Responsive image

Thursday, 12 Feb 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


ไทยประกันชีวิตก้าวสู่บริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนแห่งแรก วางยุทธศาสตร์ 3P ขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

Sun 12/06/2565


ไทยประกันชีวิตประกาศมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนแห่งแรกของธุรกิจประกันชีวิต วางยุทธศาสตร์ 3P ขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง ESG พร้อมเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงิน

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (Thai Life Insurance : TLI) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับบริษัทฯ และสังคมไทย โดยเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ จัดทำแผนแม่บทความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงกลยุทธ์มาตั้งแต่ปี 2551 เพื่อนำใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมกว่า 10 ปี

จนถึงปี 2562 ไทยประกันชีวิตยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่จัดทำแผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (SD Master Plan) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับปัจจัยและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเพื่อให้ส่วนงานต่างๆ ของบริษัทฯ มีกรอบในการดำเนินงานด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืนที่เชื่อมโยงสอดคล้องกันอย่างมีกลยุทธ์ โดยให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการธุรกิจ (CRR-In Process) ผนวกกับแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value :CSV) อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งต่อองค์กรและสังคม

แต่จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากภายหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการดำรงชีวิตของคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงปรับกระบวนการดำเนินธุรกิจให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Resilience) พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ “การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน” และกำหนดเจตนารมณ์ทางธุรกิจ (Business Purpose) เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “มุ่งเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล” หรือ Life Solutions Provider รวมถึงกำหนดเจตนารมณ์ของแบรนด์ (Brand Purpose) การเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชอบ ได้รับความไว้วางใจ และเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจแก่คนในสังคม

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ทบทวนและจัดทำแผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน 3 ปี (ปี 2665-2567) เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจในยุควิถีใหม่ หรือ New Normal และสอดคล้องกับทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 3 P คือ

Promise การยึดมั่นคำสัญญาที่มีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน (Stakeholders) โดยเฉพาะลูกค้า ด้วยการบริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) พร้อมทั้งบริหารจัดการบุคลากรให้มีความเป็นมืออาชีพ มีจรรยาบรรณ

Protect การคุ้มครองป้องกัน เป็นยุทธศาสตร์ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความรับผิดชอบ และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเฉพาะบุคคล (Personalize) ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม การบริหารความยั่งยืนของลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรับผิดชอบ

และ Prosper การสร้างความรุ่งเรืองเฟื่องฟู มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมและสภาพแวดล้อม ทั้งการบริหารจัดการชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

การจัดทำตามแผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืนดังกล่าว ยังถูกดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ UN Global Compact ขององค์การสหประชาชาติ และสอดคล้องกับบริบทของธุรกิจประกันภัย ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย 9 ด้าน ได้แก่ การขจัดความยากจน การขจัดความหิวโหย สุขภาวะ การศึกษาที่เท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ เศรษฐกิจและการจ้างงาน การลดความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายไชยกล่าวว่า และเพื่อให้การดำเนินการด้านความยั่งยืนสอดคล้องสถานการณ์ในปัจจุบัน บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนตามแนวทาง ESG ประกอบด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) เน้นการบริหารความเสี่ยงและผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเกิดความต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อ Stakeholders ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง การจัดทำแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และแผนการบริหารจัดการในภาวะภัยพิบัติ รวมถึงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการริเริ่มโครงการต่างๆ ที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิ การนำระบบดิจิทัลมาทดแทนเพื่อลดการใช้ทรัพยากร การลดการใช้พลังงาน หรือการลดปัญหาขยะ

ด้านสังคม (Social) ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ไทยประกันชีวิตจึงดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักมนุษยนิยม ถือว่าบุคลากรเป็นทรัพย์สิน (Asset) และเป็นทุน (Capital) ที่สำคัญที่สุด มุ่งมั่นเสริมสร้างบุคลากรให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดี ที่พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและสังคม บริหารจัดการบุคลากรโดยเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค ความปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โดยสอดคล้องกับระเบียบบริษัทฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่เชื่อมั่นว่าความร่วมมือ ร่วมใจ ความผูกพันเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จร่วมกัน

“บริษัทฯ มุ่ง Upskill และ Reskill รวมถึงการปรับ Mindset บุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจข้อมูล (Data Literacy) มีความเข้าใจในดิจิทัล (Digital Mindset) การทำงานแบบคล่องตัว (Agility Mindset) โดยยกระดับตัวแทนฯ ให้เป็น Life Solutions Agent พร้อมดูแลเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกการใช้ชีวิต (Lifestyle)” นายไชยกล่าว

นอกจากนี้ ไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองทุกความต้องการ และสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยวางแนวทางขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลในลักษณะ Data Driven Company นำเทคโนโลยีด้านต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการทำงาน เพื่อให้องค์กรเกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด (Innovation for Customer) และสร้างสรรค์นวัตกรรมในการบริหารองค์กร (Innovation for Organization)

ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทฯ ยังมุ่งบริหารจัดการชุมชนและสังคมให้เกิดความยั่งยืน ผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิต และการเสริมสร้างความรู้ด้านการประกันภัย อาทิ ริเริ่มโครงการไทยประกันชีวิตเสริมโอกาส สุขยั่งยืน ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพรอบด้านให้กับวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ

ด้านธรรมาภิบาล (Governance) ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และปลูกฝังให้บุคลากรมีจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) อาทิ การต้านทุจริต การปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องสังคมและเศรษฐกิจ ฯลฯ ขณะเดียวกันยังตระหนักถึงการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าการนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ เป็นไปอย่างครบถ้วน โปร่งใส รวมถึงมีการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่รัดกุม

“ในฐานะสถาบันการเงิน ไทยประกันชีวิตจึงให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างโปร่งใส เป็นธรรม รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล รองลงมาคือด้านสังคม เพราะประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนและชุมชน แต่เราก็ไม่ลืมที่จะคำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กันด้วย” นายไชยกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินนโยบายการลงทุนอย่างยั่งยืน ในลักษณะ ESG Investing ซึ่งเป็นการลงทุนในตราสารทุนที่พิจารณาจากปัจจัย 3R ได้แก่ ความเสี่ยง (Risk) ผลตอบแทน (Return) และผลกระทบที่บริษัทนั้นๆ มีต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม (Real Impact) โดยบริษัทฯ จัดสรรเงินสำหรับลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

“การดำเนินของบริษัทฯ ทั้งในส่วนของการริเริ่มและการปรับปรุงการดำเนินงานต่างๆ จะบูรณาการปัจจัยด้านธรรมาภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างคุณค่าให้กับทั้งบริษัทฯ และ Stakeholders ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ประกอบด้วย 6 คุณค่า คือ สร้างคุณค่าให้ลูกค้า เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ลูกค้าชื่นชอบ, สร้างคุณค่าคนในองค์กร เป็นองค์กรที่ห่วงใยบุคลากร, สร้างคุณค่าให้คู่ค้า เป็นบริษัทประกันชีวิตที่คู่ค้าเลือก, สร้างคุณค่าให้ผู้ถือหุ้น เป็นองค์กรที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยั่งยืน, สร้างคุณค่าให้สังคม เป็นองค์กรที่รับผิดชอบและยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างคุณค่าให้หน่วยงานกำกับดูแล เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน” นายไชยกล่าว  

 


Tags : ไทยประกันชีวิต ไชย ไชยวรรณ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมประกันภัยในยุคดิจิทัล และยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของพันธมิตรชั้นนำในแต่ละด้าน โดยทิพยประกันภัยนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจประกันภัยมาเป็นแกนหลัก ขณะที่หัวเว่ยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ดาต้าวัน เอเชีย ทำหน้าที่เป็น System Integrator ในการออกแบบ วางระบบ และบริหารจัดการโครงการเทคโนโลยีแบบครบวงจร และซิโนซอฟต์สนับสนุนองค์ความรู้เชิงลึกด้านระบบประกันภัย (Insurance Solution) เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตของธุรกิจ และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าในระยะยาว   ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทิพยประกันภัยเล็งเห็นถึงศักยภาพของหัวเว่ย ในฐานะผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ระดับโลก ที่มีความเสถียรสูงและสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสานกับความความเชี่ยวชาญด้านไอทีของธุรกิจประกันภัยของซิโนซอฟต์ และประสบการณ์ด้านการออกแบบ วางระบบ และบริหารจัดการโครงการเทคโนโลยีของดาต้าวัน เอเชีย ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นการรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อวางรากฐานระบบบริหารงานประกันภัยที่ทันสมัย และยกระดับทิพยประกันภัยสู่มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย” สำหรับความร่วมมือในระยะแรก ทั้ง 4 องค์กรจะร่วมกันพัฒนาและยกระดับ ระบบ Core Insurance System ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจประกันภัย โดยนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี Cloud และ AI ของหัวเว่ยมาใช้เป็นฐานระบบหลัก ดาต้าวัน เอเชียทำหน้าที่เชื่อมโยงและบูรณาการระบบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ซิโนซอฟต์สนับสนุนการออกแบบและพัฒนาฟังก์ชันระบบประกันภัยให้สอดคล้องกับกระบวนการดำเนินธุรกิจของทิพยประกันภัย การพัฒนา Core Insurance System ดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการข้อมูล รองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมดิจิทัลในระยะถัดไปอย่างยั่งยืน   คุณโสจิพรรณ วัชโรบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการพัฒนา Core Insurance System นี้สร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศประกันภัยยุคใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น มีความคล่องตัว ชาญฉลาด และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งดาต้าวัน จะทำหน้าที่เป็น System Integrator หรือ SI ในโครงการพัฒนา Core Insurance System  โดยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงทุกส่วนของระบบให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการทำงานที่กระชับและอิงข้อมูล (Data-Driven and Lean Processes) สร้างระบบหลักยุคใหม่ (Next Gen Core) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัว รับประกันบริการตลอด 24 ชั่วโมง (24/7 Service) โดยไม่มีการหยุดทำงานสำหรับกระบวนการที่สำคัญทั้งหมด เพิ่มผลิตภาพและลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด (Productivity and Time-to-Market) และบรรลุความสอดคล้องระหว่างผลิตภัณฑ์กับตลาด (Product-Market Alignment) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลุ่มตลาดใหม่ๆ ผ่านสถาปัตยกรรมแบบไมโครเซอร์วิส โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 22 เดือน การดำเนินงานจะถูกส่งมอบผ่าน 5 ช่วงการทำงานเพื่อให้แน่ใจว่า มีการส่งมอบงานเป็นระยะ และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ Main TIP Sprint 1, Main TIP Sprint 2, Main TIP Sprint 3, Digital Sprint 1 และDigital Sprint 2 ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย การติดตั้งแพลตฟอร์ม Sinosoft Core GIS 7.0 บน Huawei Cloud Stack อย่างเต็มรูปแบบ คุณโสจิพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ในฐานะ System Integrator  ผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยี ธุรกิจ และพันธมิตร เพื่อให้ Core Insurance System ทำงานได้ครบถ้วน มีเสถียรภาพ และตอบโจทย์องค์กรในระยะยาว สำหรับโครงการที่สำคัญนี้ ดาต้าวันมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จผ่านแนวทางที่มีโครงสร้างและเน้นการทำงานร่วมกัน และทำให้โครงการสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เราไม่ได้ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้พัฒนาระบบ” แต่เป็น Strategic Partner ที่ช่วยองค์กรขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และรับประกันการเดินทางที่ราบรื่นสำหรับทิพยประกันภัยและพันธมิตรทุกราย"   ดร.ประยุทธ ตั้งสงบ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทิพยประกันภัย ซิโนซอฟต์ และดาต้าวัน เอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบ Core Insurance ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 74 ปีของทิพยประกันภัย โดยหัวเว่ย จะให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Huawei Cloud Stack, ฐานข้อมูล GaussDB และโซลูชันเครือข่ายและการจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวในตลาดไทย เน้นความปลอดภัยของข้อมูลและการควบคุมระบบโดยลูกค้าเอง โครงการนี้สะท้อนบทบาทของหัวเว่ยในฐานะพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำที่น่าเชื่อถือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงภาคการเงินของไทยสู่ยุคดิจิทัล และเป็นตัวอย่างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างจีน-ไทยที่จะขยายผลไปยังภูมิภาคอาเซียน คุณหวัง ซิน รองประธานอาวุโส บริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด กล่าว ความร่วมมือระหว่างทิพยประกันภัย หัวเว่ย ดาต้าวัน เอเชีย และซิโนซอฟต์ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยผสานจุดแข็งของแต่ละองค์กร ทั้งประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีประกันภัยกว่า 30 ปีของซิโนซอฟต์ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับสากลของหัวเว่ย และความเชี่ยวชาญด้านไอทีของธุรกิจประกันภัยของดาต้าวัน เอเชีย และความเข้าใจลูกค้าไทยอย่างลึกซึ้งของทิพยประกันภัย เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบ Core Insurance แบบคลาวด์เนทีฟที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่น พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในระยะยาว และมุ่งผลักดันให้ทิพยประกันภัยก้าวสู่การเป็นต้นแบบด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยอย่างยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทิพยประกันภัยในการยกระดับระบบบริหารงานประกันภัยสู่มาตรฐานสากล เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างเฉพาะบุคคล พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น Insurance Provider แห่งอนาคต อย่างมั่นคงและยั่งยืน

09 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการให้บริการและการดำเนินธุรกิจ คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที Contact Center Associations of Asia Pacific Awards 2025 หรือ   CC-APAC Awards 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ยกย่ององค์กรชั้นนำด้านศูนย์บริการลูกค้าและการสร้างคุณค่าทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จัดขึ้น ณ ฮ่องกง     โดยกรุงเทพประกันชีวิต ได้รับ 2 รางวัลใหญ่ ประกอบด้วย รางวัล Gold สาขา Business Contribution เป็นรางวัลที่แสดงถึงบทบาทสำคัญขององค์กรในการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และ รางวัล Silver สาขา Customer Experience สะท้อนถึงความเป็นเลิศในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการพัฒนาการให้บริการที่มีคุณภาพ ใส่ใจ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัล CC-APAC Awards ทั้ง 2 สาขาที่กรุงเทพประกันชีวิตได้รับในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการใส่ใจการให้บริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน   ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของพนักงานทุกคนในการร่วมกันยกระดับมาตรฐานการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ในด้านความใส่ใจ

07 Feb 2026

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) พร้อมคณะกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมฉลองวาระโอกาสพิเศษครบรอบ 77 ปี ของการดำเนินธุรกิจ ในวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Live the life you love, longer” ด้วยความเชื่อมั่นว่า การเริ่มต้นรักและดูแลตัวเองให้ดีคือ หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เรามีพลังดูแลคนที่รัก และพร้อมทำสิ่งที่รักได้ยาวนานที่สุด        ในวาระครบรอบ 77 ปี ของ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ได้จัดพิธีสักการะพระพรหม และทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมร่วมตัดเค้กเฉลิมฉลอง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการมุ่งมั่นดูแลคนไทยด้วยพลังความรัก พร้อมผลักดันให้คนไทยทุกเจนเนอเรชันมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทยตลอดไป ณ บริเวณหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 1 สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก    77 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรโดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป ให้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503 ./

07 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner