Responsive image

Friday, 24 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


บอร์ด คปภ. เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย

Tue 01/09/2563


บอร์ด คปภ. เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัยไทย

            ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 มีมติเห็นชอบหลักการร่างประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ตามที่สำนักงาน คปภ. เสนอ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการตลาดจากราคาตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการกำหนดค่าสหสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านประกันภัย

           เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง สำนักงาน คปภ. จึงได้ประชุมร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อหารือมาตรการเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะยืดเยื้ออีกนานเท่าไร โดยที่ประชุมเสนอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง ใน 2 ประเด็น คือ 1. การคำนวนเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการตลาดจากราคาตราสารทุน ในกรณีที่บริษัทมีการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
(hedging instruments) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของมูลค่าพอร์ตการลงทุนในตราสารทุนที่บริษัทมีอยู่ เนื่องจากประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2562 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำหนดให้เงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านตลาดจากราคาตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เท่ากับผลคูณระหว่างมูลค่าตราสารทุน (Total Exposure) กับค่าความเสี่ยง 25% โดยไม่มีการรับรู้ผลจากการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง และ 2. การพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านประกันภัย เพื่อปรับ diversification factor ในการจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุน เนื่องจาก diversification factor ที่ใช้ในปัจจุบัน กำหนดโดยใช้ดุลพินิจบนพื้นฐานของความระมัดระวัง (conservative) เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลประกอบการคำนวณค่าสหสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านประกันภัยจากภาคธุรกิจ

            อย่างไรก็ดี จากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ทำให้ตลาดทุนมีความผันผวน อาจทำให้บริษัทประกันภัยเกิดผลขาดทุนจากการลงทุน หากบริษัทไม่สามารถใช้เครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัย ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้บริษัทใช้เครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม สำนักงาน คปภ. จึงได้ศึกษาแนวทางดำเนินการพิจารณาทบทวนเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง โดยพิจารณาด้วยความรอบคอบ ภายใต้หลักการเงินกองทุนที่บริษัทดำรงไว้ต้องสะท้อนความเสี่ยงอย่างเหมาะสม มีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับเงินกองทุนในระดับสากลและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยปรับปรุงสูตรการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการตลาดจากราคาตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ใช้ในปัจจุบัน เป็น  (Net exposure x 25%) + Over-hedged position เพื่อให้เงินกองทุนที่คำนวณได้สะท้อนถึงผลจากการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน และส่งเสริมให้บริษัทนำเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงมาใช้บริหารความเสี่ยงด้านตลาด เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดการเงินภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

          รวมถึงปรับปรุงค่าสหสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านประกันภัยที่ร้อยละ 25 โดยเปรียบเทียบแนวทางการดำเนินงานจากประเทศต่าง ๆ อาทิ สหภาพยุโรป สิงค์โปร ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น และให้สอดคล้องกับผลการคำนวณค่าสหสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านประกันภัยของธุรกิจในประเทศ โดยกำหนดให้สำนักงาน คปภ. พิจารณาทบทวนการกำหนดค่าสหสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านประกันภัยภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังจากที่ประกาศมีผลใช้บังคับ นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้ให้บริษัทประกันภัยมีการทดสอบผลกระทบเชิงปริมาณตามหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยผลการทดสอบพบว่า หากบริษัทมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม จะส่งผลให้มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ที่ดีขึ้น

          ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ด คปภ. มีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านตลาดจากราคาตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการปรับปรุงค่าสหสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านประกันภัย ตามหลักเกณฑ์ใหม่ ที่สำนักงาน คปภ.นำเสนอ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งทาง website คือ www.oic.or.th รวมทั้งจะมีหนังสือขอรับฟังความคิดเห็นจากผู้สอบบัญชีบริษัทประกันภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ฯลฯ ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 11 กันยายน 2563 โดยจะประมวลข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงร่างประกาศ และจะนำเสนอต่อบอร์ด คปภ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

              

        “สำหรับการปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ใหม่ จะส่งผลดีต่อธุรกิจประกันภัยและประชาชน เนื่องจากเงินกองทุนที่คำนวณได้จะสะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงที่บริษัทประกันภัยเผชิญอยู่ได้อย่างเหมาะสม โดยกรอบการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงของสำนักงาน คปภ. จะมีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับเงินกองทุนในระดับสากลมากยิ่งขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยมีการพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงภายในบริษัทให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับเหตุการณ์นอกเหนือความคาดหมายที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของอุตสาหกรรมประกันภัยในระยะยาว และช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนในฐานะผู้เอาประกันภัยต่อระบบประกันภัยในประเทศ” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย


Tags : บอร์ด คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คปภ. การคำนวณเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มความอุ่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โดยได้ออกกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1. กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าถึงง่ายและราคาย่อมเยา พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ อาทิ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาทและหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 100,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 250,000 บาท และหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 250,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 125,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน   • กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) เบี้ยประกันภัย 10 บาท โดยให้ความคุ้มครอง -  ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด สูงสุด 30,000 บาท -  ความเสียหายจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว  -  การโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ -  ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว วันละ 300 บาท (สูงสุด 30 วัน) -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน 2. มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง จัดตั้งจุดบริการประชาชน ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีรถประสบอุบัติเหตุหรือรถเสีย รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มกรุงเทพประกันภัยเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอดการเดินทาง และส่งมอบน้ำดื่มผ่านสำนักงาน คปภ. ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

12 Apr 2026

...

“เฮ้ กู๊ดดี้” (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR เปิดตัวแคมเปญพิเศษรับเทศกาลท่องเที่ยว “Exclusive บินลัดฟ้า ล่าคาซัค… แบบไม่ต้องควักสตางค์!” ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศแบบ All Inclusive ฟรีตลอดทริป พร้อมร่วมเดินทางกับเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “อาสาพาไปหลง” นำโดย “ว่านไฉ” แคมเปญนี้สะท้อนแนวคิดของ เฮ้ กู๊ดดี้ ที่ต้องการให้ “การซื้อประกัน” ไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้มครอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ดี ๆ ในการเดินทาง โดยลูกค้ายังได้รับความอุ่นใจจากความคุ้มครองความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยในต่างประเทศ หรือเที่ยวบินล่าช้า ที่อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศผ่าน heygoody.com จากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ MSIG, Sompo และ KPI ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยมีรายละเอียดดังนี้ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (เอเชีย) รับ 1 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (นอกเอเชีย) รับ 2 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายปี รับ 4 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ โดยเฮ้ กู๊ดดี้ได้จัดเตรียมของรางวัลรวมทั้งสิ้น 155 รางวัล มูลค่ารวม 1,674,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลที่ 1: ทริปคาซัคสถาน 6 วัน 4 คืน แบบ All Inclusive (รวมตั๋วเครื่องบิน อาหาร และที่พักระดับ 4-5 ดาว) จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่า 1,200,000 บาท รางวัลที่ 2: กระเป๋า heybag มูลค่า 7,800 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 390,000 บาท รางวัลที่ 3: คูปองส่วนลด Klook มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 50,000 บาท รางวัลที่ 4: heygoody Universal Adapter มูลค่า 680 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 34,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญและการประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ที่เว็บไซต์ www.heygoody.com และ Facebook fanpage heygoody หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @heygoody พร้อมซื้อประกันได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง

11 Apr 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด ส่งความห่วงใยถึงคนไทยทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดตัวแคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกับการเดินหน้าตามพันธกิจของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยเพื่อความอุ่นใจและลดภาระของครอบครัว ให้คนไทยทั่วประเทศมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569  

07 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner