Responsive image

Sunday, 11 Jan 2026

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


กรุงศรี จับมือ ทรูดิจิทัล ลงนาม MOU เชิงกลยุทธ์ดึงเทคโนโลยีข้อมูลขั้นสูง เสริมแกร่งธุรกิจสู่อนาคต ตอบโจทย์ลูกค้าและพัฒนาอย่างยั่งยืน

Mon 13/11/2566


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ประกาศบันทึกลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ผู้นำบริการด้านดิจิทัลครบวงจร นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data Analytics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนธุรกิจของกรุงศรี ทั้งในด้านระบบปฏิบัติการและการพัฒนาต่อยอดบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบทุกมิติ และได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรุงศรีในการเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้มีความทันสมัยและเติบโตอย่างยั่งยืน

 

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ (สองจากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ (สองจากขวา) ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data Analytics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนธุรกิจของกรุงศรีให้มีความทันสมัยและเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบทุกมิติและได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น


 

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราตระหนักดีว่าการวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลที่ดีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจการเงิน และยิ่งชัดเจนมากขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลที่จะแสดงถึงศักยภาพของแต่ละองค์กรว่าสามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจ ไปพร้อมกับการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้วิเคราะห์ เพื่อมอบบริการและประสบการณ์ที่ถูกต้องตรงใจแก่ลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน การร่วมมือระหว่างกรุงศรี และทรู ดิจิทัลในครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถวางแผนได้อย่างรอบคอบมากขึ้นผ่านการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มและระบบนิเวศข้อมูลดิจิทัลที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูงของทรู ดิจิทัล และเรามั่นใจว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพและยกระดับห่วงโซ่คุณค่าในการดำเนินธุรกิจให้กับกรุงศรีได้อย่างแน่นอน”

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ ทรู ดิจิทัล และ กรุงศรี ในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสองผู้นำแห่งวงการโทรคมนาคม-เทคโนโลยี และสถาบันการเงิน ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลทรานสฟอร์มภาคอุตสาหกรรมการเงินของไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทรู ดิจิทัล ในการสนับสนุนและส่งเสริมองค์กรธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขัน เพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดย ทรู ดิจิทัล จะนำความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร ผลักดันการดำเนินธุรกิจของกรุงศรี มุ่งสู่การขับเคลื่อนด้วยการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และข้อมูลเชิงลึก (Data Intelligence) รวมถึงมีมาตรการจัดการและป้องกันข้อมูลอย่างสูงสุดตามมาตรฐานสากลเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและคุ้มครองความคุ้มค่าของข้อมูล  พลิกโฉมบริการทางการเงินด้วยความสามารถในการเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง จำเพาะเจาะจงและแม่นยำ  นำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมบริการที่ตรงใจลูกค้า รวมถึงยกระดับบริการแบบเฉพาะบุคคลที่เหนือความคาดหมาย  ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงในการนำเสนอบริการทางการเงินต่างๆ  เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรมการเงินไทยในยุคดิจิทัล  และเราจะยังคงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าที่เหนือกว่าแก่ทั้งลูกค้าทรูและลูกค้ากรุงศรี อย่างต่อเนื่อง”

ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญของกรุงศรีในการพลิกโฉมธุรกิจและการส่งมอบบริการทางการเงินที่ทันสมัย ที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้มีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ในระดับบุคคลและเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการต่อยอดการส่งเสริมศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์ขององค์กรเพื่อพัฒนา สนับสนุน และใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างมีจริยธรรม (Explainable and Responsible AI) ในอุตสาหกรรมบริการด้านการเงิน ที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืน

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี ไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเพื่อมอบบริการและประสบการณ์ทางการเงินที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ในอีกด้านหนึ่งเรายังให้ความสำคัญในความต้องการของลูกค้าแต่ละรายไม่ว่าจะเป็นรายย่อย พันธมิตรธุรกิจ หรือผู้ประกอบการทุกระดับต่างมีความต้องการบริการทางการเงินและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการให้บริการ และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของลูกค้าอย่างครอบคลุมและครบถ้วน ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่กรุงศรีได้ร่วมกับ ทรู ดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มระบบวิเคราะห์ข้อมูลมาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเราไปพร้อมกับการเพิ่มศักยภาพและบริหารทรัพยากรในการดำเนินธุรกิจให้คุ้มค่ามากที่สุด นอกจากจะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยยกระดับให้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของกรุงศรีตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น โดยอีกเป้าหมายสำคัญในการร่วมมือกับทรูดิจิทัลในครั้งนี้กรุงศรีหวังอย่างยิ่งที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ ความร่วมมือนี้ยังเป็นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีหน่วยงาน Information Technology and Digital (ITD) ภายใต้การนำของนายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล และทีมงานทำหน้าที่สนับสนุนและเชื่อมโยงสามแกนหลัก คือ การเติบโตในอาเซียน การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน และนวัตกรรม ไว้ด้วยกัน โดยคำนึงว่านวัตกรรมที่พัฒนาใหม่จะต้องสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านธุรกิจ และสามารถนำไปปรับใช้ต่อได้ในระดับภูมิภาค อาทิ การสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลไฮบริดผ่านการนำคลาวด์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความเสถียร รองรับการเติบโต และสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเหมาะสมกับธุรกิจ ภายใต้แผนความร่วมมือดังกล่าว กรุงศรี และ ทรู ดิจิทัล ได้เตรียมงานร่วมกันในการศึกษาถึงความเป็นไปได้และแผนงาน ที่จะขยายความร่วมมือในการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลให้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำกระบวนการแนะนำแบบอัตโนมัติเพื่อสนับสนุน Insight Engines ในการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งจะให้ผลลัพธ์เป็นข้อมูลเชิงลึกชุดใหม่ที่เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจสำหรับการดำเนินธุรกิจของธนาคารต่อไปภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง


Tags : กรุงศรีอยุธยา กรุงศรี ทรู ทรูดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ พงษ์อนันต์ ธณัติไตร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner