Responsive image

Tuesday, 20 Oct 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


ไทยพาณิชย์ - เอฟดับบลิวดี ฉลองความสำเร็จ 5 ปี จุดพลุประกันแห่งปี “ประกันยิ่งอยู่นาน ยิ่งพิเศษ” คุ้มเลือกได้ รับเงินคืนทุกปี

Tue 09/07/2567


ธนาคารไทยพาณิชย์ และเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ฉลองความสำเร็จ 5 ปี ในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ร่วมมอบทางเลือกผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ด้วยช่องทางที่เชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมอบความคุ้มครองให้ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ เดินหน้าสานต่อความร่วมมือเพื่ออนาคตที่มั่นคงทางสุขภาพการเงินของคนไทย จุดพลุ “ประกันยิ่งอยู่นาน ยิ่งพิเศษ” มอบทางเลือกประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว ให้ลูกค้าเลือกระยะเวลาชำระเบี้ย 7 ปี 8 ปี หรือ 9 ปี พร้อมรับเงินคืนทุกปี สมัครง่ายไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ พิเศษกว่าที่เคยด้วย โปรโมชัน 5 ต่อ พร้อมทั้งดึง “ตู่ ภพธร สุนทรญาณกิจ” ศิลปิน-นักแต่งเพลงฟีล อบอุ่น นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ ร่วมสื่อสารและตอกย้ำความตั้งใจของสององค์กรที่เดินหน้าสนับสนุนคนไทยวางแผนชีวิตระยะยาวด้วยประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว

 

นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2019 ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต”) ประกาศความร่วมมือด้านประกันภัยที่มีมูลค่าสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยวิสัยทัศน์ร่วมกันที่ส่งมอบความคุ้มครองและความยั่งยืนในด้านการเงินและด้านสุขภาพของคนไทยผ่านช่องทางธนาคารไทยพาณิชย์ที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลให้วงการประกันชีวิต และความมุ่งหวังให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงประกันที่ดีมีมาตรฐานระดับโลก ผ่านนวัตกรรมประกันที่สร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการประกันอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยไทยพาณิชย์ครองตำแหน่งผู้นำตลาดประกันผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านธนาคาร หรือ แบงก์แอสชัวรันส์ (Bancassurance) ต่อเนื่อง และในช่วงสี่เดือนแรก ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน ปี 2567 ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 1*

 

“ตลอดระยะเวลา 5 ปี เราได้มีโอกาสดูแลการเจ็บป่วยให้กับลูกค้า ส่งมอบเงินมรดกให้ทายาท รวมทั้งส่งมอบความมั่นคงในชีวิตในรูปแบบเงินคืน รวมเป็นผลประโยชน์ ทั้งสิ้นกว่า 86,888 ล้านบาท** นับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ได้มีส่วนช่วยแบ่งเบาผลกระทบในด้านค่าใช้จ่ายในกรณีที่ไม่คาดฝันให้กับคนไทยจำนวนมาก เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์จากการช่วยลูกค้าวางแผนชีวิตและสุขภาพ และเนื่องจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย คนไทยมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ธนาคารเล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนให้คนไทยวางแผนระยะยาว จึงได้ร่วมกับเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต มอบทางเลือกประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว ด้วยจุดเด่น ชำระเบี้ยฯในระยะสั้น เพื่อสร้างความคุ้มครองชีวิตยาวตลอดชีพ และยังให้ผลตอบแทนกลับคืนในรูปของเงินคืนทุกปี เพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ตัวเองและคนข้างหลัง” นางสาวปรมาศิริ กล่าว

 

นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำประเทศไทยและกัมพูชา บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับตั้งแต่เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ในปี 2019 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 5 ปี แล้ว เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันขยายการเติบโตธุรกิจประกันชีวิต จนประสบความสำเร็จสามารถครองตำแหน่งผู้นำธุรกิจประกันชีวิตอันดับ 1 ในช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านธนาคารมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 28.68%*** ด้วยแนวคิดการทำงานที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (Customer-led) เราทำการศึกษาข้อมูลเชิงลึก เพื่อออกแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการของเอฟดับบลิวดี ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์และช่วงชีวิต”

“เรายังคงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองหลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกและเป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารความเสี่ยงและวางแผนทางการเงินให้แก่ลูกค้า พร้อมสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตให้แก่ตัวเองและครอบครัว เนื่องในโอกาสพิเศษฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี เราได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ออกแบบประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว การันตีผลตอบแทนที่แน่นอนในทุกสภาวะเศรษฐกิจ  ซึ่งเป็นแผนประกันที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องการเริ่มออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว ช่วยรองรับแผนค่าใช้จ่ายรายปีในอนาคต รวมทั้งเป็นการวางแผนเงินก้อนหลังเกษียณ หรือวางแผนออมเงินเป็นมรดกให้กับคนที่รัก ซึ่งนับเป็นความคุ้มค่าที่ช่วยเติมเต็มรอยยิ้มและความสุขให้ทุกคนในครอบครัว ด้วยผลประโยชน์ตลอดเส้นทางในทุกช่วงเวลาของชีวิต สะท้อนเจตนารมณ์ของเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิตที่ต้องการสนับสนุนให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวล เพราะมีประกันเอฟดับบลิวดี ดูแลให้” นายเดวิด กล่าว

 

ในโอกาสที่ธนาคารไทยพาณิชย์และเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เฉลิมฉลองความสำเร็จในการร่วมมือกันมอบสิ่งดีๆ ให้แก่อุตสาหกรรมประกันตลอด 5 ปี จึงได้เปิดตัว “ประกันยิ่งอยู่นาน ยิ่งพิเศษ” พร้อมกับเปิดตัวพรีเซนเตอร์ “ตู่ ภพธร” ศิลปิน/นักแต่งเพลงและครอบครัว ร่วมสื่อสารถึงความสำคัญของการวางแผนชีวิตระยะยาวเพื่อครอบครัว พร้อมแต่งเพลงพิเศษ “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งพิเศษ” เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกดีๆ ซึ่งสะท้อนภาพของ 2 องค์กรที่จับมือกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดีๆ แก่สังคมไทย  พร้อมกันนี้ ตู่ ภพธร ยังได้ร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ของการวางแผนชีวิตระยะยาวตั้งแต่เริ่มต้นทำงานจนปัจจุบันเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ตัวเองและครอบครัวอีกด้วย

 

“ประกันยิ่งอยู่นาน ยิ่งพิเศษ” เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์เรือธง ได้แก่ ประกันทริปเปิ้ล เซเว่น (77/7) ประกันคุ้มครอง มั่งคั่ง 85/8 และ ประกันมรดก มั่งคั่ง 90/9 ที่ลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยได้ 3 ระยะเวลาคือ 7 ปี 8 ปี หรือ 9 ปี หรือแบ่งเงินซื้อได้ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ เพื่อรับเงินก้อนเมื่อปีกรมธรรม์ที่อายุ 77 ปี 85 ปี และ 90 ปี อีกทั้งยังได้รับเงินคืนรายปี ปีละ10% – 14% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่กรมธรรม์กำหนด สมัครง่ายไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ตอบโจทย์สังคมไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

พร้อมกันนี้ ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยในกลุ่ม “ประกันยิ่งอยู่นาน ยิ่งพิเศษ” นี้ จะได้รับสิทธิพิเศษสุด 5 ต่อ****

ต่อที่ 1 : รับเงินคืน สูงสุดถึง 10% ของค่าเบี้ยประกันภัยปีแรกรายปี

ต่อที่ 2 : แบ่งชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตไทยพาณิชย์/ บัตรเครดิตคาร์ดเอกซ์

ต่อที่ 3 : รับสิทธิพิเศษกับบริการ FWD MyWell, บริการพิเศษด้านสุขภาพแบบครบวงจร หลากหลายการดูแลที่ส่งเสริมสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก ด้วยการสร้างประสบการณ์พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก่อนการเคลม (Pre-Claim) นอกเหนือจากความคุ้มครองในกรมธรรม์

ต่อที่ 4 : ลุ้นรางวัล Hong Kong Disneyland package และอื่นๆ กว่า 160 รางวัล  

ต่อที่ 5 : รับบัตร Priority Pass อายุ 1 ปี (เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยรายปีตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์แห่งการเดินทางทั่วโลกดั่งคนพิเศษ สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองของบัตร Priority Pass สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ ณ สนามบินชั้นนำทั่วโลกกว่า 1,500 แห่ง ที่พร้อมให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาเพื่อให้การเดินทางต่างประเทศของท่านสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไม่จำกัดจำนวนครั้ง

สนใจติดต่อได้ที่ SCB ทุกสาขา หรือ เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ (RM) ของท่าน

 


Tags : FWDประกันชีวิต เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต FWD เดวิดโครูนิช ปรมาศิริมโนลม้าย ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว ตู่ภพธร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ประสบอุทกภัยขยายเป็นวงกว้าง จึงมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ธนาคารขอแจ้งผู้ที่อยู่ระหว่างรอรับเงิน โปรดตรวจสอบความพร้อมของบัญชีพร้อมเพย์ (Promptpay) ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางบริการของธนาคารที่ผูกบัญชีไว้ เพื่อให้สามารถรับเงินโอนได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการโอนเงินตามข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยังคงเร่งดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ธนาคารโอนจ่ายเงินแล้วกว่า 3 แสนราย รวมวงเงินกว่า 2.4 พันล้านบาท จากกรอบวงเงินช่วยเหลือรวม 4,700 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 สามารถโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบอุทกภัยได้อีก 146,015 ราย วงเงิน 1,124 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดโอนสูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเร่งดำเนินการโอนเงินเยียวยาตามข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นฟูการดำรงชีวิตได้โดยเร็ว

16 Oct 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่ 1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย 2)ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ 3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570   สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

09 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยมาตรการช่วยเหลือมี 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย  ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 (ขยายเพิ่มอีก 60 วัน) 2. ยกเว้นดอกเบี้ย เบี้ยประกันภัย 6 เดือน  กรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติหรือต่ออายุกรมธรรม์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 3. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์  ที่ชำรุดหรือสูญหาย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายเหตุ ยกเว้นประกันชีวิตควบการลงทุน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทฯ ห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ความเดือดร้อนของลูกค้าคือเรื่องที่เราให้ความสำคัญ จึงออกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยให้ลูกค้าคลายกังวล บรรเทาผลกระทบ และช่วยเหลือให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับลูกค้าผู้เอาประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ OCEAN LIFE Contact Center โทร. 1503 อีเมล info@ocean.co.th หรือสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านบริการ Ocean Connect ได้ที่ LINE: @oceanlife หรือ Ocean Club Application ./

06 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner