Responsive image

Tuesday, 16 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


มองอดีต ส่องอนาคต 90 ปีของนิสสัน แบรนด์รถยนต์ในใจคนรักรถทั่วโลก

Sat 17/02/2567


นิสสัน รถยนต์แบรนด์จากญี่ปุ่นในดวงใจหลายคนเพิ่งฉลองครบ 90 ปีเต็มของการก่อตั้งไปหมาดๆ เมื่อปลายเดือนธันวาคมนี้เอง  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิสสันมักมีสิ่งใหม่ๆ ที่คนคาดไม่ถึงมานำเสนออยู่เสมอ  มาดูเส้นทางการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกว่าตลอด 9 ทศวรรษที่ผ่านมานิสสันทำอะไร และมีอะไรบ้างที่นิสสัน กล้าที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ “dare to do what others don’t” 

นิสสัน มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1933 ที่เมืองโยโกฮามา เพื่อผลิตรถยนต์ขึ้นเองในประเทศญี่ปุ่น เป็นรถยนต์ที่ผลิตจำนวนมากหรือ mass production  ราคาพอสมควร สามารถแข่งขันกับแบรนด์รถยนต์จากต่างประเทศได้  ให้คนมีโอกาสได้ใช้รถกันอย่างสะดวก หลังจากก่อตั้งแล้วไม่นาน นิสสัน มอเตอร์ ก็เริ่มส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย อเมริกา และภูมิภาคต่างๆ ก่อนจะขยายธุรกิจไปทั่วโลก มีโรงงานผลิตในหลายๆ ภูมิภาค  โดยในปัจจุบัน นิสสันมีโรงงานผลิตในประเทศไทยซึ่งผลิตทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์กระบะหนึ่งตันเพื่อการพาณิชย์ รวมถึงยังเป็นฐานการประกอบแบตเตอรี และชุดขับเคลื่อนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ อี-พาวเวอร์ เพื่อส่งออกไปทั่วภูมิภาคอาเซียน และหลายประเทศทั่วโลก

นิสสัน มอเตอร์ ยังได้ร่วมมือทางเทคนิค และเข้าซื้อกิจการบริษัทอื่นๆ เช่น การร่วมมือด้านเทคนิคกับออสติน มอเตอร์ ของอังกฤษ การเข้าซื้อกิจการ ปริ๊นซ์ มอเตอร์ เป็นต้น ทำให้รถยนต์ของนิสสันมีความหลากหลาย มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อผนวกกับความสามารถของทีมวิศวกรชั้นนำของนิสสัน ทำให้ตลอด 90 ปีที่ผ่านมา นิสสันได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นครั้งแรกของโลกมากมาย เช่น รถมินิแวนรุ่นแรกของโลก (Prairie Model M10)  การใช้หุ่นยนต์แบบหลายแขน (multi-arm robot) เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผลิต  การพัฒนารถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้ระบบกันสะเทือนแบบมัลติลิ้งค์  เทคโนโลยี Bird Eye View Navigation   การพัฒนารถรุ่น Bluebird Sylphy ที่ผลิตไอเสียต่ำ หรือ super ultra-low emission vehicle ซึ่งปล่อยไอเสียน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้ถึง 75%  และรุ่นที่คนขับรถหลายคนทั่วโลกพอจะคุ้นหน้ากันคือ นิสสัน ลีฟ (LEAF) รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ผลิตและขายในเชิงพาณิชย์

 

Nissan LEAF (นิสสัน ลีฟ)

 

ผลงานที่สะท้อนความ Dare to do what others don’t มากที่สุดของนิสสัน จะมีทั้งสองขั้ว คือ ฝั่งสมรรถนะ กับฝั่งที่เป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกเพื่อความยั่งยืน  

 

Nissan Skyline GT-R 1969 (นิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ ปี 1969)

 

Nissan Z (นิสสัน แซท)

 

ในกลุ่มรถสมรรถนะสูง แน่นอนว่าชื่อของ สกายไลน์, จีที-อาร์, และ แซท (Z) ที่ล้วนแต่เป็นรถในฝันของนักเลงรถ เพราะไม่เป็นสองรองใครในเรื่องของวิศวกรรม การออกแบบ และประวัติในฐานะแชมป์สนามแข่งระดับตำนาน และสุดยอดความภูมิใจของนิสสัน อาทิ นิสสัน จีที-อาร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพในสนามแข่ง และเป็นครั้งแรกที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเอาชนะค่ายรถยนต์ที่เคยครองแชมป์สนามแข่งมาหลายปีในหลายๆ สนามได้อย่างราบคาบในยุค 1960s  และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ รุ่นล่าสุดคือ GT-R R35  และแม้กระทั่งในงาน Japan Mobility Show หรือโตเกียวมอเตอร์โชว์โฉมใหม่ซึ่งจัดไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หนึ่งในคอนเซ็ปต์คาร์ของนิสสันก็ยังรวมถึงรถสมรรถนะสูงอย่าง ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวตายตัวแทนของ จีที-อาร์ R35 อีกด้วย

 

Nissan TAMA

 

ในอีกขั้วหนึ่ง คือ รถยนต์พลังงานทางเลือกที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญในปัจจุบัน ซึ่งเรากำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และความต้องการของการใช้พลังงานสะอาดอย่างยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งที่จริงแล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับนิสสัน เพราะรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอยู่คู่ประวัติศาสตร์นิสสันมาเกือบ 80 ปีแล้ว  นั่นก็คือ รถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ชื่อ TAMA ที่ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 1947 หลังสงครามโลกจบลงใหม่ๆ ญี่ปุ่นขาดแคลนน้ำมัน อาหาร และทรัพยากรต่างๆ แต่มีพลังงานไฟฟ้ามาก เพราะแทบจะไม่มีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือการผลิตเลย จึงเกิดไอเดียที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขึ้น  TAMA วิ่งได้ไกลถึง 96 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น

 

Nissan Ariya

 

นับจนถึงวันนี้ รถยนต์ไฟฟ้ากลับมาเป็นความหวังของคนทั้งโลกอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะพลังงานไฟฟ้ามีเหลือเฟือ แต่เพราะคนทั้งโลกตระหนักถึงความรับผิดชอบในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนมากขึ้น  นิสสันเอง ก็ได้พัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าต่อเนื่อง เช่น นิสสัน ลีฟ (Leaf) นิสสัน ซากุระ (Sakura) และ นิสสัน อริยะ (Ariya)  แม้กระทั่งคอนเซ็ปต์คาร์ทั้ง 5 รุ่นของนิสสันที่แสดงในงานเจแปน โมบิลิตี้ โชว์ ที่ผ่านมา เป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด  รวมทั้งยังพลิกโฉมดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์แห่งอนาคตจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้เต็มที่พร้อมกับแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากแค่ไหน สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้สอดคล้องกับวิถีการใช้ชีวิต ตอกย้ำมุมมองของนิสสันที่เชื่อว่ารถยนต์แห่งอนาคต คือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะที่จะสร้างความตื่นเต้น (Vehicle intelligence that electrifies our future)

สำหรับลูกค้าชาวไทย นิสสันเป็นรถสามัญประจำบ้านของหลายครอบครัวมาตลอด 70 กว่าปีที่นิสสันเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่ยังคงใช้แบรนด์ดัทสันก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นนิสสัน เพราะความคุ้มค่า คุณภาพดี ขับขี่และดูแลรักษาง่าย ไม่ว่าจะเป็นรถบ้านหรือรถกระบะที่ขึ้นชื่อว่าทนทาน อึด บรรทุกของได้มาก วางใจได้  และในปัจจุบันก็มีรถยนต์ให้เลือกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นรถซีดาน เอสยูวี รถสำหรับครอบครัวหรือ PPV และรถกระบะก็ตาม รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีการขับเคลื่อนหลากหลายทั้งแบบที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ (e-POWER) ที่ให้ฟีลการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่

แฟนของนิสสันที่มีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น สามารถแวะไปเยี่ยมนิสสัน แกลเลอรี่ (Nissan Global Headquarters Gallery) ที่โยโกฮามาได้ด้วย ที่นี่เป็นที่รวมเอารถยนต์รุ่นสำคัญๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน และคอนเซ็ปต์คาร์แห่งอนาคตไว้ในที่เดียว และเปิดให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปนั่งได้ สัมผัสรถแต่ละรุ่นได้ ซึ่งจะทำให้ได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์รุ่นต่างๆ เทคโนโลยีที่น่าสนใจตลอด 90 ปีที่ผ่านมา และถ้าไม่อยากเดินละเลียดชมทีละรุ่น นิสสันยังมีบอร์ดจัดแสดงรถจำลองคันจิ๋วครบทุกรุ่นตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เรียงตามลำดับมาจนถึงปัจจุบันให้ได้ชมวิวัฒนาการกันเต็มที่  และมีมุมจำหน่ายของที่ระลึกเก๋ๆ ด้วย

ใครสนใจอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ แนะนำให้เข้าไปดูวีดีโอ หรืออ่านข้อมูลเรื่องราวตลอด 90 ปีของนิสสัน ที่คุณอาจไม่เคยรู้ไว้ที่เว็บไซต์ https://www.nissan-global.com/EN/ หรือจะโหลดหนังสือที่สรุปเรื่อง 90 ปีไว้ในไม่กี่หน้าได้ที่  https://www.nissan-global.com/EN/BOOK/90TH_ANNIVERSARY/html5m.html#page=5

 


Tags : นิสสัน รถยนต์นิสสัน ส่องอนาคต90ปีของนิสสัน นิสสันมอเตอร์ รถยนต์แบรนด์จากญี่ปุ่น


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ธนาคารออมสิน กับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำของประเทศ เปิดตัว "ออมสิน The Selected" มิติใหม่แห่งการลงทุนภายใต้ Thematic Investment ที่คัดสรรกองทุนคุณภาพตามธีมการลงทุนตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้คนไทยและเพิ่มโอกาสเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง โดยมี นายณัทธร โพธิแพทย์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลงทุนและบริหารการเงิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก 10 บลจ. ร่วมงาน   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพึ่งพาการออมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังลังเลที่จะเริ่มต้นลงทุนเนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงและขาดความรู้ความเข้าใจ ธนาคารออมสินในฐานะธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต จึงมุ่งส่งเสริมการออมตามภารกิจหลัก ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้คนไทยลงทุนต่อยอดเงินออม โดยเพิ่มทางเลือกที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เงินฝากและสลากออมสินของธนาคาร ผ่าน “ออมสิน The Selected” ด้วยการร่วมมือกับ 10 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรกองทุนคุณภาพตาม “Thematic Investment” จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ครอบคลุมทุกเป้าหมายและระดับความเสี่ยง ให้บริการผ่านสาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศโดยผู้แนะนำการลงทุน และผ่านแอป MyMo (เฉพาะ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)) ช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายขึ้น เลือกกองทุนที่เหมาะกับตนเอง สะดวกต่อการกระจายความเสี่ยง บริหารพอร์ตอย่างสมดุล และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้   กลุ่มที่ 1 สร้างพอร์ตมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ กับกองทุนที่สร้างรายได้สม่ำเสมอและบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล เป็นก้าวแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเงินออมมาหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคงและสูงขึ้น โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. กรุงศรี จำกัด และ บลจ. กสิกรไทย จำกัด   กลุ่มที่ 2 สร้างการเติบโต โอกาสสู่ความมั่งคั่ง เน้นลงทุนในตราสารทุน เปิดรับโอกาสจากเศรษฐกิจ นวัตกรรม และตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน), บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด   กลุ่มที่ 3 สร้างสมดุลที่ใช่ เน้นลงทุนในสินทรัพย์ผสมและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเปิดรับโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. พรินซิเพิล จำกัด และ บลจ. วรรณ จำกัด  

15 Jun 2026

...

ไทยประกันชีวิต ตอกย้ำการเป็น Life Solutions Provider สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” (LifeVerse) ภายใต้แนวคิด “One Account for a Lifetime” ครั้งแรกของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง การวางแผนการเงิน และสัญญาเพิ่มเติมให้เหมาะกับทุกช่วงชีวิตได้ตลอดเวลา ครบ จบในกรมธรรม์เดียว เสริมความยืดหยุ่นด้านการวางแผนเกษียณสามารถแปลงมูลค่าบัญชีกรมธรรม์เป็นประกันบำนาญหลังอายุ 50 ปี พร้อมบริการสุดพิเศษที่ดูแลชีวิตและสุขภาพลูกค้าครบรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษา การวางแผนและการฟื้นฟู   นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นโซลูชันในการดูแลลูกค้าในทุกมิติของชีวิต จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” ครั้งแรกของธุรกิจประกันชีวิตที่พลิกโฉมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบเดิม สู่ “ผลิตภัณฑ์เดียวที่สามารถวางแผนชีวิตของตนเองและครอบครัวได้ตลอดชีวิต” หรือ One Account for a Lifetime ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตไปตลอดเส้นทางชีวิตได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งการวางแผนความคุ้มครอง การวางแผนสุขภาพ การบริหารความมั่งคั่ง การลงทุน การวางแผนเกษียณอายุ ตลอดจนการส่งต่อคุณค่าและมรดกให้แก่ครอบครัวและคนที่คุณรัก ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” แบบประกันแรกที่เปิดตัวคือ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน – 80 ปี และมอบความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี  มาพร้อมจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนความคุ้มครองให้สอดรับกับทุกช่วงชีวิต หรือปรับเพิ่ม/ลดเบี้ยประกันภัยหรือหยุดพักชำระเบี้ยฯ หรือปรับเปลี่ยนวงเงินการออม รวมถึงสามารถปรับเพิ่มหรือลดสัญญาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องซื้อสัญญาหลักใหม่  อีกทั้ง เบี้ยประกันชีวิตสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถวางแผนการเกษียณ โดยสามารถแปลงมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ประกันภัยหลักเพื่อซื้อประกันบำนาญแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียวได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง​​ ทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ภายหลังจากถือกรมธรรม์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99 ครบ 5 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองเป็นครั้งแรก และมีอายุอยู่ในช่วง 50 – 70 ปี   “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตแบบองค์รวม ทั้งเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องตามเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจ (Business Purpose) ของไทยประกันชีวิตที่มุ่งเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล หรือ Life Solutions Provider ภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” (Care with Heart) ที่มุ่งส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างครบรอบด้าน ทั้งในด้าน Health - Wealth - Life คือ สุขภาพที่ดี  ชีวิตที่ดี และความมั่นคงมั่งคั่งให้กับลูกค้า ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการในทุกช่วงของชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าหลายๆ ประเภทรวมกันเพื่อตอบสนองความต้องการให้ครบรอบด้าน หรือต้องซื้อสินค้าใหม่ทุกครั้งเมื่อความต้องการปรับเปลี่ยน ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของผลิตภัณฑ์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส จึงมุ่งรองรับการเปลี่ยนแปลงทุกช่วงชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) นายเคียน ฮิน ลิม กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส ยังอำนวยความสะดวกด้วยการบริหารความคุ้มครองแบบบัญชีครอบครัวไลฟ์เวิร์ส (Family Account) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตของตนเองและสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่ถือกรมธรรม์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์สได้ อาทิ ชำระเบี้ยประกันภัยหรือติดตามมูลค่ากรมธรรม์ของคนในครอบครัว  ผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต สะท้อนบทบาทของประกันชีวิตยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างหลักประกันทางการเงิน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว” “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส จึงไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต แต่คือการยกระดับประสบการณ์การวางแผนชีวิตในรูปแบบใหม่ ที่ผสานความมั่นคง ความยืดหยุ่น และการดูแลด้วยหัวใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าและครอบครัววางแผนชีวิตกับไทยประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนเจตนารมณ์ของไทยประกันชีวิตในการเป็น “ทุกคำตอบของชีวิต” พร้อมเคียงข้างลูกค้าและครอบครัวในทุกก้าวของชีวิตอย่างแท้จริง” ขณะเดียวกันลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” จะได้รับสิทธิพิเศษด้านสุขภาพและการวางแผนชีวิตที่ดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย การรักษา การวางแผนและการฟื้นฟู โดยด้านการป้องกันและการตรวจวินิจฉัย บริษัทฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพมอบสิทธิพิเศษในการป้องกันและตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเบื้องต้น, โปรแกรมตรวจยีน (DNA) เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคมะเร็ง, โปรแกรมตรวจหาความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์, แบบทดสอบระดับสุขภาพสมองเชิงลึก เป็นต้น   ด้านการรักษาและการฟื้นฟู อาทิ สิทธิพิเศษด้านการตรวจ รักษา และฟื้นฟูโรคมะเร็งแบบองค์รวมด้วยนวัตกรรมขั้นสูง, บริการผู้ช่วยส่วนตัวด้านการแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาด้านการแพทย์เบื้องต้นและการประสานงานนัดหมายแพทย์, บริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นด้านสุขภาพจิต, บริการรับ–ส่งโรงพยาบาล, บริการจัดหาที่พักใกล้โรงพยาบาล และสิทธิพิเศษเนอร์สซิ่งโฮม พร้อมกันนี้ยังมีบริการด้านการวางแผนชีวิต อาทิ บริการปรึกษาทนายด้านพินัยกรรมและมรดก เพื่อการส่งต่อมรดกให้คนที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ ผู้สนใจแบบประกัน “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” สามารถติดต่อ Life Advisor ไทยประกันชีวิต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1124 หรือ https://tliplc.com/lifeverse?r=qr “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” เป็นชื่อทางการตลาด ส่วนในกรมธรรม์จะระบุชื่อแบบประกัน “ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้ขอเอาประกันภัยต้องแถลงข้อมูลตามความเป็นจริงในเอกสารใบคำขอเอาประกันภัย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของท่าน ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย  

15 Jun 2026

...

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” รอบภูมิภาค รุ่นที่ 165 ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมรับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที หลังผ่านการอบรมและทดสอบ โดยโครงการอบรมฯ เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2569 สำหรับ หลักสูตรการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญของการขับขี่ ทั้งกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับขี่ การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางบก พร้อมเสริมความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของการประกันภัยรถยนต์ จากวิริยะประกันภัย ในวันที่ 11 ก.ค. 2569 ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท จ.นครนายก โดยภายหลังเสร็จสิ้นการอบรมภาคทฤษฎี ผู้เข้าร่วมจะต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนในรูปแบบ E-exam และการทดสอบภาคปฏิบัติ ตามมาตรฐานเดียวกับการสอบในวันและเวลาราชการ ในวันที่ 12 ก.ค. 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถมาก่อน โดยยื่นเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสาร) ได้ที่กรมการขนส่งทางบก และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธวัช วงษ์ศรีหัส ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการทดแทนนครนายก โทรศัพท์หมายเลข 085-105-4675 และคุณกนกพร วิทยาภรณ์ เจ้าหน้าที่การตลาดสาขาสระบุรี โทรศัพท์หมายเลข 086-616-1442

10 Jun 2026

...

กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมกับ “มนุษย์ต่างวัย” จัดงาน “มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ลอง GEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม” ชวนทุกคนมาออกแบบชีวิตที่ยืนยาวให้ทั้งสนุก มีคุณภาพ และมีความหมาย พบกับ 4 โซนกิจกรรมของบูธกรุงเทพประกันชีวิต ที่มาในคอนเซปต์ “Happy Longevity” ชีวิตดี 4 ด้าน กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล ความสัมพันธ์ดี มาร่วมสำรวจ “4 บัญชีชีวิต” ของตัวเองเพื่อออกแบบชีวิตที่มั่นคง สมดุล และมีความสุขอย่างยั่งยืน ร่วมพูดคุย ปรึกษา และออกแบบแผนการเงิน ที่เหมาะกับตัวเอง ตามเป้าหมายที่ต้องการ กับผู้เชี่ยวชาญ และนักวางแผนการเงินมืออาชีพ (CFP) ภายในบูธกรุงเทพประกันชีวิต ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดงานทั้ง 3 วัน ลงทะเบียนจองเวลารับคำปรึกษาล่วงหน้าได้ที่ https://bla.bangkoklife.com/ReserveYourCFP     นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบจัดเต็มที่ออกแบบเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนโสด ชาวเดอะแบกที่ดูแลคนทั้งบ้าน หรือคนที่กำลังเตรียมตัวเกษียณ วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569  เวลา 12.30 - 14.30 น. ชวนเช็กบัญชีชีวิต วางแผนเกษียณให้ ‘จอย’ นานเท่าอายุขัย โดย อาจารย์รัก ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน วางแผนใช้เงินให้พอจนถึงปลายชีวิต ส่งต่อทรัพย์สินอย่างมีความหมาย วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 - 14.30 น. ชวนเช็กบัญชีชีวิต เดอะแบก Guide จัดสมดุลชีวิตและการเงินยังไงให้ใจไม่พัง โดยคุณดุษณี เกลียวปฏินนท์, CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนเกษียณและการบริหารการเงินส่วนบุคคล เริ่มวางแผนอนาคต โดยไม่ต้องรอให้พร้อม 100% จัดการใจทำยังไงให้แบกต่อไหว แบบไม่ใจพัง วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569  เวลา 12.30 - 14.30 น. วิชาตัวเบา ออกแบบชีวิตโสด (และไม่มีลูก) ให้มีความสุข โดย คุณนฤมล บุญสนอง, CFP® กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย รู้วิธีใช้เงิน บริหารเงินให้บาลานซ์ระหว่าง “ใช้ชีวิตตอนนี้” กับ “ดูแลตัวเองในอนาคต” เข้าใจการลงทุนและประกันที่จำเป็นสำหรับชีวิตที่ต้องพึ่งตัวเอง ออกแบบชีวิตเกษียณที่ไม่ต้องพึ่งใคร แต่ยังมีความสุขได้ในแบบของตัวเอง อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญบนเวทีหลัก ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมอง และแนวคิดในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในหัวข้อ “สำรวจ 4 บัญชีชีวิต ใส่ใจให้ชีวิตดีมีสมดุล” ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 14.40 - 15.20 น. กับ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและ Wellness ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife และคุณสกาว สำราญคง นักวางแผนการเงิน CFP® และ FLMI ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมช่องทางการขาย บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจสมัครทำประกันชีวิตทุกแบบประกัน (ยกเว้นแบบประกัน ยูนิต ลิงค์) และชำระเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปี 10,000 บาทเป็นต้นไปต่อกรมธรรม์ รับบัตรกำนัลเซ็นทรัลทันทีภายในงาน หรือเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปี 30,000 บาทเป็นต้นไปต่อกรมธรรม์ รับของที่ระลึกเพิ่มเติม อาทิ กระเป๋าใส่ใจ Fluffy Bag กระเป๋าเดินทาง Caggioni ขนาด 24 นิ้ว พบกับแนวคิดดีๆ และกิจกรรมต่างๆ พร้อมรับฟรี! ถุงผ้าใส่ใจ และคู่มือทดสอบสมดุลชีวิต ได้ที่ บูธกรุงเทพประกันชีวิต ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 (Impact Exhibition Center Hall 6)   

10 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner