Responsive image

Monday, 04 May 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


เมืองไทยประกันชีวิต ปักธงผู้นำแบรนด์แห่งความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืน ชูกลยุทธ์ “Happiness, Your Way” พร้อมตั้งเป้าเป็นคู่คิดด้านวางแผนชีวิต และสุขภาพที่ลูกค้าวางใจอันดับหนึ่ง

Wed 31/01/2567


เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าปักธงผู้นำแบรนด์แห่งการสร้างความสุขและรอยยิ้มอย่างยั่งยืน เปิดตัวแนวคิดการดำเนินงานประจำปี 2567 “Happiness, Your Way เพราะความสุขคือทุกอย่าง ความสุขสไตล์คุณคือที่สุดของทุกสิ่ง” มุ่งเติมเต็มความสุขในแบบที่เป็นคุณ ตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่งในการเป็นคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่คุณวางใจ ที่เน้นตอบโจทย์ทุกความเป็นคุณ (Personal) ในทุกช่วงของชีวิต (Life) เติมเต็มความสุข เพื่อให้คุณเป็นตัวคุณและรู้สึกดีที่สุดในรูปแบบของตัวคุณเอง แม้จะเป็นเรื่องของประกันก็ตาม

 

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า “ปี 2566 นับเป็นปีที่สำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต ในการอยู่เคียงข้างสร้างรอยยิ้มแก่คนไทยครบ 72 ปี และยังเป็นปีที่บริษัทฯ ได้รับคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงถึง 58 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่ก่อนหน้าถึง 17 คะแนน โดยคะแนนดังกล่าวบ่งชี้ความผูกพันธ์และความพึงพอใจของลูกค้าผ่านคำถามง่าย ๆ ว่า ลูกค้ามีแนวโน้มจะแนะนำแบรนด์ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จักมากน้อยเพียงใด ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานเพื่อลูกค้าอย่างครบวงจรของ MTL”

 

 

ในปี  2567  นี้  เมืองไทยประกันชีวิต  เดินหน้าสานต่อการเป็นคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่คุณวางใจ (No. 1 Most Trusted Partner in Life & Health Planning)  พร้อมเปิดตัวกลยุทธ์ประจำปี  “Happiness, Your Way เพราะความสุขคือทุกอย่าง… ความสุขสไตล์คุณคือที่สุดของทุกสิ่ง” ที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้ เพื่อความสุขและรอยยิ้มของพนักงานภายใน พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และสังคมอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ จะดำเนินงานผ่าน 2 แนวคิดหลัก ได้แก่ 

  • Personal  เน้นการสร้างสรรค์พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นคุณอย่างแท้จริง  โดยใช้ภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจ ช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย และส่งมอบความเป็นตัวตนในแบบที่เป็นคุณ อาทิ ความร่วมมือในการขายประกันชีวิตและสุขภาพผ่านความร่วมมือกับ LineBK ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ ซื้อง่าย จ่ายเบา ผ่าน Line และยังให้ข้อมูลด้วยภาษาและเงื่อนไขที่เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยากอีกด้วย หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ของบริษัทฯ ที่ให้บริการลูกค้าอย่าง MTL Online Sales website (online.muangthai.co.th/)  แอปพลิเคชัน  MTL Click  รวมถึงแอปพลิเคชันใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง MTL Connect ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทฯ ในการดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย ที่ใช่ที่เหมาะสม ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ในแบบที่เป็นตนเองอย่างเท่าเทียมและง่ายมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกบทบาทชีวิต ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งคนตัวเล็ก คนตัวใหญ่ เพราะเราเข้าใจทุกความแตกต่างและความเสี่ยงของแต่ละคน

 

  • Life มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิตของผู้คนทุกกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มที่ จึงมีการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างครบด้าน ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพเพื่อส่งมอบความคุ้มครองให้กับคุณและคนที่คุณรัก การส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ดีเพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย การรักษาอย่างครอบคลุมและตรงจุด และสิทธิประโยชน์สำหรับทุก ๆ ไลฟ์สไตล์ ซึ่งโครงการเหล่านี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกันและเอื้อให้ทุกๆ คน ทั้งลูกค้าของบริษัทฯ และประชาชนทั่วไป   ที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัทฯ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่  เช่น บุคคลทั่วไปสามารถใช้แอปพลิเคชัน MTL Fit เพื่อเก็บข้อมูลการออกกำลังในรูปแบบต่างๆ พร้อมสะสมคะแนนเพื่อนำไปใช้แลกเป็นสิทธิประโยชน์อย่างส่วนลดค่าเบี้ยประกันสุขภาพ จากนั้นเมื่อลูกค้าจ่ายเบี้ยประกันภัย นอกจาก     จะได้รับความคุ้มครองสุขภาพตามแผนที่ลูกค้าเลือกสรร เบี้ยประกันภัยดังกล่าวจะถูกนำไปคำนวนเป็นคะแนน Smile Point เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากเมืองไทยสไมล์คลับต่อไป นอกจากนี้ เมื่อเจ็บป่วย บริษัทฯ ก็มีสถานพยาบาลในเครือข่ายมากกว่า 860 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ตามที่ตนเองต้องการ

อย่างไรก็ตาม เมืองไทยประกันชีวิตสามารถส่งมอบความสุขและรอยยิ้มได้ตามแนวทางที่วางไว้ โดยการนำเอา เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยเติมเต็ม ทั้ง AI, Machine Learning, Automation และ Digital Tools อื่น ๆ ในทุก ๆ กระบวนการ ทั้งการขาย การพิจารณารับประกัน การพิจารณาสินไหม ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เพื่อตอบโจทย์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทางการขายและเจ้าหน้าที่บริการ ซึ่งทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เพื่อมอบความสุขในทุกรูปแบบของผู้คนทุกกลุ่มในทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพนักงานภายใน พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และบุคคลต่าง ๆ ในสังคม 

นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจของเมืองไทยประกันชีวิตไม่ได้เน้นการเติบโตด้านรายได้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอีกด้วย 

นายสาระ กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตไว้ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนคือการประสานความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกๆวัน ทั้งนี้ ธุรกิจหลักของบริษัทฯ เป็นเรื่องของประกันชีวิต จึงทำให้ความยั่งยืนแรกในมิติสังคมของเราเกี่ยวข้องกับประกันชีวิตโดยตรง กล่าวคือ เรามุ่งสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกคน (Democratize Insurance)  ไม่ว่าจะเป็นการขยายอายุรับประกันภัยสำหรับแบบประกันภัยหลัก ๆ  ถึง  90  ปี  พร้อมให้ความคุ้มครองต่อเนื่องสูงสุดถึงอายุ  99  ปี      

การพัฒนาแบบประกันภัยสำหรับคนที่เข้าไม่ถึงแบบประกัน ด้วยข้อจำกัดทั้งด้านอายุ โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ หรือไหวแค่ไหนก็ออกแบบให้เข้าถึงได้เพื่อสร้างความอุ่นใจโดยไม่เป็นภาระ  รวมถึงการเปิดการเข้าถึงความคุ้มครองและสุขภาพที่ดีในรูปแบบใหม่ ๆ ตามสภาวะโลกที่เปลี่ยนไป สำหรับมิติสิ่งแวดล้อม เมืองไทยประกันชีวิตได้ลงทุนและเปิดโอกาสให้ลูกค้า  Unit-Linked สามารถลงทุนในสินทรัพย์สีเขียว ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) ตราสาร ESG (ESG Bond) และตราสารส่งเสริมความยั่งยืน พร้อมปลูกฝังวัฒนธรรมสีเขียวให้แก่พนักงานในองค์กร อาทิ การแยกขยะ การลดใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง การลดใช้กระดาษผ่านกระบวนการดิจิทัลต่างๆ  การเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพื่อให้มีการขยายผลสู่สังคมในวงกว้างต่อไป ท้ายที่สุดบริษัทฯ  ยังยึดมั่นและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล และรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณสูงสุดอย่างเคร่งครัดเป็นสำคัญ ตามพันธกิจด้านความยั่งยืนที่ว่า “บริษัทฯ ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย”  

 

จากแนวทางที่ผ่านมา ส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิต ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ในกลุ่มสินค้าหลัก อาทิ เบี้ยประกันภัยโรคร้ายแรงเติบโต 70% และ เบี้ยประกันภัยบำนาญเติบโต 13% ขณะที่ด้านธุรกิจในภูมิภาค CLMV ยังมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง  รวมถึงมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ณ สิ้นปี 2566 สูงกว่า 300% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140%  ด้านความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางด้านการเงิน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่ง ทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลและภายในประเทศจาก Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) ตามลำดับ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ซึ่งถือเป็นอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินระดับประเทศที่สูงที่สุดพร้อมรับรางวัลการันตีทั้งในด้านองค์กร ผลิตภัณฑ์ และบริการ ในระดับประเทศและระดับสากล สะท้อนถึงการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและความสำเร็จในการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างยั่งยืน

 


Tags : เมืองไทยประกันชีวิต MTL สาระ ล่ำซำ เมืองไทยประกันชีวิตเปิดแผนงานปี 2567


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. สร้างทางเลือกทางการเงิน ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง รับดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากทันที ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากได้ทุกเพศ ทุกวัย ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด ฝากได้แล้ว ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกทางการเงินและเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่างยั่งยืน ธ.ก.ส. ชวนฝากเงินกับเงินฝากช้อนทอง เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้า โดยมีเงื่อนไขดังนี้ บุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือกลุ่มบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัย เมื่อฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาท รวมสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้า ณ วันที่ฝากเงิน ร้อยละ 1.15 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากวันไหนก็ได้รับดอกเบี้ยครบ 8 เดือน ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการฝาก ธนาคารจะโอนต้นเงินเข้าบัญชีเงินฝากคู่โอนในวันครบกำหนด โดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อธนาคาร ทั้งนี้ สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน ฝากได้เลยตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลุ้นโชค ธ.ก.ส. ยังมีสลากออมทรัพย์ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 20 ล้านบาททุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง เมื่อฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท และชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาท ที่มาพร้อมรางวัลพิเศษอีกรางวัลละ 1 ล้านบาท ปีละ 3 ครั้ง รวม 30 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และชุดขุนแผนมรกต หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือนมูลค่า 40 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยทันทีหน่วยละ 19 บาท ทั้งนี้ เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ฝากสะดวกทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile และธ.ก.ส. ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 และเว็บไซต์ www.baac.or.th  

02 May 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้ จากมะเร็งสู่ชีวิตใหม่” โดยได้ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง พร้อมเปิดใจกับการกลับมารักตัวเองและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยมีตัวช่วยสำคัญที่สร้างความอุ่นใจอย่าง ‘ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง’ แก่พลังตัวแทน และที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ประเทศไทย กว่า 300 ท่าน ในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมพูดคุยถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรงให้แก่คนไทย เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถิติปัจจุบัน คนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีอัตราสูงถึงราวร้อยละ 15 ทำให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานของคนไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เอไอเอ ในฐานะผู้นำด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เรามีพันธกิจที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวของคนไทยผ่านการวางแผนด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง   “โดยเรามองว่าทุกคนควรเริ่มต้นวางแผนทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย หรือ ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะเริ่มมีโอกาสในการเจ็บป่วยและเป็นโรคร้ายแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญสำหรับประกันโรคร้ายแรง ควรต้องทำให้ครอบคลุม 3 กลุ่มโรคร้ายแรงยอดฮิต อย่าง “มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือด” เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่าสัดส่วนการเคลมจาก 3 กลุ่มโรคนี้สูงถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยความถี่ของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้น ในเอเชียจะพบได้ประมาณ 18-26 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และในรายงานจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าโรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ส่งผลให้มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในกลุ่มโรคมะเร็ง “นอกจากนั้นความคุ้มครองที่ควรจะต้องมีขั้นต่ำคือ 3 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าผ่าตัด, ค่าฉายแสง, ค่ารักษาแบบมุ่งเป้า เป็นต้น) รวมถึงยังมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จากการรักษา และในช่วงพักฟื้นอีกด้วย   “ซึ่งในวันนี้ เอไอเอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คุณพลอย เฌอมาลย์ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวและมุมมองในมุมของลูกค้าจริงให้กับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งประสบการณ์จริงจากคุณพลอยจะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเริ่มมองหาเกราะคุ้มกันโรคร้ายแรงให้ตัวเองและคนที่คุณรัก” คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดง นางแบบและพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง เผยว่า “มะเร็งเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่คิดค่ะ ที่ผ่านมามั่นใจว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรงเพราะเป็นคนออกกำลังกายหนัก เล่นกีฬาทุกประเภท แต่เราอาจลืมไปว่าเราก็ใช้ชีวิตหนักเช่นเดียวกัน แต่ถือว่าโชคดีที่พลอยตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีทำให้เรารู้เร็วว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งย้อนกลับไปตอนที่คุณหมอเจอเนื้อร้ายและแจ้งว่าพลอยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ตอนนั้นพลอยเครียดมาก น้ำหนักลง 13 กิโลกรัม ใน 3 เดือน ไม่กินข้าว มือสั่น นอนไม่หลับ ไม่อยากออกไปเจอใคร ขังตัวเองในบ้าน เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ร้องไห้ทุกวัน เป็นหนักมากค่ะ แต่พอดึงสติกลับมาคิดทบทวน พลอยรู้สึกเลยว่าเรายังโชคดีที่รู้เร็ว ทำให้เราได้เข้ารับการรักษาเร็ว และที่โชคดีมาก ๆ คือเรามีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   “การรักษาคือคุณหมอให้ฉายแสงค่ะ ไม่ต้องใช้คีโม แต่ต้องฉายแสง 25 ครั้ง ทำ 5 วันต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 3 ล้านบาท แต่ดีที่พลอยทำประกันของเอไอเอไว้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เลยครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เกือบทั้งหมดค่ะ “สำหรับพลอยอยากขอบคุณเอไอเอที่เชิญพลอยมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ พลอยอยากให้เรื่องราวของพลอยช่วยเตือนใจทุกคนว่าชีวิตคนเราสามารถมีเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติค่ะ การมีสติรู้ตัวและหยุดความคิดลบให้ได้ สำคัญมาก เราล้มได้เราก็ค่อย ๆ ลุกได้เช่นเดียวกัน พลอยอยากให้ทุกคนกอดตัวเองให้แน่น ๆ รักตัวเองให้มากกว่าเดิม ใจดีกับตัวเองดูบ้างนะคะ หลังจากที่พลอยเป็นมะเร็งในครั้งนี้ทำให้พลอยได้เรียนรู้ว่ามะเร็งเป็นโรคที่กลัวความสุขค่ะ เราควรจะกลับมามี Relationship กับตัวเองค่ะ และพลอยอยากฝากไว้สำหรับคนที่กำลังเป็นโรคอะไรก็ตาม การที่เรารู้เร็วว่าเราเป็นโรคอะไร ก็ให้คิดว่าเราจะได้รักษาเร็ว อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ เราต้องสู้เพราะเรากำลังจะได้โอกาสอีกครั้ง และอยากให้ทุกคนกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด   ที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนมีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงติดตัวไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดถึง ประกันจะเป็นตัวช่วยหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลให้กับเราค่ะ ทุกคนจะได้มีแรงในการดำเนินชีวิตต่อไป และสำหรับผู้หญิงเรา หากอายุถึง 30 ปีแล้วควรตรวจเมมโมแกรมทุกปีด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1 ดังนั้นการตรวจสุขภาพทุกปีจะช่วยให้หาโรคเจอในระยะเริ่มต้นด้วยค่ะ”  

28 Apr 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของ SMEs วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งให้จัดสรรสำหรับปล่อยสินเชื่อที่สนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ สินเชื่อเพื่อการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมวงเงินทั้ง 2 สินเชื่อที่ได้รับจัดสรรตามวัตถุประสงค์นี้ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย : กรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สนับสนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว โดยประชาชนสามารถยื่นกู้โดยตรงกับธนาคารออมสิน ทั้งแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 500,000 บาท มีเงินดาวน์ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก เท่ากับ 3.50% ต่อปี และแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถกู้แบบมีเงินดาวน์ 10% และ 20% อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5 ปีแรก เท่ากับ 3.25% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 20%) และ 3.50% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 10%) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐ ผู้สนใจสามารถติดต่อยื่นขอกู้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หมดเขตวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าจะมีผู้ขอกู้ครบตามวงเงินโครงการ 2. สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า : EV สนับสนุนการปรับตัวด้านการขนส่ง การเดินทาง การประกอบอาชีพและธุรกิจที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนกิจการด้านขนส่ง โดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนยื่นกู้กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) และสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย สำหรับการกู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้ามือแรก (ป้ายแดง) ในประเภทรถยนต์ เช่น BEV, PHEV, HEV, FCEV คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 5% ต่อปี ส่วนประเภทรถจักรยานยนต์คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 10% ต่อปี เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เป็นผู้กำหนดขึ้นตามนโยบายของแต่ละแห่ง ผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกใช้บริการได้ตามที่สะดวก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย (โครงการย่อยกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน – ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ จัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า) ได้ที่ธนาคารออมสิน GSB Contact Center โทร. 1115 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th

27 Apr 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner