Responsive image

Monday, 15 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


SME D Bank ผุดแคมเปญช่วย SMEs ลดภาระธุรกิจ ติดปีกด้วยเทคโนโลยี เผยผลสำรวจเชื่อมั่น Q2 กระเตื้อง ชี้แนวโน้มอนาคตกังวลรายได้หด ต้นทุนค่าแรงเพิ่ม

Thu 29/06/2566


SME D Bank จับมือ ศศินทร์ เผยผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่น SMEs ประจำไตรมาส 2/2566 ปรับขึ้นเล็กน้อย อานิสงส์เทศกาลสงกรานต์กระตุ้นท่องเที่ยวคึกคัก ส่วนแนวโน้ม 3 เดือนข้างหน้า กลับลดลง จากความกังวลลูกค้าจับจ่ายน้อยลง และเข้าช่วง Low Season เผยการปรับค่าแรงครั้งล่าสุด ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง ระบุอยากให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้าน SME D Bank ประกาศพร้อมช่วยเต็มที่ พาเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับธุรกิจ  ดันแคมเปญ เติมทุน มี Cash Back ลดภาระดำเนินธุรกิจ

        

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เผยว่า  “ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.”  ร่วมกับ “ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา” สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำ “ผลสำรวจความเชื่อมั่น SMEs ต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ไตรมาส 2/2566 และคาดการณ์อนาคต”  จากการสำรวจผู้ประกอบการ SMEs จำนวนกว่า 500 ตัวอย่างทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและธุรกิจของ SMEs ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ระดับ 65.90 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (1/2566)  ซึ่งอยู่ในระดับ 65.09  จากปัจจัยการจับจ่ายใช้สอยคึกคักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้ง มีความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังการเลือกตั้ง

ส่วนแนวโน้มความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้า SMEs  มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ อยู่ที่ระดับ 65.61 ลดลงจากเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ที่อยู่ระดับ 66.76 เนื่องจากปัจจัยเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว มีแนวโน้มที่ลูกค้าจะจับจ่ายน้อยลง

นอกจากนี้ เพื่อประโยชน์ในเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน SME D Bank ได้ศึกษาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเมื่อตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา พบว่า  SMEs จำนวนร้อยละ 39.80 จ่ายค่าแรงสูงกว่าเกณฑ์ค่าแรงขั้นต่ำที่ประกาศใช้เมื่อตุลาคม 2565 อยู่แล้ว โดยเป็นผู้ประกอบการขนาด Medium เป็นหลัก  ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 60.20 จำเป็นต้องมีการปรับค่าแรงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มขนาด Micro ร้อยละ 63.12 และขนาด Small ร้อยละ 72.27 ส่วนขนาด Medium มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่ต้องปรับขึ้น  ขณะที่ SMEs ในพื้นที่ภาคอีสาน มีสัดส่วนต้องปรับค่าแรงขึ้นมากสุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81.11  เมื่อถามถึงผลกระทบที่จะได้รับ จำนวนร้อยละ 85.31 ระบุว่า ได้รับผลกระทบทางลบ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 52.98 ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง  ส่วนร้อยละ 9.93  ได้รับผลกระทบมาก ในทางกลับกัน SMEs จำนวนหนึ่งเห็นถึงข้อดีของการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ทั้งนี้ SMEs มีแนวทางในการปรับตัวเพื่อรับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยร้อยละ 97.35 จะลดต้นทุนในส่วนอื่น ๆ ร้อยละ 70.86 ขึ้นราคาสินค้าและบริการ และร้อยละ 21.85 เปลี่ยนไปจ้างแรงงานต่างด้าวที่ค่าจ้างต่ำทดแทน ขณะที่ ความช่วยเหลือที่ต้องการจากภาครัฐ ได้แก่ การลดภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทดแทน สูงที่สุดถึงร้อยละ 93.38  ตามด้วย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ร้อยละ 76.82 เพื่อช่วยชดเชยผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ด้านผลสำรวจสิ่งที่ SMEs ต้องการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ในปี 2566 นั้น ในส่วนการตลาด กลุ่มขนาด Micro ส่วนใหญ่ร้อยละ 74.78 ต้องการมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในประเทศ ในขณะที่กลุ่มขนาด Small ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.86 ต้องการผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาแนะนำ และกลุ่ม Medium ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.33 ต้องการสนับสนุนเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ  ด้านเทคโนโลยี กลุ่มขนาด Micro ส่วนใหญ่ ร้อยละ 84.96 อยากได้การสนับสนุนแบบร่วมจ่าย (Co-payment) เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการลงทุนเทคโนโลยี  ในขณะที่ ขนาด Small และ Medium  ส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.44 และร้อยละ 58.33 ต้องการให้สนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ และด้านบริหารจัดการต้นทุน SMEs ส่วนใหญ่ทุกกลุ่ม ร้อยละ 91.22 ต้องการให้ภาครัฐ ลด ตรึง อุดหนุนค่าพลังงาน  และร้อยละ 52.50 อยากให้สนับสนุนการติดตั้งพลังงานทางเลือกเพื่อลดต้นทุนพลังงาน

 

 

นางสาวนารถนารี   กล่าวสรุปว่า จากผลสำรวจที่ความเชื่อมั่นปัจจุบันเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และคาดการณ์ในอนาคต กลับลดลง สะท้อนว่า SMEs ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ในการดำเนินธุรกิจจากปัจจัยความไม่แน่นอนรอบตัว และปัจจัยกำหนดความเชื่อมั่นของ SMEs ล้วนเป็นปัจจัยระยะสั้น ซึ่งส่งผลให้ SMEs ยังขาดความมั่นใจที่จะลงทุนขยายธุรกิจ โดย SMEs ยังคงกังวลต่อภาระต้นทุนธุรกิจที่คาดจะเพิ่มขึ้นในอนาคต จากค่าพลังงาน และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ดังนั้น SMEs จึงต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดต้นทุนธุรกิจ หรือสนับสนุนในการเข้าถึงหรือใช้เทคโนโลยี เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจ

ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางช่วยเหลือด้านการเงินควบคู่การพัฒนา เพื่อจะตอบความต้องการของ SMEs ได้ครบถ้วนที่สุด โดยด้านการเงิน มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เช่น “BCG Loan” เพื่อนำไปยกระดับปรับเปลี่ยนเครื่องจักรหรือลงทุนเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ช่วยลดต้นทุน วงเงินกู้สูงสุดถึง 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุดถึง 15 ปี  อีกทั้ง สำหรับลูกค้าใหม่ จะได้สิทธิลดภาระค่าใช้จ่าย หากยื่นกู้และใช้วงเงิน 1 ล้านบาท ถึง 50 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนกันยายน 2566 ได้รับ Cash Back ค่าประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน มูลค่าสูงสุด 30,000 บาทต่อราย  ขณะที่ด้านการพัฒนา  สนับสนุนผ่านการดำเนินโครงการ SME D Coach  โดยมีเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ ช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจ เช่น เครื่องมือ  Business Health Check ช่วยให้  SMEs เข้าใจศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้ดีขึ้น สามารถบริหารจัดธุรกิจ ควบคุมต้นทุนการผลิตได้เหมาะสม ช่วยให้ลดต้นทุนธุรกิจได้ อีกทั้ง บริการให้คำปรึกษาแนะนำธุรกิจโดยโค้ชมืออาชีพ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

 


Tags : SME D Bank ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SME แคมเปญช่วยภาคธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs ในไตรมาส 2/2566


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” รอบภูมิภาค รุ่นที่ 165 ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมรับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที หลังผ่านการอบรมและทดสอบ โดยโครงการอบรมฯ เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2569 สำหรับ หลักสูตรการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญของการขับขี่ ทั้งกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับขี่ การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางบก พร้อมเสริมความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของการประกันภัยรถยนต์ จากวิริยะประกันภัย ในวันที่ 11 ก.ค. 2569 ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท จ.นครนายก โดยภายหลังเสร็จสิ้นการอบรมภาคทฤษฎี ผู้เข้าร่วมจะต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนในรูปแบบ E-exam และการทดสอบภาคปฏิบัติ ตามมาตรฐานเดียวกับการสอบในวันและเวลาราชการ ในวันที่ 12 ก.ค. 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถมาก่อน โดยยื่นเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสาร) ได้ที่กรมการขนส่งทางบก และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธวัช วงษ์ศรีหัส ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการทดแทนนครนายก โทรศัพท์หมายเลข 085-105-4675 และคุณกนกพร วิทยาภรณ์ เจ้าหน้าที่การตลาดสาขาสระบุรี โทรศัพท์หมายเลข 086-616-1442

10 Jun 2026

...

กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมกับ “มนุษย์ต่างวัย” จัดงาน “มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ลอง GEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม” ชวนทุกคนมาออกแบบชีวิตที่ยืนยาวให้ทั้งสนุก มีคุณภาพ และมีความหมาย พบกับ 4 โซนกิจกรรมของบูธกรุงเทพประกันชีวิต ที่มาในคอนเซปต์ “Happy Longevity” ชีวิตดี 4 ด้าน กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล ความสัมพันธ์ดี มาร่วมสำรวจ “4 บัญชีชีวิต” ของตัวเองเพื่อออกแบบชีวิตที่มั่นคง สมดุล และมีความสุขอย่างยั่งยืน ร่วมพูดคุย ปรึกษา และออกแบบแผนการเงิน ที่เหมาะกับตัวเอง ตามเป้าหมายที่ต้องการ กับผู้เชี่ยวชาญ และนักวางแผนการเงินมืออาชีพ (CFP) ภายในบูธกรุงเทพประกันชีวิต ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดงานทั้ง 3 วัน ลงทะเบียนจองเวลารับคำปรึกษาล่วงหน้าได้ที่ https://bla.bangkoklife.com/ReserveYourCFP     นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบจัดเต็มที่ออกแบบเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนโสด ชาวเดอะแบกที่ดูแลคนทั้งบ้าน หรือคนที่กำลังเตรียมตัวเกษียณ วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569  เวลา 12.30 - 14.30 น. ชวนเช็กบัญชีชีวิต วางแผนเกษียณให้ ‘จอย’ นานเท่าอายุขัย โดย อาจารย์รัก ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน วางแผนใช้เงินให้พอจนถึงปลายชีวิต ส่งต่อทรัพย์สินอย่างมีความหมาย วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 - 14.30 น. ชวนเช็กบัญชีชีวิต เดอะแบก Guide จัดสมดุลชีวิตและการเงินยังไงให้ใจไม่พัง โดยคุณดุษณี เกลียวปฏินนท์, CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนเกษียณและการบริหารการเงินส่วนบุคคล เริ่มวางแผนอนาคต โดยไม่ต้องรอให้พร้อม 100% จัดการใจทำยังไงให้แบกต่อไหว แบบไม่ใจพัง วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569  เวลา 12.30 - 14.30 น. วิชาตัวเบา ออกแบบชีวิตโสด (และไม่มีลูก) ให้มีความสุข โดย คุณนฤมล บุญสนอง, CFP® กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย รู้วิธีใช้เงิน บริหารเงินให้บาลานซ์ระหว่าง “ใช้ชีวิตตอนนี้” กับ “ดูแลตัวเองในอนาคต” เข้าใจการลงทุนและประกันที่จำเป็นสำหรับชีวิตที่ต้องพึ่งตัวเอง ออกแบบชีวิตเกษียณที่ไม่ต้องพึ่งใคร แต่ยังมีความสุขได้ในแบบของตัวเอง อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญบนเวทีหลัก ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมอง และแนวคิดในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในหัวข้อ “สำรวจ 4 บัญชีชีวิต ใส่ใจให้ชีวิตดีมีสมดุล” ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 14.40 - 15.20 น. กับ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและ Wellness ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife และคุณสกาว สำราญคง นักวางแผนการเงิน CFP® และ FLMI ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมช่องทางการขาย บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจสมัครทำประกันชีวิตทุกแบบประกัน (ยกเว้นแบบประกัน ยูนิต ลิงค์) และชำระเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปี 10,000 บาทเป็นต้นไปต่อกรมธรรม์ รับบัตรกำนัลเซ็นทรัลทันทีภายในงาน หรือเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปี 30,000 บาทเป็นต้นไปต่อกรมธรรม์ รับของที่ระลึกเพิ่มเติม อาทิ กระเป๋าใส่ใจ Fluffy Bag กระเป๋าเดินทาง Caggioni ขนาด 24 นิ้ว พบกับแนวคิดดีๆ และกิจกรรมต่างๆ พร้อมรับฟรี! ถุงผ้าใส่ใจ และคู่มือทดสอบสมดุลชีวิต ได้ที่ บูธกรุงเทพประกันชีวิต ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 (Impact Exhibition Center Hall 6)   

10 Jun 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสิทธิเสรีภาพและสังคมของความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) อย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดโปรโมชันพิเศษ คุ้ม 3 ต่อ ให้แก่ลูกค้าเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ที่ร่วมรายการ และชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ที่ BKI Care Station ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 คุ้มที่ 1 รับส่วนลดพิเศษเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 รับส่วนลด 10% - ประกันภัยโรคมะเร็ง ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้าน หรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total รับส่วนลด 15%  คุ้มที่ 2 รับบัตรเติมน้ำมัน หรือ Gift Voucher - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500–4,000 บาท - ประกันภัยโรคมะเร็ง เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,500 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้านหรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500–2,000 บาท และพิเศษเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่มอีก 200 บาท คุ้มที่ 3 รับของสมนาคุณรุ่น Limited Edition เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าเก็บความร้อนเย็นที่จัดทำขึ้นสำหรับเทศกาล Pride Month ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE @bkicarestation และ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า

08 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจเกินคาด มีการจองซื้อเข้ามามากเฉียด 70,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามธนาคารได้ปิดการเสนอขายและออกหุ้นกู้แล้วเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ตามวงเงินโครงการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน และสามารถสร้างสถิติมูลค่าเสนอขายสูงสุดในองค์กรรัฐวิสาหกิจและกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่มีนโยบายในความรับผิดชอบต่อสังคม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพและบทบาทของธนาคารออมสินในการเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ธนาคารจะนำไปใช้จัดหาเงินทุนและรีไฟแนนซ์โครงการที่เข้าเกณฑ์ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) เพื่อรองรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสังคมและสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยทุกชีวิต มุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลัก ESG เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.40% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.59% ต่อปี เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ในการให้คำปรึกษาพร้อมร่วมจัดทำ Sustainable Finance Framework และ DNV (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำหน้าที่ประเมินและให้ความเห็นอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการเงินเพื่อการพัฒนาและภาคสถาบันการเงิน ในการร่วมกันผลักดันแนวทางการเงินเพื่อความยั่งยืน และช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

06 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner