Responsive image

Tuesday, 03 Feb 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


TIPH ร่วมกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน TIP ยังรักษาแชมป์ประกันวินาศภัยประเภท Non-Motor อันดับ 1 บริษัทย่อยอื่นฟอร์มดี 6 เดือน ทำกำไรทะลุปี 2566 ทั้งปี

Sat 31/08/2567


ดร. สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายวิบูลย์ เฟื่องพานิชเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน เปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ในกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านช่องทางออนไลน์ โชว์กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ของ TIPH เท่ากับ 815 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.37 บาทต่อหุ้น ณ อาคารทิพยประกันภัย สำนักงานใหญ่ พระราม 3

ในครึ่งปีแรกของปี 2567 TIP บริษัทแกนของกลุ่ม TIPH มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 15,678 ล้านบาท และมีกำไรจากการรับประกันภัย1,685 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน  จากนโยบายการรับประกันภัยแบบคัดสรรภัย (Selective) และกำหนดเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง (Risk-Based Pricing) เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดย TIP ให้ความระมัดระวังในการรับประกันภัยรถยนต์ประเภท EV รวมถึงวางแผนรับมือได้กับทุกสถานการณ์ ดังนั้นแม้ TIP จะเผชิญกับภาวะตลาดประกันวินาศภัยที่เบี้ยประกันภัยรับรวมแทบจะคงที่ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญกับความเปราะบางทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ  แต่ TIP ยังคงสามารถสร้างการเติบโตในกำไรจากการรับประกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันภัยวินาศภัยดิจิทัลเต็มรูปแบบที่กลุ่ม TIPH เข้าลงทุนภายใต้บริษัท ทิพย ไอบี จำกัด ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการเมื่อไตรมาส 4/2566 มีเบี้ยประกันภัยรับรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 195% จากไตรมาสก่อน และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากกระแสตอบรับในแคมเปญต่างๆ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยมียอดการค้นหาแบรนด์เพิ่มขึ้นถึงกว่า 1,000% ตั้งแต่เปิดให้บริการ

ส่วนกลุ่มธุรกิจสนับสนุนธุรกิจประกันภัยที่กลุ่ม TIPH เข้าลงทุนภายใต้บริษัท ทิพย ไอเอสบี จำกัด ในภาพรวมมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 18% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มาจากการพยายามเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของบริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด ผู้ให้บริการงานสำรวจและประเมินความเสียหาย ซึ่งมี Digital Surveyor ที่พร้อมให้บริการทั่วประเทศ และกำลังขยายบริการเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัท อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด มีความพร้อมเต็มที่ในการผลักดันให้ตัวแทนนายหน้าขายประกันภัยผ่านช่องทาง Insurance Super App บริษัท ศูนย์ฝึกอบรมทิพย จำกัด เป็นอีกบริษัทที่ทำกำไรได้อย่างโดดเด่ดของกลุ่ม TIPH โดยเพียง 6 เดือนแรกของปี 2567 ก็สามารถทำกำไรได้เทียบเท่ากับกำไรในปี 2566 ทั้งปี

บริษัท ทิพย เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด อีกหนึ่งบริษัทเรือธงของกลุ่ม TIPH ที่ปัจจุบันลงทุนในบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ซึ่งเปิดให้บริการสินเชื่อแบบมีหลักประกัน โดยสร้างกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินงาน และยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 มากกว่ากำไรสุทธิทั้งปีในปี 2566  อีกทั้งได้เข้าร่วมลงทุนกับ บริษัท เงินดีดี จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน ที่บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เข้าร่วมลงทุนก็สามารถเปิดดำเนินการได้ตามแผน โดยเริ่มเปิดให้บริการเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเพียง 1 เดือนที่ Soft Launch ก็มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Good Money by GSB กว่า 40,000 ครั้ง 

จะเห็นได้ว่าทุกกลุ่มธุรกิจที่กลุ่ม TIPH เข้าลงทุนล้วนมีทิศทางการเติบโตที่ดี อีกทั้งกลุ่ม TIPH ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง แสวงหาและศึกษาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการร่วมกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม  เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อให้บรรลุตามนโยบายหลักของกลุ่ม TIPH  ในการเป็นกลุ่มบริษัทประกันภัยและการลงทุนชั้นนำในระดับสากล สามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่านทางhttps://www.youtube.com/live/nySP32knerg?si=smJ3m3qVPZHG9Mrd และ https://listed-company-presentation.setgroup.or.th/th/vdo/6698

 

 

 


Tags : ทิพยประกันภัย TIP ดร.สมพร สืบถวิลกุล ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ TIPH วิบูลย์ เฟื่องพานิชเจริญ ผลการดำเนินงานของกลุ่ม TIPH


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner