Responsive image

Saturday, 18 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ทิพยประกันภัย ตอกย้ำแนวคิด ESG เดินหน้า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2” เทรนทักษะพร้อมมอบอุปกรณ์ฝึกซ้อม ร่วมสานฝันเด็กไทย สู่นักตบลูกยางคลื่นลูกใหม่

Sun 31/12/2566


หลังจากสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับวงการวอลเลย์บอลไทย เพื่อตอกย้ำแนวคิด ESG ในมิติด้านการช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสำคัญการดำเนินงานของทิพยประกันภัย สำหรับโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 1 เป็นความร่วมมือของ ทิพยประกันภัย กับสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค เพื่อจุดประกายสานฝันเด็กไทยทั่วประเทศที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล และสร้างการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง โดยมีตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติ อาทิ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง เข้าร่วมกิจกรรมทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอล ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนชุมชนหนองหัวฟาน อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีโรงเรียนจากทั่วทุกภูมิภาคให้ความสนใจต้องการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทิพยประกันภัยจึงเร่งเครื่องเดินหน้าจัดทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2566 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อ.พระนครศรีอยุ ธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เพื่อให้โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เดินหน้าอย่างต่อเนื่องและเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการสร้างการรับรู้ รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งสู่ ESG ในมิติของการช่วยเหลือสังคม รวมถึงมอบโอกาสให้กับเด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะฝีมืออย่างยั่งยืน ทิพยประกันภัย ในฐานะบริษัทประกันภัยแห่งแรกในไทยที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จึงได้จัดโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้น ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคัดเลือกเยาวชนชายและหญิงช่วงอายุ 10 -14 ปี ที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จำนวน 130 คน จาก 10 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ร.ร.ชุมชนป้อมเพชร, ร.ร.อยุธยาวิทยาลัย, ร.ร.จอมสุรางค์อุปถัมภ์ อ.พระนครศรีอยุธยา, ร.ร.เสนาบดี อ.เสนา, ร.ร.วัดโตนดเตี้ย, ร.ร.วัดสะแก, ร.ร.วัดอุทัย (เชาวนวิทยา) อ.อุทัย, ร.ร.วังน้อยวิทยาภูมิ, ร.ร.วัดบ้านช้าง, ร.ร.จรูญกิมลี้กิจจาทรอนุสรณ์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ว่า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก เป็นโครงการที่ทิพยประกันภัยตั้งใจทำขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอลให้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองไปสู่นักตบลูกยางรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด ESG ที่นำมิติการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจที่ทิพยประกันภัยยึดถือมาพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

หลังจากเปิดตัวโครงการในครั้งแรก ทำให้เราได้รู้ว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพทางด้านกีฬา หลายคนมีพรสวรรค์แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงและเห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งทิพยประกันภัยมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในของโครงการที่ทำขึ้นในมิติช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืนนี้ และหวังว่าโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก จะช่วยจุดประกายสานฝันของทุกคนให้เป็นจริงในเส้นทางกีฬา ซึ่งทิพยประกันภัยพร้อมจะยืนหยัดในการส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยทั่วประเทศอย่างเต็มที่ต่อไป”

ด้านคุณศิรนุช  โรจนเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “โครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ยังคงเต็มไปด้วยสีสันของความสนุกสนานและมีความเข้มข้นในการฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอลจากทีมผู้ฝึกสอนที่เตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่เพียงสอนทักษะความรู้พื้นฐานในการเล่นอย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ทุกคนจะได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นจากผู้ฝึกสอนระดับตำนานทีมชาติ ที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนวอลเลย์บอลทั่วโลก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทิพยประกันภัยนำโอกาสนี้มาให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้จากต้นแบบตัวจริงอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดความฝันให้เป็นจริง

นอกจากนี้ ทิพยประกันภัย ยังคำนึงถึงการพัฒนาทักษะและการนำไปใช้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องใส่ใจถึงอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ จึงได้มอบอุปกรณ์กีฬา เช่น ลูกวอลเลย์บอล จำนวนกว่า 100 ลูก และสนับเข่า จำนวน 120 คู่ เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมและนำไปต่อยอดในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน สิ่งที่น้อง ๆ ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่จะพาน้อง ๆ ไปสู่เส้นทางนักกีฬาในอนาคต และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งหวังไว้”

 

สำหรับโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ ทีมผู้ฝึกสอนสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค นำโดย วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง ตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติที่ปัจจุบันต่างก็รับหน้าที่สำคัญในการดูแลทีมวอลเลย์บอล ที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพื่อนำทักษะความรู้ เทคนิคการเล่นเฉพาะตัว และประสบการณ์ในระดับโลกมาถ่ายทอดให้กับน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด

กัปตันกิ๊ฟ - วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์” ตัวแทนทีมผู้ฝึกสอนกล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกครั้งที่รู้สึกดีใจที่เห็นเยาวชนไทยให้ความสนใจในวอลเลย์บอล และดีใจที่ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนที่จะเรียนรู้ทักษะอย่างถูกต้อง เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่นักกีฬาที่มีศักยภาพในอนาคต ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับน้องๆ อย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนตั้งใจและมุ่งมั่นต่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เรียนรู้และพัฒนาจุดแข็งของตัวเอง ส่วนที่เป็นจุดอ่อนก็ฝึกฝนและปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดใด หากตั้งใจจริงเชื่อว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเป็นนักกีฬาที่ดีในอนาคตได้”

โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เป็นครั้งแรกของวงการประกันภัยในการสนับสนุนด้านกีฬาวอลเลย์บอลอย่างยั่งยืน ซึ่งทิพยประกันภัยจัดตั้งขึ้นเพื่อปูทางให้เยาวชนที่สนใจในวอลเลย์บอลได้ก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาด้วยแนวทางและการฝึกเทคนิคพื้นฐานที่ถูกต้อง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ฝึกซ้อมที่จำเป็นให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจประกันภัยที่มีพันธกิจในการมุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลัก ESG คำนึงถึงความสมดุลของมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อันเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน และจะเดินหน้าต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

 


Tags : ทิพยประกันภัย TIP ทิพยวอลเลย์บอลคลินิก ดร.สมพรสืบถวิลกุล ศิรนุชโรจนเสถียร โครงการทิพยวอลเลย์บอลคลินิก วิลาวัณย์อภิญญาพงศ์ ปลื้มจิตร์ถินขาว


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner