Responsive image

Saturday, 28 Feb 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


กรุงศรี ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ยกระดับนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ พร้อมก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักเพื่อลูกค้า

Fri 28/06/2567


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รุกธุรกิจลูกค้ารายย่อย ต่อยอดความสำเร็จจากการสร้างความเติบโตตามกลยุทธ์ ‘Krungsri One Retail’ ประกาศแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ ปี 2567-2569 ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยตอกย้ำการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน 1. สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ 2. เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ 3. ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อตอบทุกมิติทางการเงินสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยเดินหน้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี นับเป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการทางการเงินเพื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งเงินฝาก, การลงทุนผ่านกองทุนและหลักทรัพย์, สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต, สินเชื่อยานยนต์ รวมถึงประกันภัย จากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ Krungsri One Retail ที่มุ่งผสานความร่วมมือของทุกหน่วยงานในเครือกรุงศรีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเติบโตให้กับธุรกิจเป็นอย่างดี โดยฐานลูกค้าของกรุงศรีเติบโตกว่า 16%, ผู้ใช้บริการช่องทางดิจิทัลผ่านโมบายแอปพลิเคชันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของฐานลูกค้า, ขณะที่ฐานบัญชีเงินฝากก็เติบโตอย่างมาก ในปี 2566 มียอดบัญชีเงินฝากเปิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 27% ส่วนสินเชื่อก็ยังคงเติบโตโดยมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมและรักษาคุณภาพสินเชื่อได้ดี อีกทั้งยังมีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์และเข้าถึงง่ายเพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าว”

ต่อยอดความสำเร็จ สร้างคุณค่าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายย่อย

“ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคลของกรุงศรีจึงได้จัดทำแผนธุรกิจระยะกลางปี 2567-2569 ที่มุ่งสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ สร้างการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ, เสริมความแข็งแกร่งให้การสร้างรายได้ของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์บริการบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณค่า ตรงใจลูกค้า เข้าถึงได้ง่าย และมีความปลอดภัยในการทำธุรกรรม พร้อมการให้คำแนะนำทางการเงินอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ”

 

 

กรุงศรีมุ่งขยายฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มีจุดเด่น ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มและยกระดับกระบวนการสมัครใช้บริการให้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงนอกจากนี้ กรุงศรียังคงเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแอปพลิเคชันของกรุงศรี เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายทั้งด้านการเงินและการดำเนินชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งใช้จุดแข็งในด้านเครือข่ายพันธมิตร ในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใหม่ ๆ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบรอบด้าน

 

  • เสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างรายได้ของธุรกิจ

กรุงศรีเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจใน 3 มิติ 1. การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจสินเชื่ออย่างยั่งยืนซึ่งจะมุ่งขยายสินเชื่อบนฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีคุณภาพ และขยายไปยังกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง โดยใช้ข้อมูลภายใต้ One Retail และข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ จากพันธมิตรในการวิเคราะห์ พร้อมทั้งปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ ให้เหมาะสมสำหรับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ กรุงศรียังคงยึดหลักการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Lending) ไม่ส่งเสริมให้ลูกค้าเป็นหนี้จนเกินตัว  2. การขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะบนธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งจะเน้นการยกระดับการทำวิจัยด้านการลงทุนเพื่อเพิ่มมุมมองและสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า, การเตรียมพร้อมผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์การลงทุนในแต่ละสถานการณ์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนที่เชื่อมต่อการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุน และก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนชั้นนำในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนแก่ลูกค้า และ 3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยเน้นการลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน และนำ Generative AI มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการและการดำเนินงานภายในองค์กรเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น

 

  • ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการทั้งบนช่องทางสาขาและโมบายแบบไร้รอยต่อ

กรุงศรีมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าแบบผสมผสานผ่านทั้งช่องทางสาขาและโมบายแอปพลิเคชัน รวมถึงช่องทางของพันธมิตร เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการตามช่องทางที่ลูกค้าสะดวกและมีประสบการณ์ต่อเนื่องในการใช้บริการแต่ละช่องทาง โดยกรุงศรีมีแผนที่จะยกระดับการให้บริการบนช่องทางโมบายแอปพลิเคชัน ทั้งบน KMA krungsri app, UCHOOSE และ GO สู่การเป็น Super App เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมด้วยประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการยกระดับการทำ CRM และ Loyalty Programme ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับช่องทางสาขาก็ยังคงถือเป็นช่องทางให้บริการที่สำคัญ โดยกรุงศรียังคงเดินหน้าขยายการให้บริการในรูปแบบ One Retail Branch ที่ผสานความร่วมมือของธนาคาร, กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และกรุงศรี ออโต้ ให้มีบริการอยู่ในที่เดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมพร้อมบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำทางการเงิน ที่เหมาะสมแก่ลูกค้าในแต่ละราย เช่น การสร้างวินัยทางการเงินที่ดี การวางแผนออมเงินและลงทุนอย่างยั่งยืน รวมถึงเสริมความรู้ด้านการเงินดิจิทัล

“กรุงศรี เชื่อมั่นว่าแผนการขับเคลื่อนธุรกิจดังกล่าว จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้บริการที่ง่าย สะดวก ตรงใจยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินในทุกช่วงชีวิต และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้กรุงศรีเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้ารายย่อยเลือกใช้บริการ และช่วยขับเคลื่อนกรุงศรีบรรลุเป้าหมายในภาพรวมทั้งหมด” นายพงษ์อนันต์ กล่าวสรุป


Tags : กรุงศรี กรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา Krungsri One Retail พงษ์อนันต์ ธณัติไตร กรุงศรีผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. (ผู้บริหารสูงสุด) มีวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คราวละไม่เกิน 4 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569  โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารและการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร มีประวัติดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บริหารสูงสุดขึ้นไปของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป องค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนขององค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท คุณสมบัติโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศ กบข. เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th หรือสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข.” โทร 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. เว้นวันหยุดทำการของ กบข.  

27 Feb 2026

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner