Responsive image

Saturday, 06 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


กรุงศรี SME เดินหน้าด้วยกลยุทธ์ 3GO ‘GO Green – GO Digital – GO Beyond’ ปั้น SME ไทย เติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืน

Mon 08/04/2567


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) สานต่อคำมั่นสัญญาในการยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการ SME ไทยในทุกการก้าวผ่าน เผยกลยุทธ์กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจ SME ในปี 2567 มุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าในการสร้างมูลค่าควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3GO ประกอบด้วย ‘GO Green, GO Digital และ GO Beyond’ นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม รวมถึงแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างโอกาสธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับโอกาสการเติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืนต่อไป

นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยโอกาสและความท้าทายในหลากหลายมิติในช่วงปีที่ผ่านมา กรุงศรียังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการในการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นผ่านโซลูชันที่ครบวงจร และองค์ความรู้ต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการและกระแสของโลกธุรกิจ โดยในปี 2566 ยอดสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจ SME มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กลับสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิด และมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 339,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นยอดสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG Finance) ของกลุ่มลูกค้า SME มีมูลค่ารวมกว่า 6,100 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา”

สำหรับทิศทางการดำเนินงานและกลยุทธ์ในปี 2567 นี้ กรุงศรีพร้อมเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจ SME ไทย ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมผลักดันการดำเนินธุรกิจบนกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ “3GO” โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • GO Green: มุ่งสนับสนุน SME ในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ กรุงศรี SME ยังคงมุ่งส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ถึงแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) ผ่านเวทีสัมมนาต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้ลูกค้าได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่อง ESG และมีโอกาสได้พบกับพันธมิตรหรือเครือข่ายที่สามารถช่วยส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจากผลตอบรับที่ดีในปีที่ผ่านมา กิจกรรม Krungsri ESG Awards ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมถึงยังได้เตรียมเปิดโครงการ Krungsri ESG Academy เป็นปีแรกอีกด้วย อีกทั้งในปีนี้ กรุงศรี ร่วมกับ MUFG จัดงาน Krungsri-MUFG ESG Symposium 2024 มุ่งสร้างพลังเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์และพันธกิจด้าน ESG ทั้งในและต่างประเทศ ในการให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งต่อแนวคิด และการนำมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ลูกค้าธุรกิจของธนาคาร

 

  • GO Digital: ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วยโซลูชันและนวัตกรรมดิจิทัลที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า SME ในการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์ม Krungsri Biz Online ซึ่งในปีนี้ ธนาคารมีแผนจะพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ การขยายเครือข่ายการให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ Peer-to-Peer Cross Border แบบเรียลไทม์ ให้ครอบคลุมในกลุ่มประเทศอาเซียนมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้มีแผนที่จะขยายการบริการไปยังประเทศเวียดนาม รวมถึงการยกระดับโซลูชันสำหรับร้านค้าในยุคสังคมไร้เงินสด อาทิ Krungsri EDC Plus บริการรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ที่มีสัญลักษณ์ VISA MasterCard JCB และ UPI จากทุกสถาบันการเงินทั่วโลก พร้อมรองรับการรับชำระเงินออนไลน์ผ่านแอป กรุงศรี มั่งมี ช้อป เป็นต้น
  • GO Beyond:  นอกเหนือจากบริการทางเงิน ธนาคารมุ่งเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า SME ที่มีความพร้อมและศักยภาพในการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกรุงศรี และ MUFG มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญของกรุงศรี ที่ช่วยให้ลูกค้า SME ได้มีคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ ผ่านแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจ Krungsri Business Link ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 2,000 บริษัท โดยปีนี้เราจะมีกิจกรรมออกบูธทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อแนะนำบริการนี้ให้กับธุรกิจทั่วไปอีกด้วย เสริมด้วยกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ Krungsri Business Matching กิจกรรมศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น Krungsri Business Journey และ บริการที่ปรึกษาสำหรับลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจสู่อาเซียน Krungsri ASEAN LINK

“ท่ามกลางสภาวะทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ประกอบกับปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงมีความท้าทายอยู่อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้เราจึงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ SME ที่ระดับ 2-3% และกรุงศรีจะยังคงสานต่อการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจในทุกวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมคว้าโอกาสการเติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืนต่อไป” นางสาวดวงกมล กล่าวปิดท้าย


Tags : กรุงศรีอยุธยา กรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรี ดวงกมลลิมป์พวงทิพย์ แผนงานธนาคารกรุงศรีอยุธยาในปี2567


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจเกินคาด มีการจองซื้อเข้ามามากเฉียด 70,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามธนาคารได้ปิดการเสนอขายและออกหุ้นกู้แล้วเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ตามวงเงินโครงการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน และสามารถสร้างสถิติมูลค่าเสนอขายสูงสุดในองค์กรรัฐวิสาหกิจและกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่มีนโยบายในความรับผิดชอบต่อสังคม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพและบทบาทของธนาคารออมสินในการเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ธนาคารจะนำไปใช้จัดหาเงินทุนและรีไฟแนนซ์โครงการที่เข้าเกณฑ์ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) เพื่อรองรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสังคมและสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยทุกชีวิต มุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลัก ESG เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.40% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.59% ต่อปี เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ในการให้คำปรึกษาพร้อมร่วมจัดทำ Sustainable Finance Framework และ DNV (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำหน้าที่ประเมินและให้ความเห็นอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการเงินเพื่อการพัฒนาและภาคสถาบันการเงิน ในการร่วมกันผลักดันแนวทางการเงินเพื่อความยั่งยืน และช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

06 Jun 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569     

04 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” ด้วยสินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ “ออมสินเต็มแม็กซ์” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย สินเชื่อออมสิน SMEs Recharge เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ยเดิม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเดิมและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 30 ล้านบาท ครอบคลุมกิจการของผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบด้านภาษี กิจการที่ต้องแข่งขันราคากับสินค้านำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจในพื้นที่กรณีพิพาทชายแดน ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุม Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อออมสินเต็มแม็กซ์ เพื่อการขยายธุรกิจ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสูงสุดรายละไม่เกิน 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ประสงค์ขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีสร้างพลวัตใหม่ (Reinvent Thailand) สนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ เกษตร-เกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ตลอดจนธุรกิจ Supply Chain ของอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อก้าวสู่ตลาดระดับโลก กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนวัตกรรมแห่งอนาคต กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Tourism / Middle East) สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และยื่นขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115

29 May 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมยกระดับการตรวจสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเทคโนโลยี Low-dose CT Scan (LDCT) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจที่มีความไวสูง สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือก้อนขนาดเล็กในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ยังไม่แสดงอาการ และใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการทำ CT Scan แบบทั่วไป จึงมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการตรวจในระยะยาว เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ เอไอเอ ได้ร่วมมือกับ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็น โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด การตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT Scan (LDCT) และแนวทางการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม โดยได้รับเกียรติจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งปอด อาทิ แพทย์ระบบทางเดินหายใจ รังสีแพทย์ ศัลยแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา ร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างรอบด้าน คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ศูนย์ศรีพัฒน์เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวเชียงใหม่และประชาชนในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ที่มีผลงานด้านการดูแลลูกค้าเอไอเออยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการยกระดับคุณภาพการรักษาไปด้วยกัน กิจกรรมในวันนี้มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพปอด ในนามของเอไอเอจึงอยากส่งเสริมให้คนไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือให้ความสำคัญกับการป้องกันและการตรวจสุขภาพเชิงรุก และเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง”   กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการต่อยอดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องหลังจากที่เอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ได้ร่วมจัดกิจกรรม Open House แก่พลังตัวแทนและลูกค้าเอไอเอ เพื่อเปิดโอกาสให้เยี่ยมชมศักยภาพด้านสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยในหลากหลายสาขา โดยความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงเป้าหมายร่วมกันของเอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ในการยกระดับการดูแลสุขภาพของคนไทย จากการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นขยายการรณรงค์ด้านการตรวจคัดกรองและการให้ความรู้ด้านสุขภาพไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงจากโรคร้ายอย่างมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างยั่งยืน ตามพันธกิจของเอไอเอที่ว่า ‘Healthier Longer Better Live – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’    

26 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner