Responsive image

Friday, 13 Mar 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. เติมความสุขไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ “กรมธรรม์ของฉัน” สามารถตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ถือครองผ่านแพลตฟอร์ม LINE Official Account

Wed 28/02/2567


นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกลยุทธ์องค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญและสนใจทำประกันภัยมากขึ้น โดยเห็นได้จากจำนวนของการทำประกันภัยประเภทต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการเลือกทำประกันภัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยหลายแห่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ทำไว้ได้อย่างรวดเร็ว สำนักงาน คปภ. โดยศูนย์ Center of InsurTech, Thailand (CIT) จึงได้พัฒนาการให้บริการ “กรมธรรม์ของฉัน” หรือ MyPolicy บนแพลตฟอร์ม LINE Official Account ชื่อ “คปภ. รอบรู้” หรือ “@OICConnect” เพื่อใช้เป็นช่องทางด่วนในการตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยแบบครบวงจร

 

สำหรับซูเปอร์แอปพลิเคชันครบวงจรบนสมาร์ตโฟน ที่ครอบคลุมการทำงานแบบมัลติฟังก์ชันด้านประกันภัยที่ชื่อ “คปภ. รอบรู้” เป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง หรือตัวกลาง โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคธุรกิจประกันภัยในการออกแบบและพัฒนาระบบ เพื่อให้ทำหน้าที่เสมือนทางด่วนเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงาน คปภ. และบริษัทประกันภัย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านศูนย์ข้อมูลของสำนักงาน คปภ. ที่มีมาตรฐานความมั่นคงและปลอดภัยสารสนเทศในระดับสูง โดยออกแบบและดำเนินการสอดคล้องกับข้อกฎหมายต่าง ๆ อาทิ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นต้น ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายด้านทั้งต่อประชาชนและบริษัทประกันภัย เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลแหล่งต่าง ๆ ในมิติที่หลากหลายมากขึ้นและช่วยลดความยุ่งยากในการตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัย จึงเป็นที่มาของการให้บริการ “กรมธรรม์ของฉัน หรือ MyPolicy” สำหรับให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยที่ตนเองถือครองทั้งหมดทุกบริษัท ครบ จบ ในที่เดียว

ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกลยุทธ์องค์กร กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “กรมธรรม์ของฉัน หรือ MyPolicy” นอกเหนือจากการให้บริการสืบค้นข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยของตัวเองถือครองแล้ว ปัจจุบันสำนักงาน คปภ. ยังเปิดให้บริการตรวจสอบสถานะใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัย รวมไปถึงการให้บริการตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งสำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนการให้บริการตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานใหญ่บริษัทประกันภัยได้อีกด้วย โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาในระยะที่ 2 ของการพัฒนาแพลตฟอร์ม LINE Official Account “คปภ. รอบรู้” หรือ “@OICConnect” ซึ่งจะมีการขยายขอบเขตการให้บริการเพิ่มเติม เช่น บริการสรุปตารางความคุ้มครอง บริการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการทำประกันภัย บริการตรวจสอบประวัติการเคลมสินไหมรถยนต์ภาคสมัครใจ และการขยายช่องทางการให้บริการไปยังหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เพื่อพัฒนาระบบให้บริการข้อมูลพร้อมยกระดับการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านประกันภัยควบคู่ไปกับความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://cit.oic.or.th/oicconnect


Tags : คปภ. สำนักงาน คปภ. มยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ คปภ.รอบรู้ กรมธรรม์ของฉัน @OICConnect


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

...

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล “Finalist Best Brand Performance on Social Media” สาขาธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย (Insurance & Assurance) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 (ปี 2018-2026) จากงานประกาศรางวัล “Thailand Social Awards ครั้งที่ 14” จัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มุ่งส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ ยกระดับและให้ความสำคัญกับวงการโซเชียลที่เป็นช่องทางในการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด รางวัลดังกล่าว ตอกย้ำความสำเร็จในการบริหารจัดการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของไทยประกันชีวิต เพื่อเชื่อมต่อและสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าและผู้บริโภค โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการนำเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์ ทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์แบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

10 Mar 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับโล่แสดงความขอบคุณในความร่วมมือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนบ้านมหาราช ในงาน Open House ภายใต้โครงการ “สานพลังเครือข่าย สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” จัดโดยสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช กรมกิจการเด็กและเยาวชน จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็งและมีคุณภาพ ด้วยการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช ได้แก่ โครงการปรับปรุงพื้นที่เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนเพื่อปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้บริหารและบุคลากรสถานสงเคราะห์ฯ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน เสริมสร้างทัศนคติที่ดี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ณ สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569

10 Mar 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต  เปิดรับสมัครเยาวชนภาคเหนือ เข้าร่วมโครงการ KTAXA Know You Can Football Youth (U-15) Academy Season 6 เพื่อชิงทุนการศึกษามูลค่าสูงถึง 200,000 บาท และประกันอุบัติเหตุ ทุนประกันรวมกว่า 5,000,000 บาท ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุระหว่าง 13-15 ปี เข้าร่วมฝึกทักษะฟุตบอลตามมาตรฐานสากลจากโค้ชระดับ AFC – A - License ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งในโครงการที่ยกระดับทักษะนักฟุตบอลเยาวชนของไทยสู่มาตรฐานระดับโลก และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีผ่านการออกกำลังกาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับการเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และร่วมสร้างพลังกายพลังใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ว่าทุกคนทำได้ “Know You Can” โดยเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ 2 ช่องทาง สมัครทางออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันนี้ -  วันที่ 19 มีนาคม 2569 หรือ เดินทางมาสมัครที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี (สนามกลาง) ในวันที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 7.00 – 8.30 น. สำหรับเยาวชนที่สนใจโครงการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และติดตามประกาศรายชื่อเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกทาง LINE OA: @ktaxa-u15 หรือ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers

06 Mar 2026

Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner