Responsive image

Friday, 03 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


FWD ประกันชีวิต เปิดตัว “CI Modular Series” มิติใหม่ของประกันโรคร้ายแรงที่ต่อ เติม เพิ่ม แต่ง ดูแลได้อย่างต่อเนื่อง

Tue 21/11/2566


FWD ประกันชีวิต เปิดตัว “CI Modular Series” นวัตกรรมของประกันโรคร้ายแรง (critical illness)  ที่ให้การดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ด้วย “CI Cash A Day” แบบประกันค่าชดเชยรายวันเมื่อต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน และ “CI Med-ALL” ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายที่ครอบคลุมทั้งโรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เพิ่มเติมจากผลประโยชน์เงินก้อนที่ได้รับจากประกันโรคร้ายแรงหลัก เพราะโรคร้ายไม่ใช่เรื่องเล็ก เราจึงให้ลูกค้าเลือกความคุ้มครองเสริม เพื่อดูแลเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง

นางสาวอลิสา อารีพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต” หรือ “FWD ประกันชีวิต”) กล่าวว่า จากความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ FWD Modular Series จนได้รับรางวัลระดับโลก International Finance Awards 2023 โดย International Finance Magazine (IFM) นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกจากอังกฤษ และรางวัล InsuranceAsia News Country Awards for Excellence 2023 โดยนิตยสาร Insurance Asia News นิตยสารธุรกิจประกันชั้นนำของฮ่องกง  ทำให้เราไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ตามแนวทางการทำงานที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (Customer-led) เราจึงทำความเข้าใจในสถานการณ์ของลูกค้าเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง และจากการศึกษาข้อมูลสถิติสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2564* พบว่าคนไทยมีแนวโน้มเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่มีความเร่งรีบ ร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง น้ำตาล และไขมันในเลือด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง ซึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงสุดได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอักเสบ และโรคหัวใจ และหากเจ็บป่วยอาจเกิดโรคแทรกซ้อน หรือโรคอื่นๆ ที่ทำให้มีค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ จากข้อมูลรายงานการป่วย ปี 2564 ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนกรณีเป็นผู้ป่วยในเฉลี่ยอยู่ที่ 5.13 วัน/ครั้ง** ซึ่งอาจส่งผลให้ขาดรายได้ในระหว่างการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เราจึงคิดค้นและพัฒนาแบบประกันโรคร้ายแรงที่ไม่หยุดลงเพียงแค่การจ่ายเงินก้อนเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง แต่ให้ลูกค้าเลือกซื้อความคุ้มครองเสริมเพิ่มเติมจากแบบประกันโรคร้ายแรงหลัก ซีไอ 50 หรือซีไอ ฟิวเจอร์ได้ตามต้องการ

“CI Cash A Day” ดูแล...รายได้ไม่สะดุด ไม่หยุดแคร์ ด้วยค่าชดเชยรายวันเมื่อเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลจากการเจ็บป่วยด้วย 50 โรคร้ายแรง และเพิ่มความสบายใจเป็น 2 เท่า เมื่อเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤติ โดยสามารถเลือกแผนค่าชดเชยรายวันเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1,000 บาท สูงสุดถึง 5,000 บาทต่อวัน

 

“CI Med-ALL” ดูแล..แคร์ไม่หยุด แค่ตรวจเจอ ด้วยการดูแลค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายหลังจากป่วยด้วย 50 โรคร้ายแรง ครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรงและโรคทั่วไป รวมถึงการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ พร้อมจัดเต็มกับการดูแลรักษาโรคมะเร็ง ด้วยผลประโยชน์ค่าบริการทางการแพทย์สำหรับการตรวจทางพันธุกรรม (Genomic Test for Cancer Treatment) และค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ รวมถึงการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ครอบคลุมการรักษาแพทย์ทางเลือก เช่น การรักษาด้วยแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนจีน ไคโรแพรคติก และการบำบัดอื่นๆ  เพิ่มความอุ่นใจในทุกช่วงเวลา

ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ภายใต้ CI Modular Series” ซึ่งประกอบด้วย CI Cash A Day” และ CI Med-ALL” สามารถติดต่อตัวแทนประกันชีวิต FWD ประกันชีวิต พร้อมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FWD Customer Center 1351 หรือช่องทางเว็บไซต์ https://www.fwd.co.th/

 

ข้อมูลอ้างอิง

*สถิติสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2564 กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
**สรุปรายงานการป่วย ปี พ.ศ. 2564 กองยุธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข

 


Tags : FWD ประกันชีวิต FWD อลิสา อารีพงษ์ เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ผลิตภัณฑ์ FWD ประกันชีวิต ผลิตภัณฑ์ FWD Modular Series FWD ประกันชีวิต เปิดตัว CI Modular Series


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner