Responsive image

Friday, 03 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ทิพยประกันภัย ตอกย้ำแนวคิด ESG เดินหน้า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2” เทรนทักษะพร้อมมอบอุปกรณ์ฝึกซ้อม ร่วมสานฝันเด็กไทย สู่นักตบลูกยางคลื่นลูกใหม่

Sun 31/12/2566


หลังจากสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับวงการวอลเลย์บอลไทย เพื่อตอกย้ำแนวคิด ESG ในมิติด้านการช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสำคัญการดำเนินงานของทิพยประกันภัย สำหรับโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 1 เป็นความร่วมมือของ ทิพยประกันภัย กับสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค เพื่อจุดประกายสานฝันเด็กไทยทั่วประเทศที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล และสร้างการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง โดยมีตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติ อาทิ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง เข้าร่วมกิจกรรมทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอล ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนชุมชนหนองหัวฟาน อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีโรงเรียนจากทั่วทุกภูมิภาคให้ความสนใจต้องการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทิพยประกันภัยจึงเร่งเครื่องเดินหน้าจัดทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2566 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อ.พระนครศรีอยุ ธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เพื่อให้โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เดินหน้าอย่างต่อเนื่องและเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการสร้างการรับรู้ รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งสู่ ESG ในมิติของการช่วยเหลือสังคม รวมถึงมอบโอกาสให้กับเด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะฝีมืออย่างยั่งยืน ทิพยประกันภัย ในฐานะบริษัทประกันภัยแห่งแรกในไทยที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จึงได้จัดโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้น ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคัดเลือกเยาวชนชายและหญิงช่วงอายุ 10 -14 ปี ที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จำนวน 130 คน จาก 10 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ร.ร.ชุมชนป้อมเพชร, ร.ร.อยุธยาวิทยาลัย, ร.ร.จอมสุรางค์อุปถัมภ์ อ.พระนครศรีอยุธยา, ร.ร.เสนาบดี อ.เสนา, ร.ร.วัดโตนดเตี้ย, ร.ร.วัดสะแก, ร.ร.วัดอุทัย (เชาวนวิทยา) อ.อุทัย, ร.ร.วังน้อยวิทยาภูมิ, ร.ร.วัดบ้านช้าง, ร.ร.จรูญกิมลี้กิจจาทรอนุสรณ์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ว่า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก เป็นโครงการที่ทิพยประกันภัยตั้งใจทำขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอลให้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองไปสู่นักตบลูกยางรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด ESG ที่นำมิติการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจที่ทิพยประกันภัยยึดถือมาพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

หลังจากเปิดตัวโครงการในครั้งแรก ทำให้เราได้รู้ว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพทางด้านกีฬา หลายคนมีพรสวรรค์แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงและเห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งทิพยประกันภัยมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในของโครงการที่ทำขึ้นในมิติช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืนนี้ และหวังว่าโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก จะช่วยจุดประกายสานฝันของทุกคนให้เป็นจริงในเส้นทางกีฬา ซึ่งทิพยประกันภัยพร้อมจะยืนหยัดในการส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยทั่วประเทศอย่างเต็มที่ต่อไป”

ด้านคุณศิรนุช  โรจนเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “โครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ยังคงเต็มไปด้วยสีสันของความสนุกสนานและมีความเข้มข้นในการฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอลจากทีมผู้ฝึกสอนที่เตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่เพียงสอนทักษะความรู้พื้นฐานในการเล่นอย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ทุกคนจะได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นจากผู้ฝึกสอนระดับตำนานทีมชาติ ที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนวอลเลย์บอลทั่วโลก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทิพยประกันภัยนำโอกาสนี้มาให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้จากต้นแบบตัวจริงอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดความฝันให้เป็นจริง

นอกจากนี้ ทิพยประกันภัย ยังคำนึงถึงการพัฒนาทักษะและการนำไปใช้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องใส่ใจถึงอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ จึงได้มอบอุปกรณ์กีฬา เช่น ลูกวอลเลย์บอล จำนวนกว่า 100 ลูก และสนับเข่า จำนวน 120 คู่ เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมและนำไปต่อยอดในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน สิ่งที่น้อง ๆ ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่จะพาน้อง ๆ ไปสู่เส้นทางนักกีฬาในอนาคต และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งหวังไว้”

 

สำหรับโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ ทีมผู้ฝึกสอนสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค นำโดย วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง ตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติที่ปัจจุบันต่างก็รับหน้าที่สำคัญในการดูแลทีมวอลเลย์บอล ที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพื่อนำทักษะความรู้ เทคนิคการเล่นเฉพาะตัว และประสบการณ์ในระดับโลกมาถ่ายทอดให้กับน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด

กัปตันกิ๊ฟ - วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์” ตัวแทนทีมผู้ฝึกสอนกล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกครั้งที่รู้สึกดีใจที่เห็นเยาวชนไทยให้ความสนใจในวอลเลย์บอล และดีใจที่ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนที่จะเรียนรู้ทักษะอย่างถูกต้อง เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่นักกีฬาที่มีศักยภาพในอนาคต ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับน้องๆ อย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนตั้งใจและมุ่งมั่นต่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เรียนรู้และพัฒนาจุดแข็งของตัวเอง ส่วนที่เป็นจุดอ่อนก็ฝึกฝนและปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดใด หากตั้งใจจริงเชื่อว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเป็นนักกีฬาที่ดีในอนาคตได้”

โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เป็นครั้งแรกของวงการประกันภัยในการสนับสนุนด้านกีฬาวอลเลย์บอลอย่างยั่งยืน ซึ่งทิพยประกันภัยจัดตั้งขึ้นเพื่อปูทางให้เยาวชนที่สนใจในวอลเลย์บอลได้ก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาด้วยแนวทางและการฝึกเทคนิคพื้นฐานที่ถูกต้อง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ฝึกซ้อมที่จำเป็นให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจประกันภัยที่มีพันธกิจในการมุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลัก ESG คำนึงถึงความสมดุลของมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อันเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน และจะเดินหน้าต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

 


Tags : ทิพยประกันภัย TIP ทิพยวอลเลย์บอลคลินิก ดร.สมพรสืบถวิลกุล ศิรนุชโรจนเสถียร โครงการทิพยวอลเลย์บอลคลินิก วิลาวัณย์อภิญญาพงศ์ ปลื้มจิตร์ถินขาว


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนทุกคนออกเดินทางท่องจักรวาลของความรักผ่านงาน "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" นิทรรศการ IMMERSIVE LOVE EXPERIENCE จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ที่ชวนคุณสำรวจความรักหลายรูปแบบ ผ่านแสง สี เสียง และประสบการณ์อินเทอร์แอกทีฟ ก่อนค้นพบว่า “รักตัวเอง” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของทุกความรัก ปักหมุดความพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ RCB Galleria 5 ชั้น 3 River City Bangkok ที่สำคัญ... งานนี้เข้าชมฟรี! โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ www.ocean.co.th/loveuniverse ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด! ใครที่เป็นสายศิลปะ นิทรรศการ สายถ่ายรูปคอนเทนต์ หรือคนที่อยากฮีลใจ บอกเลยว่าต้องมา เพราะภายในงานคุณจะได้พบกับ: - สัมผัสประสบการณ์ศิลปะ แบบ Interactive ที่สามารถตอบสนองกับตัวคุณได้แบบเรียลไทม์ - เพลิดเพลินกับพื้นที่ถ่ายภาพสุดตระการตา แสง สี และบรรยากาศที่เซ็ตมาอย่างลงตัว พร้อมเปลี่ยนทุกช็อตให้เป็นความทรงจำที่สวยงาม - หยุดพักจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพื่อทบทวนตัวเอง และรีชาร์จพลังใจกลับบ้านไปด้วยความรู้สึกดีๆ - สำรวจโซนประสบการณ์พิเศษที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพลังของความรักในมิติที่ลึกซึ้งและกว้างใหญ่ยิ่งขึ้น - รับฟรี! "คู่มือ 77 วิธีรักตัวเอง ฉบับลงมือทำ" ไอเทมสุดลิมิเต็ดสำหรับผู้เข้าชมนิทรรศการครั้งนี้เท่านั้น! ลงทะเบียนเข้าชมฟรี ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน!  ล็อกคิววันว่างแล้วทำตามขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้เพื่อรับสิทธิ์เข้าชม: 1. เลือกวันที่สะดวก: คลิกลงทะเบียนล่วงหน้าฟรี! ผ่านเว็บไซต์ www.ocean.co.th/loveuniverse 2. รับ E-Ticket: ระบบจะส่งบัตรเข้าชม (E-ticket) ให้คุณในระบบเว็บไซต์ hellobooku.com และทางอีเมลที่คุณลงทะเบียนไว้ 3. เปิด E-Ticket ที่หน้างาน: วันจริงเพียงแค่เปิดหน้าจอให้เจ้าหน้าที่สแกน QR Code ก็พร้อม เข้าสู่จักรวาลแห่งความรัก "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" ได้ทันที! LOVE IN THE UNIVERSE เป็นพื้นที่ที่คุณจะได้เดิน ชม เลือก และทบทวน เพื่อค้นพบคำตอบลึกๆ ที่อาจไม่เคยได้ถามตัวเองเลยสักครั้งว่า ในจักรวาลของความรักทั้งหมดที่คุณดูแลมาอย่างดี ถึงเวลาหรือยัง ที่คุณจะลงมือ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ./

01 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่มาแรงต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดตัวเป็นแบงก์แรกที่นำเสนอเงินฝากเพื่อเด็ก “ออมสิน ออมรัก” โดยในระยะเวลาเพียง 1 เดือนมียอดเปิดบัญชีทะลุเป้าหมายกว่า 15,000 ราย สะท้อนความตื่นตัวของพ่อแม่ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างวินัยการออมให้บุตรตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของสมาชิกครอบครัว ด้วยข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนี้เอง ธนาคารจึงประกาศขยายสิทธิประโยชน์ของเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถึง 3 ต่อ เพื่อยกระดับปริมาณการออมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยต่อที่ 1) เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้เป็นญาติของผู้เยาว์สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่โดยกำเนิด ต่อที่ 2) เพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสูงสุดเป็น 400,000 บาทต่อบัญชี และต่อที่ 3) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 0.35% ต่อปี ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ปรับเพิ่มทั้งวงเงินที่คุ้มครองและอัตราดอกเบี้ยจะครอบคลุมกับลูกค้าเดิม ที่เปิดบัญชีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมายอีกด้วย เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพ่อแม่ตามกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้เยาว์ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจออมตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ด้วยสิทธิประโยชน์จูงใจด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท/บัญชี (หรือคิดเป็นวงเงิน 4 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน) ขณะที่ผู้เยาว์จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ผู้สนใจฝากเงินกับ “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th ด้วยบทบาทสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำด้านการออม ธนาคารออมสินจะสานต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการออมและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย โดยธนาคารสนับสนุนให้ทุกสถาบันการเงินดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์เกิดแก่คนไทยให้ได้มีวินัยการเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต  

21 Jun 2026

...

คณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติ ครม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572 ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family  

18 Jun 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวเงินฝากหาบทอง สำหรับลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่กำลังจะครบกำหนด ให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.031 ต่อปี โดยแบ่งอัตราดอกเบี้ยเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 15 มีนาคม 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.95 ต่อปี (ระยะเวลา 9 เดือน ) และช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2570 – 15 เมษายน 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.75 ต่อปี (ระยะเวลา 2 เดือน คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการร้อยละ 1.031 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน (ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน) จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่ครบกำหนด และประสงค์จะฝากเงินต่อเนื่องในเงินฝากหาบทอง จะเป็นการฝากเงินทั้งจำนวนต่อแบบอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการที่สาขา ทั้งนี้ หากลูกค้าประสงค์ฝากเงินบางส่วนหรือไม่ประสงค์ฝากเงินต่อในโครงการเงินฝากหาบทอง สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569 โดยธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ร้อยละ 1 ของต้นเงินที่ถอน ขั้นต่ำ 500 บาท (ดำเนินการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น) สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555  

18 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner