Responsive image

Monday, 13 Apr 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


กรุงศรี ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ยกระดับนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ พร้อมก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักเพื่อลูกค้า

Fri 28/06/2567


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รุกธุรกิจลูกค้ารายย่อย ต่อยอดความสำเร็จจากการสร้างความเติบโตตามกลยุทธ์ ‘Krungsri One Retail’ ประกาศแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ ปี 2567-2569 ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยตอกย้ำการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน 1. สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ 2. เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ 3. ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อตอบทุกมิติทางการเงินสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยเดินหน้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี นับเป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการทางการเงินเพื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งเงินฝาก, การลงทุนผ่านกองทุนและหลักทรัพย์, สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต, สินเชื่อยานยนต์ รวมถึงประกันภัย จากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ Krungsri One Retail ที่มุ่งผสานความร่วมมือของทุกหน่วยงานในเครือกรุงศรีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเติบโตให้กับธุรกิจเป็นอย่างดี โดยฐานลูกค้าของกรุงศรีเติบโตกว่า 16%, ผู้ใช้บริการช่องทางดิจิทัลผ่านโมบายแอปพลิเคชันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของฐานลูกค้า, ขณะที่ฐานบัญชีเงินฝากก็เติบโตอย่างมาก ในปี 2566 มียอดบัญชีเงินฝากเปิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 27% ส่วนสินเชื่อก็ยังคงเติบโตโดยมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมและรักษาคุณภาพสินเชื่อได้ดี อีกทั้งยังมีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์และเข้าถึงง่ายเพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าว”

ต่อยอดความสำเร็จ สร้างคุณค่าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายย่อย

“ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคลของกรุงศรีจึงได้จัดทำแผนธุรกิจระยะกลางปี 2567-2569 ที่มุ่งสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ, เสริมความแข็งแกร่งให้การสร้างรายได้ของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณค่า ตรงใจลูกค้า เข้าถึงได้ง่าย และมีความปลอดภัยในการทำธุรกรรม พร้อมการให้คำแนะนำทางการเงินอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ”

 

 

กรุงศรีมุ่งขยายฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มีจุดเด่น ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มและยกระดับกระบวนการสมัครใช้บริการให้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงนอกจากนี้ กรุงศรียังคงเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแอปพลิเคชันของกรุงศรี เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายทั้งด้านการเงินและการดำเนินชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งใช้จุดแข็งในด้านเครือข่ายพันธมิตร ในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใหม่ ๆ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบรอบด้าน

 

  • เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ

กรุงศรีเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจใน 3 มิติ 1. การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจสินเชื่ออย่างยั่งยืนซึ่งจะมุ่งขยายสินเชื่อบนฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีคุณภาพ และขยายไปยังกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง โดยใช้ข้อมูลภายใต้ One Retail และข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ จากพันธมิตรในการวิเคราะห์ พร้อมทั้งปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมสำหรับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ กรุงศรียังคงยึดหลักการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Lending) ไม่ส่งเสริมให้ลูกค้าเป็นหนี้จนเกินตัว  2. การขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะบนธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งจะเน้นการยกระดับการทำวิจัยด้านการลงทุนเพื่อเพิ่มมุมมองและสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า, การเตรียมพร้อมผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์การลงทุนในแต่ละสถานการณ์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนที่เชื่อมต่อการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุน และก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนชั้นนำในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนแก่ลูกค้า และ 3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยเน้นการลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน และนำ Generative AI มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการและการดำเนินงานภายในองค์กรเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น

 

  • ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการทั้งบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ

กรุงศรีมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าแบบผสมผสานผ่านทั้งช่องทางสาขาและโมบายแอปพลิเคชัน รวมถึงช่องทางของพันธมิตร เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการตามช่องทางที่ลูกค้าสะดวกและมีประสบการณ์ต่อเนื่องในการใช้บริการแต่ละช่องทาง โดยกรุงศรีมีแผนที่จะยกระดับการให้บริการบนช่องทางโมบายแอปพลิเคชัน ทั้งบน KMA krungsri app, UCHOOSE และ GO สู่การเป็น Super App เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมด้วยประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการยกระดับการทำ CRM และ Loyalty Programme ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับช่องทางสาขาก็ยังคงถือเป็นช่องทางให้บริการที่สำคัญ โดยกรุงศรียังคงเดินหน้าขยายการให้บริการในรูปแบบ One Retail Branch ที่ผสานความร่วมมือของธนาคาร, กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และกรุงศรี ออโต้ ให้มีบริการอยู่ในที่เดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมพร้อมบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำทางการเงิน ที่เหมาะสมแก่ลูกค้าในแต่ละราย เช่น การสร้างวินัยทางการเงินที่ดี การวางแผนออมเงินและลงทุนอย่างยั่งยืน รวมถึงเสริมความรู้ด้านการเงินดิจิทัล

“กรุงศรี เชื่อมั่นว่าแผนการขับเคลื่อนธุรกิจดังกล่าว จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้บริการที่ง่าย สะดวก ตรงใจยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินในทุกช่วงชีวิต และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้กรุงศรีเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้ารายย่อยเลือกใช้บริการ และช่วยขับเคลื่อนกรุงศรีบรรลุเป้าหมายในภาพรวมทั้งหมด” นายพงษ์อนันต์ กล่าวสรุป


Tags : กรุงศรี กรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา Krungsri One Retail พงษ์อนันต์ ธณัติไตร กรุงศรีผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มความอุ่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โดยได้ออกกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1. กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าถึงง่ายและราคาย่อมเยา พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ อาทิ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาทและหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 100,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 250,000 บาท และหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 250,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 125,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน   • กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) เบี้ยประกันภัย 10 บาท โดยให้ความคุ้มครอง -  ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด สูงสุด 30,000 บาท -  ความเสียหายจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว  -  การโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ -  ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว วันละ 300 บาท (สูงสุด 30 วัน) -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน 2. มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง จัดตั้งจุดบริการประชาชน ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีรถประสบอุบัติเหตุหรือรถเสีย รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มกรุงเทพประกันภัยเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอดการเดินทาง และส่งมอบน้ำดื่มผ่านสำนักงาน คปภ. ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

12 Apr 2026

...

“เฮ้ กู๊ดดี้” (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR เปิดตัวแคมเปญพิเศษรับเทศกาลท่องเที่ยว “Exclusive บินลัดฟ้า ล่าคาซัค… แบบไม่ต้องควักสตางค์!” ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศแบบ All Inclusive ฟรีตลอดทริป พร้อมร่วมเดินทางกับเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “อาสาพาไปหลง” นำโดย “ว่านไฉ” แคมเปญนี้สะท้อนแนวคิดของ เฮ้ กู๊ดดี้ ที่ต้องการให้ “การซื้อประกัน” ไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้มครอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ดี ๆ ในการเดินทาง โดยลูกค้ายังได้รับความอุ่นใจจากความคุ้มครองความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยในต่างประเทศ หรือเที่ยวบินล่าช้า ที่อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศผ่าน heygoody.com จากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ MSIG, Sompo และ KPI ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยมีรายละเอียดดังนี้ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (เอเชีย) รับ 1 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (นอกเอเชีย) รับ 2 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายปี รับ 4 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ โดยเฮ้ กู๊ดดี้ได้จัดเตรียมของรางวัลรวมทั้งสิ้น 155 รางวัล มูลค่ารวม 1,674,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลที่ 1: ทริปคาซัคสถาน 6 วัน 4 คืน แบบ All Inclusive (รวมตั๋วเครื่องบิน อาหาร และที่พักระดับ 4-5 ดาว) จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่า 1,200,000 บาท รางวัลที่ 2: กระเป๋า heybag มูลค่า 7,800 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 390,000 บาท รางวัลที่ 3: คูปองส่วนลด Klook มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 50,000 บาท รางวัลที่ 4: heygoody Universal Adapter มูลค่า 680 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 34,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญและการประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ที่เว็บไซต์ www.heygoody.com และ Facebook fanpage heygoody หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @heygoody พร้อมซื้อประกันได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง

11 Apr 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด ส่งความห่วงใยถึงคนไทยทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดตัวแคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกับการเดินหน้าตามพันธกิจของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยเพื่อความอุ่นใจและลดภาระของครอบครัว ให้คนไทยทั่วประเทศมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569  

07 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner