Responsive image

Monday, 25 May 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


กรุงศรี ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ยกระดับนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ พร้อมก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักเพื่อลูกค้า

Fri 28/06/2567


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รุกธุรกิจลูกค้ารายย่อย ต่อยอดความสำเร็จจากการสร้างความเติบโตตามกลยุทธ์ ‘Krungsri One Retail’ ประกาศแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ ปี 2567-2569 ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยตอกย้ำการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน 1. สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ 2. เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ 3. ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อตอบทุกมิติทางการเงินสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยเดินหน้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี นับเป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการทางการเงินเพื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งเงินฝาก, การลงทุนผ่านกองทุนและหลักทรัพย์, สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต, สินเชื่อยานยนต์ รวมถึงประกันภัย จากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ Krungsri One Retail ที่มุ่งผสานความร่วมมือของทุกหน่วยงานในเครือกรุงศรีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเติบโตให้กับธุรกิจเป็นอย่างดี โดยฐานลูกค้าของกรุงศรีเติบโตกว่า 16%, ผู้ใช้บริการช่องทางดิจิทัลผ่านโมบายแอปพลิเคชันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของฐานลูกค้า, ขณะที่ฐานบัญชีเงินฝากก็เติบโตอย่างมาก ในปี 2566 มียอดบัญชีเงินฝากเปิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 27% ส่วนสินเชื่อก็ยังคงเติบโตโดยมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมและรักษาคุณภาพสินเชื่อได้ดี อีกทั้งยังมีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์และเข้าถึงง่ายเพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าว”

ต่อยอดความสำเร็จ สร้างคุณค่าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายย่อย

“ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคลของกรุงศรีจึงได้จัดทำแผนธุรกิจระยะกลางปี 2567-2569 ที่มุ่งสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ, เสริมความแข็งแกร่งให้การสร้างรายได้ของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณค่า ตรงใจลูกค้า เข้าถึงได้ง่าย และมีความปลอดภัยในการทำธุรกรรม พร้อมการให้คำแนะนำทางการเงินอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ”

 

 

กรุงศรีมุ่งขยายฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มีจุดเด่น ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มและยกระดับกระบวนการสมัครใช้บริการให้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงนอกจากนี้ กรุงศรียังคงเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแอปพลิเคชันของกรุงศรี เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายทั้งด้านการเงินและการดำเนินชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งใช้จุดแข็งในด้านเครือข่ายพันธมิตร ในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใหม่ ๆ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบรอบด้าน

 

  • เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ

กรุงศรีเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจใน 3 มิติ 1. การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจสินเชื่ออย่างยั่งยืนซึ่งจะมุ่งขยายสินเชื่อบนฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีคุณภาพ และขยายไปยังกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง โดยใช้ข้อมูลภายใต้ One Retail และข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ จากพันธมิตรในการวิเคราะห์ พร้อมทั้งปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมสำหรับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ กรุงศรียังคงยึดหลักการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Lending) ไม่ส่งเสริมให้ลูกค้าเป็นหนี้จนเกินตัว  2. การขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะบนธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งจะเน้นการยกระดับการทำวิจัยด้านการลงทุนเพื่อเพิ่มมุมมองและสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า, การเตรียมพร้อมผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์การลงทุนในแต่ละสถานการณ์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนที่เชื่อมต่อการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุน และก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนชั้นนำในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนแก่ลูกค้า และ 3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยเน้นการลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน และนำ Generative AI มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการและการดำเนินงานภายในองค์กรเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น

 

  • ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการทั้งบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ

กรุงศรีมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าแบบผสมผสานผ่านทั้งช่องทางสาขาและโมบายแอปพลิเคชัน รวมถึงช่องทางของพันธมิตร เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการตามช่องทางที่ลูกค้าสะดวกและมีประสบการณ์ต่อเนื่องในการใช้บริการแต่ละช่องทาง โดยกรุงศรีมีแผนที่จะยกระดับการให้บริการบนช่องทางโมบายแอปพลิเคชัน ทั้งบน KMA krungsri app, UCHOOSE และ GO สู่การเป็น Super App เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมด้วยประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการยกระดับการทำ CRM และ Loyalty Programme ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับช่องทางสาขาก็ยังคงถือเป็นช่องทางให้บริการที่สำคัญ โดยกรุงศรียังคงเดินหน้าขยายการให้บริการในรูปแบบ One Retail Branch ที่ผสานความร่วมมือของธนาคาร, กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และกรุงศรี ออโต้ ให้มีบริการอยู่ในที่เดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมพร้อมบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำทางการเงิน ที่เหมาะสมแก่ลูกค้าในแต่ละราย เช่น การสร้างวินัยทางการเงินที่ดี การวางแผนออมเงินและลงทุนอย่างยั่งยืน รวมถึงเสริมความรู้ด้านการเงินดิจิทัล

“กรุงศรี เชื่อมั่นว่าแผนการขับเคลื่อนธุรกิจดังกล่าว จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้บริการที่ง่าย สะดวก ตรงใจยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินในทุกช่วงชีวิต และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้กรุงศรีเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้ารายย่อยเลือกใช้บริการ และช่วยขับเคลื่อนกรุงศรีบรรลุเป้าหมายในภาพรวมทั้งหมด” นายพงษ์อนันต์ กล่าวสรุป


Tags : กรุงศรี กรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา Krungsri One Retail พงษ์อนันต์ ธณัติไตร กรุงศรีผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต  มุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ลูกค้า เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารับบริการฉีดวัคซีนที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 วัคซีน ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนงูสวัด โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA ในเมนู “Rewards PLUS+” โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก เพียงแสดงรหัสคูปองส่วนลดจากเมนู Rewards PLUS+ บนแอป Emma by AXA พร้อมบัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประชาชน ณ เคาน์เตอร์โรงพยาบาล โดยเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลนอกเครือ BDMS หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษได้ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีน อาทิ  ใบเสร็จรับเงิน บัตรวัคซีน หรือสมุดวัคซีนที่ออกโดยโรงพยาบาล อัปโหลดได้ที่ Rewards Plus+ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท  ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคสำคัญซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาล แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่งและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-services/preventive-vaccine-2026 ทั้งนี้สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ  ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Preventive_Vaccine_Campaign_News *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ฯ และกรมธรรม์กำหนด

24 May 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมงาน Thailand Dive Expo และ Thailand Golf Expo มหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและไลฟ์สไตล์ ระหว่างวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานมีบริการด้านการท่องเที่ยว การดำน้ำ กีฬากอล์ฟ และกิจกรรมอื่นๆ ที่หลากหลายและครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ ไปร่วมออกบูทพร้อมนำเสนอแผนประกันภัยและโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับคนรักการดำน้ำและคนรักกอล์ฟ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ รับของสมนาคุณสุดคุ้ม             ● ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาท รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาท (สูงสุด 300 บาท) และรับเพิ่ม Shopping Bag             ● ประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาทต่อกรมธรรม์ และรับเพิ่มแก้วน้ำ LocknLock             ● ประกันภัยอื่นๆ รับส่วนลดพิเศษพร้อมของสมนาคุณมากมาย             นอกจากนี้ เมื่อทำประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ             พบกับกรุงเทพประกันภัยได้ที่บูท C5 - C6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 - 6 ชั้น LG ในวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569  

22 May 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงิน ดำเนินการภายใต้แนวคิดการสนับสนุนให้คนไทยมีเงินออมตั้งแต่ก้าวแรก เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับก้าวต่อ ๆ ไปที่จะมีธนาคารออมสินอยู่เคียงข้างในแต่ละช่วงชีวิต : From Birth, to Legacy ตามแผนการดำเนินงานของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives โดยล่าสุด ธนาคารเปิดตัวเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” บัญชีเงินฝากเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้พ่อแม่เริ่มต้นเก็บออมให้บุตรตั้งแต่แรกเกิด สำหรับเป็นทุนการศึกษา หรือทุนอื่น ๆ ในอนาคต พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์จูงใจด้วยความคุ้มครองจากประกันภัยอุบัติเหตุที่มอบให้ทั้งพ่อแม่ที่เป็นผู้ฝากและผู้เยาว์ในบัญชีเดียว ผลิตภัณฑ์เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับให้พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด สามารถเปิดบัญชีเพื่อบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึงไม่เกินอายุ 10 ปีบริบูรณ์ โดยธนาคารออมสินเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบให้กับลูกค้า เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สำหรับพ่อแม่ที่เป็นผู้เปิดบัญชีเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” จะได้รับความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนด กล่าวคือ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร รับความคุ้มครองเป็นวงเงิน 2 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/บัญชี ส่วนบุตรจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท คำนวณเป็นความคุ้มครองที่บุตรจะได้รับสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลร้อยละ 1 ของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ สูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง และไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินที่จ่ายจริง รายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ลูกค้าเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์เงื่อนไขความคุ้มครองเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ประกันภัย และสามารถเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก อัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี   ปัจจุบัน ธนาคารออมสินมีผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ทางการเงินของคนไทยทุกช่วงวัย ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ทางการเงินครอบคลุมเป้าหมายทุกกลุ่มไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด สอดคล้องตามจุดมุ่งหมายทางธุรกิจของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th

15 May 2026

...

วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443  

13 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner