Responsive image

Sunday, 21 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


กลุ่มบริษัทเอไอเอ ประกาศพันธกิจ “AIA One Billion” เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ภายในปี 2030

Fri 04/03/2565


กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“เอไอเอ” หรือ “บริษัท” รหัสหลักทรัพย์: 1299) ประกาศเปิดตัวพันธกิจ AIA One Billion ด้วยความมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะสนับสนุนให้ผู้คนกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ภายในปี 2030 ในฐานะที่เอไอเอเป็นบริษัทประกันชีวิตและสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย เอไอเอพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนชุมชนและสังคม ในการส่งเสริมด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตของทุกคนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภูมิภาคเอเชียในอนาคต

นายสจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “เป็นเวลามากกว่าหนึ่งศตวรรษ ที่เอไอเอทำงานอย่างหนักเพื่อจะสร้างสิ่งที่มีความหมาย และเป็นแรงผลักดันในเชิงบวกให้แก่ลูกค้าและสังคมของเรา การประกาศพันธกิจ AIA One Billion ในครั้งนี้ จะช่วยต่อยอดคำมั่นสัญญาของเรา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ ให้ขยายไปสู่คนทั่วไปที่ไม่ใช่เฉพาะลูกค้าเอไอเอเท่านั้น เพราะด้วยพันธกิจ AIA One Billion จะทำให้เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ มอบองค์ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับผู้คนได้ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย เพื่อช่วยดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิต รวมไปถึง สุขภาพทางการเงินที่ดีให้แก่คนนับล้านทั่วเอเชียด้วย

ขณะที่โรคระบาดทำให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น แต่ประชากรในภูมิภาคเอเชียกลับมีอัตราการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด1 นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้แถลงเตือนถึงภัยอันตรายจากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในทวีปเอเชีย2 นี่จึงเป็นจุดสำคัญ ที่เอไอเอจะรับบทบาทการเป็นผู้นำในการช่วยเหลือสังคมในทุกปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น พร้อมส่งต่อพลังบวกให้กับสังคม AIA One Billion จะเป็นตัวแทนคำมั่นสัญญาของเราที่จะสนับสนุนให้ผู้คนมีไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมให้โลกของเราแข็งแรงขึ้น”

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ของประเทศ เราเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชุมชน และสังคมไทยผ่านผลิตภัณฑ์ การบริการ และกิจกรรมต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 8 ทศวรรษ และเราพร้อมที่จะร่วมภารกิจ AIA One Billion กับกลุ่มบริษัทเอไอเอ ในการช่วยผลักดันและส่งเสริมด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตเพื่อช่วยให้ผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงครองความเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า และเป็นพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตที่ดีในทุก ๆ วันของคนไทยต่อไป”

 

นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เรากำลังจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้คนกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้พันธกิจ AIA One Billion นี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจของเอไอเอที่ทำมาโดยตลอด ผ่านกิจกรรมและโครงการด้านการตลาดต่าง ๆ เช่น AIA Vitality ที่ส่งเสริมให้คนหันมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพกันมากขึ้น แอปพลิเคชัน ALive powered by AIA แอปฯ ที่ให้ความรู้และคำปรึกษาเรื่องสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่เจาะจงแค่เฉพาะลูกค้าของเอไอเอเท่านั้น ทุกคนก็สามารถใช้บริการแอปฯ นี้ได้ รวมถึงกลยุทธ์ ESG (Environmental, Social and Governance) ที่จะเข้ามาส่งเสริมให้เราได้ดูแลระบบนิเวศและความยั่งยืนของโลกมากขึ้น ทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทยจะยังคงมุ่งมั่นที่จะสรรหาบริการและองค์ความรู้ดี ๆ มามอบให้กับประชาชนเพื่อดูแลให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”

AIA One Billion จะเป็นพันธกิจที่สอดแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมระหว่างเอไอเอ กับลูกค้า พนักงาน ตัวแทน พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม ผ่านความร่วมมือและแคมเปญมากมาย ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่จะช่วยดูแลด้านการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน โดยก้าวแรกคือ การปล่อยแคมเปญออนไลน์ ‘Join the Journey’ เพื่อเชิญชวนทุกคนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึง เอไอเอ แอมบาสเดอร์ ของทุกประเทศทั่วเอเชียก็พร้อมและยินดีที่จะสนับสนุนและขับเคลื่อนสังคมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นไปด้วยกัน

เอเอไอ มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในด้าน ESG เพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมาภิบาลซึ่ง AIA One Billion จะสร้างกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในสังคม และเอไอเอตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำระดับโลกด้าน ESG ในส่วนของรายงาน ESG เอไอเอจะติดตาม วัดผล และรายงานขั้นตอนการทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อที่จะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นได้ภายในปี 2030

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIA One Billion ได้ที่เว็บไซต์: https://bit.ly/33AdJbO หรือสแกน QR Code

เข้าร่วมภารกิจ ‘Join the Journey’ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเอไอเอ ได้ที่

LinkedIn: https://www.linkedin.com/company/aia-thailand/

Facebook: https://www.facebook.com/Thailand.AIA

Instagram: https://www.instagram.com/aia.thailand.official/

 

 


Tags : เอไอเอ AIA เอไอเอ ประเทศไทย AIA One Billion สจ๊วต เอ สเปนเซอร์ กฤษณ์ จันทโนทก เอกรัตน์ ฐิติมั่น


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

คณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติ ครม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572 ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family  

18 Jun 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวเงินฝากหาบทอง สำหรับลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่กำลังจะครบกำหนด ให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.031 ต่อปี โดยแบ่งอัตราดอกเบี้ยเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 15 มีนาคม 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.95 ต่อปี (ระยะเวลา 9 เดือน ) และช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2570 – 15 เมษายน 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.75 ต่อปี (ระยะเวลา 2 เดือน คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการร้อยละ 1.031 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน (ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน) จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่ครบกำหนด และประสงค์จะฝากเงินต่อเนื่องในเงินฝากหาบทอง จะเป็นการฝากเงินทั้งจำนวนต่อแบบอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการที่สาขา ทั้งนี้ หากลูกค้าประสงค์ฝากเงินบางส่วนหรือไม่ประสงค์ฝากเงินต่อในโครงการเงินฝากหาบทอง สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569 โดยธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ร้อยละ 1 ของต้นเงินที่ถอน ขั้นต่ำ 500 บาท (ดำเนินการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น) สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555  

18 Jun 2026

...

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ธนาคารออมสิน กับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำของประเทศ เปิดตัว "ออมสิน The Selected" มิติใหม่แห่งการลงทุนภายใต้ Thematic Investment ที่คัดสรรกองทุนคุณภาพตามธีมการลงทุนตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้คนไทยและเพิ่มโอกาสเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง โดยมี นายณัทธร โพธิแพทย์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลงทุนและบริหารการเงิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก 10 บลจ. ร่วมงาน   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพึ่งพาการออมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังลังเลที่จะเริ่มต้นลงทุนเนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงและขาดความรู้ความเข้าใจ ธนาคารออมสินในฐานะธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต จึงมุ่งส่งเสริมการออมตามภารกิจหลัก ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้คนไทยลงทุนต่อยอดเงินออม โดยเพิ่มทางเลือกที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เงินฝากและสลากออมสินของธนาคาร ผ่าน “ออมสิน The Selected” ด้วยการร่วมมือกับ 10 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรกองทุนคุณภาพตาม “Thematic Investment” จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ครอบคลุมทุกเป้าหมายและระดับความเสี่ยง ให้บริการผ่านสาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศโดยผู้แนะนำการลงทุน และผ่านแอป MyMo (เฉพาะ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)) ช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายขึ้น เลือกกองทุนที่เหมาะกับตนเอง สะดวกต่อการกระจายความเสี่ยง บริหารพอร์ตอย่างสมดุล และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้   กลุ่มที่ 1 สร้างพอร์ตมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ กับกองทุนที่สร้างรายได้สม่ำเสมอและบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล เป็นก้าวแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเงินออมมาหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคงและสูงขึ้น โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. กรุงศรี จำกัด และ บลจ. กสิกรไทย จำกัด   กลุ่มที่ 2 สร้างการเติบโต โอกาสสู่ความมั่งคั่ง เน้นลงทุนในตราสารทุน เปิดรับโอกาสจากเศรษฐกิจ นวัตกรรม และตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน), บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด   กลุ่มที่ 3 สร้างสมดุลที่ใช่ เน้นลงทุนในสินทรัพย์ผสมและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเปิดรับโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. พรินซิเพิล จำกัด และ บลจ. วรรณ จำกัด  

15 Jun 2026

...

ไทยประกันชีวิต ตอกย้ำการเป็น Life Solutions Provider สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” (LifeVerse) ภายใต้แนวคิด “One Account for a Lifetime” ครั้งแรกของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง การวางแผนการเงิน และสัญญาเพิ่มเติมให้เหมาะกับทุกช่วงชีวิตได้ตลอดเวลา ครบ จบในกรมธรรม์เดียว เสริมความยืดหยุ่นด้านการวางแผนเกษียณสามารถแปลงมูลค่าบัญชีกรมธรรม์เป็นประกันบำนาญหลังอายุ 50 ปี พร้อมบริการสุดพิเศษที่ดูแลชีวิตและสุขภาพลูกค้าครบรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษา การวางแผนและการฟื้นฟู   นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นโซลูชันในการดูแลลูกค้าในทุกมิติของชีวิต จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” ครั้งแรกของธุรกิจประกันชีวิตที่พลิกโฉมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบเดิม สู่ “ผลิตภัณฑ์เดียวที่สามารถวางแผนชีวิตของตนเองและครอบครัวได้ตลอดชีวิต” หรือ One Account for a Lifetime ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตไปตลอดเส้นทางชีวิตได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งการวางแผนความคุ้มครอง การวางแผนสุขภาพ การบริหารความมั่งคั่ง การลงทุน การวางแผนเกษียณอายุ ตลอดจนการส่งต่อคุณค่าและมรดกให้แก่ครอบครัวและคนที่คุณรัก ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” แบบประกันแรกที่เปิดตัวคือ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน – 80 ปี และมอบความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี  มาพร้อมจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนความคุ้มครองให้สอดรับกับทุกช่วงชีวิต หรือปรับเพิ่ม/ลดเบี้ยประกันภัยหรือหยุดพักชำระเบี้ยฯ หรือปรับเปลี่ยนวงเงินการออม รวมถึงสามารถปรับเพิ่มหรือลดสัญญาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องซื้อสัญญาหลักใหม่  อีกทั้ง เบี้ยประกันชีวิตสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถวางแผนการเกษียณ โดยสามารถแปลงมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ประกันภัยหลักเพื่อซื้อประกันบำนาญแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียวได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง​​ ทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ภายหลังจากถือกรมธรรม์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99 ครบ 5 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองเป็นครั้งแรก และมีอายุอยู่ในช่วง 50 – 70 ปี   “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตแบบองค์รวม ทั้งเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องตามเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจ (Business Purpose) ของไทยประกันชีวิตที่มุ่งเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล หรือ Life Solutions Provider ภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” (Care with Heart) ที่มุ่งส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างครบรอบด้าน ทั้งในด้าน Health - Wealth - Life คือ สุขภาพที่ดี  ชีวิตที่ดี และความมั่นคงมั่งคั่งให้กับลูกค้า ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการในทุกช่วงของชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าหลายๆ ประเภทรวมกันเพื่อตอบสนองความต้องการให้ครบรอบด้าน หรือต้องซื้อสินค้าใหม่ทุกครั้งเมื่อความต้องการปรับเปลี่ยน ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของผลิตภัณฑ์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส จึงมุ่งรองรับการเปลี่ยนแปลงทุกช่วงชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) นายเคียน ฮิน ลิม กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส ยังอำนวยความสะดวกด้วยการบริหารความคุ้มครองแบบบัญชีครอบครัวไลฟ์เวิร์ส (Family Account) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตของตนเองและสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่ถือกรมธรรม์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์สได้ อาทิ ชำระเบี้ยประกันภัยหรือติดตามมูลค่ากรมธรรม์ของคนในครอบครัว  ผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต สะท้อนบทบาทของประกันชีวิตยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างหลักประกันทางการเงิน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว” “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส จึงไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต แต่คือการยกระดับประสบการณ์การวางแผนชีวิตในรูปแบบใหม่ ที่ผสานความมั่นคง ความยืดหยุ่น และการดูแลด้วยหัวใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าและครอบครัววางแผนชีวิตกับไทยประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนเจตนารมณ์ของไทยประกันชีวิตในการเป็น “ทุกคำตอบของชีวิต” พร้อมเคียงข้างลูกค้าและครอบครัวในทุกก้าวของชีวิตอย่างแท้จริง” ขณะเดียวกันลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” จะได้รับสิทธิพิเศษด้านสุขภาพและการวางแผนชีวิตที่ดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย การรักษา การวางแผนและการฟื้นฟู โดยด้านการป้องกันและการตรวจวินิจฉัย บริษัทฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพมอบสิทธิพิเศษในการป้องกันและตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเบื้องต้น, โปรแกรมตรวจยีน (DNA) เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคมะเร็ง, โปรแกรมตรวจหาความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์, แบบทดสอบระดับสุขภาพสมองเชิงลึก เป็นต้น   ด้านการรักษาและการฟื้นฟู อาทิ สิทธิพิเศษด้านการตรวจ รักษา และฟื้นฟูโรคมะเร็งแบบองค์รวมด้วยนวัตกรรมขั้นสูง, บริการผู้ช่วยส่วนตัวด้านการแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาด้านการแพทย์เบื้องต้นและการประสานงานนัดหมายแพทย์, บริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นด้านสุขภาพจิต, บริการรับ–ส่งโรงพยาบาล, บริการจัดหาที่พักใกล้โรงพยาบาล และสิทธิพิเศษเนอร์สซิ่งโฮม พร้อมกันนี้ยังมีบริการด้านการวางแผนชีวิต อาทิ บริการปรึกษาทนายด้านพินัยกรรมและมรดก เพื่อการส่งต่อมรดกให้คนที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ ผู้สนใจแบบประกัน “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” สามารถติดต่อ Life Advisor ไทยประกันชีวิต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1124 หรือ https://tliplc.com/lifeverse?r=qr “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” เป็นชื่อทางการตลาด ส่วนในกรมธรรม์จะระบุชื่อแบบประกัน “ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้ขอเอาประกันภัยต้องแถลงข้อมูลตามความเป็นจริงในเอกสารใบคำขอเอาประกันภัย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของท่าน ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย  

15 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner