Responsive image

Monday, 23 Mar 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


OCEAN LIFE ไทยสมุทร สู่ปีที่ 75 ก้าวกระโดดสู่ HEALTHIVERSE ยุคใหม่เพื่อโลกที่ยั่งยืนและสุขภาพที่ดีของคนไทย

Fri 29/03/2567


บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รักคือพลังของชีวิต โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) เผยว่าในปี 2567 ซึ่งเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี จึงเป็นโอกาสที่ดีในการนำความพร้อมที่เราได้เตรียมไว้ เพื่อเริ่มต้นก้าวสู่โลกยุคใหม่ที่เราจะใช้ทั้งพลังความรักและศักยภาพด้านการประกันชีวิตที่เรามีทั้งหมด มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่ดีและยั่งยืนทั้งวันนี้และอนาคตให้กับทุกคน ทุกเจนเนอเรชั่นให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย และมีความสุข นอกจากการใช้พลังความรักเป็นแรงขับเคลื่อนด้วย Tagline “รักคือพลังของชีวิต” และแคมเปญ Love Mindset ที่สนับสนุนการใช้ชีวิตด้วยรัก 3 ด้านให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลง ทั้ง Love Your Health, Love Your Wealth และ Love The World ในปี 2567 เราจะเน้นใช้กลยุทธ์ “HEALTHIVERSE สู่โลกใหม่…เพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีของคนไทย” โดยนำศักยภาพในเรื่องสุขภาพทั้ง 8 ด้าน มาช่วยให้คนไทยเข้าใจการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง เพื่อที่จะไม่ป่วย อายุยืนแบบมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน ด้วยแนวคิด LOVE’s Evolution into the NEW ERA รักคือพลังก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ด้วยแนวคิดใหม่ ๆ ประกอบด้วย

  • LOVE YOUR HEALTH for HEALTHIVERSE โลกใหม่ที่ทุกคนรักและดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี “เราจะไม่ป่วย” ด้วยการส่งเสริมการดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้งสุขภาพกายใจ พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในมิติต่าง ๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
  • LOVE YOUR WEALTH for WEALTHIVERSE  โลกใหม่ที่ทุกคนรู้จักวางแผนการเงิน ปิดความเสี่ยงในชีวิต โดยส่งเสริมให้ทุกคนมีความรู้พื้นฐานสำคัญด้านการเงิน ใช้เงินให้เป็น มีเงินออม มีทางเลือกการลงทุน เพิ่มความมั่งคั่ง และปิดความเสี่ยงด้วยประกันชีวิต 
  • LOVE THE WORLD for HAPPiVERSE รักษาโลกอย่างยั่งยืน ให้คนรุ่นหลังมีความสุข สนับสนุนการสร้างความยั่งยืนทุกด้านตามแนวทาง ESG และ SDGs ทั้งในด้านปลูกฝัง Mindset และมุ่งทำให้เกิดขึ้นจริง

 

โดยตลอดปี 2567 OCEAN LIFE ไทยสมุทร จะใช้พลังความรักรับมือโลกยุคใหม่ด้วยโครงการแคมเปญ กิจกรรม และสื่อต่าง ๆ ผ่านแนวคิด HEALTHIVERSE เพื่อให้คนไทย TOP FORM ไม่ป่วย ช่วยคนไทยด้วยศักยภาพทั้งหมดที่มี และได้เกิดเป็น NEW ERA ในมิติต่าง ๆ  ดังนี้

NEW ERA, NEW CAMPAIGN
เปิดตัวแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ “Supreme Health” ยกระดับประกันสุขภาพคุ้มครอง 100 ล้านบาท

ในวาระครบรอบ 75 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทร ได้ยกระดับประกันสุขภาพ เปิดแคมเปญโฆษณาใหม่ล่าสุด ชวนคนไทยมา TOP FORM ไปกับ “โอ้” มาริโอ้ เมาเร่อ กับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม ที่ดีที่สุดของเรา โอเชี่ยนไลฟ์ ซูพรีม เฮลท์ (OCEAN LIEF SUPREME HEALTH) ที่คุ้มครองการรักษาสูงสุดถึง 100 ล้านบาท ตอบโจทย์การรักษาพยาบาลในทุกมิติ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่ล้ำสมัย พร้อมนวัตกรรมและบริการมากมาย จากพันธมิตรและโรงพยาบาลชั้นนำ อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดอย่างเหนือระดับ ในทุกที่ ทุกเวลา เพื่อปิด Gap ด้านสุขภาพให้ทุกคน TOP FORM

แต่เนื่องในสภาพแวดล้อมปัจจุบันโรคร้ายแรงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง จะดีกว่าไหมถ้ามีตัวช่วยมาปิดความเสี่ยงเรื่องโรคร้ายแรงที่มีสถิติเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้สร้างสรรค์แบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงที่ดีที่สุด และคุ้มครองโรคร้ายแรงได้มากที่สุดของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร กับสัญญาเพิ่มเติม    โอเชี่ยนไลฟ์ ซูเปอร์ ซีไอ 120 (CI120)  คุ้มครอง 6 กลุ่มโรคร้ายแรงและกลุ่มความคุ้มครองพิเศษของโรคมะเร็งระยะลุกลาม รวมสูงสุดถึง 120 โรคร้ายแรง ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย นอกจากนี้ วิกฤตที่ผ่านมายังทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของประกันสุขภาพ และความไม่แน่นอนของชีวิต  OCEAN LIFE ไทยสมุทร จึงได้นำเสนอประกันสุขภาพ โอชิ สมอล เฮลท์ ประกันสุขภาพไซซ์เล็ก  (OCHI SMALL HEALTH)  เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มองหาความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยเบี้ยประกันที่จับต้องได้ เริ่มต้นแค่วันละ 13 บาท ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) สูงสุด 1,000 บาทต่อครั้ง พร้อมทั้งคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) เหมาจ่ายตามจริงสูงสุด 50,000 บาทต่อครั้ง อีกทั้งยังสามารถปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ (Telepharmacy) และรับยาจากร้านยาเครือข่ายใกล้บ้านได้อีกด้วย

NEW ERA >> NEW INNOVATION
เตรียมพบกับ NEW!! OCEAN CLUB APP 2024 ที่มาพร้อมกับ HEALTHIVERSE FUNCTION

จากแบบประกันทั้ง 3 ตัวที่กล่าวมา ช่วยปิด Gap ด้านสุขภาพของคนไทยได้ครอบคลุมทุก Segment ช่วยผลักดันให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่ล้ำสมัย นอกจากนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังช่วยให้คนไทยได้รับเทคโนโลยีด้านสุขภาพได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยได้พัฒนา NEW!! OCEAN CLUB APP : HEALTHIVERSE FUNCTION ฟังก์ชั่นใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีของคนไทย นอกเหนือจากการสนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน และพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว เรายังส่งนวัตกรรมดูแลสุขภาพเพิ่มเติม เพื่อทำให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี มีร่างกายแข็งแรงครอบคลุมทั้ง 3 ฟังก์ชั่น 1.Nutrition การรับประทานอาหาร ที่มีทั้งเรื่อง Food Diet Tracking วางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม Water reminder ดื่มน้ำที่ร่างกายต้องการ หรือแม้แต่การทำ Intermittent Fasting (IF) 2.Exercise การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงข้อมูลแคลอรี่จากการเดิน วัด Heart Rate จากการวิ่ง หรือ Trackข้อมูลความเร็วในการปั่นจักรยาน และสุดท้ายคือ 3.Relax การพักผ่อน ครอบคลุมทั้งการนอนที่เพียงพอ การเต้นของชีพจร  และอัตราความเครียดของผู้ใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีฟังก์ชั่นพิเศษ CANCER SCREENING เช็คความเสี่ยงโรคมะเร็ง ประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งเบื้องต้น พร้อมด้วยฟังก์ชั่น COMPETITION การแข่งขัน ทำให้ได้ท้าทายและสนุกกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รับคำแนะนำและการดูแลจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง นับว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้คนไทยไม่ป่วยอีกทางเลือกหนึ่ง

 

NEW ERA, NEW ACTIVITIES
พบกับ HEALTHIVERSE SYMPOSIUM งานสัมมนาออนไลน์ด้านสุขภาพแนวใหม่ เร็ว ๆ นี้

เมื่อครบทั้งแบบประกันสุขภาพที่ดี APPLICATION ที่เป็นตัวช่วย OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังมุ่งหวังให้คนไทยมีความรู้ด้านสุขภาพ การออม และรักษ์โลกที่มากกว่าเดิม โดยในปี 2567 เราจะมีกิจกรรมอัดแน่นตลอดทั้งปี เพื่อเสริมทักษะความรู้ครบทั้งด้าน HEALTHIVERSE ความรู้ด้านสุขภาพ  ในงาน HEALTHIVERSE SYMPOSIUM งานสัมมนาออนไลน์ด้านสุขภาพแนวใหม่ ที่จะส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และกูรูด้านสุขภาพชั้นนำของประเทศ เพื่อช่วยแนะนำให้คุณปิด Gap ด้านสุขภาพได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็น นอกจากนั้น เรายังทำกิจกรรมอีกหลากหลาย ทั้งในส่วนของ WEALTHIVERSE ความรู้เรื่องการออมเงิน  และ HAPPiVERSE กิจกรรมตอบแทนสังคม ดูแลสิ่งแวดล้อม และยึดมั่นในธรรมาภิบาลตามแนวทาง ESG ตลอดทั้งปี พร้อมด้วยการจัดแคมเปญส่งมอบความสุขตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับเรามาตลอด 75 ปี  กับกิจกรรม “OCEAN LIFE ไทยสมุทร 75 ปี แจกทอง 75 บาท” ให้ลูกค้าลุ้นรับทองคำรูปโอชิหนัก 1 สลึงจำนวน 300 รางวัลตลอดปี  มูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านบาทอีกด้วย 

NEW ERA, NEW EXPERIENCE
เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “OCEAN LIFE LOVE SPACE” พื้นที่ของทุก Generation เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความรัก

เมื่อครบองค์ประกอบทั้งผลิตภัณฑ์ APPLICATION และกิจกรรมแบบอัดแน่นแล้ว ล่าสุด!! ได้เปิดตัว Flagship Store Concept โลกยุคใหม่ OCEAN LIFE LOVE SPACE” ที่ตกแต่งโดยใช้สีฟ้าและสีเมทัลไอซ์บลู ที่เปรียบเสมือนการผสานโลกเก่ากับโลกใหม่เป็นโลกที่ดีและยั่งยืนให้กับทุกเจเนอเรชั่นได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข OCEAN LIFE LOVE SPACE พร้อมเปิดให้บริการเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า และที่ปรึกษาประกันชีวิต ใช้เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้ Co-Working Space โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทำเลที่ตั้งสะดวกสบายเดินทางใกล้ทั้ง BTS / MRT และ Airport Rail Link 

NEW ERA, NEW SERVICES ยกระดับการบริการครอบคลุมครบทุกมิติ

OCEAN LIFE ไทยสมุทร ไม่หยุดพัฒนานวัตกรรมการบริการต่าง ๆ เดินหน้าพัฒนาระบบ E-Service ครอบคลุมครบตั้งแต่การค้นหาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต จนถึงการสมัครทำประกัน การเคลมประกัน การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ ตลอดจนการบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็น E-Buy ซื้อประกัน ผ่านทางเว็บไซต์ E-Application ลูกค้าสมัครทำประกันผ่านใบคำขอทำประกันอิเล็กทรอนิกส์ E-Policy เลือกรับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านทาง Email  E-Claim เคลมสินไหมออนไลน์ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง E-Loan การกู้เงินตามกรมธรรม์ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินทางติดต่อสาขา ซึ่งทั้งหมดนี้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อบริการ OCEAN CONNECT ผ่าน LINE @oceanlife หรือ OCEAN CLUB APP ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ

ขณะเดียวกัน ได้ยกระดับการบริการ ด้วยการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ OCEAN LIFE CONTACT CENTER ให้จำง่าย ติดต่อได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยหมายเลข 4 หลัก “1503” พร้อมเป็นศูนย์กลางการติดต่อสอบถาม สามารถรับบริการได้สะดวก รวดเร็ว พร้อมส่งมอบประสบการณ์ประทับใจด้วยภาษาถิ่น ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้นเคย สบายใจ และได้รับความพึงพอใจสูงสุด

 

ปี 2566 ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในปี 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ OCEAN LIFE ไทยสมุทร เตรียมความพร้อมทุกด้านเพื่อสร้างความมั่นคงและพัฒนาศักยภาพในการดูแลลูกค้าในทุกมิติ ทั้งคุณค่าแบรนด์ นวัตกรรมประกันและบริการ ช่องทางการขาย การจัดการข้อมูลดิจิทัล และการร่วมมือกับพันธมิตรด้านต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ในปี 2566 บริษัทสามารถสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจโดยเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยสินทรัพย์ จำนวน 100,622 ล้านบาท เงินสำรองประกันชีวิต จำนวน 80,072 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio - CAR) ที่ร้อยละ 361.54 สูงกว่าเงินกองทุนขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดที่ร้อยละ 120 นับว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเป็นอันดับแนวหน้าของธุรกิจประกันชีวิต ในขณะที่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากเบี้ยประกันชีวิตรับรวม จำนวน 14,983 ล้านบาท มีเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก จำนวน 1,923 ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อที่ 12,450 ล้านบาท โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ที่ร้อยละ 87 ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยแผนกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และนโยบายการลงทุนที่รอบคอบรัดกุมทำให้บริษัทมีผลตอบแทนจากการลงทุนสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของธุรกิจประกันชีวิตที่ร้อยละ 4.90 ส่งผลให้ในปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 1,184 ล้านบาท

พิสูจน์กลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ด้วยรางวัลเกียรติยศระดับสากล

จากผลของการวางรากฐานทางกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง โดยใช้พลังความรักสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และคำนึงถึงความเสมอภาคและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล  ช่วยทำให้การบริการลูกค้าสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ส่งผลให้ในปี 2566 บริษัทและผู้นำองค์กรได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจทั้งในระดับประเทศ ระดับเอเชียแปซิฟิก และระดับโลก  ทั้งรางวัล International Finance Awards 2023 : Most Innovative Health Insurance Campaign (Love Mindset) จาก International Finance Magazine (IFM) รางวัล ASIA CORPORATE EXCELLENCE & SUSTAINABILITY AWARDS 2023 : Outstanding Leaders in Asia จาก  Mors Group (Malaysia) รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืน จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ในระดับดีเด่น จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รางวัลองค์กรภาคเอกชนที่รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระดับ “ยอดเยี่ยม” จากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และรางวัล “บุคคลดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริต” จาก มูลนิธิต่อต้านการทุจริต

คุณนุสราฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เราเตรียมพร้อมตลอดปีที่ผ่านมา และวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะนำองค์กรก้าวสู่ยุคใหม่ของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังความรัก และเชื่อว่าโลกจะดีขึ้นหากทุกคนใช้ความรักเป็นพลัง ไม่ว่าจะเป็นความรักในธุรกิจ รักทีมงาน รักลูกค้า รักสังคม เพื่อสร้างโลกใหม่ที่ดีขึ้นเพื่อคนรักสุขภาพ HEALTHIVERSE ให้เกิดขึ้นในปีนี้ และเราจะส่งมอบสิ่งดี ๆ อีกมากมายให้กับคนไทยตลอดทั้งปี” 

ร่วมก้าวสู่โลกใหม่เพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีกับ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมที่หลากหลายผ่านทาง OCEAN CLUB APPLICATION / LINE : @oceanlife / Facebook : Oceanlifepage และเว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503
 


Tags : OCEANLIFEไทยสมุทร นุสรา(อัสสกุล)บัญญัติปิยพจน์ ไทยสมุทรประกันชีวิต ไทยสมุทรเผยรายได้ปี2566 ไทยสมุทรเผยแผนงานปี2567 ครบรอบ75ปีOCEANLIFEไทยสมุทร โอเชี่ยนไลฟ์ซูพรีมเฮลท์ มาริโอ้เมาเร่อ แผนประกันไทยสมุทรประกันชีวิต


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

...

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง มุ่งลดอุบัติเหตุและส่งเสริมความปลอดภัยทางการเดินทาง ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” เป็นของที่ระลึกฟรี ! เมื่อนำรถมาใช้บริการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 31 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก การตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วิริยะประกันภัย จึงร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”  ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็กสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็กสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมรับ “กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ” ฟรีทันที ! เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE (ของมีจำนวนจำกัด) โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจรถฟรีได้ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ช่วงเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569 สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่ 1) อู่ร่วมมิตรการาจ 2) บจ.นิวเพื่อนยนต์ 3) บจ.ไทยรัตน์ยานยนต์ 4) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์  5) บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ 6) บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ 7) บจ.อู่นำชัย เตาปูน (สาขาติวานนท์) 8) บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ 9) บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส 10) บจ. คุงการาจ 11) บจ.เซอร์กิตบริการ 12) บจ.อู่กังวานชัยการช่าง 13) บจ.อู่วิชัยยนต์ 14) บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ 15) อู่บอส 888 การาจ 16) บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ 17) บจ.เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ 18) บจ.เอส ซี ซี 65 การาจ 19) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 20) หจก.เป้งการาจ 21) บจ. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป 22) บจ.รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค 23) บจ.สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส 24) หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 25) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 26) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 27) บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) 28) บจ.เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส 29) บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 30) บจ.อู่แม่กลอง 31) บจ.อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989)  

14 Mar 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จับมือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยากเริ่มต้นส่งออก และรายที่ต้องการขยายตลาดส่งออกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เข้าร่วมโครงการ “I SME D Together : ปั้น Smart SMEs จาก Local สู่ Global” โดยจะได้รับการยกระดับเพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างแท้จริง  ผ่าน “โปรแกรม 3T” ส่งเสริมครบวงจร ประกอบด้วย Training เตรียมความพร้อม วางแผนการเงิน สู่การขยายตลาดโลก Technology  สนับสนุนเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ  และ Trade เปิดโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนให้เกิดการเจรจาและจับคู่ธุรกิจ เปิดรับสมัครแล้ว  รุ่นที่ 1 สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการขยาย “ตลาด Halal” (มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และซาอุดีอาระเบีย) เปิดอบรมระหว่างวันที่ 30–31 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ  และรุ่น 2  สำหรับกลุ่มต้องการขยาย “ตลาด CLMV”  (ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม   นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการ ยังได้การสนับสนุนจาก SME D Bank พาเข้าถึงแหล่งทุนอัตราต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท นำไปลงทุน หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง พร้อมขยายตลาดส่งออก ควบคู่กับช่วยพัฒนาผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เช่น หลักสูตร E-Learning และที่ปรึกษาธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ เป็นต้น พิเศษ สิทธิประโยชน์สำหรับ 20 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีสินค้าพร้อมจำหน่าย จะได้รับโอกาสเข้าร่วม Showcase สินค้าในวันงาน เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Networking) และต่อยอดโอกาสทางการค้าในอนาคต เป็นต้น รวมทั้ง ได้รับการเชิญร่วมออกงานแสดงสินค้าตามความสมัครใจ ที่มีให้เลือกมากกว่า 15 งาน ทั้งในและต่างประเทศ สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  รับจำนวนจำกัด รุ่นละ 100 กิจการเท่านั้น สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ 02-265-4494 หรือ Call Center 1357

14 Mar 2026

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner