Responsive image

Monday, 08 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ทิพยประกันภัย ตอกย้ำแนวคิด ESG เดินหน้า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2” เทรนทักษะพร้อมมอบอุปกรณ์ฝึกซ้อม ร่วมสานฝันเด็กไทย สู่นักตบลูกยางคลื่นลูกใหม่

Sun 31/12/2566


หลังจากสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับวงการวอลเลย์บอลไทย เพื่อตอกย้ำแนวคิด ESG ในมิติด้านการช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสำคัญการดำเนินงานของทิพยประกันภัย สำหรับโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 1 เป็นความร่วมมือของ ทิพยประกันภัย กับสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค เพื่อจุดประกายสานฝันเด็กไทยทั่วประเทศที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล และสร้างการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง โดยมีตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติ อาทิ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง เข้าร่วมกิจกรรมทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอล ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนชุมชนหนองหัวฟาน อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีโรงเรียนจากทั่วทุกภูมิภาคให้ความสนใจต้องการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทิพยประกันภัยจึงเร่งเครื่องเดินหน้าจัดทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2566 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อ.พระนครศรีอยุ ธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เพื่อให้โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เดินหน้าอย่างต่อเนื่องและเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการสร้างการรับรู้ รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งสู่ ESG ในมิติของการช่วยเหลือสังคม รวมถึงมอบโอกาสให้กับเด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะฝีมืออย่างยั่งยืน ทิพยประกันภัย ในฐานะบริษัทประกันภัยแห่งแรกในไทยที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จึงได้จัดโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้น ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคัดเลือกเยาวชนชายและหญิงช่วงอายุ 10 -14 ปี ที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จำนวน 130 คน จาก 10 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ร.ร.ชุมชนป้อมเพชร, ร.ร.อยุธยาวิทยาลัย, ร.ร.จอมสุรางค์อุปถัมภ์ อ.พระนครศรีอยุธยา, ร.ร.เสนาบดี อ.เสนา, ร.ร.วัดโตนดเตี้ย, ร.ร.วัดสะแก, ร.ร.วัดอุทัย (เชาวนวิทยา) อ.อุทัย, ร.ร.วังน้อยวิทยาภูมิ, ร.ร.วัดบ้านช้าง, ร.ร.จรูญกิมลี้กิจจาทรอนุสรณ์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ว่า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก เป็นโครงการที่ทิพยประกันภัยตั้งใจทำขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอลให้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองไปสู่นักตบลูกยางรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด ESG ที่นำมิติการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจที่ทิพยประกันภัยยึดถือมาพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

หลังจากเปิดตัวโครงการในครั้งแรก ทำให้เราได้รู้ว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพทางด้านกีฬา หลายคนมีพรสวรรค์แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงและเห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งทิพยประกันภัยมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในของโครงการที่ทำขึ้นในมิติช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืนนี้ และหวังว่าโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก จะช่วยจุดประกายสานฝันของทุกคนให้เป็นจริงในเส้นทางกีฬา ซึ่งทิพยประกันภัยพร้อมจะยืนหยัดในการส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยทั่วประเทศอย่างเต็มที่ต่อไป”

ด้านคุณศิรนุช  โรจนเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “โครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ยังคงเต็มไปด้วยสีสันของความสนุกสนานและมีความเข้มข้นในการฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอลจากทีมผู้ฝึกสอนที่เตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่เพียงสอนทักษะความรู้พื้นฐานในการเล่นอย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ทุกคนจะได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นจากผู้ฝึกสอนระดับตำนานทีมชาติ ที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนวอลเลย์บอลทั่วโลก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทิพยประกันภัยนำโอกาสนี้มาให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้จากต้นแบบตัวจริงอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดความฝันให้เป็นจริง

นอกจากนี้ ทิพยประกันภัย ยังคำนึงถึงการพัฒนาทักษะและการนำไปใช้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องใส่ใจถึงอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ จึงได้มอบอุปกรณ์กีฬา เช่น ลูกวอลเลย์บอล จำนวนกว่า 100 ลูก และสนับเข่า จำนวน 120 คู่ เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมและนำไปต่อยอดในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน สิ่งที่น้อง ๆ ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่จะพาน้อง ๆ ไปสู่เส้นทางนักกีฬาในอนาคต และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งหวังไว้”

 

สำหรับโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ ทีมผู้ฝึกสอนสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค นำโดย วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง ตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติที่ปัจจุบันต่างก็รับหน้าที่สำคัญในการดูแลทีมวอลเลย์บอล ที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพื่อนำทักษะความรู้ เทคนิคการเล่นเฉพาะตัว และประสบการณ์ในระดับโลกมาถ่ายทอดให้กับน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด

กัปตันกิ๊ฟ - วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์” ตัวแทนทีมผู้ฝึกสอนกล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกครั้งที่รู้สึกดีใจที่เห็นเยาวชนไทยให้ความสนใจในวอลเลย์บอล และดีใจที่ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนที่จะเรียนรู้ทักษะอย่างถูกต้อง เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่นักกีฬาที่มีศักยภาพในอนาคต ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับน้องๆ อย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนตั้งใจและมุ่งมั่นต่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เรียนรู้และพัฒนาจุดแข็งของตัวเอง ส่วนที่เป็นจุดอ่อนก็ฝึกฝนและปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดใด หากตั้งใจจริงเชื่อว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเป็นนักกีฬาที่ดีในอนาคตได้”

โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เป็นครั้งแรกของวงการประกันภัยในการสนับสนุนด้านกีฬาวอลเลย์บอลอย่างยั่งยืน ซึ่งทิพยประกันภัยจัดตั้งขึ้นเพื่อปูทางให้เยาวชนที่สนใจในวอลเลย์บอลได้ก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาด้วยแนวทางและการฝึกเทคนิคพื้นฐานที่ถูกต้อง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ฝึกซ้อมที่จำเป็นให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจประกันภัยที่มีพันธกิจในการมุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลัก ESG คำนึงถึงความสมดุลของมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อันเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน และจะเดินหน้าต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

 


Tags : ทิพยประกันภัย TIP ทิพยวอลเลย์บอลคลินิก ดร.สมพรสืบถวิลกุล ศิรนุชโรจนเสถียร โครงการทิพยวอลเลย์บอลคลินิก วิลาวัณย์อภิญญาพงศ์ ปลื้มจิตร์ถินขาว


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสิทธิเสรีภาพและสังคมของความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) อย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดโปรโมชันพิเศษ คุ้ม 3 ต่อ ให้แก่ลูกค้าเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ที่ร่วมรายการ และชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ที่ BKI Care Station ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 คุ้มที่ 1 รับส่วนลดพิเศษเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 รับส่วนลด 10% - ประกันภัยโรคมะเร็ง ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้าน หรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total รับส่วนลด 15%  คุ้มที่ 2 รับบัตรเติมน้ำมัน หรือ Gift Voucher - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500–4,000 บาท - ประกันภัยโรคมะเร็ง เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,500 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้านหรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500–2,000 บาท และพิเศษเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่มอีก 200 บาท คุ้มที่ 3 รับของสมนาคุณรุ่น Limited Edition เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าเก็บความร้อนเย็นที่จัดทำขึ้นสำหรับเทศกาล Pride Month ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE @bkicarestation และ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า

08 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจเกินคาด มีการจองซื้อเข้ามามากเฉียด 70,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามธนาคารได้ปิดการเสนอขายและออกหุ้นกู้แล้วเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ตามวงเงินโครงการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน และสามารถสร้างสถิติมูลค่าเสนอขายสูงสุดในองค์กรรัฐวิสาหกิจและกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่มีนโยบายในความรับผิดชอบต่อสังคม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพและบทบาทของธนาคารออมสินในการเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ธนาคารจะนำไปใช้จัดหาเงินทุนและรีไฟแนนซ์โครงการที่เข้าเกณฑ์ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) เพื่อรองรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสังคมและสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยทุกชีวิต มุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลัก ESG เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.40% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.59% ต่อปี เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ในการให้คำปรึกษาพร้อมร่วมจัดทำ Sustainable Finance Framework และ DNV (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำหน้าที่ประเมินและให้ความเห็นอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการเงินเพื่อการพัฒนาและภาคสถาบันการเงิน ในการร่วมกันผลักดันแนวทางการเงินเพื่อความยั่งยืน และช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

06 Jun 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569     

04 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” ด้วยสินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ “ออมสินเต็มแม็กซ์” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย สินเชื่อออมสิน SMEs Recharge เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ยเดิม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเดิมและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 30 ล้านบาท ครอบคลุมกิจการของผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบด้านภาษี กิจการที่ต้องแข่งขันราคากับสินค้านำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจในพื้นที่กรณีพิพาทชายแดน ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุม Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อออมสินเต็มแม็กซ์ เพื่อการขยายธุรกิจ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสูงสุดรายละไม่เกิน 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ประสงค์ขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีสร้างพลวัตใหม่ (Reinvent Thailand) สนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ เกษตร-เกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ตลอดจนธุรกิจ Supply Chain ของอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อก้าวสู่ตลาดระดับโลก กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนวัตกรรมแห่งอนาคต กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Tourism / Middle East) สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และยื่นขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115

29 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner