Responsive image

Monday, 26 Feb 2024

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


ไทยประกันชีวิตก้าวสู่บริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนแห่งแรก วางยุทธศาสตร์ 3P ขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

Sun 12/06/2565


ไทยประกันชีวิตประกาศมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนแห่งแรกของธุรกิจประกันชีวิต วางยุทธศาสตร์ 3P ขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง ESG พร้อมเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงิน

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (Thai Life Insurance : TLI) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับบริษัทฯ และสังคมไทย โดยเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ จัดทำแผนแม่บทความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงกลยุทธ์มาตั้งแต่ปี 2551 เพื่อนำใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมกว่า 10 ปี

จนถึงปี 2562 ไทยประกันชีวิตยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่จัดทำแผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (SD Master Plan) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับปัจจัยและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเพื่อให้ส่วนงานต่างๆ ของบริษัทฯ มีกรอบในการดำเนินงานด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืนที่เชื่อมโยงสอดคล้องกันอย่างมีกลยุทธ์ โดยให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการธุรกิจ (CRR-In Process) ผนวกกับแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value :CSV) อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งต่อองค์กรและสังคม

แต่จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากภายหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการดำรงชีวิตของคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงปรับกระบวนการดำเนินธุรกิจให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Resilience) พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ “การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน” และกำหนดเจตนารมณ์ทางธุรกิจ (Business Purpose) เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “มุ่งเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล” หรือ Life Solutions Provider รวมถึงกำหนดเจตนารมณ์ของแบรนด์ (Brand Purpose) การเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชอบ ได้รับความไว้วางใจ และเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจแก่คนในสังคม

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ทบทวนและจัดทำแผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน 3 ปี (ปี 2665-2567) เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจในยุควิถีใหม่ หรือ New Normal และสอดคล้องกับทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 3 P คือ

Promise การยึดมั่นคำสัญญาที่มีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน (Stakeholders) โดยเฉพาะลูกค้า ด้วยการบริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) พร้อมทั้งบริหารจัดการบุคลากรให้มีความเป็นมืออาชีพ มีจรรยาบรรณ

Protect การคุ้มครองป้องกัน เป็นยุทธศาสตร์ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความรับผิดชอบ และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเฉพาะบุคคล (Personalize) ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม การบริหารความยั่งยืนของลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรับผิดชอบ

และ Prosper การสร้างความรุ่งเรืองเฟื่องฟู มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมและสภาพแวดล้อม ทั้งการบริหารจัดการชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

การจัดทำตามแผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืนดังกล่าว ยังถูกดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ UN Global Compact ขององค์การสหประชาชาติ และสอดคล้องกับบริบทของธุรกิจประกันภัย ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย 9 ด้าน ได้แก่ การขจัดความยากจน การขจัดความหิวโหย สุขภาวะ การศึกษาที่เท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ เศรษฐกิจและการจ้างงาน การลดความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายไชยกล่าวว่า และเพื่อให้การดำเนินการด้านความยั่งยืนสอดคล้องสถานการณ์ในปัจจุบัน บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนตามแนวทาง ESG ประกอบด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) เน้นการบริหารความเสี่ยงและผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเกิดความต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อ Stakeholders ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง การจัดทำแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และแผนการบริหารจัดการในภาวะภัยพิบัติ รวมถึงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการริเริ่มโครงการต่างๆ ที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิ การนำระบบดิจิทัลมาทดแทนเพื่อลดการใช้ทรัพยากร การลดการใช้พลังงาน หรือการลดปัญหาขยะ

ด้านสังคม (Social) ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ไทยประกันชีวิตจึงดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักมนุษยนิยม ถือว่าบุคลากรเป็นทรัพย์สิน (Asset) และเป็นทุน (Capital) ที่สำคัญที่สุด มุ่งมั่นเสริมสร้างบุคลากรให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดี ที่พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและสังคม บริหารจัดการบุคลากรโดยเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค ความปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โดยสอดคล้องกับระเบียบบริษัทฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่เชื่อมั่นว่าความร่วมมือ ร่วมใจ ความผูกพันเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จร่วมกัน

“บริษัทฯ มุ่ง Upskill และ Reskill รวมถึงการปรับ Mindset บุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจข้อมูล (Data Literacy) มีความเข้าใจในดิจิทัล (Digital Mindset) การทำงานแบบคล่องตัว (Agility Mindset) โดยยกระดับตัวแทนฯ ให้เป็น Life Solutions Agent พร้อมดูแลเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกการใช้ชีวิต (Lifestyle)” นายไชยกล่าว

นอกจากนี้ ไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองทุกความต้องการ และสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยวางแนวทางขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลในลักษณะ Data Driven Company นำเทคโนโลยีด้านต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการทำงาน เพื่อให้องค์กรเกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด (Innovation for Customer) และสร้างสรรค์นวัตกรรมในการบริหารองค์กร (Innovation for Organization)

ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทฯ ยังมุ่งบริหารจัดการชุมชนและสังคมให้เกิดความยั่งยืน ผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิต และการเสริมสร้างความรู้ด้านการประกันภัย อาทิ ริเริ่มโครงการไทยประกันชีวิตเสริมโอกาส สุขยั่งยืน ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพรอบด้านให้กับวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ

ด้านธรรมาภิบาล (Governance) ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และปลูกฝังให้บุคลากรมีจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) อาทิ การต้านทุจริต การปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องสังคมและเศรษฐกิจ ฯลฯ ขณะเดียวกันยังตระหนักถึงการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าการนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ เป็นไปอย่างครบถ้วน โปร่งใส รวมถึงมีการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่รัดกุม

“ในฐานะสถาบันการเงิน ไทยประกันชีวิตจึงให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างโปร่งใส เป็นธรรม รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล รองลงมาคือด้านสังคม เพราะประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนและชุมชน แต่เราก็ไม่ลืมที่จะคำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กันด้วย” นายไชยกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินนโยบายการลงทุนอย่างยั่งยืน ในลักษณะ ESG Investing ซึ่งเป็นการลงทุนในตราสารทุนที่พิจารณาจากปัจจัย 3R ได้แก่ ความเสี่ยง (Risk) ผลตอบแทน (Return) และผลกระทบที่บริษัทนั้นๆ มีต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม (Real Impact) โดยบริษัทฯ จัดสรรเงินสำหรับลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

“การดำเนินของบริษัทฯ ทั้งในส่วนของการริเริ่มและการปรับปรุงการดำเนินงานต่างๆ จะบูรณาการปัจจัยด้านธรรมาภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างคุณค่าให้กับทั้งบริษัทฯ และ Stakeholders ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ประกอบด้วย 6 คุณค่า คือ สร้างคุณค่าให้ลูกค้า เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ลูกค้าชื่นชอบ, สร้างคุณค่าคนในองค์กร เป็นองค์กรที่ห่วงใยบุคลากร, สร้างคุณค่าให้คู่ค้า เป็นบริษัทประกันชีวิตที่คู่ค้าเลือก, สร้างคุณค่าให้ผู้ถือหุ้น เป็นองค์กรที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยั่งยืน, สร้างคุณค่าให้สังคม เป็นองค์กรที่รับผิดชอบและยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างคุณค่าให้หน่วยงานกำกับดูแล เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน” นายไชยกล่าว  

 


Tags : ไทยประกันชีวิต ไชย ไชยวรรณ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขอแจ้งเตือนภัย กรณีมีมิจฉาชีพนำตราสัญลักษณ์ของธนาคารและปลอม Account ในสื่อโซเชียล โดยใช้ภาพของนายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธอส. เพื่อแอบอ้างปล่อยสินเชื่อบุคคลออนไลน์จากธนาคาร โดย ธอส. ขอยืนยันว่า ธนาคารและกรรมการผู้จัดการ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Account ปลอมดังกล่าว รวมถึงการแอบอ้างในสื่อโซเชียลต่าง ๆ  ที่อาจใช้รูปภาพและกระทำในลักษณะเดียวกัน เพื่อหลอกลวงเอาเงินจากประชาชน ซึ่ง ธอส.อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างแล้ว และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อกลโกงของมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้อย่างครบถ้วน สามารถติดตามได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์  

24 Feb 2024

...

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมาย คดีและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (รองเลขาธิการ คปภ. ด้านกฎหมายฯ) เปิดเผยถึงการดำเนินการของสำนักงาน คปภ. เกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยว่า ตามที่พระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย และสำนักงาน คปภ. ในฐานะเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ได้ออกประกาศ คปภ. เรื่อง ให้บริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย ยื่นรายงานเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดให้บริษัทรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยและรายงานพฤติกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัย เพื่อให้สำนักงาน คปภ. มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบ พฤติกรรม และลักษณะของการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัย และสามารถกำหนดแนวทางในการยับยั้ง ป้องกัน ตรวจสอบ รายงาน และบรรเทาความเสียหายจากการฉ้อฉลประกันภัย ประกอบกับเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย  ในการบังคับใช้ประกาศ คปภ. ทั้ง 2 ฉบับ สำนักงาน คปภ. ได้มีการออกประกาศนายทะเบียน เรื่อง กำหนดแบบรายงาน พฤติกรรมที่อาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัย และช่องทางการรายงานการฉ้อฉลประกันภัย สำหรับบริษัทประกันชีวิตและ/หรือประกันวินาศภัย พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดให้บริษัทประกันภัยนำส่งรายงานดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. ภายใน 30 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาส สำหรับประเภทกรมธรรม์ของบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการฉ้อฉลประกันภัยและมีพฤติกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัยมากที่สุดคือ กรมธรรม์รถยนต์และเบ็ดเตล็ด ส่วนประเภทกรมธรรม์ของบริษัทประกันชีวิตที่มีการฉ้อฉลประกันภัยและมีพฤติกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัยมากที่สุดคือ กรมธรรม์ประกันชีวิต รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายฯ กล่าวด้วยว่า สำนักงาน คปภ. ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคดีฉ้อฉลประกันภัย ในปี 2566 เพื่อพิจารณาความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยในลักษณะต่าง ๆ ก่อนที่จะเสนอเลขาธิการพิจารณา เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ จำนวน 49 คดี โดยแบ่งเป็น 5 กรณีที่สำคัญ ๆ ดังนี้ 1. กรณีเก็บเบี้ยไม่นำส่งบริษัทประกันภัย จำนวน 6 คดี 2. กรณีคดีปลอมใบรับรองผลตรวจโควิด-19 จำนวน 21 คดี 3. กรณีจัดฉากชน (Bigbike) จำนวน 12 คดี 4. กรณีขายประกันภัยโดยไม่มีใบอนุญาต (โบรกเกอร์เถื่อน) จำนวน 3 คดี และ 5. กรณีหลอกขายประกันภัย จำนวน 7 คดี  ในขณะเดียวกันสำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัยแบบคู่ขนานไปพร้อม ๆ กัน เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาระบบฐานข้อมูลรายงานการฉ้อฉลด้านการประกันภัยด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยพัฒนาจากระบบเดิม ซึ่งเป็นเพียงการที่ให้บริษัทรายงานข้อมูลพฤติกรรมการฉ้อฉลประกันภัยเข้ามาเพียงอย่างเดียว มาเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และโครงการพัฒนาระบบแบ่งปันฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยหรืออาจจะฉ้อฉลประกันภัยกับภาคธุรกิจ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจัดให้มีการวางระบบในการจัดทำฐานข้อมูลการกระทำความผิดของตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย ออกระเบียบ/ประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมของตัวแทนและนายหน้าประกันภัย เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการของบริษัทให้อยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง รวมถึงการจัดการเรื่องความรับผิดต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน กรณีบริษัทประกันภัยได้พิจารณาตกลงรับ ตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยที่มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย หรือมีประวัติอาชญากรรมในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เข้ามาเป็นตัวแทนหรือนายหน้าในสังกัดของบริษัทประกันภัย  

23 Feb 2024

...

บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดกิจกรรมวันเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน RVP Road Safety Day ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ทุกสาขาทั่วประเทศ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เป็นองค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มีภารกิจตามกฎหมายคือการเยียวยาผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและมีภารกิจเพื่อสังคมคือการรณรงค์ป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จึงได้กำหนดเป็นนโยบายองค์กรในการดำเนินการรณรงค์ป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้ดำเนินการโครงการร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนขึ้นในองค์กร เพื่อให้พนักงานทุกคนทุกระดับ มีความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยทางถนนและขยายออกไปสู่สังคม โดยจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในทุกสาขาของบริษัทกลางฯ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้บริษัทได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมวันเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน RVP Road Safety Day ประจำปี 2567 ขึ้น เพื่อรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักในเรื่องการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยมีกิจกรรมรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ปฎิบัติตามกฏจราจร ได้แก่           กิจกรรม “ลุ้นรับหมวกนิรภัยฟรี” โดยการเชิญชวนประชาชนทั่วไปหรือผู้มาใช้บริการ ร่วมลงชื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน และเพิ่มเพื่อนเป็นสมาชิก Line @iRVP เพื่อลุ้นรับรางวัลหมวกนิรภัย ฟรี ที่สาขาบริษัทกลางฯ ทุกสาขา ระหว่างวันที่ 19 - 23 กุมภาพันธ์ 2567           กิจกรรม “ขับดีมีรางวัล เซอร์ไพรส์ใส่หมวก” เป็นกิจกรรมที่เชิญชวนประชาชนที่สัญจรอยู่บนถนนด้วยรถจักรยานยนต์มาร่วมกิจกรรม โดยจะมอบหมวกนิรภัยให้กับผู้ปฎิบัติตามกฎหมาย โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย ปฏิบัติตามกฎหมาย/ ผู้ขับขี่ต้องมี ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ต้องมี พ.ร.บ.และต่อภาษีถูกต้อง ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567           อุบัติเหตุทางถนนเป็นเรื่องของทุกคน มาร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน โดยเริ่มจากตัวเรา ครอบครัวเรา องค์กรของเราและขยายสู่สังคมต่อไป เพื่อความปลอดภัยของทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนและลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเพื่อทุกคนเดินทางด้วยความปลอดภัย           สำหรับประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุจากรถทุกคนจะได้รับสิทธิความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สามารถติดต่อบริษัทกลางฯ ได้ที่ Call Center 1791 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อช่องทางออนไลน์บริษัทได้ที่ Website https://www.rvp.co.th   LINE @iRVP หรือ https://rvp.co/LineiRVP   Facebook Messenger https://www.facebook.com/share/FXehNeK5pMFwpwaT/?mibextid=WC7FNe  

19 Feb 2024

...

  ระบุมีผลบังคับใช้แล้ว 1 ก.พ. 2567 เพื่อส่งเสริมธุรกิจประกันภัยทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น นายสมประโชค ปิยะตานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกำกับธุรกิจและการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เปิดเผยว่า นโยบายและทิศทางการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ประการหนึ่งก็คือ การปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง โดยแนวทางการออกกฎเกณฑ์และมาตรฐานใหม่ ๆ ในการกำกับดูแลบริษัทประกันภัยจะต้องเป็นกฎเกณฑ์การกำกับที่มีความยืดหยุ่นสอดรับกับสภาพแวดล้อมและบริบทการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากบริษัทประกันภัยสามารถดำเนินธุรกรรมได้อย่างคล่องตัว และอยู่บนพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมแล้ว ย่อมส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป สำนักงาน คปภ. จึงได้เร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว โดยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ได้แก่ “ประกาศนายทะเบียน เรื่อง การขอรับความเห็นชอบการขายหรือให้อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์หรือซื้อทรัพย์สินจากกรรมการบริษัท รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัทของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2567” โดยสาระสำคัญของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ฉบับนี้เพื่อสอดคล้องกับหลักการของหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ โดยรายการธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัท รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัทนั้น จำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลเพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นธุรกรรมที่ดำเนินการตามเงื่อนไขปกติทางการค้า โปร่งใส และไม่เป็นธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) โดยสำนักงาน คปภ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่มีการลดข้อจำกัดและสร้างความยืดหยุ่นต่อการนำไปปฏิบัติใช้จริง เช่น กำหนดมูลค่าวงเงินที่จากเดิมต้องขอรับความเห็นชอบก่อนทำธุรกรรมในกรณีซื้อทรัพย์สินตั้งแต่บาทแรก หรือกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทสามารถทำธุรกรรมลงทุนประกอบธุรกิจอื่นตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย  พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้รายงานต่อนายทะเบียนหลังทำธุรกรรมได้ เป็นต้น ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญของประกาศฯ ได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้ 1. กรณีธุรกรรมขาย ให้อสังหาริมทรัพย์แก่กรรมการบริษัทรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์จากกรรมการบริษัทรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทและได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน 2. กรณีธุรกรรมที่อยู่ภายใต้ประกาศ คปภ. เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บริษัทประกันภัยไม่ต้องขอรับความเห็นชอบก่อนการทำธุรกรรม 3. กรณีธุรกรรมอื่นนอกเหนือจาก 1 และ 2  หากมูลค่าสะสมของธุรกรรมกับกรรมการรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องเกินกว่าหนึ่งล้านบาทต่อปี บริษัทประกันภัยต้องขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียนก่อนการทำธุรกรรม และ 4. บริษัทประกันภัยต้องรายงานการทำธุรกรรมต่อนายทะเบียนในทุกกรณี และเปิดเผยรายการในงบการเงินและฐานะการเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทประกันภัยจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีระบบงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมในทุก ๆ ธุรกรรม โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวกับกรรมการบริษัท รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัท ซึ่งถือเป็นธุรกรรมที่มีโอกาสเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้สูงมาก ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการการกำกับดูแลบริษัทประกันภัยเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยและประชาชนสามารถเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทประกันภัยดำเนินธุรกิจอย่างเหมาะสม ทั้งนี้การกำหนดมาตรการใด ๆ สำนักงาน คปภ. คำนึงถึงผลกระทบของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทประกันภัย ผู้เอาประกันภัย และประชาชนเป็นสำคัญ  

15 Feb 2024

Banner Banner Banner

Banner
  ทิศทาง ceothailand.net ในปี 2567  “สื่อออนไลน์ CEO THAILAND”   ในปี 2567 จะเป็นปีที่ผม “นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์” จะมาทำหน้าที่บรรณาธิการบริหารสื่อ CEO THAILAND และผู้บริหารสื่อออนไลน์ ceothailand.net อย่างเต็มที่ หลังจากที่ผ่านมาได้ไปเดินแผนงานทางด้านการเมือง แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้งไปแล้วที่ผ่านมา จึงทำให้ช่วงเวลานี้มีเวลาที่จะมาวางแผนในการเดินหน้าธุรกิจสื่อได้มากขึ้น และในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีนับจากนี้ จึงขอเข้ามารับหน้าที่สื่อมวลชน ในการเขียนบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องราวในแวดวงเศรษฐกิจ-การเงิน และการประกันภัย ในฐานะของคอลัมนิสต์ ตลอดเวลาที่ผมเข้าไปทำงานทางการเมือง ต้องยอมรับว่าวงการข่าวและสื่อสารมวลชนเปลี่ยนไปเร็ว ตลอดเวลา 5 ปี  สื่อออนไลน์ที่รวดเร็วเข้ามาแทนที่สื่อหลักอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ (ออฟไลน์)  เราต้องยอมรับในเรื่องความรวดเร็ว แต่ต้องไม่ลืมจุดด้อยของสื่อออนไลน์ คือข้อผิดพลาดในการกลั่นกรองข่าวสาร รวมทั้งบทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ที่หายไป และข่าวที่ออกมามีความเหมือนกัน  ไม่แตกต่าง และเป็นเชิงภาพข่าว และกิจกรรมเท่านั้น ดังนั้นในปี 2567 นี้  ในหน้าสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ท่านผู้อ่านจะได้สัมผัสกับข่าวสารเชิงวิเคราะห์ เจาะลึกแบบออนไลน์ต่อเนื่องในสื่อ CEO THAILAND รวมทั้งการจัดทำเป็น E-Magazine ใน www.ceothailand.net รวมทั้งการจัดทำเป็นรูปเล่มฉบับพิเศษสลับไปบ้างในเรื่องที่สำคัญๆ น่าสนใจ และเป็นประโยชน์กับประชาชนและสังคม ขอขอบพระคุณท่านลูกค้าและผู้สนับสนุนสื่อด้วยดีเสมอมา ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา และขอขอบพระคุณทุกท่าน รวมทั้งผู้อ่านที่ติดตามสื่อ CEO THAILAND ด้วยดีเสมอมาใน www.ceothailand.net   นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา) บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner