Responsive image

Sunday, 11 Oct 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วน เดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน

Sun 11/10/2569


สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้าง รวมทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้ “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เริ่มให้ความคุ้มครองบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 30 ล้านหลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569  เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็ว

 

ในการนี้ เวลา 10.00 น. เลขาธิการ คปภ. ได้เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องพิธีการ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลจากส่วนกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้แถลงข่าวเปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ร่วมกับ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานภาพรวมความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านห้วยหละ หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งม่าน หมู่ที่ 13 บ้านใหม่พัฒนา และหมู่ที่ 14 บ้านใหม่ศรีบุญเรือง โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับเอว จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 225 หลังคาเรือน ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจังหวัดลำพูนได้รับการประสานจากรัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในการขอรับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จังหวัดลำพูนจึงได้ประสาน สำนักงาน คปภ. เชียงใหม่ เพื่อร่วมวางแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ สำนักงาน คปภ. ได้เข้าพื้นที่ช่วยเหลือทันที และเห็นว่าหากให้ประชาชนดำเนินการลงทะเบียนด้วยตนเองทั้งหมด อาจประสบปัญหาในบางขั้นตอน จึงกำหนดแนวทางนำร่องด้วยการรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยเบื้องต้นจำนวน 225 หลังคาเรือน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานที่จำเป็น อาทิ ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ตลอดจนแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้นำตัวแทนประชาชนผู้ประสบภัยเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ เพื่อรับทราบขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการปรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป

 

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิความคุ้มครองและกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุด เนื่องจากขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเริ่มทยอยแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบแล้ว โดยขอเน้นย้ำว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

โดยกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย

ทั้งนี้ ในส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน กรณีจังหวัดลำพูนซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น จะพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสียหาย เพื่อช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบประกันภัยในการช่วยรองรับและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติให้แก่ประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ผู้ประสบภัยอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน “สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยให้ความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และสำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบการรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้โดยสะดวก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดลำพูนประมาณ 225 หลังคาเรือน สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรณีประชาชนไม่มี   สมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหายสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ผู้ประสบภัยยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติ บ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยกรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยหากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว

ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายและสามารถประเมินความเสียหายได้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการประเมินมูลค่าความเสียหายสำหรับการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในส่วนความเสียหายเพิ่มเติม หากผู้ประสบภัยยอมรับผลการประเมิน จะเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง โดยค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสองส่วนจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

 

และต่อมา เวลา 14.00 น. นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมแถลงข่าว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมรับฟังผ่านการประชุมผ่านระบบทางไกล

ในการนี้ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีประชาชนถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี  ซึ่งนับเป็นกรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลังคาเรือน

 

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสะเมิง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลผู้ประสบภัย พร้อมตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยอื่นของผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

เลขาธิการ คปภ. กล่าวย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว โดยสำนักงาน คปภ. จะติดตามการดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองด้านการประกันภัยได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”


Tags : คปภ. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงาน คปภ. ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย น้ำท่วม อุทกภัย กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่ 1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย 2)ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ 3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570   สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

09 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยมาตรการช่วยเหลือมี 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย  ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 (ขยายเพิ่มอีก 60 วัน) 2. ยกเว้นดอกเบี้ย เบี้ยประกันภัย 6 เดือน  กรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติหรือต่ออายุกรมธรรม์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 3. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์  ที่ชำรุดหรือสูญหาย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายเหตุ ยกเว้นประกันชีวิตควบการลงทุน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทฯ ห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ความเดือดร้อนของลูกค้าคือเรื่องที่เราให้ความสำคัญ จึงออกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยให้ลูกค้าคลายกังวล บรรเทาผลกระทบ และช่วยเหลือให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับลูกค้าผู้เอาประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ OCEAN LIFE Contact Center โทร. 1503 อีเมล info@ocean.co.th หรือสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านบริการ Ocean Connect ได้ที่ LINE: @oceanlife หรือ Ocean Club Application ./

06 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เดินหน้าเร่งช่วยเหลือผ่านมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด และเตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าอยู่เคียงข้างเกษตรกรในการช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) 2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ขอส่งความห่วงใยไปยังประชาชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบและอย่ากังวลใจในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

01 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner