Responsive image

Thursday, 26 Feb 2026

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


สำนักงาน กสทช. ผนึกกำลังสตาร์ทอัพเดินเครื่อง “Mobile ID ยืนยันตัวตนด้วยมือถือแทนบัตรประชาชน” หนุนภาคเอกชนใช้งานทั่วประเทศ

Sun 06/10/2567


นางสาวพูลศิริ นิลกิจศรานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ให้เงินสนับสนุนผู้ชนะรางวัลโครงการประกวดนวัตกรรมใหม่ในการนำบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์โทรศัพท์เคลื่อนที่ (แทนบัตร) ไปใช้งาน Mobile ID ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ ใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตน หรือยืนยันตัวตนออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศสู่สังคมดิจิทัลที่ก้าวหน้าและทันสมัย สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0

สำหรับบริษัทที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ บริษัท นายเน็ต จำกัด ขณะนี้ได้เริ่มใช้ Mobile ID กับคลินิกทันตกรรม โรงแรม ที่พัก และรีสอร์ท  และ บริษัท เออเบิ้น รูม จำกัด และผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ เริ่มใช้ Mobile ID แพลตฟอร์ม “มีโหวต” ช่วยให้การมีส่วนร่วมของคนในสังคมเป็นเรื่องง่าย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน Mobile ID เป็นวงกว้างในประเทศไทยส่งผลให้ธุรกิจ และประชาชนทั่วไปและภาคเอกชนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น และยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการลดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวง ประชาชนจนเกิดความเสียหายอีกด้วย

นายทินกร เหล่าเราวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นายเน็ต จำกัด ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวด Mobile ID Innovation Award ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี Mobile ID มาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจบริการ โดยปัจจุบันบริษัทได้เชื่อมโยงระบบ Mobile ID เข้ากับคลินิกทันตกรรมที่บริษัทดูแลระบบหลังบ้านอยู่แล้วกว่า 2,000 แห่ง ผ่าน “โปรแกรมบริหารคลีนิคทันตกรรม FD  ยืนยันตัวตนคนไข้ผ่าน Mobile ID ไร้กระดาษ สร้างความปลอดภัยให้กับคนไข้” และยังได้พัฒนา Mobile Hotel ให้ผู้เข้ามาใช้บริการ สามารถ         สแกน QR code เพื่อเช็คอินตัวตน  โดยรายชื่อผู้เข้าพักจะปรากฏบนหน้าจอ และสามารถส่งข้อมูลทะเบียนผู้เข้าพัก (ร.ร.4)  ไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยได้ทันที ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนในทุกอุตสาหกรรม ที่ต้องการการยืนยันตัวตนของผู้ที่เข้ามาใช้บริการ เช่น ธุรกิจโรงแรมที่พัก อาคารสำนักงาน  สามารถเข้าใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://app.digitalid.center/#/welcome นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งหลังจากเปิดตัว บริษัท ตั้งเป้าหมายจะมีโรงแรม ที่พัก ใช้การส่งข้อมูลแบบดิจิทัลเพิ่มเป็น 50% ภายใน 1 ปี จากเดิมที่มีการส่งข้อมูลเพียง 25% เท่านั้น

“การนำ Mobile ID มาใช้ในภาคธุรกิจบริการ ไม่เพียงแต่ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและลดต้นทุนการใช้กระดาษของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยไม่ทิ้งบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรประชน ไว้อีกต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา บริษัท ได้ร่วมจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่การเชื่อมต่อระบบกับ  Mobile ID โดยมีสตาร์ทอัพ สนใจกว่า 200 บริษัท อาทิ กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานที่ควบคุมการเข้า-ออก รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ นำวัตกรรม Mobile ID  นำไปต่อยอดธุรกิจ นำไปสู่การงานได้อย่างแพร่หลายในวงกว้าง จึงหวังให้งานเปิดตัวครั้งนี้กระตุ้นให้เกิดการใช้ Mobile ID ในภาคธุรกิจเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น” นายทินกร

นายแทนศร พรปัญญาภัทร ในฐานะ กรรมการ บริษัท เออเบิ้น รูม จำกัด ผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศการประกวด Mobile ID Innovation Award เปิดเผยว่า แพลตฟอร์ม “มีโหวต” mevote.org [https://www.mevote.org/] ช่วยให้การมีส่วนร่วมของคนในสังคมเป็นเรื่องง่าย โดยกำหนดขอบเขตของผู้มีส่วนร่วมด้วย Mobile ID ที่บริษัทพัฒนาขึ้น จากประสบการณ์ในการทำงานด้านการพัฒนาเมือง พบว่า หนึ่งใน อุปสรรค (Pain Point) ที่สำคัญของระบบทำแบบสอบถามและการรับฟังความคิดเห็น คือ ความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์  ดังนั้น การที่แพลตฟอร์มมีโหวตเชื่อมโยงกับการยืนยันตัวตนด้วย Mobile ID จึงช่วยแก้อุปสรรค (Pain Point) ได้โดยตรง อีกทั้ง ผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามหรือการรับฟังความคิดเห็นแบบออนไลน์ก็สามารถกรอกข้อมูลได้อย่างสะดวก ช่วยให้มั่นใจถึงแหล่งที่มา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ แพลตฟอร์มมีโหวตยังช่วยยกระดับการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านการเพิ่มสัดส่วนการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากระบบปกติ การลดอุปสรรคในการแสดงออก และการนำไปสู่ความหลากหลายของความคิดเห็นมากขึ้น เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามสามารถเข้าถึงแบบสอบถามได้ทุกที่ทุกเวลา

 

ข้อดีของการใช้ Mobile ID ในการทำแบบสอบถามและการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์

  • เพิ่มปริมาณการตอบกลับ: ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าถึงแบบสอบถามได้ง่ายและสะดวก
  • เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล: ข้อมูลที่ได้มีความแม่นยำสูงกว่าการคีย์ข้อมูลด้วยลายมือ
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล: การยืนยันตัวตนด้วย Mobile ID ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้มาจากบุคคลจริง
  • ลดต้นทุน: ลดต้นทุนในการพิมพ์ การจัดส่ง และการจัดงาน
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ลดการใช้กระดาษ ลดการเดินทาง

“การนำเทคโนโลยี Mobile ID มาประยุกต์ใช้กับระบบทำแบบสอบถามและการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการยกระดับการทำงานและการให้บริการต่างๆ ทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการใช้เพื่อการประชาพิจารณ์ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของสังคมความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ โดยบริษัทได้เปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้ามาใช้งานแพลตฟอร์มของเราได้อีกด้วย” นายแทนศร กล่าวทิ้งท้าย                                                                                                                                               

สำหรับธุรกิจโรงแรมที่พัก อาคารสำนักงาน และธุรกิจบริการที่ต้องใช้การยืนยันตัวตนของผู้เข้าใช้บริการ ที่สนใจสามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่ ลิงค์ https://app.digitalid.center/digitalid/#/welcome และผู้ที่สนใจ “มีโหวต” สามารถติดต่อได้ที่ [https://www.mevote.org/]

 


Tags : กสทช. สำนักงานกสทช. MobileID MobileIDยืนยันตัวตนด้วยมือถือแทนบัตรประชาชน พูลศิรินิลกิจศรานนท์ ทินกรเหล่าเราวิโรจน์ แทนศรพรปัญญาภัทร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner