประกันต่อ เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศให้แก่ผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่น ขยายผลสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในภูมิภาคเอเชียร่วมกัน ครอบคลุมการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค การพัฒนาทักษะและฝีมือแรงงาน ตลอดจนการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี โดยทั้งสองหน่วยงานจะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นมีความพร้อมที่จะเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจระหว่างประเทศได้มากขึ้นอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งมีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมและพฤติกรรมผู้บริโภคในเอเชียที่คล้ายคลึงกัน EXIM BANK จะใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของธนาคารในการส่งเสริมการส่งออกและการลงทุน โดยการเติมความรู้ โอกาสทางธุรกิจ และเงินทุน ตลอดจนเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

 



จากการคาดการณ์ขององค์กรรับประกันชั้นนำของโลก โควิด-19 และสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ทำให้ธุรกิจล้มละลายเพิ่มสูงขึ้นกว่า 14% จากปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งมีอำนาจการต่อรองต่ำและเงินทุนหมุนเวียนไม่มากนัก จึงควรต้องบริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า โดยกระจายตลาดส่งออกไปยังตลาดที่ยังเติบโตหรือมีกำลังซื้อสูง เช่น ตลาดใหม่ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เอเชียใต้ เป็นต้น และใช้เครื่องมือทางการเงินในการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว ทั้งนี้ EXIM BANK ได้ดำเนินธุรกิจให้บริการประกันการส่งออกตั้งแต่เปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการในปี 2537 มีปริมาณธุรกิจรับประกันการส่งออกสะสมจำนวน 1.82 ล้านล้านบาท ยอดจ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวนรวมประมาณ 1,400 ล้านบาท โดย 76% เกิดจากกรณีผู้ซื้อในต่างประเทศปฏิเสธการชำระเงินค่าสินค้า รองลงมาประมาณ 23% เกิดจากผู้ซื้อล้มละลาย และอีก 1% เกิดจากผู้ซื้อปฏิเสธการรับมอบสินค้า ประเทศที่มีมูลค่ายื่นขอรับสินไหมทดแทนสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ สินค้าที่มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงสุด ได้แก่ ข้าว อัญมณีและเครื่องประดับ และอะลูมิเนียม

“ความร่วมมือกับ NEXI ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งภารกิจของ EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังที่มุ่งดำเนินบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนา โดยขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาเป็นนักรบเศรษฐกิจในตลาดโลกได้มากขึ้น ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” ดร.รักษ์ กล่าว


 


Tags : EXIM BANK ดร.พสุ โลหารชุน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย องค์กรรับประกันแห่งประเทศญี่ปุ่น NEXI ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร การลงทุนระหว่างไทย-ญี่ปุ่น


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner