Responsive image

Wednesday, 16 Sep 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


มองอดีต ส่องอนาคต 90 ปีของนิสสัน แบรนด์รถยนต์ในใจคนรักรถทั่วโลก

Sat 17/02/2567


นิสสัน รถยนต์แบรนด์จากญี่ปุ่นในดวงใจหลายคนเพิ่งฉลองครบ 90 ปีเต็มของการก่อตั้งไปหมาดๆ เมื่อปลายเดือนธันวาคมนี้เอง  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิสสันมักมีสิ่งใหม่ๆ ที่คนคาดไม่ถึงมานำเสนออยู่เสมอ  มาดูเส้นทางการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกว่าตลอด 9 ทศวรรษที่ผ่านมานิสสันทำอะไร และมีอะไรบ้างที่นิสสัน กล้าที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ “dare to do what others don’t” 

นิสสัน มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1933 ที่เมืองโยโกฮามา เพื่อผลิตรถยนต์ขึ้นเองในประเทศญี่ปุ่น เป็นรถยนต์ที่ผลิตจำนวนมากหรือ mass production  ราคาพอสมควร สามารถแข่งขันกับแบรนด์รถยนต์จากต่างประเทศได้  ให้คนมีโอกาสได้ใช้รถกันอย่างสะดวก หลังจากก่อตั้งแล้วไม่นาน นิสสัน มอเตอร์ ก็เริ่มส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย อเมริกา และภูมิภาคต่างๆ ก่อนจะขยายธุรกิจไปทั่วโลก มีโรงงานผลิตในหลายๆ ภูมิภาค  โดยในปัจจุบัน นิสสันมีโรงงานผลิตในประเทศไทยซึ่งผลิตทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์กระบะหนึ่งตันเพื่อการพาณิชย์ รวมถึงยังเป็นฐานการประกอบแบตเตอรี และชุดขับเคลื่อนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ อี-พาวเวอร์ เพื่อส่งออกไปทั่วภูมิภาคอาเซียน และหลายประเทศทั่วโลก

นิสสัน มอเตอร์ ยังได้ร่วมมือทางเทคนิค และเข้าซื้อกิจการบริษัทอื่นๆ เช่น การร่วมมือด้านเทคนิคกับออสติน มอเตอร์ ของอังกฤษ การเข้าซื้อกิจการ ปริ๊นซ์ มอเตอร์ เป็นต้น ทำให้รถยนต์ของนิสสันมีความหลากหลาย มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อผนวกกับความสามารถของทีมวิศวกรชั้นนำของนิสสัน ทำให้ตลอด 90 ปีที่ผ่านมา นิสสันได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นครั้งแรกของโลกมากมาย เช่น รถมินิแวนรุ่นแรกของโลก (Prairie Model M10)  การใช้หุ่นยนต์แบบหลายแขน (multi-arm robot) เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผลิต  การพัฒนารถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้ระบบกันสะเทือนแบบมัลติลิ้งค์  เทคโนโลยี Bird Eye View Navigation   การพัฒนารถรุ่น Bluebird Sylphy ที่ผลิตไอเสียต่ำ หรือ super ultra-low emission vehicle ซึ่งปล่อยไอเสียน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้ถึง 75%  และรุ่นที่คนขับรถหลายคนทั่วโลกพอจะคุ้นหน้ากันคือ นิสสัน ลีฟ (LEAF) รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ผลิตและขายในเชิงพาณิชย์

 

Nissan LEAF (นิสสัน ลีฟ)

 

ผลงานที่สะท้อนความ Dare to do what others don’t มากที่สุดของนิสสัน จะมีทั้งสองขั้ว คือ ฝั่งสมรรถนะ กับฝั่งที่เป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกเพื่อความยั่งยืน  

 

Nissan Skyline GT-R 1969 (นิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ ปี 1969)

 

Nissan Z (นิสสัน แซท)

 

ในกลุ่มรถสมรรถนะสูง แน่นอนว่าชื่อของ สกายไลน์, จีที-อาร์, และ แซท (Z) ที่ล้วนแต่เป็นรถในฝันของนักเลงรถ เพราะไม่เป็นสองรองใครในเรื่องของวิศวกรรม การออกแบบ และประวัติในฐานะแชมป์สนามแข่งระดับตำนาน และสุดยอดความภูมิใจของนิสสัน อาทิ นิสสัน จีที-อาร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพในสนามแข่ง และเป็นครั้งแรกที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเอาชนะค่ายรถยนต์ที่เคยครองแชมป์สนามแข่งมาหลายปีในหลายๆ สนามได้อย่างราบคาบในยุค 1960s  และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ รุ่นล่าสุดคือ GT-R R35  และแม้กระทั่งในงาน Japan Mobility Show หรือโตเกียวมอเตอร์โชว์โฉมใหม่ซึ่งจัดไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หนึ่งในคอนเซ็ปต์คาร์ของนิสสันก็ยังรวมถึงรถสมรรถนะสูงอย่าง ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวตายตัวแทนของ จีที-อาร์ R35 อีกด้วย

 

Nissan TAMA

 

ในอีกขั้วหนึ่ง คือ รถยนต์พลังงานทางเลือกที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญในปัจจุบัน ซึ่งเรากำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และความต้องการของการใช้พลังงานสะอาดอย่างยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งที่จริงแล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับนิสสัน เพราะรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอยู่คู่ประวัติศาสตร์นิสสันมาเกือบ 80 ปีแล้ว  นั่นก็คือ รถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ชื่อ TAMA ที่ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 1947 หลังสงครามโลกจบลงใหม่ๆ ญี่ปุ่นขาดแคลนน้ำมัน อาหาร และทรัพยากรต่างๆ แต่มีพลังงานไฟฟ้ามาก เพราะแทบจะไม่มีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือการผลิตเลย จึงเกิดไอเดียที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขึ้น  TAMA วิ่งได้ไกลถึง 96 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น

 

Nissan Ariya

 

นับจนถึงวันนี้ รถยนต์ไฟฟ้ากลับมาเป็นความหวังของคนทั้งโลกอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะพลังงานไฟฟ้ามีเหลือเฟือ แต่เพราะคนทั้งโลกตระหนักถึงความรับผิดชอบในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนมากขึ้น  นิสสันเอง ก็ได้พัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าต่อเนื่อง เช่น นิสสัน ลีฟ (Leaf) นิสสัน ซากุระ (Sakura) และ นิสสัน อริยะ (Ariya)  แม้กระทั่งคอนเซ็ปต์คาร์ทั้ง 5 รุ่นของนิสสันที่แสดงในงานเจแปน โมบิลิตี้ โชว์ ที่ผ่านมา เป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด  รวมทั้งยังพลิกโฉมดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์แห่งอนาคตจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้เต็มที่พร้อมกับแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากแค่ไหน สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้สอดคล้องกับวิถีการใช้ชีวิต ตอกย้ำมุมมองของนิสสันที่เชื่อว่ารถยนต์แห่งอนาคต คือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะที่จะสร้างความตื่นเต้น (Vehicle intelligence that electrifies our future)

สำหรับลูกค้าชาวไทย นิสสันเป็นรถสามัญประจำบ้านของหลายครอบครัวมาตลอด 70 กว่าปีที่นิสสันเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่ยังคงใช้แบรนด์ดัทสันก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นนิสสัน เพราะความคุ้มค่า คุณภาพดี ขับขี่และดูแลรักษาง่าย ไม่ว่าจะเป็นรถบ้านหรือรถกระบะที่ขึ้นชื่อว่าทนทาน อึด บรรทุกของได้มาก วางใจได้  และในปัจจุบันก็มีรถยนต์ให้เลือกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นรถซีดาน เอสยูวี รถสำหรับครอบครัวหรือ PPV และรถกระบะก็ตาม รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีการขับเคลื่อนหลากหลายทั้งแบบที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ (e-POWER) ที่ให้ฟีลการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่

แฟนของนิสสันที่มีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น สามารถแวะไปเยี่ยมนิสสัน แกลเลอรี่ (Nissan Global Headquarters Gallery) ที่โยโกฮามาได้ด้วย ที่นี่เป็นที่รวมเอารถยนต์รุ่นสำคัญๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน และคอนเซ็ปต์คาร์แห่งอนาคตไว้ในที่เดียว และเปิดให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปนั่งได้ สัมผัสรถแต่ละรุ่นได้ ซึ่งจะทำให้ได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์รุ่นต่างๆ เทคโนโลยีที่น่าสนใจตลอด 90 ปีที่ผ่านมา และถ้าไม่อยากเดินละเลียดชมทีละรุ่น นิสสันยังมีบอร์ดจัดแสดงรถจำลองคันจิ๋วครบทุกรุ่นตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เรียงตามลำดับมาจนถึงปัจจุบันให้ได้ชมวิวัฒนาการกันเต็มที่  และมีมุมจำหน่ายของที่ระลึกเก๋ๆ ด้วย

ใครสนใจอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ แนะนำให้เข้าไปดูวีดีโอ หรืออ่านข้อมูลเรื่องราวตลอด 90 ปีของนิสสัน ที่คุณอาจไม่เคยรู้ไว้ที่เว็บไซต์ https://www.nissan-global.com/EN/ หรือจะโหลดหนังสือที่สรุปเรื่อง 90 ปีไว้ในไม่กี่หน้าได้ที่  https://www.nissan-global.com/EN/BOOK/90TH_ANNIVERSARY/html5m.html#page=5

 


Tags : นิสสัน รถยนต์นิสสัน ส่องอนาคต90ปีของนิสสัน นิสสันมอเตอร์ รถยนต์แบรนด์จากญี่ปุ่น


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้านการเงินจากเวที Global Brand Awards 2026 ได้แก่ Best Financial Inclusion Bank 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน Bank of Social Impact Excellence 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการสร้างผลลัพธ์เชิงสังคม และ Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน จาก Global Brands Magazine นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจาก สหราชอาณาจักร ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รางวัล Best Financial Inclusion Bank 2026 มาจากผลงานด้านการขยายโอกาสให้ประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนในระบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนกว่า 1.4 ล้านราย สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ผู้กู้รายใหม่ซึ่งยังไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบกว่า 200,000 ราย เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบในระยะยาว   ส่วน รางวัล Bank of Social Impact Excellence 2026 ยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ Dual Missions ซึ่งมุ่งดำเนินภารกิจเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าทุกธุรกรรมกับธนาคารมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้แก่สังคม ขณะที่ รางวัล Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 สะท้อนถึงบทบาทการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านโครงการธนาคารโรงเรียนที่ดำเนินงาน มากว่า 28 ปี และพัฒนาสู่โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ปลูกฝังวินัยการออมให้แก่เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต รวมถึงแพลตฟอร์ม “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชัน “Coach Aom by GSB” ที่พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน พร้อมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออมและวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมายให้แก่ประชาชนในทุกช่วงชีวิต

16 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จรับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที International Banker Banking Awards 2026 ได้แก่ Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 รางวัลธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยม และ Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านลูกค้ารายย่อย ซึ่งได้รับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2020 และ 2022 จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการบูรณาการแนวคิด ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธนาคาร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเติบโตอย่างแข็งแรง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิตในสังคมในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง รางวัล Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 ธนาคารมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การกำหนด GSB Net Zero Roadmap มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การนำ GSB ESG Score มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ การลงทุน และการประเมินคู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุน Transition Finance เพื่อช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาสินเชื่อและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านโครงการ Positive Engagement ขณะเดียวกัน ธนาคารยังดำเนินธุรกิจให้มีกำไรในระดับที่เหมาะสม เพื่อจัดสรรทรัพยากรกลับไปขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม สร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน ส่วน รางวัล Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 สะท้อนความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต อาทิ MyMo Secure Plus ฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยการจำกัดการโอนเงินไปยังบัญชีชื่อตนเอง ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และ MyMo Junior ที่ส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินแก่เด็กและเยาวชน ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม สะดวก และปลอดภัย

12 Sep 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ซึ่งธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือเพียง 3.50% ต่อปี แก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - 2558 ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ และลูกหนี้กลุ่มที่ประสบปัญหาในการผ่อนชำระ จำนวนรวมกันกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากที่ธนาคารประกาศเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยดังกล่าว ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคารแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ทั้งนี้ ลูกหนี้ครู ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จะรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยยังคงชำระค่างวดในจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้เงินงวดสามารถนำไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยให้ยอดหนี้ลดลงและมีโอกาสปิดจบภาระหนี้ได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและปลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ขณะที่ยังช่วยประคับประคองไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน และเมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยต้องนำไปชำระหนี้ก็สามารถกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯ  นอกจากกลุ่มที่มีสถานะการชำระหนี้ปกติแล้ว ลูกหนี้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. สามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารได้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ส่วนลูกหนี้ที่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อดำเนินการให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 และรับสิทธิ์ตามโครงการฯ ได้เช่นกัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ธนาคารออมสิน พร้อมเดินเคียงข้างครูตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และมีโอกาสก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น ตามบทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

09 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner