Responsive image

Sunday, 22 Feb 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ทิพยประกันภัย ตอกย้ำแนวคิด ESG เดินหน้า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2” เทรนทักษะพร้อมมอบอุปกรณ์ฝึกซ้อม ร่วมสานฝันเด็กไทย สู่นักตบลูกยางคลื่นลูกใหม่

Sun 31/12/2566


หลังจากสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับวงการวอลเลย์บอลไทย เพื่อตอกย้ำแนวคิด ESG ในมิติด้านการช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสำคัญการดำเนินงานของทิพยประกันภัย สำหรับโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 1 เป็นความร่วมมือของ ทิพยประกันภัย กับสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค เพื่อจุดประกายสานฝันเด็กไทยทั่วประเทศที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล และสร้างการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง โดยมีตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติ อาทิ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง เข้าร่วมกิจกรรมทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอล ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนชุมชนหนองหัวฟาน อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีโรงเรียนจากทั่วทุกภูมิภาคให้ความสนใจต้องการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทิพยประกันภัยจึงเร่งเครื่องเดินหน้าจัดทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2566 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อ.พระนครศรีอยุ ธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เพื่อให้โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เดินหน้าอย่างต่อเนื่องและเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการสร้างการรับรู้ รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งสู่ ESG ในมิติของการช่วยเหลือสังคม รวมถึงมอบโอกาสให้กับเด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะฝีมืออย่างยั่งยืน ทิพยประกันภัย ในฐานะบริษัทประกันภัยแห่งแรกในไทยที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จึงได้จัดโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ขึ้น ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคัดเลือกเยาวชนชายและหญิงช่วงอายุ 10 -14 ปี ที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอล จำนวน 130 คน จาก 10 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ร.ร.ชุมชนป้อมเพชร, ร.ร.อยุธยาวิทยาลัย, ร.ร.จอมสุรางค์อุปถัมภ์ อ.พระนครศรีอยุธยา, ร.ร.เสนาบดี อ.เสนา, ร.ร.วัดโตนดเตี้ย, ร.ร.วัดสะแก, ร.ร.วัดอุทัย (เชาวนวิทยา) อ.อุทัย, ร.ร.วังน้อยวิทยาภูมิ, ร.ร.วัดบ้านช้าง, ร.ร.จรูญกิมลี้กิจจาทรอนุสรณ์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 ว่า “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก เป็นโครงการที่ทิพยประกันภัยตั้งใจทำขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอลให้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองไปสู่นักตบลูกยางรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและพื้นฐานการเล่นอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด ESG ที่นำมิติการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจที่ทิพยประกันภัยยึดถือมาพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

หลังจากเปิดตัวโครงการในครั้งแรก ทำให้เราได้รู้ว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพทางด้านกีฬา หลายคนมีพรสวรรค์แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงและเห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งทิพยประกันภัยมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในของโครงการที่ทำขึ้นในมิติช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืนนี้ และหวังว่าโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก จะช่วยจุดประกายสานฝันของทุกคนให้เป็นจริงในเส้นทางกีฬา ซึ่งทิพยประกันภัยพร้อมจะยืนหยัดในการส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทยทั่วประเทศอย่างเต็มที่ต่อไป”

ด้านคุณศิรนุช  โรจนเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “โครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ยังคงเต็มไปด้วยสีสันของความสนุกสนานและมีความเข้มข้นในการฝึกสอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอลจากทีมผู้ฝึกสอนที่เตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่เพียงสอนทักษะความรู้พื้นฐานในการเล่นอย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ทุกคนจะได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นจากผู้ฝึกสอนระดับตำนานทีมชาติ ที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนวอลเลย์บอลทั่วโลก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทิพยประกันภัยนำโอกาสนี้มาให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้จากต้นแบบตัวจริงอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดความฝันให้เป็นจริง

นอกจากนี้ ทิพยประกันภัย ยังคำนึงถึงการพัฒนาทักษะและการนำไปใช้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องใส่ใจถึงอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ จึงได้มอบอุปกรณ์กีฬา เช่น ลูกวอลเลย์บอล จำนวนกว่า 100 ลูก และสนับเข่า จำนวน 120 คู่ เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมและนำไปต่อยอดในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน สิ่งที่น้อง ๆ ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่จะพาน้อง ๆ ไปสู่เส้นทางนักกีฬาในอนาคต และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งหวังไว้”

 

สำหรับโครงการ ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 2 นี้ ทีมผู้ฝึกสอนสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค นำโดย วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ มลิกา กันทอง ตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทยระดับทีมชาติที่ปัจจุบันต่างก็รับหน้าที่สำคัญในการดูแลทีมวอลเลย์บอล ที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพื่อนำทักษะความรู้ เทคนิคการเล่นเฉพาะตัว และประสบการณ์ในระดับโลกมาถ่ายทอดให้กับน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด

กัปตันกิ๊ฟ - วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์” ตัวแทนทีมผู้ฝึกสอนกล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกครั้งที่รู้สึกดีใจที่เห็นเยาวชนไทยให้ความสนใจในวอลเลย์บอล และดีใจที่ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนที่จะเรียนรู้ทักษะอย่างถูกต้อง เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่นักกีฬาที่มีศักยภาพในอนาคต ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับน้องๆ อย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนตั้งใจและมุ่งมั่นต่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เรียนรู้และพัฒนาจุดแข็งของตัวเอง ส่วนที่เป็นจุดอ่อนก็ฝึกฝนและปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดใด หากตั้งใจจริงเชื่อว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเป็นนักกีฬาที่ดีในอนาคตได้”

โครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก” เป็นครั้งแรกของวงการประกันภัยในการสนับสนุนด้านกีฬาวอลเลย์บอลอย่างยั่งยืน ซึ่งทิพยประกันภัยจัดตั้งขึ้นเพื่อปูทางให้เยาวชนที่สนใจในวอลเลย์บอลได้ก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาด้วยแนวทางและการฝึกเทคนิคพื้นฐานที่ถูกต้อง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ฝึกซ้อมที่จำเป็นให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจประกันภัยที่มีพันธกิจในการมุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลัก ESG คำนึงถึงความสมดุลของมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อันเป็นทิศทางหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน และจะเดินหน้าต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

 


Tags : ทิพยประกันภัย TIP ทิพยวอลเลย์บอลคลินิก ดร.สมพรสืบถวิลกุล ศิรนุชโรจนเสถียร โครงการทิพยวอลเลย์บอลคลินิก วิลาวัณย์อภิญญาพงศ์ ปลื้มจิตร์ถินขาว


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner