Responsive image

Sunday, 11 Jan 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


อลิอันซ์ อยุธยา เปิดตัวแคมเปญ GET FIT 90 days challenge ฟิตเพื่อพร้อม พร้อมทุกเกมพลิก

Thu 20/06/2567


อลิอันซ์ อยุธยา จับมือ ซุนโต้ (Suunto) และ แอ็บโซลูท บูทีค ฟิตเนส สตูดิโอ (Absolute Boutique Fitness Studio) เพื่อส่งเสริมคนไทยให้สุขภาพดี เปิดตัวแคมเปญ GET FIT challenge ชวนคนไทยร่วมภารกิจออกกำลังผสานเทคโนยีดิจิตอล 90 วัน สร้างความฟิต จัดเต็มด้วยกิจกรรม ด้านสุขภาพ ทั้งการออกกำลังกาย แนวคาร์ดิโอ โยคะ พิลาทิส และการปั่นจักรยาน เวิร์คช้อป และชาเล้นจ์ภารกิจชิงรางวัล หวังเป็นกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี เพิ่มความฟิต พร้อมรับทุกเกมพลิกของชีวิต

 

พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เป็นผู้นำเรื่องการให้ความคุ้มครองสุขภาพของไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราไม่เพียงให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพเท่านั้น แต่เรายังมุ่งให้ความรู้ด้านการใช้ชีวิตแบบสุขภาพดีทั้งกายและใจ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Healthy Living ที่ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 2 แสนราย โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วย วันนี้ เราต้องการเดินหน้าต่อ ทำให้สังคมแห่งสุขภาพดีขยายวงกว้างมากขึ้น จึงร่วมกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ด้านสุขภาพร่วมกัน ได้แก่ ซุนโต้ และ แอ็บโซลูท บูทีค ฟิตเนส สตูดิโอ เปิดตัวกิจกรรม GET FIT ชวนคนไทยเริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเองผ่านแคมเปญนี้ ซึ่งจะมีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมให้การเดินหน้าพัฒนาตัวเองภายใต้แคมเปญนี้มีความสม่ำเสมอ และเป็นตัวช่วยให้ไปสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้น  

โดย GET FIT แบ่งเป็น 4 ประเภทกิจกรรมย่อย ได้แก่ ฟิตกูรู กับ Health Knowledge คอนเทนต์เนื้อหาเข้มข้นให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกายจากกูรูตัวจริง ฟิตเทค รวมฟังชั่นแทรกเกอร์ไว้ในที่เดียว รวมทั้งความรู้จากฟีเจอร์บนนาฬิกาสุขภาพ ที่หลายคนไม่รู้ ฟิตชาเล้นจ์ ภารกิจที่เข้าถึงการออกกำลังทุกรูปแบบตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น จนถึงขั้นแอดวานซ์ ให้ทุกคนได้ร่วมสนุกรับรางวัลมากมาย และ ฟิตเวิร์คช้อป สำหรับสมาชิก Healthy Living ที่ทำภารกิจตามชาเลนจ์ได้ครบตามกติกา มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ นอกจากนั้น สำหรับลูกค้าอลิอันซ์ อยุธยา สามารถเข้าร่วมกิจกรรม “Blue Day” ชวนออกกำลังกายทุกศุกร์ที่ 3 ของเดือนกับพาร์ทเนอร์ของเรา แบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยระยะเวลากิจกรรม เริ่มตั้งแต่ 12 มิถุนายน 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567 ไม่ว่าจะเป็นสายออกกำลังกายแบบใดก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้

ด้าน คุณเบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร แอ็บโซลูท บูทีค ฟิตเนส สตูดิโอ กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ GET FIT ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนไทยในการเริ่มต้นดูแลตนเอง สร้างสุขภาพกายและจิตใจให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของเรา โดยสิ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของ แอ็บโซลูท คือ การออกกำลังกายแบบคลาสที่หลายหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคนได้ครบ 360 องศา นั่นคือการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายและความสนุกสนานระหว่างออกกำลังกายผ่านคลาสพิลาทิส โยคะ และ Rhythm Cycling นั่นเอง โดยทุกคลาสที่ Absolute อยู่ภายใต้การดูแลจากคุณครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญและมีใบรับรองตามมาตรฐาน เราจึงเชื่อมั่นว่า Absolute และ อลิอันซ์ อยุธยาจะสามารถสร้างช่วยกันสร้าง Awareness และความเปลี่ยนแปลงมาสู่คนไทยผ่านแคมเปญ GET FIT ซึ่งจะเป็นอีกแพลตฟอร์ม ที่จะมาช่วยให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุกและท้าทายผ่านคลาสของเรา” 

 

ด้าน คุณสุขพงศ์ สหัสนันท์ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ซุนโต้ กล่าวว่า ปัจจุบันซุนโต้เป็นหนึ่งใน device และ application ที่มีคอมมูนิตี้ของผู้ออกกำลังกาย และรักสุขภาพอยู่จำนวนมาก โดยเราเชื่อว่าการเข้ามาร่วมแคมเปญ GET FIT จะสามารถช่วยในการขยายคอมมูนิตี้ของกลุ่ม Healthy Lifestyle ได้ในวงกว้างมากขึ้น โดยเรามี Suunto app ที่จะมาช่วยให้การออกกำลังของคุณมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่เริ่มจริงจังกับการออกกำลังกาย และต้องการข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น ส่วนผู้ที่ยังไม่มีนาฬิกาออกกำลังกายก็สามารถดาวโหลด app มาเพื่อบันทึกกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ซุนโต้ยังได้เตรียมส่วนลดสำหรับผู้ที่เข้าร่วม และพิชิตภารกิจต่างๆได้สำเร็จ และระหว่างช่วงกิจกรรม เราจะมีการให้ข้อมูลความรู้ในการออกกำลังกาย และการวิ่ง จากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทีม หมอ โค้ช และนักกีฬา และยังมีข้อมูลอีกหลากหลายที่ช่วยในการ monitor การฝึกต่างๆ เช่น training load ที่จะบอกความหนักเบา ของกิจกรรม ให้การฝึกมีประสิทธิภาพ และ ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากการ overtrain พร้อมกับ SUUNTO AI COACH ที่แนะนำการออกกำลังกายเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พาเข้าไปถึงเป้าหมายของการฝึกซ้อมได้ง่ายขึ้น

 

“แคมเปญ GET FIT ถือเป็นอีกแคมเปญที่ตอกย้ำความตั้งใจของ อลิอันซ์ อยุธยา ในการสร้างสังคมแห่งการมีสุขภาพดี เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เราหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกครั้ง ที่จะสามารถเป็นแรงบัลดาลใจให้กับลูกค้า ตัวแทน รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้หันกลับมาดูแลตัวเอง ฟิตร่างกายอีกครั้ง เพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน” พัชรา กล่าวทิ้งท้าย

โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม GET FIT สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://allianzth.co/Get-Fitนอกจากนี้กิจกรรมนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับงาน Allianz World Run Thailand Series 2024 ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2567 ภายใต้แนวคิด World Run World Heritage ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษไปกับงานวิ่งมาตรฐานสากล พร้อมบรรยากาศงดงามของเมืองมรดกโลก กิจกรรมความบันเทิงครบครัน และลิ้มรสอาหารท้องถิ่นมากมาย” จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ https://race.thai.run/worldrun2024 และสนใจติดตามรายละเอียดงานทั้งหมดได้ที่ Facebook: Worldrun Thailand

 

 


Tags : อลิอันซ์ อยุธยา อลิอันซ์ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต แคมเปญ GET FIT 90 days challenge พัชรา ทวีชัยวัฒนะ Allianz World Run Thailand Series 2024


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner