Responsive image

Monday, 14 Sep 2026

Banner

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ร่วมน้อมรำลึกถึงพระผู้ทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดิน วันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชาครั้งที่ 22

Mon 17/10/2565


จากนี้เราจะเดินไปอย่างไร ท่ามกลางวิกฤติรายล้อมรอบด้านทั้งในเรื่องของสภาวะแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ การแย่งชิงอำนาจจากมหาอำนาจของโลก หากเราไม่หันกลับมา “หยุดคิด และตั้งสติ” เพื่อช่วยกันปฏิบัติตนร่วมมือแก้ไขเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับตนเอง สังคม และประเทศชาติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ เบศรมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  

 

ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์  ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดรัชสมัยพระองค์มีพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของปวงชนชาวไทยที่ได้ประจักษ์แจ้งในพระราชกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกายเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วประเทศ แม้ในถิ่นธุรกันดารห่างไกลก็มิทรงย่อท้อต่อความลำบาก เพื่อทรงขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากของราษฎร เพื่อความอยู่ดีกินดีมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีโครงการในพระราชดำริเกิดขึ้นหลายพันโครงการ รวมทั้งแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ทรงพระราชทานให้พสกนิกรนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและครอบครัวให้มีภูมิคุ้มกันที่มั่นคงในการดำเนินชีวิต

“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้ให้ประชาชนคนไทยเพื่อเป็นหลักคิดและแนวทางดำเนินชีวิตอันเป็นหนทางสู่การแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่  3 ขั้น จากสร้างภูมิคุ้มกัน การสร้างความร่วมมือ ต่อเนื่องไปจนถึงการพัฒนาเพื่อความเจริญรุ่งเรือง เป็นแนวคิดที่สามารถสร้างเศรษฐีอย่างยั่งยืน ด้วยการรู้จักนำมาใช้ด้วยความเข้าใจ เราสามารถที่จะพัฒนาตนเอง ชุมชน และประเทศชาติให้แข็งแกร่งสามารถแข่งขันได้ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปยังจุดที่เราทุกคนไม่สามารถคาดเดาได้อีกต่อไป ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและควรต้องนำมาปฏิบัติในวิถีชีวิต

 

เดือนตุลาคม เป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์ ที่มีเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่องเกิดขึ้น ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ขอเทิดพระเกียรติน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพและความสามารถพระองค์ท่าน “ภูมิพล กำลังของแผ่นดิน”  พร้อมทั้งน้อมนำการเดินตามรอยพระราชา ในสิ่งที่พระองค์ท่านได้วางแนวทางไว้ ในการ “อนุรักษ์ ดิน น้ำ ลม ไฟ”    ด้วยการนำครูอาจารย์ ลงพื้นที่ทำกิจกรรมครั้งที่ 22 ณ ศูนย์ปฏิบัติการจัดการที่ดิน ชัยพัฒนา – แม่ฟ้าหลวง และโครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงคุณูปการ ของพระองค์ท่านที่ได้ทรงริเริ่มแก้ไขปัญหาการจัดการเรื่องน้ำและป่า อ่างเก็บน้ำแห่งแรกที่พระองค์ท่านทรงดำริสร้างขึ้นในปี พศ. 2505 เมื่อทรงเห็นความยากลำบากของชาวบ้านเขาเต่าที่ขาดแคลนน้ำจืดในการอุปโภคบริโภคและปัญหาน้ำทะเลหนุนท่วมพืชผักผลไม้ อีกทั้งการถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการในพระราชดำริ โมเดลความสำเร็จจากภูผา สู่มหานที การจัดการที่ดินจากภูผาแม่ฟ้าหลวง สู่ผืนแผ่นดินที่ราบ  การร่วมกิจกรรมการบวชป่า เพื่อการดูแลรักษาต้นไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติ รักษาป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธาร ลดการทำลายและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่มต้นไม้สีเขียวดักจับคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก สร้างสำนึกให้ชุมชนในการดูแลรักษาธรรมชาติ  และช่วยกันสร้างสังคมสีเขียวให้โลก  

พร้อมร่วมกิจกรรม Workshop ถอดรหัสนวัตกรรมศาสตร์พระราชา เรียนรู้นวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 Interactive Board Game จากวิทยากร อาจารย์ อดุลย์ ดาราธรรม นายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย และเข้าร่วมฟังบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รศ. นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)  ดร. ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมธรรมดีร่วมกัน ปันสุขสู่น้อง  ทำการส่งมอบอาคารสนามเด็กเล่น ห้องน้ำ อุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนบ้านทุ่งขาม จ.เพชรบุรี นับเป็นการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันในชุมชน

ซึ่งการเรียนรู้ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ได้ทรงเล็งเห็นและวางแนวทางให้พสกนิกร   สิ่งที่พระองค์ทรงคิดและทรงกระทำมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์และทรงงานนั้น เป็นต้นแบบและสอดคล้องกับสิ่งที่โลกกำลังมุ่งให้ความสำคัญคือเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษที่มีกรอบของการพัฒนาในมิติของ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกัน เป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งเป็นทิศทางการพัฒนาเพื่อให้บรรลุภายในปี 2030

 

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เนื่องในวาระวันคล้ายวันสวรรคต ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ในวันที่ 13 ตุลาคม ทิพยประกันภัยขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ได้ทรงเมตตาสร้างคุณูปการอันเป็นประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้น ท่านทรงเป็น “พ่อ” ของแผ่นดิน และเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกร ทิพยประกันภัยมีความเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  พร้อมสนับสนุนให้ชุมชน สังคม ได้เกิดความเข้าใจและน้อมนำเอาในเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างให้เกิดภูมิคุ้มกันและความยั่งยืนสร้างความแข็งแรงให้กับสังคมและประเทศชาติ”

ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี กล่าวว่า “จะมีใครที่สามารถทำโครงการเพื่อประโยชน์ต่อแผ่นดินได้ ถึง 4,800 กว่าโครงการ เหมือนในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านทรงมีคุณูปการให้กับคนไทยและลูกหลานได้อยู่อย่างผาสุก พระราชกรณียกิจของท่านเป็นแบบอย่างให้เราได้เดินตามรอยพระราชา คนไทยทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์  พร้อมช่วยกันทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการดูแลรักษาโลกใบนี้ และปฏิบัติตนตามหลักคำสอน ทำความดีและประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม ตามครรลองที่พระองค์ท่าน “ทรงทำให้ดู” ตลอดมา พระองค์ยังคงอยู่ในใจของทุกชีวิตในผืนแผ่นดินไทยตราบนิจนิรันดร์”

 

ทั้งนี้ กิจกรรมทิพย สืบสาน รักษา ต่อยอดนวัตกรรมศาสตร์พระราชา ได้จัดกิจกรรมตามรอยพระราชาเพื่อสืบสานต่อยอดให้กับครูอาจารย์ได้ลงพื้นที่ในโครงการพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และลงมือทำ โดยมีความคาดหวังเพื่อการขยายผลไปยังกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ได้รับรู้และเข้าใจในสิ่งที่พระองค์ทรงทำ   และเนื่องในวาระพิเศษนี้จึงได้จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคม ณ โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

รศ. นพ. สุริยเดว ทรีปาตี  ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า “ศูนย์คุณธรรมขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของคุณธรรม ที่ได้ทรงฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้ปฏิบัติเพื่อให้เป็นวิถีชีวิต ให้สามารถเริ่มได้จากตนเอง ในบริบทของคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่สามารถสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรม เพื่อเป้าหมายคือประชาชนมีความสุขบนพื้นฐานของความพอเพียงและมีคุณธรรม

โครงการ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา  จัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD)  มูลนิธิธรรมดี  กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา  ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดรหัสพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ ๙  ในการทรงงานเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้มีความสุขและมีความเป็นอยู่ที่ดี อีกทั้งยังเพื่อสนองตามพระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “เราจะสืบสาน รักษา ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”


Tags : ทิพยประกันภัย วิชชุดา ไตรธรรม ดร. ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 22 น้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จรับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที International Banker Banking Awards 2026 ได้แก่ Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 รางวัลธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยม และ Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านลูกค้ารายย่อย ซึ่งได้รับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2020 และ 2022 จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการบูรณาการแนวคิด ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธนาคาร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเติบโตอย่างแข็งแรง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิตในสังคมในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง รางวัล Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 ธนาคารมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การกำหนด GSB Net Zero Roadmap มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การนำ GSB ESG Score มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ การลงทุน และการประเมินคู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุน Transition Finance เพื่อช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาสินเชื่อและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านโครงการ Positive Engagement ขณะเดียวกัน ธนาคารยังดำเนินธุรกิจให้มีกำไรในระดับที่เหมาะสม เพื่อจัดสรรทรัพยากรกลับไปขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม สร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน ส่วน รางวัล Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 สะท้อนความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต อาทิ MyMo Secure Plus ฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยการจำกัดการโอนเงินไปยังบัญชีชื่อตนเอง ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และ MyMo Junior ที่ส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินแก่เด็กและเยาวชน ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม สะดวก และปลอดภัย

12 Sep 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ซึ่งธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือเพียง 3.50% ต่อปี แก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - 2558 ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ และลูกหนี้กลุ่มที่ประสบปัญหาในการผ่อนชำระ จำนวนรวมกันกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากที่ธนาคารประกาศเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยดังกล่าว ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคารแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ทั้งนี้ ลูกหนี้ครู ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จะรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยยังคงชำระค่างวดในจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้เงินงวดสามารถนำไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยให้ยอดหนี้ลดลงและมีโอกาสปิดจบภาระหนี้ได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและปลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ขณะที่ยังช่วยประคับประคองไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน และเมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยต้องนำไปชำระหนี้ก็สามารถกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯ  นอกจากกลุ่มที่มีสถานะการชำระหนี้ปกติแล้ว ลูกหนี้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. สามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารได้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ส่วนลูกหนี้ที่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อดำเนินการให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 และรับสิทธิ์ตามโครงการฯ ได้เช่นกัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ธนาคารออมสิน พร้อมเดินเคียงข้างครูตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และมีโอกาสก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น ตามบทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

09 Sep 2026

...

กบข. เตรียมเงิน 24,950 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินกองทุนแก่สมาชิกเกษียณปีนี้ กว่า 1.6 หมื่นราย รับเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท เผยพบสมาชิกเชื่อมั่นการบริหารเงินลงทุน กบข. เพิ่มขึ้น เลือกใช้บริการออมต่อ เกือบ 9% ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ และสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 สมาชิก กบข. จะเกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้แก่สมาชิก รวมเป็นเงินประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก รวมกับเงินสมทบจากภาครัฐ และผลตอบแทนจากการลงทุน โดยในปีนี้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการจะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดมากถึง 7.86 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดเงินของสมาชิกแต่ละรายจะแตกต่างกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เงินเดือน อัตราการออม แผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งการที่สมาชิกเลือกอัตราการออมเพิ่ม และการเลือกแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ยอดเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า ขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือ ออมต่อ มีสัดส่วนประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี “กบข. มุ่งมั่นดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยบริการออมต่อจะช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินเกษียณได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการมีเงินจำนวนมากไว้ในบัญชี ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพหรือการหลอกลวงทางการเงิน และ กบข. ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ออมต่อสามารถเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ 12 ครั้งต่อปี เทียบเท่ากับสมาชิกปัจจุบัน เพื่อสร้างโอกาสให้เงินออมเติบโตต่อเนื่องหลังเกษียณ” ดร.ศรพล กล่าว   ทั้งนี้ บริการออมต่อ สมาชิกสามารถเลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวดๆ อาทิ รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวดๆ โดยสมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1. แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2. แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 และเลือกบริการออมต่อ ซึ่งผู้ออมต่อสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ 2 ครั้ง/ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. LINE กบข. @gpfcommunity และศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179

08 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner