Responsive image

Wednesday, 04 Mar 2026

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


กรุงศรี จับมือ ทรูดิจิทัล ลงนาม MOU เชิงกลยุทธ์ดึงเทคโนโลยีข้อมูลขั้นสูง เสริมแกร่งธุรกิจสู่อนาคต ตอบโจทย์ลูกค้าและพัฒนาอย่างยั่งยืน

Mon 13/11/2566


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ประกาศบันทึกลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ผู้นำบริการด้านดิจิทัลครบวงจร นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data Analytics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนธุรกิจของกรุงศรี ทั้งในด้านระบบปฏิบัติการและการพัฒนาต่อยอดบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบทุกมิติ และได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรุงศรีในการเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้มีความทันสมัยและเติบโตอย่างยั่งยืน

 

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ (สองจากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ (สองจากขวา) ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data Analytics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนธุรกิจของกรุงศรีให้มีความทันสมัยและเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบทุกมิติและได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น


 

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราตระหนักดีว่าการวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลที่ดีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจการเงิน และยิ่งชัดเจนมากขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลที่จะแสดงถึงศักยภาพของแต่ละองค์กรว่าสามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจ ไปพร้อมกับการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้วิเคราะห์ เพื่อมอบบริการและประสบการณ์ที่ถูกต้องตรงใจแก่ลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน การร่วมมือระหว่างกรุงศรี และทรู ดิจิทัลในครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถวางแผนได้อย่างรอบคอบมากขึ้นผ่านการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มและระบบนิเวศข้อมูลดิจิทัลที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูงของทรู ดิจิทัล และเรามั่นใจว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพและยกระดับห่วงโซ่คุณค่าในการดำเนินธุรกิจให้กับกรุงศรีได้อย่างแน่นอน”

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ ทรู ดิจิทัล และ กรุงศรี ในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสองผู้นำแห่งวงการโทรคมนาคม-เทคโนโลยี และสถาบันการเงิน ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลทรานสฟอร์มภาคอุตสาหกรรมการเงินของไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทรู ดิจิทัล ในการสนับสนุนและส่งเสริมองค์กรธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขัน เพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดย ทรู ดิจิทัล จะนำความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร ผลักดันการดำเนินธุรกิจของกรุงศรี มุ่งสู่การขับเคลื่อนด้วยการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และข้อมูลเชิงลึก (Data Intelligence) รวมถึงมีมาตรการจัดการและป้องกันข้อมูลอย่างสูงสุดตามมาตรฐานสากลเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและคุ้มครองความคุ้มค่าของข้อมูล  พลิกโฉมบริการทางการเงินด้วยความสามารถในการเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง จำเพาะเจาะจงและแม่นยำ  นำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมบริการที่ตรงใจลูกค้า รวมถึงยกระดับบริการแบบเฉพาะบุคคลที่เหนือความคาดหมาย  ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงในการนำเสนอบริการทางการเงินต่างๆ  เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรมการเงินไทยในยุคดิจิทัล  และเราจะยังคงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าที่เหนือกว่าแก่ทั้งลูกค้าทรูและลูกค้ากรุงศรี อย่างต่อเนื่อง”

ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญของกรุงศรีในการพลิกโฉมธุรกิจและการส่งมอบบริการทางการเงินที่ทันสมัย ที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้มีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ในระดับบุคคลและเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการต่อยอดการส่งเสริมศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์ขององค์กรเพื่อพัฒนา สนับสนุน และใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างมีจริยธรรม (Explainable and Responsible AI) ในอุตสาหกรรมบริการด้านการเงิน ที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืน

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี ไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเพื่อมอบบริการและประสบการณ์ทางการเงินที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ในอีกด้านหนึ่งเรายังให้ความสำคัญในความต้องการของลูกค้าแต่ละรายไม่ว่าจะเป็นรายย่อย พันธมิตรธุรกิจ หรือผู้ประกอบการทุกระดับต่างมีความต้องการบริการทางการเงินและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการให้บริการ และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของลูกค้าอย่างครอบคลุมและครบถ้วน ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่กรุงศรีได้ร่วมกับ ทรู ดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มระบบวิเคราะห์ข้อมูลมาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเราไปพร้อมกับการเพิ่มศักยภาพและบริหารทรัพยากรในการดำเนินธุรกิจให้คุ้มค่ามากที่สุด นอกจากจะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยยกระดับให้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของกรุงศรีตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น โดยอีกเป้าหมายสำคัญในการร่วมมือกับทรูดิจิทัลในครั้งนี้กรุงศรีหวังอย่างยิ่งที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ ความร่วมมือนี้ยังเป็นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีหน่วยงาน Information Technology and Digital (ITD) ภายใต้การนำของนายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล และทีมงานทำหน้าที่สนับสนุนและเชื่อมโยงสามแกนหลัก คือ การเติบโตในอาเซียน การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน และนวัตกรรม ไว้ด้วยกัน โดยคำนึงว่านวัตกรรมที่พัฒนาใหม่จะต้องสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านธุรกิจ และสามารถนำไปปรับใช้ต่อได้ในระดับภูมิภาค อาทิ การสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลไฮบริดผ่านการนำคลาวด์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความเสถียร รองรับการเติบโต และสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเหมาะสมกับธุรกิจ ภายใต้แผนความร่วมมือดังกล่าว กรุงศรี และ ทรู ดิจิทัล ได้เตรียมงานร่วมกันในการศึกษาถึงความเป็นไปได้และแผนงาน ที่จะขยายความร่วมมือในการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลให้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำกระบวนการแนะนำแบบอัตโนมัติเพื่อสนับสนุน Insight Engines ในการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งจะให้ผลลัพธ์เป็นข้อมูลเชิงลึกชุดใหม่ที่เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจสำหรับการดำเนินธุรกิจของธนาคารต่อไปภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง


Tags : กรุงศรีอยุธยา กรุงศรี ทรู ทรูดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ พงษ์อนันต์ ธณัติไตร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี ดังนั้น SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15%    เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (Minimum Loan Rate : MLR) อยู่ที่ 7.050% ต่อปี  อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR) อยู่ที่ 7.025% ต่อปี  และ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate : MOR) อยู่ที่ 7.150% ต่อปี     มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป    ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 ต่อเนื่อง  ตั้งแต่ปี 2568  สะท้อนความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง  ให้ลดภาระต้นทุนทางการเงิน และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวม     สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก SME D Bank ยังคงตรึงไว้เช่นเดิม เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าธนาคาร ทั้งกลุ่มนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ตลอดจนหน่วยงาน องค์กร สถาบัน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีทางเลือกในการหาแหล่งฝากเงินผลตอบแทนเหมาะสม และมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด นอกจากนั้น SME D Bank พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง และยกระดับกิจการ เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” เปิดโอกาสเพื่อผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท  สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  มุ่งยกระดับพัฒนาศักยภาพธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท และ สินเชื่อ “SME Green Productivity” ส่งเสริมก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ควบคู่มอบบริการพัฒนาธุรกิจครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ให้เอสเอ็มอีปรับตัวทางธุรกิจได้ทุกสถานการณ์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ รับบริการจาก SME D Bank ได้ผ่านทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Mar 2026

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. (ผู้บริหารสูงสุด) มีวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คราวละไม่เกิน 4 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569  โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารและการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร มีประวัติดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บริหารสูงสุดขึ้นไปของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป องค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนขององค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท คุณสมบัติโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศ กบข. เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th หรือสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข.” โทร 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. เว้นวันหยุดทำการของ กบข.  

27 Feb 2026

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner